Real Techniques Core Collection & Powder Brush


SmileySmiley


สวัสดีค่ะสาวๆวันนี้โอ๋จะมารีวิวเจ้าแปรงที่เพิ่งซื้อมาอาทิตย์ที่แล้วให้ชมนะคะ

ยี่ห้อ Real Techniques แบรนด์ของสาวแซม ซาแมนต้า แชปแมน บิวตี้กูรูชื่อดังในยูทูป
หรือรู้จักกันในชื่อแชนแนล Pixiwoo นั่นเองค่ะ เซ็ตที่เลือกมาคือ Core Collection
เป็นแปรงที่เน้นสำหรับการลงเบสเมคอัพ พวกรองพื้น คอนซีลเลอร์ เบส ฯลฯ และ
Powder Brush อันนี้เป็นแปรงที่แยกขายเดี่ยวๆ ซึ่งความแตกต่างของแปรงในเซ็ตกับ
แปรงเดี่ยวให้สังเกตที่ด้ามแปรงค่ะ แปรงเดี่ยวตรงด้ามแปรงจะกว้างกว่ามีลักษณะคล้าย
ก้นนาฬิกาทราย ออกแบบมาเพื่อให้สามารถวางตั้งบนโต๊ะได้ เวลาหยิบใช้จะได้สะดวก


ภาพหมู่




ขอเริ่มที่แปรงเดี่ยวก่อนละกันเนอะ


Powder Brush ราคา 500 บ.




แปรงใส่มาในกล่องพลาสติกอย่างดีแถมเจ้ากล่องนี่แกะยากมากล็อคไขว้กันไปมา งง!
ด้านหลังมีรูปแซมและคำบรรยายถึงแบรนด์ตัวเองรวมทั้งคุณสมบัติของแปรงเอาไว้


อันนี้เป็นคุณสมบัติที่เขียนไว้


powder brush

Evenly apply powders and mineral foundations for smooth, high-definition results:

  • look pixel-perfect even in harsh light
  • ultra-plush, synthetic taklon bristles are hand-cut and 100% cruelty-free
  • self-standing for easy storage
  • extended aluminum handle is light and easy to use






    ขอเพิ่มรายละเอียดของลักษณะโดยรวมของแปรงยี่ห้อนี้ก่อนนะคะ

    ลักษณะ 

    แปรงทุกชิ้นของ Real Technique จะประกอบด้วยโครงสร้างและวัสดุที่เหมือนกันดังนี้ ขนแปรง
    ทำจาก Taklon ขนนุ่มและช่วยให้สามารถลงเมคอัพได้เนียนละเอียด ตัวด้ามแบ่งเป็นสองส่วน 
    ส่วนแรกที่เป็นสีๆทำจากอะลูิเนียมให้น้ำหนักเบาแต่แข็งแรง ด้านหนึ่งสกรีนชื่อแบรนด์อีกด้านหนึ่ง
    จะเป็นชื่อแปรงทำให้สะดวกต่อการใช้งานและส่วนที่สองด้ามสีดำทำจากวัสดุคล้ายยางแข็งๆ ที่ต่าง
    กันคือรูปร่าง+รูปทรงของแปรงและสีอะลูมิเนียม 


    ทีนี้มาพูดถึงแปรงแป้งกันต่อ


    ขนแปรง - ทรงพุ่มมนๆขนาดใหญ่ขนแปรงจะมีสองสีคือสีดำส่วนโคนและสีขาวตรงปลายแต่ไม่ได้
    เป็นสองชั้นเหมือนแปรง M.A.C. 187

    ด้ามแปรง - คอแปรงเป็นแบบแบน ขนาดของด้ามแปรงพอๆกับเหรียญสิบบาท

    ประสิทธิภาพ - แปรงขนาดใหญ่ปัดแป้งได้ง่ายมากช่วยประหยัดเวลา ขนแปรงนุ่มไม่บาดหน้า ด้าม-
    แปรงช่วยให้ถือถนัดมือ จัดเก็บง่ายจะตั้งบนโต๊ะก็ได้เสียบใส่โหลก็ได้

    ข้อเสีย - ด้ามแปรงค่อนข้างใหญ่ทำให้กินพื้นที่เวลาเสียบรวมในโหลกับแปรงอื่่นๆ เวลาล้างแห้งช้า
    เพราะขนแปรงพุ่มใหญ่ หาซื้อในไทยยาก

    คะแนนรวม - 5/5 ถึงจะหาซื้อยากและเกะกะไปบ้างแต่ใช้งานง่ายขนนุ่มไม่บาดหน้า ราคาไม่แพงเกิน


    Core Collection 
    ราคา 1100 บ.







    core collection

    Create a perfect canvas with this collection of coverage essentials:

    includes 4 full-size brushes + case:
    • detailer brush: precision cut to effortlessly conceal problem areas; or, use with lipstick for long-lasting shape and definition
    • pointed foundation brush: Use with liquid foundation to build custom coverage
    • buffing brush: ideal for full coverage application of powder and mineral foundation
    • contour brush: delicately applies highlighter to contour or create sheer, soft-focus finish
    • panoramic brush case is a 2-in-1 case + stand
    look pixel-perfect even in harsh light
    ultra-plush, synthetic taklon bristles are hand-cut and 100% cruelty-free
    extended aluminum handles are light and easy to use



    เปิดมาก็จะเจอน้องแปรงนอนอยู่ในเคสเรียบร้อย (เคสสามารถปรับตั้งได้)






    พูดถึงเคสก่อนละกัน





    ลักษณะเคส - วัสดุอธิบายไม่ค่อยถูกแต่เป็นเหมือนผ้าร่มที่ลื่นๆแข็งๆ สามารถพับเป็นเคสปกติสำหรับ
    พกไปไหนมาไหนก็ได้หรือพับครึ่งแล้วดึงเชือกด้านหลังตั้งเป็นสแตนวางไว้ประดับโต๊ะเครื่องแป้งก็ได้ 
    ตัวเปิดปิดเป็นตีนตุ๊กแกค่ะ มียางยืดเย็บติดมาใช้เสียบแปรงให้อยู่กับที่ (เย็บเผื่อไปถึงอีกด้านด้วยเผื่อ
    ใครจะเอาแปรงอันอื่นมาเสียบเพิ่ม)

    ประสิทธิภาพ - เคสขนาดกะทัดรัดน้ำหนักเบา ค่อนข้างกันน้ำด้วยถ้าแค่หกแล้วรีบเช็ดออกก็จะไม่ซึม
    ลงไปด้านใน เย็บเรียบร้อยแน่นหนาไม่ดูก๊องแก๊ง 

    ข้อเสีย - ยางยืดแน่นไปหน่อยหยิบแปรงออกมาใช้ก็สะดวกดีแต่เวลาจะเสียบแปรงกลับเข้าไปต้องใช้
    กำลังภายในง้างเล็กน้อย 

    คะแนนรวม - 4/5 ชอบที่ใช้ประโยชน์ได้จริงแต่ยางยืดแน่นไปนิด



    Buffing Brush




    ขนแปรง - เป็นพุ่มค่อยๆบานออกตรงปลายแต่จะไม่ได้เป็นโดมมากเท่าแปรงปัดแป้ง

    ด้ามแปรง - ด้ามแปรงเป็นทรงกระบอก จับถนัดมือดีน้ำหนักเบา

    ประสิทธิภาพ - ขนแปรงนุ่มและค่อนข้างแน่นช่วยเบลนรองพื้นให้กลืนไปกับผิวได้ดี ให้ลุคที่เนียน
    ละเอียดไม่กินเนื้อรองพื้น เวลาล้างทำความสะอาดง่ายมากๆ

    ข้อเสีย - หาซื้อยาก ต้องล้างทุกครั้งหลังใช้ไม่งั้นจะสกปรกง่าย (เป็นข้อเสียสำหรับคนขี้เกียจอย่าง
    โอ๋มั้ง 555)

    คะแนนรวม 5/5 ชอบแปรงนี้มากกกที่สั่งยี่ห้อนี้มาก็เพื่อเจ้าตัวนี้เลย (อันอื่นงอกมาตอนอ่านรีวิว
    หลายๆรอบ มันเผลอ อิอิ)

    Detailer Brush




    ขนแปรง - ขนแปรงทรงแบนเรียวแหลม ขนาดเล็กแต่แน่น

    ด้ามแปรง
    - ทรงกระบอก คอแปรงแบน ด้ามเล็กมากๆๆๆเล็กแล้วก็เบากว่าปากกาทั่วไปซะอีก

    ประสิทธิภาพ - ใช้สำหรับลงคอนซีลเลอร์เฉพาะจุดได้แม่นยำ หรือจะใช้เป็นปรงอายไลเนอร์/ลิปสติก
    ก็ได้ไม่กินเนื้อผลิตภัณฑ์ ล้างแล้วแห้งไวดี

    ข้อเสีย
    - ขนาดเล็กไปหน่อยบางทีวางไว้แล้วกลิ้งหายไปไหนไม่รู้เพราะน้ำหนักเบาปลิวง่ายแถมตกพื้น
    ก็ไม่ค่อยมีเสียงอีก 

    คะแนนรวม
    3/5 ไม่ค่อยลงคอนซีลเลอร์เฉพาะจุดอยู่แล้ว ทาลิปก็ปาดจากแท่งเลยยิ่งเจลไลเนอร์
    ยิ่งไม่ได้ใช้เข้าไปใหญ่ แต่ตอนผสมสีลิปก็ใช้ประโยชน์ได้พอสมควร



    Pointed Foundation Brush




    ขนแปรง - ขนแปรงยาวทรงแบน ปลายเรียวแหลมมาก ขนแน่น

    ด้ามแปรง - ทรงกระบอก คอแบน น้ำหนักเบา จับกำลังพอดีมือ

    ประสิทธิภาพ - ขนาดเล็กไปสำหรับลงรองพื้นแต่เอามาใช้ลงคอนซีลเลอร์ได้ดี ขนแปรงเรียวแหลม
    ทำให้ใช้งานค่อนข้างลำบากต้องใจเย็นนิดนึงไม่งั้นปาดเพลินแปรงทิ่มหน้าได้เหมือนกัน ไม่กินเนื้อ
    ผลิตภัณฑ์ ล้างแล้วแห้งค่อนข้างไว

    ข้อเสีย - ลักษณะขนแปรงแหลมไปไม่ถูกใจ ต้องล้างทุกครั้งหลังใช้ หาซื้อยาก

    คะแนนรวม - 3/5 ไม่ชอบถ้าเอามาลงรองพื้นแต่ชอบใช้ลงคอนซีลเลอร์



    Contour Brush 




ขนแปรง - เป็นโดมกลมๆหนาๆขนแปรงนุ่มและแน่น

ด้ามแปรง - ทรงกระบอก คอแปรงกลม ขนาดกำลังดี

ประสิทธิภาพ - ขนาดพุ่มแปรงกำลังพอดีใช้เฉดดิ้งได้แม่นยำและด้วยความที่ขนแน่นก็เลยใช้วนๆ
เบลนบรอนเซอร์ได้เนียน สามารถเอามาใช้ลงบลัชหรือไฮไลท์ได้ด้วย ขนแปรงไม่บาดหน้า

ข้อเสีย - อะไรดีล่ะคือชอบแปรงอันนี้มากพอๆกับ Buffing Brush เลย...เอาเป็นว่าหาซื้อยากละกัน

คะแนนรวม - 5/5 ชอบบบบบ

Product Info. Credit : //www.realtechniques.com




รีวิวครบแล้วทั้งแปรงปัดแ้ป้งและเซ็ต Core Collection มาสรุปภาพรวมกันหน่อยดีกว่า



แปรงยี่ห่อนี้ขนนุ่มและน้ำหนักเบามาก ราคาก็ไม่แพงมากด้วยถ้าเทียบกับแมคหรือซิกม่า
ใช้งานได้ค่อนข้างหลากหลายถ้ารู้จักประยุกต์ ทุกอันล้างแล้วสีไม่ตกขนไม่ร่วง
เอาเป็นว่าใครงบน้อยแต่ต้องการแปรงดีๆ โอ๋ขอส่งยี่ห้อนี้เข้าประกวดเลยค่ะ 


ใครมีคำแนะนำติชมเชิญคอมเม้นท์ได้เลยนะคะ หวังว่าคงพอเป็นประโยชน์นะค้า Smiley


ปล.โอ๋สั่งซื้อผ่านร้านในเน็ตนะคะ แนะนำให้ลองเสิร์ชร้านที่ชอบเอาเองดีกว่าค่ะ
เพราะมีร้านที่ถูกกว่านี้หลายร้านเหมือนกันแล้วแต่คนชอบจ้า







Create Date : 31 มีนาคม 2555
Last Update : 31 มีนาคม 2555 1:19:37 น.
Counter : 8375 Pageviews.

4 comment
~ L'Oreal Architect 4D Mascara ~
เพิ่งซื้อเจ้ามาสคาร่าตัวนี้มาใหม่และหลังจากเห่อเสร็จเรียบร้อยแล้ว
เราก็มารีวิวกันดีกว่า พอดีวันนี้ออกไปข้างนอกเล็กน้อยว่าจะไม่แต่งหน้า
ก็อดไม่ได้ เห็นเครื่องสำอางกองอยู่ตรงหน้าแล้วคันไม่คันมือ 555

ตัวที่ซื้อมาคือ L'Oreal Architect 4D Mascara ซึ่งตัวนี้เป็นรุ่นใหม่
เพิ่งออกวางขายในไทยและด้วยความที่เค้าทำโฆษณายั่วยวนใจซะ
(เห็นรูปนางแบบแล้ว โม้ป่ะเนี่ยเธอใครมันจะขนตาอลังการขนาดน้าน)

นี่คือรูปที่ว่า




picture credit : //www.style-laboratory.net/2011/04/review-new-loreal-make-up/

ตอนแรกกะว่าจะซื้อรุ่น Voluminous Million Lashes



picture credit : //canadianbeauty.com/loreal-voluminous-fals-lashes-review/

แต่พอเทียบราคาแล้ว...อืมมมมม มันแพงกว่าตั้งร้อยกว่าบาทแน่ะ
สุดท้ายก็ทนความยั่วยุของป้ายลดราคาสีแดงๆไม่ได้ สอยเจ้า 4D มาแทน


มาชมโฉมกันดีกว่าขนาดค่อนข้างใหญ่ยาวประมาณ 1 ฝ่ามือ
รูปทรงกึ่งๆสามเหลี่ยม




ตัวฝาเป็นสีเงินวาววับ ส่วนตัวแท่งเป็นสีน้ำเงินเมทัลลิค แปรงก็เป็นขนแบบ
แปรงมาสคาร่าทั่วไปแต่รูปทรงของแปรงจะหนาตรงโคนด้ามแล้วค่อยๆ
เรียวขึ้นตรงปลาย ช่วยให้เวลาปัดมาสคาร่าเข้าถึงหัวตา หางตาและขนตาล่าง
ได้ง่าย ขนาด 10.5 ml หลังเปิดใช้แล้วอยู่ได้ 6 เดือน



คุณสมบัติ : มาสคาร่ากันน้ำสูตรนวัตกรรมอันทรงพลังที่จะดึงดูด
ทุกความร้อนแรง สะกดทุกวินาทีแห่งความโค้งงอน ยาว หนา
เรียงเส้นสวยแผ่เต็มทุกองศาในขั้นตอนเดียว!! เพียงแค่เสี้ยว
วินาทีแห่งแรกสัมผัส จะทำให้คุณลืมไปเลยว่า มาสคาร่า
ที่ผ่านๆ มานั้นเป็นอย่างไร นี่คือไอเทมแห่งปี 2012 ที่จะสะกด
ทุกสายตา สะกดทุกความประทับใจเอาไว้ที่ Lash Architect
4D มาสคาร่ากันน้ำหนึ่งเดียวที่ให้ได้ครบทุกความต้องการ
ของผู้หญิงทั่วโลก!!
เครดิต : //www.jeban.com/userreview

มาลองดูกันว่าปัดแล้วจะสมกับที่โม้เอาไว้รึเปล่า ในรูปนี่ปัดสองรอบ





ความรู้สึกหลังจากที่ได้ลองใช้

เนื้อมาคาร่า : ออกแนวแว๊กซ์หนืดๆ เนื้อไม่ชุ่มมากเหมือนของมาจอลิก้า
คล้ายๆของเมเบอลีนมากกว่า ปัดง่ายดี
เอฟเฟคที่ได้ : ขนตาหนาขึ้น ยาวขึ้น ค่อนข้างเรียงเส้นแต่ไม่มาก
ส่วนเรื่องความงอน...ไม่เวิร์ค หลังปัดแล้วขนตาที่ดัดไว้
ตกลงมาเยอะพอสมควร แต่ใช้ปัดขนตาล่างได้ดี
ประสิทธิภาพระหว่างวัน : หลังจากมาสคาร่าแห้งแล้วก็คงสภาพเดิม
แม้จะเจอแดด อากาศร้อน เหงื่อ ก็ไม่เป็นแพนด้าแต่อย่างใด
ล้างออกง่าย : ล้างออกง่ายทีเดียวถ้าเทียบกับแบรนด์ญี่ปุ่นอย่างมาจอลิก้า
หรือแคนเมค โปะอายรีมูฟเวอร์ทิ้งไว้ประมาณ 3-5 นาที
แล้วลูบออกเบาๆ มาสคาร่าก็หลุดออกมาเกือบหมดเลย
เวลาล้างออกมาเนื้อมาสคาร่าจะละลายติดอยู่บนสำลี
ไม่ได้หลุดออกมาเป็นเส้นไฟเบอร์

สรุปคะแนนภาพรวม ให้ 3/5
เหตุผล เป็นมาสคาร่าที่เหมาะกับปัดประจำวันแบบไม่ต้องการลุคที่เป๊ะมาก
เนื่องจากไม่ค่อยช่วยเรื่องความงอน ค่อนข้างหนาและยาวเรียงเส้นเล็กน้อย
เมื่อเปรียบเทียบกับ The Falsies/Cateye ของ Maybelline แล้ว ซื้อ Maybelline มาใช้จะคุ้มกว่าเพราะราคาที่ถูกกว่าและยังให้ทั้งความหนา
ความยาวและความงอน


ใครใช้แล้วได้ผลต่างกันยังไงก็ลองเล่าสู่กันฟังได้นะคะ ^w^





Create Date : 17 มีนาคม 2555
Last Update : 18 มีนาคม 2555 0:49:58 น.
Counter : 6470 Pageviews.

0 comment
All my e.l.f.!!

เจ้าเครื่องสำอางยี่ห้อ e.l.f. หรือ eyeslipsface นี้คงเป็นที่รู้จักสำหรับหลายๆคนอยู่พอสมควร


เพราะเป็นแบรนด์ที่ราคาถูกมากแถมคุณภาพโดยรวมนี่ก็ถือว่าใช้ได้เลยทีเดียว


โอ๋ก็เลยลองสั่งพรีออร์เดอร์มาใช้ดู เรามาดูกันดีกว่าว่ามีอะไรบ้าง



ของทั้งหมดถูกจับใส่รวมกันมาในถุงพลาสติกใสมีลาย e.l.f. อยู่ด้วย ปากถุงเป็นเชือกรูดๆแบบนี้




ชิ้นหลักๆที่ต้องการมากคือเจ้าตัวนี้ (ที่เหลือมันงอกมาตอนหาข้อมูลน่ะ 555+ Smiley )



อายแชโดว์ 100 สี นั่นเอง!!! กะว่าซื้อพาเลทนี้อันเดียวก็ไม่ต้องซื้ออายแชโดว์เพิ่มไปอีกหลายปี


เพราะมันมีครบทุกสีที่อยากได้แล้ว คุ้มซะยิ่งกว่าคุ้ม อิอิ


อันนี้เป็นภาพที่แต่งโดยใช้เจ้าพาเลทนี้ (ยังไม่ได้ปัดมาสคาร่า) 




 มีทั้งแบบแมทและวิ้ง สะดวกเวลาใช้สุดๆ


ต่อมาที่ใช้บ่อยเป็นอันดับสองคือบรอนเซอร์และไฮไลท์ 2 ตัวนี้


1.สี Cool Bronzer ใช้ปัดกรอบหน้าให้หน้าดูเรียวๆและคัดดั้ง 



2. Complexion Perfection เอาไว้ปัดส่วนที่ต้องการให้ดูสว่างอย่างใต้ตา สันจมูก โหนกคิ้ว เหนือริมฝีปาก ฯลฯ



ทั้งสองตัวเป็นเนื้อแมท เนื่องจากหน้ามันอยู่แล้วถ้าปัดแบบวิ้งด้วยจะไปกันใหญ่


ถัดมาคือคัสตอม เฟส Custom Face ตอนสั่งก็สั่งมาแบบงงว่าต้องการบลัชออนแล้วไที่ได้มานี่มันอะไรก๊าน เล็กมาก


ทั้งเซ็ตนี้สั่งแยกมาเป็นชิ้นๆ คือบลัช4สี ตลับต่างหาก 




สว๊อชสีหน่อย



สุดท้ายก็เอามาใช้ตามใจตัวเองอยากทาตาก็ทา อยากทาแก้มก็ทา เค้าไม่รู้แล้ว Smiley


ชิ้นนี้อยากได้เพราะเคยดูวิดีโอเก่าๆของมิเชลแล้วมีอยู่ช่วงหนึ่งที่มิเชลใช้คอนซีลเลอร์ของลิซ วาเทียร์บ่อยๆ


มาป๊ะอันนี้ เฮ้ยยย สีใกล้เคียงกันเลยแฮะ แต่ราคาต่างกันราวฟ้ากับเหว  



มีสีแซลมอน เขียว ชมพูและสีเนื้อ ใช้กลบร่องรอยที่มีปัญหาต่างๆกันไป


เปิดออกมาเป็นแบบนี้ ชะแว้บบ แถมแปรงให้ด้วย1อัน(กระจกบานใหญ่ส่องถนัดจริงๆ)



เกือบหมดละๆ รองพื้นและทิ้นมอยส์เจอไรเซอร์ สั่งมา4อันเพราะไม่รู้ว่าตัวเองต้องใช้สีประมาณไหนเลยเอามาเผื่อซะเลย


ทำรีวิวไว้แล้วที่บล็อคก่อนหน้านี้ ใครสนใจก็จิ้มไปดูได้ที่นี่นะคะ


//www.bloggang.com/mainblog.php?id=jaohhyde&month=24-03-2011&group=1&gblog=4



All over cover stick รองพื้นแบบแท่ง 



Tinted Moisturizer SPF 15 สำหรับวันที่ต้องการการปกปิดเบาๆ



เทียบขนาดกับลิปมันนีเวียดูหน่อยซิ



ขนาดเล็กมากกก Smiley


เอามาปาดปื้ดๆที่แขน (รบกวนย้อนขึ้นไปดูเลขที่ด้านบนหน่อยนะคะ แหะๆ) 



ข้อดีของสองตัวนี้คือคุมมันได้ดีมาก เหมาะกับอากาศบ้านเราเป็นอย่างยิ่ง Smiley


ชิ้นสุดท้ายยยยย แปรง Complexion Brush เอาไว้ปัดแก้ม บรอนเซอร์ ไฮไลท์ อเนกประสงค์แถมขนนุ่มนิ่มสุดๆ




เสียทรัพย์ครั้งนี้ทั้งหมดประมาณ 2000 แต่ของที่ได้มา 14 ชิ้นนี้มันคุ้มมาก


ตอนนี้ยังใช้เท่าไหร่ก็ไม่พร่องมันเยอะจัด อิอิ Smiley



ลาละค่า












Free TextEditor



Create Date : 24 เมษายน 2554
Last Update : 24 เมษายน 2554 2:07:12 น.
Counter : 1463 Pageviews.

6 comment
รีวิวรองพื้นและบีบีครีม 3 ยี่ห้อ L'Oreal, Mayvelline & E.L.F,
ช่วงนี้ถ่ายรูปไว้ทำรีวิวเยอะมาก ครั้นจะรีวิวทีเดียวรวมกันก็เกรงว่าตัวเองจะงงจนทำออกมามั่วซะหมด
เลยตัดสินใจรีวิวแยกเป็นประเภทๆไปละกัน

สภาพผิวของ จขบ. (อายุ21ปี)
1.ผิวมัน
2.รูขุมขนกว้าง
3.มีปัญหาสิวและจุดด่างดำเยอะ
4.ไม่มีปัญหาเรื่องแพ้ง่าย

มาถึงตัวที่จะรีวิววันนี้มีด้วยกันทั้งหมด 4 ตัว ขอเริ่มจากราคาแพงสุดไปถูกสุดละกัน

1. L'Oreal Tru Match Foundation SPF 17/PA+++ No.G3 Golden Beige 495 บ.





เนื้อครีม - ค่อนข้างเหลว เกลี่ยง่าย มีวิ้งเล็กๆไม่เยอะเกิน

การปกปิด - สามารถปรับสีผิวให้สม่ำเสมอได้ดี ปกปิดรอยด่างดำได้ถึง2ใน3

หมองมั้ย - ไม่หมองระหว่างวัน

คุมมัน - ไม่ค่อยคุมมันเท่าไหร่

แพคเก็จ - ขวดแก้วฝาพลาสติก ขนาดขวดใหญ่กว่าของเรฟล่อนฝาดำนิดนึง

คะแนน - 8/10 เพราะไม่ค่อยช่วยเรื่องหน้ามัน(ปัญหาระดับชาติของสาวๆเลยนะ!)

ซื้อต่อมั้ย - อาจจะ(เพราะชอบลองไปเรื่อยๆ)


2. Maybelline B.B. Cream 8 in 1 Skin Transfomer No.02 Natural 199 บ.



เนื้อครีม - ใกล้เคียงกับตัวเก่าไม่ถึงกับเหลวมาก เกลี่ยง่าย

การปกปิด - ช่วยปรับสีผิวให้สว่างขึ้น1ระดับ ปกปิดได้เล็กน้อย เรื่องจุดด่างดำก็ยังเห็นชัดอยู่นะ

หมองมั้ย - หมองโพดดดค่า ทาเสร็จปุ๊บยังไม่ทันแต่งหน้าเสร็จเลยเริ่มหมองแล้ว

คุมมัน - ไม่เลยฮ่ะ ไม่คุมอย่างแรง

แพคเก็จ - หลอดประมาณฝ่ามือ น้ำหนักเบา พกพาสะดวก

คะแนน - 5/10 โทษฐานไม่คุมมันและทำให้หน้าหมองเกินควร ฮึ!

ซื้อต่อมั้ย - No!!


3. E.L.F. All Over Cover Stick และ Tinted Moisturizer SPF 15 ชิ้นละ 99 บ.





1-2 All Over Cover Stick
3-4. Tinted Moisturizer



เนื้อครีม - Tinted Moisturizer เนื้อไม่เหลวมากคล้ายๆกับบีบีของเมเบลลีน เกลี่ยได้ง่ายดี
- All Over Cover Stick เนื้อแห้งๆ ปาดจากแท่งจะหนึบนิดนึง เกลี่ยยากเหมือนกันนะ

การปกปิด - Tinted Moisturizer ปรับสภาพสีผิวได้นิดนึงและปกปิดได้น้อย
เหมาะสำหรับคนที่ไม่ค่อยมีปัญหาผิวหน้าหรือต้องการลุคใสๆ
- All Over Cover Stick ปกปิดได้2ใน3

หมองมั้ย - ทั้ง2ตัวไม่หมองลงระหว่างวันจ้า

คุมมัน - ทั้ง2ตัวคุมมันได้ค่อนข้างดีเลยทีเดียว

แพคเก็จ - Tinted Moisturizer เป็นหลอดพลาสติกเหนียวๆไม่ต้องกลัวอะไรมาทิ่มทะลุ 555+
- All Over Cover Stick เป็นพลาสติกทั้งหมด เวลาใช้ก็หมุนด้านล่างขึ้นมาเหมือนลิปสติกทั่วไป
ปล.ทั้งสองอันไซส์จริงๆเล็กมาก ดูได้จากรูปสุดท้าย แต่ก็ถือว่าเหมาะสมกับราคา อิอิ

คะแนน - Tinted Moisturizer 8/10 เพราะปกปิดน้อยเกินไปสำหรับผู้มีปัญหาผิวหน้าอย่างเรา เฮ้อ.....
- All Over Cover Stick 9/10 อันนี้ปกปิดดีแต่เธอเกลี่ยยากไปหน่อยนะ

ซื้อต่อมั้ย - ถ้าหาซื้อง่ายกว่านี้พี่ก็จะซื้อน้องมาใช้นะ เพราะน้องราคาถูกดี 555+

ปล.E.L.F.ทั้ง2ตัวมีกลิ่นเหมือนส้มนะคะ บอกไว้เผื่อสาวๆคนไหนไม่ชอบ

รีวิวจบแล้วค่า



Create Date : 24 มีนาคม 2554
Last Update : 24 มีนาคม 2554 2:36:30 น.
Counter : 5934 Pageviews.

2 comment
Review CANMAKE นู้ดๆแกลๆ
สวัสดีค่ะสาวๆทุกคน ตอนนี้ จขกท. เริ่มหันมาปลื้มแบรนด์แคนเมคมากขึ้นเรื่อยๆ

เรื่องของเรื่องก็คือชอบ ลีนา ฟูจิอิ นางแบบหน้าตาน่ารักน่าหยิกจากนิตยสาร ViVi มากๆ

แล้วพอดีเธอก็เป็นพรีเซ็นเตอร์ให้แคนเมคด้วย เลยยิ่งชอบไปกันใหญ่ ฮ่าๆๆ

มาดูชิ้นแรกกันเลยดีกว่าเนอะ


1. CANMAKE Melty Nude No.04 - Peach Beige




เนื้อลิป - นุ่ม ลื่น ทาง่าย

สี - เบจเจือชมพูอ่อนๆ นู้ดได้ใจมาก สีออกชัดเจน ปาด1-2ครั้งก็กลบสีปากมิด

ความคงทน - ติดค่อนข้างทน

แพคเก็จ - ปลอกเป็นสแตนเลสแข็งแรง ไม่ก๊องแก๊งสีเมทัลลิกเหลือบเงินเหลือบชมพูอ่อน

คะแนน - 9/10 (บางทีมันก็ป่วยไปหน่อย 555+)

ซื้อต่อมั้ย - แน่นอน ตอนนี้กำลังอยากได้สี 03 อิอิ


2. CANMAKE Nudy Glow No.02





เนื้อลิป - แน่นและหนึบ

สี - ชมพูนมๆออกไปทางนู้ด เม็ดสีแน่น ออกสีดีทีเดียว

ความคงทน - ด้วยความที่เนื้อหนึบเลยทำให้ติดทนมาก ชอบฮ่ะไม่ต้องทาบ่อยๆ ไม่เปลืองดี

แพคเก็จ - ตัวแปรงเป็นแบบพู่กัน หัวด้านบนสกรีนคำว่า Nudy Glow
และจุดเล็กๆเหมือนเพชร หรูหราถูกใจ จขกท.ที่สุดเล้ยยย

คะแนน - 10/10 ปลาบปลื้มกับไอเท็มนี้สุดๆ

ซื้อต่อมั้ย - ชัวร์!!


3. CANMAKE Cream Cheek No.02 ราคา 379 บ.





เนื้อบลัช - เนื้อครีมนุ่มลื่น เกลี่ยง่าย มีวิ้งๆพอให้หน้าดูโกลว ไม่เวอร์

สี - สีชมพูอมแดงๆ ถ้าเกลี่ยย้ำหลายๆทีจะได้สีบางใส น่ารัก ><

ความคงทน - ติดทนระดับหนึ่งเพราะเราหน้ามัน พอเย็นๆก็จางลงนิดหน่อย

แพคเก็จ - เป็นพลาสติกใสๆมีเหลี่ยมมุมสวยงามประหนึ่งเป็นเพชรอันเลอค่า(เวอร์ไปนะเธอ 55+)
แต่ตอนแรกตกใจนิดหน่อยเพราะมันเล็กมากกก

คะแนน - 9/10 ขอหักค่าการจางลงระหว่างวัน1คะแนน

ซื้อต่อมั้ย - ถ้ามีเงินก็อยากได้ให้ครบทุกสีนะ 555+


การกึ่งเห่อกึ่งรีวิววันนี้ก็หมดลงแล้วค่า
หวังว่าคงจะพอเป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจให้กับสาวๆที่สนใจแบรนด์นี้ได้บ้างนะค้า ^0^



Create Date : 23 มีนาคม 2554
Last Update : 24 มีนาคม 2554 2:37:27 น.
Counter : 1698 Pageviews.

0 comment
1  2  

jaohhyde
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]



จ๊ะโอ๋ สร้างบล็อกนี้ไว้เป็นพื้นที่เล็กๆเพื่อเมคอัพ แฟชั่น ดาราและทุกสิ่งตามใจตัวเองค่า ^____^