เที่ยวเมืองผู้ดีในหน้าหนาว ตอนที่ 1

เที่ยวเมืองผู้ดีในหน้าหนาว -

ธันวาคม 2008หลังจากยื่นคำร้องขอวีซ่าท่องเที่ยวอังกฤษไปได้เพียงแค่ 3 วันทำการ ก็ได้รับพาสปอร์ตที่มีวีซ่าจากศูนย์รับคำร้องวีซ่าสหราชอาณาจักรฯ ประจำประเทศไทยแนบมาในพาสปอร์ตเป็นหลักฐานว่าได้รับอนุญาตให้เข้า-ออกสหราชอาณาจักรได้หลายครั้งในระยะเวลา 6 เดือน (Multiple Entry- Duration of Stay 180 days )

เพื่อนร่วมงานหลายคนทั้งไทยทั้งต่างชาติถามว่า “ตื่นเต้นไหมที่จะได้ไปอังกฤษ” แต่ Isa ก็ตอบไปว่า “ไม่” แต่ตื่นเต้นกับการเปลี่ยนเครื่องเป็นครั้งแรกมากกว่า

อ่าน คำแนะนำเบื้องต้นเกี่ยวกับวีซ่าสหราชอาณาจักร

เพื่อนหลายคนถามว่า ทำไมจึงเลือกไปอังกฤษในหน้าหนาว
ทำไมน่ะหรอคะ นั่นก็เพราะว่าเพื่อนสนิทของ Isa บอกว่าหากต้องการเรียนรู้วัฒนธรรม โดยเฉพาะเทศกาลคริสต์มาสก็ให้มาในเดือนธันวาคม Isa รักการเรียนรู้โดยเฉพาะวัฒนธรรมเกี่ยวกับวิถีชีวิต ดังนั้นจึงไม่ลังเลใจเลยที่เลือกไปยุโรปครั้งแรกในหน้าหนาว ดังนั้นการเมื่อได้วีซ่าและจองตั๋วเครื่องบินเรียบร้อยแล้ว Isa ก็มาเตรียมข้าวของในการเดินทางสำหรับ 20 วันดังนี้ค่ะ
หมวด เครื่องแต่งกายหมวกไหมพรมที่ปิดมาถึงแก้ม
ที่ปิดหูขนกระต่าย ไว้กันลมและอากาศที่หนาวจัด
เสื้อผ้าชั้นใน Thermal
เสื้อไหมพรม Jumpers
เสื้กคลุมไหมพรม Cardigans
ถุงน่องแบบหนาหรือ Legging
ถุงมือหนัง Groves
รองเท้าบูธหนัง Boots
ถุงเท้า Socks
ผ้าพันคอ Scarf
เสื้อโอเวอร์โค้ท Overcoat
เพื่อนสาวชาวอังกฤษเคยให้เคล็ดลับในการแต่งกายในหน้าหนาวไว้ว่าในฤดูหนาวให้สวมเสื้อผ้า
อย่างน้อย 3 ชั้น 1 ใน 3 ชั้นควรเป็นไหมพรม ส่วนชั้นในสุดควรเป็นเนื้อผ้าฝ้ายเพื่อให้ผิวหนังได้หายใจ ออกนอกบ้านก็มีโค้ทคลุมอีก 1 ชั้น สวมถุงเท้า 2 คู่”
เสริมให้นิดหนึ่งว่า หากใครชอบเครื่องหนัง ทั้งเสื้อคลุม ถุงมือและรองเท้า ควรใช้หนังแท้เท่านั้น เพราะหนังเทียมจะไม่ช่วยให้คุณอุ่นเลยหากอุณหภูมิลบต่ำลง 10 องศาเซลเซียส
หมวดความงามและผิวพรรณ
ที่ลืมไม่ได้คือ ครีมทาผิวและเบบี้ออย
หมวดการเดินทางกล้อง + ขาตั้งกล้อง
ปลั๊กสำหรับแปลงไฟ หรือ Adapter ภาพ

หากใครเดินทางบ่อยๆ คงจะมีที่ชั่งกระเป๋าเดินทางเพื่อตรวจดูน้ำหนักว่าเกินน้ำหนักที่ทางสนามบินกำหนดไว้หรือยัง ครั้งนี้ Isa เดินทางด้วยสายการบินกาตาร์ Qatar และเดินทางจากสนามบินสุวรรณภูมิ – สนามบินแก็ตวิก Gatwick โดยไปต่อเครื่องที่เมืองโดฮา Doha ประเทศกาตาร์ Qatar ตอนนั้นไปเมื่อเดือนธันวาคมปี 2008 ปัจจุบันสายการบินกาตาร์บินไม่ทำการบินไปที่นั่นแล้วค่ะ

เครื่องบินออกเวลา 20.20 น. การเดินทางไปต่างประเทศ เราควรไปถึงสนามบินก่อนเครื่องบินออกราว 3 ชั่วโมง ดังนั้น Isa จึงไปถึงสนามบินราว 18.00 น.
Isa ได้รับคำแนะนำจากเพื่อนร่วมงานที่มีบ้านเกิดในเขตเดียวกับ The Beatles ว่าให้เตรียมเสื้อผ้าที่สวมใส่สบายใส่ขึ้นเครื่อง เพราะตลอด 15 ชั่วโมงที่นั่งนิ่งๆ นั้น จะได้นั่งนิ่งๆ อย่างสบายๆ Isa จึงทำตามโดยใช้หลักชุดนอนชุดเที่ยว ชุดเดียวกัน นั่นหมายความว่า ต้องใส่นอนได้และต้องดูดี แต่ดูๆ ไปเหมือนชุดใส่ไปเล่นโยคะที่ชายทะเลเสียมากกว่า ดีที่มีเสื้อกคลุมขนนุ่มๆ สวมทับให้ดูเหมือนไปวิ่งออกกำลังกายแทน แต่ที่ Isa ลืมไม่ได้คือ ใส่เสื้อโอเวอร์โค้ทไว้ในกระเป๋าที่ถือขึ้นเครื่อง เพื่อว่าตอนลงจากเครื่องและตอนเดินออกจากสนามบินไปยังลานจอดรถจะได้ไม่หนาวตาย

Isa เคยมีประสบการณ์การเดินทางไปยังต่างประเทศโดยเครื่องบินมาก่อน จึงรู้ว่าต้องกรอก Immigration Form ที่น่าสนใจคือ ผู้โดยสารทั่วไปจะได้รับ Immigration Form จากพนักงานสายการบินตรงเคาน์เตอร์เช็คอินของสายการบินนั้นๆ แต่ครั้งนี้พนักงานสาวคนนั้นลืมสอดมาให้ พอ Isa เปิดดูพาสปอร์ตแล้วเห็นว่าไม่มีใบดังกล่าว จึงเดินกลับไปขอมาจากพนักงานคนนั้น คิดว่าเธอคงเห็น Isa หน้าตาดีจนตะลึงเลยลืมสอด Immigration Form มาให้ ดังนั้น ใครจะเดินทางไปต่างประเทศโดยเครื่องบินอย่าลืมกรอก Immigration Form ก่อนผ่าน ตม หรือตำรวจตรวจคนเข้าเมืองนะคะ

หลังจากกล่าวคำร่ำลาจาก Lala แล้ว Isa ก็เดินเข้าไปในสนามบินชั้นใน ผ่าน ตม และเดินหาเกต Gate จนถึงบอร์ดดิง Boarding

Isa โชคดีมากที่เลือกที่นั่งริมทางแถวกลางในการเดินทางในครั้งนี้ เพราะว่าเก้าอี้ข้างๆ ไม่มีคนนั่งทำให้ปล่อยขาปล่อยมือได้ตามสบาย
สายการบินกาตาร์นั้น เป็นสายการบินของประเทศในกลุ่มเอเชียกลาง Middle East ที่มีราคาค่าโดยสารที่สมเหตุสมผล เวลาในการเดินทางทั้งตอนไป – กลับก็ค่อนข้างดี แม้จะต้องไปรอต่อเครื่องในสนามบินแต่ก็รอเพียง 2 ชั่วโมงเท่านั้น ถือว่าไม่มากไม่น้อยเกินไป พนักงานคนไทยที่คอยต้อนรับบนเครื่องก็มี เพียงแต่เขาจะสื่อสารด้วยภาษาอังกฤษเท่านั้น นอกจากนั้น Inflight Entertainment เป็นระบบที่ทันสมัยไม่แพ้สายการบินใดๆ และมีจอส่วนตัวให้

ในตอนแรก Isa รู้สึกแปลกใจที่เห็นคนไทยหลายคนบนเครื่อง แต่เมื่อไปถึงโดฮาก็ได้คุยกัน เลยได้รู้ว่าคนไทยส่วนใหญ่นั้นเดินทางไปทำงานในตะวันออกกลางอย่างเช่น บาเรนห์ ดูไบ เป็นต้น
เมื่อปี 2008 สนามบินโดฮายังเป็นสนามบินที่มีขนาดอาคารผู้โดยสารค่อนข้างเล็ก แต่ได้ปรับปรุงขยายอาคารสนามบินเพิ่มและใช่ระบบใหม่ในการขนส่งผู้โดยสารไปเมื่อปี 2010 อย่างไรก็ดี Isa ไปนั่งรอเพื่อเปลี่ยนเครื่องไปยัง London Gatwick อย่างไม่ง่วงเหงาหาวนอนแต่อย่างใด แม้ว่าเวลาท้องถิ่นในขณะนั้นคือ 01.00 น. แต่เวลาในเมืองไทยคือ 06.00 น. ซึ่งเป็นเวลาที่ Isa ตื่นนอนเป็นประจำ
ขณะที่ Isa นั่งรอเรียกขึ้นเครื่องอยู่นั้น สายตาก็ไปสะดุดเข้ากับเสื้อโอเวอร์โค้ทสีเขียวเข้าให้ สีโปรดของ Isa คือสีเขียวเลยมักมองว่าอะไรก็ตามที่เป็นสีเขียวจะสวย เลยทำให้อดมองเสื้อโอเวอร์โค้ทตัวนั้นไม่ได้ เมื่อชมเชยเสื้อจนจุใจ ก็มองผู้สวมใส่เป็นอันดับต่อมา เจ้าของเสื้อโค้ทเป็นชาวเอเชียตะวันออก แต่ Isa ไม่แน่ใจว่าเป็นชาติใด แต่ในที่สุดก็ได้คำตอบเมื่อเธอมาถามว่า ประตูทางออกขึ้นเครื่องไปลอนดอนของเธอนั้นอยู่ตรงไหน เนื่องจากในตั๋วนั้นระบุว่าเป็น Gate 12 แต่ในจอตัวอักษรวิ่งแจ้งว่าเป็น Gate 6
จากพาสปอร์ตทำให้รู้ว่าเธอเป็นชาวเวียดนาม พูดภาษาอังกฤษแทบจะไม่ได้เลย อดเป็นห่วงไม่ได้ว่าเธอผ่าน ตม ของอังกฤษได้หรือเปล่า

หากประสบปัญหาเกี่ยวกับการสื่อสารภาษาอังกฤษ หากมีเพื่อนหรือญาติมารับให้พกหมายเลขมือถือเขาเอาไว้ เพื่อให้เจ้าหน้าที่โทรตรวจสอบ และสามารถขอล่ามได้ค่ะ Could I have a translator, please? (ใครมีประโยคที่ดีกว่า เขียนแนะนำไว้ในกล่อง comment ได้เลยค่ะ)

กลับมาที่เรื่อง Gate ดีกว่าค่ะ คำตอบคือ ประตูทางออกขึ้นเครื่องหรือเกตเพื่อไปลอนดอนแก็ตวิก คือ หมายเลข 6 ด้วยเหตุนี้ ขอตั้งข้อสังเกตว่า ข้อมูลในตั๋วนั้นสามารถเปลี่ยนแปลงได้ โดยเฉพาะ Gate Number ดังนั้นผู้โดยสารจึงต้อง
1. ให้ดูจอข้อมูลเที่ยวบินที่เป็นอักษรวิ่งเป็นหลัก
2. ฟังประกาศจากสนามบิน
เที่ยวบินจากสนามบินโดฮาไปยังสนามบินลอนดอนแก็ตวิกใช้เวลาประมาณ 07.50 ชั่วโมง

ก่อนเครื่องจะลงจอดหรือ Landing กัปตันเครื่องบินจะประกาศเป็นระยะว่าให้ผู้โดยสารเตรียมเสื้อคลุมกันหนาวออกมาสวมใส่ แต่แม้กัปตันจะไม่เตือน Isa ก็เห็นได้ว่าผู้โดยสารชาวอังกฤศษหลายคนเริ่มยืนขึ้น เอากระเป๋าเดินทางที่ถือขึ้นเครื่องมาเปิดแล้วก็ล้วงควักเสื้อกันหนาวออกมาสวมกันเป็นการณ์ใหญ่ ดูครึกครื้นราวกับเป็นแข่งขันการเปลี่ยนเสื้อผ้า

อย่างที่รู้กันว่าอังกฤษได้รับการกล่าวขวัญในเรื่องภูมิอากาศที่แปรปรวน
Isa ได้มาประจักษ์ก็ครั้งนี้แหละค่ะว่าความแปรปรวนนั้นรุนแรงอย่างไร
พอข้าม English Chanel มาเท่านั้นอากาศที่สงบมาตลอดการเดินทางก็เปลี่ยนเป็นมีฟ้าแลบ ฟ้าร้อง ฝนฟ้าคะนอง เมื่อมองลงไปนอกหน้าต่างก็เห็นสายฝนที่โปรยปรายมาอย่างไม่ขาดสายและการสั่นสะเทือนของเครื่องบินก็พอจะทำให้รู้ว่าลมนั้นรุนแรงเพียงใด แต่ดูเหมือนกัปตันจะรับมือกับสภาวะอากาศของอังกฤษมาจนคุ้นเคยเป็นอย่างดีจึงพาลูกเรือและผู้โดยสารทั้งหมดลงจอดบนพื้นสนามบินได้อย่างปลอดภัยและไร้แรงสะเทือน
ในที่สุด Isa ก็มาถึงยังสนามบินที่มีคนเดินทางเข้า-ออกเป็นอันดับสองของอังกฤษโดยสวัสดิภาพ




Create Date : 04 ตุลาคม 2554
Last Update : 9 มกราคม 2555 17:53:13 น.
Counter : 5843 Pageviews.

6 comments
  
โดย: aodblo22 วันที่: 12 ตุลาคม 2554 เวลา:21:00:15 น.
  
ติดตามๆๆๆขอบคุณครับ
...................................................
โดย: aodblo22 วันที่: 13 ตุลาคม 2554 เวลา:15:48:34 น.
  
24-31 มี.ค. 2555 จะไปลอนดอนครับ
โดย: วินัย สมประสงค์ IP: 210.246.186.4 วันที่: 16 มีนาคม 2555 เวลา:22:13:01 น.
  
ถึงเจ้าของกระทู ผมจะไปลอนดอน 17 - 24 พย.ครับ มีข้อแนะนำไหมครับ วีซาผ่านแล้ว ได้ 6 เดือน และสิ่งของที่ห้ามนำติดตัวไปมีอะไรบ้างครับ พวกเนื้อแห้ง อาหารกระป๋องนำติดตัวไปได้ไหมครับ
โดย: ที IP: 58.97.116.147 วันที่: 29 ตุลาคม 2555 เวลา:16:31:38 น.
  
พอดีเพิ่งไปครั้งแรก ไปพักโรงแรมในลอนดอนกับแฟน 2 คน ย่าน Marble arch ผมไม่แน่ใจว่า มีร้านอาหารราคาไม่แพงแถวนั้นไหมครับ หรือคุณเจ้าของกระทู้มีข้อแนะนำใดๆบ้างครับในการเที่ยวครั้งนี้ ขอบคุณมากครับ
โดย: ที IP: 58.97.116.147 วันที่: 29 ตุลาคม 2555 เวลา:16:34:03 น.
  
บริการรถตู้พาเที่ยวทั่วประเทศอังกฤษ ,สก็อตแลนด์ ,เวลส์ ,ไอแลนด์เหนือ รวมถึง บริการรับส่งสนามบิน เรายินดีให้บริการทุกท่าน สนใจติดต่อสอบถาม😃Line ID : thailandtraveluk
โดย: Thailandtraveluk IP: 188.165.201.164 วันที่: 18 มิถุนายน 2560 เวลา:19:36:38 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

isa_lala11
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]