Group Blog
 
All Blogs
 

ชีวิตหลังจากทำเลสิคแล้ว สามเดือน

แฮ่ ๆ ไม่ได้มา update ซะนาน

หลังจากที่ต้องหยอดน้ำตาเทียมบ่อย ๆ มาระยะนึง (ประมาณ 1 เดือน)
เมื่อไปตรวจพบว่า

ตาขวาของเรายังมองภาพไม่คมอยู่นิ๊ดดเดียว (รู้สึกจะทำไม่หมด อาจเป็นเพราะเราขยับตานิดนึง ตอนที่เลเซอร์ทำงาน) อันนี้ทำให้ต้องหยอดน้ำตาเทียมไปเรื่อย ๆ

ตาช้ายของเราใช้การได้ดีมาก เห็นชัดใสแจ๋ว (เพราะตอนยิงเลเซอร์ ตาข้างนี้ของเรานิ่งมาก ๆ อ่ะ)


หลังจากการใช้น้ำตาเทียมมาทั้งหมด 3 ยี่ห้อ

เราชอบยี่ห้อ cellufresh มากที่สุด
คือพอหยดแล้ว รู้สึกว่ามันซิมเข้าตาทันที

ยี่ห้ออื่น ๆ เวลาหยอดรู้สึกว่าเป็นน้ำธรรมดายังไงไม่รู้

ปัญหาของเราคือ ตอนนี้ เรามาอยู่ ตปท. ไม่มียี่ห้อนี้
ต้องลองยี่ห้ออื่นดูอ่ะ




 

Create Date : 20 ธันวาคม 2551    
Last Update : 20 ธันวาคม 2551 23:29:00 น.
Counter : 596 Pageviews.  

ตรวจสภาพตาหลังจากทำแล้ว 7 วัน

วันที่ 9/9/08 คุณหมอนัดมาตรวจสภาพตาอีกครั้ง คุณหมอบอกว่า แผลเราปิดสนิทดีแล้ว แต่ตาเราแห้ง ต้องหยอดน้ำตาเทียมบ่อยกว่าชั่วโมงละครั้ง เพราะประสาทตายังทำงานไม่ดี(ประมาณเนี้)

ภาพที่เรามองเห็น จะชัดบ้าง เบลอบ้าง ไม่คมบ้าง ใกล้ ๆ ไม่เท่าไหร่ แต่ไกล ๆ ยังไม่ชัด มันเป็นผลมาจากตาแห้งอ่ะ

เราใช้น้ำตาเทียมแล้ว 2 กล่อง (ต่างยี่ห้อกันด้วย) กำลังใช้กล่องที่ 3 อยู่ แล้วจะมารีวิวให้ฟังนะจ๊ะ




 

Create Date : 11 กันยายน 2551    
Last Update : 11 กันยายน 2551 11:40:10 น.
Counter : 309 Pageviews.  

เช้าวันแรก หลังทำเลสิค ^__^

ตื่นเช้ามา เริ่มมองเห็นชัดขึ้นกว่าเมื่อวาน แต่ก็ยังใส่ที่ครอบตาอยู่ แต่ก็ตื่นเต้นพอควร คุณพยาบาลบอกไว้ว่าวันนี้เราจะมองเห็นได้ 80 % และจะดีขึ้นเรื่อย ๆ เมือครบ 1 อาทิตย์

ไปถึงรพ.กลาง เจ้าหน้าที่ ก็แกะพลาสติกออก สอนการทำความสะอาดรอบดวงตา การใช้ยาหยอดฆ่าเชื้อ ยาลดยวม น้ำตาเทียม แล้วก็ปล่อยเรากลับบ้าน นัดอีกครั้ง 7 วัน เพื่อดูอาการ




 

Create Date : 11 กันยายน 2551    
Last Update : 11 กันยายน 2551 11:33:36 น.
Counter : 492 Pageviews.  

ถึงวันเชือดดดดดดดดดด วันที่ตื่นเต้นที่ซู๊ดดดด

และแล้ว วันที่ 1 กันยายา 2551 ก็มาถึง ก่อนไปยิงเลสิค เราก็ต้องเตรียมตัวดังนี้
1.สระผมให้สะอาด ไม่ใส่น้ำหอม และครีมทาที่มีกลิ่น เพราะอาจรบกวนการทำงานของเครื่องยิงเลเซอร์ได้ (แต่ถ้าเนื้อหอมนี่คงห้ามไม่ได้นะ )
2. ใส่เสื้อเชิ๊ตผ่าหน้า เพื่อที่เวลากลับบ้านจะได้ถอดได้สะดวก โดยไม่รบกวนบริเวณแผล แต่ตอนทำเราก็ไม่ต้องถอดเสื้อนะ เค้าจะมีเสื้อคลุมใส่ให้ค่ะ
3. พาญาติไปด้วย ให้เค้าช่ายหลาย ๆ อย่าง เพราะแสบตา ขับรถไม่ไหว

พอไปถึง จ่ายค่ายิงเลสิกกับค่ายา ประมาณไม่เกิน 32,000 แล้วก็เข้าไปรอหยอดยาฆ่าเชื้อ+ยาชา หลาย ๆ รอบ เพื่อเตรียมทำการยิง ในขณะที่ทำการยิง ตาต้องมองนิ่ง ๆ ไม่ต้องหาโฟกัสจุดเขียวก็ได้ เพราะถ้ายิ่งเรากลอกตามาก ผลจะออกมาไม่ดี (ตรงนี้ลุ้นม๊ากกก) แล้วห้ามพยักหน้าถ้าคุณหมอถามให้พูดเท่านั้น คุณหมอจะเริ่มทำที่ตาขวาของเราก่อน
เครื่องมือชิ้นแรก เป็นตัวดูดกระจกตามั๊ง รู้สึกเหมือนสะดึงมาครอบตาดำ แล้วบิด (ขั้นตอนนี้ ลุ้นจนแทบหยุดหายใจ และตัวเกร็งเลย คุณพยาบาลต้องมาช่วยกด) มันไม่เจ็บ แต่มันรู้สึกอ่ะ แล้วตาก็ต้องนิ่งด้วยนะ เพราะจะมีกลิ่นไหม้ ๆ นิดนึง เลยเดาว่าคงจะเปิดกระจกตาเราแล้ว (ประมาณ 1 นาทีได้)
ขั้นตอนที่สอง แสงสีเขียวที่เคยเป็นความหวัง (ไม่ใช่แระ) จะเริ่มหายไป (จริง ๆ เราว่ามันไม่หายนะ) แต่จะมีแสงสีแดง ๆ กว้าง ๆ วง ๆ เม็ด ๆ เข้ามาแทน แล้วยิงไปมา เราเดาเอาว่าเป็นขั้นตอนการยิงเพื่อปรับความโค้งแระ ก็เลยรีบทำตานิ่ง ๆ เข้าไว้ (ขั้นตอนนี้ประมาณ 30 วิเช่นกัน)
ขั้นตอนที่ 3 หลังจากนั้น แสงสีเขียวจะกลับมา พร้อมกับแสงสีแดง ตอนแรกแสงสีเขียวจะอยู่ริมๆ แล้วก็ค่อย ๆ เลื่อนไปอยุ่ตรงกลางแสงสีแดง (ตอนทำด้านขวาเห็นอย่างนี้ แต่ข้างซ้ายเห้นอยู่ใกล้ ๆ ศูนย์กลางเลย) ขึ้นตอนนี้ให้นิ่ง ๆ ห้ามกรอกตาเหมือนเดิม ประมาณ 5 นาที แต่ขั้นตอนนี้ไม่เจ๊บ เลยไม่ค่อยรู้สึกอาไร
ขั้นตอนที่ 4 จะปิดกระจกตากลับคืน รู้เลยว่าคุณหมอเอาเครื่องมือปาดกระจกตากลับ (ตรงนี้ไม่เท่าไหร่) แต่ตอนที่ถอดสะดึงออก (ไอ้ที่ครอบแล้วหมุนตอนแรกอ่ะ) น่ากลัวม๊ากกกก กลั้นหายใจ (อีกแล้ว) ตอนหมุนกลับอ่ะ

หลังจากทำเสร็จ 2 ข้าง คุณหมอก็ตรวจตาด้วยเครื่องที่มีไฟส่องอีกที แล้วเค้าก็เอาฝาครอบใสๆ มาครอบตาไว้ กันขยี้ แล้วพาไปพักผ่อนประมาณ 30 นาที เปิดเพลงให้ฟัง (เกือบหลับแน่ะ) เราถามจนท.ว่า เรากลอกตาไหม เค้าบอกว่าข้างขวาเรากลอกตานิดนึง แต่ไม่เกิน 0.3 มิล แต่ข้างซ้ายนิ่งมาก ไม่ขยับเลย
ระหว่างกลับบ้าน ยาชาหมดฤทธิ์ เราเริ่มแสบตาแปร๊บ ๆ ปริเวณแผลรอบๆ ตาดำ น้ำตาออกเยอะมาก (แต่เช็ดไม่ได้เพราะติดหน้ากากมดแดงอยู่) :P คุณพยาบาลเคยบอกว่าให้หลับตาไว้จะรู้สึกสบายขึ้น เราก็กินยาแก้ปวดแล้วหลับคร่อกไปเลย
ตื่นมาอีกที ตอนประมาณ สองทุ่ม รู้สึกว่ามองเห็นชัดขึ้นเหมือนใส่คอนแทค แต่ต้องมองผ่านที่ครอบตา เลยไม่ชัดเท่าที่ควร แต่ไม่อยากใข้สายตามาก เลยกินยานอนหลับที่หมอให้มา 1 เม็ด แล้วก็นอน




 

Create Date : 11 กันยายน 2551    
Last Update : 11 กันยายน 2551 11:25:18 น.
Counter : 249 Pageviews.  

เปิดโลกใหม่ ในมุมมองเดิม กับการทำเลสิค Lasik

หลังจากที่ใส่คอนแทคเลนส์มาเป็นเวลาหลายปี กล้า ๆ กลัว ๆ มานาน (จิง ๆ แล้วไม่มีตัง) :P ก็มาหาข้อมูลเกี่ยวกับการทำ lasik
มีข้อมูลเยอะแยะ หลายโรงพยาบาลมาก ทั้งของรัฐและของเอกชน เรามีตัวเลือกอยู่ 3 โรงพยาบาลคือ TRSC / รพ.กรุงเทพคริสเตียน / รพ.กลาง ซึ่งแต่ละอันมีข้อดีแตกต่างกันไป จากการค้นคว้าคร่าว ๆ ดังนี้
TRSC - สถาบันเฉพาะทาง มีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่ศึกษาด้านนี้โดยตรง เครื่องมือใหม่ ๆ ตลอด ค่าทำอยู่ที่ประมาณ 70,000 บ. ค่าตรวจ 1000
รพ.กรุงเทพคริสเตียน - รพ.เอกชนที่ค่าทำต่ำสุด (เท่ากับ รพ.เกษมราษฏร์ประชาชื่น) เราเคยพาเพื่อนไปตรวจตาทำเลสิคที่นี่ จนท.เอาใจใส่ดีมาก คุณหมอที่ให้ความรู้ก็เป็นอาจารย์หมอ จากจุฬา เครื่องมือที่ทำเป็นเครื่องจากเมกา รุ่น 4 ค่าทำเลสิค 45,000 ค่าตรวจ 1000
รพ.กลาง - รพ.รัฐบาล ที่ราคาไม่แพง เดินทางไปก็สะดวก เครื่องที่ทำ เป็นเครื่องจากเยอรมัน รุ่น 4 ค่าทำเลสิค 30,000 ค่าตรวจ 700 (ถูกกว่าใครอย่างไม่น่าไว้ใจ) เบอร์โทร 02-2216141 ต่อ 11641-2 เวลาทำการ 8.00 - 16.00 น. มั๊ง

พอจะเริ่มทำ เราตัดสินใจลองไปตรวจที่ รพ.กลางก่อน เพราะค่าตรวจถูกสุด ถ้าทำไม่ได้ หรือมีปัญหา ก็จะลองไปตรวจที่อื่นเพื่อยืนยันผลอีกที ^^

ข้อเสียที่เราพบของรพ.กลางก็คือ ขั้นตอนออกบัตรคนไข้ใหม่ช้า ขั้นตอนวุ่นวาย แต่ก็เป็นเพราะคนไข้เค้าเยอะอ่ะนะ แล้วถ้าจะตรวจสภาพตาเพื่อทำเลสิค ก็จะต้องถอดคอนแทคเลนส์ออก 7 วันขึ้นไป (ยายป้าแว่นก็กลับมา) ช่วงนั้นไม่อยากออกเที่ยวเล้ย

ตอนไปรพ.กลางเพื่อไปตรวจ ทำใจไว้มากมายว่าห้องคงเก่า เครื่องมือแก่ พยาบาลรุ่นแม่ อะไรเทือกนั้น แต่พอไปถึง ห้องใหม่ เป็นสัดส่วน ดูดีมาก แทบจะพอ ๆ กับของเอกชน เครื่องมือก็ใหม่ทันสมัย พยาบาลก็ดีเกินที่คิดไว้ (ยกเว้นตอนทำบัตร เพราะเป็นผู้สูงอายุอาสาสมัครมาช่วยลงทะเบียน -__-")

เราไปตรวจตาวันที่ 21/08/08 เวลานัด 8.00 น. ตรวจหลายอย่าง และรอหลายขั้นตอน กว่าจะเสร็จก็เที่ยงแระ แถมยังไปไหนไม่ได้อีก เพราะหยอดยาขยายม่านตาไว้ ตอนแรกทำเก่งจะขับรถกลับเอง ออกไปเจอแดดตอนเที่ยง แสบตามาก รีบกลับเข้ารพ.แทบไม่ทันอ่ะ

ผลการตรวจของเราคือ สายตาสั้น ข้างนึง 525 อีกข้าง 550 มีเอียง 50 ความชื้นดวงตา =12 ความโค้ง จำไม่ได้แระ ลืมอ่ะ คุณหมอวิชัย ก็ตรวจอย่างละเอียดอีกครั้ง คุณหมอบอกว่า ประสาทตาเราบาง มีสิทธิ์ที่จะหลุดได้

แล้วคุณหมอก็นัดทำเลสิควันที่ 1/09/08 ได้ผลยังไง จะมาแจ้งอีกทีนะคะ




 

Create Date : 11 กันยายน 2551    
Last Update : 11 กันยายน 2551 10:31:41 น.
Counter : 465 Pageviews.  


jeeddy
Location :
กรุงเทพ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add jeeddy's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.