JANNILICIOUS
Group Blog
 
All blogs
 

Review : Fresh Drop Pure Micellar Make-up Removing Water



สวัสดีค่าาา...

Blog นี้ เราจะหน้าแน่นมาก่อน แล้วค่อยมาลบเครื่องสำอางออกให้ดูกัน
เพราะแจนจะมารีวิวผลิตภัณฑ์เช็ดเครื่องสำอางตัวใหม่ ที่ช่วงนี่แจนใช้ติดต่อกันแล้วชอบนะคะ 
เดิมทีเค้าจะมีเป็นน้ำแร่ฉีดหน้าที่ขายดีมาก ๆ มี 2 สูตรด้วยกัน มะเขือเทศ กับ กุหลาบ 
แจนใช้หมดไปหลายขวดแล้วหละ ตัวนี้ออกใหม่น่าใช้มาก ๆ 

น้ำแร่เช็ดเครื่องสำอาง FRESH DROP
Pure Micellar Make-up Removing Water

น้ำแร่เช็ดเครื่องสำอาง สูตรอ่อนโยน ทำความสะอาดได้อย่างล้ำลึก
ให้ความรู้สึกสะอาด สดชื่น ใช้ได้ทุกสภาพผิวแม้ผิวแพ้ง่าย
ปราศจากน้ำมัน, น้ำหอม, แอลกอฮอล์ และ พาราเบน
นอกจากจะล้างเครื่องสำอางแล้ว ยังมีสารบำรุงจากอนุพันธ์ของวิตามินซี ช่วยให้ผิวกระจ่างใส และต้านอนุมูลอิสระได้อีกด้วย

จุดเด่นของ Micellar Water นั้นก็คือ สามารถเช็ดทำความสะอาดเมคอัพได้อย่างสะอาดหมดจด 
ไม่ทิ้งความมัน ไม่ทำให้ผิวแห้ง และไม่จำเป็นต้องล้างน้ำซ้ำก็ได้ค่ะ 

สำหรับแจนเองก็ใช้พวกผลิตภัณฑ์ Cleansing Water เช็ดผิวหน้าทำความสะอาดจเมคอัพ มานานมาก ๆ แล้ว 
รู้สึกว่าใช้ง่ายและสะดวกดี ไม่ต้องมาถูหรือนวดหน้า และแจนก็แพ้พวกออยล์ล้างหน้าด้วย



แพคเกจน่ารักมาก ๆ เลย และขวดใหญ่มากกกกก
ปริมาณ 510 ml. ใช้กันแบบจุใจ 



มาดูกันค่ะว่าหน้าแน่นอย่างนี้ จะเช็ดออกได้ขนาดไหน



แจนเริ่มเช็ดลิปสติกก่อน ทาสีแดงมา เช็ดรอบเดียวก็ออกหมดค่ะ
ส่วนรองพื้น แป้ง ก็เช็ดออกได้ง่าย สะอาดหมดจด

และตัวนี้สามารถใช้เช็ดทำความสะอาดรอบดวงตาได้ด้วย
เช็ด eyeshadow, eyeliner ได้อยู่นะ
แต่สำหรับมาสคาร่า หรือถ้าแต่งตาแบบกันน้ำ ถมตาเข้ม ๆ ต้องใช้ eye makeup remover เช็ดรอบดวงตาอีกทีนะคะ
เพราะแจนใช้มาสคาร่ากันน้ำตลอด ต้องเช็ดด้วยตัวที่มีส่วนผสมของออยล์
แต่ชอบอันนี้ตรงที่ ใช้แล้วไม่ทำให้แสบตาเลย อ่อนโยนไม่ระคายเคืองผิว

ทั้งหน้านี่แจนใช้สำลีไปแค่ 3 แผ่นเองนะ 
ไม่ต้องถูด้วย คือกด ๆ หน่อยแล้วเช็ดออกเลยค่ะ








น้ำแร่เช็ดเครื่องสำอาง Fresh Drop Pure Micellar Make-up Removing Water

มีวางจำหน่ายเฉพาะที่ร้าน EVEANDBOY ทุกสาขา
ราคาปกติ ขวดละ 490 บาท
จำหน่ายเพียง 290 บาท เท่านั้นค่ะ
ราคาดีมากกกก กับปริมาณ 510 ml. ต้องบอกเลยว่าถูกและดีอะ 

ขอบคุณ EVEANDBOY ที่ส่งผลิตภัณฑ์มาให้ลองใช้นะคะ

หวังว่าจะชอบรีวิวกันนะคะ ไว้เจอกัน Blog หน้าค่ะ




 

Create Date : 31 ตุลาคม 2560    
Last Update : 31 ตุลาคม 2560 18:27:36 น.
Counter : 59798 Pageviews.  

Review : L'Oreal Magic Retouch



สวัสดีค่าาา

มาอัพเดทเรื่องสวย ๆ งาม ๆ กันเช่นเคยนะคะ 
Blog นี้บอกเลยว่าสาว ๆ หลายคนต้องถูกอกถูกใจกันอย่างแน่นอนนน
โดยเฉพาะสาวที่มีผม หงอก 555 
ทางนี้ก็เช่นกันค่ะ พออายุ 30 ผมขาวก็ค่อย ๆ ทยอยมาอย่างต่อเนื่อง
ปีนี้ 34 แล้ว มาเต็มค่ะ และแจนพักผมด้วยช่วงนี้ ไม่ได้ทำสีผม เติมโคนเลย เป็นจังหวะเหมาะที่จะได้ลองผลิตภัณฑ์ตัวใหม่สุดเจ๋งนี้หละ

L'Oreal Paris Magic Retouch 
Instant Root Concealer Spray

สิ่งนี้ก็คือ สเปรย์ปกปิดผมขาว 
สามารถปกปิดผมขาวได้อย่างแนบสนิท เห็นผลภายใน 3 วินาที...








รูปแบบเป็นขวดสเปรย์แบบนี้ค่ะ ขนาดจับถนัดมือ 
มี 3 เฉดสี ดำ ( Black ) / น้ำตาลเข้ม ( Dark Brown ) / น้ำตาล ( Brown )






ด้านหลังขวด มีบอกวิธีใช้อย่างละเอียดค่ะ 



หัวสเปรย์เรียวเล็ก ช่วยให้เข้าถึงโคนผมขาวได้อย่างแม่นยำ
ปกปิดผมขาวได้อย่างแนบสนิท 



แจนลองใช้แล้วเรียบร้อยแล้ว ชอบมาก ๆ เลยมารีวิวให้ดูกันนะคะ
เพื่อให้เห็นภาพ แจนลองฉีดแต่ละสีให้ดูเป็นตัวอย่าง
สีเค้าจะประมาณนี้นะ เป็นธรรมชาติดีค่ะ



สำหรับสีผมแจน ใช้สี Dark Brown น้ำตาลเข้มนะคะ 
ผมขาวแจนยังไม่ถือว่าเยอะมาก แต่ก็ตกใจเบา ๆ นะ 
มันจะขึ้นอยู่เป็นหย่อม ๆ ถ้าเสยผมหรือรวบขึ้น แสกข้างเมื่อไรเห็นชัดมากเลย ช่วงนี้เลยเน้นแสกกลางเอา 555 
แต่มีสเปรย์ตัวนี้แล้วไม่กลัวละค่ะ สีดำแจนเก็บไว้ใช้เอง ส่วนสีน้ำตาลแจนให้คุณแม่ลองใช้ด้วย

วิธีการใช้

เขย่ากระป๋องก่อนใช้ทุกครั้ง



ฉีดสเปรย์ลงบนบริเวณผมที่แห้งและจัดทรงแล้ว
โดยให้ถือห่างจากศรีษะประมาณ 10 cm.

เมื่อฉีดจนปิดผมขาวได้พอใจแล้ว ทิ้งระยะประมาณ 1 นาที
เพื่อให้ผลิตภัณฑ์ set ตัวสักครู่ และใช้หวีเพื่อเกลี่ยให้เนียน
และลดผลิตภัณฑ์ส่วนเกินจากเส้นผม 





แป๊บเดียวเองค่ะ ผมขาวหายไปแล้ว





ข้อดีอีกอย่างที่แจนชอบมากเกี่ยวกับสเปรย์ตัวนี้ค่ะ
มันช่วยปิดหนังศีรษะ ตรงที่ขาว ๆ ช่วงที่ผมบาง ตรงไรผมบริเวณหน้าผากที่ดูเหม่ง ฉีดแล้วผมดูหนาขึ้นเลย
และอีกข้อดีคือ มันช่วยให้โคนผมดูมีวอลลุ่ม ดูมีความหนา เหมือนฉีดปิดผมขาวและเพิ่มวอลลุ่มไปในตัว 
ปกติแจนชอบใช้ Volumizing Spray ยกโคนผมอยู่แล้ว ใช้ตัวนี้ตัวเดียวนี่เติมเต็มเอาอยู่เลยค่ะ



และหลายคนอาจจะเกิดคำถามว่า

มันจะเลอะไหม...เลอะเสื้อผ้าไหม...
ฉีดแล้วกลับมาต้องสระผมเลยหรอเปล่า...นอนแล้วมีสีเลอะหมอนไหม

แจนลองแล้วตอบได้เลยว่า ไม่เลอะนะคะ สีค่อนข้างติดทนเลย
ตอนที่แจนลอง คืนนั้นก็ไม่ได้สระผม นอนไปเลย ไม่มีเลอะปลอกหมอน
เลยไว้ต่ออีกวัน เป็น 2 วันเลย 555 ก็ยังอยู่ดีค่ะ
แต่ย้ำว่า หลังฉีด ควรทิ้งไว้สักครู่ให้ผลิตภัณฑ์ set ตัวก่อน 
ไม่ควรใช้มือเสยผมทันที จะมีคราบสีติดมือได้ค่ะ 

ล้างออกได้โดยการสระผม สีก็จะหลุดออกเป็นผมปกติของเรา
ไม่ทำให้ผมแห้งเสียค่ะ



L'Oreal Paris Magic Retouch เหมาะสำหรับ 

คนที่มีผมขาว และต้องการปิดผมขาวแก้สถานการณ์ไปก่อน หรือยังไม่อยากไปย้อมโคนบ่อย ๆ ช่วยยืดเวลาการย้อมผมไปได้ 
เป็นอีกทางเลือกหนึ่งในการปกปิดผมขาวที่ทำได้ง่าย สะดวก ได้ผลเร็วทันที ฉีดปุ๊บสวยเป๊ะ

คนที่มีผมบาง ใช้แล้วไปเติมเต็มช่วงหนังศีรษะให้ดูผมหนาขึ้น





หวังว่าจะชอบรีวิวกันนะคะ 

ส่วนใครที่สนใจ สามารถหาซื้อได้ที่ Tesco Lotus, Watsons, Tops 
Home Fresh Mart, EVE&BOY, J&B 
หรือช้อป online ได้ที่ : //bit.ly/2wCXicy

ขอบคุณที่ติดตามชมค่ะ
ไว้พบกัน blog หน้านะคะ

Thank you L'Oreal Thailand

- Sponsored Content -

#LorealParis #MagicRetouch #321เป๊ะ #ฉีดปุ๊บสวยเป๊ะ 




 

Create Date : 19 สิงหาคม 2560    
Last Update : 8 กันยายน 2560 13:28:09 น.
Counter : 169138 Pageviews.  

Review : Lancome Advanced Genifique Sensitive



สวัสดีค่ะ 

Blog นี้ภูมิใจนำเสนอมาก ๆ เลยนะคะ แจนจะมารีวิวเซรั่มกู้ผิวตัวใหม่ 
ที่แจนได้เป็น 1 ใน 20 คนที่ได้ทดลองใช้ก่อนเปิดตัวค่ะ 

ถ้าพูดถึงผลิตภัณฑ์บำรุงผิวของแบรนด์ลังโคม Lancome  
แจนจะนึกถึง Advanced Genifique เซรั่มขวดสีดำที่โด่งดังมาก ๆ ทั้งในไทยและต่างประเทศ

ซึ่งตอนนี้มีสูตรใหม่แล้ว นั่นก็คือ

Lancome Advanced Genifique Sensitive 



เซรั่มบำรุงผิวสูตรใหม่ สำหรับผิวอ่อนแอ แพ้ง่าย และผิวที่ไวต่อสิ่งกระตุ้น ซึ่งเป็นสัญญาณบ่องบอกว่าผิวกำลังอ่อนแอและมีการอักเสบ
แต่ไม่ใช่เป็นอาการผิดปกติอย่างไรนะคะ เพราะทุกคนก็มีผิวอ่อนแอได้ โดยเฉพาะช่วงที่เครียด ต้องเจอมลภาวะต่าง ๆ หรือว่าอยู่ในสภาพแวดล้อมที่อากาศเปลี่ยน เดี๋ยวร้อน เดี๋ยวหนาว คนที่เดินทางบ่อย ๆ จะพบเจอปัญหาผิวนี้ได้ ทำให้ผิวเกิดการแห้ง มีรอยแดง แสบคัน ร้อนวูบวาบที่ผิว และความไม่สบายผิวเกิดขึ้น ซึ่งปัญหาทั้งหมดเหล่านี้อาจทำให้ผิวร่วงโรงก่อนวัยได้อีกด้วย

ด้วยความที่แจนเองก็เป็นคนนึงที่มีผิว sensitive อยู่แล้ว บางครั้งอยู่ ๆ ก็แห้งลอก แสบคัน ผดผื่นขึ้นยิ่งช่วงฮอร์โมนจะเป็นบ่อย 
และช่วงที่ต้องเดินทาง ไม่ต้องไปต่างประเทศหรอกค่ะ ต่างจังหวัดนี่แหละ พอเจออากาศเปลี่ยน สภาพแวดล้อมเปลี่ยน 
ผิวจะมีอาการแพ้เลย พอได้เซรั่มตัวใหม่มาก็รีบเปิดลองเลยค่ะ 

ความพิเศษและแตกต่าง ของ Advanced Genifique Sensitive Serum ตัวนี้คือ 
เป็นการรวมพลังของ Advanced Genifique Serum ตัวเดิม 
เพิ่มเติมคือส่วนผสมที่มีคุณสมบัติปลอบประโลมผิวชนิดใหม่อย่าง Lactobacillus เข้ากันกับ Antioxidant Complex
( ที่ประกอบด้วย Vitamin E และ Ferulic Acid ) แยกบรรจุไว้ในแท่งซึ่งใช้ในการผสมเครื่องสำอางสดก่อนใช้



นวัตกรรมเครื่องสำอางมาไกลขนาดนี้แล้วจริง ๆ ค่ะ
ขั้นตอนการผสมเซรั่มสด ๆ ก่อนใช้

กดและหมุนฝาแท่ง เพื่อผสมผลิตภัณฑ์ทั้ง 2 ส่วนเข้าด้วยกัน

เขย่าขวดเพื่อกระจายให้ทั้ง 2 สูตรเข้ากันอย่างทั่วถึง



ถอดแท่งบรรจุสีฟ้าออก และใส่ฝาสีเงินที่มีมาให้ พร้อมใช้งาน
ขวดนี้ ขนาด 20 ml. สำหรับใช้ได้ 30 วัน
แต่ไม่ควรใช้เกิน 60 วัน เพื่อประสิทธิภาพสูงสุด



แจนได้ทดลองใช้จริงมาเป็นเวลา 2 สัปดาห์ค่ะ
ใช้ช่วงกลางคืน เป็นเซรั่มบำรุงผิวก่อนนอน
ส่วนตอนกลางวันแจนก็ใช้อย่างอื่นตามปกติ
เท่าที่สังเกตุดู ผิวยังไม่มีอาการแพ้เลย 
ชอบกลิ่นหอมอ่อน ๆ และสัมผัสของเนื้อเซรั่มที่ลื่น ๆ ผิว
ใช้แล้วเห็นว่า ผิวดูเต่งตึงขึ้น อิ่มฟูขึ้น รูขุมขนแลดูกระชับลงด้วย อันนี้ชอบมาก 





โดยรวมแล้วชอบมาก ๆ เลย จะใช้อย่างต่อเนื่องจนหมดขวดค่ะ เพื่อผิวที่แข็งแรง และช่วยปลอบประโลมผิวทุกครั้งที่รู้สึกว่าผิวอ่อนแอ 

No more bad skin days!




Lancome Advanced Genifique Sensitive Serum
วางจำหน่ายแล้วที่เคาน์เตอร์ลังโคม 
ราคา 3,500 บาทค่ะ

ขอบคุณผลิตภัณฑ์จาก Lancome Thailand

- Non Sponsored Content - 




 

Create Date : 15 สิงหาคม 2560    
Last Update : 21 สิงหาคม 2560 21:20:34 น.
Counter : 88145 Pageviews.  

Review : GARNIER Micellar Cleansing Water



สวัสดีค่ะ... 

พบกับรีวิวของแจนกันอีกแล้วนะคะ ช่วงหลังมีพวก skincare ซะส่วนใหญ่ บล็อกนี้ก็เช่นกัน เป็นผลิตภัณฑ์ที่เป็นส่วนหนึ่งของขั้นตอนการบำรุงผิวในขั้นแรกเลยก็คือการทำความสะอาดผิวนั่นเอง 

GARNIER Micellar Cleansing Water

หลาย ๆ คนคงกรีดร้องกันกับผลิตภัณฑ์ตัวนี้ เพราะเค้านำเข้ามาจำหน่ายในไทยเรียบร้อยแล้วค่ะ ไม่ต้อง Pre-order กันอีกแล้วเนอะ 


ผลิตภัณฑ์ Cleansing Water ตอนนี้มาแรงมากนะคะ เป็นอะไรที่ทุกคนควรมี โดยเฉพาะใครที่ชอบแต่งหน้าหรือแต่งบ่อย ๆ เนี่ย มันจะทำให้ชีวิตคุณง่ายขึ้นเลยค่ะ เวลาลบหน้าไม่ต้องหลายขั้นตอน แจนเองก็ใช้พวก Cleansing Water มาตลอดในช่วง 8-9 ปีหลังนี้ ช่วงนั้นยังมีอยู่ไม่กี่แบรนด์ แต่ตอนนี้ค่ะ มีหลายแบรนด์มากกก และหลายสูตรให้เลือกใช้ตามสภาพผิว 

แล้วของ GARNIER เค้าแตกต่างจากแบรนด์อื่นอย่างไร

Garnier Micellar Cleansing Water เป็นสูตร ไมเซลล่าร์ ซึ่งสามารถทำความสะอาดผิว เช็ดเมคอัพได้หมดจด ทำงานดุจแม่เหล็ก ที่ดูดเมคอัพออกจากผิวได้ในขั้นตอนเดียว ไม่ต้องออกแรงถูบนผิว จึงไม่ทำให้ระคายเคืองผิวหน้านะคะ 

สะอาดหมดจด 100% ในขั้นตอนเดียว ไม่จำเป็นต้องล้างน้ำซ้ำก็ได้ค่ะ 

อ่อนโยนต่อผิว ไม่ต้องขัดถูผิว ไม่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ และน้ำมัน, ปราศจากน้ำหอม, ไม่ทำให้ผิวแห้งตึง และ ไม่ก่อให้เกิดการอุดตันรูขุมขน 

แจนได้ลองใช้มาระยะนึงแล้วนะคะ สูตรที่แจนใช้เป็นขวดสีชมพู เป็นสูตรสำหรับผิวธรรมดา รวมไปถึงผิวที่มีแนวโน้มแพ้ง่าย เช็ดทำความสะอาดได้ทั้งหน้าในขั้นตอนเดียวเลย ตา ปาก ก็เช็ดได้ค่ะ 



ขนาด 400 ml จุใจมากค่ะ เค้ามีระบุด้วยว่าใช้ได้ประมาณ 200 ครั้ง 
อันนี้ก็แล้วแต่เนอะว่าแต่ละวันหน้าแน่นแค่ไหนต้องเช็ดกี่รอบอะไรแบบนี้





เท่าที่ได้ลองใช้แล้วชอบเลย เช็ดเครื่องสำอางออกได้ง่ายมาก และสะอาดหมดจด ดูได้จากในรูปค่ะ แต่งหน้าแน่นมากกก ต้องกลบสิวด้วย และปากก็ทาลิปแมทท์ด้วยนะคะ มาดูกันว่าลบออกง่ายแค่ไหน





เช็ดรองพื้นแบบ full coverage ได้อย่างง่ายดาย โดยที่ไม่ต้องถู ไม่ต้องออกแรงให้ผิวเราระคายเคือง 

เช็ดลิปสติกแบบแมทท์ได้ง่ายในรอบเดียวค่ะ

ส่วน eye makeup สามารถเช็ดพวก eyeshadow ได้นะคะ คิ้วก็เช็ดออก แต่พวกมาสคาร่าหรืออายไลเนอร์แบบกันน้ำนี่ต้องใช้พวก eye makeup remover ที่มีเบสเป็นน้ำมันช่วยเช็ดถึงจะเอาอยู่ แค้ถ้าแต่งตาเบา ๆ นี่เช็ดออกค่ะ โดยที่ไม่แสบตา ไม่ระคายเคือง อันนี้ชอบมากกก



Before หน้าแน่น After หน้าสด 
เช็ดเครื่องสำอางออกหมดแล้ว ไม่ได้ล้างน้ำซ้ำด้วย เช็ดแล้วก็ไม่ทำให้ผิวแห้งตึงนะคะ ผิวยังชุ่มชื่นอยู่เลย 




GARNIER Micellar Cleansing Water 
มี 2 สูตรให้เลือกนะคะ ก็เลือกใช้ได้ตามสภาพผิวเลย
สูตรสีชมพู สำหรับผิวธรรมดา-ผิวที่มีแนวโน้มแพ้ง่าย
สูตรสีฟ้า Pure Active เหมาะสำหรับผิวมัน และผิวที่มีแนวโน้มเป็นสิวง่าย 



ก็ขอจบรีวิวแต่เพียงเท่านี้นะคะ ใครสนใจก็ไปหาซื้อได้นะคะ เค้ามีวางจำหน่ายเรียบร้อยแล้วค่ะ

ขอบคุณที่รับชม แล้วพบกันรีวิวหน้าค่ะ

Sponsored by Garnier Thailand




 

Create Date : 01 กันยายน 2559    
Last Update : 15 สิงหาคม 2560 22:15:23 น.
Counter : 88237 Pageviews.  

Review : OLAY Overnight Miracle



สวัสดีค่าาา 

มาพบกับรีวิว Skincare กันอีกแล้ว ช่วงนี้มีมาเรื่อย ๆ เพราะลองของใหม่ตลอดเลย แต่อันนี้จริง ๆ แล้วแจนเคยทำบล็อก Preview ไปแล้วนะคะ ลองไปหาดูย้อนหลังได้ เป็นผลิตภัณฑ์จาก Olay ค่ะ เป็นแบรนด์ที่ทุกคนน่าจะรู้จักกันเป็นอย่างดีนะคะ

Olay Regenerist Overnight Miracle 
5 คืนสู่ผิวอ่อนเยาว์อย่างน่าอัศจรรย์ 

 photo DSC06846_zpsxi6nddaf.jpg

ทุกคนทราบกันไหมคะว่า ระบบต่าง ๆ ในร่างกายเราทำงานเป็นเวลานะ ผิวก็เช่นกันค่ะ เค้าจะซ่อมแซมและฟื้นฟูเซลล์ผิวได้อย่างดีที่สุดในเวลากลางคืน คือเวลาที่เรานอนหลับพักผ่อนนั่นเอง เมื่อเราหลับสนิท สารเมลาโทนินก็จะช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระ ลองสังเกตุดูค่ะ ช่วงไหนนอนเต็มอิ่ม ร่างกายก็จะสดชื่น ผิวก็จะดูดีมีน้ำมีนวล แต่ถ้าช่วงไหนนอนน้อยละก็ สุขภาพร่างกายจะทรุดโทรม ผิวก็ดูแย่ไปด้วย
แต่ละปี ๆ ผ่านไปไวเหลือเกิน การบำรุงผิวก็สำคัญ ควรใช้ผลิตภัณฑ์ที่เหมาะกับสภาพผิวและช่วงวัย และควรใช้ผลิตภัณฑ์ที่แยกเป็น Day & Night เพื่อการบำรุงอย่างตรงจุดและมีประสิทธิภาพมากที่สุด


Olay Regenerist Overnight Miracle 
ประกอบด้วยผลิตภัณฑ์ในเซท 2 ชิ้นด้วยกัน

Olay Regenerist Miracle Boost Youth Pre-Essence
ตัวนี้วางจำหน่ายมาได้ประมาณปีกว่าแล้วนะคะ และกระแสตอบรับดีมาก ๆ 

และ 

Olay Regenerist Microsculpting Night Cream 
เป็นตัวใหม่ที่มีเพิ่มเติมขึ้นมาในขั้นตอนการบำรุงผิวยามค่ำคืนค่ะ 

 photo DSC06849_zpsqhxzgs91.jpg

แจนจะมารีวิวให้ดูกันทั้ง 2 ตัวเลยนะคะ 
เริ่มจากตัวสำคัญนั่นก็คือ

Olay Regenerist Miracle Boost Youth Pre-Essence


 photo DSC06852_zpshrxtxpp6.jpg

เป็นเอสเซนส์สำหรับใช้ในขั้นตอนการเตรียมผิว ซึ่งเป็นขั้นตอนก่อนการบำรุงผิวหน้า 
ตัวนี้ทางแบรนด์เคลมมาว่า " เป็นสุดยอดนวัตกรรมที่ช่วยเร่งการสร้างเซลล์ผิวใหม่ เพื่อผิวอ่อนเยาว์อย่างน่าอัศจรรย์ในขั้นตอนของการเตรียมผิว มีคุณสมบัติพิเศษที่ช่วยการกระตุ้นการสร้างเซลล์ผิวใหม่เพื่อฟื้นบำรุงความอ่อนเยาว์ของผิวให้มีชีวิตชีวาอีกครั้ง ในตั้งแต่หยดแรกที่ใช้ อีกทั้งยังช่วยลดเลือนริ้วรอยและจุดด่างดำอย่างเห็นได้ชัด ทำให้ผิวกลับมาดูเปล่งปลั่ง เต่งตึง เนียนละเอียด ดูมีชีวิตชีวา " 

แพคเกจของ Olay Regenerist Miracle Boost Youth Pre-Essence นี้จะเป็นขวดพลาสติกสีแดงโปร่งแสง ขนาด 40 มล.
ราคา 899 บาท 

 photo DSC06864_zpsxdxjkdnq.jpg

ฝาขวดจะอยู่ในรูปแบบหลอดหยดอัตโนมัติ ( auto-dropper ) เมื่อหมุนเปิดฝาขวด ด้านบนของฝาจะเด้งขึ้น 
และจะดูดเนื้อพรีเอสเซนส์ขึ้นมาในปริมาณที่พอเหมาะของการใช้ในแต่ละครั้งโดยที่เราไม่ต้องบีบเองค่ะ 

เนื้อเอสเซ็นส์ เป็นแบบใส ไม่มีสี ไม่ข้นและไม่เหลวจนเกินไป 
กลิ่นหอมอ่อน ๆ รู้สึกสดชื่น เนื้อเอสเซ็นส์ซึมเข้าสู่ผิวได้อย่างรวดเร็ว และไม่ทิ้งความเหนียวเหนอะ
รู้สึกสบายผิวและชุ่มชื่นดีค่ะ เป็นการเตรียมผิวให้พร้อมสำหรับการบำรุงในขั้นต่อไป 

 photo DSC06861-tile_zpsx0vovwj7.jpg

สามารถใช้ได้ทั้งกลางวัน และกลางคืนก่อนนอนค่ะ อย่างตอนกลางวันแจนจะใช้ตัวนี้แล้วตามด้วย Day Cream และครีมกันแดดตามปกติค่ะ ส่วนช่วงกลางคืนก่อนนอนก็จะใช้ตัวนี้แล้วตามด้วย Night Cream ที่กำลังจะพูดถึงเลยค่ะ 

 photo DSC06916-tile_zpsnzlnvrrp.jpg

ต่อไปเป็นตัวที่มีเพิ่มขึ้นมาเพื่อเติมเต็มการบำรุงผิวในช่วงเวลากลางคืน

Olay Regenerist Micro-Sculpting Night Cream 

แพคเกจขวดแก้วสีแดงทึบแสง ภายในบรรจุครีม 50 กรัม 
ราคา 999 บาท 

 photo DSC06866_zpszaxiektf.jpg

ครีมบำรุงผิวยามค่ำคืน ช่วยเร่งการสร้างเซลล์ผิวใหม่ และลดเลือนริ้วรอย
เมื่อ 2 ผลิตภัณฑ์ทำงานควบคู่กัน จะทำให้ส่วนผสมมีสารต่อต้านริ้วรอยเข้มข้นถึง 2 เท่า และสามารถซึมลึกลงสู่ผิวได้ถึง 10 ชั้นผิว 
สามารถเข้าไปเร่งกระบวนการผลัดเซลล์ผิวใหม่ได้มากขึ้นถึง 60% และช่วยผลัดเซลล์ผิวใหม่ได้นับล้านเซลล์ ภายใน 5 คืน


 photo DSC06880_zpsd9x4tcip.jpg

เนื้อครีมเข้มข้น แต่บางเบา ออกสีครีมขุ่น 
เมื่อสัมผัสและเกลี่ยลงบนผิวจะให้ความชุ่มชื่นทันที เนื้อลื่นและซึมสู่ผิวได้ดีค่ะ 


 photo DSC06888-tile_zps48btziak.jpg



 photo DSC06931-tile_zpsnvz3hai5.jpg

สำหรับการใช้ 2 ผลิตภัณฑ์นี้ ก็มีขั้นตอนง่าย ๆ ค่ะ
หลังทำความสะอาดผิวหน้า ก็เริ่มบำรุงผิวด้วย
Pre-Essence ก่อน แล้วตามด้วย Night Cream 
ทาให้ทั่วใบหน้าและลำคอทุกคืนก่อนนอนค่ะ 

หลังจากที่แจนได้ทดลองใช้คู่ดูโอ้ Olay Overnight Miracle นี้มาระยะหนึ่ง ชอบมากที่ตัว Pre-Essence ซึมลงสู่ผิวได้ดีมาก และยิ่งเมื่อใช้คู่กับ Night Cream ช่วงแรกสังเกตุว่าผิวดูนุ่มเด้ง และเนียนลื่นขึ้น เมื่อใช้ต่ออีกสักระยะก็รู้สึกว่าผิวมันดูอิ่มฟูขึ้น ชุ่มชื่นมากขึ้น ริ้วรอยเล็ก ๆ ก็ดูจางลง และผิวโดยรวมดูกระชับขึ้นด้วยค่ะ 

สำหรับแจน ปีนี้เองก็อายุ 33 แล้ว รู้สึกได้เลยว่าร่างกายและผิวพรรณเราเสื่อมถอยอย่างเห็นได้ชัด โดยเฉพาะ 1 ปีที่ผ่านมา ด้วยวัยที่เพิ่มขึ้น ริ้วรอยก็ต้องมาเป็นธรรมดา และยิ่งถ้าเครียดนี่คือแย่เลยค่ะ ต้องดูและสภาพร่างกายและจิตใจให้ดีอยู่เสมอ การใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวอย่างเดียวคงไม่พอ ต้องควบคู่ไปกับการพักผ่อนให้เพียงพอ และดื่มน้ำวันละ 8 แก้วด้วยนะคะ อย่างแจนจะให้ความสำคัญกับการนอนมาก แจนนอนวันละ 7-8 ชั่วโมง เดี๋ยวนี้อดหลับอดนอนไม่ได้ จะป่วยบ่อยและหายช้าด้วยค่ะ เรื่องผิวก็เช่นกัน การบำรุงไม่ให้ขาดเลย ช่วงเวลานอนหลับ ร่างกายได้พักผ่อน ผิวก็ได้ฟื้นฟูไปด้วยค่ะ 


 photo DSC06946_zps46zibbtw.jpg


ขอบคุณที่รับชมรีวิวนะคะ
ไว้พบกันใหม่บล็อกหน้านะคะ

Sponsored Content by Olay 




 

Create Date : 15 สิงหาคม 2559    
Last Update : 12 กันยายน 2559 20:13:19 น.
Counter : 89093 Pageviews.  

1  2  3  4  5  6  7  

Valentine's Month


 
Jannilicious
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 34 คน [?]




Welcome to Jannilicious Beauty Blog!
สวัสดีค่ะ ยินดีต้อนรับเข้าสู่ Blog ของแจนค่ะ
บล๊อคนี้จะเกี่ยวกับความสวยความงาม
และ Lifestyle ของแจนค่ะ

มีคำถาม ติดต่องาน หรืออยากพูดคุย เมลมาได้ที่
Janny85@gmail.com
ยินดีทีได้รู้จักทุกคนนะคะ อย่าลืมติดตามผลงานของแจนนะคะ


Janny English

Create Your Badge
Friends' blogs
[Add Jannilicious's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.