Group Blog
 
All blogs
 

เตือนภัยมิจฉาชีพ ระวังตัวเมื่อต้องกดเงินสดจำนวนเยอะค่ะ

 เหตุการนี้เกิดขึ้นกับผู้เขียนเมื่อวันศุกร์ที่ 12 กค 2556 ที่ผ่านมานี้เองค่ะ
ด้วยความประมาณไม่ระวังตัว หลังจากกดเงินสดจากตู้ ATM จากธนาคารหนึ่งเพื่อจะเอาเงินเข้าบัญชีอีกธนาคารหนึ่งจำนวนเงิน 10,900 บาท ก็ถือว่ามากสำหรับผู้เขียนเอง เพราะเงินทองกว่าจะหามาได้แต่ละบาทต้องใช้แรงกาย แรงสมองแรงมันมาค่ะ

  เรื่องมีอยู่ว่าผู้เขียนจำเป็นต้องเองเงินจำนวนหนึ่งจากธนาคารหนึ่งไปเข้าบัญชีอีกธนาคารเนื่องจากจะใช้จ่ายในส่วนที่เป็นอีกธนาคารค่ะ เลยกดเงิน 8000 บาทจากตู้ ATM และเก็บเงินสดอีก 2900 บาทเก็บไว้ในกระเป๋าใบเดียวกันกับกระเป๋าสมุดบัญชีเงินฝากค่ะ พอกดเงินมาใหม่ 8000 บาท ก็เลยเอาใส่ในกระเป่าใบที่เก็บสมุดเงินฝากเพราะจะเอาเงินเข้าอีกบัญชีอยู่แล้วเลยไม่ได้เก็บเงินให้มิดชิดค่ะ

แล้วหลังจากนั้นก็เดินไปยังอีกธนาคารเพื่อจะเอาเงินเข้าบัญชีแต่ตู้ฝากเงินเสีย เลยเข้าไปกรอกใบฝากเงินในธนาคารค่ะ จังหวะที่กรอกใบฝากอยู่นั่นแหละค่ะกระเป๋าที่ถือไม่สะดวกเพราะก้มกรอกเอกสารเลยเอาแนบแขนไว้ไม่ได้เก็บใส่กระเป๋าใหญ่อีกชั้นด้วยความชะล่าใจว่ากรอกใบฝากเสร็จก็ได้ฝากแล้ว ระหว่างที่กรอกใบฝากนั้นมีความรู้สึกเหมือนกระเป๋ามันหลุดออกจากแขนนะค่ะ แต่เข้าใจว่าเป็นกระเป๋ามือถือหล่นก้มดูก็เห็นกระเป๋ามือถือห้อยคออยู่เลยไม่สนใจค่ะ ก็เขียนใบฝากต่อ พอเขียนเสร็จถึงได้รู้ค่ะ ว่าที่รู้สึกว่ากระเป๋าหลุดออกจากแขนนั้นเป็นกระเป๋าที่เพิ่งกดเงินใส่ในนั้นค่ะ

หลังจากรุ้ตัวก็ลุกหลี้ลุกล้น ถาม จนท. ว่าเห็นคนเดินมาด้านหลังไหมหรือตอนเราเดินไปกรอกเราถือกระเป๋ามาด้วยไหม จนท. ก็บอกว่าลืมไว้ในห้องน้ำหรือเปล่าเข้าห้องน้ำก่อนมาที่นี่หรือเปล่า เรายืนยันว่ากดเงินแล้วตรงมาที่ธนาคารเลย และสมุดบัญชีธนาคารที่กำลังกรอกก็เป็นตัวยืนยันว่าเราถือมาด้วยแน่นอน เพราะกระเป๋าที่หายเป็นกระเป๋าที่เราเก็บแต่สมุดบัญชีและตอนก่อนกรอกใบฝากเราก็ได้หยิบสมุดบัญชีเงินฝากมาดูเพื่อกรอกใบฝากอยู่ เริ่มลำลึกเหตุการณ์ก่อนหน้าแล้วค่ะก็ถาม จนท.ว่าสามารถดูกล้องวงจรปิดได้ไหม ทางจนท.แจ้งมาว่าถ้าเป็นห้องที่ลูกค้ากรอกเอกสารตรงจุดนั้นไม่มีกล้องวงจรปิดนะค่ะ เราเลยถามว่างั้นขอดูตรงโซนด้านหน้าก่อนที่เราจะเข้าไปในนั้นได้ไหม จนท. ก็ตอบว่ากล้องพอดีวันนี้กล้องวงจรปิดเสียนะค่ะ จังหวะนั้นรุ้ตัวว่าทำอะไรไมไ่ด้คงไม่ได้เงินคืนมาแน่ๆ

แต่ก็วิ่งวุ่นไป หาอีกธนาคารเพื่อขอดูกล้อง รปภ ก็แจ้งว่าถ้าดุก็เห็นแค่หน้าตู้ ATM มันไม่เห็นตอนเดินออกไป และแจ้ง อาญิต ATM กับธนาคารที่เพิ่งกดเงินออกก่อน เพราะว่าเอา ATM ใส่ไปในกระเป๋าใบนั้นด้วย ปกติ ผู้เขียนเองจะแยกเก็บบัตร สมุดบัญชี เงินไว้คนละกระเป๋า แต่คิดว่าเดี๋ยวทำการฝากเงินเสร็จค่อยย้ายเลยเอาใส่สรวมกันในกระเป๋าเก็บสมุดบัญชีก่อนค่ะ  และก็วิ่งวุ่นไปขอดูกล้องวงจรปิดของศูนย์การค้าที่เกิดเหตุนั้น ทาง จนท. ให้ความร่วมมือดีพาไปดูกล้องแต่มันเห็นแต่โซนทางเข้าของเขามองไม่เห็นทางเดินตรงหน้าธนาคารที่เกิดเหตุ

สุดท้ายเลยทิ้งชื่อและเบอร์โทรกับห้างนั้นไว้ เผื่อมีคนเจอกระเป๋าค่ะ แล้วก็ไปแจ้งความแต่ทำใจว่าไม่ได้คืนแน่นอน ย้อนมาธนาคารที่เกิดเหตุก็ปิดไปแล้วเรียบร้อยแล้ว ...


หลังเกิดเหตุทำให้ผู้เขียน ได้คิดว่าต่อไปต้องระวังตัวให้มากกว่านี้ อย่าประมาณว่าเวลาแป๊บเดียวเอง หรือไม่ก็ครั้งต่อไปก็ยอมเสียเงินค่าโอนต่างธนาคารเสียเพื่อความปลอดภัยดีกว่า ครั้งนี้ก็ถือเป็นประสบการณ์ที่ซื้อด้วยเงินแฟงที่สุดเท่าที่เคยทำเงินหายมาค่ะ แล้วก็ต้องไปไล่ปิดบัญชีทุกบัญชีที่มีอยู่ในกระเป๋าใบที่หายไปด้วยเพื่อความปลอดภัยในภายหลังค่ะ วันแรกร้องไห้เศร้านอนไม่หลับ แต่ตอนนี้ทำใจได้แล้วค่ะ เงินทองไม่ตายก็หาใหม่ได้ แต่เจ็บใจ คนที่มักง่ายทำตัวเป็นโจรฉกของของคนอื่นไปค่ะ เมื่อก่อนเคยเห็นข่าวและคิดว่าเป็นเรื่องไกลตัว พอเจอกับตัวเองแล้วถึงรู้ว่าภัยมันอยู่ใกล้ตัวตลอดเวลาถ้าเราประมาณไม่ระวังตัว






 

Create Date : 15 กรกฎาคม 2556    
Last Update : 15 กรกฎาคม 2556 13:17:31 น.
Counter : 393 Pageviews.  

ความสุขเล็กๆ น้อยๆ จากการที่ได้ช่วยเหลือ ^^


วันนี้มีเหตุให้ต้องกลับบ้านเร็ว ออกก่อนเวลาเลิกงาน ระหว่างเดินทาง ขึ้นรถเมล์ฟรีสาย 29 เป็นรถเสริมถึงแค่อนุสาวรีย์ชัย

   ขึ้นรถปรุบลุงมาสะกิดหนูมาบอกสอ
งคนนี้หน่อยให้เขาต่อรถที่อนุสาวรีย์ไปหัวลำโพง  เราก็งง มองหน้าก็นึกว่าคนไทยก็เลยถามไม่ใช่คนไทยหรือค่ะ สองสาวก็ทำหน้างงตอบ ลุงก็พูดให้บอกเขาหน่อย

เลยถามไปว่า you no speak thai? (นึกคำศัพท์ไม่ออกนะตอนนั้น ฮ่าๆ) เขาพยักหน้า เลยพยายามใช้ภาษาอัง
กฤษความรู้อันน้อยนิดของเราอธิบายว่ารถคันนี้ไปไม่ถึงหัวลำโพงต้องไปต่อรถที่อนุสาวรีย์ ก็มีคุณลุงอีกคนช่วยออกความเห็นบอกว่าให้เขาลงต่อ mrt ง่ายกว่า เราก็เอ่อใช่ลืมคิด เลยสรุปบอกเขาไปว่าต่อรถที่ mrt แล้วเราก็เปลี่ยนใจจากจะลงหอวังเพื่อไปต่อรถ ก็ไปลงจตุจักรพร้อมสองสาว เพื่อพาสองสาวไปส่งที่ mrt ก่อน

...ก่อนจากกันสอบถามได้ความว่าส
องสาวมาจากจีนขึ้นสาย29จากสนามบินดอนเมือง และค้นหาในเน็ตว่าสาย29ไปถึงหัวลำโพง แต่สองสาวคงไม่รู้ว่าประเทศไทยมีรถเสริมที่ไปไม่สุดสายในช่วงเวลาเร่งด่วน ^^"




++พยายามวาดหน้าแบบจีนๆ แต่ออกมาไม่เหมือนเลย ฮ่าๆ++




 

Create Date : 09 กรกฎาคม 2556    
Last Update : 9 กรกฎาคม 2556 19:00:52 น.
Counter : 243 Pageviews.  

เช้าที่ทำให้เกิดความรู้สึกกลัวตาย เหตุเกิดที่ป้ายรถเมล์เมื่อวันที่ 30 ธค 54

เช้าวันนี้ (วันที่ 30 ธค 2554) ก็ไปทำงานปกติ รอรถเมล์เหมือนทุกๆ วัน แต่ไม่เหมือนก็เพราะเหตุการณ์ในวันนี้มันทำให้รู้สึกกลัวตาย ขึ้นมาทันทีที่ได้เจอกับเรื่องแบบนี้




เรื่องทั้งหมด คือ




ณ เวลานั้นคิดอะไรไม่ออก จะวิ่งไปด้านหน้าเพื่อหาที่หลบก็กลัวโดนลูกหลง จะวิ่งไปด้านข้างเพื่อหาที่หลบก็กลัวโดนลูกหลง ไปทางไหนไม่ได้ สุดท้ายเสาป้ายรถเมล์นี่แหละวิ่งไปหลบหลังเสาร์ป้ายรถเมล์ พยายามทำตัวเองให้เล็กที่สุดเพื่อจะได้อยู่บังเสาร์ได้หมด

พอกลุ่มนั้นหายไป เริ่มได้สติ แล้วคนอื่นๆ หายไปไหนกันหมดนะ หันไปอีกที คนอื่นๆ ที่รอรถเมล์อยู่เขาหนีเข้าร้านขายของกันหมดแล้ว มีเราบ้ายืนหลบอยู่เสาป้ายรถเมล์อยู่คนเดียว - -"

จังหวะนั้นรถเมล์คันไหนมาขึ้นหมด ขอให้พ้นจากจุดนี้ก่อน ครั้งต่อไปต้องหาทำเลที่รอรถใหม่ให้หาทางหนีทีไล่ได้เผื่อเกิดเหตุแบบนี้อีกรอบ เหอๆ




 

Create Date : 30 ธันวาคม 2554    
Last Update : 30 ธันวาคม 2554 9:24:07 น.
Counter : 435 Pageviews.  


jeab114
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add jeab114's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.