หรือจะเป็นเพราะ...เวรกรรมที่ต้องชดใช้

ชิโร่ kung
Location :
อ่างทอง Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




ชีวิตเรียบง่าย สบาย ๆ ไม่เรื่องมาก
Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add ชิโร่ kung's blog to your web]
Links
 

 
จิ๊กโก๋

ในขณะที่แม่เขียนเรื่องของจิ๊กโก๋ แม่หวังว่าหนูคงจะได้เจอแม่ เจอพี่น้องของหนูที่บนสวรรค์แล้วนะครับ ถ้าเจอชิโร่ กับป้าโจ อย่าลืมบอกนะครับ ว่าให้กลับมาหาแม่บ้าง แม่นั่งรอที่หน้าบ้านทุกคืนเลย

แม่ของจิ๊กโก๋ กับพี่หรือน้องอีกตัว เป็หมาวัดท้องแก่ที่ถูกคนไล่ยิงด้วยปืนลม เพราะกลัวจะไปออกลูกที่บ้านเขา "แม่นวล" กับ "แม่แดง" ทั้งคู่หนีมาออกลูกที่ใต้ยุ้งฉางเก็บข้าวบ้านลุงที่ปากซอย สภาพแม่หมาทั้งคู่ผอมเหมือนซี่โครงไก่ที่เขาเอามาชุบแป้งทอดขายเลย
ด้วยความสงสาร เราเอาข้าวไปให้ เป็นธรรมดาที่ต้องมีคนไม่ชอบ พูดจาไม่ดี ถ้าเราใสใจคำพูดคนพวกนั้น พวกหนูกับแม่ คงนอนตายแห้งอยู่ที่ใต้ยุ้งข้าวเป็นแน่
กลางดึกของคืนหนึ่ง แม่นวลกับแม่แดงก็คาบลูกทั้งหมด 15 ตัวมาขุดโพรงอยู่ที่ใต้ถุนบ้านเรา จิ๊กโก๋ เป็นหนึ่งในนั้น ที่แม่ตั้งชื่อหนูว่าจิ๊กโก๋ เพราะเมื่อก่อนทำหมัน หนูเกเรมาก
เมื่อ 2 เดือนก่อน แม่สังเกตเห็นจิ๊กโก๋ผอมลงมาก เวลาที่แม่ปล่อยพี่น้องหนูออกจากห้อง ช่วงนั้น แม่ก็จะเอาข้าวไปให้หนู แม่ว่า คงมีพี่หรือน้องของหนูแอบอิจฉาหนูแน่ ๆ แล้วหนูก็เริ่มกินน้อยลงเรื่อย ๆ สุดท้าย แม่ต้องป้อนอาหารปั่นให้หนูเหมือนนุก
แม่พาหนูไปรักษาที่สุพรรณ โชคหนูไม่ดีที่ไม่เจอคุณหมอแก้วขวัญ คุณหมอบอกว่าหนูเป็นเรื้อนเปียก กับพยาธิเม็ดเลือด ให้ยามากิน
อีก 1 สัปาดาห์ แม่พาหนูกลับไปหาหมอตามนัด แม่บอกหมอว่า วันที่กลับจากคลินิค ตอนที่แม่ป้อนข้าว จิ๊กโก๋มีอาการเกร็ง กัดเล็บแม่จนเลือดไหลเล็บแตก ปวดจนแม่ร้องไห้ แต่แม่ไม่เคยโกรธจิ๊กโก๋เลยนะ พยายามป้อนข้าวหนูจนหมดชาม แว๊บหนึ่งในความคิด ที่แม่นึกถึงคำที่น้าหมอต้องเคยบอกไว้ ถ้าเมื่อไหร่ที่ร่างกายอ่อนแอ ถึงฉีดวัคซีน หนูก็สามารถติดหัดได้ แม่ถึงพยายามให้จิ๊โก๋กินยาเขียวจนหมดซอง บอกหนูว่า พรุ่งนี้เราจะไปหาหมอกัน
มหัศจรรย์ยาเขียว ตอนเช้าที่แม่ป้อนข้าวจิ๊กโก๋ หนูอ้าปากกินข้าวได้เหมือนปกติ วันนั้นแม่ถามหมอว่า ทำไมข้อขาหนูถึงบวม ทำไมกินยาพยาธิเม็ดเลือดครบแล้ว หนูมีอาการทางระบบประสาท หมอตอบไม่ได้ ตอนนั้นแม่ก็ฉุกใจแล้วว่า จิ๊กโก๋ ต้องเป็นอะไรที่มากกว่าพยาธิเม็ดเลือด ก็ที่วัดโพธิ์เอน แม่รักษาพยาธิเม็ดเลือด ไม่เกิน 7 วันมันต้องดีขึ้น แต่ทำไมหนูทรุดลงแบบนี้
คืนนั้น หนูร้องโวยวายทั้งคืน แต่พอแม่จับจิ๊กโก๋นอน ลูบตัวสักพัก หนูก็จะสงบลง สักพัก หนูก็จะเป็นอีก ทั้งคืน จนเช้าแม่ต้องลางาน เพราะไปทำงานไม่ไหว แม่พาจิ๊กโก๋กลับไปที่คลินิคอีกครั้ง ครั้งนี้ได้เจอคุณหมอแก้วขวัญ คุณหมอสงสัยว่าหนูติดเชื้อ streptococcus spp. ที่เข้าทางข้อ และเชื้อมันเข้าไปทำลายระบบประสาท จิ๊กโก๋ต้องถูกฉีดยาเข้ากล้ามเนื้อทุก 12 ชั่วโมง หมอบอกว่า ยานี้ปวดมาก ทุกคร้งที่ฉีด จิ๊กโก๋จะร้อง เวลาที่หนูร้อง แม่จะกอดหนูไว้ สงสารหนูจับใจ แต่แม่ก็ต้องทำ
6 วันที่หนูรักษากับคุณหมอแก้วขวัญ จิ๊กโก๋ฉี่เป็นเลือดเต็มแผ่นรองซับเลย อีกครั้งที่แม่ทำในสิ่งที่ไม่เคยทำ แม่เจาะเลือดจิ๊กโก๋เอง ด้วยตัวคนเดียว มือซ้ายfix เส้นเลือด มือขวาเจาะเลือด การทำงานของไตหนูเริ่มไม่ดี กรดยูเรียในเลือดสูงมากกว่าปกติ 3-4 เท่า หมอให้ยามาฉีดเพิ่ม
จิ๊กโก๋รู้มั๊ยครับ เพราะหมอบอกให้แม่ระวังเรื่องหนูจะอาเจียน ทำให้แม่นึกถึงนุก แม่ถามถึงยาที่จะทำให้นุกไม่อาเจียนเวลาที่แม่ป้อนข้าว แม่ไม่เคยหวังแล้ว ว่านุกจะมีทางรักษา จนคุณหมอพูดถึงทางเลือกสุดท้ายของนุก การรักษาด้วยเคมีบำบัด ควบคู่กับการรักษาแบบชีวจิต

ในขณะที่นุก เริ่มมีความหวัง แต่หนูกลับทรุดลง คืนนั้น แม่ถึงพาจิ๊กโก๋ไปนอนบนบ้านด้วยเพราะหนูนอนนิ่งมาก ไม่มีปฏิกิริยาตอบสนอง แต่พอเช้า จิ๊กโก๋ ก็ส่งเสียง จนแม่มีกำลังใจอีกครั้ง ก่อนที่แม่จะมาเข้าเวรนอนเย็น แม่ให้จิ๊กโก๋นอนบนที่นอน กันข้าง ๆที่นอนอย่างดี กลัวหนูดิ้นหล่น ไม่คิดหรอกว่า นั่นเป็นครั้งสุดท้ายที่แม่ได้กอดจิ๊กโก๋ ทั้งที่ยังมีลมหายใจอยู่ หนูไม่ต้องทรมานแล้วลูก

18 เมษายน 2552 ตอนเช้าแม่พานุกไปสุพรรณบุรีเพื่อเริ่มรักษาด้วยเคมีบำบัด ตอนบ่ายแม่ต้องกลับไปสุพรรณบุรีอีกครั้ง เพื่อฝากหนูไว้กับแม่ธรณี เจอแม่ เจอพี่ เจอน้อง แล้วอย่าเพลินจนลืมกลับมาเยี่ยมแม่บ้างนะครับ


Create Date : 19 เมษายน 2552
Last Update : 19 เมษายน 2552 23:26:56 น. 1 comments
Counter : 140 Pageviews.

 
น้องจิ๊กโก๋ ของเราก็ไปสวรรค์แล้วเหมือนกัน ถ้าไปเจอกันข้างบน ก็ทักทายพี่เค้าด้วยนะจ๊ะ ชื่อเหมือนกันเลย



โดย: Ms.Boonhome วันที่: 20 เมษายน 2552 เวลา:8:55:25 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 
 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.