“ไม่ต้องบินให้สูงอย่างใครเขา...จงบินเอาเท่าที่เราจะบินไหว...ท่าที่บินไม่จำเป็นต้องเหมือนใคร...แค่บินไปให้ถึงฝันเท่านั้นพอ”
Group Blog
 
All Blogs
 

ขนมจีบทำเองครั้งแรกร้อนๆ (100 ลูก) ....รสชาติน้องๆ บอกใช้ได้ให้ "ผ่าน" คร่า

หลังจากที่ประสบความสำเร็จในการทำบลูเบอรี่ครีมชีส ก็เกิดอยากทำซาลาเปาขึ้นมา แต่เนื่องจากวัตถุดิบมันเยอะเลยเปลี่ยนความคิดมาลองทำขนมจีบดูก่อนเพราะไม่ต้องนวดแป้งให้ยุ่งอยาก ทำแต่ไส้ซื้อเกี้ยวมาห่ออย่างเดียว จึงได้เริ่มค้นหาสูตรทำขนมจีบจากคลังกระทู้เก่าบ้าง google บ้าง แค่ขนมจีบก็มีหลายสูตรมากมาย ด้วยความหลายใจเลือกไม่ถูกสูตรมันเลยมั่วๆ มาเป็น ดังนี้

1. สันคอหมูบด 1 กก.
2. มันหมูบด 2 ขีด (ด้วยความขี้เกียจมาหั่นเต๋าเล็กๆ เลยไปที่แผงขายหมูบอกพ่อค้าว่าบดรวมกะเนื้อคอเลยค่ะ แหะๆ)
3. กุ้งขาวสับหยาบ 2 ขีด
4. แครอท ประมาณ 3 ช้อนโต๊ะ
5. เห็ดหอมหั่นเต๋าเล็กๆ ประมาณ 3 ช้อนโต๊ะ
6. ต้นหอมซอยละเอียด ไม่ค่อยชอบกินเลยใส่แค่ ประมาณ 2 ช้อนโต๊ะ
7. ซอสถั่วเหลือง 2 ช้อนโต๊ะ
8. ซีอิ้วขาว 4 ช้อนโต๊ะ
9. น้ำตาล 4 ช้อนโต๊ะ
10. เกลือ 2 ช้อนชา
11. แป้งข้าวโพด 50 กรัม
12. ไข่ไก่ 1 ฟอง
13. น้ำมันงา 2 ช้อนโต๊ะ
14. แผ่นเกี้ยวแบบบาง 1 ห่อ (ประมาณ 100 แผ่น) ตอนไปซื้ไม่รู้ไหนบางไหนหนาเหมือนกันไปหมด แต่มันเขียว่าบะหมี่ เกี้ยว เลยหยิบมา งิ

**** หมายเหตุ ช้อนโต๊ะในที่นี้ = ช้อนกลางที่ร้านก๋วยเดี๋ยว และช้อนชา = ช้อนกาแฟ เนื่องจากว่ายังมิได้ซื้อช้อนตวง เลยต้องใช้ของที่มีในบ้านตามมีตามเกิดไปก่อน


วิธีทำ
1. ใส่ส่วนผสมทุกอย่างเข้แล้วคลุกเคล้าให้เข้ากัน เช่นนี้


2. บางคนก็บอกให้ตัดแผ่นเกี้ยวเป็นวงกลม แต่เห็นบางคนตัดมุมออก เพื่อไม่ให้มีแป้งส่วนเกิน ด้วยความขี้เกียจเราจึงเลือกตัดมุมออก เป็น 8 เหลี่ยมแบบนี้ ง่ายดีเนอะ


3. เนื่องจากไม่มีกระบอกฉีดน้ำ ก่อนห่อเลยเอาแป้งจุ่มน้ำแล้วจึงทำการห่อ จีบกันแบบไหนม่ารู้มั่วๆ ขี้เหร่บ้างสวยบ้างออกมาหน้าแบบนี้


4. ทำครั้งแรกเอาน้ำมันทาตะแกรงก่อนเอาหนมจีบมาวาง แล้วลองเอาไปนึ่งผลออกมาบางลูก้นมันติดตะแกรงแป้งขาด รอบหลังเลยมักง่ายเอากันแตะน้ำมันก่อนวาง ผลออกมาดีมากไม่ติดตะแกรงแล้ว


5. นึ่งด้วยไฟแรงน้ำเดือดๆ เวลาผ่านไปไวเหมือนโกหก 7 นาที ขนมจีบก็สุก และเนื่องจากไม่มีกระบอกฉีดน้ำอีกนั่นล่ะจึงเก็บเข้ากล่องทันที กลัวแป้งมันจะแข็ง หน้าตาออกมาแล้วเป็นแบบนี้


อีกซักรูป


อ้อลืมอีกอย่างตอนหั่นเห็ดหอม เห็นว่ามันมากพอแล้ว มันยังมีเห็ดเหลืออยู่อีก เลยเอาหมูมาแปะบนเห็ดแบบนี้


เมื่อผ่านการนึ่งพร้อมขนมจีบออกมาเป็นแบบนี้


มุมเกี้ยวที่ตัดอย่าทิ้งให้เสียของเอาไปทอดซะ กินเล่นกรอบๆ อร่อยนักแล


ปิดท้ายด้วยเมนูที่ทำไว้กินตั้งแต่เช้ายันเย็น เห็นน้องชายมันเดินหาว่าตอนเย็นมีไรกินสุดท้ายหาไม่เจอ มันเลยถามว่าตอนเย็นทำไรกินอ่ะ เราตอบขนมจีนน้ำเงี้ยวนั่นไง หน้าตามันเลยเป็นแบบนี้ ---> ประมาณว่ากินตั้งแต่เช้าแล้วไม่มีเมนูใหม่ๆ บ้างหรอ


บทสรุป
น้องๆ บอกว่ารสชาติใช้ได้ แต่เราว่าหมูมันไม่เด้ง อยากให้มันเด้งๆ เหมือนในร้านติ่มซำ ว่าคราวหน้าจะลองซื้อหมูบดปรุงรสมาผสมดู แต่ไม่คิดว่าทำออกมาจะเยอะขนาดนี้นะเนี่ย นึกว่าจะได้ประมาณ 50 ลูก พรุ่งนี้จะเอาไปแบ่งเพื่อนๆ ที่ทำงานกะเพื่อนๆ น้องชิมดู ฮ่ะๆ อยู่กัน 3 คนคงได้กินกันจนเบื่อแน่ เหมือนขนมจีนน้ำเงี้ยวด้านบนทำเอาไว้ใช้ขนมจีน 2 กก. ไม่รู้น้องชายมันจะรู้ป่าวว่าไม่กินเช้ายันเย็น แต่เป็นเช้ายันเช้า 555 เพราะมันเหลืออีกเกือบโลแน่ะ




 

Create Date : 10 มกราคม 2553    
Last Update : 10 มกราคม 2553 23:28:47 น.
Counter : 10649 Pageviews.  

New Year 2010 กับการทำบลูเบอรี่ชีสพายในครอบครัว

แอบค้นสูตรบลูเบอรี่ชีสพายจากคลังกระทู้เก่าห้งอก้นครัว ดูมานานในที่สุดวันหยุดยาวช่วงปีใหม่ก็มีโอกาสลงมือทำซะที สูตรที่ใช้เป็นสูตรบลูเบอรี่ชีสพายแบบบ้านๆ ของคุณ ถั่วฝักยาวสีขาว

พอได้สูตรมาแล้วก็ไปหาซื้อส่วนประกอบตามสูตร ดังนี้ค่ะ
- ขนมปังกรอบฮับเส็งใช้ประมาณ 40 แผ่นตามสูตร (ราคา 48 บาท)
- เนยอลาวรี่เบลนด์สเปรดรสเค็ม ขนาด 227 กรัม 1 ก้อน (ราคา 52 บาท)
- ฟิลาเดลเพียครีมชีส ขนาด 250 กรัม 1 ก้อน (ราคา 134 บาท)
- โยเกิร์ตรสธรรมชาติ 1/2 ถ้วย (ราคา 13 บาท)
- นมข้น ใช้ประมาณ 1/3 กระป๋อง (ราคา 19 บาท)
- น้ำมะนาว ใส่ตามใจชอบ เราใช้ประมาณสองลูก (ราคา 3 บาท/ลูก)
- บลูเบอรี่กวนวินเดอเนส 1 กระป๋อง (ราคา 150 บาท)
- ถาดฟรอยขนาด 66x26 mm ใช้ 3 ถาด (ราคา 55 บาท/10 ถาด)




ขั้นตอนการทำ

การทำพาย
1. นำขนมปังกรอบฮับเส็งประมาณ 40 แผ่น มาทุบให้แหลกแล้วแต่จะหาเครื่องทุ่นแรงได้ตามสะดวก บางคนก็ใช้ใส่ถุงพลาสติกแล้วบี้ๆ หรือตามสูตรใช้สากไม้ทุบ แต่บ้านเราไม่มีเลยใช้ "น้องชาย" เอาสากหินกดๆ เอา ทุ่นแรงสุดๆ 555


2. ละลายเนย บางบ้านหั่นไปก้อนเล็กๆ แล้วนำเข้าไมโครเวฟ แต่บ้านเราไมโครเวฟไม่ดีเลยเอาไปตั้งไฟบนเตาแก็สแทน

3. พอเนยลายแล้วก็นำมาคลุกกับขนมปังที่ทุบไว้ให้ทั่ว เสร็จแล้วตักใส่ถาดฟรอยกดให้แน่น


4. จากนั้นนำไปเข้าช่องแช่แข็งในตู้เย็น

ระหว่างรอให้พายแข็งตัวก็มาถึงขั้นตอนการตีครีมชีส
1. หั่นครีชีสเป็นก้อนเล็กเพื่อให้ตีง่ายขึ้น ทำครั้งแรกไม่ได้เอาครีมชีสออกจากตู้เย็นก่อนตีกันจนเมื่อยมาก ขนาดมีเครื่องทุ่นแรงสองเครื่อง (น้องสองคน) ผลัดกันตี กว่าจะตีเสร็จ เลยถามน้องชายว่าคราวหน้าจะทำอีกป่ะ มันบอกทันทีว่า "ซื้อเครื่องตี" ทำรอบสองนี้เลยไปหาซื้อไม้ตีไข่มา แบบเครื่องตีไฟฟ้ามันแพงพี่ยังไม่มีตังเอาอันนี้ไปก่อน แล้วก็เอาครีมชีสมาทิ้งไว้ในห้องให้หายเย็นหั่นเป็นก้อนเล็กๆ แล้วใช้ช้อนๆ กดให้นิ่มก่อนตี มีความรู้สึกว่ามันตีง่ายขึ้นเยอะเลยแฮะ


2. เติมนมข้นหวานประมาณ 1/3 กระป๋อง แล้วตีให้เข้ากัน


3. เมื่อเข้ากันดีแล้วเติมโยเกิตครึ่งถ้วย แล้วตีต่อไปให้เนียน


4. พอเนียนแล้วเตรียมะนาวชิมรสชาติตามชอบ


5. เสร็จแล้วก็ใช้น้องวิ่งไปเอาพายในตู้เย็นออกมา (ไม่ได้ชอบใช้น้องนะแต่เราต้องช่วยกันทำมาหากิน 555) ตักครีมชีสราดลงไป


6. ขั้นตอนสุดท้ายตักบลูเบอรี่กระป๋องราดหน้าเป็นอันเสร็จ


เสร็จแล้วฝีมือของพวกเราพี่น้องทำกันเองกินกันเอง อร่อยจริงๆ สูตรนี้ทำได้สามถาดพอดีเลยแบ่งกันทำคนละถาด ความสวยงามก็ตามอายุคนทำ อายุมากก็ออกมาหน้าตาดีสุด น้องชายคนเล็กอายุน้อยก็มาขี้เหร่หน่อย เอาเรื่องความแก่มาเป็นข้อได้เปรียบซะง้าน 555 อันนี้ของเราเอง อิอิ


จากการทำบลูเบอรี่ชีสพายในครั้งนี้ น้องๆ ก็บอกว่าให้เราซื้อเตาอบจะได้ทำเค้กกัน โอเคน้องพี่จะ "พยายาม" เก็บตังซื้อเตาอบมาให้ เพื่อให้เราพี่น้องมีกิจกรรมดีๆ สามัคคีทำร่วมกันอีกเรื่อยๆ ต่อไป




 

Create Date : 03 มกราคม 2553    
Last Update : 4 มกราคม 2553 15:51:28 น.
Counter : 3203 Pageviews.  

1  2  

อินทนินสีม่วง
Location :
เชียงใหม่ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add อินทนินสีม่วง's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.