การเดินทางเพิ่งจะเริ่มต้นเอง ... อย่าเพิ่งปล่อยมือนะ
Group Blog
 
All blogs
 
<<<งานกับการเดินทาง>>>>ที่มีจุดหมาย>>@Guangzhou / Shan Tou China




+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

คิดอยู่นานว่าจะแต่ง blog นี้ยังไงดี แต่เมื่อลองมาดูรูปที่ถ่ายไว้แล้ว ก็คิดว่าควรจะหนักไปทางเขียนบันทึกการเดินทางมากกว่ารูปภาพ เนื่องจากเป็นการเดินทางไปทำงานที่ต่างประเทศคนเดียว ครั้งแรกในชีวิต มีความรู้สึก และประสบการณ์มากมาย ก็น่าจะมา บอกเล่ากัน

เริ่มจากเมื่อรู้ตัวว่าต้องไปคนเดียวแน่ ๆ ก็เกิดอาการฟุ้งซ่านประสาทหลอน ตั้งแต่เราจะไปอยู่ยังไง ? กับใคร ? ที่ไหน ? จะเข้าเมืองเค้ายังไง ? สนามบินเค้าจะใช้ระบบเดียวกับเราไหม ? แล้วถ้าเราจะโทรกลับบ้านล่ะ ? ซื้อการ์ดเค้า หรือ Roaming ไปเองดี ? (เป็นต้น)

แล้ววันเดินทางก็มาถึง เครื่องบินไฟล์ 10.30 แต่มาถึงสนามบินตั้งแต่ไก่โฮ่ สุดท้ายก็ต้องมานั่งหลับรอ ถึงเวลาขึ้นเครื่อง ได้นั่งกับฝรั่งเดนมาร์ก ตัวใหญ่เชียว คุยกันเล็กน้อย สรุปว่าเค้าชอบอาหารญี่ปุ่น และกำลังจะไปงานเดียวกับเรา คือ Canton Fair แต่เค้าไปมาหลายครั้ง ทำธุรกิจเกี่ยวกับ โคมไฟ จะไปดูของ เออเนอะเดี๋ยวนี้อะไรก็ต้องที่เมืองจีน ทั้งนั้น

บนเครื่องก็ดูหนัง ฟังเพลง มองซ้ายมองขวา ไม่ง่วงเลยตื่นเต้นมาก แต่พยายามเก็บความรู้สึกสุดฤทธิ์ พอบ่ายสองก็ถึงสนามบิน Baiyun ด่านแรกไม่มีปัญหา พอมาด่านสอง ต้องรอตรวจหนังสือเดินทาง เจอแล้วน้องหมวยสุดโหดขอบอกว่า ดุมาก พูดเบาๆไม่เป็น ต้องพูดดังๆ หรือบ้านเราเรียกว่า ตะโกน ก็พี่ก้าวล้ำเส้นนิดเดียว น้องหมวยก็โวยวาย คุยโทรศัพท์เพราะตามคนมารับ น้องหมวยก็ไม่ยอม (ไม่รู้น่ะซิว่าพี่มาคนเดียว) ดีที่มีคนไทยด้านหลังแปลให้ฟัง เพราะน้องหมวย Soundtrack มาเลย คราวหน้าเชิญน้องหมวยมาสุวรรณภูมิของพี่บ้าง จะขอแก้แค้น (หนี้แค้นแสนรัก มากมากเลย อย่าให้พี่เจอนะหมวย)

จากนั้นก็มาเอากระเป๋าที่สายพาน สุวรรณภูมิเรารอกระเป๋า 3 ชั่วโมง แต่ที่ Baiyun 3 นาทีกระเป๋าคุณจะวิ่งผ่านไปแล้ว ต้องจ้องดีๆ วนมาอีกรอบจับหูกระชากออกมาเลย เป็นอย่างนั้นจริงๆ

แล้วเวลานรกก็มาถึงกลุ่มคนไทยที่มาด้วยเริ่มทยอยออกไปกับกลุ่มทัวร์ของเค้า เดินออกไปรอดูป้าย แย่แล้วไม่มีชื่อตัวเองเลย ไม่อยากเชื่อ รีบหยิบโทรศัพท์มาโทรตามรถที่โรงแรม สรุปว่าลืมเราน่าตาเฉย คุยกันนานมาก แต่เดี๋ยวจะมารับ ยืนรอไปก่อนน่ะ (สุดยอด ค่ารถ เที่ยวเดียวที่ให้มารับเนี่ย 3000 พันบาท / 600 หยวน นะโว้ย)

ยืนเด๋อด๋าดูโน้นดูนี้สักพัก มีพนักงานใส่สูทหรูอย่างดี กางกระดาษที่มีชื่อเรามารับ ดีใจน้ำตาแทบร่วง (รอดตายแล้ววันนี้) ตอนนั่งรถมาโรงแรมสุขสบายดี มาก ฝนเริ่มตกพร่ำๆ (ดูจากรูปด้านบนได้เลย )

มาถึงโรงแรมที่พัก ก็สบายดีเป็นโรงแรมที่อยู่ในเมืองใกล้งาน Canton ราคาเลยแพงหน่อย แต่ไม่เป็นไรบริษัทออก ไม่กล้าออกไปไหน จริงๆอยากไปเดินเล่น แต่ก็ได้แต่ถ่ายรูปจากห้องพัก แล้วก็กินมาม่าตามที่เห็น

มาถึงเวลาไปทำงาน งาน Canton Fair เนี่ยก็เป็นงานแสดงสินค้าของแทบทุกเจ้าในเมืองจีน มาออก Booth เหมือนงาน Otop เราแต่ส่วนใหญ่เป็นของที่กินไม่ได้ทั้งหมด ขนาดของงานเท่ากับ เมืองทอง คูณ ห้า ได้ เพราะเค้ามี สองชั้นและหลายอาคาร เดินกันเท้าชา กินอะไรไม่ลงเลย ทุกคนต้องลากกระเป๋าเพราะเอกสารเพียบ วิธีการทำงานก็ ไม่ยาก เดินก่อน >>สนใจแวะดู สอบถาม >>แลกนามบัตร>>ถ่ายรูปสินค้า บางเจ้าไม่ยอมน่ะ>> บันทึกลงสมุด ประมาณเนี่ย ทำเหมือนกันทุกประเทศ ทำงานอย่างเนี่ยอยู่ 2 วัน เท้าบานมากมาก แต่คนจีนใส่ส้นสูงเดินกันเฉย สุดยอดมากมาก

เมืองจีนเนี่ยมองไปทางไหนก็มีแต่คนเต็มไปหมด ประชากรเค้าเยอะมากจริง ๆ เดี๋ยวนี้คนใช้จักรยานน้อยมากแล้ว ตู้เก็บเงินค่าทางด่วน ก็สวยงาม พูดเองได้ด้วย เก๋มากมากเลย

มีอยู่คืนหนึ่งทำงานเสร็จเร็วก็เลยให้เพื่อนคนจีนพาเที่ยว เปยจิ่งหลู่ (แปลว่า ถนนปักกิ่ง) เคยอ่านเจอเพื่อน ๆในพันทิปที่ไปเมืองนี้ แนะนำให้ไปเที่ยว ก็คึกคักพอสมควร สถานที่เหมือนสยามบ้านเรานะ แต่ขายของก๊อปปี๊ เหมือนประมาณสีลม แต่ของไม่มากเหมือนที่คาดหวังเอาไว้


รุ่งขึ้นเดินทางไปทำงานอีกเมืองคือ Shan Tou เป็นเมืองอุตสาหกรรมของ Toy มีโรงงานของเล่น เป็นพันๆ แห่ง ที่เมืองนี้ สภาพเมืองก็ประมาณ สมุทรปราการ บ้านเราได้ ที่ชอบมากที่สุด คือ ได้พักโรงแรมหรูหรามาก ในคืนสุดท้ายของการทำงาน กระจกรอบห้อง มองไปทางไหนก็เห็นแต่เงา (ของตัวเองหรือเปล่า ? ไม่รู้ ?) กลัวซะไม่มี ให้รางวัลกับตัวเองโดยการนอนแช่น้ำอุ่น และหลับบนเตียงใหญ่ๆ นุ่มๆ เป็นคืนที่สบายที่สุด ของการเดินทางเลย

เชื่อว่าไม่เคยมีใคร ที่ไม่ได้อะไรไปบ้างจากการเดินทางของตัวเอง อยากบอกว่าเรารู้แล้วว่า ทำไมคนต่างชาติถึงกล้าพูด กล้าถาม และพูดตรง ๆ เพราะประเทศอื่น หรือคนชาติอื่นๆ เค้าต้องช่วยเหลือตัวเองมากมาก ถ้าไม่พูด ไม่ถาม ก็จะไม่มีใครรู้ว่าคุณรู้สึกอย่างไร !อยากให้ใครช่วยอะไรก็ต้องบอก ! อยากรู้อะไรก็ต้องถาม ! เวลาเป็นเรื่องสำคัญและเป็นความรับผิดชอบพื้นฐานของมนุษย์เลย ! ไม่ว่าฝนจะตกหรือไม่ตกคนจีนก็จะออกมาทำงานในเวลาปกติ ! ผู้หญิงจีนทรหดอดทนมากมาก สามารถเดินได้เกือบทั้งวัน โดยไม่ต้องเข้าห้องน้ำและดื่มน้ำเลยสักครั้ง !

<<< โอกาสดีๆอย่างนี้มีไม่บ่อยหรอก >>>




Create Date : 09 ตุลาคม 2549
Last Update : 9 ตุลาคม 2549 23:39:18 น. 5 comments
Counter : 180 Pageviews.

 
สนุกดี สนุกดี
รับรู้ถึงความเมื่อยยยยยได้เลยอ้ะ
เมืองดูมัวๆ ฉ่ำๆ เนอะ คงเป็นเพราะฝน
น่าจาถ่ายรูปบนเครื่องมาด้วยน๊า
สงสัยมัวแต่สั่นริกๆ จนลืมถ่ายอ้ะเด๊
อะคิก คิก


โดย: เพื่อนอ้วนเอง IP: 203.155.165.248 วันที่: 12 ตุลาคม 2549 เวลา:10:55:35 น.  

 
อธิบายซะเห็นภาพเลย อยากรู้ว่าทำนานมั้ย แต่ก้อเอาเถอะดูดีสำหรับมือใหม่ เป็นกำลังใจให้น่ะค่ะสู้เค้า


โดย: น้องกุ๊กเองค่ะ IP: 124.120.38.31 วันที่: 17 ตุลาคม 2549 เวลา:21:24:52 น.  

 
เก่งจังเลยค่ะ ออกพ็อกเก็ตบุ๊คได้แล้วนะคะ อยากไปด้วยจังค่ะ คราวหน้าพานู๋ไปด้วยน้า.......<


โดย: pieberry IP: 202.5.87.153 วันที่: 17 ตุลาคม 2549 เวลา:22:35:27 น.  

 
เฮ้อ เห็นแล้วอยากไปด้วยคนจัง
แต่มาม่าชามเดียวอิ่มจริงง่ะ ตัวเอง?


โดย: Vandia IP: 203.156.25.251 วันที่: 3 พฤศจิกายน 2549 เวลา:15:49:15 น.  

 
มาตามไปเที่ยวเมืองจีนด้วยคนค่ะ
มาม่านี่สงสัยเป็นอาหารประจำชาติไปแล้วนะคะ อยู่ที่เดนมาร์กนี่ หากไม่มีจินตนาการและเวลาที่จะทำอาหาร ก็ต้มมาม่ากินกันตายเหมือนกันค่ะ


โดย: Smilla วันที่: 21 พฤศจิกายน 2549 เวลา:5:49:21 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

ivankitikorn
Location :
กรุงเทพ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




นักเดินทาง>>ที่ไม่ค่อยได้ทำตามหัวใจตัวเอง
Google
 
 
Friends' blogs
[Add ivankitikorn's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.