นกสีฟ้า สาลิกาหิน
Group Blog
 
All Blogs
 

เมื่อมีคนบอกคุณว่าคุญอาจจะถูกฆ่าถ้าไม่หยุดบางสิ่ง



หลังจากที่เขียนบทความที่แวะเวียนไปเกี่ยวข้องกับโสเภณีเข้า ก็มีทั้งเห็นด้วยและไม่เห็นด้วย บ้างด่า บ้างเตือน หนักเข้าถึงกับกับสัง่ให้เงียบก่อนที่คนอื่นๆจะหยุดชีวิตของผู้เขียน

หากท่านใดเจอกรณีนี้นะคะ เมื่อเขียนบทความที่ไม่ได้ระบุชื่อ หรืออักษรย่อ ที่เป็นการชี้ให้เกิดความเข้าใจว่าหมายถึงผู้ใด แล้วมีผู้ไม่เกี่ยวข้องเข้ามาอาละวาด กล่าวคำหยาบ หรือใช้คำขู่ ในเชิงจะปลิดชีวิต หรือผู้อื่นอาจจะปลิดชีวิตเราได้ นี่เข้าข่ายข่มขู่แล้วค่ะ

ให้ท่านแค๊ปหน้าจอ โดยการ กดปุ่ม PrintScrn จากนั้น กด start เลือก All Programs เลือก Accessories เปิดโปรแกรม Paint ขึ้นมาแล้วกดปุ่ม Ctrl+v¨ แล้วเซฟเก็บไว้

จากนั้นก็หาเซฟรูปถ่ายของผู้นั้นถ้ามีค่ะ เลือกภาพที่เห็นชัด บันทึก ไอดี หรือยูอาร์แอล หรือเมล (อยู่ที่เค้าหรือเธอจะขู่คุณในไหนน่ะค่ะ) ถ้ามีชื่อนามสกุลด้วยยิ่งดีค่ะ แต่ถึงไม่มีก็ไม่เป็นไรเพราะตำรวจสามารถสืบได้ค่ะ ขอเพียงคุณบันทึกรายละเอียดเกี่ยวกับเค้าหรือเธอคนนั้นให้ละเอียดที่สุดเท่าที่จะทำได้ค่ะ
เพราะถึงไม่มีอะไรเลยก็สามารถสืบได้ จากเลขไอพีที่โพสต์ค่ะ

จากนั้นไปที่สถานีตำรวจค่ะ เอาใบที่ปริ๊นข้อความที่เค้าขูฆ่า หรือขู่ว่าคนอื่นอาจจะฆ่าคุณ พร้อมรายละเอียดแจ้งตำรวจว่า มีกรณีแบบนี้ และแจ้งความจำนงด้วยค่ะว่าเรารู้สึกไม่ปลอดภัยไม่ต้องการให้เค้าหรือเธอผู้นี้เข้าใกล้ ถ้าเป็นชาวต่างชาติไม่ใช่คนกรีก ให้ระบุไปด้วยค่ะ เจ้าหน้าที่ตำรวจจะออกใบให้คุณถือไปกองตรวจคนเข้าเมืองในเขตที่คุณอยู่

เท่านี้แหละค่ะคุณจะปลอดภัยไร้กังวล ส่วนเค้าหรือเธอผู้นั้นหรือคะ ก็อยู่ที่ว่า จะได้ต่อวีซ่าหรือไม่เมื่อหมดอายุ หรือถุกส่งกลับ หรือถูกขึ้นบัญชีดำรับรองใครมาอีกไม่ได้ ประกอบอาชีพไม่ได้

อย่างกรณีที่ดิฉันเพิ่งพบมา เธอใช้ชื่อ *** นามสกุล **** ชื่ออาจเป็นชื่อปลอมได้ แต่นามสกุล เค้าจะเช็คไปที่****ทั้งหมดค่ะ ว่ามีชื่อนี้หรือไม่ หรือเป็นนามสกุลปลอม เรียกว่าถ้าเกิดจริงขึ้นมา ตระกูล***รู้หมดค่ะ

อย่าลืมนะคะว่าที่ยุโรปกฏหมายคุ้มครองเรื่องสิทธิส่วนบุคคลค่อนข้างแข็ง แล้วยิ่งเข้าข่ายข่มขู่คุกคามให้ถึงแก่ชีวิตด้วย แรงค่ะแรง

นี่ยังไม่ใช่การแจ้งความดำเนินคดีนะคะ หากต้องการดำเนินคดีแล้วที่กรีซจะหนักค่ะ




 

Create Date : 17 สิงหาคม 2552    
Last Update : 17 สิงหาคม 2552 0:46:13 น.
Counter : 406 Pageviews.  

ไปดูเค้าทำน้ำมันมะกอกกันค่ะ


ช่วงนี้หลายที่มะกอกน้ำมันเริ่มทยอยสุกแล้ว ก็เก็บก็ทำน้ำมันไว้ใช้ในครัวเรือนกัน ใครมีที่มีทางที่ปลุกไว้ก็ทุ่นค่าน้ำมันไป ใครไม่มีก็คงต้องซื้อหากันไปตามเรื่องตามราวอ่ะนะ ในกรีซนี่น้ำมันมะกอกที่ดีที่สุดจะเป็นน้ำมันมะกอกจากมณฑล เปโลปอนเนส น้ำมันมะกอกของมณฑลเปโลปอนเนสจะมีหลายเกรด เกรดที่ดีที่สุด คือน้ำมันที่บีบครั้งแรก ซึ่งจะบีบจากเนื้อมะกอกล้วนๆ น้ำมันที่ได้จะมีสีเขียว หลังขั้นตอนนี้หากไม่นำเนื้อมะกอกไปบดรวมกับเม็ด ก็จะนำเนื้อมะกอกนั้นไปผลิตเป็นมะกอกกวน ส่วนน้ำมันเกรดรองคือสีเหลืองซึ่งจะได้จากการบดรวมทั้งเนื้อและเม็ดมะกอกและบีบเป็นครั้งสุดท้าย


การเก็บมะกอก จะเก็บโดยการใช้ไม้ตีมะกอกให้ร่วงลงพื้น ถ้าไฮเทคขึ้นมาหน่อยก้จะมีที่เก็บเป็นด้ามยาวปลายเป็นใบพัดปั่นสำหรับตีให้มะกอกหล่น


พ่อเก็บมะกอก แม่ถ่ายรูป ส่วนเหนือเมฆฏมีหน้าที่คุมพ่อกับแม่อีกทีคับ


เคื่องบดมะกอกสำหรับบดรวมเนื้อและเม็ด

หลังจากเก็บก็จะนำมะกอกมาทำความสะอาดแยกเมล็ดที่เสียและใบออก ในขั้นตอนการบดคั้นน้ำมัน ในบางที่ที่มีการแยกเนื้อและเมล็ด จะใช้ที่บีบแบบเดียวกับเครื่องบีบคันน้ำองุ่นสำหรับทำไวน์



เมื่อบดเรียบร้อยแล้ว จะนำมะกอกที่บดใส่ในกระสอบเนื้อหนาผลิตจากไนล่อน



นำไปวางเรียงในเครื่องสำหรับบีบน้ำมันแบบแท่นไฮโดรลิก ขั้นตอนนี้จะมีการราดน้ำร้อนลงไปและเกลี่ยตบกระสอบให้เรียบ


น้ำมันจะค่อยไหลลงไปในถาดด้านล่างก่อนขั้นตอนนี้ จะใช้เวลาในการบีบค้างไว้3-4ชั่วโมง กากที่เหลือจะแห้งแข็งเป็นแผ่นเหมือนพุทรากวนอัดแผ่นเลยทีเดียว



น้ำมันที่ได้จะไหลไปตามท่อต่อไปยังถังที่รองรับ ถังนี้จะมีก๊อกด้านล่าง เพื่อเปิดน้ำที่อยู่ด้านล่างทิ้งก่อน เมื่อเหลือแต่น้ำมันจึงบรรจุถังสำหรับส่งต่อไปค่ะ




 

Create Date : 30 พฤศจิกายน 2551    
Last Update : 30 พฤศจิกายน 2551 3:48:57 น.
Counter : 890 Pageviews.  

เดินรอบบ้านเที่ยวรอบเกาะ 1


Απολλωνία อะโพลโลเนีย ศูนย์กลางของเกาะซิฟนอส(Σιφνος) ค่ะ
เกาะซิฟนอสนี่จะอยู่ในกลุ่ม West Cyclades (ถ้าใครเคยไปเที่ยวซันโตรินี่โดยใช้บริการเรือสปีดรันเนอร์ หรือไฟล์อิงค์แคทก็จะแวะที่เกาะนี้ด้วยค่ะ)
เกาะซิฟนอสนี่ในอดีตจะมีแร่ทองคำ เงิน และเหล็กมาก ในส่วนของแร่ทองคำนั้นจะถูกส่งไปที่เดลฟีเพื่อบูชาเทพอพอลโล่ 10 เปอร์เซนต์ของทองคำในเดลฟีส่งไปจากซิฟนอส (ซิฟนอส ในภาษากรีกแปลว่าเขาตื่นค่ะถ้าฉันตื่น ซิฟโน่)


Faros < Φάρος > เป็นท่าเรือขนาดเล็ก ที่ฟาโรสนี่จะเป็นจุดหนึ่งที่คนนิยมเล่นน้ำกันเพราะเป็นอ่าวที่คลื่นลมสงบ มีร้านอาหาร ห้องพัก และมินิมาเก็ตที่เปิดขายตลอดปี (ฟาโรส-ประภาคาร)


Kastro < Κάστρο > (คาสโตร-ปราสาท)
มุมมองจากด้านบริเวณซากปราสาทโบราณ เห็น ปูล้าติ ( Πουλάτι )อยู่ลิบๆ
ปูล้าติ ในอดีตเป็นแหล่งทำเหมืองแร่เหล็กที่สำคัญของเกาะ ปัจจุบันไม่มีการทำแล้ว หากต้องการชมเหมืองเก่า ต้องนั่งเรือไปชมเท่านั้นค่ะ


Kastro < Κάστρο >(อันนี้ถ้าใครได้มาเที่ยวอย่าลืมแวะทักทายกันนะคะ)
ที่เห็นโลงหินอ่อนตั้งอยู่ข้างหน้านั่น อายุกว่า1700ปี จดทะเบียนเป็นโบราณวัตถุ หากจะเคลื่อนย้ายต้องขออนุญาติค่ะ ในคาสโตรนี่จะมีโลงโบราณอยู่สามโลงค่ะ ตั้งอยู่หน้าพิพิธภัณฑ์ 1 ค่อนข้างสมบูรณ์ โลงที่2 หน้า เรเมโซ่บาร์ ส่วนโลงที่3 อยู่หน้าโบสถ์ด้านล่างของเรเมซโซ่บาร์ค่ะ


คาสโตรยามราตรี


ยามเช้า


คาสโตรจะเป็นจุดชมวิวพระอาทิตย์ขึ้นและพระจันทร์ยามเต็มดวงขึ้นได้สวยมากค่ะ ยามเช้าฤดูร้อนเราจะเห็นพระอาทิตย์ค่อยๆขึ้นเหนือเกาะปาโรส(Παρος) ที่ห่างออกไปประมาณ70 กิโล เกาะซิฟนอส และเกาะปาโรส มีการติดต่อค้าขายกันมาตั้งแต่สมัยโบราณ ผู้สร้างปราสาทคาสโตรขึ้นเชื้อสายอิตาลีก็เดินทางมาจากปาโรส อดีตซิฟนอสเป็นเกาะที่ปกครองตัวเองไม่ขึ้นกับกรีซ ในช่วงที่ฝรั่งเศษ และตุรกีเข้ามาครอบครอง(เข้ามาคนละช่วงอ่ะ) ก็ตั้งกองกำลังที่ปารอส แล้วส่งหทารเข้ามาดูเป็นระยะ ไม่มีกองกำละงประจำที่ซิฟนอส ส่วนหนึ่งอาจเป็นที่ชาวเกาะซิฟนอสค่อนข้างรักสงบ แต่ภายหลังบรรดาตระกูลเก่าแก่หลายตระกูลในซิฟนอสได้ร่วมมือกันกับ แองเจลอส โคซาดิโน่ ขับไล่ฝรั่งเศษออกจากเกาะ และในตอนหลังได้มีการลงนาม ให้เกาะซิฟนอสเป็นส่วนหนึ่งของประเทศกรีซ


หาดวาธี่ Βαθί เป็นท่าจอดเรือของบรรดาท่านผู้มีเงินถุงเงินถังทั้งหลาย โรงแรม ที่พักต่างๆที่หาดนี้ ราคาพอๆกะซันโตรินี่เลย โรงแรมนี่ราคาปกติคื300ยูโร (จขบ) ได้แต่โฉบดูค่ะ ไม่มีปัญญาไปพัก


Καστρο คาสโตร เมืองหลวงแห่งแรกของเกาะซิฟนอสค่ะ




Παναγία Χρυσοπηγη ปานาเยี่ย คริโซปิยี่ ปานาเยี่ย-พระแม่มาเรีย คริโซปิยี่-วัด ปานาเยี่ย คริโซปิยี่นี่ เป็นโมนาสตรีที่สำคัญของเกาะ (โมนาสตรี้จะมีทั้งโบสถ์และห้องพัก ห้องอาหาร ถ้ามีแต่โบสถ์อย่างเดียวจะเรียกเอ็กกริเซีย) ปานาเยี่ย คริโซปิยี่ ได้ชื่อว่าเป็นโบสถืแห่งความวังและการปกป้อง สตรีและเด็ก สร้างขึ้นบนหินรูปเรือ เป็นตัวแทนของ แผ่นฟ้า แผ่นน้ำ และแผ่นดิน
ก้อนหินดังกล่าวมีรอยแยกห่างจากกันประมาณ2 เมตร มีเรื่องเล่าว่ามีสาวพรมหจรรย์เธอหนีพวกชาวประมงที่จะข่มขืนเธอมาจนมุมที่นี่แล้วอธิฐานขอให้พระแม่มาเรียช่วยเธอจึงเกอดอภินิหารแผ่นหินแยกออกเพื่อปกป้องเธอไว้ อีกตำนานหนึ่งบอกว่า หญิงสาวคนหนึ่งคนรักได้ออกทะเลไปจนค่ำมืดยังไม่กลับ เธอจึงไปก่อกองไฟที่โขดหินดังกล่าวเพื่อที่คนรักของเธอจะสามารถเห็นแสงไฟและกลับเข้าฝั่งได้อย่างปลอดภัย แต่คนรักของเธอก็ไม่ได้กลับมา หากเธอยังคงไปก่อกองไฟทุกค่ำคืน เพื่อรอคอย


งานเทศกาลของที่วัดนี้จัดขึ้นทุกปีหลังเทศกาลปาสคาหรืออีสเตอร์40วัน จะมีการแห่รูปพระแม่มาเรียโดยขบวนเรือรอบเกาะ



Ταξιάρχης του Βαθύ ตาเซียคิส ตู๋ วาธี่ วัดตาเซียคิส ตั้งอยู่บนหาด วาธี่


Επτά Μάρτυρος เอฟต้ามาติโรส เอฟต้า- 7 มาติโรส - พยาน หรือประจักษ์พยาน โบถส์นี้อายุกว่า100ปีสร้างขึ้นบนเนินหินด้านข้างของคาสโตร เพื่อเป็นที่ระลึกถึง ผู้ที่ถูกสังหารทั้ง 7 คนจากความขัดแย้งทางศาสนาในอดีตเมื่อกว่า200ปี มีนักบวชท่านนึงชอบนั่งมองลงไปที่โบถส์นี้ เคยถามเค้าบอกว่า มองเผื่อระลึกอยู่เสมอว่า พระเจ้าไม่ได้ต้องการชีวิตคน พระเจ้าต้องการให้ทุกคนมีความสุขและอยู่ร่วมกันอย่างสันติ ถึงจะต่างศาสนาก็ตาม

จบก่อนดีก่า นายตัวแสบตื่นมาป่วนแล้วค่ะ*v*




 

Create Date : 07 ตุลาคม 2551    
Last Update : 7 ตุลาคม 2551 18:02:37 น.
Counter : 1056 Pageviews.  

บทเพลงที่สอนฉัน

หลายครั้ง หลายคราที่ปัญหารุมเร้า แต่ไม่ว่าจะหนักหนาสาหัสอย่างไร ฉันยังทนและสู้ได้เสมอ แต่ใครจะรู้ล่ะ หลายครั้งที่ฉันท้อแท้ปล่อยตัวให้ลัมลงกับพื้น เพียงแค่ลมปากของคนที่กล่าวร้ายฉันเท่านั้นเอง จนวันนึงฉันจึงได้คิด ลมปากของคนไม่หวังดี เราใส่ใจไปเพื่ออะไร ทำไมเราต้องเจ็บต้องใส่ใจด้วยล่ะ เพราะเพลงๆหนึ่งกระมัง ที่ทำให้ฉันยืนหยัดและยิ้มเยาะต่อลมปากเหล่านั้นได้ เพราะที่สุดแล้ว ฉันก็ได้เห็นว่า ลมปากที่ใส่ร้ายเรานั้น ถ้าไม่เกิดจากความริษยา ก็เพียงเพื่อเบี่ยงเบนปกปิดความผิดของพวกเขาเท่านั้นเอง
ก้อนหินห้อนนั้น
เคยมีใครสักคนได้บอกฉันมา
ว่าเวลาใครมาทำกับเราให้เจ็บช้ำใจ
ลองไปเก็บก้อนหินขึ้นมาสักอัน
ถือมันอยู่อย่างนั้นและบีบมันไว้

บีบให้แรงจนสุดแรง ให้มือทั้งมือมันเริ่มสั่น
ใครคนนั้นยิ้มให้ฉัน ถามว่าเจ็บมือใช่ไหม

ไม่มีอะไรจะทำร้ายเธอ ได้เท่ากับเธอทำตัวของเธอเอง
ให้เธอคิดเอาเอง ว่าชีวิตของเธอเป็นของใคร
ไม่มีอะไรจะทำร้ายเธอ ถ้าเธอไม่รับมันมาใส่ใจ
ถูกเขาทำร้าย เพราะใจเธอแบกรับมันเอง

ใครมาทำกับเธอให้เจ็บหัวใจ
ก็แค่ให้ก้อนหินก้อนนั้นให้เธอรับมา
เพียงเธอจับมันโยนให้ไกลสายตา
หรือเธอปรารถนาจะเก็บมันไว้

หากยิ่งยอมยิ่งแบกไป หัวใจของเธอก็ต้องสั่น
หากยังทำตัวแบบนั้น ถามว่าปวดใจใช่ไหม

ไม่มีอะไรจะทำร้ายเธอ ได้เท่ากับเธอทำตัวของเธอเอง
ให้เธอคิดเอาเอง ว่าชีวิตของเธอเป็นของใคร
ไม่มีอะไรจะทำร้ายเธอ ถ้าเธอไม่รับมันมาใส่ใจ
ถูกเขาทำร้าย เพราะใจเธอแบกรับมันเอง

ไม่มีอะไรจะทำร้ายเธอ ได้เท่ากับเธอทำตัวของเธอเอง
ให้เธอคิดเอาเอง ว่าชีวิตของเธอเป็นของใคร
ไม่มีอะไรจะทำร้ายเธอ ถ้าเธอไม่รับมันมาใส่ใจ
ถูกเขาทำร้าย เพราะใจเธอแบกรับมันเอง

ถูกเขาทำร้าย เพราะใจเธอรับไว้เอง




 

Create Date : 29 กันยายน 2551    
Last Update : 29 กันยายน 2551 0:23:34 น.
Counter : 318 Pageviews.  

สวัสดีค่ะ

เปิดบล็อกไว้นาน แต่เพิ่งมีเวลาจะมานั่งจัดการ หรือตกแต่งนี่แหละค่ะ แบบว่าเวลานั่งหน้าคอมพ์แต่ละวันแค่2ชั่วโมง แถมยังเป็นพวกโลว์เทคโนโลยีอีกตะหากเลยทำอะไรได้ค่อนข้างช้าแหละค่ะ ยังไงซ้า จะพยายามใส่ข้อมูลในบล็อกนะคะ ขอบคุณที่แวะมาชมค่ะ




 

Create Date : 23 พฤษภาคม 2551    
Last Update : 23 พฤษภาคม 2551 22:26:57 น.
Counter : 319 Pageviews.  

1  2  

สาลิกาหิน
Location :
sifnos Greece

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




บล็อกของฉัน บล็อกของคนธรรมดา ที่มีทั้งแข็งกร้าวและอ่อนไหว ชอบท่องเที่ยว ถ่ายภาพไปเรื่อย ฉันไม่ใช่นักถ่ายภาพฝีมือดี ฉันแค่อยากบันทึกความทรงจำไว้เท่านั้น วัฒนธรรม โบราณสถาน ต้นไม้ ดอกไม้ กาแฟหอมกรุ่น เครื่องดื่มชื่นใจ คือความสนใจของฉัน
Friends' blogs
[Add สาลิกาหิน's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.