..ถ้าจักตายก็ขอตายในหน้าที่ ถ้าจักพลีก็ขอพลีแด่เหนือหัว ถ้าจักอยู่ก็ขออยู่เพื่อครอบครัว ถ้าจักชั่วก็ขอชั่วแก่ไพรี..
Group Blog
 
All Blogs
 
* จุดสูงข่มทางทหารใน๓จชต.*

* เชื่อว่า คงมีนายทหาร นายตำรวจ ที่ทำหน้าที่บังคับบัญชาลูกน้องอยู่ใน ๓จชต.ต้องเข้ามาอ่านบ้าง  ก่อนอื่น ผมขอกล่าวว่า สิ่งที่ผมเขียนต่อไปนี้ มิได้เจตนาจะลบหลู่ใคร หน่วยงานใด หรือมิได้เจตนาจะอวดรู้ อวดเก่งกว่าใคร มิบังอาจไปพร่ำสอน หรือเตือนใครใคร ขอให้คิดซะว่า ข้อเขียนนี้ ผมเขียนจาก *
 - สิ่งที่ผมรู้สึก สิ่งที่เฝ้าจับตามองและสังเกตุมาโดยตลอด
- สิ่งที่ชอบศึกษา และฝึกฝนอยู่ตลอดเวลาคนเดียวแบบเงียบๆ
- สิ่งที่เป็นความทรงจำในอดีต สิ่งที่เคยพบเห็น และเคยประสบมา
- สิ่งที่เคยค้นคว้า อ่านพบ ทดสอบ และทดลองทั้งจากอดีตและปัจจุบัน รวมทั้งจากที่ร่ำเรียนมา


** เริ่มเลยนะ **
* จากกรณีสถิติการปะทะ จกร. การถูก จกร.ซุ่มโจมตี ในรอบปีสองปีที่ผ่านมา มีใครเห็นเหมือนผมว่า ร้อยละ๙๐ ที่เราต้องสูญเสียกำลังพล ส่วนใหญ่อุปสรรคใการแปรขบวนรบแบบฉับพลันของเรา
อันดับหนึ่งคือ สภาพภูมิประเทศ ทัศนวิสัย ณ จุดคิลลิ่งโซน  อันดับสองคือ สภาพการณ์หรือสถานะในขณะก่อนถูกโจมตี  อันดับสามคือ การรั่วไหลของข่าวสาร รวมทั้งแบบการปฎิบัติที่ซ้ำซากจำเจ *
๑. สภาพภูมิประเทศ ทัศนะวิสัย ณ จุดคิลลิ่งโซน 
- ข้อนี้นะ ผมอยากให้ผู้ออกทำหน้าที่ทุกคนในระดับ ผบ.ร้อย ผบ.มว. หรือแม้นแต่หัวหน้าชุด ไม่ว่าคุณจะเป็นทหารราบ ทหารม้า ทหารปืนใหญ่ นาวิกฯ หรือแม้นแต่ตำรวจ จะเป็นรบพิเศษ หรือรบปกติก็แล้วแต่ ขอให้ทุกคนรู้ไว้ว่า * เมื่อใดที่เรา ละเลย หล่ะหลวม อ่อนล้า หรือแม้นกระทั่งประมาท  เราจะไม่ตายคนเดียว แต่เราอาจทำให้ผู้ใต้บัญชาต้องตายด้วย * สิ่งสำคัญที่สุดของคนเป็นนาย ในขณะออกทำหน้าที่คืออะไร ผมไม่ขอกล่าวถึงทุกคนคงรู้ดีอยู่แก่ใจอยู่แล้ว เมื่อเรียนมาแล้ว ฝึกมาแล้วในรูปแบบทางทหาร ฝึกมาเป็นผู้นำหน่วยขนาดเล็ก ทุกลมหายใจที่ชีวิตผู้ใต้บัญชาอยู่ในมือเราในขณะอยู่ในสนาม เราต้องแอคทีพตลอดเวลา เพราะเราคือผู้นำของพวกเขา เรียนมาแล้วนี่นะ เรื่องลีดเดอร์ชิฟ หากไม่ใช่ ตท.ก็มีเรียนในหลักสูตรชั้นนายร้อยเช่นกัน


๑.๑ สภาพภูมิประเทศที่เราออกทำการขณะนั้น เราต้องศึกษา มองมันทั้งในแผนที่ ทั้งภาพจริง ทั้งพื้นที่จริง ให้แตกฉานทุกเส้นหญ้า มองบ่อยๆ ดูนานๆ ดูให้รู้ว่าตรงไหนดีตรงไหนร้าย เพราะเราคือผู้สั่งการในการยุทธ ทุกช่องของแผนที่ในมือเมื่อเรามองดู เราต้องนึกภาพจริงออกในเสี้ยววินาที ดู พท.ฮันท์ มัวร์ในศึกหุบเขาลาตรังสิ เค้าทำแบบนี้มาก่อน ถึงบัญชาการรบได้แบบทุกมิติ แก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้แบบไม่ติดขัดแบบฉับพลัน


๑.๒ อย่าละเลยรายละเอียดแม้นเพียงเล็กน้อยทางกายภาพในทุกสภาพภูมิศาสตร์สนาม อย่าลืมนึกไว้ตลอดเวลาว่า เรามีปืน มันก็มีปืน ต่างกันตรงใครเห็นใครก่อน ใครยิงใครก่อน เท่านั้น * บางครั้ง เมื่อเราต้องผ่าน ***จุดสูงข่ม***  *** จุดเสี่ยงสูง ***  ***จุดอับทึบ***   ทั้ง๓จุดนี้ฆ่ากองทหารทั่วโลกมาแล้วนักต่อนัก ระวังไว้ให้จงหนัก ถ้าเป็นผม ผมไม่เคยเสียดายลูกปืน ยิงก่อน ยิงสุ่ม ยิงกวาดก่อน  อย่าเสียดายลูกปืน เดี๋ยวเสร็จงานถึงฐานแล้วค่อยไปเบิกมาใหม่ก็ได้ถ้าตายซะก่อนจะไม่มีโอกาสเบิกอีก คิดซะว่ามันคือการทำลายโอกาสข้าศึกในการเล็งปืนใส่เรา ขู่มันลมๆแล้งว่า -อย่านะมึง กูระวังตัวอยู่-  ท่านโทอี่ยวในศึกแม่จริม ก็ทำแบบนี้เช่นกันมาแล้วในอดีตเมื่อต้องนำพลผ่านจุดที่มีลักษณะอย่างที่กล่าว*  และที่เราต้องเสีย นายตำรวจรบพิเศษจากสามพรานทั้ง๒นายนั้น ปัจจัยหลักก็มาจาก *จุดสูงข่ม* อย่างนี้แหล่ะ  ในทางกลับกัน ถ้าผมเป็นฝ่ายซุ่ม ผมก็ต้องพาพลไปหาจุดลักษณะทั้ง๓แบบที่กล่าวนี่ล่ะในการซุ่มทำบอดี้เค้าท์  การรบกันก็ต้องเดาใจกันเป็นเรื่องธรรมดา  เดาแบบประเมินเชิงประมวล ไม่ใช่เดาแบบสุ่มเรื่อยเปื่อย ง่ายๆก่อนนอนทุกคืน คุณลองนึกเล่นๆสิ ถ้าเราเป็นมัน เราจะทำยังไงกับกอง ลว.  ผมวาดภาพจินตนาการการรบในใจแบบนี้บ่อยๆทุกคืนก่อนนอนเมื่อ๒๐กว่าปีมาแล้ว  พ่อแม่ลูกเมียไม่ต้องคิดถึง เสียเวลาคิดเปล่าๆถ้าเรารอดกลับไปหาพวกเค้าไม่ได้ จริงไหม


๑.๓ ในยามปกติ นอกจากเราจะต้องดัดแปลงฐานที่มั่นให้มั่นคงแล้ว ถ้าเราต้องออก ลว.นอกฐาน เราควรดัดแปลงภูมิประเทศที่น่าจะเป็นอันตราย หรือเป็นจุดเสี่ยงกับพวกเราให้หมด หรือให้เหลือน้อยที่สุด ถ้าหมดก็ไม่เสี่ยง ถ้าเหลือน้อย ก็เสี่ยงน้อย  ก็เลือกกันเอาเองก็แล้วกันขึ้นอยู่กับความขยัน  ผมเคยพาพลไปถางป่าโค่นไม้๒ข้างทางที่มันทึบๆบ่อยๆ  เคยลงไปมุดดูตามใต้สะพานบ่อยๆ บางทีก็วางกับล่อไว้ วางแล้วต้องจำให้ได้นะ เวลาได้ยินเสียงจะได้มาถูกที่ จุดสูงข่ม จุดข่ม บางที่ ก็วางบ่อย ถ้าเราไม่มีปัญญาดัดแปลง ก็ต้องเล่นแบบนี้แหล่ะ ในการสงครามจริงๆ ไม่มีสุภาพบุรุษหรอก ฆ่าข้าศึกมันด้วยวิธีไหนได้ ก็ทำทั้งนั้น หากชาวบ้านเดินมาโดนเข้า ก็ต้องทำใจ ใส่บาตรให้ทีหลัง ชาวบ้านปกติที่ดีๆใครจะมาเดินดุ่มๆในที่แบบนี้ โดนซะคนนึง อีกหน่อยจะไม่มีใครกล้าเดินมาส่งเดชอีก ที่จะมีมาเดิน ก็พวกมันทั้งนั้น ทิ้งความเป็นสุภาพบุรุษคาเดทกองไว้ที่รั้วโรงเรียนก่อน นี่สนามรบจริง ความเป็นสุภาพบุรุษเท่ๆ มันช่วยให้เราไม่ตายไม่ได้ ความรู้+ประสบการณ์+ลางสังหรณ์ เท่านั้นที่จะช่วยให้เรารอดกลับไปสอนคนอื่นต่อได้  และในสุดท้ายมันก็จะส่งผลในชัยชนะของประเทศด้วยในมวลรวม


๒.สภาพการณ์หรือสถานะในขณะก่อนถูกโจมตี 
- ข้อนี้เท่าที่ผมรวบรวมข่าวสารย้อนหลังลงไป๒ปีเศษ ส่วนใหญ่เกือบร้อยเปอร์เซนต์พบได้ว่า เกือบทุกครั้งที่เราต้องสูญเสียกำลังพล เรามักอยู่ในสถานะเคลื่อนพล รองลงมาคือ อยู่ในสถานะรอเผชิญเหตุ สิ่งที่ผมรู้สึกสะท้อนใจมากๆคือ เราค่อนข้างละเลยในความปลอดภัยในรูปแบบทางทหาร ผบ.ร้อย ผบ.มว. หน.ชุด ส่วนใหญ่ชอบปฎิบัติรวมควบ๒สถานะคือ เคลื่อนพล+ลว.  อ่านมาถึงตรงนี้อย่าโกรธผมนะ ถ้าผมจะด่าหรือเหน็บแนมสอดแทรกบ้าง ขอให้คิดซะว่าผมติเพื่อก่อ ด่าเพื่อให้คิด เหน็บเพื่อให้ประโยชน์กับพวกคุณ เพราะยังไงๆใจผมก็อยู่ข้างพวกคุณไม่เคยคิดเป็นอื่นอยู่แล้ว  เขียนภาษาวัยรุ่นคือ กูรักมึงน่ะ ถึงด่ามึงไง กลับมาที่จุดอ่อนที่ชอบละเลยกันต่อนะ การเคลื่อนพล+ลว. คุณย้อนกลับไปคิดถึงตอนคุณเป็นนักเรียนทหารซิ เค้าสอนคุณมายังไงเรื่องการเคลื่อนพล เรื่องการ ลว. มันเรื่องเดียวกันไหม แบบปฎิบัติมันเหมือนกันไหม วิธีการและมาตรฐานความปลอดภัยมันอันเดียวกันไหม คิดซิ ให้เวลาคิด๓๐วิ แล้วค่อยอ่านต่อ


- เอาล่ะ คงคิดออกแล้วนะ แล้วคุณลองดูซิว่าที่ชอบนิยมทำกันจนมันแทบจะกลายเป็นหลักนิยมไปแล้วอยู่ตอนนี้น่ะ ไม่กลัวตายกันเลยใช่ไหม การ ลว.ทางทหารด้วยวิธีการต่างๆนั้น มันมีรูปแบบของมันอยู่แล้วแบบกว้างๆ  ส่วนการเคลื่อนพลนั้น มันก็มีรูปแบบตั้งมากมาย ทั้งแบบปกติและแบบการรบ พวกคุณเก่งชิบหายเลยที่เอาทั้งสองกรณีมาควบรวมแล้วทำมันพร้อมๆกันในเวลาเดียวกัน  นี่ไงถึงตายกันแบบเป็นระยะๆตลอดสองปีที่ผ่านมา ต่อไปจะเขียนแบบลูกทุ่งเผื่อพลเรือนที่ไม่รู้เรื่องการทหารจะได้อ่านเข้าใจ  เมื่อเรายกพล๑มว. ขึ้นรถกระบะ นายนั่งหน้า ลูกน้องนั่งหลัง อาวุธครบมือ เซฟบ้างไม่เซฟบ้างตามวินัยสนามรบแต่ละคน ภารกิจคือ ลว. ตรวจตราเส้นทาง คุ้มครองเส้นทางและพื้นที่คมนาคม นี่คือสถานะของเราก่อนถูกบอดี้เค้าท์


 **หลักของการ ลว.ทางทหารเขียนแบบลูกทุ่งง่ายๆคือ  ชุด ลว.ต้องพร้อมตอบโต้หรือโจมตีข้าศึกในฉับพลันที่ตรวจพบ หรือแม้นแต่เมื่อเป็นฝ่ายถูกโจมตีก็ต้องแปรขบวนรบเพื่อตอบโต้ได้ในฉับพลัน ** สภาพนี้พวกคุณจะแปรขบวนรบแบบฉับพลันได้ยังไง ผมยังนึกภาพไม่ออก ด้วยสภาพยานพาหนะ ด้วยสภาพจุดสูงข่ม ด้วยสถาพจุดเสียเปรียบทางยุทธวิธี ใน๓๐วิแรกถ้าไม่ตายหมด ก็ต้องมีตายไป๑ใน๓  ยังไม่ต้องคิดถึงการสั่งลูกน้องเข้าสู่ยุทธวิธีมาตรฐานหรอก  ๓๐วินาทีแรกของการถูกโจมตี เป็นการเสี่ยงวาสนาล้วนๆ  นี่เป็นการจำลองสถานการณ์แบบถูกซุ่มด้วยปืนนะ ถ้าถูกซุ่มด้วยระเบิดจะสาหัสกว่านี้นับร้อยนับพันเท่า ภายใน๓๐วินาทีแรก มันคือการเอาชีวิตรอดล้วนๆ ถ้าหัวหน้าไม่ตายก่อน ต้องมีคนสั่งการยุทธใน๓๐วิต่อมา นั่นคือการสั่งแปรขบวนรบ คุณเห็นกันไหมว่า เราเต็มใจ และจงใจที่จะตกอยู่ในสภาพแบบนี้ด้วยตัวเราเองทั้งนั้น ทุกครั้งที่มีเรื่องแบบนี้ จกร.จะเผ่นไปก่อนที่กำลังเสริมจะมาแทบทุกครั้ง โดยที่ทหารที่อยู่ในที่ปะทะ แทบจะทำอะไรมันไม่ได้เลย ตอบโต้แลกเลือดไม่ได้เลยนอกจากจะยิงปะทะเชิงป้องกันตัวและหาที่มั่นบุคคลเพื่อรอกำลังเสริมมาช่วยเท่านั้น เป็นกันแบบนี้ทุกครั้งไม่ว่าจะรบพิเศษหรือรบปกติ แม้นแต่ทหารพรานก็ตกอยู่ในสภาพแบบนี้มาแล้วนับครั้งไม่ถ้วนในรอบ๒ปีที่ผ่านมา  ครั้งล่าสุดที่ต้องเสียนายตำรวจพลร่มนี่ก็เช่นกัน แบบนี้เลย  จะต้องตายกันอีกเท่าไร เราถึงจะเปลี่ยนยุทธวิธีในการ ลว.ด้วยยานพาหนะ**


- เดินครับพี่น้อง เดินด้วยตีนเท่านั้นเสี่ยงน้อยสุด  และยังสามารถแปรขบวนรบเพื่อตอบโต้ได้ในเวลาที่น้อยกว่า๑๐วิด้วยซ้ำ เราสามารถลดเวลาเสี่ยงวาสนาได้น้อยลงไปถึง๒๐วิในกรณีถูกซุ่มทั้งด้วยระเบิดและปืน ชุด ลว.สามารถแปรขบวนเพื่อเข้าสู่ยุทธวิธีทหารราบมาตรฐานได้แทบจะในทันทีที่เสียงปืนของ จกร.ดังขึ้นนัดแรก ลองนึกภาพตามสิ  กว่าคุณจะเปิดประตูรถ กว่าลูกน้องคุณจะโดดลงจากหลังกระบะ กว่าจะหมอบ กว่าจะหาเป้าหมายแล้วยิงสวน ที่ตาย ที่บาดเจ็บ มีแล้ว เกิดแล้ว๑ใน๓ หรือบางทีเกือบครึ่ง   แต่ถ้าคุณพาพลเดินเท้า ลว. เปรี้ยงแรกมา ทุกคนหมอบลงโดยสัญชาตญาณอยู่แล้ว กลิ้งตัวหาที่มั่นบุคลเข้าสู่ยุทธวิธีมาตรฐานเพื่อตอบโต้ได้ในทันทีและฉับพลัน คุณแทบจะไม่ต้องสั่งการเลยด้วยซ้ำ เสี่ยงวาสนาแค่เพียงอึดใจ จากตกเป็นเป้าแบบโดดๆ พริบตาเดียวทุกคนในชุดเหลือเป็นเป้าเล็กที่แบนราบและพร้อมสู้ในทันที   ในทางเป็นจริงนั้นการลว.ด้วยการเดินนั้น โอกาสที่คุณจะตรวจพบสิ่งผิดปกติได้ก่อนนั้นมีมากทีเดียว การระมัดระวังทำได้ง่ายกว่ามาก การตรวจการณ์ด้วยสายตาของกำลังพลทั้งชุดนั้น ช่วยกันดูได้อย่างละเอียดและถี่ถ้วนได้ง่ายกว่าการ ลว.ด้วยยานพาหนะ ดังนั้นการที่ผู้นำจะพาหน่วยไปตกวงซุ่มนั้น ถ้าเก๋าจริง แอคทีฟจริง เป็นไปได้น้อยกว่าการ ลว.ด้วยยานพาหนะมากๆ  อันนี้นั้นฝากระดับ น.ยุทธการช่วยพิจารณาด้วย คุณหาวิธีร่างแผนยุทธการ ลว.ใหม่เถิด ทำยังไงที่จะขจัดจุดด้อยของการลว.ทางเท้าได้เหมาะสมกับภารกิจ เช่น ระยะทาง การจัดพล เวลา จุดนัดพบ ทำยังไงข้อจำกัดตรงนี้จึงจะหมดไปและคุ้มค่าทางยุทธการ อันนี้นั้นคนที่เป็นเสธ.คงคิดออกและมีวิธีการลดความสูญเสียและความเสี่ยงให้กับหน่วยตัวเอง ถ้าผมเป็น น.ยุทธการที่นั่นนะ ผมเสนอแผนกับคอมแมนด์ให้สั่งเดินเท้าหมดแหล่ะ แบ่งออกเป็นหลายๆชุด เดินสวนกันเป็นใยแมงมุมทั้งพื้นที่ตลอด๒๔ชม. มีฐานลอยเป็นระยะๆให้ชุด ลว.คลายเครียดและได้พัก มียานเกราะติดอาวุธหนักเคลื่อนที่เร็วเป็นชุดเสริมหรือกำลังสนับสนุนประจำอยู่ฐานลอยทุกฐาน   ผลัดชุดกันออกลว. ผลัดชุดกันเป็นหน่วยสนับสนุนสลับกันไปตามวงรอบ  เอามั้ยล่ะ ให้เดินแม่งทั้งวันเสร็จงานช้าหน่อยแต่ไม่ตาย  กับให้เอารถกระบะออกเสร็จงานเร็วแต่อาจตายได้ง่ายๆทุกเมื่อ   เอาอันไหน
 
  
๓.การรั่วไหลของข่าวสาร รวมทั้งแบบการปฎิบัติที่ซ้ำซากจำเจ
- ข้อนี้เขียนเป็นร้อยๆรอบในหลายๆที่  การรั่วไหลของข่าวสารมีหลายลักษณะ แต่โดยมากมักเกิดจากรั่วจากกำลังพลเป็นหลัก รองลงมาเป็นเอกสาร ต่อมาเป็นการรั่วจากการสื่อสาร เรื่องพวกนี้ไม่ต้องพูดไม่ต้องเขียนกันมาก เพราะมันแก้ไขกันได้ถ้าอยากจะแก้ไข่หรือมีความตั้งใจจะแก้ไข  ในระดับล่างๆก็แค่สั่งลูกน้องอย่าขี้โม้กับสาว อย่าคุยโว อย่าเบ่ง อย่าน้ำลายแตกฟองกับพลเรือน ในระดับสูงกว่านี้ก็แค่ปฎิบัติตามมาตรการการรักษาความปลอดภัยของข้อมูลข่าวสารให้เคร่งครัด อย่าโง่พูดให้ข่าวแบบไม่คิด อย่าละเลยเรื่องบุคคลากร ส่วนในระดับสูง ก็แค่ต้องแยกแยะให้ออกว่าอันไหนควรพูดอันไหนไม่ควรพูด ไม่ใช่ออกทีวีพูดไปเรื่อย ไมค์จ่อปากเมื่อไรพุดทำเท่ห์ตลอด ให้รู้ไว้บ้างว่าผู้ปฎิบัตระดับล่างลงไปเค้าจะได้ยากจากการพูดไม่คิดของคนระดับบริหารจัดการ  แต่ทั้งหลายทั้งปวงของเรื่องนี้นั้น โดยรวมๆแล้วมันขึ้นอยู่กับสำนึกของคน บางครั้งให้ข่าวแล้วดูเหมือนเท่ แต่จริงๆแล้วมันดูสเล่อมากๆและดูวินัยเลวในสายตาของทหารทั้งทัพก็มีอยู่บ่อยๆ


- ต่อไปเป็นเรื่องสำคัญที่คนระดับหัวหน้ามักจะเพิกเฉยหลือละเลย นั่นคือการสั่งการปฎิบัติแบบซ้ำๆซากๆ จำเจทุกเมื่อเชื่อวันจนข้าศึกมันจับทางได้ วันว.เวลาน. สำหรับการปฎิบัติที่ไม่เน้นตรงเวลา มันไม่จำเป็นนักที่จะต้องทำตาม รปจ.เป๊ะๆๆๆ ประยุกต์ ปรับปรุง หลีกเลี่ยง ๓สิ่งนี้คนระดับสั่งการควรจำให้มั่น อย่าซ้ำซาก เปลี่ยนมั่ง สลับมั่ง อย่าคิดง่ายทำง่ายเข้าว่าจนเคยตัวหรือเคยชิน ตำแหน่งหน้าที่ยิ่งสูง ยิ่งต้องขอให้รู้และมีสำนึกไว้เสมอด้วยว่า ทุกคำสั่งที่ออกจากเรา มีหลายสิบหลายร้อยชีวิตเค้าต้องเสี่ยงเพื่อการนั้น  เพราะฉนั้น อย่าขี้เกียจ อย่ามักง่าย ถ้าไม่อยากมีบาปกรรมจากความขี้เกียจของตัวเองติดตัว คิดก่อนสั่ง พิจารณาก่อนเซนต์ เป็นคุณสมบัติที่ดีของคนระดับสั่งการ  เรื่องนี้คงไม่ต้องขยายความมาก เพราะสามัญสำนึกของทหารทุกคนต้องรู้อยู่แล้วว่าเรากำลังเผชิญหน้ากับอะไร และอย่างไร  จำไว้ว่า การเป็นวีรบุรุษแท้ๆ ควรจะมีชีวิตอยู่  ไม่ใช่ต้องตายเสมอไป  ไม่มีสุภาพบุรุษในสนามรบ ในสนามรบมีแต่ปีศาจสงครามทั้งนั้น ปีศาจที่ทำทุกอย่างเพื่อฆ่า เพื่อทำลาย เพื่อข่มขวัญ ชิงไหวชิงพริบ ชิงความได้เปรียบในการฆ่าในการทำลายล้างเพื่อผลประโยชน์ของฝ่ายตน เด็กๆที่จบมาใหม่ๆ คุณต้องตีความหมายคำว่า *การเข้าสู่สนามรบ*ให้ถูกต้องตามจริงด้วยตัวของคุณเอง  อย่าประมาท อย่าละเลย อย่าดูเบากับข้าศึก ๓สิ่งนี้จะทำให้คุณเป็นวีระบุรุษในขณะที่ยังมีลมหายใจ     











Create Date : 17 กรกฎาคม 2552
Last Update : 16 ธันวาคม 2552 20:59:31 น. 3 comments
Counter : 1721 Pageviews.

 
จะกลับมาอ่านบทเรียนดี ๆ อีกครั้ง แต่คราวหน้าขอตัวหนังสือสีดำพื้นขาวน่ะครับ พยายามตั้งใจอ่าน แต่ ดูไม่ค่อยออก คนเริ่มมีอายุกระมัง

ขอบคุณสำหรับบทเรียน


โดย: น้ำเค็ม วันที่: 17 กรกฎาคม 2552 เวลา:20:04:46 น.  

 
ตัวอักษรมันเล็กมั๊กๆ คราวหลังขอตัวโตๆหน่อยค่ะ มานปวดลูกกาตาอะค่ะ


โดย: ปู๊ดปี๊ด (POODPEED.. ) วันที่: 18 กรกฎาคม 2552 เวลา:22:00:05 น.  

 
ขอบคุณครับอาแดง RIP.


โดย: อนิวัฒน์ IP: 49.230.143.206 วันที่: 13 กรกฎาคม 2557 เวลา:14:01:25 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

Westpoint
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 5 คน [?]




* ทหารต้องมีวินัย วินัยเป็นเครื่องมือที่ใช้ควบคุมกองทัพ ทหารในกองทัพคือผู้ถืออาวุธของแผ่นดิน คำสั่ง สำหรับทหารนั้นคือสิ่งสำคัญที่เราไม่อาจละเลยได้ หากทหารทุกคนในทัพเอาความคิดของตนเป็นที่ตั้ง โดยไม่นำพาต่อวินัยในการเป็นผู้ถืออาวุธของชาติ ไม่ว่าตัวเล็กตัวน้อย อาวุธเล็กอาวุธน้อย กองทัพจะเป็นกองโจร ในการมีการใช้ในการถือครองอาวุธของแผ่นดินด้วยหน้าที่นั้น วินัยล้วนเป็นหลักทั้งสิ้น ในสังคมทหาร ในกรมกองทหาร ไม่มีคำว่าประชาธิปไตย ไม่มีการออกสิทธิออกเสียง ไม่มีโหวต ทุกสิ่งขึ้นอยู่กับคำสั่งของผู้บังคับบัญชา การวางปืนแล้วหันหลังออกจากแนวไป ไม่สนใจไม่ปฎิบัติตามคำสั่งของผู้บังคับบัญชามิว่าด้วยเหตุผลใดไม่ว่าในสนามรบหรือในที่ตั้ง นั่นคือการหนีทัพ ในสนามรบนั้นหากทำอย่างนี้ ถูกยิงเป้าทันที หากทำนอกสนามรบ นั่นคือการละทิ้งหน้าที่ มีโทษไม่น้อยเหมือนกัน มีทหารอีกมากมายนักในกองทัพที่ไม่ได้เห็นด้วยกับผู้บังคับบัญชาไปทุกเรื่อง แต่ทำได้แค่คิดเท่านั้น เราไม่มีสิทธิโต้แย้งใดๆในคำสั่ง สิ่งเดียวที่ทำได้สำหรับระดับปฎิบัติคือ เมื่อเราเห็นว่าเป็นคำสั่งที่ผิด เป็นคำสั่งที่ผิดศีลธรรมจรรยาของทหารแห่งชาติที่ดี ไม่ว่าด้วยแง่มุมใดๆ เรายังคงต้องปฎิบัติไปตามคำสั่งนั้น เราอาจทำให้ไม่สำเร็จ ทำได้แค่นี้เท่านั้น เราทำแล้ว แต่ทำไม่สำเร็จ นี่เป็นทางออกเดียวเท่านั้นของระดับผู้ปฎิบัติหรือระดับสั่งการในสนามเล็กๆ รูปการณ์อย่างนี้มิใช่ว่ามิเคยมี ตัวอย่างมีให้ดูมาแล้วจากในอดีต เรามิได้ผิดวินัย แต่เราทำตามความรู้สึกผิดชอบชั่วดีในเบื้องลึกในจิตใจเท่านั้น นี่เป็นคำตอบที่ว่า ทำไมทหารค่อนกองทัพ ถึงต้องทำอย่างที่ประชาชนทุกคนเห็นตามคำสั่งของผู้บังคับบัญชา ในรร.ทหารในระดับเริ่มต้น ก้าวย่างแรกของการเป็นทหาร ทุกคนในกองทัพจะต้องถูกหล่อหลอมเรื่องวินัยอย่างสุดขั้ว รร.ทหารที่ไหนๆในโลกก็ทำอย่างนี้กันทั้งนั้น เพราะทุกคนในโลกรู้กันดีว่า ผู้ที่จะจบออกไป จะเป็นผู้ที่ต้องถืออาวุธของชาติ และจะต้องใช้อาวุธในมือไปตามหน้าที่ และวินัยที่ รร.ทหารเฝ้าหลอมให้ทหารทุกคนนั่นก็คือ วินัยในการมีหน้าที่ ส่วนการจะถือจะใช้อาวุธในมือของตนตามหน้าที่และคำสั่งนั้น มันขึ้นอยู่กับจิตสำนึกเฉพาะตนในความเป็นชาติ และความเป็นคนไทยเท่านั้น *นี่เป็นสิ่งเดียวที่จะมีอำนาจเหนือกว่า หน้าที่ในทางเป็นจริงของทหาร *
Friends' blogs
[Add Westpoint's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.