..ถ้าจักตายก็ขอตายในหน้าที่ ถ้าจักพลีก็ขอพลีแด่เหนือหัว ถ้าจักอยู่ก็ขออยู่เพื่อครอบครัว ถ้าจักชั่วก็ขอชั่วแก่ไพรี..
Group Blog
 
All Blogs
 

ความจริงที่เจ็บปวดของคนเป็นทหาร

- แม่ครับ พ่อไปไหน เมื่อไรพ่อจะมา ?
- ลูกพ่อ ไปดีนะลูก พ่อภูมิใจที่ลูกตายเพื่อชาติ
- ลูกแม่ หลับให้สบายนะ แม่ดีใจ ที่มีลูกชายอย่างลูก
- หากพี่ต้องตายดูแลลูกให้ดีกองทัพจะดูแลเธอกับลูกตลอดไป
- พี่จ๋า พี่ไม่ไปไม่ได้หรือ ลูกเรายังเล็กนะ
- ผมทนได้ หากความพิการของผมจะทำให้คนอีกมากไม่ตาย
- แม่ครับ หากกลับมาเที่ยวนี้ ผมจะบวชให้แม่ครับ
- พ่อครับ ผมฝากหลานด้วย ผมต้องไปใต้ครับ
- โตขึ้น ผมจะเป็นทหารเหมือนพ่อ
- แม่คะ ทำไมคนพวกนั้นเขาต้องฆ่าพ่อด้วย

*คำถาม คำพูด ประโยคเหล่านี้ เกือบค่อนชีวิตของผมตั้งแต่เล็กแต่น้อย ล้วนได้ฟังได้ยินมาจนชาชิน จากความไม่เข้าใจอย่างลึกซึ้งเมื่อวัยเด็ก จนก้าวสู่ความสงสัยในวัยรุ่น ล่วงสู่การค้นหาในความหมายเมื่อเราได้มาเป็นทหารเมื่อเราเป็นผู้ใหญ่ การมีชีวิตอยู่ในรั้วในค่ายทหารตั้งแต่เด็ก สิ่งที่หลีกหนีไม่พ้นคือแนวคิดความนิยมในความหมายของคำว่าทหารของชาติ การได้พบ ได้รู้ ได้เห็นในหลายๆสิ่งที่คนนอกรั้วค่ายทหารไม่เคยได้รับรู้หรือได้เห็น การพลีชีพในสนามรบของเพื่อนพ่อ การพลีชีพในหน้าที่ของพ่อเพื่อน การพลีชีพเพื่อชาติของลูกศิทย์ ลูกน้อง เพื่อน คนรู้จัก เหล่านี้ล้วนแต่ทำให้เราเข้มแข็งขึ้น มันมิได้ทำให้เรารู้สึกหวาดกลัวเลยแม้แต่น้อย มันเป็นเรื่องแปลกที่ผมเองนั้นมักจะทนดูศพผู้เคราะห์ร้ายจากอุบัติเหตุตามท้องถ นนไม่ได้ รวมทั้งสภาพผู้ที่บาดเจ็บจากอุบัติเหตุ ไม่อยากมอง มองแล้วรู้สึกกลัวมากๆ แต่สำหรับ ศพเพื่อนทหารที่นำลงมาจาก ฮ. หรือที่ รพ. หรือที่ฐานที่มั่น ไม่ว่าจะเละจนไม่มีชิ้นดี ขาดครึ่งตัว ใบหน้าหายไปทั้งแถบ แขนขาขาดรุ่งริ่งบางที่ไส้พองออกมาจุกบาดแผล ผมกลับไม่มีความรู้สึกกลัว อีกทั้งยังสามารถพลิกดู จับต้อง และพินิจพิจารณาอย่างละเอียด โดยไม่รู้สึกหวาดหวั่นหรือรังเกียจใดๆในใจเลยแม้แต่น้อย มันเป็นสิ่งที่ผมเองก็ไม่เข้าใจมาจนทุกวันนี้ว่าเป็นเพราะอะไร ทุกครั้งที่ได้เห็นได้รับรู้ได้สัมผัสเรื่องพวกนี้ ความคิดแรกที่ปรากฎในหัวเสมอคือ *พลาดซะแล้วมึงเอ๋ย แล้วนี่ต่อไปพ่อแม่พี่น้องลูกเมียมึงจะทำยังไงล่ะเนี่ย* ความคิดนี้จะเกิดก่อนทุกครั้งที่ประสบเรื่องอย่างนี้*

**คิดแล้วมันก็ให ้ปวดหัวใจนักหากใครไม่เป็นคนในครอบครัวทหารหรือเป็นทหารคงไม่รู้สึกถึงอารมณ์นี ้มากนัก ความรู้สึกของทหารนั้น ทหารเราเป็นเหมือนครอบครัวเดียวกันทั้งประเทศ ใครเจ็บ ใครตาย ใครพิการ เราย่อมรู้สึกร่วมไปกับพวกเขา เพราะเราเป็นเหมือนคนในครอบครัวเดียวกัน เรารู้สึก เราคิด เราสัมผัสถึงความหมายและนัยได้ลึกซึ้งกว่าคนทั่วๆไปที่เป็นพลเรือน ไม่ว่าทหารที่ประสบชะตากรรมนั้น เป็นแค่ พลทหารหรือฐานะต่ำกว่าเราแค่ไหน ความรู้สึกตรงนี้ของพวกเราทั้งหมดเท่าเทียมกัน สิ่งที่ผมอาจจะคิดไม่เหมือนใครมาจนทุกวันนี้ จากการถูกสั่งสอนอบรมมา จากผู้ใหญ่ที่เป็นแบบอย่างแห่งวิชาชีพที่เราเคารพนับถือ หรือจากโรงเรียนที่หล่อหลอมเรามา หรือจากความรู้สึกส่วนตัวคือ **หนึ่งชีวิต ไม่ว่านายหรือบ่าวหากต้องตายเพื่อชาติก็คือ หนึ่งชาติพลี**

**วันนี้ที่เขียนถึงเรื่องนี้เพราะ ต้องไปงานศพลูกศิทย์คนหนึ่งที่ผมสอนมากับมือในวิชาฆ่าคนแท้ๆ ถึงแม้มันจะเป็นทหารตัวเล็กๆยศแค่ สิบเอก แต่มันก็ทำหน้าที่ของตัวเองได้อย่างสมศักดิ์ศรี สมฐานะคนไทยมากกว่าไอ้ชาติหมาหลายๆคนที่เป็นใหญ่เป็นโตอยู่ในบ้านเมืองมากนัก หนึ่งชาติพลีของมันนี้ อาจเป็นเรื่องเล็กๆ ไม่เป็นข่าวใหญ่โตเหมือนดาราออกลูกหรือเลิกกัน แต่นั่นไม่สำคัญเท่ากับเกิดมาแล้วต้องตายทั้งที ต่อให้มึงรวยล้นฟ้ามีเงินเป็นแสนล้าน มึงก็ไม่มีสิทธิ์ได้ธงไตรรงค์มาคลุมร่างเหมือนลูกศิทย์กูคนนี้ ยิ่งนึกยิ่งเจ็บปวดและแค้นใจนัก ไม่อยากเขียนอะไรมากไปกว่านี้ งานในสนามรบเป็นหน้าที่ของทหาร หากตราบใดยังเอาตำรวจมาเกี่ยวข้องในหลายเรื่องของงานสนับสนุน จะต้องมีทหารอีกมากที่จะต้องตายอย่างนี้ **

**แล้ววันนี้ผมก็คงต้องได้ยินได้ฟังประโยคแบบข้างบนอีกครั้งหนึ่งแน่ ๆ อย่างไรก็ตาม ชีวิตของทหารก็เป็นเพียงแค่ใบไม้ที่หลุดร่วงลงทับถมพื้นดินที่ลำต้นอาศัยปักตรึงตระหง่านอยู่ตามกาลเวลา ร้อยใบพันใบหมื่นใบแสนใบล้านใบ ที่หลุดร่วงมาทับถมกันใบแล้วใบเล่า ล้วนแล้วแต่เป็นรากฐานให้ลำต้นยังคงตั้งอยู่ได้ตลอดไป แม้กาลเวลาจะผ่านไปนานแสนนาน ก็ยังจะมีใบไม้ใหม่ๆงอกงามออกมาทำหน้าที่ให้ลำต้นตลอดไป**










 

Create Date : 17 เมษายน 2549    
Last Update : 16 ธันวาคม 2552 16:01:45 น.
Counter : 269 Pageviews.  


Westpoint
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 4 คน [?]




* ทหารต้องมีวินัย วินัยเป็นเครื่องมือที่ใช้ควบคุมกองทัพ ทหารในกองทัพคือผู้ถืออาวุธของแผ่นดิน คำสั่ง สำหรับทหารนั้นคือสิ่งสำคัญที่เราไม่อาจละเลยได้ หากทหารทุกคนในทัพเอาความคิดของตนเป็นที่ตั้ง โดยไม่นำพาต่อวินัยในการเป็นผู้ถืออาวุธของชาติ ไม่ว่าตัวเล็กตัวน้อย อาวุธเล็กอาวุธน้อย กองทัพจะเป็นกองโจร ในการมีการใช้ในการถือครองอาวุธของแผ่นดินด้วยหน้าที่นั้น วินัยล้วนเป็นหลักทั้งสิ้น ในสังคมทหาร ในกรมกองทหาร ไม่มีคำว่าประชาธิปไตย ไม่มีการออกสิทธิออกเสียง ไม่มีโหวต ทุกสิ่งขึ้นอยู่กับคำสั่งของผู้บังคับบัญชา การวางปืนแล้วหันหลังออกจากแนวไป ไม่สนใจไม่ปฎิบัติตามคำสั่งของผู้บังคับบัญชามิว่าด้วยเหตุผลใดไม่ว่าในสนามรบหรือในที่ตั้ง นั่นคือการหนีทัพ ในสนามรบนั้นหากทำอย่างนี้ ถูกยิงเป้าทันที หากทำนอกสนามรบ นั่นคือการละทิ้งหน้าที่ มีโทษไม่น้อยเหมือนกัน มีทหารอีกมากมายนักในกองทัพที่ไม่ได้เห็นด้วยกับผู้บังคับบัญชาไปทุกเรื่อง แต่ทำได้แค่คิดเท่านั้น เราไม่มีสิทธิโต้แย้งใดๆในคำสั่ง สิ่งเดียวที่ทำได้สำหรับระดับปฎิบัติคือ เมื่อเราเห็นว่าเป็นคำสั่งที่ผิด เป็นคำสั่งที่ผิดศีลธรรมจรรยาของทหารแห่งชาติที่ดี ไม่ว่าด้วยแง่มุมใดๆ เรายังคงต้องปฎิบัติไปตามคำสั่งนั้น เราอาจทำให้ไม่สำเร็จ ทำได้แค่นี้เท่านั้น เราทำแล้ว แต่ทำไม่สำเร็จ นี่เป็นทางออกเดียวเท่านั้นของระดับผู้ปฎิบัติหรือระดับสั่งการในสนามเล็กๆ รูปการณ์อย่างนี้มิใช่ว่ามิเคยมี ตัวอย่างมีให้ดูมาแล้วจากในอดีต เรามิได้ผิดวินัย แต่เราทำตามความรู้สึกผิดชอบชั่วดีในเบื้องลึกในจิตใจเท่านั้น นี่เป็นคำตอบที่ว่า ทำไมทหารค่อนกองทัพ ถึงต้องทำอย่างที่ประชาชนทุกคนเห็นตามคำสั่งของผู้บังคับบัญชา ในรร.ทหารในระดับเริ่มต้น ก้าวย่างแรกของการเป็นทหาร ทุกคนในกองทัพจะต้องถูกหล่อหลอมเรื่องวินัยอย่างสุดขั้ว รร.ทหารที่ไหนๆในโลกก็ทำอย่างนี้กันทั้งนั้น เพราะทุกคนในโลกรู้กันดีว่า ผู้ที่จะจบออกไป จะเป็นผู้ที่ต้องถืออาวุธของชาติ และจะต้องใช้อาวุธในมือไปตามหน้าที่ และวินัยที่ รร.ทหารเฝ้าหลอมให้ทหารทุกคนนั่นก็คือ วินัยในการมีหน้าที่ ส่วนการจะถือจะใช้อาวุธในมือของตนตามหน้าที่และคำสั่งนั้น มันขึ้นอยู่กับจิตสำนึกเฉพาะตนในความเป็นชาติ และความเป็นคนไทยเท่านั้น *นี่เป็นสิ่งเดียวที่จะมีอำนาจเหนือกว่า หน้าที่ในทางเป็นจริงของทหาร *
Friends' blogs
[Add Westpoint's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.