..ถ้าจักตายก็ขอตายในหน้าที่ ถ้าจักพลีก็ขอพลีแด่เหนือหัว ถ้าจักอยู่ก็ขออยู่เพื่อครอบครัว ถ้าจักชั่วก็ขอชั่วแก่ไพรี..
Group Blog
 
All Blogs
 

๑๓ เมษายน ๒๕๕๒

- หันไปทางไหนมีแต่คนด่าโคตรพ่อโคตรแม่ทหาร ถึงไม่สะเทืองแต่ก็คงมีบางคนสะดุ้งมั่งล่ะวะ  ครั้ง รสช.ปราบประชาชนใหม่ๆ ปฎิกริยาคนไทยยังไม่มากขนาดนี้เลย  เบาะๆแค่ดักตีคนใส่ชุดทหารไปทำงาน ดักกรีดเสื้อทหารหญิงที่แต่งเครื่องแบบไปทำงาน  กองทัพตกต่ำไปเลยช่วงนั้น ผบช.คนต่อมาระดับสูงถึงขนาดต้องออกมาช่วยกันหามาตรการต่างๆเพื่อแก้ไขทั้งในระยะสั้นและระยะยาว  รวมทั้งเร่งกู้ภาพลักษณ์กองทัพให้ประชาชนกลับมาศรัทธาสถาบันกองทัพดั่งเดิม เพราคนที่เป็นทหารแล้วไม่โง่ ต้องรู้ความจริงข้อนึงคือ * หากกองทัพไม่ได้รับความศรัทธาและไว้วางใจจากประชาชน ความมั่นคงจะสั่นคลอนทั้งทางตรงและทางอ้อม * ทางตรงคือ ประชาชนจะร่วมมือกับกองทัพน้อยลง เห็นด้วยกับกองทัพน้อยลง ทางอ้อมคือ งานของกองทัพในเรื่องความมั่นคงจะยากขึ้น และมีอุปสรรคมากขึ้น เห็นผลยากขึ้น *


- ตอนนี้ ความโกรธความเกลียดของประชาชนที่มีต่อกองทัพ แม้จะไม่ทั้งประเทศ แต่ก็ต้องนับว่ามากเลยทีเดียว ถึงขนาดที่มีการบอกว่า * ต่อไปนี้อยากให้โจรใต้ฆ่าทหารไทยเยอะๆ  อยากให้ทหารไทยเหยียบระเบิดเขมรตายทุกวัน ฯลฯ * จิ้งจกฟังแล้ว อ่านแล้วรู้สึกใจหายจริงๆ คนที่เป็นทหารดีๆ มือไม่เปลื้อนเลือด อ่านแล้วก็คงคิดว่า ทำไมต้องเหมาเกลียดโกรธทหารทั้งกองทัพ ทหารที่ออกทำหน้าที่ตามชายแดนคงนึกน้อยใจปนเสียใจที่มีประชาชนจำนวนมากเกลียดทหาร ถ้าว่ากันตามจริงแล้วนั้น ตอนคุณเรียนทหาร คุณต้องเจออยู่แล้วรูปการณ์แบบนี้ *ผิดคนเดียวโดนแดกทั้งกองร้อย รับผิดชอบร่วมกัน* เพราะฉนั้น อย่าบ่นครับ อย่าร้องครับ ทนรับมันไป เพราะคุณได้ชื่อว่าทหาร  ในทางตรงข้าม เวลาทหารโดดเด่น คนรักทั้งประเทศ เคาก็รักทหารทั้งทัพเช่นกัน จริงมั้ย


- เรื่องสาเหตุที่คนเกลียดและโกรธทหาร จิ้งจกไม่เขียนละ เบื่อ รู้ๆกันดีอยู่  แต่อยากจะเขียนเรื่องหนทางแก้ไขมากกว่า  *เพราะไม่ว่าจะอย่างไรก็ตาม ทหารกับประชาชนก็คงหนีกันไม่พ้น ต้องอยู่ร่วมแผ่นดินเดียวกันเหมือนเดิม* เวลานี้ยามนี้ กองทัพควรเลิกเสียทีกับการแก้ตัวไปวันๆ หัดดูรุ่นพี่ๆที่เค้าเคยแก้ปัญหาอย่างนี้เมื่อครั้ง รสช.และ14ตุลาดุบ้าง แล้วก็ป่วยการนะ ที่จะให้โฆษก ทบ.ออกมาแถลงแก้ตัวให้กองทัพเรื่อยๆ นี่มันยุคดิจิทัล3จีแล้วโว้ย ผบช.ระดับสูงๆควรจะออกจากกะลาออกมาดูโลกภายนอกรั้ว ร.1.พัน.1มั่ง  ทั้งภาพ ทั้งเสียง แพร่สะพัดไปยังกับไฟลามทุ่ง ไม่มีอะไรที่เป็นผลดีกับกองทัพเลยสักอย่าง การแพร่ขยายใส่สีตีไข่ของข่าวลือ ข่าวง.6ทั้งหลายนับวันจะขยายวงกว้างออกไปเรื่อยๆ บอกตามตรงนะ เรื่องแบบนี้มันไปเร็วยิ่งกว่าโฆษก ทบ.ออกมาแถลงทางทีวี6ช่อง7ช่องด้วยซ้ำ ปากต่อปาก มือถือต่อมือถือ เว็ปต่อเว็ป เร็วกว่าโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทยแน่นอน อย่าทำโง่ครับ หัดยอมรับความจริงในข้อนี้ซะที รัฐและกองทัพอาจคุมสื่อได้อยู่หมัด แต่รัฐและกองทัพคุมปากคนได้มั้ย คุมสื่ออิสระภาคประชาชนทุกรูปแบบได้มั้ย


- สิ่งที่กองทัพทำไป คนมุมนึงอาจมองว่าผิด คนอีกมุมมองว่าถูก แต่เอาล่ะไม่ว่าผิดหรือถูก แต่เวลานี้ผู้คนเค้าโจษขานกันไปทั้งเมืองแล้วว่า ทหารซ่อนศพ ทหารฆ่าคนมือเปล่า ทหารจิกหัวผู้หญิง ทหารโหดร้ายกับประชาชน ฯลฯ ดีมั้ยน่ะแต่ละข้อที่เค้าพูดกัน  กองทัพยิ่งแก้ตัวยิ่งเหมือนวัวพันหลัก ไม่พ้นความเสื่อมเสียไปได้เลย ต่อให้ร้อยไก่อู หมื่นนายกฯ ออกทีวีทุกชั่วโมง ลงนสพ.ทุกฉบับ ก็เปลี่ยนความสงสัยของมวลชนทั่วไปไม่ได้ง่ายๆ  หนำซ้ำยิ่งตอกย้ำภาพลักษ์เผด็จการปิดหูปิดตาผู้คนไปซะอีก เรียนกันมากันตั้งแยะเรื่องข่าว คิดกันทำกันได้แค่นี้เองหรือ  นายทหารบิ๊กๆบางคนอาจจะคิดว่า *ช่างแม่ง นานวันไปคนก็ลืม ถ้าคิดแบบนี้วันไหนถ้ามีนายพล ทบ.โดนสังคมลงโทษแล้วอย่ามาร้องนะ อย่าลืมว่าท่านๆทั้งหลายเหลืออีกไม่กี่ปีก็เกษียณแล้วทั้งนั้น  แต่กองทัพยังต้องอยู่คู่ชาติ  คู่ประชาชนไปตลอด  จะอยู่แบบระแวงกัน ไม่ไว้ใจกัน ไม่ให้เกียรติกัน  หรือจะอยู่แบบศรัธาในซึ่งกันและกัน  จะเอาแบบไหน


- สิ่งที่กองทัพควรทำ จะต้องรีบทำในเวลานี้5ข้อที่โคตรจะง่ายคือ
1.ประชาชนสงสัยพื้นที่ทหารตรงไหนจะซ่อนศพ มึงพาสื่อและประชาชนไปดูเลยให้เห็นกะตา ถ้าไม่มีจริงแล้วมึงกลัวเหี้ยอะไร
2.ผู้นำทัพและผู้นำรัฐ จะต้องออกมาขอโทษประชาชนทั้งประเทศไม่ว่าสีไหน ไม่ว่ามึงผิดรึถูกมึงก็ควรทำ นิสัยคนไทยมึงไม่รู้หรือไงว่าเป็นไง ภาพออกมาซะขนาดนั้น  นี่เป็นวุฒิภาวะของคนเป็นผู้นำที่ควรแสดงออกให้ประชาชนทั้งชาติได้เห็น สิ่งเหล่านี้มันลดดีกรีความโกรธของผู้คนได้ ไม่มากก็น้อยล่ะวะ เสียหายหรือน่าอายตรงไหน ลูกผู้ชายน่ะ รู้จักไหม คนเป็นนายคน ควรแสดงออกถึงเกียรติยศและศักดิ์ศรีให้ถูกต้องในเวลาที่เหมาะที่ควร อย่าให้ผู้น้อยที่ทำตามคำสั่งอย่างเคร่งครัดต้องลำบากบากทั้งกายใจไปทั้งกองทัพ 
3.พวกที่ไม่ใช่ทหารแต่อยากเป็นพระเอก อย่าเอาออกมาแถลง เพราะมันดูโง่ๆในสายตาคนทั้งประเทศ ภาพลักษณ์กองทัพเสียหายเพราะคนเค้ายิ่งว่าอยู่ว่ากองทัพบกเพื่อขันที พลเรือนแต่ละตัวที่เอาออกมาออกทีวี คนเค้ารู้หมดว่าใครเป็นใคร เรื่องแค่นี้ทำโง่ ไม่เข้าใจจริงๆ
4.ทีหลังถ้าไม่ได้ ปว.หรือ รปห. อย่าลบสังกัดข้างยานพาหนะ ทหารที่ออกมาต้องติดเครื่องหมายสังกัดปกติให้ถูกต้อง  ลบทำไม ปิดบังทำไม รึคิดตั้งใจจะออกมาทำเหี้ยๆถึงได้อายกลัวคนรู้ว่าทหารสังกัดไหน ทำแบบนี้ประชาชนที่คุกรุ่นด้วยภาวะพิเศษต่างๆ เค้ายิ่งไม่ไว้ใจกองทัพเข้าไปใหญ่ เรื่องที่ควรจะง่ายก็เลยกลายเป็นยากไป  เวลามีมือที่3ไม่ว่าจากฝ่ายไหน รัฐและกองทัพก็ปฎิเสธไม่ได้ เพราะพวกมึงก็ปิดบังสังกัดเช่นกันเหมือนพวกมือที่3 ทำเพื่ออะไรแบบนี้ ยังงี้รึที่จะให้พวกม๊อบไว้ใจและยอมเจรจาด้วยดี  แถมจะปิดบังทั้งทียังปัญญาอ่อนให้ประชาชนจับได้อีก  สมัยนี้ปากมีหูประตูมีตา มือถือมีกล้อง นี่มันยุคข้อมูลข่าวสารไร้พรมแดน กองทัพยังงมงายอยู่กับยุคไดดนเสาร์แก่ๆใกล้ตายอยู่อีกหรือ  ดังนั้น ออกมาบอกให้คนรู้ซะว่า มีทหารจากไหนมามั่ง ไปตรงไหนกันมั่ง เอาให้ชัดๆ เอาให้ถูกต้อง หน่วยไหนเหี้ยจริงคนเค้าจะได้รู้ หน่วยไหนยิงคนจริงๆ จะได้ง่ายต่อกองทัพในการเคลียร์เรื่องต่างๆในจุดต่างๆ
5.ผบช.ระดับสูง ต้องอย่ากลัว อย่าปอดแหก ต้องออกไปเยี่ยมเยียนผู้ที่บาดเจ็บและเสียหายจากการณ์นี้ไม่ว่าฝ่ายไหน ไม่ว่าสีอะไร แบบนี้คนเค้าถึงจะมองว่าพวกมึงทำตามหน้าที่ที่รัฐให้ทำ และถ้าจะให้ดี กองทัพต้องออกมาเยียวยาพวกที่เสียหายทุกฝ่ายไม่ว่าฝ่ายไหนด้วยความจริงใจ ออกมารับผิดชอบต่อกระสุนทุกนัดที่พวกมึงยิง เหนื่อยแค่ไหนก็ต้องทำ ลำบากใจแค่ไหนก็ต้องทำ


* กระสุนทุกนัด ปืนทุกกระบอก รถหุ้มเกราะทุกคัน เบี้ยหวัด บำเน็จบำนาญ สิทธิพิเศษของพ่อแม่ลูกเมียทหาร รวมไปถึงข้าวทุกๆเม็ดที่พวกคุณกินในโรงเลี้ยง  ล้วนมาจากหยาดเหงื่อแรงกายที่รัฐรีดจากประชาชนออกมาเป็นภาษีเลี้ยงดูทหารทั้งกองทัพ วันนี้พวกคุณตอบแทนประชาชนที่เค้ารักและศรัทธากองทัพแบบนี้หรือ   ความเก่งกล้าสามารถและทักษะทางทหารที่พวกคุณมีเหนือประชาชนมือเปล่าๆนั้น คุณควรเอาไปใช้กับข้าศึก ไม่ใช่เอามาใช้กับประชาชนผู้ที่ได้ชื่อว่าเลี้ยงดูคุณและครอบครัวมาตลอด   วันนี้ยังไม่สายเกินไปนัก ถ้าเกียรติของผู้ถืออาวุธของชาติของคุณยังพอมีเหลืออยู่ ออกมาแก้ไขซะ อย่าเพียงแก้ตัว คนทั้งประเทศกำลังเสียขวัญและเสียใจกับสิ่งที่พวกคุณทำกับเค้า เค้ารอคุณอยู่ ออกมาพูดกับเค้าให้เข้าใจกันซะ * 






Free TextEditor










 

Create Date : 17 กรกฎาคม 2552    
Last Update : 16 ธันวาคม 2552 16:12:39 น.
Counter : 213 Pageviews.  

วิกฤตศรัทธาของประชาที่มีต่อกองทัพ

*ครั้งหนึ่ง กองทัพไทย ทหารไทย เคยได้รับความศรัทธาและความไว้เนื้อเชื่อใจจากประชาชนทุกหมู่เหล่า บทบาทของทหารต่อสังคมไทยในอดีตนั้น ดูดีและเป็นเหมือนที่พึ่งแรกๆของประชาชนเสมอเมื่อยามชาติวิกฤต ภาพของความเป็นองค์กรที่มีวินัย มีระบบ มีระเบียบ ดูเข้มแข็งและหนักแน่นเสมอในสายตาของประชาชนทั้งชาติ การที่เป็นอย่างนี้ได้นั้นไม่ใช่สามารถเกิดได้ ทำได้ในระยะเวลาแค่สั้นๆ ทุกสิ่งนั้นล้วนสร้างสมผ่านมารุ่นต่อรุ่น วันผ่านวัน คุณงามความดีของเหล่าวีรบุรุษของกองทัพทั้งที่ยังคงอยู่และที่สละชีพไปแล้วนั้น ล้วนเป็นสิ่งที่ช่วยสร้างเสริมให้กองทัพไทยเป็นที่รักและนับถือจากประชาชนทั้งหลายสืบเนื่องตลอดมา ไม่ว่ากองทัพจะทำสิ่งใด ทำอะไร มีพัฒนาการอย่างไร สังคมไทยมิเคยคลางแคลง แม้นมีการทุจริต คอรัปชั่น มีความผิดพลาดบ้าง ประชาชนทั่วไปก็ยังคงมองกองทัพในแง่ค่อนข้างดีเสมอและส่วนใหญ่มักจะไว้ใจ เชื่อใจบรรดาเหล่าขุนศึกแม่ทัพนายกองของกองทัพแทบทุกเรื่อง อาจกล่าวได้ว่านี่คงเป็นเพราะผลบุญจากสิ่งดีงามในอดีตที่กองทัพเคยสร้างสรรค์ไว้ให้แก่ชาติมาตลอดในยามที่ชาติต้องการความสามารถของกองทัพ ภาพเหล่านี้นั้นจึงดูเหมือนจะหักล้างสิ่งที่ไม่ดีที่เกิดในกองทัพได้ตลอดมา *


** กาลผ่านไป วันนี้กองทัพไทยยังคงได้รับสิ่งเหล่านี้จากสังคมไทยอยู่หรือไม่ ภาพของกองทัพไทยยังคงเป็นเหมือนที่พึ่งของเหล่าประชายามชาติมีภัยเหมือนดังครั้งอดีตหรือไม่ขุนศึก แม่ทัพ นายกองของกองทัพ ยังคงเป็นที่ไว้เนื้อเชื่อใจในเกียรติและศักดิ์ศรีของความเป็นทหารอยู่เหมือนเดิมหรือไม่ องค์กรของทหารยังคงเข้มแข็งและมีระบบระเบียบและวินัยดีหรือไม่ในสายตาของชนทั้งชาติ กองทัพไทยยามนี้ได้คิดถึงคำพังเพยเก่าแก่นี้บ้างหรือไม่ "ตักน้ำใส่กะโหลก ชะโงกดูเงา" เรื่องอย่างนี้นั้นตัวเองมักจะมองภาพตัวเองไม่เห็นหรือไม่ก็มองเห็นแต่มักจะเป็นภาพลวงที่ตัวเองคิดเข้าข้างตัวเองเสมอ แต่คนอื่นน่ะ เขามักจะมองเห็นเสมอ การณ์นี้ก็เช่นกัน วิกฤตศรัทธาของประชาชนที่มีต่อกองทัพนั้น มันไม่ได้เกิดได้ง่ายๆ ไม่ได้เกิดเพียงข้ามคืน แต่มันสะสมต่อเนื่องและกระทบกันเป็นลูกโซ่บนห้วงเวลาที่ยาวนานพอสมควร ความหวาดระแวง ความเกลียดชัง ความไม่พอใจ และอาจรวมถึงความเหยียดหยามของประชาชนที่มีต่อกองทัพ สิ่งเหล่านี้มันเกิดขึ้นแล้วในวันนี้สำหรับกองทัพไทย และเกิดอย่างต่อเนื่องในคนรุ่นนี้ กองทัพพูดเสมอว่า ทหารคือประชาชน ประชาชนก็คือทหาร กองทัพเพื่อประชาชน แต่สิ่งที่กองทัพไทยทำในวันนี้นั้น ประชาชนทั่วไปล้วนมีคำถามอยู่ในใจว่า เพื่อประชาแน่หรือ? **


*** กองทัพไทยเป็นองค์กรเดียวในอดีตที่ถูกตรวจสอบด้วยวิถีสังคม วิถีมหาชน น้อยมาก จนดูเหมือนแทบจะไม่เคยเลยด้วยซ้ำ นั่นเป็นเพราะบรรพชนทหารในอดีตต่างเอาเลือดเนื้อทาแผ่นดินสร้างภาพลักษณ์ให้องค์กรนี้ได้ศรัทธาจากมหาชนมาตลอดต่อเนื่องทุกยุคทุกสมัย อะไรที่กองทัพทำดี คนจะจดจำสอนลูกสอนหลาน การสละชีพเพื่อชาติ การสละเลือดเนื้อเป็นชาติพลี เป็นสิ่งที่คนไทยทั้งมวลต่างซาบซึ้งและยกย่องว่านี่คือเกียรติอันสูงสุดที่คนในองค์กรนี้ควรได้รับจากเหล่ามหาชน มันจึงทำให้ภาพลักษณ์ของกองทัพออกมาในแง่ที่ว่านี่คือองค์กรที่เป็นที่พึ่งได้ของชาติและประชาชน อะไรที่กองทัพทำไม่ดี คนมักจะลืมเร็ว ลืมง่าย เพราะความดีที่สะสมไว้มีพลังมากกว่า เป็นตำนานมากกว่า แต่ในความเป็นจริงแล้วนั้นหากมองกันในอีกแง่ เราต้องยอมรับว่า องค์กรนี้คือผู้ที่จะต้องทำหน้าที่นี้อยู่แล้วตามหน้าที่อันเป็นปฐมของคำว่าทหาร ดังนั้นคนที่จะมาเป็นทหาร ไม่ว่าจะตั้งใจหรือไม่ตั้งใจ ทุกคนต้องทำอยู่แล้วตามคุณลักษณะขององค์กร คนที่ตั้งใจก็มีศักดิ์มีเกียรติยศสืบต่อไปในวงศ์ตระกูล คนที่ไม่ตั้งใจก็เป็นได้แค่หน้าที่ในความทรงจำในห้วงชีวิตหนึ่งเท่านั้น ดังนั้นบทบาทของทหารที่มีต่อสังคม ต่อชาติ จึงหลีกหนีไม่พ้นต่อการต้องเอาเลือดเนื้อทาแผ่นดินตามหน้าที่ สมมุติหากชาติมีภัยสูงสุด ทุกองค์กรในชาติต้องออกมาร่วมรบถ้วนทั่วทุกตัวคน ทุกคนทุกองค์กรก็จะมีภาพลักษณ์ไม่ต่างไปจากทหารหรือกองทัพเท่าไรนัก มีค่าเท่ากันทั้งสิ้น ดังนั้นสิ่งที่กำลังจะบอกคือ ทหารหรือกองทัพมักตีค่าตนเองตีค่าองค์กรตนเองสูงกว่าผู้อื่นองค์กรอื่นอยู่เสมอ และมันกลายเป็นวิถีแนวคิดที่ถูกปลูกฝังกันมานานหนักหนาแล้ว ประกอบกับที่อาชีพทหารนี้ มียศ มีศักดิ์ จึงทำให้อาชีพนี้ดูเหมือนจะสูงค่ากว่าอาชีพอื่นในวิถีความเชื่อแบบไทยๆ ทั้งๆที่ในยุคนี้สมัยนี้ การปกครองระบอบนี้ ทุกคนไม่ว่าอาชีพอะไร ล้วนเท่าเทียมมีสิทธิเสมอภาคกันตามกฏหมาย แต่ในทางเป็นจริงนั้น มันเป็นอย่างนั้นหรือเปล่าล่ะ แต่ในที่อื่นๆในโลกนี้น่ะ เขาเป็น อย่างนั้นกันแยะทีเดียว แล้วเขาก็รุ่งเรืองก้าวหน้าไปพร้อมๆกันทุกองคาพายพของชาติด้วยซ้ำ ไม่ลุ่มๆดอน ถอยหน้าถอยหลังลงคลองอย่างเรา ***


**** กองทัพกำลังสูญเสียศรัทธาจากประชาชนทั้งมวลทีละน้อย ทีละน้อย กองทัพกำลังถูกจับตามองจากสังคมด้วยความกังขาในแทบทุกสิ่งที่กองทัพทำ นี่คืออาการเริ่มแรกที่บ่งบอกว่าสังคมไทยเริ่มระแวงและไม่ไว้ใจกองทัพเหมือนอดีตต่อไปอีกแล้ว ต่อจากนี้ไป ทุกย่างก้าวของกองทัพจะต้องเจออุปสรรคที่ไม่น่าจะบังเกิดนานับประการ เพราะงานของกองทัพนั้น ในเบื้องลึกๆ บางเรื่องที่มีผลต่อความมั่นคง กองทัพจะไม่สามารถบอกกับประชาชนได้หมดทุกเรื่อง เพราะบางเรื่องเป็นเรื่องลับ บางเรื่องซับซ้อนและจะมีผลต่อความมั่นคงและความสงบของบ้านเมืองหากเผยแพร่หรือแถลงต่อสังคม สิ่งเหล่านี้นั้นคือดาบสองคมที่ผู้ที่ไม่อยู่ในแวดวงของงานอย่างนี้ไม่เคยเข้าใจ และใช้จุดนี้ทิ่มแทงองค์กรนี้ตลอดมาทั้งอย่างสร้างสรรค์และไม่สร้างสรรค์บนความไม่แตกฉานของระบบความมั่นคงของชาติ ดังนั้นความไว้เนื้อเชื่อใจ ความศรัทธาของมหาชนที่มีต่อกองทัพ มันจึงเป็นสิ่งสำคัญของกองทัพที่จะต้องแก้ไขเพื่อรักษาให้อยู่ในระดับที่ดี เพราะในบั้นปลายแล้วนั้น สิ่งเหล่านี้มันมีผลต่อความดำรงอยู่และความเป็นไปของกองทัพในทุกย่างก้าว ธรรมชาติของสังคมแบบไทยๆนี้นั้น เมื่อมีความระแวงต่อกันเกิดขึ้น สิ่งที่จะตามมาคือ ความไม่ไว้ใจความไม่เชื่อถือ ความหวาดผวา และถ้ามันเกิดต่อเนื่องและมากระดับขึ้นเรื่อยๆ การต่อต้านลึกๆจะเกิดขึ้น และสุดท้ายจะบานปลายกลายเป็นรูปแบบของการต่อสู้กับอำนาจที่เหนือกว่าเพื่อปลดพันธนาการความหวาดระแวงในวิถีความคิด หรือที่คอมมิวนิสต์นำมาเป็นกลยุทธ์อันโด่งดังในยุคสมัยหนึ่งซึ่งคำจำกัดความของพวกเขาเรียกว่า "ปลดแอก" ****


*****และหากการณ์เป็นไปอย่างนั้น จุดเปลี่ยนที่สำคัญของสังคมและของชาติมันจะเริ่มขึ้น และอาจหักเหไปในรูปแบบที่เราอาจคาดไม่ถึง ซึ่งมันก็เป็นไปตามหลักสูตรทางทหาที่เกี่ยวกับการรักษาความมั่นคงของฟากตะวันตกที่เคยมีการ ศึกษากันมายาวนานแล้วว่า " เมื่อกองทัพตกต่ำลง อ่อนแอลง และสั่นคลอนมากขึ้น สังคมจะแตกแยก วิถีสังคมจะแปลกแยก และทุกสิ่งในชาติจะพากันสั่นคลอนและจะค่อยๆเสื่อมถอย บ้านเมืองหรือคันทรีจะระส่ำระส่าย และในห้วงสุดท้าย ความเปลี่ยนแปลงแบบบูรณาการจะบังเกิด และการปฎิรูปอย่างแท้จริงจากมหาชนด้วยพลังของสังคมจะเริ่มขึ้น " ลองหลับตานึกภาพตามสิ อะไรจะเกิดขึ้นกับบ้านเมืองของเราถ้าการณ์มันเป็นไปอย่างนั้น ทุกวันนี้ที่เราอยู่กันได้มาตลอด ผ่านจุดเริ่มและจุดที่วิกฤตมาได้ตลอดมานั้น เพราะเราคนไทยมีสิ่งยึดเหนี่ยวที่เหมือนๆกันทุกสังคมและทุกถ้วนทั่วทุกตัวคน จึงทำให้ทุกสิ่งย้อนกลับไปแก้ไขได้ก่อนที่จะถึงจุดสุดท้าย แต่หากวันใดเราไม่มีสิ่งที่เราคนไทยยึดเหนี่ยวล่ะ เราจะกลับไปแก้ไขแบบอดีตเพื่อหลีกเลี่ยงจุดสุดท้ายของยุคสมัยได้หรือไม่ ทฤษฎีและรีเสริชของพวกฝรั่งจึงใช้ไม่ได้กับเราในทุกบริบท เพราะประเทศเรามีความต่างที่ไม่เหมือนชาติใดในโลกก็ตรงนี้แหล่ะ ประเทศเราจึงยังไม่เป็นหนึ่งในตัวอย่างรีเสริชทฤษฎีของประเทศที่สังคมล่มสลายเพราะกองทัพตกต่ำ เมื่อเป็นอย่างนี้แล้ว วันนี้และตลอดไป พวกเราคนไทยไม่ว่าอาชีพอะไรและอยู่ส่วนไหนของสังคม ก่อนทำอะไร เราควรคิดถึงบ้านเมืองให้มากๆเข้าไว้ คิดถึงสังคมให้มากๆเข้าไว้ และคิดถึงความตรากตรำและพระวิริยะอุตสาหะของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและทุกพระบรมวงศ์ ที่ทรงทำให้ชาติและคนไทยทั้งมวลให้มากๆเข้าไว้ จำไว้เถิดว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และพระบรมวงศ์ในพระราชวงศ์จักรีทุกพระองค์ ทรงอยู่เหนือความเข้าใจของทุกทฤษฎีของนักวิจัยฝรั่งทั้งหลาย ไม่มีคนชาติไหนจะรู้ดีไปกว่าคนไทยทุกคนหรอกว่า เรื่องอย่างนี้คืออะไร และเราคนไทยวางหัวใจของชาติไว้สูงเพียงไหน *****


เงินของชาติ    บาทสลึง      พึงรู้ไว้
อมเข้าไป        ไฟจะเผา     เท่าโทษา
บาปนรก          ตกถึงโคตร   โหดทันตา
เป็นสัญญา       คราถือสัตย์    ปฐพี


น้ำพิพัฒน์     สัตยา    คราถือศักดิ์
จะปกปัก      รักแผ่นดิน    ถิ่นอาศัย
อีกจงรัก       ภักดิ์จักรี      พลีเพื่อไทย
จำได้ไหม     ในครั้งซึ่ง     มึงถือพล


สาบานธง   ตรงพระพักตร์   จักรีศูรย์
จักเทิดทูน   พูลสนอง         ครองยศศา
อย่างสัตย์ซื่อ   ถือถูกต้อง    คลองธรรมา
สัจวาจา       คราที่เริ่ม        เฉลิมพล






Free TextEditor







 

Create Date : 20 ตุลาคม 2550    
Last Update : 16 ธันวาคม 2552 16:11:50 น.
Counter : 221 Pageviews.  


Westpoint
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 4 คน [?]




* ทหารต้องมีวินัย วินัยเป็นเครื่องมือที่ใช้ควบคุมกองทัพ ทหารในกองทัพคือผู้ถืออาวุธของแผ่นดิน คำสั่ง สำหรับทหารนั้นคือสิ่งสำคัญที่เราไม่อาจละเลยได้ หากทหารทุกคนในทัพเอาความคิดของตนเป็นที่ตั้ง โดยไม่นำพาต่อวินัยในการเป็นผู้ถืออาวุธของชาติ ไม่ว่าตัวเล็กตัวน้อย อาวุธเล็กอาวุธน้อย กองทัพจะเป็นกองโจร ในการมีการใช้ในการถือครองอาวุธของแผ่นดินด้วยหน้าที่นั้น วินัยล้วนเป็นหลักทั้งสิ้น ในสังคมทหาร ในกรมกองทหาร ไม่มีคำว่าประชาธิปไตย ไม่มีการออกสิทธิออกเสียง ไม่มีโหวต ทุกสิ่งขึ้นอยู่กับคำสั่งของผู้บังคับบัญชา การวางปืนแล้วหันหลังออกจากแนวไป ไม่สนใจไม่ปฎิบัติตามคำสั่งของผู้บังคับบัญชามิว่าด้วยเหตุผลใดไม่ว่าในสนามรบหรือในที่ตั้ง นั่นคือการหนีทัพ ในสนามรบนั้นหากทำอย่างนี้ ถูกยิงเป้าทันที หากทำนอกสนามรบ นั่นคือการละทิ้งหน้าที่ มีโทษไม่น้อยเหมือนกัน มีทหารอีกมากมายนักในกองทัพที่ไม่ได้เห็นด้วยกับผู้บังคับบัญชาไปทุกเรื่อง แต่ทำได้แค่คิดเท่านั้น เราไม่มีสิทธิโต้แย้งใดๆในคำสั่ง สิ่งเดียวที่ทำได้สำหรับระดับปฎิบัติคือ เมื่อเราเห็นว่าเป็นคำสั่งที่ผิด เป็นคำสั่งที่ผิดศีลธรรมจรรยาของทหารแห่งชาติที่ดี ไม่ว่าด้วยแง่มุมใดๆ เรายังคงต้องปฎิบัติไปตามคำสั่งนั้น เราอาจทำให้ไม่สำเร็จ ทำได้แค่นี้เท่านั้น เราทำแล้ว แต่ทำไม่สำเร็จ นี่เป็นทางออกเดียวเท่านั้นของระดับผู้ปฎิบัติหรือระดับสั่งการในสนามเล็กๆ รูปการณ์อย่างนี้มิใช่ว่ามิเคยมี ตัวอย่างมีให้ดูมาแล้วจากในอดีต เรามิได้ผิดวินัย แต่เราทำตามความรู้สึกผิดชอบชั่วดีในเบื้องลึกในจิตใจเท่านั้น นี่เป็นคำตอบที่ว่า ทำไมทหารค่อนกองทัพ ถึงต้องทำอย่างที่ประชาชนทุกคนเห็นตามคำสั่งของผู้บังคับบัญชา ในรร.ทหารในระดับเริ่มต้น ก้าวย่างแรกของการเป็นทหาร ทุกคนในกองทัพจะต้องถูกหล่อหลอมเรื่องวินัยอย่างสุดขั้ว รร.ทหารที่ไหนๆในโลกก็ทำอย่างนี้กันทั้งนั้น เพราะทุกคนในโลกรู้กันดีว่า ผู้ที่จะจบออกไป จะเป็นผู้ที่ต้องถืออาวุธของชาติ และจะต้องใช้อาวุธในมือไปตามหน้าที่ และวินัยที่ รร.ทหารเฝ้าหลอมให้ทหารทุกคนนั่นก็คือ วินัยในการมีหน้าที่ ส่วนการจะถือจะใช้อาวุธในมือของตนตามหน้าที่และคำสั่งนั้น มันขึ้นอยู่กับจิตสำนึกเฉพาะตนในความเป็นชาติ และความเป็นคนไทยเท่านั้น *นี่เป็นสิ่งเดียวที่จะมีอำนาจเหนือกว่า หน้าที่ในทางเป็นจริงของทหาร *
Friends' blogs
[Add Westpoint's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.