All Blog
ดอนกิโฆเต้แห่งลามันช่าขุนนางต่ำศักดิ์นักฝัน-เหตุใดจึงเป็นหนังสือที่ควรอ่านในชาตินี้


เขียนโดย มิเกล์เดเซร์บันเตสซาเบดร้า-สเปน


 “ในชั่วชีวิตหนึ่ง หากแม้นสวรรค์ทรงอนุญาตให้อ่านหนังสือได้เพียงเล่มเดียว จงเลือกเล่มนี้เถิด ชีวิตจักไม่ตายเปล่าแน่แท้”


แปลโดยสว่างวัน ไตรเจริญวิวัฒน์, สำนักพิมพ์ผีเสื้อ ,พิมพ์ครั้งแรกในสเปนตั้งแต่ปี ค.ศ. 1605 (นานขนาดนะ)


ขอขอบคุณผู้แปล ที่แปลหนังสือที่อ่านยากให้คนไทย(ผู้รู้ภาษาต่างประเทศน้อยเช่นข้าพเจ้า) ได้อ่านเรื่องราวเพ้อฝันที่เปี่ยมด้วยเหตุผลเช่นนี้


เนื้อเรื่องพอสังเกต : เกี่ยวข้องการเดินทางออกผจญอันตรายของขุนนางชราคนหนึ่งที่อ่านหนังสืออัศวินจนสติฟั่นเฟือน และต้องการจะออกเดินทางและปฏิบัติเช่นในหนังสืออัศวินในสมัยนั้นบ้าง ชื่อ “ดอนกิโฆเต้ เป็นชื่อที่เขาตั้งขึ้นเอง” (ดอน หมายถึงขุนนางสูงศักดิ์ ซึ่งขุนนางผู้นี้ไม่ได้มียศสูงเช่นที่ตั้งชื่อให้ตัวเอง) ระหว่างการเดินทางเขาได้พบกับ ชาวนาใกล้บ้านคนหนึ่ง ชื่อ ซานโช่ เป็นชาวนาที่อ่านหนังสือไม่ได้จึงไม่เคยหนังสืออัศวินในสมัยนั้นเลยแต่ปลักใจเชื่อว่า ดอนกิโฆเต้ สามารถออกเดินทางและเป็นอัศวินพเนจรได้จริง ๆ


ระหว่างทางทั้งคู่ก็พบเรื่องราวหลายแบบที่ต้องเขาไปต่อสู้ทั้งที่จำเป็นและไม่จำเป็น ซึ่งส่วนใหญ่จบลงด้วยการเจ็บตัวของทั้งสอง เนื่องจากความเข้าใจผิดกับคู่กรณี ทั้งจากคนเดินทาง ตำรวจ คนเลี้ยงแพแกะ หรือโจร ไม่เว้นแต่กระทั้งเครื่องทอผ้า กังหันลม เป็นต้น


หมายเหตุข้าพเจ้า : เล่มที่อ่านหน้า 600 ใช้เวลาอ่านนานที่สุดด้วยเหตุผลหลายประการ เช่น ต้องผลิกไปที่ภาคผนวกอ่านคำแปลของศัพท์เฉพาะต่าง ๆ รวมทั้งสถานที่ในศูนย์อพยพก็ไม่เอื้ออำนวยให้อ่านได้อย่างต่อเนื่อง รวมทั้งไม่ใช่แนวนิยมของข้าพเจ้า แต่คงจะต้องอ่าน เพราะที่ปกหลังเขาเขียนไว้ว่า “ในชั่วชีวิตหนึ่ง หากแม้นสวรรค์ทรงอนุญาตให้อ่านหนังสือได้เพียงเล่มเดียว จงเลือกเล่มนี้เถิด ชีวิตจักไม่ตายเปล่าแน่แท้” หลังจากอ่านจบ กระแสจิตพุ่งขึ้นมาทันที “วะเว้ย นี่มันโฆษณาชวนเชื่อเกินจริงนี่นา หลังจากยึดแผ่นดินโน่นแผ่นดินนี้แล้วยังจะหวังเข้ายึดแม้พื้นที่วรรณกรรมโลกเชียวหรือ” ข้าพเจ้าคิดไปนั่นเลย มันอาจจะจริงหรือไม่จริงก็เป็นได้


หลังจากดื่มกาแฟ เงียบ ๆ หลังจากเด็ก ๆในศูนย์ออกไปวิ่งเล่นกันหมด กระแสจิตก็พุ่งกลับตวัดฉวัดเฉวียนไปมา


Smileyด้านการเล่าเรื่องใช้ภาษาของยุคเก่า และเก่ากว่าสำหรับคำพูดของ ดอนกิโฆเต้ ที่เลียนแบบยุคหนังสืออัศวินรุ่งเรือง ซึ่งเป็นภาษาสละสลวย อาจเป็นเหตุให้เกิดความน่าเบื่อพอ ๆ กับอัศจรรย์ใจ


Smileyเนื้อเรื่องบางตอนที่เป็นความเข้าใจผิดของ ดอนกิโฆเต้  หรือ อัศวินสำรอง ก็ตลกขบขัน ในส่วนตัวบางครั้งข้าพเจ้าก็ออกจะเวทนาสงสาร บางทีก็เลยไม่ค่อยจะขำเท่าไหร่ เช่น การถูกทุบตีโดยคนทั่วไป ถูกกลั่นแกล้ง และหัวเราะเยอะ แต่ก็บ่งบอกว่า คนสติดีชอบทุบตี ใช้กำลังเหตุผลเพราะคนอื่นนั้นด้อยกว่า แต่ ดอนกิโฆเต้ ทุบตีคนอื่นเพราะมุ่งมั่นช่วยเหลือผู้ที่อ่อนแอ (แม้เขาจะเข้าใจผิดก็ตาม)


Smileyมีบางส่วน ที่อธิบายเกี่ยวกับประวัติ ความเป็นมาของประเทศสเปน ศาสนา และหนังสือในยุคนั้น ทำให้เป็นหนังสือที่ผู้ที่สนใจประเทศสเปนอ่านแล้วจะเข้าใจได้ง่ายกว่าผู้ที่ไม่ค่อยจะรู้เรื่องสเปนนัก ดั่งเช่นข้าพเจ้าที่รู้จักสเปนในสมัยก่อนที่เคยเป็นนักล่าอาณานิคมจากหนังสือเรียนชั้นมัธยม ได้มารู้จักพี่แกอีกที่ก็ตอนได้เป็นแชมป์บอลโลกปี2010แค่นั้นเอง


Smileyที่สำคัญในด้านภาษาสเปน ผู้เขียนใช้วิธีการล้อเลียน ปรับแต่งภาษาเพื่อให้เกิดความหมายที่ผิดเพี้ยนหรือตรงข้ามกัน ซึ่งข้าพเจ้าคิดว่าเป็นวิธีการที่น่าทึ่งมาก


Smileyที่สำคัญอีกเช่นกันคือ มีหลาย ๆ ตอน ที่บาทหลวงกับพระวิจารณ์หนังสือยุคอัศวินได้อย่างเจ็บแสบ ซึ่งถ้าในปัจจุบันจะหาคนกล้าหาญเปรียบเปรยหนังสือที่ขายดีให้ป่นปี้ลงไปได้ยากยิ่ง ถึงขนาดว่าหนังสือขายดีนั้นไม่มีแก่นสารสาระอะไร นอกจากการรบพุ่งกัน อภินิหารที่อยู่ไกลความจริง ความรักที่เพ้อฝัน และความไม่มีเหตุผลของเนื้อเรื่อง ฯลฯ โห้ย....แรงแต่จริง


ส่วนสิ่งที่ข้าพเจ้านำมาคิด ก็คือ ความมุ่งมั่นปฏิบัติตนตามแบบอย่างอัศวินที่ดีของ ดอนกิโฆเต้ แม้ว่าเขาจะไร้สติในบางช่วงและหลาย ๆ ช่วง แยกแยะความจริงในชีวิตความไม่จริงจากหนังสืออัศวินที่แต่งขึ้นมาไม่ได้ แต่เราก็ควรที่จะนับถือในความมุ่งมั่นของเขา ในคุณงามความดีของอัศวิน ที่ดอนกิโฆเต้ ทำ หรือที่เขาคิดจะทำ การช่วยเหลือผู้อ่อนแอ ซึ่งแม้ไม่ต้องผจญมังกรแปดหัว แต่แค่ช่วยเหลือผู้อื่นยามที่ทุกข์ยากก็นับว่าเป็นอัศวินแล้ว...


Smileyอย่างไรเสีย ก็ควรเข้าใจว่าผู้ใดต้องการเป็นอัศวินพเนจรอย่าง ดอนกิโฆเต้ กรณีอ่านเล่มนี้ หรือ เล่มอื่นที่เกี่ยวกับการต่อสู้ปิศาจต่าง ๆ แล้วสติเริ่มเลอะเลือนอยากออกไปตัดหัวปิศาจ จอมมารอะไร ก็ควรจะหาเงินไว้ใช้ระหว่างทางด้วย เพราะ ดอนกิโฆเต้ ก็งงงวยหลังจากไดรู้ว่า อัศวินยุคหลัง ๆ นี่ต้องใช้เงินในการเข้าพักแรม ซ่อมอาวุธ ซื้ออาหารกิน และแม้ในปัจจุบันก็ต้องใช้ในการเดินทางด้วยรถไฟฟ้า หรือไปต่อเรือด้วยนะ เพราะเดินทางด้วยม้าอาจจะไม่ได้แล้วเพราะถนนน้ำท่วมหมด


Smileyแต่การเดินเรื่องที่ออกจะล่าช้า ภาษาก็มากมายเลยอาจทำให้ผู้อ่านเช่นข้าพเจ้าออกจะง่วงนอนบ่อย ๆ ก็เป็นการดีเหมือนกันที่ค่อย ๆ อ่านไปวันละนิด หนึ่งอาทิตย์ก็จบพอดี...เฮ้อ โดยส่วนตัว เป็นหนังสือที่อ่านไม่ค่อยสนุก แต่ซ่อนแง่คิดให้ตีความ ความบันเทิงน้อยกว่าความจริงที่แฝงไว้ ซึ่งเป็นความจริงที่ค่อนข้างหลากหลาย สำหรับคนรู้ภาษาสเปนอาจเป็นหนังสือตลกโปกฮาแห่งศตวรรษก็ว่าได้ สำหรับผู้ละเมียดละไมในการอ่านอาจเป็นหนังสือที่ดีที่สุดอีกเช่นกัน


 ตัวอย่างบางตอน คำพูดของ ดอนกิโฆเต้


“เหนืออื่นใด มนุษย์เรานั้นเป็นบุตรแห่งการกระทำ มิใช่บุตรแห่งชาติตระกูล”


“ซานโช่เอ๋ย พึงรู้ไว้ด้วยว่าผู้จะเป็นคนเหนือคนได้นั้นจักต้องเผชิญความลำเค็ญยิ่งกว่าผู้อื่น ลมพายุลูกแล้วลูกเล่าที่เราประสบเป็นสัญญาณบ่งบอกว่าหลังฝนซาฟ้าก็ใส อีกมิช้านานสิ่งดี ๆ จักบังเกิดแก่เรา อันเป็นธรรมดาของโลกที่ชั่วเจ็ดทีย่อมดีเจ็ดหน เมื่อความทุกข์ยากอยู่คู่เรามานานแล้ว แต่นี้ไปความสุขก็คงอยู่มิห่างเรานัก”


“มีด้วยหรือที่อัศวินต้องเสียค่าภาษีที่ดิน ค่าส่วยอากร เงินช่วยราชินีภิเษก เงินรักษาความเป็นขุนนาง...ค่าตัดเสื้อคนใด...เจ้าของประสาทคนใดหรือจักเรียกค่าพักแรมเอาจากเขา ...แลสุดท้าย ไม่ว่าในกาลปรัตยุบันนี้ แลสืบต่อไปภายหน้า มีด้วยหรืออัศวินพเนจรที่เป็นคนขลาดมิกล้าทุบตีตำรวจหลวงสี่ร้อยนายที่ยืนอยู่ตรงหน้าสักสี่ร้อยที”


********************************************************************************************


หากแม้นเกิดมาแล้วในชาตินี้ ก็ควรที่จะหาหนังสือเล่มนี้มาอ่านเถิด แต่ถ้า...จักต้องอ่านได้เพียงเล่มเดียว ในช่วงปี 16-17 ก็อาจจะเป็นเช่นนั้น ด้วยข้าพเจ้าไม่รู้ได้ว่ายังมีเล่มอื่นที่น่าอ่านกว่าอีกหรือไม่ ถ้ามีแต่หนังสืออัศวินแล้วไซร้ ยังไงเสียอ่านเล่มนี้ก็ชีวิตก็จักไม่ตายเปล่าจริง ๆ นั่นแหละ แต่ ณ ปรัตยุบันนี้ ข้าพเจ้าเชื้อเชิญตัวเองว่าขออ่านเล่มอื่นก่อนเถิดหากแม้นว่าฤกษ์งามยามดีแล้วไซร้ เช่นช่วงเฉื่อยชาเฉอะแฉะเช่นนี้ข้าพเจ้าจึงได้หยิบมาอ่าน(ด้วยความอดทนและมุ่งมั่น)...ช่วงกาลนี้หนังสือดีมีมากกว่าหนึ่งร้อยเล่มเลือก และอนาคตกาลมันก็จักเติบโตมากมายกว่าหลายพันเล่มให้เลือกอ่านกันด้วยว่ามี ดอนกิโฆเต้เป็นพื้นฐานและแรงบันดาลใจให้กับนักเขียนในยุคต่อมาอีกหลายคน เช่น ชาร์ลส์ ดิกเกนส์  ผู้ประพันธ์ โอลิเวอร์ ทวิสต์ และ Great Expectations ซึ่งแรงใจและไฟฝันนี้ก็ไปปรากฎอยู่ในรายชื่อหนังสือดีของมาทิลดา เด็กหญิงที่ยอดนักอ่านของโรอัลล์ดาห์ลอีกด้วย ทั้งหมดทั้งมวลและอีกหลายประการที่ข้าพเจ้ามิได้เอ่ยอ้าง จึ่งเป็นเหตุให้ พองเราชาวประชาผู้หลงใหลวรรณกรรมในศตวรรษที่21 ควรที่จะหยิบหนังสือเล่มนี้มาอ่าน...นั่นแล






Free TextEditor
สุดท้ายขอขอบคุณเจ้าของหนังสือที่ให้ยืมอ่านก่อนจะเลยชาตินี้ไป



Create Date : 16 พฤศจิกายน 2554
Last Update : 27 ธันวาคม 2554 11:21:17 น.
Counter : 5025 Pageviews.

7 comments
  
ซื้อมาดองไว้แล้ว พยายามจะอ่านในจบในชาตินี้ค่ะ
โดย: นัทธ์ วันที่: 16 พฤศจิกายน 2554 เวลา:21:19:56 น.
  
สู้ ๆ คะ คุณนัทธ์ หลาย ๆ แง่มุมมันก็ดีจริง ๆ อย่างที่เขาโปรยไว้ในหนังสือแหละคะ แต่มันหนาแล้วก็เดินเรื่องช้าหน่อย...จขบ.ต้องให้ความอดทนและวิสาหะอย่างแรงส์กว่าจะอ่านจบ
โดย: พยายามจะเพลิน (normalization ) วันที่: 17 พฤศจิกายน 2554 เวลา:12:19:24 น.
  
เห็นมานานแล้วเล่มนี้ แต่ดูอ่านยากเลยขอข้ามไปก่อน หุๆ
โดย: TaMaChaN (narumol_tama ) วันที่: 20 พฤศจิกายน 2554 เวลา:0:06:32 น.
  


ขอบคุณมากค่ะกับคำชมชวนฝันหวาน ว่าบล็อกน่ารัก อิ อิ ..
เหมือนชะตาชักนำนะคะเนี่ย มาบ้านคนชอบอ่าน
....
แต่ถ้าอ่านไม่สนุก ... อย่างเจ้าของบล็อกบอก ข้าเจ้าก็ขอผ่านก่อน ถึงจะให้แง่คิด ก็ตาม
เพราะการอ่านไม่เหมือนการฟังเพลง หรือดูทีวี มันต้องใช้ อารมณ์จินตนาการ และสมาธิพอสมควรค่ะ
โดย: PhueJa วันที่: 1 ธันวาคม 2554 เวลา:13:20:54 น.
  
สำหรับเรื่องนี้มีบางคนที่ชอบมากกับวิธีการเล่าเรื่องเลยทีเดียว ประโยคในหนังสือตามตัวอย่างอะคะ ถ้าชอบแนวนี้ก็ลองอ่านได้คะ อย่างที่บอกถ้าชอบอ่านแบบช้า ๆ นึกตามเรื่องที่เขาเล่ากันมันก็สนุกละ
โดย: normalization วันที่: 1 ธันวาคม 2554 เวลา:13:48:03 น.
  
ควร อ่านตั้งแต่เด็กที่เริ่มอ่านหนังสือออกค่ะ เพราะเป็นแง่คิด หลักในการดำรงชีวิต ดีมากค่ะ
โดย: AREE IP: 124.121.254.25 วันที่: 14 เมษายน 2557 เวลา:22:22:47 น.
  
เพิ่งรู้จักหนังสือเล่มนี้ตอนกลางปี เพราะมีคนแนะนำมา กำลังอ่าน และจะพยายามอ่านให้จบในชาตินี้เหมือนกันค่ะ^^
โดย: チビ IP: 110.77.181.62 วันที่: 23 ธันวาคม 2558 เวลา:15:58:08 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

normalization
Location :
นนทบุรี  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 3 คน [?]



"ขอทุกท่านจง ปกติสุข ในทุกวัน"
วันแรกสร้าง : 25 กุมภา.54

เป็นเพียงการบอกกล่าว เล่าเรื่อง ตามที่ข้าพเจ้าเข้าใจ
หากว่ามีประโยชน์บ้างแม้เพียงเล็กน้อย ข้าพเจ้าก็ยินดียิ่ง
หากว่าส่วนใดผิดพลาด ฝากข้อความไว้ได้เสมอ
@comeback 18/1/18
free counters สำหรับธงขอขอบคุณ blog paradijs
New Comments