เราเป็นตัวเรานั่นดีที่สุด
Group Blog
 
All blogs
 

ปุ๋ยชีวภาพ



ทำปุ๋ยกันค่ะ

การทำน้ำสกัดชีวภาพ (ปุ๋ยน้ำชีวภาพ)


น้ำสกัดชีวภาพ คือ สารละลายเข้มข้นที่ได้จากการหมัก เศษพืช หรือสัตว์ ซึ่งจะถูกย่อยสลายด้วยจุลินทรีย์
โดยใช้กากน้ำตาลเป็นแหล่งพลังงานของจุลินทรีย์ การหมักมี 2 แบบ คือ แบบต้องการ ออกซิเจน (แบบเปิดฝา)
และแบบไม่ต้องการ ออกซิเจน (แบบปิดฝา) ถ้าได้ผ่านการหมักที่ สมบูรณ์แล้ว จะพบสารประกอบพวก
ดาร์โบ-โอเดรทโปรตีน กรดอะมิโน ฮอร์โมน เอนไซม์ ในปริมาณที่แตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับวัตถุดิบที่ใช้
(พืชหรือสัตว์)















ประเภท น้ำสักดชีวภาพ แบ่งเป็น 2 ประเภท คือ...
1. น้ำกัดชีวภาพที่ผลิตจากพืช การทำน้ำสกัดชีวภาพ โดยการหมักเศษพืช สดให้ภาชนะที่มี
ฝาปิดปากกว้าง นำเศษผักมาผสมกับน้ำตาล จัดเรียงพืชผักเป็นชั้น โดยน้ำตาลทับสลับกัน กับพืชผัก อัตราส่วน
ของน้ำตาลต่อเศษผักเท่ากับ 1 : 3 หมักในสภาพไม่มีอากาศ โดยบรรจุผักลงภาชนะ ให้แน่น แล้วปิดฝาภาชนะ
นำไปตั้งทิ้งไว้ในที่ร่ม ประมาณ 3-7 วัน จะเกิดของเหลวขึ้นสีน้ำตาล มีกลิ่น หอม ของเหลวนี้เป็นน้ำสกัดจาก
เซลล์พืชผัก ประกอบ ด้วย คาร์โบไฮเดรท โปรตีน กรดอะมิโน ฮอร์โมน เอมไซม์และอื่นๆ
2. น้ำสกัดชีวภาพที่ผลิตจากสัตว์ เป็นน้ำสกัดชีวภาพที่ได้จากการย่อยสลาย เศษอวัยวะ ได้แก่
หัวปลา ก้างปลา หางปลา พุงปลา และเลือดผ่านกระบวนการหมักโดยการย่อยสลาย โดยใช้เอไซม์ซึ่งเกิดขึ้นเอง
ตามธรรมชาติ
2.1 ผลิตจากปลา อัตร า ส่วน/1 ถัง : 200 ลิตร ปลา สด 40 กก. กาก น้ำตาล 20 กก.
สารเร่งผลิต ปุ๋ยหมัก 1 ซองวิธีการ เตรียมสารเร่งผลิตปุ๋ยหมัก 1 ซอง ละลายน้ำอุ่น 20 ลิตร คนให้เข้ากัน 15-30
นาที นำปลาสดและกากน้ำตาลใส่ในถัง 200 ลิตร รวมกับสารเร่งทำปุ๋ยหมัก ใส่น้ำพอท่วมตัวปลา แล้วคนให้เข้ากัน
ตั้งทิ้งไว้ที่อุณหภูมิ 30-35 เซลเซียส ไม่ปิดฝาคนวันละ 4-5 ครั้ง ตลอดระยะเวลาในการหมัก ประมาณ 20-30 วัน
ปลาจะย่อยสลาหมด เติมน้ำให้เต็มถังและคนให้เข้ากันก่อนนำไปใช้ฉีดพ่นทางใบ 1 ลิตร/น้ำ 200 ลิตร
ราดโคน 1 ลิตร/น้ำ 200 ลิตร
2.2 ผลิตจากหอยเชอรี่ นำหอยเชอรี่ทั้งตัวมาทุบหรือบดให้ละเอียด และนำมาผสมกับน้ำ
น้ำตาล และน้ำหมักหัวเชั้อจุลลินทรีย์ธรรมชาติอัตรา 3 : 3 : 1 คนให้เข้ากัน และนำไปบรรจุในถังหมัก
ขนาด 30, 200 ลิตร อย่างใดอย่างหนึ่งปิดฝาทิ้งไว้ ถ้ามีกลิ่นเหม็นให้ใส่น้ำตาลโมลาสเพิ่มขึ้นคนให้เข้ากัน
จนกว่าจะหายเหม็น ก็จะได้น้ำหมักชีวภาพหอยเชอร

การทำน้ำสกัดชีวภาพ

1. ใช้เศษพืช ผัก ผลไม้หรือเศษอาหาร ที่ยังไม่หมดเน่า นำมาสับหรือบดให้เป็นชิ้นเล็กๆ ใส่ภาชนะที่มีฝา
ปิด เช่น ถังพลาสติก หรือโอ่ง
2. ใส่กากน้ำตาล หรือน้ำตาลทรายแดง หรือขาวลงไป 1 ใน 3 ของน้ำหมักผัก
3. มีของหนักวางทับผักไว้ แล้วปิดฝาทิ้งไว้ 5-7 วัน
4. จะมีของเหลวสีน้ำตาลไหลออกมา คือ น้ำสกัดชีวภาพ กรอกใส่ขวดปิดฝาให้สนิทพร้อมที่จะนำมาใช

วิ ธี ใ ช้ น้ำ ส กั ด ชี ว ภ า พ
นำน้ำสกัดชีวภาพผสมน้ำธรรมดาทำให้เจือจาง

1. ฉีดพ่นพืช ผัก ไม้ผล ไม้ยืนต้น อัตรา 1 ช้อนโต๊ะต่อน้ำ 5-10 ลิตร
2. ราดกองใบไม้ใบหญ้า สด แห้ง อัตรา 1 ช้อนโต๊ะต่อน้ำ 2-3 ลิตร
ใช้พลาสติกคลุมกองพืชปล่อยไว้ 1-2 สัปดาห์ นำมาใช้ประโยชน์ได้
3. ใช้น้ำปุ๋ยหมักแห้ง โดยใช้น้ำสกัดชีวภาพ อัตรา 2 ช้อนโต๊ะต่อน้ำ 10 ลิตร
และเพิ่มกากน้ำตาล 3 ช้อนโต๊ะราดปุ๋ยหมักแห้งให้มีความชื้นหมาด
4. ราดดินแปลงเพาะปลูก พรวนดินผสมคลุกเคล้ากับวัชพืช ใช้อัตราเจือจาง 1 ช้อนโต๊ะ
ต่อน้ำ 2-3 ลิตร ราด 1 ตร.ม. ต่อ 0.5-1 ลิตร ปล่อยให้ย่อยสลาย 3-7 วัน ก็สามารถปลูกกล้าไม้ได้
5. ผสมน้ำอัตรา 1 ช้อนโต๊ะต่อน้ำ 1-3 ลิตร ราดพื้นทำความสะอาด
6. การขายหัวเชื้อ มีอัตราส่วน คือ น้ำสกัดชีวภาพ : กากน้ำตาล : น้ำ ในอัตราส่วน 1: 1 : 10 ใส่ขาดปิดฝา 3 วัน นำไปใช้ได้

ป ร ะ โ ย ช น์ ข อ ง น้ำ ส กั ด ชี ว ภ า พ

1. ใช้เป็นปุ๋ยโดยตรงน้ำสกัดชีวภาพก่อนนำไปใช้ต้องทำให้เจือจางมากๆ อัตราส่วนน้ำสกัดต่อน้ำสะอาด คือ 1 : 500
เหลือ 1 : 1,000 ใส่ให้แก่ต้นไม้ประมาณ 3-7 วัน ต่อครั้ง
2. ให้ป้องกันกำจัดแมลงและโรค
3. ใช้ประโยชน์ในการกำจัดน้ำเสีย และการเพาะเลี้ยงน้ำ
4. ใช้กับสัตว์เลี้ยง (ไก่และสุกร) โดยใช้น้ำสกัดชีวภาพ 250 มิลลิเมตร มาผสมกันน้ำ 20 ลิตร นำไปใช้เลี้ยงไก่
หรือสุกร เพื่อทำลายจุลินทรีย์ที่เป็นเชื้อโรค




 

Create Date : 30 พฤศจิกายน 2550    
Last Update : 30 พฤศจิกายน 2550 15:30:12 น.
Counter : 142 Pageviews.  


jd_spn
Location :
สมุทรปราการ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




-ความรักเป็นสิ่งสวยงามแต่มิใช่จะเกิดได้ง่ายดาย เมื่อได้มาก็จงเก็บรักษาไว้ เพื่อจะได้ไม่ต้องมานั่งเสียใจทีหลัง
-อยากมอบสิ่งดีๆ ให้กับทุกคน และมอบความรักให้กับคนอันเป็นที่รักทุกคน
คุยกันหลังไมค่กดที่ตุ๊กตาเด็กเล่นน้ำนะคะ
cursor
Friends' blogs
[Add jd_spn's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.