เราเป็นตัวเรานั่นดีที่สุด
Group Blog
 
All blogs
 

ฤ รัก บทที่ 18

ฤ รัก บทที่18 ผลแห่งรัก
----------------------------------------------------------------


“ต้องขอโทษนะคะอิฉันไม่ทราบจริงๆ และต้องขอบคุณคุณทั้งสองที่ไม่เอาเรื่องนะคะ” ป้าติ๋มเอ่ยขอโทษและขอบคุณณุและพาสที่ไม่แจ้งความเอาเรื่องเอียน


“ไม่เป็นไรครับ... ไงเดี๋ยวป้าไปแก้มัดให้คุณเอียนด้วยนะครับ.... รอให้เขาสงบลงก่อนก็ดีนะครับ” ณุบอก


“ค่ะ... ขอบคุณจริงๆ ค่ะ” แกรีบขึ้นไปดูเจ้านายหนุ่ม


.
ที่รถเบนลูบผมเพื่อนที่นอนหนุนตักเขาด้วยความอาทร “ยังจุกอยู่ไหม มีอาการอื่นไหม”


“หึ...หึ...” พาสหัวเราะในลำคอ


“ทำไม.... ขำอะไร”เบนจ้องหน้าเพื่อน


“ก็ถามอย่างนี้มาหลายรอบแล้วนี่.. นายไม่คิดจะพูดอย่างอื่นบ้างเหรอ” พาสยิ้มขัน


“มี.... ฉันขอโทษที่ดูแลนายไม่ดี.... ทำให้นายต้องมาโดนแบบนี้” หนุ่มมาดเข้มดูหน้าเศร้า เขาโทษตัวเองเพราะทั้งที่รู้ว่มีจดหมายขู่ก็ยังปล่อยให้เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นจนได้


“เฮ้ย.... นายจะบ้าเหรอ... ฉันต่างหากที่ต้องขอโทษที่ไม่เชื่อ.... ไม่รับฟังคนอื่น.... ฉันมัวแต่คิดเอาเองว่าเขาไม่กล้าทำอะไร.... ถึงเป็นอย่างนี้” พาสจับมือที่ลูบผมเธอมากุมไว้ เธอเงยหน้าขึ้นมองคนที่เธอหนุนตัก ในตาเขาบอกถึงความห่วงใยไม่ได้ผิดไปจากเดิมแม้สักนิด


“ขอบใจจริงๆ นะ ขอบใจ”


“เออ.... นอนพักเหอะ” เบนก้มมองหน้าเพื่อนที่ยังซีดเซียว เพียงเธอพูดนุ่มนวลกับเขา กุมมือเขาเท่านี้ก็เพียงพอแล้วต่อความรู้สึกดีๆ ที่มีให้กันแม้สำหรับเธอคนนี้จะคิดกับเขาฉันเพื่อนก็ตาม


ณุกับกีกิเดินมาที่รถ กีกิเข้าไปประจำตำแหน่งคนขับ ส่วนณุตรงไปหาคนที่นั่งอยู่เบาะหลังทั้งสอง


“เบน...”


“ครับ.... พาสพี่ณุมาแล้ว..... ฉันไปนั่งหน้านะ” เบนขยับหัวเพื่อนวางลงกับเบาะ เขาหลีกทางให้กับณุ


“ขอบใจนะ...” ณุยิ้มให้เพื่อนรักของพาสนิดหนึ่ง ชายหนุ่มช้อนศรีษะของพาสขึ้นแล้วสอดตัวเข้าไปนั่งแทนที่หนุ่มเข้ม เบนปิดประตูให้ณุก่อนจะไปนั่งด้านหน้ากับกีกิ


“เป็นไงบ้างจ๊ะ” ณุถามเสียงนุ่ม


“เฮ้อ......” พาสถอนใจยาว


“ทำไม....” ณุสงสัย


“ถามเหมือนกันทั้งสองคนเลย.... กีกิไม่ต้องถามพี่อีกคนนะ” พาสดักคอกีกิไว้ก่อน


“คะ...ครับ...” กีกิหันมามองนิดหนึ่งก่อนจะขับรถออกจากบริเวณบ้านหลังงาม


“คุณเอียนล่ะฮะ” พาสเปลี่ยนไปถามถึงเอียนแทน


ณุยิ้มเอาใจคนรัก “พี่บอกแม่บ้านแล้วล่ะ ไม่ต้องห่วงนะ”


“ขอบคุณฮะ..”


“จ้ะ”


ทั้งเบนกับกีกิมีอาการที่ต่างกันมาก เบนรู้นิสัยเพื่อนดีเขาจึงเฉยเสียถึงจะไม่พอใจนักก็ตาม เขาเสมองออกไปนอกหน้าต่าง....


กีกิถึงกับเหยียบคันเร่งอย่างแรงหนุ่มตี๋ยังคงอารมณ์ค้างเขาไม่เข้าใจว่าทำไมพาสถึงไม่เอาเรื่องทั้งที่เอียนทำขนาดนี้ ทุกวันนี้เขาเห็นเธอเป็นเสมือนพี่สาวคนหนึ่ง มันยิ่งทำให้เขาเจ็บใจเอียนที่กล้าทำอย่างนี้ทั้งกับพาสและณุ


“กีกิ.... พี่เข้าใจนะว่าเราคิดอะไร.... แต่พี่ไม่อยากให้เรื่องนี้ทำให้หน้าที่การงานเขาเสียหาย ไม่อยากให้มันบานปลายไปมากกว่านี้ เขาคงรู้ตัวเองดีขึ้นแล้วหล่ะ.... พี่ยังอยากเชื่อนะว่าเขามีส่วนดีอยู่เยอะ” พาสมองหน้าดานข้างของหนุ่มที่มักจะอารมณ์ดีเสมอ แต่วันนี้หน้าเขาดูบูดบึ้งผิดวิสัย


“เฮ้อ.... นี่เป็นพี่พาสนะ” กีกิถอนใจยาว


.
นาฏเดินเหมือนหนูติดจั่นเธอผุดลุกผุดนั่งมาได้พักใหญ่ๆ แล้ว โดยมีน้านิ่มกับแตนนั่งรออยู่ด้วยความกระวนกระวายใจ ทั้งสามต่างชะเง้อมองไปที่ประตูเป็นระยะ


“ทำอะไรอยู่นะ...” นาฏงุ่นง่านที่ตัวเองได้แต่รอเพียงอย่างเดียว


“น้าไปรอหน้าบ้านนะคะ” น้านิ่มรู้สึกร้อนไปหมด เธอเองก็เป็นห่วงพาสไม่น้อย แกเห็นแสงไฟหน้ารถแล่นเข้ามา น้านิ่มก็รีบวิ่งกลับเข้ามาบอกกับนาฏ


“คุณนาฏคะ... คุณๆ ค่ะ”


“.......” นาฏวิ่งไปที่หน้าบ้านทันที


นาฏเห็นเบนอุ้มพี่สาวเข้ามาก็รีบตรงเข้าไปหา “พี่พาส”


“นาฏ.... มาด้วยเหรอเรา” พาสยิ้มให้น้อง


“ค่ะ...” นาฏเดินตามหลังณุกับเบนที่พาพาสขึ้นบ้านไปติดๆ


ณุเปิดประตูให้เบนอุ้มพาสมาวางลงบนที่นอนนุ่ม นาฏรีบคลานขึ้นเตียงเข้าไปนั่งข้างๆ พี่สาว


“นาฏ...” พาสแตะไหล่น้องที่ทำท่าจะร้องไห้


“จะร้องทำไมพี่กลับมานี่แล้วไง” พาสลูบแก้มน้องเบาๆ


“พี่พาส... เป็นไรมากหรือเปล่า” นาฏยังคงนั่งจ้องหน้าพี่สาวน้ำตาไหล


“อ้าวๆ เลยร้องใหญ่เลย... พี่ไม่เป็นไร สบายมาก” พาสยังอารมณ์ดี


“นาฏจะอยู่กับพี่พาสนะ.. ขอนาฏอยู่ข้างๆ นะ” นาฏลงนอนข้างๆ เอามือโอบเอวพี่สาวไว้เหมือนกลัวหาย


“พี่ง่วงจังเลย....” พาสดูเพลียๆ


“พี่พาสนอนพักเถอะ” นาฏกอดแน่นขึ้น


“อืม...ปลานอนก่อนนะพี่ณุ” พาสบอกกับคนที่นั่งอีกข้าง ตาเธอเริ่มหลี่ลง


"งั้นพี่ลงไปข้างล่างนะ”


“อืม” พาสพยักหน้าทั้งที่ตายังปิดอยู่


ณุก้มลงจูบที่หน้าผากของพาส เขาถึงผ้าห่มมาคลุมให้สองสาว ทั้งณุและเบนต่างมองพาสอีกครั้งก่อนจะพากันลงเดินออกจากห้อง ณุโทรศัพท์ไปรายงานให้ทางบ้านได้รับรู้


“คุณพ่อเหรอครับ........ ปลาปลอดภัยดีครับ.... ตอนนี้พักผ่อนอยู่บนห้องกับนาฏครับ”


“ขอบใจมากณุ...” คุณชัยยศยิ้มดีใจที่รู้ว่าบุตรสาวปลอดภัย


“ครับ... ยังไงผมก็ต้องช่วยปลาอยู่แล้ว... ผมสัญญานะครับว่าจะไม่ให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นอีก” สีหน้าของเขาดูจริงจัง


“ยังไงพ่อฝากน้องด้วย”


“ครับ... พรุ่งนี้พบกันนะครับ.... สวัสดีครับ”


คุณชัยยศวางหูโทรศัพท์ลงแล้วหันมาบอกกับทุกคนด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม “ปลาปลอดภัย.... พรุ่งนี้ณุจะพาลูกกลับบ้าน”


“ค่ะ... แค่ได้รู้ว่าลูกปลอดภัยก็พอแล้วค่ะ” คุณกาญจนา ยิ้มทั้งน้ำตา ท่านกุมมือคุณสินีทั้งสองต่างยิ้มให้กัน


พวกน้องๆ ทุกคนที่มารวมกันตั้งแต่เลิกงาน พี่กานต์พี่เอเองก็เฝ้ารอข่าวคราวอย่างใจจดจ่อมาทั้งคืน ทุกคนพากันโล่งอก


กานต์ถลากอดสามี “พี่เอ... ปลา..”


“อืม...” เอโอบตัวภรรยาไว้


.
ณุกลับเข้ามาในห้องนอนชายหนุ่มเข้าไปนั่งที่ขอบเตียง มองคนรักที่นอนหลับสนิท เขาค่อยๆ เอื้อมมือไปปัดผมที่ปรกหน้าของพาสออก ใบหน้าสวยเริ่มกลับมีสีสันขึ้นจากเดิม เขาไม่อยากคิดเลยว่าถ้าเขาไปไม่ทันพาสจะเป็นอย่างไร แต่เขารู้อย่างหนึ่งคือไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นเขาจะยังคงมั่นคงต่อเธอ เขารักเธอ ณุก้มลงจูบที่หน้าผากของเธอ


“พี่ณุ...” พาสค่อยๆ ลืมตาขึ้น เธอยกมือน้อยขึ้นลูบคางของชายหนุ่ม


เขาจับมือข้างนั้นของพาสมาจูบที่กลางฝ่ามือนุ่ม “นอนต่อเถอะพี่จะเฝ้าอยู่ตรงนี้”


“พี่ณุไปพักดีกว่าฮะ.... พี่ณุยังไม่หายดีเลย” พาสพูดด้วยความเป็นห่วง


“พี่นอนไม่หลับหรอก.... กลัวถ้าหลับปลาจะหายไป”


“โธ่.... ไม่หายหรอกฮะ... ดูสิเจ้านาฏมันกอดไว้แน่นขนาดนี้” พาสหันไปมองน้องสาวนิดหนึ่งก่อนจะหันกลับมายิ้มให้ณุ


“ขอพี่เฝ้าอยู่ตรงนี้เถอะนะ... พี่อยากอยู่ใกล้ๆ” ณุอ้อน เอามือหญิงสาวมาแนบแก้ม


“... ทำไมเดี๋ยวนี้ดื้อนักฮะ”


“ติดมาจากลูกปลาน้อยนี่ไงครับ” ณุบีบจมูกคนรัก


.
จู่ๆ นาฏก็ลุกขึ้นนั่งสองหนุ่มสาวที่คุยกันอยู่ต่างหันมามองน้องเป็นตาเดียว นาฏยิ้มกวนๆ ให้คนทั้งสอง


“ไปล่ะ... ไม่อยู่เป็นก้างดีกว่า” นาฏคลานลงจากเตียง


“นาฏจะไปไหน” พาสร้องถาม


“ไม่เอาแล้ว.... นาฏเขิน” นาฏหันมาโบกมือให้พี่สาวก่อนจะออกจากห้องไป


“เจ้านาฏ.... เดี๋ยว” พาสพยายามเรียกน้องเอาไว้ แต่ก็ไม่ทันซะแล้ว


“มีพี่อยู่ทั้งคนจะเรียกนาฏไว้ทำไม” ณุถามยิ้มๆ

---------------------------------------------------------------มาลงให้หน่อยหนึ่งก่อนนะคะ
ยังไม่จบนะคะรออีกแป๊บหนึ่ง เอามาให้อ่านประทังไปก่อน
---------------------------------------------------------------2


“พี่ณุน่ะ... ตัวอันตราย” พาสย้อน พร้อมกับพยายามดึงมือที่ณุกุมไว้กลับ


“โธ่.... พี่เป็นคนป่วยนะจะไปทำอะไรปลาได้” ปากพูดไป แต่หน้าคมกลับก้มลงมาหอมแก้มนวล


พาสเบี่ยงหน้าหลบแต่ก็ไม่สามารถรอดพ้นหน้าคมที่ตามติด เพื่อขโมยหอมแก้มสาวอันเป็นที่รักของเขาได้


“ชื่นใจจัง.....”


“นี่นะคนป่วย..... ฉวยโอกาส” พาสใช้มือข้างที่ว่างพยายามผลักหน้าณุออกห่าง


“พี่ป่วยจริงๆ นะ... แขนก็เจ็บซี่โครงก็เดาะ... หัวใจก็....” ณุอ้อน


“นั่นสิ.... ป่วยเยอะขนาดนี้ก็ไปพักสิฮะ” พาสไล่


“ไม่เอา.... พี่จะเฝ้าลูกปลา” ชายหนุ่มคว้ามือทั้งสองข้างของพาสมาแนบอกทำตาหวาน


“งั้นก็เฝ้าเฉยๆ สิ.... อย่ามารุ่มร่าม” พาสว่า แล้วก็ต้องก้มหน้า หนีหน้าคมที่อยู่ใกล้


“ลูกปลาจ๋า.... รู้ไหมพี่ห่วงปลาแค่ไหน” ณุจับหน้าพาสให้เงยขึ้นสบตา


“ไม่....รุ....” พาสพูดไม่จบ ปากอิ่มของเธอก็ถูกปิดด้วยริมฝีปากบางของชายหนุ่ม


“ไม่กวนพี่สักแป๊บได้ไหมคะคนดี”


“..........” พาสไม่ตอบ เธอมองตาคมของณุนิ่ง


“พี่แทบจะเป็นบ้า... พี่ปวดใจมากกว่าตัวที่เจ็บอยู่นี่ซะอีก... ที่พี่ไม่สามารถดูแลปลาได้ตลอดเวลา ต้องทำให้ปลามาเจอกับเรื่องพวกนี้”


“..........” หญิงสาวหลุบตาลงต่ำ


“ปลาจ๋า....”


“ปลาขอโทษที่ทำให้พี่ณุต้องเจ็บตัวนะคะ” พาสพูดเสียงอ่อนหวานกับณุเป็นครั้งแรก


“พี่ไม่สนหรอกเรื่องเจ็บตัว... พี่ห่วงปลามากกว่าเป็นกังวลสารพัด.... พี่รักปลาอยากอยู่ใกล้ชิด อยากดูแลปลาทุกวันทุกเวลา.... ปลาละคะ.... รักพี่และพร้อมจะให้พี่ได้ดูแลจริงๆ แล้วหรือยัง”


“พี่ณุ....”


“จ๋า... ปลาจะว่าไงคะ”


หญิงสาวสบตาคมที่มองเธอแสนหยาดเยิ้ม หัวใจดวงน้อยไหววูบแต่ก็ไม่สามารถหลีกเลี่ยงไปทางไหนได้


ณุใช้ปลายนิ้วไล้ไปตามใบหน้านวลมาหยุดอยู่ตรงปากอิ่มเต็มสีชมพูระเรื่อ


ดวงตาของเธอที่มองเขาช่างแสนหวานรอยยิ้มที่มอบให้ชายหนุ่มตรงหน้าบอกได้ถึงความรักที่เธอได้มอบให้เขาหมดใจ


ณุแทบจะหยุดหายใจเขาไม่เคยเห็นพาสทำสายตาหวานและยิ้มเปิดเผยขนาดนี้กับเขามาก่อนและไม่เคยหวังว่าจะได้รับจากสาวตรงหน้า


“ปลา... รักพี่ณุค่ะ”


เพียงคำพูดที่แสนจะแผ่วเบาของพาส ก็สามารถทำให้คนเจ็บหายได้เป็นปลิดทิ้ง หัวใจของเขาพองโตคับอก เสียงแว่วหวานที่บอกรักมันช่างหวานนักสำหรับคนที่เฝ้ารอคำนี้จากปากเธอมาแสนนาน


“พี่ขออยู่ข้างๆ ลูกปลาตัวน้อยนี้ได้ไหมคะ”


“............” พาสไม่พูดอะไร เธอค่อยๆ ขยับตัวให้ณุลงนอนเคียงคู่ เขาใช้แขนซ้ายช้อนใต้คอให้หญิงสาวหนุนแทนหมอน


ชายหนุ่มจูบที่หว่างคิ้วของพาสแล้วจูบย้ำอีกครั้งที่เรือนผมนุ่ม


หญิงสาวซุกตัวกับอกกว้าง เธอรับรู้ถึงความอบอุ่น ได้รับการปกป้องคุ้มภัยที่ผู้ชายคนนี้มอบให้ ณุโอบกระชับร่างน้อยไว้แนบอก เขาหลับตาลงใบหน้าคมเผยรอยยิ้มบางๆ ออกมา


.
ทางเอียนที่ถูกป้าติ๋มอบรมพักใหญ่ไปยืนสงบสติที่นอกระเบียงห้องนอน อย่างน้อยเขาก็ยังรับฟังป้าที่เลี้ยงเค้ามาตั้งแต่เด็ก เขาจึงเกรงใจอยู่ไม่น้อยเขานึกถึงคำพูดของป้าที่บอกไว้


“การที่เรารักใครสักคนไม่จำเป็นหรอกนะคะว่าเราต้องได้ครอบครองเขา ยิ่งถ้าเขามีคนที่ใช่อยู่แล้วเราควรจะยินดีมากกว่า การที่คุณทำอย่างนี้ไม่ถูกต้องเลยนะคะ มันไม่ใช่ความรักแล้วค่ะแต่เป็นความหน้ามืดตามัวมากกว่า”


ชายหนุ่มมองดวงจันทร์ดวงใหญ่ที่ส่องแสงนวลตาภาพของหญิงที่เค้าไม่สามารถคว้ามาเป็นของตนก็ลอยขึ้นมาทาบทับพระจันทร์


“พาส.....ผมขอโทษ...........”


.
ใต้ฟ้าเดียวกันดวงจันทร์ดวงเดียวกันต่างกันแค่คนมอง เบนแหงนหน้ามองฟ้ามองจันทร์ด้วยความรู้สึกที่ยากจะบรรยาย สำหรับเขาตอนนี้มันยากจะลืมได้กับความรักที่เขาเทให้เธอหมดใจ ความรักครั้งแรกอย่างแท้จริงของเขาคือเธอคนนี้เพียงคนเดียวตลอดมา เขาต้องยิ้มให้ได้ต้องรับให้ได้ว่าเธอมีคนเคียงข้างที่ดี คนที่สามารถทำให้สาวแสนห้าว เปลี่ยนไปได้มากมายขนาดนี้ ซึ่งเขาไม่มีวันที่จะทำให้เธอเปลี่ยนได้


“ปี๊ด...ปี๊ด” เสียงโทรศัพทดังขึ้น


“ครับ.... พิ” เขายิ้มน้อยๆ กับโทรศัพท์



.
ทางบ้านที่ยังคงเฝ้ารอการกลับมาของคนอันเป็นที่รักอย่างใจจดจ่อ คุณชัยยศนั่งเงียบอยู่เพียงลำพังตั้งแต่เมื่อคืนท่านไม่ยอมหลับยอมนอน ส่วนคุณสินีกับคุณกาญจนาลงมารอบุตรสาวแต่เช้า ส่วนกานต์กับเอและน้องๆ ทุกคนมาที่บ้านตั้งแต่กลางดึกเมื่อคืนวาน



“พี่พาส... แม่คะมากันแล้วค่ะ” เปรียวตะโกนเสียงดัง


คนที่ถูกกล่าวถึงพากันเดินเข้าบ้านมา ทั้งห้ายกมือไหว้ผู้ใหญ่ที่นั่งกันอยู่ฝั่งหนึ่ง นาฏ กีกิ เบน เลี่ยงไปทางกลุ่มใหญ่ที่กวักมือเรียก


“ปลา.....” คุณชัยยศตรงเข้าไปกอดบุตรสาว


“พ่อคะ...” พาสกอดผู้เป็นพ่อแน่น เธอเห็นถึงความอ่อนล้าของท่านก็รู้ได้ทันทีว่าผู้เป็นพ่อคงอดหลับอดนอนเพื่อรอเธอกลับมา


“ขวัญมานะลูกนะ” คุณชัยยศลูบผมบุตรสาว


“ค่ะ...” พาสยิ้มให้พ่อ สองพ่อลูกกอดกันกลมอยู่สักพัก


“คุณคะ....” เสียงภรรยาดังมากระทบหู


คุณชัยยศมองไปทางภรรยาที่นั่งอยู่ก่อนจะปล่อยบุตรสาว “ไป... ไปหาแม่เขา...”


ณุพยุงพาหญิงสาวไปส่งให้กับสาวสูงวัยทั้งสองที่กางแขนรอรับลูกสาว ตัวเขาเองมาลงนั่งข้างๆ คุณชัยยศ


“ขอบใจมาก” ท่านตบบ่าชายหนุ่ม


“ผมไม่ได้ทำอะไรมากหรอกครับ.. ต้องสองคนนั้นครับที่ทุ่มกันสุดตัว” ณุยกความดีทั้งหมดให้กับสองหนุ่ม


“.... อืมนะ...” คุณชัยยศมองไปทางสองหนุ่ม ทั้งสองหันมาสบตาพร้อมกับยิ้มให้ท่านแล้วหันกลับไปคุยต่อ


“ตกลงเรื่องทั้งหมดมันเป็นไงมาไงกันแน่ละณุ” คุณชัยยศยังคงไม่เข้าใจว่าทำไมจึงเกิดเหตุการณ์นี้ได้


“เรื่องมันยาวครับ.... ผมว่าเราไปนั่งคุยกันทางโน้นดีกว่า...” ณุกระซิบเขาผายมือให้ท่านแล้วพากันไปที่ห้องนั่งเล่น โดยมีพวกเบนเดินตามเข้าไปร่วมวงสนทนาด้วย


แม่ทั้งสองต่างกอดรัดบุตรสาวแน่น สักครู่พาสดันตัวเองออกแล้วลงมานั่งคุกเข่ากับพื้นเธอกราบลงที่ตักของมารดาทั้งสอง


“ปลาขอโทษที่ทำให้แม่ทั้งสองต้องเป็นห่วงนะคะ”


“ทูนหัวของแม่” คุณกาญจนารวมมือบุตรสาวไว้ ท่านก้มจูบกลางกระหม่อมของลูกสาว


“หมดเคราะห์แล้วนะลูก... หนูปลอดภัยกลับมาแม่ก็ดีใจที่สุดแล้ว” คุณสินีลูบผมอย่างรักใคร่


“หนูรักแม่ทั้งสองที่สุดเลยค่ะ” หญิงสาวโผเข้าไปกอดเอวของท่านทั้งสอง


“.........” ทั้งสองแม่ต่างกอดลูกสาวแน่น


“ช่างอ้อนเหลือเกินลูกเอ๊ย..” คุณสินีพูดขึ้น


“คุณพี่จะรับไปเลยไหมคะ... น้องยกให้... เอาไปให้ตาณุปราบความดื้อเสียหน่อย” คุณกาญจนาแหย่


“แม่...” พาสค้อนมารดา


“ไม่เป็นไรหรอกน้องนา... อีกไม่ถึงเดือนพี่รอได้” คุณสินีบอก


“คะ.... ว่าไงนะคะ” พาสหันมามองหน้าคุณสินี


“ตายล่ะ.... เผลอไป” ท่านยกมือขึ้นปิดปาก


“แม่คะ... ยังไม่แต่งไม่ได้เหรอคะ...” พาสซบลงกับตักคุณกาญจนา


“ไม่ได้หรอกลูก... เดี๋ยวพี่เขาโกรธแม่แย่” คุณกาญจนาลูบผมบุตรสาว


“ก็ปลายังไม่อยากแต่งนี่คะ” พาสชะม้ายตามองมารดา


“ได้ไงคะ.. พี่ไม่ยอม” ณุรวบตัวคนรักมากอด


“ไม่แต่ง...” พาสส่ายหัว


“ก็ไหนว่ารักพี่ไงคะ.... ยอมให้พี่ดูแลแล้วไม่ไช่เหรอ” ณุถาม


“ก็...” พาสมองสองแม่ที่นั่งยิ้ม แล้วก็ต้องอายจนหน้าแดงพูดไม่ออก


“ถ้าไม่แต่งแล้วพี่จะดูแลลูกปลาแสนดื้อได้ไงล่ะคะ” ณุอ้อนถาม


“พี่ณุ... ต่อหน้าแม่นะ... ปล่อย.” พาสพยายามแกะมือของณุออก


“คุณแม่ครับผมขออนุญาตนะครับ” ณุหันไปบอกแม่ทั้งสอง ก่อนจะลุกดึงพาสที่ดูจะไม่เต็มใจนักพาขึ้นชั้นบนไป


“ณุอย่ารังแกน้องนะลูก” คุณสินีพูดไล่หลังบุตรชาย

------ เดี๋ยวมาต่อค่ะ
--------------------------------------------------------------3


พาสถูกพามาที่ห้องนอนสมัยเด็กของเธอ หญิงสาวมองไปรอบๆ ห้องอย่างไม่เชื่อตาตัวเอง ทุกอย่างไม่ได้เปลี่ยนไปสักนิด แม้เดี๋ยวนี้เธอจะมาเยื่ยมพ่อกับแม่ แต่ก็ไม่เคยย่างกรายขึ้นมาสักครั้ง


“พี่ณุรู้ว่าห้องนี้ห้องปลาได้ไงคะ” พาสหันมามองเขานิดหนึ่งก่อนเดินไปที่โต๊ะอ่านหนังสือ


“ก้านพาขึ้นมา” ณุยืนพิงชั้นหนังสือ


“อืม” พาสยกรูปตัวเองขึ้นดู เธอยิ้มบางๆ ออกมา “... ไม่เปลี่ยนไปสักนิด”


“ไม่ต้องเปลี่ยนเรื่องเลย... มาคุยเรื่องแต่งงานกันก่อน” ณุเข้าไปใกล้ตั้งท่าจะรวบเธอเข้ามาหา


“ไม่เอา...” พาสเดินหนีไปทางหน้าต่าง


“ลูกปลา....” ณุทำหน้าเข้ม


“ก็ปลาไม่อยากแต่งชุดแบบคราววันหมั้นแล้วนี่” พาสทำเป็นงอแง


“แล้วถ้าไม่ต้องใส่ชุดแบบนั้นล่ะ” ณุถามยิ้มๆ เขารู้ดีว่าที่พาสพูดนั้นเป็นเพียงข้ออ้าง คงไม่ใช่เรื่องชุดเท่านั้น


“ไม่....” พาสพูดได้คำเดียว ณุก็เข้ามาประชิดติดตัว


“ทำไมคะ”


“ก็.... ก็.......... พี่ณุชอบรังแกปลา” พาสอ้อมแอ้มตอบ


“ใครว่ารังแก... คนรักกันเขาก็อย่างนี้ทั้งนั้น” เขาเชยคางมนขึ้นพิจ พร้อมกับเอนตัวก้มหน้ามาใกล้


"พี่ณุ...” หญิงสาวถูกจับไว้มั่นจะหันหนีไปทางไหนก็ไม่ได้


ชายหนุ่มค่อยๆ จูบที่ปากอิ่ม แรกรสสัมผัสนั้นช่างนุ่มนวลแสนอ่อนหวานเพียงครู่ก็เริ่มหนักหน่วงขึ้นหญิงสาวแทบหายใจไม่ออก พาสครางในลำคอเบาๆ หญิงสาวต้องใช้สองมือโอบรอบไหล่ของณุ เธอรู้สึกเสียการทรงตัวแข้งขาหมดเรี่ยวแรง ถ้าชายหนุ่มไม่กอดเธอไว้ร่างน้อยคงลงไปกองกับพื้นห้องเป็นแน่


“พี่ณุ...” พาสเรียกเสียงแผ่ว


“หืม...” ณุยังคงซุกไซร้ไปทั่วหน้าสู่ลำคอขาว


“หยุดเถอะค่ะ....” ร่างน้อยสะท้านอยู่ในอ้อมแขนแข็งแรง


“ตกลงแต่งไหมคะ...” ณุงึมงำอยู่แถวซอกคอของเธอ


“พี่ณุนะ....”


“ว่าไงคะ...” เขาดูดซับความหวานไล้กลับมาที่ข้างกกหูของสาวอันเป็นที่รัก


“แต่ง... แต่งแล้วค่ะ..” พาสพูดเสียงเบาหวิว


สิ้นคำของหญิงสาวณุก็สวมกอดเธอแน่นขึ้น เขาค่อยๆ สัมผัสที่ริมฝีปากอิ่มอีกครั้ง คราวนี้หญิงสาวกลับตอบสนองเขาเช่นกัน ณุตื้นตันเป็นที่สุดเขามองตาหวานซึ้งของเธอ


“อย่ายิ้มอย่างนี้กับคนอื่นนะ... พี่หวง” ณุว่า


“....” พาสมองหน้าเขายิ้มๆ


“ที่รักจ๋า...” ณุทำท่าจะก้มลงมาอีก


“ไม่เอาแล้ว...” พาสผลักหน้าคมออกห่าง


“หึ... หึ..” ณุหัวเราะในลำคอ เขากัดเบาๆ ที่ฝ่ามือน้อยนั้น


“อุ๊ย...” พาสร้องออกมาไม่ดังนัก


“ดื้อนัก” ณุรวบตัวเธอไว้ พาสยิ้มอยู่กับอกของชายหนุ่ม



.
ที่ห้องทำงานของพาสหญิงสาวมองไปทางประตูที่มีใครบางคนก้าวเข้ามาพร้อมกับเสียงเรียกแสนหวาน


“พาสคะ” ศศิยิ้มหวานมาแต่ไกล


“กลับมาเมื่อไหร่ฮะ.... ศศิ” พาสยิ้มทัก


“เมื่อวานค่ะ... คิดถึงพาสเลยต้องรีบมาหา... ศศิมีของมาฝากด้วยนะคะ” ศศิมานั่งหน้าโต๊ะทำงานเธอวางถุงบนโต๊ะ


“ขอบคุณฮะ...” พาสขยับถุงมาตรงที่ว่างข้างๆ ตัว


ศศินั่งมองหน้าพาสตาไม่กระพริบ เธอรู้สึกว่าคนตรงหน้าเปลี่ยนไปมากจากสองเดือนที่เธอไม่อยู่ แววตาพาสอ่อนหวานขึ้น ดูสดใสขึ้นไม่อมทุกข์เหมือนแต่ก่อน


“พาสมีเรื่องดีๆ อะไรที่ศศิไม่รู้บ้างหรือเปล่าคะ” ศศิถาม


“ก็มีเรื่องทางบ้านนิดหน่อย พาสเข้าใจกับพ่อแม่ดีแล้วน่ะฮะ” พาสตอบ


สาวเปรี้ยวสังเกตุว่าพาสเอามือลูบแหวนที่คอตลอดเวลาที่ตอบเธอ ที่นิ้วนางของพาสมีแหวนที่เธอไม่เคยเห็นเป็นเพชรน้ำงามวงสวย


“พาสหมั้นแล้วใช่ไหมคะ” ศศิถามออกไป แต่ใจกลับไม่อยากรับรู้คำตอบที่เธอจะต้องได้รับ


“เอ่อ.........ฮะ” พาสมองสาวตรงหน้าด้วยความสงสาร แต่เธอก็จำต้องตอบตามจริง


“ศศิ.... ศศิ...” ศศิพูดอะไรไม่ออก น้ำตาไหลออกมาดื้อๆ ทั้งที่รู้ว่าวันนี้ต้องมาถึง เธอพยายามแล้วการที่เธอยอมไปดูงานถึงสองเดือนก็เพื่อห่างจากพาส เผื่อจะลืมคนตรงหน้าได้บ้าง แต่พอกลับถึงเมืองไทยหัวใจเธอกลับสั่งให้มาหนาคนๆ นี้


พาสลุกมาหาศศิที่นั่งก้มหน้าปล่อยให้น้ำตาหยดลงสู่ตักของตัวเอง พาสจับมือทั้งสองข้างของสาวเปรี้ยวมากุมไว้


“พาสเข้าใจศศินะฮะ... แต่เราสองคนคงเป็นอื่นไปกว่าเพื่อนไม่ได้ศศิก็รู้... พาสดีใจที่ศศิรักและคอยใส่ใจกับพาสเสมอมา...”เธอหยุดพูดไปครู่เมื่อศศิค่อยๆ เงยหน้าขึ้นมอง


“สิ่งที่พาสมอบให้ศศิเสมอมาเช่นกันนั้นก็คือความรักนะฮะ แต่มันเป็นความรักแบบที่เพื่อนมีให้กัน”


“ศศิรู้ค่ะ.... ยิ่งเมื่อเห็นพาสอยู่กับพี่ณุศศิก็เข้าใจทุกอย่าง แต่.... แต่ว่า....” ศศิยิ่งร้องไห้หนักขึ้น


พาสต้องดึงศศิขึ้นมากอดเธอทำได้เพียงกอดเอาไว้เท่านั้น บางครั้งคำพูดก็ช่วยอะไรไม่ได้อย่างที่คิด


ศศิทีซบนิ่งจนน้ำตาค่อยๆ หยุดไหลเสียงสะอื้นเงียบหาย เธอกอดรอบตัวพาสไว้ด้วยความรัก ครั้งนี้คงเป็นครั้งสุดท้ายที่จะสามารถสวมกอดพาสไว้อย่างนี้ได้ หลังจากนี้อ้อมแขนของพาสจะเป็นของคนอื่นคนๆ นั้นที่มาแย่งเอาคนที่เธอรักไป แต่เขาจะเป็นคนที่สามารถปกป้องคนที่เธอรักได้ เป็นคนที่ทำให้คนที่เธอกอดอยู่นี้ยิ้มอย่างมีความสุขได้


“ศศิดีใจกับพาส....... ยินดีด้วยนะคะ” ศศิคลายอ้อมแขนตัวเอง เธอยิ้มทั้งที่หน้าเต็มไปด้วยคราบน้ำตา


“ขอบคุณฮะ.... ศศิจำไว้นะฮะว่าไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นเราจะเป็นเพื่อนกันไม่มีอะไรมากั้นสิ่งนี้ได้ เราจะเป็นเหมือนเดิมนะฮะ” พาสเช็ดคราบน้ำตาให้


“ค่ะ...” ศศิยิ้มรับกับคำกล่าวของพาส


วันนี้พาสขึ้นร้องเพลงหวานได้หวานจับใจ เธอถ่ายทอดอารมณ์ทั้งหมดออกมาจากก้นบึ้งในจิตใจ ภาพของชายหนุ่มคนหนึ่งที่ก้าวเข้าร้านมาหน้าที่มอมแมมไปด้วยน้ำมันเครื่อง คนที่กล้าบอกว่าชอบเธอเพียงเวลาไม่นาน คนที่ช่วยเธอตอนมีเรื่อง เขาที่แสนจะช่างเจรจาช่างเว้าวอน กวนอารมณ์ในบางครั้ง ทำตามใจตัวเองเสมอ คนที่ทำให้เธอคืนดีกับพ่อและแม่ คนๆ นั้นคนที่เธอยอมมอบใจภัก


สิ้นเสียงแว่วทำนองหวาน เสียงปรบมือได้ดังสนั่นไปทั่วทั้งร้าน พาสส่งยิ้มให้กับทุกคน เธอยังคงกล่าวลาทุกคนเหมือนเช่นทุกวัน


“ขอบคุณนะคะทุกคน พาสอยากบอกว่าอยากให้ทุกคนที่มาที่ร้านของเรามีความลุขและได้รับความสบายใจ ความสุขใจกลับไปนะคะ ยังไงร้านแสนรักยินดีต้อนรับทุกคนเสมอค่ะ.... ขอบคุณค่ะ”


พาสที่ยืนนิ่งอยู่ที่ชานหน้าร้านเธอมองไปรอบๆ บริเวณอย่างมีความสุข เธอเห็นหนุ่มหน้าคุ้นเดินมาตามทางเดินแสงนวลตาทำให้หนุ่มรูปงามยิ่งดูหล่อเหลามากขึ้น ยิ่งเขาส่งยิ้มหวานหวามมาให้เธอมองเขาเพลินจนชายหนุ่มมาหยุดยืนตรงหน้า


“มายืนตรงนี้ทำไมคะ อากาศเย็นเดี๋ยวไม่สบายไปนะ.... พรุ่งนี้เจ้าสาวไม่สบายไปพี่ทำไงล่ะคะเนี่ย”


“หาเจ้าสาวใหม่เอาสิคะ...” ปลาพูดยิ้มๆ


“ไม่เอา... พี่จะแต่งกับลูกปลาแสนดื้อ” เขาหยิกแก้มนวล


“คิดอะไรอยู่คะคนดี” ณุเอ่ยถาม


“ปลานึกถึงอะไรหลายอย่างค่ะ..... ร้านนี้พี่ณุรู้ไหมทำไมถึงชื่อแสนรัก” พาสถามณุเมื่อเขามายืนซ้อนหลังเอามือโอบรอบเอวหญิงสาว


“บอกสิคะ..” ณุกระซิบที่ข้างหู


“ปลาคิดว่าอยากทำร้านนี้ให้ผู้คนที่เข้ามามีความสุข ความอบอุ่น รักไม่ว่าเป็นแบบไหน ยิ่งความรักจากคนที่ปลาไม่คิดว่าจะได้กลับมา ปลาอยากให้ผู้คนที่ก้าวเข้ามาไม่ว่าเขาคนนั้นจะเป็นใคร มีความทุกข์หรือเหน็ดเหนื่อยแค่ไหน ผิดหวังจากอะไรมาก็ตาม ขอให้เขาเข้ามาแล้วได้ผ่อนคลายสิ่งเหล่านั้นออกไปบ้างไม่มากก็น้อย ขอแค่ทำให้ได้รับในสิ่งที่ดีกลับไป ปลาก็มีความสุขแล้ว แต่สามปีมานี้บอกได้เลยว่าไม่เลย ยิ่งเห็นครอบครัวคนอื่นที่เขามากันพร้อมหน้าเขาร่าเริงสดใส ปลากลับยิ่งทุกข์ความเศร้ามันกัดกินใจอยู่ทุกวัน”


พาสพูดไปณุก็คอยโยกเธอเหมือนกำลังกล่อมเด็กน้อย หญิงสาวพิงศรีษะกับไหล่กว้าง ณุเอาคางเกยกระหม่อมน้อยๆ ไว้


“จนวันนี้ปลาเพิ่งเห็นว่าร้านตัวเองสมกับคำว่าแสนรัก ปลาได้รับความรักจากทุกคนอย่างมากมาย ไม่ว่าพ่อแม่ ป้าคำปุน อาศักดิ์ อาภา พี่วลี น้องทุกคน เพื่อนที่แสนดีอย่างเบน และ....”


พาสแกะมือชายหนุ่มออกเธอหันมาหาเขา หญิงสาวเงยหน้าขึ้น ดวงตาหวานที่มองเขานิ่งเธอยิ้มหวานให้เขา ให้เขาคนนี้เพียงผู้เดียว


“พี่ณุ... ปลาไม่คิดว่าตัวเองจะรักใครได้ ทั้งที่ปลากลัวเรื่องพวกนี้มาก แต่ปลาก็รักคนตรงหน้าของปลาคนนี้จนได้... ปลาไม่สัญญาหรอกนะคะว่าวันข้างหน้าจะเป็นเช่นไร.. เพราะปลาไม่รู้ แต่วันนี้ปลา.........รักพี่ณุค่ะ”


ณุยิ้มรับต่อคำพูดของสาวตรงหน้า “พี่รักลูกปลาและพี่กล้าสัญญาว่าพี่จะยังคงรักและเข้าใจลูกปลาเสมอ ขออย่างเดียวปลาต้องบอกพี่ในทุกเรื่องที่ทำให้ปลาไม่สบายใจ เป็นทุกข์ ต้องไม่เก็บไว้เพียงลำพัง เรามีกันและกันนะคะ”


“ค่ะ...” พาสรับคำ


ทั้งสองต่างโอบกอดซึ่งกันและกัน ภายใต้แสงนวลตาของร้านแสนรักที่ยามนี้ทั่วทั้งบริเวณช่างสว่างสดใสเหมือนใจของเธอที่เต็มปี่ยมไปด้วยความสุข ที่ทั้งคู่มอบให้แก่กัน


จบบริบูรณ์ ค่ะ 1 + 8 = 9 ค่ะ

มีโปรแกรมรอต่ออยู่นะคะรอหน่อยกำลังคิดพล็อตเรื่องอยู่









 

Create Date : 06 สิงหาคม 2549    
Last Update : 7 สิงหาคม 2549 1:08:21 น.
Counter : 157 Pageviews.  

ฤ รัก บทที่ 17

ฤ รัก บทที่ 17 ดอกรักกลับผลิบาน
---------------------------------------------------------------


เกือบอาทิตย์แล้วที่ณุเอาแต่บ่นอยากกลับบ้าน เช้าวันนี้ก็เช่นกันตั้งแต่ตื่นนอนมาณุคอยอ้อนให้พาสเช็ดตัวให้แทนที่จะให้พยาบาลเช็ด


“นะ.. พี่ไม่ชอบให้คนอื่นมาเช็ดตัวให้... ปลาเช็ดให้พี่หน่อยสินะ..”


“ไม่เอา.... ให้พี่พยาบาลมาเช็ดให้น่ะดีแล้ว” พาสส่ายหัว


“พี่เขินจะแย่.... ให้ใครก็ไม่รู้มาเช็ดตัว” ณุงอแง


“ไม่....” พาสทำหน้าขึงขัง เธอยกออดขึ้นกดเรียกพยาบาล “พี่คะคนไข้ตื่นแล้วค่ะ เช็ดตัวให้ด้วยนะคะ”


“ปลาใจร้าย” ณุหน้าง้ำ


“.... หึหึ...” พาสกลับไปนอนเอกเขนกบนโซฟาตัวยาว


“.............” ณุได้แต่มองค้อนหญิงสาว


พยาบาลสองคนเดินเข้ามาในห้อง อีกคนเข็นรถที่มีอ่างเช็ดตัวมาที่ข้างเตียง จัดการรูดม่านปิดเพื่อเช็ดตัวให้กับชายหนุ่ม


“ลูกปลา...” เสียงเรียกดังมาจากหลังม่าน


“ฮะ” พาสที่นอนอยู่ขานรับ


“อย่าไปไหนนะ..”


“อืม..... อยู่ตรงนี้แหละ” พาสนอนยิ้มสบายอารมณ์


สักพักใหญ่ม่านก็ถูกเปิดออก ณุถูกเปลี่ยนเสื้อผ้าใหม่เรียบร้อยแต่ใบหน้าของเขายังคงหงิกเป็นลูกมะกรูด พยาบาลสาวมองพาสแล้วยิ้มให้ก่อนจะเดินออกจากห้องไป


“ไหนดูสิตัวหอมหรือยัง...” พาสกลับมานั่งที่ขอบเตียงทำจมูกฟุดฟิด “อืม.... ใช้ได้”


“เห็นพี่ป่วยสินะ... ได้ทีเอาใหญ่เลย” ณุงอแง


“อะไรกันมีสาวๆ มาเช็ดตัวให้แทนที่จะอารมณ์ดี กลับมาทำหน้าบูดงี้ละฮะ หมดหล่อกันพอดี” พาสยื่นหน้าเข้าไปใกล้


“ก็พี่ไม่ชอบ...” ณุยังคงทำหน้าตูม


“ฮึ...ฮี” พาสกลับยิ้มชอบใจ “เขาทำอะไรก็ปล่อยเขาทำไปสิฮะ หน้าที่เขานี่... อีกไม่กี่วันก็ไม่ต้องมาเจอกับพวกเขาแล้ว”

.
“ก๊อก...ก๊อก...” ประตูถูกเปิดออก คุณสินีเดินเข้ามาพร้อมกับเบนตามด้วยตำรวจอีกสองนาย


พาสลุกจากเตียงเมื่อเห็นคุณสินีและเพื่อนเดินเข้ามา และยิ่งต้องแปลกใจเมื่อมีตำรวจตามเข้ามาด้วย


“สวัสดีค่ะแม่... เอ่อสวัสดีค่ะคุณตำรวจ” พาสไหว้มารดาก่อน แล้วหันไปไหว้ตำรวจทั้งสองนาย


“สวัสดีครับแม่” ณุไหว้มารดา


“คุณตำรวจเขามาสอบถามตามหน้าที่น่ะจ้ะ... เขาต้องการสอบปากคำเพิ่มเติม” คุณสินีบอกกับลูกทั้งสอง


“สวัสดีครับ” ตำรวจทั้งสองยิ้มให้กับณุ


“ครับ” ณุรับคำ


“คือจากการตรวจที่เกิดเหตุ เราได้สอบกับผู้เห็นเหตุการณ์โดยรอบนั้นแล้วนะครับ ทุกคนพูดเหมือนกันว่า รถมอเตอร์ไซท์คันดังกล่าวได้วิ่งด้วยความเร็วสูง และดูเหมือนจะเจตนาตัดหน้ารถคุณด้วยนะครับ และรถคันนั้นก็ไม่ได้ติดป้ายทะเบียนด้วยสิครับ ผมจึงต้องขอความร่วมมือในการให้ปากคำของคุณน่ะครับ” หนึ่งในสองกล่าวขึ้น


“คุณตำรวจคิดว่าเป็นการเจตนาหรือครับ” ณุย้ำถาม


“ครับ... ผมอยากทราบว่าคุณมีศัตรูทางธุรกิจหรือทางไหนบ้างไหมครับ... นี่อาจเป็นเพียงการขู่เท่านั้น” ตำรวจนายเดิมถามต่อ


“ไม่ครับ.... งานผมไม่มีผลประโยชน์ขนาดให้ใครมาทำร้ายหรอกครับ” ณุตอบตามจริง


“เรื่องส่วนตัวละครับ”


ณุหันมามองหน้าพาสก่อนหันกลับไปตอบ “ไม่ครับ.... ไม่มี”


“แน่นะครับ...ว่าไม่มี” ตำรวจย้ำถามณุ แต่ตามองทุกคนหาความผิดปกติ


“ครับแน่” ณุตอบด้วยสีหน้าจริงจัง


“ถ้างั้นพวกผมขอตัวก่อน... ยังไงถ้านึกอะไรออกติดต่อเราทันทีนะครับ” ตำรวจทั้งสองนายลากลับ


เบนเดินไปส่งตำรวจทั้งสองนายที่หน้าประตูห้อง “ขอบคุณนะครับ”


พาสจ้องหน้าของณุ “พี่ณุมีอะไรปิดบังปลาใช่ไหม... ปลาก็สงสัยอยู่ว่าทำไมพี่ณุถึงเกิดอุบัติเหตุได้”


“ของมันเกิดกันได้อยู่แล้วนี่จ๊ะ... โธ่....” ณุอ้อน


“ไม่จริงปลาไม่เชื่อ จะบอกปลามาดีๆ หรือว่าต้องให้ไปถามคนอื่นก่อน... ถ้ารู้จากคนอื่นพี่ณุคงรู้นะฮะว่าผลลัพธ์มันจะเป็นยังไงถ้าทำให้ปลาโกรธ” พาสขู่


“ปลาจ๋า...” ณุเรียกเสียงอ่อนเสียงหวาน


“ไม่ต้องมาจ๊ะจ๋าเลย ยิ่งทำแบบนี้แสดงว่าจริงใช่ไหมฮะ” พาสเข้าไปยืนใกล้ๆ


“แม่ครับช่วยผมด้วย” ณุหันไปหาที่พึ่ง


“พี่ณุ.... พูดมา” พาสดึงแขนให้ชายหนุ่มหันมาทางเธอ


“ก็ไม่มีอะไรมาก.... แค่มีจดหมายขู่มาที่บริษัทให้พี่เลิกยุ่งกับปลา....” ณุอ้อมแอ้มตอบ


“แล้วสาเหตุที่พี่ณุขับรถมาหาปลาวันที่มีอุบัติเหตุล่ะ”


“จดหมายบอกว่า จะขอรับตัวปลาไปในวันนั้นน่ะจ้ะ” ณุพยายามยิ้มเอาใจ


“นี่เหรอฮะที่ว่าไม่มีอะไรของพี่ณุ” พาสโวยเสียงดัง เธอหันไปมองเพื่อน “รู้เรื่องนี้ด้วยหรือเปล่า...”


“อืม.. รู้...” เบนพยักหน้า


“มิน่าถึงว่าพักนี้ขยันเข้าร้านกันจัง.... พี่ณุใช้ให้ไปเฝ้าสิ... เดี๋ยวนี้เข้ากันดีจริงนะ” พาสประชดเพื่อน


“อย่าต่อว่าพี่เขาเลยลูก... พี่เขาห่วงหนูและไม่อยากให้ปลาคิดมากน่ะลูก” คุณสินีเข้ามาลูบหลังว่าที่สะใภ้ของท่านเบาๆ


“แม่ดูสิคะ.... อย่างน้อยถ้าปลารู้.... พี่ณุโทรหาปลาก็ได้นี่... เรื่องแบบนี้คงไม่เกิด” พาสต่อว่าณุ


เบนมองว่าเรื่องนี้คงต้องให้สองคนเคลียร์กันเอง เขาจึงขอตัวกลับ “ผมขอตัวกลับก่อนนะครับ ไว้เจอกันนะครับพี่ณุ” เขาไหว้ลาทุกคนแล้วรีบออกจากห้องไป


“แม่ก็กลับด้วยดีกว่า... ลูกสองคนเคลียร์กันเองนะลูก.... ปลาอย่ารุนแรงกับพี่เขานักนะ” คุณสินีทิ้งบุตรชายเช่นกัน


พาสหันมาสนใจมารดาแทน “คุณแม่มากับใครคะนี่”


“นายหงวนรออยู่ที่รถจ้ะ... พาสละลูกวันนี้เฝ้าพี่เขาไหม”


“อย่าปล่อยพี่ไว้คนเดียวนะ” ณุอ้อน


“ขอปลาคิดดูก่อนนะฮะ..... ปลาไปส่งแม่แล้วจะกลับมาให้คำตอบ” พาสหันมาทางคุณสินี “ไปค่ะคุณแม่พาสไปส่งที่รถนะคะ”


“ดุจัง...” ณุพูดไล่หลัง


.
พาสมายืนรอรถกับคุณสินีที่หน้าตรงประตูทางเข้าอาคาร พอน้าหงวนมาจอดเทียบพาสก็ลาคุณสินี เธอรอจนท่านขึ้นรถเรียบร้อยแล้ว ถึงได้เดินกลับเข้าด้านใน พาสแวะซื้อหนังสือกับขนมและน้ำที่ช๊อป เมื่อเสร็จก็มาขึ้นลิฟท์เพื่อกลับขึ้นห้อง


“ซื้อขนมมาฝากฮะ... สาวๆ” พาสยื่นขนมที่ซื้อส่งให้พวกพยาบาลประจำวอร์ด


“ขอบคุณค่ะ” พยาบาลยิ้มให้


“ไม่เป็นไรฮะ สำหรับสาวๆ ยินดีเสมอ” พาสยิ้มหวานให้


เธอเดินมาจะถึงหน้าห้องก็เห็นเอียนกำลังเดินมาทางเธอ


“พาสครับ..” เอียนตรงดิ่งมาหาพาสทันที


“คุณเอียน สวัสดีฮะ.... มาเยี่ยมพี่ณุเหรอฮะ” พาสถามอย่างสงสัยว่าเอียนรู้ได้ยังไง


“ครับ... ผมไปที่ร้านแสนรักมาครับ... เลยทราบว่าช่วงนี้พาสมาเฝ้าคุณณุที่ประสพอุบัติเหตุ... ผมก็เลยมาเยี่ยมครับ”


“คุณเอียนเข้าไปหาพี่ณุแล้วหรือฮะ” พาสมองจากที่เขาเดินกลับออกมา


“ครับ.... คุยกันนิดหน่อย... เห็นคุณณุท่าทางเพลียผมเลยขอตัวกลับ... ก็มาเจอพาสนี่ละครับ”


“ฮะ...” พาสพยายามจับผิดเอียนตามที่คนอื่นเคยพูด เพราะณุจะมีเรื่องเกี่ยวกับเธอก็เฉพาะกับคนๆ นี้เท่านั้น แต่เขาก็ไม่ได้แสดงปฏิกิริยาอะไรให้เธอเห็น แถมยังมาเยี่ยมณุอีกต่างหาก


“ไหนๆ แล้ว พาสเดินไปส่งผมหน่อยได้ไหมครับ เราไม่ได้คุยกันนานแล้วนะครับ” เขาพูดเป็นเชิงตัดพ้อ


“เอ่อ... ก็ได้ฮะ” พาสไม่อยากเสียมารยาท เขาอุตส่าห์มาเยี่ยมณุ


ทั้งสองเดินผ่านหน้าเคาน์เตอร์ห้องพักพยาบาล พาสยิ้มให้สาวๆ ในห้องนั้นแล้วเดินลงลิฟท์ไปพร้อมกับเอียน ปล่อยให้สาวๆ พล่ามถึงความหล่อบาดใจของเอียนและคนป่วยที่นอนอยู่ ทุกคนดูอิจฉาพาสที่ดูจะมีแต่หนุ่มหล่อห้อมล้อม จนเมื่อได้สัญญาณจากห้องผู้ป่วยทุกคนจึงแยกย้ายกันไป


“คะ... คุณณุต้องการอะไรคะ”


“ผมอยากถามว่าพอจะเห็นคุณปลาบ้างไหมครับ เธอฝากอะไรไว้หรือเปล่า” ณุไม่เข้าใจว่าทำไมปลาถึงหายไปนาน หรือว่างอนเขาจนหนีกลับไปแล้ว


“ค่ะคุณปลา.... เธอลงไปส่งผู้ชายที่มาเยี่ยมคุณเมื่อครู่นี้น่ะค่ะ”


“ใครครับ... ใครมาเยี่ยมผม ไม่มีนี่ครับ” ณุสงสัย


“เป็นหนุ่มลูกครึ่งน่ะค่ะ”


“ขอบคุณครับ” ณุวางหูโทรศัพท์ แล้วกดโทรหาเบน “เบน..... พี่ณุนะ”


“ครับ... มีอะไรเหรอครับ... หรือยังคุยกันไม่รู้เรื่อง”


“ไม่ใช่คือเมื่อครู่พยาบาลบอกว่านายเอียนมาเยี่ยมพี่ แต่เขาไม่ได้เข้ามานะ อีกอย่างพยาบาลบอกว่าพาสเดินไปส่งนายนั่น จนป่านนี้ยังไม่กลับขึ้นมาเลย พี่เป็นห่วง” ณุพูดไปก็เปลี่ยนเสื้อผ้าไป


“พี่ณุจะเอาไงครับ... ให้ผมกลับไปที่โรงพยาบาลไหม” เบนจอดรถเข้าข้างทาง


“เบนรู้ว่าบ้านเขาอยู่ไหนใช่ไหม... ลองไปเลียบๆ เคียงๆ ถามให้พี่หน่อย”


“ได้ครับ... ไปเดี๋ยวนี้ละครับ” เบนหมุนพวงมาลัยกลับเข้าสู่เส้นทาง


ณุโทรศัพท์หากีกิ “กีกิมาหาพี่ที่โรงพยาบาลด่วน เอียนหลอกพาพาสไป” ณุวางหูจากกีกิก็หันมาจัดการกับตัวเองต่อ


พยาบาลเดินเข้ามาเห็นณุเปลี่ยนเสื้อผ้าเธอจึงรีบเข้าไปห้ามเขา “คุณจะไปไหนคะ คุณหมอยังไม่อนุญาตนะคะ”


“ผมอยู่ไม่ได้ครับ.... รบกวนช่วยติดต่อฝ่ายการเงินด้วยครับ” ณุยังคงวุ่นวายกับตัวเอง เขาดูหงุดหงิดที่ทำอะไรได้ไม่ถนัดนัก


“แต่ว่า...”


“ผมสบายดี... แต่ตอนนี้คนรักผมอยู่ในอันตราย... ช่วยผมหน่อยเถอะครับ” ณุหันมาขอร้อง


“คุณปลาเธอแค่ไปส่งเพื่อนนี่คะ... อีกสักครู่ก็คงมาละค่ะ” เธอเห็นว่าพาสไปกับเอียนซึ่งไม่ได้มีท่าทีผิดปกติ


“เขาไม่ได้มาเยี่ยมผม... เขามาหลอกเอาคนรักผมไป... ช่วยผมนะครับ” ณุย้ำอย่างร้อนรน


“ค่ะ... ค่ะ...” ทั้งที่ยังไม่เข้าใจดีนักแต่เธอก็รีบไปจัดการให้


กีกิกับนาฏรุดมาถึงโรงพยาบาลเห็นณุกำลังคุยโทรศัพท์อยู่ กีกิคอยกอดปลอบนาฏที่ร้องไห้มาตลอดทางด้วยความเป็นห่วงพี่สาว พอณุวางสายก็หันมาหาน้องทั้งสอง
“เบนบอกว่าที่บ้านไม่รู้ว่าเอียนไปไหน... แต่เห็นว่าให้แม่บ้านไปดูแลบ้านที่ชะอำเมื่ออาทิตย์ก่อน”


“งั้นก็แสดงว่า... เขาอาจจะเอาพี่พาสไปที่บ้านนั้น” กีกิพูดขึ้น


“แน่ใจเหรอกีกิ... เขาจะเอาพี่พาสไปที่ชะอำน่ะ... พวกเรารู้จักที่นั่นกันทุกคนนะ” นาฏแย้ง


“มันก็ไม่แน่หรอก ยิ่งที่ๆ เรารู้จักเขาก็ต้องคิดว่าเราคาดไม่ถึงเช่นกัน” ณุพูดขึ้น


“ตืด....ตืด...” เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น


“ผมว่าจะไปชะอำนะครับพี่ณุ... ผมสังหรณ์ใจว่าเขาน่าจะพาพาสไปที่นั่น”


“พี่ก็คิดอย่างนั้น.... พี่จะไปชะอำ... เราไปเจอกันที่บ้านลุงพี่นะ”


“ครับ...”


พอวางหูณุก็ลุกขึ้นพยักหน้ากับน้องทั้งสอง “ไป... กีกิพาพี่ไปส่งบ้านหน่อยพี่จะกลับไปเอารถ”


“ผมไปด้วยคนนะพี่ณุ หลายคนดีกว่ายังไงก็ช่วยกันได้... พี่ณุก็ยังไม่หายดีด้วย”


“งั้นไปรถนายเลยละกัน” ณุรีบก้าวออกจากห้อง


ทั้งสามมุ่งหน้าออกสู่เส้นทางมุ่งหน้าลงชะอำ ณุโทรศัพท์หามารดาเพื่อบอกข่าวเรื่องที่เกิดขึ้น และบอกถึงจุดหมายที่กำลังไป เขาขอให้มารดาแจ้งกับทางบ้านของพาสว่ามีเหตุการณ์นี้ขึ้น


พาสเริ่มรู้สึกตัวเธอมีอาการมึนหัว พอกำลังจะขยับตัวก็รู้สึกหนักไปหมด พาสได้ยินเสียงของเอียนเหมือนดังมาจากที่ไกลๆ เพียงครู่พาสก็รู้สึกเจ็บที่แขน หลังจากนั้นสติที่กำลังจะกลับมาก็ดิ่งวูบหายไปอีกครั้ง


เอียนฉีดยานอนหลับที่แขนของพาส เขาเจตนาให้เธอหลับจนกว่าจะถึงที่หมาย เขาวางแผนให้ณุประสพอุบัติเหตุ เพื่อรอจังหวะให้ทุกคนเผลอ และเบนความสนใจไปที่ณุ แล้วเขาก็รอเพื่อให้พาสอยู่เพียงลำพัง ซึ่งเขาตามเธอมาทั้งอาทิตย์เพิ่งสบโอกาสก็วันนี้ เขาได้ตัวเธอมาแล้วเขาคิดเพียงว่าจะไม่มีใครเอาตัวเธอไปจากเขาได้อีก


“ผมจะพาพาสไปเรือนหอของเรานะ เรือนหอที่พาสตกแต่งด้วยตัวเองไงครับ ผมอยากให้คุณพอใจและรักบ้านหลังนี้ของเรา เราจะมีลูกกันหลายๆ คนเลยนะครับ ผมอยากให้ลูกเหมือนคุณ น่ารัก เก่ง” เอียนเริ่มเพ้อฝัน เขาเหยียบคันเร่งแรงขึ้นหวังให้ถึงที่หมายโดยไว


----------------------------------------------------------------- ครึ่งหนึ่งอีกแล้วค่ะแล้วจะรีบมาต่อเน้อ
มาต่อแล้วค่ะจบบทที่ 17
-----------------------------------------------------------------


ทางด้านบ้านของพาสคุณกาญจนาที่นั่งฟังเรื่องของบุตรสาวจากคุณสินีที่มาหาที่บ้านเพื่อบอกข่าวของพาสด้วยตนเองถึงกับเป็นลมล้มพับไป คุณชัยยศต้องโอบประคองภรรยาเอายาดมมาอังจมูกให้


“นา.... นา.....” คุณชัยยศเรียกภรรยาไปก็จับๆ นวดๆ ตามเนื้อตัวไป


“น้องนาคะ...” คุณสินีบีบมือคุณกาญจนา


“ฮือ.... ฮือ.... ลูกปลา.... ลูกปลาของแม่...” คุณกาญจนาร่ำไห้ เรียกหาบุตรสาว


“น้องนา.... ทำใจดีๆ ไว้นะคะ” คุณสินีปลอบใจไป ตัวท่านเองก็อยากจะร้องไห้เพราะท่านก็ห่วงพาสไม่น้อย


“คุณคะ.... คุณพี่.... ลูกเรา..” คุณกาญจนาแหงนหน้ามองสามีแล้วหันไปจับคุณสินีไว้แน่น


“ลูกต้องปลอดภัย... ลูกเราเป็นคนเก่ง..... ผมเชื่อว่าปลาต้องเอาตัวรอดได้” คุณชัยยศพูดเหมือนปลอบตัวไปด้วย ท่านห่วงบุตรสาวมาก


“ณุต้องช่วยน้องได้ พี่เชื่ออย่างนั้น” คุณสินีหวังให้บุตรชายช่วยน้องให้ได้


“ตาณุเองก็ยังไม่หายดีเลยนะคะคุณพี่....” คุณกาญจนานึกถึงณุที่ยังคงบาดเจ็บอยู่


“อย่าห่วงณุเลยเขามีเบนกับกีกิไปด้วย.. พวกเขาต้องพาลูกสาวเรากลับมาได้คุณนา” คุณชัยยศบอกกับภรรยา


“ใช่ค่ะ... น้องนา...ทำใจดีๆ ไว้ รอลูกกลับมานะคะ” คุณสินีน้ำตาคลอ


“คุณพี่คะ...” สองแม่โผกอดกัน เหมือนช่วยปลอบใจซึ่งกันและกัน


.
เอียนอุ้มพาสเข้ามาในห้องนอนใหญ่ที่หญิงสาวเป็นผู้ตกแต่ง เขาวางเธอลงที่ที่เตียงใหญ่ผ้าคลุมที่นอนสีฟ้าสดใสถูกแม่บ้านดึงออกให้ ร่างน้อยถูกวางลงบนที่นอนนุ่ม


“ป้าช่วยเช็ดตัวและเปลี่ยนชุดให้คุณผู้หญิงด้วยนะ” เอียนนั่งลงข้างตัวพาส มือลูบไล้ไปตามใบหน้าอย่างแผ่วเบา


“คุณผุ้หญิงเป็นอะไรไปคะคุณ...” ป้าติ๋มแม่บ้านเอ่ยถามขึ้น


“ไม่ต้องถาม...... ดูแลคุณผู้หญิงด้วย ชุดของคุณเขาจัดการเอาเข้าตู้หมดแล้วใช่ไหม” เอียนหันไปทำตาขวางใส่แม่บ้าน


“ขอโทษค่ะ..” ดูป้าหวาดกลัวเอียนอยู่ไม่น้อย


“ไปจัดการตามที่สั่งได้แล้ว” เอียนไล่ เขาหันกลับมามองคนที่หลับนิ่ง


ป้าติ๋มมองเอียนที่ดูจะหวงแหนพาสเสียเหลือเกินนั้นอย่างซึ้งใจ แกดูแลเอียนมาตั้งแต่เด็กเขาอยู่กับแม่เพียงสองคนหลังจากที่พ่อหย่าขาดจากแม่ไป เขาถูกกดดันหลายอย่างไม่เป็นที่รักของแม่ อยากได้อะไรมารดาก็จะส่งเงินมาให้ เขามักจะใช้วิธีทำร้ายตัวเองเพื่อเรียกร้องความสนใจ แม้จะไม่ค่อยได้ผลกับแม่แต่ก็ได้ผลกับป้าติ๋มทุกครั้ง


ป้าสังเกตุตั้งแต่เอียนให้พาสกับเพื่อนไปตกแต่งบ้านที่กรุงเทพฯ ครั้งแรก แกก็ได้ทราบจากเอียนแล้วว่าผู้หญิงคนนี้จะมาเป็นคุณผู้หญิงของบ้าน และวันที่เอียนพาพาสมาบ้านอีกครั้งเขาก็สั่งให้แกเตรียมย้ายมาดูแลบ้านหลังนี้หลังจากพาสตกแต่งเสร็จ เอียนบอกว่าพาสตกแต่งบ้านนี้เพื่อใช้เป็นเรือนหอของเขาและเธอ ป้ารับฟังเรื่องของพาสจากปากเอียนทุกวัน แกเข้าใจเอาเองว่าทั้งสองรักกันไม่งั้นเอียนคงไม่ทุ่มเททุกอย่างเพื่อผู้หญิงคนนี้


เอียนเมื่อเห็นป้าหายเข้าห้องน้ำไปแล้ว เขาก็ค่อยๆ แกะกระดุมเสื้อของพาสออกเหลือแต่เพียงเสื้อกล้ามแขนสั้น เขาเห็นสร้อยที่คอของพาส หางตาของเอียนกระตุกอย่างไม่สบอารมณ์ เขาเอื้อมมือไปที่สร้อยกำลังจะถอดก็พอดีกับป้าติ๋มเดินกลับมาพร้อมกับอ่างแก้วใบเล็ก


“คุณคะ..” แกเรียก


“ฝากด้วยนะ” เอียนลุกเดินออกจากห้องไป


เอียนอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้ากลับขึ้นมาเขามองร่างที่นอนนิ่ง ชุดนอนสีชมพูอมม่วงอ่อนขลับให้ผิวนวลเนียนนั้นดูผุดผ่อง ป้าเอาผ้าห่มเนื้อเบาคลุมร่างบางของพาสไว้แล้วหันมาพูดกับเอียน


“คุณผู้หญิงแกหลับได้สนิทมากเลยค่ะ... ทั้งเช็ดตัวเปลี่ยนชุดแกยังไม่ตื่นเลยค่ะ...แกเป็นอะไรหรือเปล่าคะ”


“คุณผู้หญิงคงเพลียน่ะเดินทางไกล..อีกอย่างคุณเขาไม่ค่อยสบายด้วย.....” เอียนบอก


“อ้อค่ะ...”


“ป้าออกไปได้แล้ว.... ขอบใจนะป้า”


“ค่ะ..” ป้ารีบเดินเลี่ยงออกมา แกดึงประตูปิดให้


เอียนมาลงนั่งข้างๆ พาสบนเตียงนอน เขาลูบไล้ใบหน้านวลที่หลับไหลนั้นด้วยสายตาหวาม เขาแทบอยากจะกลืนกินเธอเข้าไป


“ผมอยากให้คุณตื่นมารับรู้ถึงความรักของผม พาสคุณตื่นสิครับนะ....” เอียนยังคงนั่งมองคนที่หลับอยู่นิ่ง


สักพักใหญ่ฤทธิ์ยาเริ่มคลาย พาสค่อยๆ สลึมสลือ ลืมตาขึ้นภาพรอบๆ ดูเบลอไปหมด เธอเห็นคนที่นั่งอยู่ข้างๆ พาสพยายามเพ่งมอง


“คุณเอียน”


“รู้สึกตัวแล้วหรือครับ...” เอียนท้าวแขนข้างหนึ่งไว้กับที่นอนอีกข้างลูบไล้ไปตามแขนเรียว


“ที่นี่....” พาสสอดส่ายสายตาไปทั่วห้อง


“คุณเอียนพาพาสมาที่นี่ทำไมฮะ... คุณเอียนจะทำอะไรพาส” หญิงสาวพยายามเขยิบหนีเท่าที่ทำได้


“เรือนหอของเราไงครับ.... ผมอยากให้พาสได้อยู่ที่นี่ในคืนแรกของเรา” เอียนก้มลงจนใกล้หน้านวล


พาสยกแขนขึ้นกันตัวเองเท่าที่จะทำได้ “คุณเอียน... พาสมีคู่หมั้นแล้วนะฮะ... คุณสัญญากับพาสแล้วด้วยว่าเราจะเป็นเพื่อนกัน”


“ก็แค่คู่หมั้น...อีกอย่างเพื่อนเนี่ยมันมีความหมายหลายอย่างนะครับ..” เอียนรั้งแขนของพาสเขาจับมันพาดลงกับที่นอนพร้อมกับใช้มือทั้งสองข้างยึดไว้


“ถ้าพาสเป็นของผมแล้ว หมอนั่นคงไม่ยุ่งกับคุณอีก”


เอียนยิ้มหวานให้พาสเขาก้มจะจูบที่ปากแต่พาสหันหนีริมฝีปากเขาเฉียดแก้มเธอไป พาสดึงแรงทั้งหมดที่มีในตอนนี้ดันเอียนให้พ้นตัว


“อย่าดิ้นเลย คุณก็รู้ขนาดเวลาปกติคุณก็สู้แรงผมไม่ได้อยู่แล้ว ยิ่งตอนนี้......” เขายิ้มอย่างผู้ที่เหนือกว่า มือทั้งสองข้างกดไหล่พาสไว้กับหมอน


“ไหนคุณเอียนบอกว่ารักพาส คุณรักพาสแต่ทำกับพาสอย่างนี้เหรอฮะ” น้ำตาไหลอาบแก้ม เธอหลงไว้ใจเขาพยายามมองข้ามบางอย่างของเขาไป


“เพราะผมรักคุณน่ะสิถึงต้องทำแบบนี้.... ในเมื่อคุณไม่รักผม”


“คุณบ้าไปแล้ว..... ปล่อยนะ” หญิงสาวดิ้นสุดแรง


“ใช่ผมบ้า... บ้าตั้งแต่ที่รู้ว่าคุณไปรักมัน.... คุณยิ้มให้คนอื่น.... ผมรักคุณขนาดไหนคุณไม่รู้หรอก” เขาเคลื่อนตัวขึ้นมากดทับเพื่อไม่ให้พาสขยับหนีไปไหนได้


“ฉันไม่ได้รักคุณ.... ไม่เคยแม้สักครั้งที่จะทำให้คุณเข้าใจไปอย่างนั้น” พาสเบี่ยงหน้าหนีใบหน้าคมคายที่พยายามปล้ำจูบเธอ


“ผมไม่เคยรักใครเท่าคุณ และผมจะไม่ให้คุณปฏิเสธผมเด็ดขาด” ดวงตาสีฟ้าเป็นประกายวาว


“ไม่.... ไม่ฉันไม่ยอม... ปล่อยฉัน...” พาสร้องเสียงดัง


“ยังไงคุณก็ต้องเป็นของผมคนเดียว” เขาจับมือทั้งสองข้างของพาสชูขึ้นเหนือหัวใช้มือเพียงข้างเดียวล็อคข้อมือเล็กไว้ มืออีกข้างบีบแก้มสาวไม่ให้ดิ้นหนีได้


“อย่า...” เสียงที่ออกจากปากหญิงสาวแทบไม่เป็นภาษา


.
ด้านสามหนุ่มขับตามกันเข้ามาจอดที่บ้าน นาฏถูกสั่งให้รออยู่ที่บ้าน ส่วนเบนลงจากรถตัวเองมาขึ้นรถกีกิ พอเขาปิดประตูกีกิก็ถอยรถออกจากที่จอดแล้วเร่งเครื่องขับทะยานไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว ทุกคนดูจะไม่ต้องการเสียเวลาแม้สักนาที ยิ่งณุด้วยแล้วเขากลัวเอียนจะข่มเหงน้ำใจพาส


.
เอียนบดขยี้ริมฝีปากอิ่มด้วยความกระหาย ในสมองของเขาตอนนี้คิดเพียงแค่ให้เธอเป็นของเขาเท่านั้น


“อื้อ....อ..” พาสยังคงดิ้นรนไม่หยุด เธอพยายามบิดจนแขนข้างหนึ่งหลุด เป็นอิสระหญิงสาวบิดหูของคนที่รังแกเธอเต็มแรง


“โอ๊ย...” เอียนร้องพร้อมกับเอามือคว้าแขนข้างนั้นออก


“พล๊อก..” เสียงหัวที่กระทบกับดั้งโด่งดังขึ้น เป็นจังหวะที่พาสอาศัยตอนที่เอียนจับมือเธอ หญิงสาวจึงเอาหัวโขลกเข้าที่หน้าหนุ่มลูกครึ่งอย่างแรง


“อ๊าก.....” เอียนร้องลั่น เขาลุกขึ้นนั่งกุมจมูกปากตัวเอง


หญิงสาวไม่รอช้าเธอใช้ขาถีบตัวเองให้พลิกหลุดจากเอียนหนีไปอีกฝากของเตียงใหญ่


“จะไปไหน...” เอียนตรงเข้าตะครุบร่างบาง


“ไม่....... ปล่อยนะ..” พาสคว้าหมอนได้ก็หลับหูหลับตาฟาดไม่ยั้ง


พอจับหมอนได้เขาก็เหวี่ยงให้พ้นทาง “ผมไม่อยากทำรุนแรงกับคุณนะพาส” เขาพูดด้วยน้ำเสียงที่ดุดันมากขึ้น


“ช่วยด้วย..... มีใครอยู่ไหม.... ช่วย...” หญิงสาวตะโกนร้องเสียงดัง


“ปึ้ก...” กำปั้นหนักๆ ทุบเข้าที่ท้องน้อยของพาส


“อุบ..” ร่างบางถึงกับตัวงอ


“คุณบังคับผมเอง....” เขาดึงตัวพาสให้เข้ามาในวงแขนแข็งแรง มืออีกข้างจับหน้าหญิงสาวให้เงยขึ้น หน้าของเขาก้มต่ำลงมาเรื่อย


“อ... อย่า...” พาสหลับตาแน่น เสียงของเธอขาดเป็นช่วง “ พี่... ณุ....” เธอนึกถึงแต่หน้าของชายหนุ่มอีกคน


ใบหน้าที่แนบเข้ามาชิดถึงกับชะงักเขาผลักเธอลงกับที่นอน “คิดว่ามันจะมาช่วยได้งั้นสิ... ป่านนี้ลุกจากเตียงได้รึยังก็ไม่รู้”


พาสผวากลัวคนตรงหน้าเธอรู้ตัวว่าสู้แรงคนๆ นี้ไม่ได้ เขาทั้งตัวใหญ่และแข็งแรงกว่าเธอหลายเท่ายิ่งตอนนี้ด้วยแล้ว


“คุณเอียน.... พาสขอล่ะฮะ.... ปล่อยพาสไปเถอะ” พาสพยายามพูดด้วยดีๆ


“ไม่.... ผมไม่วันปล่อยคุณให้ไอ้หมอนั่นเด็ดขาด” เขาพูดเสียงแข็ง


เอียนคว้าไปที่คอของหญิงสาว พาสถึงกับร้องเสียงหลง “อย่า..........”


สร้อยที่ณุมอบให้ถูกกระชากติดมือใหญ่ เขาชูให้เธอดูก่อนจะขว้างทิ้งไปทางด้านหลังอย่างไม่แยแส เขาจับมือพาสขึ้นมาพยายามจะรูดเอาแหวนที่นิ้วของพาสออก


“อย่า...... ไม่นะ... พี่ณุ.....ฮือ...” พาสร้องหาณุ เธอพยายามยื้อสุดแรง


ป้าติ๋มที่ได้ยินเสียงของทั้งสองมาสักพักหนึ่งแล้วทนไม่ไหว เธอไม่เข้าใจว่าถ้าพาสเป็นคนรักของนายเธอทำไมถึงร้องขอความช่วยเหลือ


“คุณคะ.... คุณ.....”


“ป้า... ไปไหนก็ไปอย่ามายุ่ง...” เอียนละมือจากพาสหันมองไปทางประตู


“คุณคะ.... ปล่อยคุณผู้หญิงเธอไปเถอะค่ะ” แกทุบประตูเรียกเอียน


“ไปให้พ้น.... เรื่องของผมกับพาสป้าไม่เกี่ยว... ไปซะ..” เอียนตะวาดเสียงดัง


“แต่....” แกยังคงลังเล


“ไปซะ....”


"ค่ะ...” แกจำต้องเดินลงมาด้านล่าง


.
ด้านนอกประตูบ้านพวกณุเคาะประตูกันใหญ่ เมื่อเห็นป้าติ๋มเดินลงมา หญิงสูงวัยตรงไปเปิดประตูบานใหญ่


“คุณมาหาใครคะ... แล้วเข้ามาได้ยังไงกัน”


“ผมมาหาพาสครับ.... เอ่อ... คนที่มากับคุณเอียนน่ะครับ” ณุตอบ เขาพยายามบอกให้แกเปิดประตูให้


“คุณเป็นเพื่อนกับคุณผู้หญิงเหรอคะ...” แกมองหน้าณุ เมื่อได้ยินชื่อนาย


“ผมเป็นคู่หมั้น... ตอนนี้เธออยู่ไหนครับ” พวกณุตรงเข้าไปในบ้านทันทีที่ป้าเปิดประตูให้


“ข้างบนค่ะ....” แกรีบบอก เพราะนั่นเท่ากับนายของแกทำผิดอย่างมาก ป้าติ๋มไม่ต้องการให้คนที่แกดูแลมาตลอดทำผิดด้วยเรื่องแบบนี้


ทั้งสามหนุ่มถลาขึ้นชั้นบนทันที ประตูห้องถูกเปิดออกด้วยการกระแทกของผู้ชายร่างกำยำสองคน เบนกับกีกิถลาไปข้างหน้าตามแรงที่พุ่งเข้าใส่ประตู ณุวิ่งไปที่เตียง “ปลา....”


“พี่ณุ......” พาสยิ้มดีใจที่เห็นหน้าณุ


“เฮ้ย.... พวกแก..” เอียนที่ทีแรกตกใจกับการมาของพวกสามหนุ่ม ทำท่าเหมือนจะผละจากพาสแต่เขาเพียงเสี่ยวนาทีเขากลับหันไปรวบตัวหญิงสาวมากอดไว้แน่น


“พี่ณุ...” พาสยื่นมือไขว้คว้าหาคนตรงหน้า


“ปล่อยปลาซะ... คุณเอียน” ณุปรี่เข้าไปใกล้


“ถอยไป...... พวกนายบุกรุกบ้านฉันอยู่นะ” เอียนโอบรอบตัวพาสไว้แน่นพร้อมกับตวาดเสียงแข็ง


“คุณต่างหากที่จะโดนข้อหาลักพาตัว.... ปล่อยปลาดีกว่าเราไม่อยากมีเรื่องกับคุณ” ณุค่อยๆ เอื้อมมือเข้าไปแต่ก็ต้องชะงัก


“ไม่...... แกต่างหากที่จะแย่งพาสไปจากฉัน” เอียนตะโกนอย่างบ้าคลั่ง


“คุณเอียนฮะ..... พาสบอกแล้วว่าเราเป็นเพื่อนกัน เรายังเป็นเพื่อนกันได้นะฮะ” พาสเห็นท่าทางเอียนเธออดกลัวไม่ได้ว่าเขาจะทำอะไรรุนแรง จึงพยายามใช้ไม้อ่อน


“ผมไม่ต้องการเพื่อน... ผมต้องการคุณเท่านั้น” เอียนคว้าปืนจากโต๊ะหัวเตียง


“คุณเอียน... อย่าทำบ้าๆ นะ” พาสร้องเสียงหลง


เบนกับกีกิยืนละล้าละลังอยู่ ณุขยับเข้าไปใกล้อีกปากกระบอกปืนก็หันมาทางเขาทันที จังหวะนั้นเบนจึงพุ่งเข้าชาร์ตแขนข้าที่ถือปืนของเอียน


“ปัง...”


“กรี๊ด.........”


เสียงปืนดังขึ้นพร้อมๆ กับเสียงร้องของพาส กระสุนนัดนั้นเฉียดไหล่ณุไปถูกกระจกหน้าต่างแตกกระจาย กีกิรีบเข้าไปช่วยเบนแกะปืนออกจากมือของเอียน เบนเอาเสื้อคลุมที่ปลายเตียงมามัดมือทั้งสองข้างของเอียนไว้


ณุตรงเข้าไปสวมกอดพาสที่เอาแต่ปิดหน้าร้องไห้ด้วยความกลัวผสมกับความตกใจ “ลูกปลา....”


“พี่ณุ....” หญิงสาวอ้าแขนกอดรอบตัวเขาด้วยความดีใจ ที่เห็นณุปลอดภัย


“หมดเรื่องแล้ว..... เรากลับบ้านกันนะ” ณุลูบใบหน้าของคนรักอย่างเบามือ


“พี่ณุ... สร้อย.... สร้อยปลา” พาสลูบคอตัวเองที่เหลือเพียงสร้อยของป้าคำปุน


ณุมองคอที่มีรอยแดงจากการกระชาก เขาก้มมองตามพื้นกเห็นประกายวาวที่ปลายเตียง เขาเอื้อมมือไปหยิบมาใส่มือของพาส


หญิงสาวกำไว้แนบอกณุดึงผ้าห่มมาคลุมร่างคนรักที่อยู่ในชุดนอนบางเบา


เขาพยายามจะช้อนร่างน้อยขึ้นจากพื้น แต่ไม่สามารถทำได้เพราะแขนกับซี่โครงยังมีอาการอักเสบอยู่


“พี่ณุ.... อย่าเลย... เดี๋ยวแผลจะยิ่งแย่นะฮะ” พาสเอ่ยปากห้าม เธอใช้มือดันหน้าอกชายหนุ่มรั้งเขาไว้


เบนเข้ามาแตะไหล่ณุ “ผมเองดีกว่าครับพี่ณุ...”


ณุได้แต่พยักหน้าเขาจำต้องปล่อยให้เบนอุ้มคนรัก ทั้งที่รู้ว่าหนุ่มมาดเข้มหวังดีแต่เขาก็ยังคงอดหวงคนรักไม่ได้


“เบน.... เดี๋ยว” พาสแตะอกเพื่อนเบาๆ


“หืม...” เบนก้มมองหน้าเพื่อน


พาสชะเง้อมองมาที่ณุ “พี่ณุฮะ...” พาสเรียกณุให้มาหา


“ว่าไงคะ...” ณุเข้ามาใกล้


“ปลาขอนะฮะ.... อย่าทำอะไรคุณเอียน ปล่อยเขาไปเถอะนะฮะ”


“อืม.... พี่เข้าใจ” ณุแตะแก้มเนียน


ณุตบไหล่เบน “พาพาสไปที่รถเถอะ... เดี๋ยวพี่ตามไป”


“ครับ...” เบนอุ้มเพื่อนเดินออกจากห้อง


ณุเดินมาหากีกิที่ยืนคุมเอียนอยู่ “เรากลับกันเถอะกีกิ”


“จะปล่อยไอ้หมอนี่ไปเฉยๆ อย่างนี้เหรอพี่ณุ” กีกิไม่เข้าใจความคิดของพี่ชาย


“แน่จริงก็จับส่งตำรวจเลยสิ... รออะไร” เอียนกล่าวท้าทาย


ณุเข้าไปกระชากคอเสื้อเอียน เขาจ้องหน้าหนุ่มลูกครึ่งเขม็ง “ผมน่ะอยากฆ่าคุณด้วยซ้ำ ถ้าพาสไม่ขอไว้”


“พาส....” เอียนครางเสียงอ่อน


“ใช่.. พาสเขายังเห็นคุณเป็นเพื่อน... ผมก็หวังว่าต่อไปคุณจะเห็นเธอเป็นเพื่อนเช่นกัน” ณุปล่อยมือจากเสื้อเอียน


“ไปกีกิ.... กลับ” ณุเดินนำน้องออกไป


“จำไว้นะ... อย่าเข้าใกล้พี่พาสอีก... ไม่งั้นฉันนี่แหละจะจัดการกับนายเอง” กีกิพูดทิ้งท้าย


เอียนฟุบตัวลงกับที่นอนน้ำตาแห่งความพ่ายแพ้ไหลออกมา เขาแพ้ใจของสาวคนนี้เขารักเธอในแบบผิดๆ เพียงแต่ต้องการเธอไว้ในครอบครอง เขาหวังจะมีคนที่รักเขาสักคน แต่เขาก็ไม่สามารถทำให้เธอรักเขาได้แต่เมื่อเขาทำกลับเธอขนาดนี้เธอยังคงอภัยให้ยังเห็นเขาเป็นเพื่อน


“พาส...ผมขอโทษ” เอียนเพ้อแต่ประโยคนี้ตลอด


.จบบทที่17











 

Create Date : 04 สิงหาคม 2549    
Last Update : 5 สิงหาคม 2549 1:24:37 น.
Counter : 110 Pageviews.  

ฤ รัก บทที่ 16

ฤ รัก บทที่ 16 กำจัดแมลงร้าย
-----------------------------------------------------------------


เมื่อได้เวลาอาหารเที่ยงน้านิ่มจัดเตรียมอาหารให้กับทุกคน ทั้งสี่นั่งล้อมวงกันพาสหันมาเรียกน้านิ่มกับแตนให้มาทานด้วยกัน


“มาฮะ... นั่งด้วยกัน... แยกไปนั่งทำไมกันฮะ”


“ไม่ดีกว่าค่ะ...คุณพาส.... คือ...” น้านิ่มมีท่าทีอิดออด


“คิดอะไรมากมายฮะเนี่ย..” พาสลุกขึ้นไปดึงตัวน้านิ่มให้มานั่งด้วยกัน พร้อมกับพยักหน้าให้แตนตามมาด้วย


“นั่งครับ...” หนุ่มๆ พากันขยับที่ให้น้านิ่มกับแตนนั่ง


พาสกับเบนมาช่วยกันยกอาหารจากอีกสำรับเอามาวางรวมกัน ทุกคนต่างทานกันไปพูดคุยกันไป


น้านิ่มกับแตนมองพาสที่ไม่ได้คิดว่าพวกเธอเป็นเพียงคนงานด้วยความรู้สึกดีๆ ปกติณุเองก็ไม่เคยทำตัวเป็นเจ้านายพวกเธอสักครั้ง แต่พวกเธอเกรงใจมากกว่า ยิ่งเพื่อนๆ ของทั้งสองหนุ่มสาวช่างหยอกช่างแซวจนเหมือนพวกเธอเป็นเพื่อนอีกคน


พออาหารตรงหน้าหมดพาสก็ช่วยน้านิ่มกับแตนเก็บสำรับ กีกิตบบ่าพี่ชายที่นั่งอมยิ้มมองคนรักไม่วางตา เบนเองก็ยังคงมีอะไรบางอย่างค้างอยู่ในใจลึกๆ เขาจึงปลีกตัวออกไปรับลมด้านหลังบ้าน เบนมาลงนั่งที่เก้าอี้ตัวเก่าที่พาสนำมาขัดทาสีใหม่ด้วยสีขาวแต้มด้วยสีฟ้าอ่อน เขาพาดแขนไปกับพนักพิง นั่งทอดถอนใจ


พาสที่สังเกตสีหน้าเพื่อนเธอรู้ว่าคนที่เดินออกไปนั้นคงต้องอึดอัดอยู่ไม่น้อย กับหลายๆ อย่าง เธอเองก็ทำได้เพียงเท่านี้ พาสเดินตามหนุ่มมาดเข้มออกมา หญิงสาวนั่งลงตรงที่ว่างข้างๆ เขา


“เป็นไรไป..... หน้ายิ่งเข้มๆ อยู่.... ยังจะมาทำให้มันเข้มกว่าเดิมอีก” พาสแหย่


“เอ่อ.... พาส...” เบนยังคงรักษามาดนิ่งไว้ เขาหันมาเรียกเพื่อน


“จะเรียกทำไม... ก็นั่งอยู่นี่” พาสยังยิ้มแป้นแร้นใส่เพื่อน


“นายอย่าเพิ่งกวนได้ไหม.... ขอสักครั้งนะ” เบนพูดด้วยท่าทีที่จริงจัง


“....อืม.....” พาสขยับนั่งดีๆ เพื่อฟังเพื่อน


“ฉันรักนาย...” เบนพูดออกมาพร้อมกับจ้องหน้าเพื่อนสาว


“ฉันก็รักนาย...” พาสตบไหล่เพื่อน


“ไม่ใช่รักแบบเพื่อนนะ..... ฉันรักนายอย่างที่ผู้ชายคนหนึ่งจะรักผู้หญิงได้” เบนจับมือที่ตบไหล่เขามากุมไว้


“ฉันรู้ว่านายรู้สึกยังไง.... แต่ก็นะฉันก็ไม่รู้ว่าทำไมฉันถึงไม่สามารถรับสิ่งที่นายมอบให้ไว้ได้ เป็นคนที่รู้ใจแต่ทำยังไงมันก็ไม่สามารถเปลี่ยนเป็นอื่นไปได้ ฉันรู้ว่านายคอยเฝ้าดูแล ห่วงใยฉันสารพัด นายให้คำปรึกษาในทุกเรื่องที่ฉันต้องการ นายเป็นทุกอย่างของฉันจริงๆ นะ”


“แต่ก็ไม่ใช่คนรัก” เบนพูดออกมาเบาๆ แต่ก็ไม่ได้ตัดพ้ออะไร


“ขอโทษ.... ฉันก็ไม่รู้ว่าทำไมถึงรักนายอย่างที่นายหวังไม่ได้”


“ไม่เป็นไร...ฉันแค่อยากบอกให้รู้ก็เท่านั้น... ไม่ได้อยากให้นายต้องไม่สบายใจ.... แค่อย่างน้อยฉันก็ได้ยินสิ่งที่นายคิด... ฉันดีใจที่นายรู้ว่าฉันรู้สึกยังไงก็พอแล้ว... ขอฉัน” เบนกำลังจะพูดอะไรบางอย่างต่อแต่ยังไม่ทันได้เอ่ยอะไร


“........” พาสสวมกอดเพื่อนรัก “เราสองคนจะยังเป็นเพื่อนรักกัน.. และจะรักกันให้มากขึ้นทุกวันนะ”


“อืม...” เบนยิ้มบางๆ เขากอดเพื่อนสาวแน่น เขาเหมือนยกของหนักที่ทับแน่นอยู่ออก ชายหนุ่มเห็นภาพของพิแทรกเข้ามาบางๆ


“พอแล้ว... เดี๋ยวพี่ณุจะมาฆ่าฉันซะก่อน” เบนดันเพื่อนออก


“ไม่ใช่เกรงใจพิหรอกเหรอ” พาสแซว


“ไอ้บ้า..... แกนี่จริงๆ เลย” เบนเขกหัวเพื่อน เขายิ้มให้เธอ


“อะ...อะ.... ยิ้มได้แล้ว... งั้นก็เลิกอู้ไปทำงานต่อได้” พาสดึงแขนเพื่อนให้ลุกขึ้น


ทุกคนต่างขมักเขม้นกับการเก็บงานที่เหลือด้านใน พาสออกมาคัดเลือกหินกับเปลือกหอยที่เตรียมไว้หลายๆ แบบ ทั้งต่างสี ต่างรูปทรง นำมาวางกองไว้


เธอให้เบนมาผสมปูนหนึ่งส่วนทรายอีกส่วนผสมกับน้ำให้เข้ากันนำมาค่อยๆ เทราดรอบๆ ฝักบัวกลางแจ้งทีละน้อย เธอใช้ไม้ฉาบเกลี่ยให้พื้นผิวเรียบ จากนั้นก็เอาหินกับเปลือกหอยวางลงไปอย่างไม่จงใจนักให้ดูคละๆ กัน


พาสจัดเรียงกระเบื้องดินเผาที่สั่งมาจากทางเหนือวางเรียงเป็นรูปตามแบบของพิมพ์ดินเผานั้น เพื่อเพิ่มความสวยงามของพื้น แม้พาสจะมาทำงานชิ้นนี้ตอนบ่ายคล้อยแล้วแต่แดดก็ยังทำให้เธอตัวแดงเพราะถูกเผา


ณุต้องคอยเอาผ้าชุบน้ำมาซับหน้าให้ หาน้ำให้ดื่ม เขาคอยยืนอยู่ใกล้ๆ ไม่กล้าเข้าไปช่วยกลัวไม่ได้ดั่งใจของสาวน้อย ที่ดูตั้งอกตั้งใจทำงานไม่สนใจสิ่งรอบข้าง


“ดื่มน้ำอีกหน่อยนะจ๊ะ” ณุยื่นจับหลอดดูดจ่อที่ปากพาส


หญิงสาวดื่มน้ำที่ณุยื่นให้แล้วก็ทำงานต่อ ณุก้มลงไปซับเหงื่อที่จะไหลเข้าตาให้ พาสเงยหน้าขึ้นมายิ้มให้นิดหนึ่งก่อนก้มกลับลงไปทำงานต่อ พองานตรงหน้าเสร็จพาสถึงกับทรุดลงนั่งกับพื้นด้วยความเมื่อยล้า เธอหันไปยิ้มให้ณุ


“เสร็จแล้วฮะ... งานชิ้นสุดท้าย” พาสส่งมือให้ณุช่วยดึงลุกขึ้น


“โห.... ใกล้จะมืดแล้วเหรอนี่” พาสมองไปรอบๆ บริเวณ


“ใช่สิจ๊ะ.... พาสน่ะไม่ได้สนใจอะไรเลย” ณุปัดผมยุ่งๆ ของคนรักให้เข้าที่


“ก็เพลินนี่ฮะ.... เสร็จแล้วสวยไหมล่ะ” พาสอวดผลงาน


“ไม่......” ณุส่ายหัว


“อะไรกัน..... นี่พาสทำสุดฝีมือเชียวนะขอบอก” พาสโวย


“ก็สวยไม่เท่าคนตรงหน้าพี่นี่คะ” ณุหยิกแก้มที่แดงเพราะแดดของพาส


“อีกหล่ะ... เฮ้อ... อย่าไปพูดกับใครเขานะฮะ.... เขาจะว่าเอา” พาสส่ายหัวกับความเลี่ยนของณุ


“พี่ก็พูดกับคนๆ นี้คนเดียวเท่านั้นแหละจ้ะ” ณุดึงแก้มของพาสด้วยความหมั่นไส้


“เจ็บนะ.... พี่ณุ......” พาสจับแก้มตัวเองทั้งสองข้าง


“ลูกปลาก็ขยันว่าพี่จริงๆ นี่จ๊ะ” ณุว่า


“ก็จริงไหมล่ะ....” พาสบ่นงึมงำ


“ว่าอะไรนะคะ” ณุชะโงกหน้าเข้ามาใกล้


“เปล่า..” พาสปฏิเสธ เธอเอนตัวหนีหน้าคมที่ยื่นเข้ามา


“ก็เห็นพูดอยู่” ณุขยับเข้าหา


“เข้าข้างในกันดีกว่านะพี่ณุ... ป่านนี้คนในบ้านคงเสร็จกันแล้ว” พาสเดินอ้อมไกลห่างจากณุ


“หึหึ.....” ณุหัวเราะกับการกระทำของคนรัก


พาสที่เข้ามาด้านในพบว่าไม่ได้มีเพียงพวกเธอเท่านั้นที่อยู่กันในบ้าน


เบนกำลังพาเอียนเดินชมรอบบ้านที่เสร็จสมบูรณ์ เอียนทำเหมือนฟังไปงั้นไม่ได้สนใจที่เบนพูดสักเท่าไหร่


“พาส” เอียนที่หันมาเห็นพาสเขาก็เอ่ยทัก พร้อมกับรีบผละจากเบนเดินมาหาพาสทันที


“สวัสดีตอนเย็นฮะ... คุณเอียน” พาสเอ่ยทัก


“ดีจังที่ผมมาทันพาส..” เอียนตรงจะเข้าสวมกอดพาส


“สวัสดีครับคุณเอียน” ณุเข้ามาโอบพาสไว้เสียก่อน ทำให้เอียนต้องชะงักไป


“เอ่อ.....สวัสดีครับคุณณุ” เอียนจับมือกับณุ เขาหันมามองพาส


“พาสแต่งที่นี่ได้ถูกใจผมมากๆ ครับ... คิดไม่ผิดจริงๆ” เขายังคงคว้ามือพาสมากุมไว้


“เต็มใจอย่างยิ่งที่ได้ทำงานให้คุณฮะ” พาสพยายามชักมือกลับ


เอียนทำเหมือนเพิ่งจะนึกได้ “ขอโทษทีลืมไปว่าคุณมากับคู่หมั้น”


“ไม่เป็นไรครับ... เรื่องแค่นี้ผมไม่ถือ” ณุพูดขึ้น


“พาสโชคดีนะครับที่มีคนเข้าใจ” เอียนพูดเป็นเชิง


“ผมรักและเข้าใจในตัวเขาเสมอละครับ” ณุโอบดึงพาสเข้าไปหาตัวเขา


“พี่ณุ....” พาสเงยหน้าขึ้นมองณุ


“นี่ก็ใกล้ค่ำแล้ว.... พวกผมคงต้องขอตัวไปก่อนนะครับ” ณุตัดบท


“ไว้พบกันที่กรุงเทพนะครับพาส” เอียนยิ้มหวานให้พาส


“ฮะ... ร้านแสนรักยินดีต้อนรับคุณเอียนเสมอฮะ” พาสพูดตามมารยาทที่ดี


“ยังไงผมก็ต้องไปอยู่แล้วครับ.... ผมคิดถึง..... เอ่อร้านนั้นนะครับทุกอย่างดีไปเสียหมด... คงไม่หนีไปไหนได้หรอกครับ”


“ครับ.... เรายินดีเสมอ.... ไปก่อนนะครับ” ณุตัดบท


เอียนมองตามคนทั้งกลุ่มไปด้วยดวงตาที่แข็งกร้าว... เขาบ่นพำพัมอะไรบางอย่างที่จับใจความใดๆ ไม่ได้


ยานพาหนะคันใหญ่มุ่งหน้ากลับทีพัก ณุที่นั่งคู่มากับพาสมีสองหนุ่มนั่งเบาะถัดไป ณุดูเงียบไปผิดปกติจนพาสกลัวว่าณุจะคิดมากกับคำพูดของเอียน


“พี่ณุข้องใจอะไร.... ถามพาสได้เสมอนะฮะ” พาสจับแขนณุ


ชายหนุ่มหันมายิ้มให้ “พี่รู้ว่าพาสไม่เคยปิดบังอะไรพี่.... อย่าห่วงไปเลยว่าพี่จะเข้าใจผิด”


“แต่พี่ณุก็เงียบไปนี่ฮะ”


ณุจับมือพาสบีบเบาๆ “พาสรู้สึกไหมว่าคุณเอียนเขามีท่าทีอะไรกับพาสบ้าง.... เพราะกับพวกพี่เองทุกคนก็รู้สึกนะ”


“โธ่.... พาสก็แต่มองว่าเขาเป็นแค่พวกลูกครึ่งที่โตเมื่อนอก ทำงานส่วนใหญ่ก็อยู่ต่างประเทศ เขาคงไม่มีเจตนาร้ายอะไรหรอกฮะ” พาสพูดทั้งที่ตัวเองก็ไม่สบายใจนัก


“แต่ฉันกลับคิดเหมือนพี่ณุนะพาส นายระวังเขาไว้หน่อยก็ดีนะ” เบนเตือนเพื่อน


“จะว่ากันไปกับพวกผมเขาชอบทำตาขวางๆ ใส่เวลาเผลอด้วยนะครับพี่พาส” กีกิเสริมคำพูดของสองหนุ่ม


“แต่พาสก็บอกเขาแล้วนี่ฮะว่าให้เขาคิดว่าพาสเป็นเพื่อนคนหนึ่งของเขา ก็เห็นเขารับคำดีออก”


“ปากเขาพูดแต่การกระทำของเขาล่ะ” เบนพูดแทงใจเพื่อน


“เออน่า... เขาคงไม่ได้คิดอะไรหรอก” พาสพยายามคิดในแง่ดี


“แต่ถ้าเขาคิดล่ะครับพี่พาส” กีกิถามย้ำ


“ไม่เอาล่ะ... เลิกพูดเถอะ..... แล้วไม่ต้องเอาไปบอกให้พ่อกับแม่ไม่สบายใจนะฮะ พาสไม่อยากให้ท่านทั้งสามต้องร้อนใจ” พาสมองหน้าทั้งสามคน


“..............” สามหนุ่มทำได้เพียงพยักหน้าให้กับสาวเพียงคนเดียวในรถ อย่างไม่ค่อยจะเต็มใจนัก


.
หลังจากที่กลับมาจากชะอำแล้ว ทุกๆ วันของพาสก็ดูจะเป็นไปตามปกติจะมีก็เพียงวันอาทิตย์เท่านั้นที่พาสจะไม่มาทำงาน เธอยกวันอาทิตย์ให้กับพ่อและแม่เธอจะอยู่ดูแลท่านทั้งสองตลอด แต่กลับให้ก้านไปฝึกงานที่ร้านแทนตอนหลังเลิกเรียน และวันอาทิตย์ให้หยุดอยู่บ้านวันเสาร์ พาสให้น้องได้ฝึกทุกอย่างเหมือนคนอื่นที่เข้ามาทำงานแรกๆ ไม่มีแบ่งว่าเป็นน้อง ซึ่งก้านก็สามารถทำได้ดี


ณุได้รับงานจากการท่องเที่ยวให้เป็นผู้จัดแผนการโปรโมทสถานที่ท่องเที่ยวของเมืองไทยประจำปีหน้า ช่วงนี้เขาจึงวุ่นวายพอควร เพราะไหนจะต้องติดต่อกับบริษัทโฆษณา เพื่อประมูลรับงาน ติดต่อโรงแรมต่างๆ ในเรื่องของส่วนลดหรือขอความร่วมมืออื่นๆ แต่เขาก็ยังคงพยายามโทรหาหรือไม่วันอาทิตย์ก็จะพามารดาไปสมทบกับที่บ้านของพาส


ส่วนหนุ่มมาดเข้มพักหลังก็เริ่มเป็นฝ่ายโทรหาพิมากขึ้น กีกิกับนาฏยังคงเป็นเหมือนเดิมดีกันไม่ถึงสิบนาทีก็ทะเลาะกันได้ทุกครั้งไป


หนุ่มนิวเองก็รับหน้าที่เป็นคนฝึกหัดให้ก้านได้ลองเล่นเครื่องดนตรีทุกชนิด โดยมีพาสมาคอยช่วยเสริมบ้างเป็นครั้งคราว


คู่ของน้องเล็กสุดนี่เปรียวจะดูเรื่อยๆ เธอมุ่งหวังแต่ทำงานเก็บเงินเรียนให้จบ จึงไม่ค่อยสนใจนัทสักเท่าไหร่แต่ก็มีความรู้สึกดีๆ ให้ นายนัทเองก็พยายามเอาใจยอมไปเสียทุกเรื่องไม่ว่าเปรียวจะว่าไง


ที่พาสไม่รู้คือพวกน้องๆ ทั้งหลายมีหน้าที่คอยสอดส่องดูแลเธอ ทุกคนเป็นห่วงกลัวนายเอียนคิดจะทำอะไรพาส แต่นับจากวันที่เอียนแวะนำเงินมาจ่ายค่าจ้างแล้วเขาก็ไม่ได้แวะมาหาพาสอีกเลย ทำให้ทุกคนผ่อนคลายลงไปได้มาก


ที่ออฟฟิศของณุมักจะได้รับจดหมายแปลกๆ เสมอ แรกๆ ณุก็อ่าน แต่ช่วงหลังๆ เขาให้เด็กเอาไปทิ้งให้หมดดูเขาไม่คิดจะสนใจจดหมายพวกนั้นสักเท่าไหร่ คิดเพียงว่าไร้สาระเพราะไม่เห็นมีอะไรเกิดขึ้น


“พี่ณุคะ...” พิเปิดประตูห้องเข้ามา


ณุละสายตาจากคอมพิวเตอร์มองไปที่พิ “ว่าไงจ๊ะ...มีอะไร”


“จดหมายขู่ค่ะ...มาอีกแล้วนะคะ.... พี่ณุไม่แจ้งความหน่อยเหรอ... ดูน่าอันตรายออกค่ะ” พิยื่นจดหมายวางบนโต๊ะของณุ


“มันก็เหมือนฉบับอื่นๆ น่ะพิ... ช่างเถอะ ว่าแต่พวกนั้นคอยดูพาสให้พี่หรือเปล่า” ณุกลับเป็นห่วงคนรักมากกว่า


“ค่ะ... ทุกคนก็ดูๆ พี่พาสกันอยู่ค่ะ...”


“ไม่มีอะไรผิดปกติใช่ไหม” ณุถาม


“ค่ะ.... นายเอียนนั่นไม่ไปที่ร้านเป็นเดือนแล้วค่ะ” พิตอบตามที่ได้รับข่าวมา


“อืม... ก็ดีแล้ว.... แล้วอย่าเอาเรื่องอะไรที่นี่ไปเล่าให้พี่พาสฟังล่ะ.... เข้าใจไหม” ณุกำชับ


“ค่ะ”


“ไปเถอะจ้ะ.... ไปทำงาน” ณุบอกพิ แล้วเค้าก็หันไปสนใจกับงานของตนเอง


ช่วงค่ำๆ พาสกำลังนั่งทำงานอยู่ จู่ๆ ตาขวาก็กระตุกไม่หยุดพาสคิดว่าคงนั่งทำงานหน้าคอมฯ นานเกินไปจึงลุกมานอนพักที่โซฟา ครู่ใหญ่ๆ นาฏก็วิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาในห้อง


“พี่พาส....” นาฏเข้าไปนั่งลงข้างๆ พี่สาว


“อือ....” พาสลืมตาขึ้นมามองน้องสาว


“พี่พาส... คือว่า..” สีหน้าท่าทางตื่นๆ ของนาฏทำให้พาสเกิดสังหรณ์ใจอะไรบางอย่าง


“ว่าไงนาฏมีอะไร”


“กีกิโทรมาบอกว่าพี่ณุ........ พี่ณุรถคว่ำ” นาฏพูดน้ำเสียงสั่น


“รถคว่ำ..... รถคว่ำได้ไง” พาสถามเธอเขย่าตัวน้องสาว


“นาฏก็ไม่รู้พี่.... เดี๋ยวพี่เบนคงมาค่ะ” นาฏเองก็ตอบอะไรไม่ได้เช่นกัน


“........” พาสปล่อยน้องเธอขยับลุกขึ้น หญิงสาวทำอะไรไม่ถูกเธอมองไปที่โต๊ะของตัวเองเห็นกุญแจรถจึงลุกขึ้นเพื่อไปที่โต๊ะ


เบนที่ได้รับข่าวแล้วเขารีบตรงมาหาเพื่อนที่ห้องเช่นกัน เขาเป็นห่วงเพื่อนและจะมารับไปโรงพยาบาลเพราะรู้ว่าเพื่อนคงไม่สามารถขับไปเองได้แน่


“พาส...” เบนเปิดประตูเข้ามา


“เบน...... พี่ณุ....พี่ณุ” พาสพูดไม่ออก


“อืม.... อย่าเพิ่งวิตกนะยังไม่มีใครรู้รายละเอียด..... ฉันมารับนายไปหาพี่ณุด้วยกัน” เบนเข้าไปพยุงเพื่อนเอาไว้


“เบน... พี่ณุเขาขับรถระวังจะตายไป.... แล้วมันเกิดเหตุการณ์นี้ได้ไง” พาสเงยหน้าบอกเพื่อนด้วยน้ำเสียงสั่นเคลือ


“น่าอย่าเพิ่งคิดอะไรเลย... ไปโรงพยาบาลก่อนนะ” เบนโอบไหล่เพื่อนพาออกมา เขาหันไปกำชับกับนาฏให้ดูแลร้านแทนให้บอกกับลูกค้าด้วยว่าพาสติดธุระด่วน
-----------------------------------------------------------------ขอจบไว้ครึ่งหนึ่งก่อนนะคะ พอดีทานยาเข้าไปเบลอบอกไม่ถูก

มาแล้วค่ะจบบทที่16 นะคะ
------------------------------------------------------------------


เบนพาพาสออกทางหลังร้านเพราะไม่ต้องการให้ใครเห็นสภาพของเพื่อนรักในตอนนี้ เขาพาพาสมานั่งในรถและคาดเข็มขัดนิรภัยให้ก่อนจะวิ่งอ้อมมาขึ้นรถแล้วขับออกจากร้าน


พาสนั่งเงียบมาตลอดทางดวงตาเหม่อลอยมีน้ำใสๆ เอ่อล้น หญิงสาวคอยปาดทิ้งเป็นพักๆ แต่ไม่มีปฏิกิริยาอื่น


“ทำใจเย็นๆ ไว้นะ ตอนนี้คุณป้าท่านรออยู่กับพิ พาสนายต้องเป็นกำลังใจให้ท่านนะ” เบนบอกกับเพื่อนสาวที่เอาแต่นิ่งเงียบ


“อืม....” เธอรับคำเพื่อน แต่ภายในใจของเธอมันตื่นกลัวมันทรมานใจที่ไม่รู้ถึงอาการของณุ เธออยากไปถึงโรงพยาบาลไวๆ อยากรู้ข่าวของชายหนุ่มมากกว่านี้


“เดี๋ยวก็ถึงแล้ว....นะ” เบนพูดเหมือนรู้ใจเพื่อน


“...........” พาสหันมาทางเพื่อนชายที่เข้าใจเธอไปซะทุกอย่าง เธอยิ้มให้เขาเอื้อมมือมาเตะแขนเพื่อนเบนเองก็ละมือจากพวงมาลัยมาบีบมือน้อยๆ ของเพื่อนรัก


.
พาสเดินคู่ไปกับเบนจนมาเจอคุณสินีที่นั่งร้องไห้ในมือถือยาดมอย่างคนหมดเรี่ยวแรง พิคอยลูบแขนคอยพัดวีอยู่ใกล้ๆ ที่หน้าห้องฉุกเฉิน


“แม่คะ...” พาสเรียกมารดา เธอตรงเข้าไปคุกเข่าสวมกอดท่านไว้


“ปลา....ลูก” คุณสินีกอดบุตรสาวไว้แน่น ท่านร่ำไห้ออกมาอีกครั้ง


“ปลาอย่าทิ้งแม่ไปนะลูก... อยู่กับแม่นะ.......... แม่...” ผู้เป็นแม่ที่เหลือเพียงบุตรชายเพียงคนเดียว ที่สามีอันเป็นที่รักฝากฝังกับเธอก่อนที่จะจากกันไปไม่กลับ บุตรที่ท่านรักและถนอมมาทั้งชีวิต


“ปลาอยู่นี่ค่ะ.... ปลาจะอยู่กับแม่นะคะ” พาสกอดท่านแน่นขึ้น เธอจำต้องสะกัดน้ำตาตัวเองไว้ข้างใน เธอต้องเข้มแข็งเพื่อคุณสินี ทั้งที่ตัวเองก็ไม่ได้ต่างจากท่านเท่าใดนัก


เบนลงนั่งข้างๆ พิ สองหนุ่มสาวได้แต่นั่งกันเงียบๆ สักพักประตูห้องฉุกเฉินก็เปิดออก เบนรีบตรงเข้าไปหาคุณหมอที่เดินออกมา


“พี่ณุเป็นยังไงบ้างครับ”


“พวกคุณเป็นญาติของคนไข้ใช่ไหมครับ” คุณหมอมองทั้งกลุ่ม


“ค่ะ....” พาสพยุงคุณสินีให้ลุกขึ้นไปยืนข้างๆ เบน


“ดิฉันเป็นแม่ของเขาค่ะ”


“ครับ... คือตอนนี้คนไข้ปลอดภัยดีแล้วนะครับ....”


“เป็นอะไรมากไหมคะ” พาสถามอย่างเป็นห่วง


“คือ... มีเพียงซี่โครงด้านขวาร้าวสามซี่กับศรีษะถูกกระจกที่แตกบาดเป็นแผลใหญ่แต่ไม่อันตรายครับ แล้วก็กล้ามเนื้อแขนขวาฉีกขาดครับ แต่ส่วนอื่นไม่มีอะไรเสียหายครับ... ดีว่าคนไข้คาดเข็มขัดนิรภัยไว้นะครับ และถุงลมนิรภัยก็ช่วยไว้ได้บ้าง...... ยังไงหมอขอตัวก่อนนะครับ.... เดี๋ยวอีกสักพัก.... ทางเราจะย้ายคนไข้ไปที่ห้องนะครับ” คุณหมอเอ่ยกับทุกคน


“ขอบคุณค่ะ” พาสยกมือไหว้หมอ


“ครับ...” หมอเดินแยกไปแล้ว แต่ทุกคนยังคงยืนรอคนที่อยู่ในห้องนั้น


“พี่ณุปลอดภัยแล้วนะคะแม่... พี่ณุไม่เป็นอะไรค่ะ” พาสยิ้มกับมารดาเธอโอบท่านด้วยความดีใจ ที่อย่างน้อยณุก็ไม่ได้เป็นอะไรมาก


“จ้ะ...” คุณสินีดูโล่งใจขึ้น


สักพักประตูห้องก็เปิดออกอีกครั้ง ณุที่ยังคงหลับเพราะฤทธิ์ยาถูกเข็นออกมา สีหน้าแม้จะไม่เหมือนยามปกติแต่ก็ดูไม่ม่อะไรน่าห่วง พาสพยุงคุณสินีเดินตามหลังรถเข็น เพื่อขึ้นไปที่ห้องพักผู้ป่วย


หลังจากบุรุษพยาบาลย้ายณุมาที่ห้องพักเรียบร้อยแล้ว คุณสินีก็มานั่งอยู่ข้างๆ บุตรชายท่านลูบผมแตะใบหน้าคมนั้นด้วยความรัก


“ลูกปลา....” คุณสินีหันมาเรียกพาสที่นั่งรวมอยู่กับเพื่อนๆ


“คะ..” พาสขานรับ


“มานี่สิลูก... มาอยู่ใกล้ๆ พี่เขา” คุณสินียื่นมือของท่านให้พาส


คุณสินีรู้เช่นกันว่าพาสคงอยากอยู่กับณุ สาวน้อยเพียงแต่เกรงใจท่านจึงไม่กล้าแสดงอะไรออกมามากนัก


พาสเดินมาหาคุณสินีหญิงสาวนั่งลงข้างๆ ท่าน พาสกอดมารดาของณุสายตามองคนที่นอนหลับอยู่บนเตียงผู้ป่วย เธออยากให้เขาตื่นมาเร็วๆ หญิงสาวไม่ชอบเลยที่เห็นเขานอนแบบนี้ อยากให้เขาตื่นมากวนเธอมากกว่า


“แม่คะ.... เดี๋ยวปลามานะคะ” พาสขยับลุกขึ้นยืน เธอแตะที่แขนของณุก่อนจะเดินมาทางพิ


“พิ.... พี่ขอคุยด้วยหน่อย” เธอเรียก แล้วเดินนำออกจากห้องไป


เมื่อออกมาด้านนอก พาสจึงเอ่ยปากถาม “ช่วงนี้พี่ณุเหนื่อยมากเหรอ”


“ก็ไม่นี่คะ... พี่พาสถามทำไมคะ” พิมีสีหน้าที่หวาดๆ กับคำถามของพาส แต่พยายามปกปิดไว้


“ปกติพี่ณุขับรถระวังมาก.... ถึงแม้จะขับเร็วก็ไม่ถึงขนาดจะเกิดเหตุการณ์นี้ได้... ถ้าไม่เครียดหรือเหนื่อยจนเกินไป”


“คือ....” พิเองก็อยากจะบอกพาสว่าสาเหตุที่ณุต้องขับรถออกมา เพราะพิเกิดสนใจจดหมายขู่ฉบับเมื่อเช้านี้จึงเปิดออกอ่าน ข้อความบอกว่าทุกคนจะไม่ได้พบพาสอีกและในจดหมายยังบอกว่าวันนี้จะมารับตัวพาสไป ซึ่งปกติแล้วอย่างมากก็แค่ขู่ณุให้ระวังตัวไว้เท่านั้น


“มีอะไรพิ....” พาสจ้องมองหน้าสาวสวยที่ดูมีพิรุธตรงหน้า


“ไม่มีค่ะ... พี่ณุแค่จะรีบไปหาพี่พาสเท่านั้น...” พิตอบตามจริงครึ่งหนึ่ง เธอไม่เคยโกหกจึงออกจะลำบากใจอยู่ไม่น้อย


พาสมองพินิ่งเธอรู้ว่าสาวสวยตรงหน้าไม่ชอบโกหก แต่เธอก็เชื่อไม่ได้เต็มร้อยนักกับท่าทีแปลกๆ ของพิ จังหวะเดียวกับเบนที่ออกมาเรียก


“พาส.... พี่ณุ...”


เพียงเบนเอ่ยชื่อชายหนุ่มพาสก็รีบตรงกลับเข้าห้อง ไม่สนใจที่จะซักไซร้พิอีก เธอตรงเข้าไปหาคนที่นอนอยู่บนเตียงทางซ้ายของชายหนุ่ม


“แม่ครับ...... ลูกปลา...... ปลา....” ณุส่งเสียงเรียกทั้งที่ตายังคงปิดสนิทอยู่


“แม่อยู่นี่ลูก.... น้องก็อยู่ด้วย... ลืมตาสิลูก.... ณุ” คุณสินีร้องเรียกลูกชาย


“ปลา......” ณุยังคงเรียกคนรัก


“พี่ณุ..... ปลาอยู่นี่” พาสยกมือใหญ่ขึ้นมากุมไว้ เธอรู้สึกถึงมือนั้นบีบกลับมา หญิงสาวถึงกับยิ้มออก


ชายหนุ่มลืมตาขึ้น เขามองเห็นหน้าของมารดาณุจึงยิ้มบางๆ ให้ “แม่ครับ....”


“ดีแล้วลูก... ตื่นซะที..” ผู้เป็นมารดาเอ่ยขึ้น เมื่อบุตรชายดูปกติดี


“ผมเลยทำให้แม่ต้องมาเป็นห่วงแบบนี้.... ขอโทษนะครับ” ชายหนุ่มเอ่ยขึ้น


“มันเป็นอุบัติเหตุนี่ลูก...” คุณสินีลูบแขนข้างที่เจ็บของบุตรชายเบาๆ


“พี่ณุ....” พาสเรียกชายหนุ่ม


ณุเหลียวมาอีกทางเขาเห็นพาสที่ยิ้มให้อยู่ก็ดีใจ เขาขยับจะหันมาหาพาส แต่ก็ต้องสะดุ้งด้วยความเจ็บที่แขนและที่ลำตัว


“โอ๊ะ....”


“อย่าขยับนะ.... พี่ณุซี่โครงร้าวแขนขวาก็อักเสบอยู่” พาสจับณุให้นอนท่าเดิม


“พี่ณุ....” พิกับเบนมายืนตรงปลายเตียง


“อ้อพิ.... เบน...” ณุยิ้มให้คนทั้งสอง


“ดีว่ามีนามบัตรอยู่ในกระเป๋านะ.... ตำรวจเขาเลยโทรไปที่บริษัท” พิบอก


“อืม... ขอบใจนะที่เป็นธุระให้” ณุเอ่ยขอบใจน้อง


“ค่ะ”


“พี่ณุตื่นแล้ว.... ผมกับพิขอตัวกลับก่อนดีกว่า... พี่ณุจะได้คุยกับแม่และพาส.... ผมขอตัวนะครับ” เบนยกมือไหว้ลาคุณสินี


“พิไปก่อนนะคะพี่ณุแล้วจะมาเยี่ยมใหม่.... คุณแม่คะสวัสดีค่ะ” พิหันมาไหว้ลาอีกคน


“คุณแม่อยู่กับพี่ณุก่อนนะคะ.. ปลาลงไปส่งสองคนนั้นแป๊บหนึ่ง” ปลาวางมือของณุลง แต่ดูเหมือนณุไม่ค่อยอยากจะปล่อยเธอ


“เดี๋ยวปลามานะฮะ.... จะไปหาของมาให้คุณแม่ทานด้วย... พี่ณุจะทานอะไรไหม” พาสถาม


“ไม่ล่ะ... รีบกลับมานะคะ” ณุอ้อนเสียงหวาน


“ฮะ...” พาสยิ้มให้ เธอเดินออกไปพร้อมกับเพื่อนๆ


.
“แม่ครับ...อย่าเผลอบอกเขาเรื่องจดหมายพวกนั้นนะครับ” ณุเตือนมารดา


“ทำไมล่ะลูก...หลายฉบับแล้วนะ.... ถ้ามันเกิดขึ้นจริงแล้วน้องไม่รู้ตัวมันไม่ยิ่งกว่าเหรอ” คุณสินีถาม


“ผมคอยให้พวกน้องๆ ดูอยู่แล้วละครับ”


“แต่แม่ว่าแจ้งตำรวจไว้ก่อนก็ดีนะ.....”


“เราไม่มีหลักฐานนี่ครับว่าใคร.... ถึงจะมีคนที่สงสัยแต่ตำรวจเขาจะคิดเหมือนเราหรือเปล่าก็ไม่รู้” ณุมั่นใจว่าต้องเป็นเอียนแน่ที่ทำแบบนี้


“แล้วนี่มันยังไงกันถึงได้เป็นอย่างนี้ได้ เกี่ยวกันไหม”


“ไม่น่านะครับ... เพราะพักนี้ผมก็ไม่ได้อ่านจดหมายพวกนั้น แต่วันนี้พิเขาเปิดอ่านแล้วมาบอก ผมถึงได้ขับรถออกจากออฟฟิศ คงเพราะขับค่อนข้างเร็วน่ะครับ.... ผมคงกังวลเลยไม่ทันระวัง ก็พอดีมีรถมอเตอร์ไซท์วิ่งตัดหน้า.... ก็เลยเป็นอย่างที่เห็นนี่ละครับ”


“เฮ้อ...... อะไรกันนะ... ดวงไม่ค่อยดีเลย.... หายแล้วไปสะเดาะห์เคราะห์ซะนะลูก... เอหรืออย่างที่เขาว่ากันว่าใกล้แต่งจะต้องระวังให้มาก” คุณสินีพูดยิ้มๆ


“ครับ..... คุณแม่ได้ฤกษ์แล้วหรือครับ.... โอย.....” ณุยิ้มดีใจเขาขยับจะลุกก็ต้องร้องออกมาอีกครั้ง


“จ้ะ.... นี่น้องยังไม่รู้นะ” คุณสินีบอกบุตรชาย


“อย่าเพิ่งบอกนะครับ.... เดี๋ยวเขาโวยวายยิ่งบ่นไม่อยากแต่งอยู่ คงเข็ดเรื่องชุดน่ะครับ” ณุยิ้มเมื่อนึกถึงวันที่เขาจะได้เธอมาไว้ครองสักที


ทั้งสองแม่ลูกหยุดไปเมื่อได้ยินเสียงคนที่หน้าห้อง คุณกาญจนา กานต์ เอ พากันเดินเข้ามาในห้อง คุณสินียิ้มให้ทั้งสาม


“สวัสดีค่ะคุณพี่นี่พอรู้ก็รีบให้แม่กานต์พามาเลยนะคะนี่” คุณกาญจนาเข้ามาจับมือคุณสินี


“เป็นไงล่ะตาณุ...” หันไปถามว่าที่ลูกเขย


“ก็นิดหน่อยครับ.... ดีว่ายังอยู่ครบ” ณุพูดติดตลก


“จ้ะ....” คุณกาญจนายิ้มขัน


“คุณแม่ครับฤกษ์แต่งวันไหนครับ” ณุเอ่ยถามมารดาทั้งสอง


“ทำไม... กลัวหายไม่ทันรึ” เอที่ยืนอยู่อีกด้านแซว


“โธ่... พี่เอผมก็แค่อยากรู้” ณุตอบยิ้มๆ


“อีกเดือนน่ะจ้ะ.... เร็วไปไหม” คุณกาญจนาเอ่ยถาม


“ไม่ครับ.... ผมอยากแต่งวันนี้ซะด้วยซ้ำ”


“หึ.... เป็นไงคะพ่อลูกชายของพี่” คุณสินีหันไปทางคุณกาญจนา


“.........” คุณกาญจนาได้แต่ยิ้ม


พาสกลับเข้ามาในห้องเห็นผู้เป็นแม่กับพี่ทั้งสองเข้าก็เอ่ยทัก “มากันเร็วจังฮะ.... รู้จากใครเนี่ย”


“เจ้านาฏโทรบอกน่ะลูก.... น้องเป็นห่วงหนูกับตาณุมาก.... นี่ถ้าไม่ต้องดูร้านคงตามมาแล้วละเนี่ย”


“ค่ะ... ว่าแต่ทุกคนทานอะไรกันมาหรือยังคะ... เอาอะไรไหมเดี๋ยวปลาลงไปซื้อให้.... พอดีปลาไม่รู้ก็เลยซื้อมาแต่ของแม่นี”


“ไม่ต้องจ้ะพวกแม่เรียบร้อยกันมาแล้ว เราน่ะพักบ้างเถอะ” คุณกาญจนาบอกกับบุตรสาว


“ค่ะ... งั้นปลาเตรียมให้แม่นีเลยนะคะ” พาสหันไปหาคุณสินี


“ไม่ล่ะลูก.... แม่ยังไม่หิว” คุณสินีส่ายหน้า


“คุณแม่ยังไม่ได้ทานอะไรเลยนะคะ.... ทานนมสักนิดกับขนมปังก็ยังดีนะคะ” พาสวางอาหารหันมาจะหยิบมาให้


“ไม่ต้องลูกแม่ว่าจะกลับแล้ว.... วันนี้เหนื่อยเหลือเกิน...... นี่พี่เขาก็เพิ่งหลับไปอีกแล้วคงเพราะฤทธิ์ยาที่พยาบาลเอามาให้ทาน ” คุณสินีลุกขึ้น


“เหรอคะ” พาสมองไปที่เตียง


“งั้น.... เดี๋ยวผมไปส่งครับ...” เออาสา


“พวกเรากลับกันหมดนี่แหละให้น้องเฝ้าตาณุแล้วกัน..... แล้วพรุ่งนี้กานต์เอาชุดมาให้น้องเปลี่ยนด้วย” คุณกาญจนาตัดสินใจเสร็จสรรพ


“จะกลับกันแล้วเหรอคะ... แม่เพิ่งมาเองจะกลับแล้ว” พาสเข้าไปกอดมารดา


“แม่ยังไม่ได้เตรียมของกินให้พ่อเลย ป่านนี้บ่นเป็นหมีกินผึ้งแล้ว ตอนแม่มาก็ไม่ได้โทรบอกพ่อเขา รีบมากันเลย” คุณกาญจนาบอกกับบุตรสาว


“งั้นเราก็กลับกันดีกว่าค่ะ... ไปค่ะคุณแม่” กานต์เข้าไปพยุงคุณสินี


“... ลูกปลาแม่ไปนะลูกพรุ่งนี้แม่จะมาแต่เช้า” คุณสินีจับแก้มพาส


“ค่ะ..” พาสยิ้มให้ทั้งสี่


พาสมาลงนั่งข้างๆ คนที่นอนหลับสนิทอยู่บนเตียง เธอค่อยๆ เอื้อมมือไปลูบที่แผลตรงศรีษะของณุแล้วค่อยๆ เลื่อนลงมาที่แก้มของเขา


“ลูกปลาจ๋า” ณุเรียกคนรักเสียงหวาน


“เอ่อ..... ฮะ...” พาสสะดุ้งพร้อมกับชักมือกลับ


“พี่เจ็บจังค่ะ” ณุจับตรงที่พันแผล ทำหน้าอ้อนๆ


“เจ็บมากเหรอฮะ.... เรียกพยาบาลนะ” พาสทำท่าจะกดออด


“ไม่เอา.... พยาบาลพวกนั้น” ณุห้าม


“อ้าว.... ก็พี่ณุเจ็บก็ต้องเรียกพยาบาลสิฮะ... เค้าจะได้เอายามาให้” พาสละมือจากออดมามองหน้าณุ


“พี่อยากให้พยาบาลคนนี้ดูให้นี่” น้ำเสียงช่างออดอ้อนนัก


“ทำให้เจ็บเพิ่มน่ะได้... ทำให้หายเนี่ยยากนะฮะ...อย่างปลาเนี่ย” เธอแกล้งกดครงที่พันผ้าไว้


“โอ๊ะ....” ณุแกล้งร้อง


“.... เจ็บมากเหรอฮะ” พาสหันไปมองหน้าคนตรงหน้า


“อืม....” ณุพยักหน้า


“.........” พาสลูบลงไปอีกครั้งคราวนี้เธอแตะอย่างเบามือ


“ห่วงพี่บ้างไหมคะ” ณุเอามือข้างที่ดีจับมือพาสขึ้นจูบ


“ถามแบบนี้กลับซะดีไหมฮะ...” พาสทำหน้าตูม


“ก็เห็นดูยิ้มแย้มดีไม่เห็นว่าจะร้องไห้สักนิด”


“รู้ได้ไงล่ะ... ตัวเองหลับอยู่” พาสเผลอบอกออกไป


“ฮั่นแน่แสดงว่าร้องไห้ด้วยสิ” ณุยิ้มกว้างจนเห็นฟันขาว


“ก็เป็นห่วงนี่.... หรือไม่อยากให้ห่วงล่ะ” พาสทำโวยวาย


“ต้องอยากอยู่แล้ว.... รู้ไหมคะตอนรถคว่ำพี่เห็นแต่หน้าลูกปลาแสนดื้อคนนี้ตลอดเลย” ณุพยายามขยับตัวลุกนั่งทั้งที่ทำได้ไม่ถนัด “โอย....”


“พี่ณุ....” พาสเข้าไปกอดรอบตัวชายหนุ่มไว้ เพราะกลัวเขาเซ


“อืม.... คิดถึงจัง” ณุเอามือข้างที่ดีกอดพาส


“........” พาสไม่พูดอะไร เธอเอาหมอนอีกใบใกล้ๆ มาหนุนหลังให้เขา


“พี่คิดอย่างเดียวคือกลัว ปลาเป็นม่ายขันหมาก” ณุแหย่


“พี่ณุ....” พาสร้องไห้ออกมา เธอกอดเขา


“ปลา...... โอ๋.....คนเก่งอย่าร้องสิ.... เห็นเก่งมาตั้งนานมาร้องอะไรตอนนี้ละคะ” เขาลูบหลังเธออย่างถนุถนอม


“......” พาสยังคงร้องไห้ไม่หยุด เธอเก็บกดมาตลอดตั้งแต่มาถึงโรงพยาบาล


“ตกใจมากเหรอคะ” ณุเอ่ยถามคนรัก


“ฮะ.... ปลากลัวจริงๆ นะ มันกลัวบอกไม่ถูก สมองมันว่างเปล่า... คิดแต่ว่าเรื่องแบบนี้เกิดกับพี่ณุได้ไง ปลา...” เธอผละจากอกมามองหน้าเขา


“......” เขายื่นหน้าเข้ามาใกล้ จูบซับน้ำตาจากดวงตาคมทั้งสองข้างของคนรัก


“พี่รักปลามากนะคะ.....” เขาพูดพร้อมกับจูบย้ำที่แก้มนวล เขายิ้มที่เธอไม่ปฏิเสธการกระทำของเขา มีเพียงแก้มนวลเท่านั้นที่เปลี่ยนเป็นสีชมพูระเรื่อ


“พี่ณุต้องระวังให้มากกว่านี้รู้ไหมฮะ... ปลาไม่อยากให้เกิดเรื่องนี้ขึ้นอีก”


“จ้ะ..ที่รักของพี่..... ”


จบบทที่ 16









 

Create Date : 03 สิงหาคม 2549    
Last Update : 4 สิงหาคม 2549 0:04:55 น.
Counter : 131 Pageviews.  

ฤ รัก บทที่ 15

ฤ รัก บทที่ 15 ภมรตัวร้าย
----------------------------------------------------------------


สองหนุ่มสาวนั่งมองพระอาทิตย์ตกน้ำแสงสีทองกำลังจะลาลับขอบฟ้าในอีกไม่นาน ความมืดเริ่มก่อตัวขึ้นมาปกคลุมแทนที่ สองคนอิงแอบกันเหม่อมองฟ้าไกล


“สวยจังนะฮะ” พาสยิ้มให้กับภาพเบื้องหน้า


“อืมสวย..” สายตาของเขากลับมองคนที่ซบนิ่งอยู่กับอก


“ลูกปลาจ๋า...” ณุเรียกเสียงหวาน


“ฮะ....” พาสชะม้ายตาขึ้นมองหน้าณุ


“ถ้าพี่ทำให้ปลาโกรธ...... ปลาจะทำไงกับพี่คะ” ณุอ้อมแอ้มถาม


“โกรธ.... จะโกรธเรื่องอะไรล่ะฮะ....” พาสขยับออกห่างจ้องหน้าณุอย่างสงสัย


“ก็เรื่องทั่วๆ ไปนะจ้ะ..” ณุรวมมือของพาสมากุมไว้


“ไม่รู้ฮะ.... ให้เกิดขึ้นก่อนละกัน.... อย่างมากปลาก็ไม่พูดกับพี่ณุอีกก็เท่านั้น... ทางใครทางมัน” พาสตอบตรง


“จะใจร้ายกับพี่ขนาดนั้นเชียวเหรอจ๊ะ” ณุถามอ้อนๆ


“ก็คิดดูสิพี่ณุจะมีกี่เรื่องที่จะให้ปลาโกรธ นอกจากเรื่อง.....” พาสไม่พูดต่อ หญิงสาวรู้สึกว่าไม่น่าพูดออกไปเลย


“เรื่องผู้หญิง.... พี่ไม่มีเรื่องนี้แน่นอนจ้ะ” ณุรีบปฏิเสธ


“เอ๊ะ... หึงเหรอ” ณุยื่นหน้าเข้าไปใกล้


“ใครจะไปหึงพี่ณุ” พาสหลบตามองไปทางอื่น


“คนนี้ไง.... พี่อยากให้สาวคนนี้หึงบ้าง” ณุเชยคางคนรักให้มาสบตา


“ไม่มีทาง” พาสยิ้มยิงฟัน


ณุบีบจมูกรั้นๆ ของหญิงสาว “ให้จริงเหอะ..”


“อยู่แล้ว”


.
สายวันใหม่พาสยังคงให้นัทกับเปรียวอยู่ช่วยดูแลทางบ้านพัก ซึ่งทั้งสองก็รับคำเป็นอย่างดี สี่หนุ่มสาวขึ้นรถตู้มีน้าหงวนเป็นคนขับเช่นเดิม วันนี้พาสสังเกตว่าทุกคนดูเงียบไปกว่าเคย


“มีอะไรกันหรือเปล่าเนี่ย” พาสหันมองคนนั้นทีคนนี้ที แล้วมาหยุดที่ณุ


“ไม่มีอะไรนี่จ๊ะ” ณุตอบเขายิ้มเอาใจ


“นาฏคิดเรื่องทำมูลี่กับอย่างอื่นที่ต้องทำน่ะพี่พาส” นาฏพูดถึงเรื่องงาน


“..............” กีกิยิ้มไม่พูดอะไร


“............” พาสมองแบบไม่ค่อยอยากจะเชื่อเท่าไหร่


“อย่าให้รู้ทีหลังนะว่าทำอะไรกัน” พาสขู่ ตาก็จ้องณุเขม็ง


“จ้ะ...” ณุยิ้มแหยๆ

.
เมื่อมาถึงบ้านของเอียนทุกคนต่างพากันเข้าไปเตรียมของตกแต่งที่สามารถจัดการได้ก่อนที่ช่างติดตั้งม่านจะมาติดให้ในวันนี้


“พี่พาส..... นาฏติดมูลี่นี่เลยนะ” นาฏชูมูลี่ที่ดัดแปลงจากกำไลหญ้าไข่เหาให้พี่สาวดู


“อืม..... ติดได้เลยลองดูให้ดีก่อนนะว่าพอดีกันหรือเปล่า” พาสให้กั้นมูลี่ระหว่างครัวโปร่งกับที่ทานอาหาร


“บรืน.... เอี๊ยด...”


เสียงรถที่เข้ามาทำให้พาสต้องหยุดคุยกับน้อง เดินออกไปดูว่าใช้ของที่จะมาส่งหรือเปล่า พอเห็นคนที่ยืนอยู่ข้างรถคันหรูเธอก็ยิ้มให้เขา


“คุณเอียน...... สวัสดีฮะ” พาสทัก


“สวัสดีครับ..... พอดีผมว่างก็เลยแวะมาครับ” เอียนยิ้มหวานให้พาส


“ดีสิฮะ... เข้าไปดูข้างในกันดีกว่าเผื่อคุณเอียนอยากจะปรับเปลี่ยนตรงไหน.. จะได้ทำได้ทันนะฮะ” พาสเอ่ยชวน


“แหม.... ผมแค่มาเยี่ยมพาสเท่านั้นละครับ.... คิดถึง..” เอียนพูดหน้าตาเฉย เขาเน้นคำว่าคิดถึง


“เอ่อ.... ฮะ..” พาสรู้สึกตะขิดตะขวงใจ “ เข้าข้างในเถอะฮะ”


“ครับ...”


ทั้งสองยังไม่ทันได้ก้าวเท้าไปไหน รถของบริษัทก็นำผ้าม่านมาส่ง พาสจึงขอตัวลงไปรับของ


“ขอตัวครู่นะฮะ” พาสผละจากเอียนเข้าไปหาช่าง


พวกคนงานชุดนี้เป็นร้านใหญ่ในตัวเมือง ที่พาสได้ส่งวัดขนาดทุกห้องโดยละเอียดไปให้ เพราะถ้าจ้างมาจากกรุงเทพคงไม่คุ้ม เธอจึงซื้อผ้าจากกรุงเทพส่งมาที่ร้านโดยตรง


คนงานขนรางไม้กับผ้าม่านลงจากรถ พาสเดินเข้าไปหาสาวใหญ่หุ่นอวบอ้วน สาวใหญ่ยิ้มให้พาส


“สวัสดีค่ะ... คุณคงเป็นคุณพาสใช่ไหมคะ” สาวใหญ่กล่าวทัก


“ฮะ... คูณราตรีสินะฮะ... ได้คุยกันแค่ทางโทรศัทพ์ ต้องขอโทษด้วยนะฮะ” พาสทักทาย


“อุ๊ยไม่เป็นไรค่ะ... อุตส่าห์ใช้บริการพี่ก็ขอบคุณแล้วค่ะ”


“ฮะ... งั้นเชิญด้านในเลยฮะ” พาสเดินนำสาวใหญ่


ราตรีหันไปสั่งให้คนงานขนของตามมา สาวใหญ่เดินตามพาสเข้ามาหาเอียนที่ยังคงยืนอยู่ที่เดิม เธอเห็นหนุ่มร่างใหญ่ยิ้มให้แต่พาสตาเขาหวานเหลือเกิน จึงเข้าใจว่าคนทั้งสองเป็นคนรักกัน


“นี่คุณเอียนเป็นเจ้าของบ้านหลังนี้ฮะ” พาสแนะนำเอียนกับราตรี


“สวัสดีค่ะ.... บ้านสวยนะคะ” สาวใหญ่เอ่ยชม


“ขอบคุณครับ.... เชิญครับตามสบาย” เอียนผายมือให้


“ค่ะ...” สาวใหญ่ขอตัวพาคนงานเข้าไปด้านใน


พาสเป็นคนนำเข้าบ้านเธอชี้แจงขนาดตามแบบพิมพ์ให้กับสาวใหญ่ฟัง เพื่อจะได้ไม่ต้องมาวัดกันใหม่ ราตรียิ้มให้กับความรอบคอบของพาส ที่จัดการไว้ให้อย่างดี ทั้งสองเดินคุยกันมาโดยมีเอียนเดินตามอยู่ด้านหลังเขายิ้มกับตัวเอง ว่าเขารักคนไม่ผิด


ณุกับน้องทั้งสองละจากงานที่ทำขึ้นมอง เมื่อเห็นคนที่ตามหลังมาทำให้ณุต้องเข้ามายืนใกล้ๆ พาส กีกิกับนาฏยกมือไหว้แล้วปลีกตัวไปคุยกับช่างแทนพี่สาว พาราตรีแยกไปทางอื่น


“สวัสดีครับคุณเอียน...” ณุยื่นมือให้เอียนจับ


“ครับ... คุณณุมาด้วยหรือครับ” เอียนแตะมือณุเพียงเล็กน้อย


“ต้องมาสิครับ.... คู่หมั้นทั้งคนผมเป็นห่วงเขาน่ะครับ” ณุโอบไหล่พาส พร้อมกับยิ้มให้เอียน


“นั่นสินะครับ... ได้คู่หมั้นสวยและน่ารักอย่างพาสก็ต้องห่วงเป็นธรรมดา ถ้าเป็นผมจะไม่ให้ห่างตัวเลยละครับ” เอียนยิ้มตาหวานให้พาส


“เอ่อ... พาสขอตัวไปดูงานก่อนนะฮะ... ยังไงพี่ณุอยู่คุยกับคุณเอียนนะฮะ” หญิงสาวรู้สึกไม่ค่อยดีนักกับคำพูดและท่าทางของเอียน เธอไม่อยากให้ณุต้องกังวลใจ


ด้านณุเองก็ไม่รู้จะคุยอะไรกับเอียนเขาพาเอียนมานั่งที่ตั่งไม้ไม่ไกลจากพาสมากนัก ณุพยายามใจเย็นกับเอียนเขาชวนลูกครึ่งหนุ่มคุยเรื่องการตกแต่งแต่ดูเหมือนเอียนจะไม่ให้ความสนใจกับณุสักนิด สายตาของเขาคอยแต่จะมองตามพาสตลอด แล้วจู่ๆ เอียนก็ผละจากณุเข้าไปหาพาสที่กำลังช่วยช่างหอบผ้าม่านกองโตขึ้นชั้นบน


“ผมช่วยดีกว่าครับพาส”


“ไม่เป็นไรฮะ... พาสถือได้” หญิงสาวชะงักเท้าเหลียวหลังกลับมายิ้มให้เอียน


แทนที่หนุ่มร่างใหญ่จะถอยกลับไป เขากลับตรงเข้าหาพาสช้อนร่างน้อยขึ้น “ไปครับ”


“เฮ้..... คุณเอียน....ทำอะไรแบบนี้พาสไม่ชอบนะ” พาสร้องโวยวาย


เอียนไม่ได้สนใจคำต่อว่าของพาสเขายังคงอุ้มพาสพาขึ้นชั้นบนทั้งที่หญิงสาวดิ้นจะลง แต่เขากลับไม่ได้รู้สึกสะเทือนสักนิด


พวกช่างที่ไม่รู้อะไรก็พาลคิดไปว่าคนทั้งคู่เป็นคนรักกัน ต่างก็พากันยิ้มให้กับความน่ารักของหนุ่มลูกครึ่งที่ดูจะกล้าไม่อายใคร


แต่ด้านณุถึงกับเลือดขึ้นหน้าเขารู้สึกว่าถูกท้าทาย ชายหนุ่มลุกพรวดจากที่นั่งทันที แต่ก็ถูกกีกิดึงเอาไว้ เพราะถ้าณุทำอะไรวู่วามจะเกิดผลร้ายกับพาสมากที่สุด


“อย่าพี่ณุ.... พวกช่างยังอยู่.... อีกอย่างถ้าเราทำอะไรเขา พี่พาสจะแย่ไปด้วย” กีกิเตือนสติ


“...............” ณุลงนั่งพยายามระงับอารมณ์


เอียนอุ้มพาสมาวางลงที่เตียงภายในห้องนอน เขายังคงยิ้มให้กับคนที่ขมวดคิ้วหน้ายุ่งใส่เขา “ใช่ห้องนี้หรือเปล่าครับสำหรับม่านชุดนี้ของพาส”


“คุณเอียน.... ทำแบบนี้ไม่ดีเลยนะฮะ.... พาสมีคู่หมั้นอยู่แล้วคุณเอียนก็ทราบ” พาสต่อว่าเอียน


“โธ่.... ผมก็แค่หวังดีไม่อยากให้พาสถือของหนัก” เขายังคงยิ้มแย้มไม่ได้สะทกสะท้านต่อการกระทำของตัวเองเลยสักนิด


“พาสไม่ต้องการให้พี่ณุเข้าใจผิด.... การกระทำของคุณเอียนทำให้พี่ณุเข้าใจผิดได้นะฮะ” พาสคิดถึงความรู้สึกของคนที่อยู่ข้างล่าง


“เราเป็นเพื่อนกันไม่ใช่เหรอครับ... เรื่องแค่นี้เอง”


“แต่คนไทยถือฮะ.... การที่ผู้หญิงมีคู่หมั้นแล้วมาถูกคนอื่นอุ้มใครเขาจะคิดยังไง ครั้งนี้พาสถือว่าคุณเอียนไม่รู้ธรรมเนียม.... แต่ขอนะฮะอย่าทำอีก” พาสพยายามคิดในแง่ดีว่าเอียนไม่มีเจตนาร้าย


“ครับ” เอียนยิ้มเอาใจ “ผมช่วยพาสติดนะ”


พาสยื่นผ้าให้เอียน “คุณเอียนช่วยพาสติดม่านแล้วกันฮะ....”


นาฏยืนพิงกำแพงหน้าห้องอยู่ในมือมีไม้ท่อนใหญ่พร้อมลุยเต็มที่ ค่อยๆ ย่องกลับลงมาที่ชั้นล่าง เด็กสาววางไม้ไว้ข้างบันไดแล้วกลับมานั่งข้างๆ ณุ


“พี่บอกตรงๆ นะ พี่ไม่ไว้ใจเจ้าลูกครึ่งนี่เลยจริงๆ” ณุที่พร้อมจะระเบิดพูดขึ้น


“เย็นไว้พี่ณุ.... พี่พาสคงไม่อยากให้เกิดเรื่องนั้นหรอกครับ”


“พี่ณุไม่ต้องห่วงนะคะ.... พี่พาสพูดกับตาเอียนนั้นแล้วล่ะว่าแคร์ความรู้สึกของพี่ณุมาก อีกอย่างนาฏเชื่อว่าถ้ามีอะไรเกิดขึ้นจริงๆ พี่พาสสู้ขาดใจ” นาฏรู้ฤทธิ์พี่สาวดี


“ไม่ห่วงได้ไงล่ะ” ณุแหงนหน้าขึ้นมองเพดานเหมือนจะให้ทะลุเห็นคนที่อยู่ด้านบน


“นาฏก็ห่วง.... แล้วก็เตรียมนั่นไว้แล้วด้วย” นาฏชี้ไปที่ไม้ตรงขั้นบันได


“เอางั้นเลยเหรอ” กีกิถามเมื่อเห็นไม้


“ต้องงั้นสิ” นาฏยักคิ้วให้


“.................” ณุยิ้มให้กับนาฏ แต่ก็ยังคงไม่สบายใจอยู่ดี


“เอาล่ะไปทำงานกันต่อเถอะ” ณุยืนขึ้นสูดลมหายใจเข้าเต็มปอดพร้อมกับเอ่ยชวน น้องทั้งสองให้ลุกไปทำงานที่เหลือต่อ


“ครับ/ค่ะ” ทั้งสองต่างกลับไปทำงานของตน


สักพักพาสกับเอียนก็กลับลงมา พาสตรงเข้าไปหาณุสองหนุ่มสาวพูดคุยยิ้มให้กันด้วยดี ทำให้เอียนที่มองตามพาสนั้นไม่พอใจที่ดูเธอจะเอาใจใส่ณุเสียเหลือเกิน เขาฮึดฮัดอยู่คนเดียวไม่ทันได้สังเกตว่ามีสายตาสองคู่จับจ้องมองเขาอยู่


กว่างานจะเสร็จก็บ่ายแก่ๆ ช่างติดตั้งม่านกลับกันไปหมดแล้ว ทั้งสี่เข้ามาหาเจ้าของบ้านที่ยืนอยู่ตรงเฉลียง


ณุคอยคุมเชิงตลอดซึ่งพาสเองก็เข้าใจณุดี เธอไม่แสดงท่าทีขัดขืนไม่ว่าณุจะโอบไหล่หรือกุมมือเธอไว้


“ยังไงวันนี้พวกพาสต้องกลับก่อนนะฮะ” หญิงสาวกล่าวลา


“ครับ” เอียนยังคงยิ้มแย้มให้พาส


“งั้นพวกผมลาละครับ” กีกิสะกิดนาฏ ทั้งสองไหว้ลาเอียน


พาสกับณุไม่ได้รู้ตัวเลยว่าการที่เขาทั้งสองอ่อนหวานต่อกันนั้นเป็นการก่อพายุภายในใจของเอียนให้คุกรุ่นหนักขึ้นทุกที แม้สีหน้าของเขาจะยังคงยิ้มให้แต่มือที่ไขว้กันไว้ด้านหลังนั้น เขาจิกเล็บลงไปเต็มแรง จนเนื้อของเขาเป็นสีแดงเข้มบางส่วนมีเลือดซึมออกมา


เอียนเดินกลับเข้าบ้านหลังจากรถตู้พาทั้งสี่คนไปแล้ว เขากลับขึ้นมาบนห้องนอน เขาลูบไล้ผ้าม่านที่พาสเป็นคนติด มุกที่พาสนำมาร้อยห้อยตรงชายผ้า เขานึกถึงรอยยิ้มตอนทำงาน เอียนยกมือตัวเองขึ้นดมเมื่อนึกถึงกลิ่นกายหอมๆ ของพาส เขายังจำสัมผัสนุ่มตอนที่เขาอุ้มเธอขึ้นมาได้ดี


“พาส..... ผมรักคุณ..... ผมคือคนที่คุณจะอยู่ด้วยตลอดไป......จะต้องไม่ใช่คนอื่น....ต้องไม่ใช่นายคนนั้นเด็ดขาด” เขาทุบกำปั้นเต็มแรงเข้าที่ขอบหน้าต่าง


เมื่อรถแล่นเข้ามาในบริเวณบ้าน พาสเห็นรถตู้คันใหญ่คันหนึ่งจอดอยู่ เธอก็คิดไปว่าคงเป็นเพื่อนแต่ก็อดสงสัยไม่ได้ “เอเบนไมมารถตู้ล่ะเนี่ย... ของก็ไม่ได้เยอะทำไมต้องใช้รถตู้ด้วย... พี่ณุรู้ไหม”


“ไม่จ้ะ...” ณุส่ายหัว


“ช่างเหอะ... ไปเข้าบ้านกัน” พาสเดินลงไปก่อน เธอจึงไม่ได้สังเกตสีหน้าของคนทั้งสามที่ตามหลังลงมา


พาสกำลังจะก้าวเท้าเข้าบ้านเธอกลับรู้สึกถึงความผิดปกติบางอย่าง ทำไมบ้านดูเงียบไปทั้งที่คนอื่นก็อยู่กันเต็มบ้าน เธอไม่ได้ยินเสียงใครสักคน แล้วพาสก็ต้องยืนนิ่งอยู่กับที่ก้าวขาไม่ออกเมื่อเห็นหน้าคนที่เดินออกมาจากบ้าน


“ลูกปลา..... ลูก” คำพูดนุ่มนวลของผู้เป็นแม่ พูดออกมาเพียงคำเดียวก็ทำให้บุตรสาวน้ำตาร่วง


“แม่...” พาสเรียกชื่อผู้ที่ยืนอยู่ตรงประตูด้วยเสียงเบาหวิว เธอค่อยๆ ถอยหลังอย่างช้าๆ แต่ก็ต้องชนเข้ากับณุที่ยืนดักเธอไว้แล้ว หญิงสาวเหลียวมามองชายหนุ่ม


“ถอยไป...” พาสโกรธเขามาก เธอตวาดเสียงดัง


“ไม่.... ปลาอย่าหนีเลยนะ..... พี่ขอล่ะ” ณุกางแขนทำท่าจะกอดเธอ


“อย่ามาจับ.... หลีกไป” พาสปัดมือเขา ตาเธอจ้องเขาเขม็ง


“ปลา..... ลองฟังคุณแม่ท่านสักนิดได้ไหมครับคนดี” ณุพยายามหว่านล้อม


พาสไม่ได้สนใจจะฟังที่ณุพูดเธอเหลียวซ้ายแลขวาหาทางไปให้พ้นจากตรงนี้ พาสเห็นทางซ้ายของณุโล่งเธอจึงถลาไปทางนั้นทันที แต่ก็ถูกณุรวบตัวไว้ได้ทัน


“พี่ณุ......ปล่อยปลานะ” พาสดิ้นสุดแรงเพื่อให้หลุดจากวงแขนของเขา


“พี่ณุวางแผนนี้ใช่ไหม..... พี่ณุไม่รักปลา......พี่ณุใจร้าย” พาสโวยวาย เธอตัดพ้อเขาด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือ


“ปลาก็รู้ว่าพี่รักปลา..... พี่อยากให้ทุกคนเข้าใจกันซะที” ณุกอดเธอไว้มั่น


“ไม่.... ปลาเข้าใจดีอยู่แล้ว.... ปลาไม่ต้องการให้ใครมาตอกย้ำเรื่องที่ไม่ต้องการปลาอีก.... พอแล้วเข้าใจไหม.... มันเจ็บมันทรมานนะพี่ณุ” พาสร้องไห้อย่างหนัก เธอทุกเขาไม่หยุดเพื่อให้เขาปล่อยเธอไป


ผู้เป็นแม่เหลียวหาสามีน้ำตาผู้สูงวัยไหลอาบแก้ม ทั่งที่เธอได้ทำใจไว้บ้างแล้วว่าจะพบปฏิกิริยาต่อต้านจากบุตรสาว แต่ก็ไม่ได้อยากเห็นภาพเช่นนี้ คุณชัยยศออกมายืนอยู่ไม่ห่างภรรยานัก ท่านสะท้อนใจกับภาพตรงหน้ามันเจ็บลึก


ณุเองก็พยายามปลอบ “เพราะพี่เข้าใจปลาไงคะ.... ลดทิฐิลงสักนิดเถอะนะคนดี... หยุดฟังสักนิด”


คุณกาญจนาก้าวย่างเข้าไปใกล้ “ลูกปลา.... พอเถอะลูก.... พอแล้ว..... แม่กับพ่อก็ทรมานไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าหนูหรอกลูก.... จะเจ็บกว่าด้วยซ้ำ” ผู้เป็นแม่เอื้อมมือไปแตะผมบุตรสาวอย่างเบามือ


“พี่ณุ... ให้ปลาไปเถอะ....” พาสอ้อนวอนด้วยน้ำเสียงเบาหวิวเหมือนใจจะขาด


“ปลา....” ท่านจับที่ไหล่ของลูกน้อย


“...........” พาสผวาหนีมือของมารดา


“แม่เป็นแม่ของหนูนะ..... ทำไมลูกทำไม” ผู้เป็นแม่สะอื้นไห้อย่างหนัก


“ไม่..... แม่มีพี่กานต์กับน้องก้านก็พอแล้ว ปลามันคนไม่ดีแม่อย่ามายุ่งกับปลาอีกเลย” พาสเองก็สะอื้นฮักไม่แพ้กัน


คนอื่นๆ ได้แต่ยืนมองเหตุการณ์ตรงหน้า อย่างช่วยอะไรไม่ได้ นาฏกับเปรียวร้องไห้ตามพี่สาว กีกิกับนัทต้องคอยปลอบ พิเองก็ซบไหล่ของเบน


หนุ่มมาดเข้มสงสารเพื่อนอย่างที่สุดแต่เขาก็อยากให้เธอคืนดีกับที่บ้านเช่นกันจึงยอมทำตามคำขอของณุ คุณสินีนั้นอยากเข้าไปกอดปลอบว่าที่ลูกสะใภ้เหลือเกิน แต่ก็ไม่สามารถ


ณุได้รู้ถึงความดื้อรั้นอย่างสุดๆ ของคนรักก็วันนี้เอง แต่เขาก็อดสงสารเธอไม่ได้เขากอดรัดคนรักที่ดิ้นไม่หยุดเอาไว้แนบอก


“พี่ณุ....... คนใจร้าย” พาสร้องไห้ไปดิ้นไปจนอ่อนแรง


“ลูกปลา....โธ่.......ลูก” คุณกาญจนายังคงพยายามจับตัวบุตรสาว


...............................................................................23.45 น. เดี๋ยวอีกพักใหญ่ๆ จะมาต่อนะคะ
จบบทที่ 15 นะคะ
----------------------------------------------------------------


คุณชัยยศทนไม่ไหวจนต้องเข้าไปดึงลูกสาวจากอ้อมกอดของณุ “พาส...........”


ผู้เป็นพ่อจับไหล่ทั้งสองข้างไว้แน่น


“..............” ไมมีเสียงตอบจากบุตรสาว พาสมองข้ามไหล่ของพ่อไป


“พาส........ หนูมองพ่อสิลูก” คุณชัยยศพูดอย่างอ่อนโยน


“............” เธอได้แต่เงียบน้ำตายังคงไหลอาบแก้ม


“ฟังพ่อนะ”


สิ้นคำพูดของพ่อ พาสก็สวนทันควัน “ไม่........ พาสไม่อยากฟัง..... ไม่จำเป็นต้องฟังอะไรอีกแล้ว พาสได้ยินมาพอแล้ว” หญิงสาวเริ่มออกแรง เพื่อให้เป็นอิสระ เธออยากจะปัดมือพ่อออก แต่ความเป็นลูกยังคงมีเต็มหัวใจ พาสไม่กล้าที่จะทำอะไรที่ไม่ควรออกไป


“พ่อรู้ว่าพ่อรุนแรงเกินไป...... พ่อควรจะรู้ว่าลูกของพ่อเป็นยังไง” คุณชัยยศดึงรั้งตัวบุตรสาวเข้ามากอด


ขณะเดียวกันพาสก็ยังมีท่าทีแข็งขืนอยู่ในอ้อมกอดของพ่อที่เธอทั้งรักและเทิดทูนเธอเคารพท่านไม่เสื่อมคลาย เธออยากจะกอดพ่อใจจะขาด แต่ทิฐิความดื้อรั้นยังคงมีอิทธิพลต่อความคิดของพาสอยู่มาก


“พาส....... พ่อรักหนูมากนะลูก” คุณกาญจนาเข้ามาใกล้ลูบผมบุตรสาว


“ปลาแม่กับพ่อทำขนาดนี้แล้วนะ....... ทำไม” กานต์ก็ร้องไห้ปากก็ต่อว่าน้องสาว


“กานต์หยุด” คุณชัยยศหันไปบอกบุตรสาวคนโต


“ก็..” กานต์พูดได้แค่นั้น เอเข้ามากอดภรรยาไว้เหมือนเตือนไม่ให้พูด


คุณชัยยศมองคนในอ้อมแขน น้ำตาของผู้เป็นพ่อหยดตกกระทบแก้มนวล “พ่อขอโทษ...... ที่ผ่านมาพ่อผิดเอง...ยกโทษให้พ่อเถอะนะ”


“ไม่........” พาสพูดได้คำเดียวน้ำตาก็พล่างพรูออกมาไม่หยุด เธอพยายามจะพูดต่อแต่ดูยากเย็นเหลือเกินด้วยเธอยังสะอื้นไห้ไม่หยุด


“พ่อขอโทษ.... พาสจะไม่อภัยให้พ่อเชียวเหรอลูก” คุณชัยยศตัดพ้อบุตรสาว


“............” พาสส่ายหัว เธอเงยหน้าขึ้นสบตาผู้เป็นพ่อ “ไม่........ พ่ออย่าขอโทษพาสเลย.... พาสต่างหากที่ผิดที่ดื้อ...... พาส........ขอโทษฮะ”


คำพูดที่หลุดจากปากบุตรสาวทำให้พ่อยิ้มออกท่านกอดบุตรสาวไว้แน่น “พอแล้วลูก.. พาสไม่ผิด.. เราสองคนพ่อลูกเหมือนกันเกินไป...... มันเลยเป็นอย่างนี้”


“พ่อคะ...” พาสกอดตอบผู้เป็นพ่อ เธอแทนตัวเองกับพ่อใหม่อีกด้วย


“เราคืนดีกันแล้วใช่ไหมลูก” คุณชัยยศถามยิ้มๆ


“.........” พาสพยักหน้าอยู่กับอกพ่อน้ำตาไหลเปลอะเปื้อนเสื้อผู้เป็นพ่อ


“ไม่เอาลูกเลิกร้องไห้ได้แล้วอายเขา หยุดร้องซะนะคนเก่งของพ่อ” คุณชัยยศลูบผมเช็ดน้ำตาให้บุตรสาว ท่านเองก็ปาดน้ำตาตัวเองทิ้งด้วยเช่นกัน


“ปลารักพ่อนะคะ” พาสยิ้มให้พ่อที่เธอแสนจะเคารพรัก


“... พ่อก็รักหนู” ทั้งสองกอดกันอีกครั้ง


“ขอแม่กอดบ้างสิ” คุณกาญจนายิ้มทั้งน้ำตา


“แม่จ๋า.... ปลาขอโทษ” พาสผละจากบิดาโผไปกอดมารดาแน่น “หนูคิดถึงแม่.... หนูรักแม่”


คุณสินีและคนอื่นๆ ต่างยิ้มให้กับความสัมพันธ์อันดีของสามพ่อแม่ลูก ณุไหว้คุณชัยยศ “สวัสดีครับ”


“ขอบใจ...” ท่านตบบ่าณุ


“ไป.... ไปทั้งแม่ทั้งลูกเข้าข้างในกันดีกว่า” คุณชัยยศโอบรอบตัวภรรยาพาเข้าบ้าน คนอื่นต่างพากันเดินตามเข้าไปด้วยความรู้สึกที่เต็มตื้นไปตามๆ กัน บทจะง่ายมันก็ช่างง่ายเสียเหลือเกิน


พาสหันกลับมามองณุเธอเข้าไปหาเขา หญิงสาวทำหน้าบึ้งยื่นหน้าเข้าไปหา “นี่ใช่ไหมที่พี่ณุถามปลา.....เมื่อวาน”


“จ้ะ...” ณุยิ้มอ้อน


“แล้วคิดว่าปลาควรจะโกรธไหมฮะ....” พาสถามเสียงเข้ม


“ฮึ....” ณุส่ายหัว


“.....ฮึ...” พาสหันหลังกลับทำเมินไม่สนใจ


“รอด้วยสิจ๊ะ” ณุรีบเข้าไปโอบเอวหญิงสาว


“เอ๊ะ.... ใครบอกว่าปลาไม่โกรธเหอะ...” พาสแกล้งโวย


“น่านะ.... พี่ทำทุกอย่างเพราะหวังดีจริงๆ นะ” ชายหนุ่มออดอ้อน


“ไม่รุ...” พาสสะบัดหน้าไปอีกทาง


“โห.... งอนเป็นผู้หญิงเลย” ณุแหย่กลับ


“พี่ณุนี่....” พาสหันมาทำท่าจะทุบชายหนุ่ม


“โอ๋...โอ๋...” ณุรวบตัวพาสไว้แน่น


“ชริ..” พาสย่นจมูกใส่


.
สองหนุ่มสาวเข้ามาในห้องนั่งเล่นที่ดูแน่นไปถนัดใจเป็นคู่สุดท้าย พาสเข้าไปนั่งแทรกกลางระหว่างพ่อและแม่ ท่านทั้งสองโอบกอดบุตรสาว ณุเองก็ไปนั่งข้างๆ คุณสินีบรรยากาศภายในห้องนี้ตอนนี้ช่างแสนอบอุ่นอบอวลไปด้วยความรัก


กานต์มองน้องสาวที่ดวงตาช่างสดใสเสียเหลื่อเกินทำให้เธอยิ้มได้เสียที “ปลา.... ณุมานั่งคู่กันหน่อยสิ” กานต์เรียกคนทั้งคู่


เมื่อพาสกับณุมานั่งลงบนพรมด้วยกันแล้ว ทั้งคู่ยิ้มให้กันณุโอบพยุงพาสเข้าไปหาพ่อและแม่ทั้งสองกราบที่ตักของท่าน


“ผมกราบขอลูกปลาจากคุณพ่อคุณแม่อีกครั้งนะครับ”


“พ่อกับแม่ผากณุดูแลน้องด้วยนะ... ถึงจะดื้อจะรั้นไปบ้างก็ให้อภัยน้องนะ” คุณกาญจนาพูดยิ้มๆ


“แม่...ก็..” พาสมองหน้ามารดาค้อนๆ


“ครับ.... เขาก็ดื้อทุกวันอยู่แล้วละครับ.. แต่ผมก็รักที่เขาเป็นอย่างนี้” ณุจับมือพาสมากุมไว้


“เหอะ...” พาสทำตาขวางใส่ณุ


“ไปจ้ะ” ชายหนุ่มทำไม่สนใจ จูงพาสพากันคลานเข่ามาทางคุณสินี


ทั้งสองกราบที่ตักของท่าน คุณสินีก้มลงโอบกอดลูกทั้งสอง “รักกันดูแลกันนะลูก”


“ค่ะ/ครับ” ทั้งสองขานรับ


พาสลุกขึ้นไปนั่งกับคุณสินี เธอโอบกอดและซบหน้ากับไหล่ผู้สูงวัย “คุณแม่คะ พี่ณุว่าปลาดื้อคุณแม่ว่าปลาดื้อไหมคะ”


“จ้ะปลาของแม่ไม่ดื้อหรอกลูก... พี่เขาดูแลไม่เป็นเองละลูก” คุณสินีเข้าข้างว่าที่สะใภ้เต็มที่


“คุณแม่ครับ...” ณุถึงกับมองมารดาค้าง วี่แววหัวเน่าปรากฏขึ้นแล้ว


เช้าวันใหม่อากาศช่างสดใสทุกอย่างดูสบายตาไปหมดในสายตาของพาส เธอยืนยิ้มอยู่คนเดียวที่ระเบียงกางแขนสูดอากาศสดชื่นไว้เต็มปอด


“ก๊อก...ก๊อก...”


เสียงเคาะประตูทำให้พาสต้องผละจากระเบียงห้อง พาสยิ้มให้กับหนุ่มที่ยืนทำหน้าทะเล้น


“อรุณสวัสดิ์จ้ะ”


“ฮะ... อรุณสวัสดิ์”


“ลงไปเดินเล่นรับแดดยามเช้ากันไหมคะ” ณุส่งมือให้พาส


“ฮะ....” พาสวางมือน้อยๆ ลงบนมือใหญ่


มือเล็กๆ กำลังก่อปราสาททรายโดยมีหนุ่มตาคมคอยแกล้งกอบทรายมาถมปราสาทที่พาสก่อไว้


“พี่ณุนะ.... ดูสิพังหมด......โอ๊ะ” จังหวะที่พาสเงยหน้าขึ้น บังเอิญมีทรายปลิวเข้าตา


“อย่าขยี้” ณุรีบจับมือพาสที่จะขยี้ตาเอาไว้ “เดี๋ยวนะ”


ณุวิ่งไปคว้าขวดน้ำเปล่ามาล้างมือตัวเองก่อน จากนั้นก็เอาน้ำเทใส่มือตัวเอง “ก้มลงมาจ้ะ”


พาสก้มหน้าลงมาณุค่อยๆ เอามือไปรองที่ตา “ลืมตาในน้ำนะ” ชายหนุ่มเทน้ำเพิ่มใส่มือตัวเอง


“ขอพี่ดูหน่อย” ชายหนุ่มเชยคางพาสขึ้นเขาพลิกเปลือกตาพาส ณุเอาผ้าเช็ดหน้าที่ม้วนปลายไว้ลูบรอบๆ ขอบตา


“ไม่มีแล้วจ้ะ” ณุพูดแต่เขาก็ยังคงเช็ดน้ำตาที่ไหลออกมาเพราะการระคายเคืองของดวงตาคู่งามให้


“ขอบคุณฮะ” พาสยิ้มให้ณุ


“พี่ไม่น่าเล่นเลย ดูสิตาแดงไปหมดแล้ว” ณุจูบซับเบาๆ ที่ดวงตาข้างนั้น


“อืม... หายนะ” ณุทำเหมือนเป่ามนต์ให้ตาหาย


“หึหึ... ปลาไม่ใช่เด็กนะ” หญิงสาวขันต่อการกระทำของณุ


“อ้าว... ก็เห็นเขาทำกัน” ณุยังคงกระเซ้า


“เสี่ยว...” พาสยิ้มขัน


“ว่าอีกแล้ว.... อย่างนี้ต้องโดน” ไม่พูดเปล่าณุคว้าตัวหญิงสาวมากอด พร้อมกับไล่หอมเธอไปทั่วแก้มนวล


“ไม่เอา... พี่ณุเนี่ยฉวยโอกาสนี่” พาสพลิกหนีไปทางไหนก็โดนตลอด


ทั้งสองยังคงหยอกเอินกันไป สักพักพาสก็เตือนเรื่องที่จะต้องไปทำงานของวันนี้ให้เสร็จ นั่นล่ะณุจึงเลิกแกล้งคนรัก เขาลุกขึ้นก่อนแล้วค่อยๆ ดึงพาสให้ลุกตาม ชายหนุ่มก้มลงปัดไปตามขากางเกงของพาส เขารอให้หญิงสาวเผลอแล้วจึงยกเธอจนตัวลอย


“พี่ณุ...” พาสตกใจ


“ฮ่ะ..ฮ่ะ” ณุแบกคนรักไว้บนบ่าพาเธอเข้าบ้าน


กล้องส่องทางไกลถูกขว้างลงพื้นทรายตามอารมณ์ของเจ้าของ หนุ่มลูกครึ่งยืนกำหมัดแน่น เขามาแอบซุ่มตั้งแต่ตอนเช้ามืด ยิ่งมาเห็นภาพบาดตาบาดใจตรงหน้าเขาถึงกับหอบหายใจแรง ใบหน้าขมวดเกร็ง เอียนเอามือครูดกับต้นไม้ไปมาจนเลือดซิบ แต่มันคงเทียบไม่ได้กับความคั่งแค้นภายในที่ปะทุหนักหนาขึ้นทุกที


นาฏ เปรียว พิและหนุ่มนัทอาสาอยู่เป็นเพื่อนผู้ใหญ่ที่บ้าน ปล่อยให้สามหนุ่มตามไปอารักขาพาส โดยมีน้านิ่มกับแตนขนอุปกรณ์ทำความสะอาดเพื่อไปจัดการทำความสะอาดก่อนส่งมอบงานให้กับเอียน


พอถึงบ้านต่างก็ช่วยกันขนของเข้าบ้าน พาสกับณุช่วยกันแกะห่อของ แล้วส่งต่อให้เบนกับกีกิช่วยกันนำไปวางตามคำสั่งของพาสอีกที


น้านิ่มกับแตนทำความสะอาดไล่จากชั้นบนลงมา ทั้งสองคนต่างก็ช่วยงานอย่างเต็มที่ รถขนเฟอร์นิเจอร์ที่เป็นหนังและผ้ามาถึงก่อนเที่ยงตามที่ตกลงกันไว้ ชุดโซฟายาวสีขาวถูกนำไปวางในห้องนั่งเล่น พร้อมกับสตูลตัวใหญ่สองตัว กล่องเก็บของที่ทำจากแกนหวายถูกนำไปวางไว้ปลายเตียงใหญ่บนบ้าน ตู้เสื้อผ้าที่เป็นกระจกบานใหญ่ถูกนำไปชิดติดผนังอขงห้องแต่งตัว ทุกอย่างในตอนนี้ถือเป็นเสร็จครบถ้วน พาสเดินตรวจภายในบ้านอีกครั้ง

จบบทที่ 15 ค่ะ




 

Create Date : 01 สิงหาคม 2549    
Last Update : 4 สิงหาคม 2549 0:31:06 น.
Counter : 133 Pageviews.  

ฤ รัก บทที่ 14

ฤ รัก บทที่ 14 กลีบดอกเบ่งบาน


ณุที่อุ้มพาสไว้หันหลังมุ่งหน้ากลับไปทางหาด เขาต้องหยุดชะงักเมื่อเห็นน้องทั้งสี่คนยืนยิ้มอยู่ตรงกำแพง ชายหนุ่มถึงกับส่ายหัว


“ไอ้เจ้าพวกแสบนี่..... ไม่คิดจะไปที่อื่นกันหรือไงนะ” ณุบ่น


พาสที่ได้ยินณุพูดก็เหลียวหลังไปมองพอเห็นทั้งสี่ที่ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ ทำท่าทะเล้นเข้าก็ยิ่งอายหนักเข้าไปอีก


“พี่ณุปล่อยพาส... เร็วสิ”


“.................” ณุรู้สึกอยากเตะคนขึ้นมาตะหงิดๆ


“พี่ณุปล่อยสิฮะ” พาสเริ่มดิ้นรน


ชายหนุ่มจำใจต้องปล่อยร่างน้อยลง พอเท้าถึงพื้นพาสก็รีบจ้ำนำหน้าไปหาน้องสาวทั้งสอง นาฏกับเปรียวเข้ามาควงแขนพี่สาวพากันเดินลงไปที่หาด ณุที่เดินตามหลังมาติดๆ ก็เขกหัวนัทกับกีกิคนละที ก่อนจะล็อคคอหนุ่มทั้งสองเดินตามสามสาวไป


สองสาววิ่งไล่จับกันไปตามแนวคลื่นที่เข้ามากระทบฝั่ง ส่วนพาสกลับเดินไปเรื่อยๆ เท้าเปลือยเดินย่ำไปฟองคลื่นกระทบเท้าเป็นระยะ สองมือน้อยๆไขว้หลังเงยหน้ามองดาวบนท้องฟ้า


ณุมองคนรักด้วยความรู้สึกสงสาร ไม่ว่าเขาจะมอบความรักให้เธอมากเพียงใด เธอคนนี้กลับต้องการความรักที่เขาไม่สามารถมอบให้ได้ แม้แต่มารดาของเขาก็ไม่อาจเติมเต็มสิ่งนั้นได้เช่นกัน ทุกวันนี้เขาพยายามจะไม่ปล่อยเธอไว้เพียงลำพัง ไม่อยากให้เธอมีเวลาไปคิดเรื่องเครียดๆ และไม่อยากให้เธอทำงานมากเกินไป ชายหนุ่มเดินเข้าไปหาเขาเพียงแต่เดินเคียงข้างเธอไปเงียบๆ บางครั้งเพียงเท่านี้ก็เพียงพอแล้วสำหรับความเข้าใจในกันและกัน


เปรียววิ่งนำหน้านัทขึ้นมาจากหาด สาวน้อยเข้ามาเกาะตรงประตู “โอย.........เหนื่อย”


“จับได้แล้ว..” นัทแตะที่บ่าเปรียว


“นายแพ้ย่ะ.. ฉันจับขอบประตูไปแล้ว” เปรียวปัดมือนัทออก


“อ้าว...ก็” นัทอึ้ง


“ก็อะไร...หะ” เปรียวท้าวเอวถาม


“ก็ไหนบอกว่าถ้าจับก่อนถึงบ้านนัทชนะไง” นัทเถียง


“ก็เนี่ย... ยื่นมือเข้าไปแล้วไง” เปรียวทำหน้าตาย


“โห...” นัทจำต้องยอมจำนน เขามองหน้าคนที่ยิ้มสะใจอย่างปลงกับตัวเอง


นาฏเดินเขย่งตามหลังมามีนายกีกิช่วยพยุงมาตลอดทาง “ เดินดีๆ สิ”


“มันเจ็บนะ... จะเดินดีๆ ได้ไง” นาฏขึ้นเสียง


“คนอื่นเขาเดินกันไม่เห็นมีใครซุ่มซ่ามไปเหยียบหินจนล้มขาแพลงเหมือนนาฏสักคน” กีกิบ่น


“อย่ามาว่าฉันนะ... ไม่อยากพยุงก็ไปเลย” นาฎชักมือที่เกาะบ่ากีกิออก


“โอ๊ะ...” นาฏทำท่าจะเสียหลัก


“ดูสิ...” กีกิโอบเอาไว้มั่น


“นี่เราเจ็บอยู่ยังจะมางอนอะไรนักหะ..” พาสตามหลังมาบ่นน้อง


“พี่พาสนะ......” นาฏกระเง้ากระงอด


“ไปๆ กีกิพานาฏเข้าบ้านไป” ณุตัดบท


“ครับ” กีกิพยุงนาฏที่ยังหน้าตูมเข้าไปด้านใน เขาพาสาวร่างแบบบางมานั่งที่โซฟา


เปรียวที่ไปหยิบยามาลงนั่งข้างๆ เพื่อน “มาทาให้”


“พี่ทาให้ดีกว่า..” พาสดึงสตูลมานั่งตรงหน้านาฎ เธอจับเท้าของน้องขึ้นพาดตักลองกดเบาๆ ไปทั่ว พร้อมกับมองสีหน้าน้องสาว พอพาสจับที่ข้อเท้านาฏถึงกับหน้าเหยเก


“เจ็บมากใช่ไหม” พาสถามเสียงนุ่ม


“.......” นาฎพยักหน้า


“เปรียวบีบยาใส่มือพี่ให้หน่อย” พาสขอยาจากเปรียว
เด็กสาวบีบมาใส่มือพี่สาว พาสขยี้ยากับมือถูให้อุ่นแล้วค่อยๆ ทาให้น้องอย่างเบามือ เธอนวดคลึงเพียงเบาๆ


“ทาดีกว่านะ.. ถ้านวดแรงเดี๋ยวจะยิ่งช้ำไปกันใหญ่” พาสเงยหน้ายิ้มกับน้องสาวจอมซุ่มซ่าม


“ขอบคุณค่ะ” นาฎยกมือไหว้พี่สาว


“หมั่นไส้” เปรียวเอาไหล่กระแทกนาฏจนเซ


“มะ.... อิจฉา..” นาฏกระแทกกลับ


“ม่าย... มีทาง...เชอะ..” เปรียวลุกขึ้นไปนั่งตักพี่สาว เอามือโอบรอบคอแล้วหันมายิ้มยั่วนาฏ


“เจ้าเปรียว...” พาสพยายามดันน้องออก เพราะเธอเล็งแล้วว่าน้องทั้งสองเริ่มจะก่อสงครามประสาทกัน


“พี่พาส..... นาฏไม่ยอมนะ” นาฏโวยวาย แต่ตัวเองจะลุกไปทำอะไรก็ไม่ถนัด


“ฮ่ะฮ่ะ” เปรียวหัวเราะสะใจ


“เฮ้อ... ไม่เอาแล้ว... พี่ไปล้างมือดีกว่า” พาสขยับลุก
เปรียวเลยจำใจต้องปล่อยตัวพี่สาว เด็กสาวกลับมานั่งข้างๆ เพื่อน คอยแหย่คอยแกล้งเพื่อนอย่างสนุกสนาน นาฏเองก็ไม่ยอมแพ้ทั้งสองก่อสงครามย่อมๆ กันไปเรื่อย
ณุเห็นพาสเดินขึ้นบ้านเขาก็รีบตามเธอไปทันที สองหนุ่มที่เหลือต่างมองคนรักของตนแล้วให้ส่ายหัวหันมามองหน้ากัน ทั่งคู่กอดคอกันไปทางอื่น


“ลูกปลาจ๋า....” ณุเรียกพาสที่กำลังจะเดินเข้าห้อง


“ขอพาสล้างมือก่อนนะฮะ..”หญิงสาวเดินหายเข้าห้องไป
พอล้างมือเสร็จพาสก็เดินออกมาหาชายหนุ่มที่ยังคงยืนอยู่หน้าห้อง “พี่ณุมีอะไรหรือฮะ... พาสว่าจะนอนแล้ว”


“ง่วงแล้วเหรอคะ...” ณุถามเสียงอ่อน


“อืม.... เพลียมากเลย” พาสพยักหน้าหงึกหงัก


“งั้นหลับฝันดีนะคะ” เขาชะโงกหน้าเข้าไปจูบที่หน้าผากของหญิงสาว


“ฮะ.... พี่ณุก็เหมือนกันฮะ” พาสกำลังจะปิดประตูกลับถูกณุคว้าแขนเอาไว้


“เดี๋ยว....”


“พี่ณุมีอะไรอีกเหรอฮะ...” พาสสงสัย


“ลูกปลาจะไม่หอมพี่บ้างหรือคะ” ณุถาม


พาสถึงกับขมวดคิ้วเป็นปม... ยิ่งเมื่อชายหนุ่มยื่นแก้มมาใกล้... เธอรีบยกมือขึ้นผลักหน้าชายหนุ่มออกห่าง


“ไม่....”


“ทีพี่ยังหอมราตรีสวัสดิ์ลูกปลาเลย”


“ใครใช้พี่ณุให้มาหอมพาสล่ะ... พาสเป็นฝ่ายเสียเปรียบนะ” พาสโวย


“ม่ายรู้ล่ะงั้นถ้าไม่หอมแก้ม... ลูกปลาก็ต้องแทนตัวเองเวลาที่อยู่กับพี่ใหม่”


“ไม่... เรื่องอะไร” พาสหันจะเข้าห้อง


“ถ้าไม่ยอมสักอย่างก็ไม่ต้องเข้าห้อง” ณุรีบแทรกเข้าไปขวางประตูไว้


“พี่ณุ....พาสง่วงนะ” หญิงสาวเริ่มหงุดหงิด


“................” ณุทำลอยหน้าลอยตา


“เหอะ....เฝ้าไปนะ.... พาสไปนอนห้องแม่ก็ได้” พาสรีบออกตัวทันทีที่พูดจบ


“จะไปไหน...” ณุรีบก้าวตาม


“ไปนอนกับแม่.”


“ไม่ให้ไป...” เขารีบวิ่งเข้าไปคว้าเอวพาสไว้ได้ตรงเชิงบันได


“พี่ณุปล่อยนะ.... พาสจะไปนอนห้องแม่” พาสพยายามง้างมือใหญ่ที่โอบเอวเธอไว้ออก


“ไม่ปล่อย... ทำไมต้องไปนอนห้องแม่ด้วย” ณุออกแรงรั้งพาสที่ดิ้นสุดแรงไว้


“ก็พี่ณุไม่ยอมให้พาสเข้าห้องนี่”


“งั้น.... ไปเข้าห้องกัน...” ณุยกพาสลอยขึ้นจากพื้น


“ไม่เอา.... ไม่ไปกับพี่ณุ” พาสดิ้นสุดแรง


ชายหนุ่มก้าวถอยหลังกลับมาที่ห้องของพาส เขาเอาหลังผลักประตูพาตัวเองและพาสเข้ามาในห้อง พอเข้าห้องมาได้เขาก็ใช้เท้าเตะประตูปิด


“พี่ณุ......... จะทำไร........อย่านะ” พาสร้องห้ามเมื่อณุเอาตัวเธอมาวางลงที่เตียงนุ่มและเขาก็ประชิดตามติดขึ้นมาด้วย


ดวงตาของชายหนุ่มส่องประกายแวววาม เขายังคงขยับเข้าใกล้ พาสเองก็กระถดถอยหนีเธอในยามนี้ดูเหมือนละมั่งน้อยระแวงภัย


“อย่านะ...” พาสร้องห้าม


ณุได้จังหวะเขารวบตัวหญิงสาวเอาไว้ ชายหนุ่มดึงเธอไว้มั่นเขายกมือขึ้นสูง พาสเองเห็นท่าของเขาเข้าก็พยายามยกมือกันไว้เช่นกัน


“นี่แน่ะ” ณุจักจี้เอวของพาส


“ฮ่ะฮ่ะ....” พาสดิ้นหนีมือ


“ยอมไหม”


“ฮ่ะ.....ฮ่ะ.... พี่ณุ... ไม่เล่นนะพาสหา..ย...ใจ...ไ.ม่...ออก” พาสดิ้นไปหัวเราะไปจนตัวงอ


“ยอมหรือยัง” ณุดูจะสนุกกับการได้แกล้งคนดื้อ


“ไม่...” เธอพยายามใช้มือปัดป้อง


“จริงง่ะ”


“ฮ่ะ.. ฮ่ะ... ม่าย....” ทั้งที่หัวเราะจนเหนื่อยแต่พาสก็ยังคงปฏิเสธ


“คนดื้อ” ณุขยับตัวออกมานั่งพิงพนักเตียง


“ฮ่ะ...เฮ้อ........” พาสถอนใจยาวด้วยความเหนื่อย จากที่งอตัวอยู่พาสรีบลุกขึ้นนั่งสูดลมหายใจเข้าเต็มปอด... พาสมองณุที่กำลังมองเธอด้วยสายตาหวานหวาม


“ดึกแล้ว.... พรุ่งนี้ต้องตื่นแต่เช้าไปตรวจรับของที่จะมาส่ง” พาสบอกกับณุเป็นเชิงไล่


“อืม.... ลูกปลาก็นอนสิ” ณุตบที่หมอนข้างตัว


“พี่ณุ.... กลับไปห้องตัวเองสิ”


“อืม....” ณุยังคงนิ่งเฉย


“ไปสิ...”


“ไล่จัง” ณุลุกจากเตียง เขามองคนรักที่นั่งอยู่กลางเตียงในมือกอดหมอนไว้แน่นอย่างขำๆ


“ยิ้มอยู่นั่น.... ไปได้แล้วฮะ..”


“คร้าบ... ไปแล้ว...” ณุเดินออกจากห้องไปอย่างอารมณ์ดี
เสียงประตูที่เปิดและปิดทำให้พาสรีบยื่นหน้าออกไปดู พอเห็นว่าชายหนุ่มออกไปแน่เธอก็รีบลงจากเตียงวิ่งไปล็อกประตู


ส่วนณุที่ออกจากห้องมาเขาก็ยืนยิ้มกับตัวเองที่หน้าห้องหญิงสาวอยู่สักพัก พอได้ยินเสียงล็อคห้องเขาก็ยิ้ม ก่อนจะเดินฮัมเพลงกลับเข้าห้องของตัวเอง


สายลมโชยเอื่อยๆ ในยามเช้ามาพร้อมกับแสงสีทองของเช้าวันใหม่ ทอแสงเข้ามาในห้องนอนของหญิงสาว สาวมาดเท่ห์ในชุดทะมัดทะแมงด้วยเสื้อยืดกางเกงยีนส์ตัวโปรด เธอยืนมองตัวเองในกระจกมือก็จัดเสื้อผ้าให้เข้าที่เข้าทาง เสร็จแล้วก็เสยผมจัดแต่งทรงเมื่อเรียบร้อยก็ยิ้มให้กับตัวเองในกระจก


พาสเดินลงมาที่ชั้นล่าง เธอเห็นคุณสินียืนรับอากาศบริสุทธิ์อยู่ที่เฉลียงเธอจึงตรงเข้าไปหา


“อรุณสวัสดิ์ค่ะ” พาสสวมกอดผู้สูงวัยทางด้านหลัง


“จ้ะ.... ตื่นเช้าจังละลูก” คุณสินีลูบแขนพาส


“ค่ะ.. วันนี้มีต้องไปรับของเข้าบ้านคุณเอียนน่ะคะ” พาสตอบ


“อืม...”


“คุณแม่จะลงไปเดินเล่นไหมคะ พาสจะไปเดินเป็นเพื่อน” พาสถามอย่างเอาใจ


“แทนตัวเองกับแม่ใหม่ได้ไหมลูก” คุณสินีดึงพาสให้มาด้านหน้าท่าน


“ค่ะ...คุณแม่จะไปเดินเล่นกับปลาไหมคะ” เธอยิ้มให้ท่าน


“ไปสิลูก..... แล้ววันนี้หนูจะไปกี่โมง กลับมาทานมื้อเที่ยงกับแม่หรือเปล่า”


“ตอนนี้รอให้คนส่งของเขาโทรมาน่ะค่ะว่าจะถึงหรือยัง.... ส่วนข้าวเที่ยงน่าจะทันนะคะปลาจะกลับมาทานกับคุณแม่”


“ดีจ้ะ... งั้นให้พี่เขาไปด้วยนะลูก” คุณสินีดูเป็นห่วงเป็นใยในว่าที่ลูกสะใภ้ของท่านเสียเหลือเกิน


ณุเข้ามาขโมยหอมแก้มพาส ก่อนจะหอมแก้มมารดา “ไม่ให้ไปผมก็จะไปครับ”


“พี่ณุ...” พาสทำตาขวางใส่


“คุณแม่ไปกันเถอะค่ะ” พาสกอดแขนจะพาคุณสินีเดินลงไปข้างล่าง เธอหันมาสั่งณุเสียงเข้ม “ พี่ณุไปเตรียมรถเลย.... ไม่ต้องตามมานะ”


“คุณแม่ครับ” ณุหันไปอ้อนมารดา


“ไปสิลูก... ตรวจสอบสภาพรถให้เรียบร้อยละ” มารดาเห็นดีด้วยกับพาส


“คร้าบ....” ณุถึงกับคอตกที่ถูกสองสาวไล่


กีกิที่มายืนฟังอยู่พักหนึ่งแล้วถึงกับหัวเราะร่าเมื่อพี่เดินมาใกล้ หนุ่มหน้าตี๋ตบไหล่พี่ชาย “ โห... ยังไม่ทันไรพี่ณุก็มีวี่แววว่าจะหัวเน่าซะแล้วสิครับเนี่ย”


“เออ.... พูดดีไป.... ระวังของตัวเองไว้เหอะ จะหาว่าไม่เตือน... นั่นเดินมากันนั่นแล้ว” ณุพยักเพยิดไปทางสองสาวที่เดินแกล้งนัทมาตลอดทาง


“พี่ไปดูรถก่อนล่ะ” ณุโบกมือให้กับทุกคน เขาเดินแยกไปอีกทาง


น้าหงวนนำรถมาจอดสนิทที่หน้าบ้านหลังงาม พาส ณุ นาฏ และกีกิที่ขอตามมา ก้าวลงจากรถ


“รอนี่แป๊บนะ” พาสบอกกับทุกคน เธอเดินตรงไปที่รถบรรทุกหกล้อที่จอดรออยู่


“สวัสดีฮะน้าจี่....... อ้าวเจ้าอิบมาด้วยรึ.... เดี๋ยวนี้หล่อขึ้นเป็นกอง” พาสทักทายหนุ่มสองวัยอย่างสนิทสนม


อิบหนุ่มวัยสิบแปดย่างสิบเก้าโผเข้ากอดพาส “ อิบรู้ว่าพ่อจะมาส่งของให้พี่พาส... เลยขอตามมาด้วย”


“เฮ้อ..... ไอ้น้องรัก.... เราน่ะเป็นหนุ่มแล้ว.... มากอดพี่อย่างนี้เดี๋ยวเขาก็หาว่าพี่เลี้ยงต้อยกันพอดี” พาสพูดขำๆ เธอปล่อยให้อิบกอดอยู่อีกครู่ก่อนจะดันหนุ่มน้อยออก ทั้งสองต่างยิ้มให้กัน พาสโอบไหล่อิบพากันไปช่วยขนของท้ายรถ

...............................................................31 (2.05) ขอส่งแค่ครึ่งบทก่อนนะคะไม่ไหวแล้วง่วง

ต่อนะคะจบบทที่ 14 ค่ะ
-------------------------------------------------------------------


คนงานสองคนที่ขนของอยู่ด้านหลังรถหันมาไหว้พาสอย่างคุ้นเคยกัน หญิงสาวยิ้มและพูดคุยกันอยู่พักหนึ่ง พาสได้แจ้งกับทางวลีให้เขียนหมายเลขกำกับไว้ที่ของแต่ละชิ้นเพื่อง่ายต่อการจัดวาง หญิงสาวส่งภาพคร่าวๆ ของตำแหน่งหมายเลขให้กับคนงาน


ณุเดินเลียบๆ เคียงๆ เข้ามาหา “พาส.... เรียบร้อยไหมครับ”


“ฮะ... กำลังจะขนของลงกันนี่ละฮะ” พาสหันมายิ้มให้


ณุเห็นน้าจี่เข้า เขาก็จำได้ทันทีว่าเป็นคนเดียวกับที่เป็นคนฝากของให้พาสในคราวที่แล้ว “อ้าว.. สวัสดีครับพบกันอีกแล้ว”


“สวัสดีครับ” น้าจี่ทักทายตอบ แกหันไปสะกิดบุตรชาย “เอ้า..... สวัสดีคุณเค้าเร็วเจ้าอิบ.... นี่คุณณุเป็นคู่หมั้นของคุณพาสที่นายแม่เล่าให้ฟังไง”


“สวัสดีครับ..... คุณณุ” อิบรีบยกมือไหว้


“สวัสดีหนุ่มน้อย... ชื่ออิบเหรอเราน่ะ” ณุรับไหว้เขายิ้มให้เด็กหนุ่มตรงหน้า


“ครับ”


“อิบเนี่ยเป็นลูกคนเดียวของน้าจี่ฮะพี่ณุ..... เป็นเพื่อนเล่นของพาสด้วย”


“คุณพาสเธอชอบพาเจ้าอิบไปดูนกดูดอกกล้วยไม้ป่า เธอชอบถ่ายรูปนะครับเข้าไปในป่ากันเป็นประจำ ปีนต้นไม้ขาแข้งถลอกกลับมาทีไรก็โดนคุณวลีบ่นตลอดแต่ไม่เชื่อนะครับ ยังคงขยันแอบหนีกันไปอยู่เรื่อย” น้าจี่เล่าวีรกรรมของพาส


“หรือครับ”


“ครับ... นี่ยังน้อยนะครับ... ยังมีเรื่อง...”


“เอ่อ... พี่ณุเข้าไปดูข้างในกันดีกว่า” พาสกลัวจะถูกเผามากไปกว่านี้จึงรีบปลีกตัวซะก่อน


“อะไรกัน.... พี่ยังอยากฟังน้าจี่เล่าต่อนะ” ณุยังคงอยากฟังเรื่องราวของคนรักสมัยอยู่เชียงใหม่


“ไปเถอะเสียเวลาน้าจี่เขา” พาสกึ่งลากกึ่งจูงณุ


“เดี๋ยวเจอกันข้างในนะครับ” ณุบอกกับพ่อลูกทั้งสอง


อิบมองตามคนที่เป็นทั้งพี่ทั้งเพื่อนแม้อายุจะห่างกันหลายปีก็ตาม “พ่อว่าพี่พาสเป็นผู้หญิงขึ้นไหม”


“คนมีความรักก็งี้แหละ... ของมันเปลี่ยนกันได้” น้าจี่ตบบ่าลูกชาย


“ผมชอบนะ.... พี่พาสดูน่ารักดี”


“ไปๆ ทำงาน....” ผู้เป็นพ่อโยกหัวบุตรชาย


พาสกับณุเข้ามาสมทบกับนาฏและกีกิทั้งหมดพากันเดินเข้าไปด้านใน พาสผลักประตูด้านหน้าให้เปิดกว้าง ทุกคนต่างช่วยกันเปิดประตูหน้าต่างบานอื่นให้เปิดกว้าง เพื่อให้อากาศถ่ายเท


พาสกางพิมพ์เขียวออกให้นาฏ กีกิและณุช่วยกันดูไว้ เพื่อให้รู้ตำแหน่งของชิ้นงานตกแต่งที่จะส่งมาในวันนี้


“เรามีของชิ้นใหญ่ที่จะส่งมาจากลำปาง อีกสักครู่คงจะมาถึง ก็จะมีเตียงใหญ่เป็นไม้สักทองหนึ่งหลัง ตู้ไม้สักอีกสี่ตู้เป็นตู้สูงสองและตู้ลิ้นชักอีกสองนะฮะ มีตั่งเตี้ยตัวยาวอีก 2 ตัว ตู้โชว์ 1 ชุดใหญ่ ก็เท่านี้ละฮะของวันนี้ พาสอยากให้เราจัดการของชิ้นหลักๆ พวกนี้ก่อน ถึงให้เขาส่งมาเป็นอันดับแรก เพื่อวางเป็นเมนไว้แล้วเราค่อยจัดส่วนที่เหลือได้ง่ายขึ้น” พาสอธิบายให้ทุกคนฟัง


“แล้วของที่มาจากเชียงใหม่ล่ะจ๊ะ” ณุเอ่ยถาม


“ส่วนใหญ่เป็นของตกแต่งน่ะฮะ..ส่วนงานหินพาสให้น้าจี่ไปวางตรงที่กำหนดแล้วฮะ.”


“พี่พาสครับ.. ของมาส่งแล้วพี่” อิบวิ่งเข้ามาบอก


“ขอบใจนะอิบ” พาสยิ้มให้กับเด็กหนุ่ม


“ผมกับพ่อแล้วก็พี่มิ่งพี่มั่นจะอยู่ช่วยยกนะครับ” อิบบอก


“จ้ะ... ขอบใจ”


ของทุกอย่างที่พาสสั่งถูกนำเข้ามาทีละชิ้นหญิงสาวกับทุกคนต่างช่วยกันคนละไม้คนละมือ นาฏถูกพาสใช้ให้คอยดูแลเรื่องหาน้ำให้ทุกคนทานแทนที่จะต้องมายกของหนัก ทุกคนต่างทำได้อย่างรวดเร็วไม่ทำให้คนยกของต้องเสียเวลา ด้วยทุกอย่างถูกวางตำแหน่งไว้อย่างเรียบร้อย พาสสั่งให้ทางร้านทำแผ่นรองที่ขาของเฟอร์นิเจอร์ทุกชิ้นเพื่อกันการเกิดรอยกับพื้นผิวของพื้นปาร์เก้


คนงานของร้านเฟอร์นิเจอร์หลังจากช่วยแกะกล่องที่แพคของมาเสร็จ ต่างก็ช่วยกันขนเศษกระดาษทั้งหมดไปทิ้งให้เสร็จสรรพ


“พวกผมกลับละครับ คุณพาส... นายบอกว่าโอกาสหน้าจะฝากของขวัญอวยพรที่คุณพาสหมั้นมาให้นะครับ” หนึ่งในคนงานบอก


“หวา... ใครไปบอกล่ะเนี่ย” พาสตกใจ


“คุณวลีครับ..”


“พี่วลีนี่นะ... เฮ้อ......... ฝากขอบคุณคุณคนิณด้วยนะฮะ”


“ครับ”


คนงานจากลำปางลากลับกันไปแล้ว เหลือน้าจี่กับอิบและคนงานของบ้านพี่วลีที่เพิ่งจะขนของจากรถตัวเองลง เป็นชุดสุดท้าย


“ขอบคุณน้าจี่กับอิบมากเลยนะฮะ...... ที่มาช่วย” พาสยกมือไหว้น้าจี่เมื่อขนของเสร็จแล้ว


“ผมยินดีครับพี่พาส” อิบยิ้มหน้าเป็น


“เราก็เหมือนกันวันหลังลงมากรุงเทพก็แวะไปเที่ยวที่บ้านบ้างละ..... เอออิบสอบเข้าที่ไหนเนี่ย”


“ผมสอบได้ม.เชียงใหม่ครับ.... ไม่อยากทิ้งพ่อด้วย”


“มันกลัวน้าตายช้า... เลยกะจะอยู่กวนประสาทให้ตายกันไปข้างหนึ่ง” น้าจี่พูดแทรกขึ้น


“โธ่.... ไมพูดงั้นละพ่อ” อิบโวย


ทุกคนที่ร่วมวางสนทนาต่างพากันหัวเราะขำสองพ่อลูก อิบไหว้ลาพาสและทุกคน ขณะที่คนอื่นๆ ต่างไหว้ลาน้าจี่
พอสองพ่อลูกคล้อยหลังไปณุก็เข้ามาโอบไหล่พาสพากันเข้าด้านใน กีกิเห็นพี่สองคนเขาโอบกันก็อยากทำบ้าง พอทำท่าจะยกมือโอบไหล่นาฏกลับโดนนาฏตีมือเต็มแรง นาฏเดินหนีเข้าบ้านไปปล่อยให้กีกิมองตามพร้อมกับทำปากขมุบขมิบ


ณุช่วยพาสเก็บของเข้าที่พวกกล่องของตกแต่งพาสจัดการแยกออกมาเป็นส่วนๆ ตามห้องที่จะจัดก่อนเก็บเข้ากล่อง โดยระบุข้างกล่องใหม่อีกครั้งว่าเป็นของห้องไหน เสร็จแล้วก็วางไว้อย่างเป็นระเบียบ


ทั้งสี่ช่วยดูความเรียบร้อยอีกครั้ง เพื่อความปลอดภัยเพราะตอนนี้ในบ้านเริ่มมีของแล้ว จึงต้องเพิ่มความระมัดระวังเป็นพิเศษ เพราะถ้ายังไม่ส่งมอบงานทุกอย่างจึงถือเป็นความรับผิดชอบของผู้รับเหมางาน


เมื่อเสร็จทุกอย่างแล้วจึงพากันกลับมาบ้าน ทั้งสี่มาถึงบ้านก็เลยเที่ยงมามากแล้ว คุณสินีและคนอื่นต่างก็นั่งรออยู่ที่โต๊ะอาหาร


“คุณแม่ทำไมไม่ทานก่อนละคะ... เลยเวลาไม่ดีนะคะ” พาสหอมแก้มและลงนั่งข้างๆ ท่าน


“แม่อยากลอทานพร้อมหน้ากันน่ะลูก.... เป็นไงเหนื่อยไหมจ๊ะ” คุณสินีเช็ดเหงื่อตรงไรผมให้พาส


“ไม่หรอกค่ะ... ปลามีคนแบกหามเยอะ” พาสจับมือคุณสินีมาหอม


“ใช่ครับคุณแม่.... ลูกสาวคุณแม่น่ะยกแต่ของเบาๆ ทั้งนั้น” ณุประชดเพราะจริงๆ แล้วพาสเข้าช่วยยกของหนักแทบทุกชิ้น


“พี่พาสดื้อมากเลยครับ.... ห้ามก็ไม่เชื่อ” กีกิช่วยเสริม


คุณสินีหันมาจับแขนพาส “ไม่ดีนะลูก... หนูเป็นผู้หญิงนะ”


“ช่วยกันไงคะ... งานจะได้เสร็จเร็วๆ” พาสแก้ตัว ตาก็จ้องจะกินเลือดณุ


ชายหนุ่มยักคิ้วให้แถมสำทับมารดา “คุณแม่ห้ามลูกสาวคุณแม่หน่อยเถอะครับ.... กับคนอื่นเขาไม่ค่อยยอมฟังท่าเดียว”


“คณแม่คะ...” พาสเกาะแขนอ้อน


“จ้า... แม่ไม่ดุหนูหรอก... แต่อย่าทำอะไรเกินแรงนะลูกรู้ไหมแม่เป็นห่วง” คุณสินีลูบผมอย่างรักใคร่


“พี่เอ กานต์ว่าจะมีคนตามใจเจ้าแสบเพิ่มอีกคนซะแล้วสิ” กานต์พูดกับสามี


“ก็นะ...” เอเองก็ได้แต่ยิ้ม


“โธ่.....” ณุถอนใจ


“คุณแม่คะ ทานกันดีกว่าค่ะ น้านิ่มทำกับข้าวน่าทานจัง” พาสตักอาหารให้คุณสินี


ณุต้องยอมแพ้คนรักที่ดูใครๆ ต่างก็เอ็นดูรักใคร่ไปซะหมด ยิ่งเวลาออดอ้อนด้วยแล้วไม่มีใครเกิน แต่กับเขานี่หญิงสาวไม่เคยสักครั้งที่จะพูดหวานๆ ให้ได้ยิน


ยามที่แดดร่มลมตกสามสาวต่างนัดแนะกันจะไปเล่นน้ำ ทั้งสามใส่เสื้อยืดกางเกงขาสั้นมีพาสคนเดียวที่เอาผ้าขนหนูผืนใหญ่คลุมช่วงล่างไว้อีกชั้น


“นาฏลงไปดูลาดเลาสิว่าพวกนั้นไม่อยู่แถวนี้” พาสส่งหน่วยกล้าตายลงไปก่อน


นาฏค่อยๆ ย่องลงมามองไปรอบๆ ห้องเห็นคนอื่นๆ ต่างจับกลุ่มนั่งคุยกันอยู่ที่ห้องรับแขกอีกด้านหนึ่ง จึงหันไปทำสัญญาณว่าปลอดภัย พาสกับเปรียวจึงก้าวลงมาแล้วพากันวิ่งออกไปทางด้านหลังบ้าน แต่หารู้ไม่ว่าไม่ได้รอดพ้นสายตาของณุที่คอยมองหาอยู่ก่อนแล้ว


สามสาวต่างพากันเล่นน้ำกันอยู่ใกล้ๆ หาด พาสเดินลงไปจนถึงระดับอกแล้วก็ลอยตัวปล่อยให้คลื่นซัดกลับเข้าหาฝั่ง เธอรู้สึกเหมือนได้ล่องลอยไปในที่ไกลๆ เป็นอิสระจากทุกสิ่งรอบตัว


“หวา..........................” พาสต้องตกใจสุดขีดเมื่อจู่ๆ เหมือนมีอะไรมาดึงตัวเธอให้จมลงไปใต้น้ำ


“แค่ก แค่ก.... แค่ก” พาสทะลึ่งพรวดขึ้นมาได้ก็ปาดน้ำออกจากหน้า ก่อนหันซ้ายหันขวามองไปรอบๆ ตัว หญิงสาวเห็นน้องทั้งสองเล่นน้ำกันอยู่ห่างออกไป ปกติว่ายน้ำไม่เป็นก็กลัวระดับหนึ่งแล้วยิ่งมาเจอแบบนี้พาสจึงตัดสินใจเดินกลับเข้าหาฝั่ง แต่ยังไปไม่ถึงสองก้าว ก็ถูกรวบตัวจากทางด้านหลัง


“พี่ณุ....” พาสนึกรู้ทันทีไม่มีใครกล้ากับเธอนอกจากคนๆ นี้คนเดียว


“จ๋า......” ณุขานเสียงหวาน


“เล่นไรก็ไม่รู้.... พาสสำลักน้ำแทบแย่.... แสบคอเลยเนี่ย” พาสบ่นไปก็พยายามแกะมือณุออก


“ก็หนีมาเล่นน้ำกันสามคนไม่เห็นชวนบ้างเลย” ณุกอดเอวหญิงสาวไว้ไม่ให้ไปไหน


“รู้ว่าเขาไม่ชวนยังจะมาอีก”


“อยากเล่นน้ำกับลูกปลาน้อยนี่คะ” ณุค่อยๆ ถอยลงไปจุดที่น้ำลึกขึ้นเรื่อยๆ


“พี่ณุ... อย่าลงไปลึกสิพาสว่ายน้ำไม่เป็น”


“อืม... ลูกปลาว่ายน้ำไม่เป็น...ฮึฮึ..” ณุหัวเราะในลำคอ เขายังคงถอยลงไปจนน้ำเริ่มอยู่ระดับคอของพาส


“ไม่เอา... ไม่ไป” พาสร้องเสียงดัง


“น่า... เป็นปลาต้องว่ายน้ำเป็นสิ” ณุแหย่


“พี่ณุ.. ไม่เล่นนะพาสกลัว” พาสเริ่มขวัญผวา เธอจับแขนเขาไว้แน่น


ณุจับตัวพาสหมุนให้หันหน้ามาทางเขา “เมื่อคืนพี่อยากได้อะไรจำได้ไหมคะ”


“ฮึ.....” พาสส่ายหน้า


“แม่ลูกปลาน้อย” ณุก้าวถอยไปอีกหนึ่งก้าว


“พี่ณุ.....” พาสเรียกเขาไว้


“จำได้ยังคะ”


“อืม...” พาสรีบพยักหน้า


“แล้วจะให้รึเปล่า....หึ” ณุกำลังจะถอย


“ให้..... ให้ก็ได้” พาสรีบตกลงทันที เพราะกลัวเขาถอยลงลึกไปกว่านี้


“เร็ว.... พี่รออยู่” ณุขู่


“ปลา.... อยากขึ้นฝั่งแล้วฮะพี่ณุ” พาสพูดเสียงเบา


“หืม...” ณุเอียงหูเข้าไปใกล้


“พูดแล้วไงฮะ” พาสโวย


“มีอีกไม่ใช่เหรอคะ” ณุเอียงแก้มให้


“ไม่เอา...” พาสผลักหน้าณุออก


เป็นจังหวะเดียวกับคลื่นที่ซัดเข้ามาแรงๆ ทำให้ณุที่คิดว่าตัวเองยืนไว้มั่นแล้วถึงกับถลาไปข้างหน้าทำให้พาสหงายหลังจมลงไปในน้ำ ณุเองก็คะมำไปทางพอทรงตัวได้ก็มองหาคนรัก


หญิงสาวพยายามตะเกียกตะกายขึ้นเหนือน้ำ เธอกลัวสุดขีดเพราะเท้าของเธอไม่ถึงพื้น “พี่ณุ...พี่...”


“ปลา....” ณุรีบว่ายเข้าไปคว้าตัวคนรักขึ้นจากน้ำ


“แค่ก... แค่ก...” พาสกอดรอบคอณุไว้แน่น เธอสำลักน้ำทะเลจนเจ็บคอ


“ปลา...เป็นไรไหม” ณุถามด้วยความห่วงใย


“...แค่ก.....” พาสส่ายหัว


“ขอโทษจ้ะ... ขอโทษนะคนดี” ณุโอบประคองพาเธอเข้าหาฝั่ง พอขึ้นจากน้ำเขาก็อุ้มเธอขึ้น


“..........” พาสได้ซบหน้ากับไหล่ของเขากอดเขาไว้แน่น เธอรู้ว่าเขาไม่เจตนาให้เกิดเหตุการณ์ครั้งหลังนี้


“พี่ณุ... พี่พาสเป็นอะไรคะ” นาฏกับเปรียววิ่งเข้ามาหา


ณุไม่ตอบเขายังคงอุ้มคนรักมาหาที่พักร่มๆ เขาวางพาสลงตรงม้านั่งใต้ต้นไม้ใหญ่ “ดีขึ้นหรือยังจ๊ะ”


“ฮะ...” พาสยิ้มให้เขาด้วยใบหน้าที่ซีดเผือด


“พี่พาสเป็นไรคะ” เปรียวกับนาฏมานั่งใกล้ๆ


“ไม่ได้เป็นไร.. พอดีคลื่นซัดน่ะเลยจมน้ำ” พาสตอบ


ณุที่อุ้มพาคนรักมาเพิ่งจะเห็นว่าเธอใส่เพียงกางเกงขาสั้น ทำให้เห็นเนื้อนวลผ่องชายหนุ่มมองหาผ้ามาคลุมให้ เขารู้ว่าเธอคงไม่กล้าลงมาโดยไม่มีผ้าแน่นอน “ผ้าคลุมของพาสอยู่ไหนคะ”


“.........” พาสส่ายหัว


“นาฏเห็นผ้าคลุมของพาสไหม” ณุถามหาผ้า


“ค่ะ....เดี๋ยวไปเอาให้” นาฏวิ่งไปที่โขดหิน แล้ววิ่งกลับมาพร้อมผ้าขนหนู


“ขอบใจนะ” ณุรับผ้ามาคลุมรอบตัวพาสไว้


“งั้นนาฏกับเปรียวไปเปลี่ยนชุดก่อนนะพี่พาส” นาฏเห็นสายตาณุที่มองพี่สาวแล้วก็ให้รู้ตัวว่าควรจะไปจากตรงนี้


“อืม... ไม่ต้องบอกแม่กับพวกพี่กานต์นะ” พาสไม่อยากให้ท่านเป็นห่วง


“ค่ะ...”สองสาวรับคำ


เมื่อสองสาวเดินขึ้นไปแล้ว ณุก็เข้าไปนั่งใกล้ๆ โอบไหล่ของพาสเอาไว้ หญิงสาวเองก็ซบหน้าลงกับไหล่กว้าง


“พี่ณุ....” พาสเรียกชื่อเขาหลังจากนั่งกันเงียบๆ มาพักหนึ่งแล้ว


“ คะ...” ณุก้มมองหน้าพาส


“หายกันแล้วนะฮะ”


ชายหนุ่มยังไม่ทันได้ตั้งตัวเมื่อพาสเงยหน้าขึ้นจูบที่ข้างๆ แก้มของเขา ณุตื่นเต้นดีใจเป็นที่สุดเขากอดเธอไว้แนบอก “ลูกปลา...”


พาสเอาคางเกยไหล่ชายหนุ่มด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้ม เธอเองก็อายไม่น้อยที่ต้องทำแบบนี้ แต่เธอถือเป็นการขอบคุณที่เขามอบความรักและความห่วงใยให้กับเธอ พาสเห็นสีหน้าเขาเมื่อครู่เธอก็ยิ่งรักเขามากขึ้นเช่นกัน

.




 

Create Date : 31 กรกฎาคม 2549    
Last Update : 1 สิงหาคม 2549 0:47:44 น.
Counter : 134 Pageviews.  

1  2  3  4  

jd_spn
Location :
สมุทรปราการ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




-ความรักเป็นสิ่งสวยงามแต่มิใช่จะเกิดได้ง่ายดาย เมื่อได้มาก็จงเก็บรักษาไว้ เพื่อจะได้ไม่ต้องมานั่งเสียใจทีหลัง
-อยากมอบสิ่งดีๆ ให้กับทุกคน และมอบความรักให้กับคนอันเป็นที่รักทุกคน
คุยกันหลังไมค่กดที่ตุ๊กตาเด็กเล่นน้ำนะคะ
cursor
Friends' blogs
[Add jd_spn's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.