เราเป็นตัวเรานั่นดีที่สุด
Group Blog
 
All blogs
 

รู้เรื่องการกินสักนิด



อันนี้โดนมากับตัวเองด้วยนะคะ เรื่องของการกินยาและอาหาร

คือบางครั้งคนเราเมื่อมีอาการป่วยจำเป็นที่จะต้องทานยา แต่มักจะกินยาแล้วล้มตัว

ลงนอนเลยไม่ค่อยได้ใส่ใจว่าจะต้องรอให้ยาลงถึงกระเพาะอาหารเสียก่อนทำให้

บางครั้งมีอาการย้อนกลับ คือบางครั้งเราอาจสำลักเอายาออกมา หรือไม่ก็จะมี

อาการพะอืดพะอมในปาก และรู้สึกว่ามีอาการเรอเป็นกลิ่นยา นั่นแสดงว่ายาไม่ได้ลงไปถึงท้องทั้งหมด

อาจมีการละลายก่อนลงสู่กระเพาะซึ่งถือเป็นอันตรายอย่างหนึ่ง

อีกทั้งการทานอาหารอีกอย่าง เวลาทานอาหารแล้วอย่านอนเลยให้พยายามนั่งสักพักหรือลุกเดินไปมาสักพัก

ไม่ใช่หรอกนั่นก็เพื่อให้อาหารลงสู่กระเพาะ สังเกตตัวเองดูนะคะว่าถ้าเราทานอาหารแล้วนอนเลย

คุณมีอาการเหล่านี้หรือเปล่า คือมีอาการย้อนกลับของอาหาร หรือมีอาการน้ำเปรี้ยวๆ ย้อนกลับมาจากลำคอหรือเปล่า

นั่นแหละจะเป็นสาเหตุใหญ่ที่ทำให้ลำคออักเสบ และเป็นอันตรายอย่างมากต่อลำคอของเรา

สิ่งที่ย้อนกลับมานั้นเป็นพวกน้ำย่อยซึ่งเป็นกรดชนิดหนึ่งที่ช่วยย่อยอาหารคิดดูเองนะว่า

ขนาดอาหารยังสามารถย่อยได้แล้วคอเราจะเหลืออะไร

วิธีป้องกันนะคะ สำหรับการทานยานั้นหมอแนะนำว่า ให้ทานน้ำเย็นดีที่สุด ไม่ควรทานร่วมกับ

น้ำชนิดอื่นๆ ยิ่งกับยาที่เป็นแคปซูลด้วยแล้ว (ถ้าทานกับน้ำอุ่นอาจมีการทำละลายเร็วเกินไป

และอย่ารีบล้มตัวนอนพัก ให้นั่งเอนหลังสักพักหนึ่งก่อนสัก 15 นาทีได้ยิ่งดี

อาหารก็เช่นเดียวกันทานแล้วอย่ารีบลงนอนนะคะ เพื่อตัวเราเองนะคะ





 

Create Date : 22 กันยายน 2551    
Last Update : 22 กันยายน 2551 15:03:14 น.
Counter : 140 Pageviews.  

เรื่องลับๆ ของผู้หญิง


มะเร็งปากมดลูก

ตอนอ่านเอกสารเรื่องมะเร็งปากมดลูก จากบทความของศาสตราจารย์นายแพท์จตุพล ศรีสมบูรณ์

หัวข้อขึ้นต้นคือ มะเร็งปากมดลูกสาเหตุการตายที่สำคัญของมะเร็งในผู้หญิงไทย

เราก็อืมนะ..มาสะดุดก็ตรงที่ว่า มีสถิติบอกว่า 50-80% ของผู้หญิงที่มีเพศสัมพันธ์แล้วจะติดเชื้อเอชพีวีในช่วงใดช่วงหนึ่งของชีวิต

กับ 50% ของผู้หญิงที่มีคู่นอนคนเดียวจะติดเชื้อเอชพีวีภายใน 2 - 3 ปีแรกที่เริ่มมีเพศสัมพันธ์

เชื้อ เอชพีวีเนื่ยเป็นเชื้ออะไรหว่า...... เริ่มน่าสนใจ ลองมาอ่านไปพร้อมๆ กันดีกว่าเนอะ....

มะเร็งปากมดลูกจากรายงานของสำนักงานวิจัยมะเร็งนานาชาติเมื่อปี 2547 พบว่าผู้หญิงไทยเป็นถึง 6,243 คน

และเสียชีวิตเป็นจำนวนเกือบครึ่งหนึ่งของที่พบ โดยเฉลี่ยต่อวันก็ประมาณ 7 คนที่เป็น

สิ่งที่ทำให้เราต้องระวังคือโรคนี้เมื่อเป็นในระยะแรกจะไม่มีอาการบ่งชี้ได้ทำให้เราไม่สามารถรู้ว่าตนเองมีความผิดปกติหรือไม่

กว่าจะรู้ว่าเป็นมะเร็งก็มักจะลุกลามแล้ว ซึ่งนั่นก็เท่ากับอาจจะสายเกินไปแล้ว ซึ่งเชื้อไวรัสที่เป็นตัวก่อมะเร็งตัวนี้มีฃื่อว่า

เชื้อไวรัสฮิวแมนเพพิโลมา หรือ เอชพีวี

แต่เชื้อนี้มีมากกว่า 100 ฃนิด แถมยังแบ่งเป็น 2 กลุ่ม คือ

1. เป็นกลุ่มที่ไม่ก่อมะเร็ง แต่อาจทำให้เกิดโรคอื่น เช่น โรคหูดหงอนไก่

2. กลุ่มที่ก่อมะเร็ง ซึ่งเชื้อนี้จะไปทำให้เซลล์ปากมดลูกเกิดความผิดปกติจนกลายเป็นมะเร็งได้

เชื้อนี้ติดต่อได้จากการมีเพศสัมพันธ์ หรือการสัมผัสโดยตรงทางผิวหนัง และการใช้ถุงยางก็ไม่สามารถป้องกันการติดเชื้อได้ 100%

เชื้อนี้พบได้บ่อยมากแม้ว่าจะมีเพศสัมพันธ์เพียงครั้งเดียวก็ตาม แต่การติดเชื้อนี้ส่วนใหญ่เป็นแบบชั่วคราวแล้วอาจหายไปก็ได้

แต่สามารถติดเชื้อซ้ำใหม่ได้อีกในภายหลัง

วิธีป้องกัน

การหลีกเลี่ยงปัจจัยเสื่ยงต่างๆ ได้แก่ การมีเพศสัมพันธ์ตั้งแต่อายุยังน้อย การมีคู่นอนหลายคน และการงดสูบบุหรี่

การตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกที่เรียกว่า แพปสเมียร์ (Pap smear) เป็นประจำทุกปี

เพื่อให้ทราบว่าเซลล์บริเวณปากมดลูกมีการเปลี่ยนแปลงที่ผิดปกติหรือไม่เพราะการรักษา

ในระยะก่อนเป็นมะเร็งจะทำให้มีโอกาสหายขาดได้ค่อนข้างสูงในขณะที่การรักษาในระยะลุกลาม

นั้นจะรักษายากและทำให้มีโอกาสเสียชีวิตมากขึ้น

การฉีดวัคซีนเอฃพีวีเป็นการกระตุ้นให้ร่างกายสร้างภูมิคุ้มกันเพื่อป้องกันการติดเชื้อชนิดก่อมะเร็ง

มีใครอยากไปตรวจด้วยกันบ้างยกมือขึ้น.........




 

Create Date : 17 กันยายน 2551    
Last Update : 17 กันยายน 2551 16:00:36 น.
Counter : 135 Pageviews.  

คุยกันเรื่องหน้า 7 หลัง 7 (เรื่องของหญิงที่ชายควรรู้)


การกำหนดวันเรื่องหน้า 7 หลัง 7 นั้นจริงๆ แล้วเรานับกันถูกแน่หรือหน้า 7 หลัง 7 นับกันอย่างไร

การนับวันนั้นคนที่จะใช้การนับเช่นนี้ได้ควรจะเป็นคนที่มีประจำเดือนมาอย่างสม่ำเสมอนะคะ

เช่น ปกติคุณมีประจำเดือนในวันที่ 15

หน้า 7 คือการนับก่อนมีประจำเดือน 8 9 10 11 12 13 14

หลัง 7 คือการนับจากวันแรกของการมีประจำเดือน คือ 15 16 17 18 19 20 21

ดังนั้นจึงต้องระบุได้ว่าปกตินั้นเรามีประจำเดือนสม่ำเสมอตรงวันตลอดหรือเปล่า การตรงวันนั้น

คือ 28 วัน หรือ 32 วันนั้นแล้วแต่บุคคลนะคะ เช่นปกติคุณมาวันที่ 15 พ.ย.นับไปอีก 28 วัน

วันที่ 13 ธ.ค. ประจำเดือนก็จะมา ถ้ามาทุก 32 วันก็บวกเพิ่มอีก 4 วัน นั่นคือการมีประจำเดือนอย่างสม่ำเสมอ

เช่นกันถ้าคุณรู้เช่นนั้น 7 วันแรกคุณจึงจะสามารถมีเพศสัมพันธ์ได้อย่างปกติ หรือถ้าจะฝ่าไฟแดง

ก็ไม่ใช่เรื่องผิดแต่คุณควรจะต้องระวังเรื่องความสะอาดควรใช้ถุงยางอนามัยจะปลอดภัยต่อตนเองที่สุด

และถ้าคุณมีประจำเดือน 3 วัน ก็จะมีวันปลอดภัยอีก 4 วัน แต่อย่างบางคนรวมถึงตัวเองด้วยนะคะ



ถ้ามีแฟนคงอดล่ะเพราะมีประจำเดือน 7 วัน ทางแก้ก็คงจำต้องให้แฟนใส่ถุงยางอนามัยล่ะนะคะ




 

Create Date : 30 พฤศจิกายน 2550    
Last Update : 30 พฤศจิกายน 2550 12:20:29 น.
Counter : 149 Pageviews.  

นวดสำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์

“อโรมาเธอราพี” (Aroma Therapy) คือการบำบัดด้วยการใช้น้ำมันหอมระเหยมาประกอบ


ซึ่งจะส่งผลได้ดีต่อร่างกายและจิตใจ และยังมีบทบาทให้ผู้หญิงรับมือกับความเครียด


ในการตั้งครรภ์ถึงเก้าเดือน รวมไปถึงการคลายอาการต่าง ๆ ระหว่างตั้งครรภ์


และการฟื้นตัวได้เร็วหลังคลอด ด้วยระดับฮอร์โมนที่เปลี่ยนแปลงไปในร่างกาย


ทำให้ผู้ที่ประสบก็อาจจะเกิดความอึดอัดได้ โดยอาการเหล่านี้สามารถลดลงได้


ด้วยการใช้ ‘อโรมาเธอราพีบำบัด’


“น้ำมันกระสายยา” หรือ น้ำมันนวด (Base Oil) ปกติแล้วน้ำมันกระสายยาจะสกัด


มาจากผลไม้เปลือกแข็ง หรือเมล็ดพืช ซึ่งวิธีสกัดที่ดีที่สุดได้มาจากกรรมวิธี


Cold Pressing ซึ่งน้ำมันธรรมชาติบริสุทธิ์ ที่อุดมไปด้วย วิตามิน


และแร่ธาตุตามธรรมชาติ จะได้มาจากการ Pressing ในครั้งแรก


ซึ่งโดยมากมักจะมีสี และแต่ละแบบก็จะมีลักษณะเด่นของตัวเอง


Jojoba Oil: ลักษณะข้นเหนียว สรรพคุณสามารถให้ความรู้สึกว่าผิว หรือผมมีความนุ่มนวลราวใยไหม


Apricot Kernel Oil: ดีสำหรับการสร้างเซลล์ของร่างกาย ทำให้ผิวนุ่มกระชับ


Sweet Almond Oil: ซึมซับได้ง่าย มีความเป็นกลางไม่ทำให้แพ้ ใช้นวดทารกได้


Saseme Oil (น้ำมันงา): ช่วยยืดกล้ามเนื้อ


“น้ำมันหอมระเหย” (Essential Oil) คือการสกัดน้ำมันมาจากพืชธรรมชาติ


ในทุกส่วนของดอกใบ ใบไม้ เมล็ด แกน เปลือก แม้กระทั้งยางไม้


น้ำมันหอมระเหยสามารถกระตุ้นการทำงานได้ทั้งทางร่างกายและทางจิตใจ


ในด้านการบำบัดโรคนั้น น้ำมันหอมระเหยมีคุณสมบัติในการบรรเทาอาการ


เจ็บปวดแทบทุกชนิด ส่วนด้านจิตใจนั้น สามารถลดอาการเครียดทางอารมณ์ได้เป็นอย่างดี


น้ำมันหอมระเหยที่ได้รับความนิยม มีประโยชน์ ที่เหมาะสำหรับหญิงตั้งครรภ์มีหลายชนิด


ทั้งนี้การใช้ต้องใช้ในปริมาณครึ่งหนึ่งของการใช้ปกติในระหว่างตั้งครรภ์โดยที่จะต้องใช้


ความระมัดระวังเป็นอย่างมาก และแน่ใจว่าเป็นน้ำมันหอมระเหยบริสุทธิ์


สำหรับผู้ที่มีประวัติแท้งลูก ให้หลีกเลี่ยงใช้น้ำมันลาเวนเดอร์ (Lavender)


และคาโมไมล์ (Chamomile) ในช่วงตั้งท้อง 2-3 เดือนแรก


Lavender (ลาเวนเดอร์): ซึมเศร้า ความดันสูง/ต่ำ ปวดกระดูก ระบบย่อยอาหารไม่ปกติ ไมเกรน


Peppermint (สะระแหน่): ช่วยบรรเทาอาการอ่อนล้าปวดเมื่อย ปวดขมับ คลายเครียด รู้สึกสดชื่น


Jasmine (มะลิ): ลดอัตราการเต้นถี่ของหัวใจ ช่วยบรรเทาอาการนอนไม่หลับ


Lemon (มะนาว): กระตุ้นร่างกายและจิตใจช่วยให้กระปรี้กระเปร่า ไม่ฟุ้งซ่าน


Bergamot (มะกรูด): กระตุ้นร่างกายและจิตใจ ช่วยให้กระปรี้กระเปร่า ไม่ฟุ้งซ่าน


Geranium (เจอรราเนียม): ทำให้นอนหลับ รักษาอาการตึงเครียด ที่ประสาท เลือดไหลเวียนดี


Neroly (ดอกส้ม): ทำให้นอนหลับสบาย รักษาโรคเครียด ทำให้เลือดลมไหลเวียนดี


Lemon Grass (ตะไคร้บ้าน): ช่วยทำให้รู้สึกสดชื่น กระปรี้กระเปร่า ช่วยบำรุงหัวใจ ส่งผลดีต่อระบบย่อย


Tea Tree (ที ทรี): ลดเลือนจุดด่างดำ แมลงกัดต่อย บรรเทาอาการเจ็บคอ และไข้หวัด


Eucalyptus (ยูคาลิปตัส): หอบหืด ไซนัส หลอดลมอักเสบ หวัด


Ylang Ylang (กระดังงา): ช่วยผ่อนคลายได้ดี รักษาโรคเครียด ความดัน อาการเบื่อหน่าย


“การนวดเวลาตั้งครรภ์” (Aroma Therapy Massage for Pregnancy women)


การนวดโดยการสัมผัสแบบง่าย ๆ สามารถช่วยลดอาการตึงเครียด


และความไม่สะดวกสบายระหว่างตั้งครรภ์ไปได้ สำหรับการนวดน้ำมันหอมระเหยทั่วไป


สามารถนำมาประยุกต์ในหลายรูปแบบ กับช่วงที่ตั้งครรภ์ได้


ตรวจดูว่าน้ำมันหอมระเหยชนิดไหนที่เหมาะสม


ใช้ความเข้มข้นของน้ำมันหอมระเหยที่ต่ำกว่า 1% กับน้ำมันกระสายยา


ใช้แรงนวดให้เบากว่าปกติ เป็นเรื่องที่สำคัญมาที่ต้องคอยสังเกตอากร


ในช่วงวลาพักหลังการรับการนวด ทั้งนี้ควรช่วยผู้รับการนวดให้ลุกขึ้นด้วย


ตำแหน่งที่คนนวดจะนั่งควรประยุกต์ให้เข้ากับหญิงตั้งครรภ์


เพราะหญิงตั้งครรภ์ไม่สามารถจะนอนหงายเหยียดตรงและนอนคว่ำได้


โดยที่จะต้องมีการพยุงเป็นอย่างดี




 

Create Date : 10 สิงหาคม 2549    
Last Update : 10 สิงหาคม 2549 17:10:50 น.
Counter : 849 Pageviews.  

นวดแผนไทย,สปาครบวงจร,การดูแลผิวพรรณ อยากรู้ถามได้ค่ะ

นวดแผนไทยมีกี่แบบ ลักษณะความแตกต่าง

นวดหน้าอย่างไรให้เหมาะสมกับสภาพหน้าของคุณ

สปาต่างจากการนวดน้ำมันอย่างไร อยากรู้ไหมคะ

สปาเด็กมีผลดีอย่างไร เด็กอายุเท่าไรจึงเหมาะสมกับการทำสปา

นวดเท้าช่วยระบบใดของร่างกายบ้าง ลองแวะชม Links ความงาม-สุขภาพ หรือถามมาเราจะตอบให้ค่ะ




 

Create Date : 12 กรกฎาคม 2549    
Last Update : 20 กรกฎาคม 2549 14:35:06 น.
Counter : 155 Pageviews.  


jd_spn
Location :
สมุทรปราการ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




-ความรักเป็นสิ่งสวยงามแต่มิใช่จะเกิดได้ง่ายดาย เมื่อได้มาก็จงเก็บรักษาไว้ เพื่อจะได้ไม่ต้องมานั่งเสียใจทีหลัง
-อยากมอบสิ่งดีๆ ให้กับทุกคน และมอบความรักให้กับคนอันเป็นที่รักทุกคน
คุยกันหลังไมค่กดที่ตุ๊กตาเด็กเล่นน้ำนะคะ
cursor
Friends' blogs
[Add jd_spn's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.