หุ้นพื้นฐานเปลี่ยนตอนไหน??? ##ต้องสังเกต
เหมราชพัฒนาที่ดิน (HEMRAJ : ซื้อ Fair Value 1.12 บาท)
+POST TODAY
ผู้บริหารของ HEMRAJ ได้ปรับเพิ่มเป้ายอดขายที่ดินในปี 2553 เป็น 1,000 ไร่ 

หลังในงวด 1Q53 ขายได้แล้วถึง 565 ไร่ นอกจากนั้นช่วงต้น 2Q53 ได้เซ็นสัญญาขายที่ดินไปแล้ว 4 ราย อย่างไรก็ตามจากปัญหาทางการเมือง ส่งผลให้ลูกค้าต่างประเทศเลื่อนการเซ็นสัญญาไป 1 ราย เนื่องจากบริษัทแม่สั่งให้ชะลอการเดินทางมาประเทศไทย 

สำหรับงบการลงทุนปีนี้เท่ากับ 3,000 ล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่ใช้เพื่อลงทุนโครงการ Gheco-one จำนวน 1,300 ล้านบาท

HEMRAJ มีกลยุทธ์การพัฒนาธุรกิจทั้งในเชิงรุกและรับ โดยกลยุทธ์เชิงรุกได้แก่ธุรกิจการขายที่ดินที่ให้ Gross Margin ระดับสูง 40% จากปัจจุบัน HEMRAJ มีที่ดินทั้งหมด 31,300 ไร่ ใน 6 นิคมอุตสาหกรรม ซึ่งมากที่สุดในประเทศไทย

 ส่วนกลยุทธ์เชิงรับได้แก่ธุรกิจการให้บริการ คือการขายน้ำดิบ, การขาย/เช่าโรงงานและสำนักงานและการให้เช่าท่อส่งสารเคมี ซึ่งสามารถสร้าง Recurring Income ปีละ 1,500 ล้านบาท 

นอกจากนั้น HEMRAJ จะได้ส่วนแบ่งกำไรจากโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนร่วม Gheco-one ที่ถือหุ้นอยู่ 35% ประมาณ 1,600 ล้านบาท/ปี ตั้งแต่ปี 2555 เป็นต้นไป 

สำหรับงวด 1Q53 คาดว่าจะมีกำไร 306 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.5 เท่า YoY และกำไร
ปี 2553 คาดว่าจะเท่ากับ 1,200 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.1 เท่า YoY จากสมมุติฐานว่าจะขายที่ดินได้ 800 ไร่ในปี 2553

ฝ่ายวิจัยกำหนด Fair Value ที่ PER 9 เท่า หรือ 1.12 บาท (ยังไม่รวมโครงการ Gheco-one) แนะนำซื้อลงทุน


เหมราชฯขยับเป้า ยอดขายที่ดินปี'53 มั่นใจรายได้โต70%   

          นายเดวิด นาร์โดน กรรมการผู้จัดการ บมจ.เหมราชพัฒนาที่ดิน กล่าวว่า ปีนี้บริษัทคาดว่ารายได้จะเติบโตสูงขึ้นจากปีก่อน 60-70% พร้อมทั้งปรับยอดขายที่ดินเพิ่มขึ้นจาก 800 ไร่ เป็น 1,000 ไร่

 เนื่องจากมีลูกค้าเข้ามาอย่างต่อเนื่อง ทั้งลูกค้าเดิมและใหม่ โดยขณะนี้มีลูกค้าใหม่อยู่ระหว่างรอเซ็นสัญญาอีก 2 ราย จากที่มีการเซ็นสัญญาไปแล้ว 4 ราย ทำให้ไตรมาสแรกของปีนี้มียอดขายที่ดินในนิคมอุตสาหกรรมแล้ว 565 ไร่ ซึ่งถ้าการชุมนุมทางการเมืองเข้าสู่ภาวะปกติได้เร็ว ก็จะมีลูกค้าเข้ามาเพิ่มขึ้น เพราะปัญหาการเมืองส่งผลให้ลูกค้าชะลอการเซ็นสัญญาไปบ้างแล้ว

         ทั้งนี้ หลังได้รับผลกระทบจากช่วงวิกฤติเศรษฐกิจโลก ทำให้ปีนี้บริษัทต้องกระจายการหารายได้ให้กว้างขึ้น โดยได้ลดสัดส่วนรายได้จากการขายที่ดินจาก 90% เหลือ 55% 
เพื่อลดความเสี่ยงทางธุรกิจ แต่เพิ่มรายได้จากส่วนอื่นมากขึ้น

โดยสัดส่วนรายได้ 45% ที่เหลือจะมาจากบริการสาธารณูปโภค และอสังหาริมทรัพย์ที่อยู่ระหว่างการศึกษาเพื่อพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยที่อีสเทิร์นซีบอร์ด เพื่อรองรับนักลงทุนญี่ปุ่น เบื้องต้นคาดว่าจะเริ่มโครงการในปี 2554 

ขณะที่ธุรกิจโรงไฟฟ้าจะสร้างรายได้ให้บริษัทในปี 2554  
_______________________________________________________________

WHAเข้าซื้อกิจการหุ้น HEMRAJ

//www.bangkokbiznews.com/news/detail/636992



จะเห็นว่า Hemraj ลดความเสี่ยงเรื่องการขายที่ดินที่เป็นธุรกิจหลักลงไป แล้วเสริมธุรกิจใหม่ที่ให้รายได้บริษัทไม่แกว่งจนเกินไป และมั่นคงมากขึ้นด้วยโรงไฟฟ้า 
แล้วหลังจากนั้น Wha ก็เป็นปลาใหญ่ มาเทคโอเวอร์Hemraj 

เสมือนมาร์คซักเคอร์เบิร์ก เทคโอเวอร์พวกกลุ่มโซเชียลเนตเวิคอื่นๆนั่นเอง

Facebook buys WhatsApp: Mark Zuckerberg explains why

Facebook founder Mark Zuckerberg has released a statement explaining why his company has paid $19bn for messaging service WhatsApp. 


ช่วง2-3ปีที่ผ่านมา มีการลงทุนในธุรกิจใหม่ในแต่ละบริษัท เพื่อรายได้ที่เสถียร 
และการควบรวมกิจการ เพื่อกลยุทธ หรือแม้แต่เพื่อขยายฐานลูกค้าไปอีกเส้นทางหนึ่ง

เรียกได้ว่า พื้นฐานหุ้น เปลี่ยนไปในทางที่ดี นั่นเอง

ติดตามได้ที่facebook Pageข้างล่างนี้ครับ









Create Date : 19 มีนาคม 2559
Last Update : 19 มีนาคม 2559 14:09:11 น.
Counter : 478 Pageviews.

0 comments
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

Valentine's Month



สมาชิกหมายเลข 2870475
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 3 คน [?]



เมื่องานประจำเป็นฐาน เงินลงทุนคือความชันของอิสรภาพทางการเงิน

สนใจเปิดบัญชีหุ้น/tfex/แทรกความรู้การลงทุนและเทรดหุ้น
พร้อมเป็นพี่เลี้ยงให้ในแต่ละOrderหรือการเข้าซื้อลงทุนครับ

contact:4524akira@gmail.com
ID Line: akira_1721
http://www.facebook.com/stockforfriends




New Comments
All Blog