Group Blog
 
All blogs
 
อ่านไดอารี่ แล้วอยากเขียนไดอารี่ (งานหนังสือ รอบแถม)

เรื่องที่ไม่มีใครอยากรู้ แต่(Gu)อยากเขียน

วันนี้ตื่นแต่หัววัน เดินทางไปมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ เพื่ออบรมหลักสูตรแปลบทหนังเพื่อทำบทบรรยาย หรือหลักสูตรแปลซับหนังนั่นเอง วันนี้เป็นเป็นวันสุดท้าย ปิดคอร์ส

เรียนไปง่วงไป ตั้งแต่ 9 โมงเช้า ถึง 4 โมงเย็น ตอนแรกตั้งใจว่าขากลับจะไปงานหนังสืออีกซักรอบ แต่พอถึงเวลาเลิก 4 โมงเย็น ฝนตกรุนแรงเหมือนเช่นสองสามวันก่อน ทั้งๆ ที่ตอนเที่ยงแดดร้อนอย่างกับอะไรดี ช่วงนี้เหมือนท้องฟ้าอัดอั้นอะไรมานาน บ่ายแก่ๆ ถึงเย็นทีไร ฝนตกหนักหน่วง ฟ้าร้องลั่นแทบทุกวัน

สภาพอากาศไม่ค่อยเป็นใจ เลยตัดสินใจกลับบ้านดีกว่า เลยเดินฝ่าฝนออกมานั่งรถเมล์กลับบ้าน แต่ทั้งๆที่ตัดสินใจไปแล้ว และกำลังนั่งรถเมล์กลับบ้านอยู่ ก็ยังคิดอยากจะไปงานหนังสืออยู่ดี เพราะได้ยินมาหลายเสียงว่าปีนี้ถึงจะเป็นวันเสาร์อาทิตย์ แต่ว่าคนน้อยมาก เดินสบาย ไม่เหมือนปีอื่น นั่งคิดไปเรื่อย ว่าเอาไงดีวะกู กลับบ้านหรือไปงานหนังสือ จนสุดท้ายถึงป้ายที่จะลง – สวนจตุจักร คิดเสร็จพอดี และเสือกคิดได้ว่ายังไม่อยากกลับบ้าน ไปงานหนังสือดีกว่า ทั้งๆ ที่ถ้าไปตั้งแต่แรกจาก มธ. ก็ไม่ไกลมาก และทั้งๆ ที่จากจตุจักร ก็เดินทางอีกไม่เกิน 10 นาที ถึงบ้าน แต่ด้วยความดันทุรัง เลยนั่งรถไฟฟ้าใต้ดินย้อนกลับไปศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์

พอไปถึง ลงจากรถไฟฟ้า เห็นฝูงชนที่สวนไปขึ้นรถ รวมถึงพวกที่รอซื้อตั๋วอยู่หน้าทางเข้า เรียกได้ว่าเยอะเป็นหนอน นึกๆ อยู่ว่าหรือเค้าย้ายมารับเช็ค 2 พันบาทกันในสถานีรถใต้ดิน พอเดินขึ้นไปถึงงานก็ยังเห็นคนไหลมาเรื่อยๆ แอบนึกในใจ ว่าเพื่อนทั้งหลายที่บอกว่าคนโล่งนี่มุสากันหรือไร เป้าหมายแรกในงานคือบูท Bliss เพื่อหาหนังสือ “คลื่นถี่ความเหงา” ไปถึงบูท เดินหาอยู่ซักพัก หาไม่เจอ เลยถามน้องคนขาย ได้คำตอบว่า “หมดแล้วค่ะ” โอ้ว ชิทหายกัน เป้าหมายหลักๆ เล่มเดียวของวันนี้ หมดซะง้าน ก็เลยจำใจเดินรอบๆ ดูไปเรื่อยๆ เดินจนทั่วแพลนนารี่ฮอลล์ ได้หนังสือมา 1 เล่มถ้วน เป็นหนังสือเก่าที่เห็นมานานแล้ว และคราวนี้บูทสามสีเอามาลดราคา ชื่อว่า รักปักใจ โอ้ใครช่วยฉันที หนังสือถามตอบขำๆ ของพี่ดี้ นิติพงษ์ ห่อนาค แห่งวงเฉลียง

เสร็จสิ้นจากแพลนนารี่ฮอลล์ เดินออกมาเจอะบูท a book ที่ยังไม่ได้แวะไปเยี่ยมชมซักรอบ ทั้งๆ ที่มางานก่อนนี้แล้ว 2 รอบ และรอบนี้ก็ยังคงเป็นเช่นเคย คนล้นทะลักเหมือนดารามาแจกลายเซ็น ไอ้เราไม่มีแรงพอจะไปเบียดสู้ด้วย ก็ต้องยอมลี้แต่โดยดี สรุป งานหนังสือครั้งนี้ไม่ได้ซื้อหนังสือจาก a book ซักเล่ม อันที่จริงคือไม่ได้เห็นเลยด้วยซ้ำ

เลยไปถึงโซน C เดินงงๆ ได้มาอีก 2 เล่ม – ชีวิตสำมะหาอันใด ของคุณเรวัตร พันธุ์พิพัฒน์ จากบูทคมบาง เรื่องนี้ได้ยินชื่อมานานแล้วแต่ยังไม่มีโอกาสอ่านเองจริงๆ ซักที แล้วไหนๆ ก็เจอแล้ว ก็เลยจัดซะ ส่วนอีกเล่ม ย่องเบาเข้าญี่ปุ่น ของคุณโตมร ศุขปรีชา จากบูท Open ตอนแรกนึกว่าปีนี้จะไมได้หนังสืออะไรจาก Open ซะแล้ว แต่ไปๆมาๆเหลือบไปเห็นชื่อคุณโตมรบนหนังสือ ซึ่งก็ไม่ต้องคิดไรมากอยู่แล้วกับนักเขียนท่านนี้ เลยจัดไปอีกเล่ม

เดินต่อจนทั่วทุกโซน ไม่ได้อะไรเพิ่มเติม กลับบ้านด้วยอารมณ์ว่า ทำไมเดินรอบงานหนังสือมันใช้เวลาน้อยจัง ตอนแรกกะจะกลับมืดๆ ไปๆมาๆ ออกมาตั้งแต่ฟ้ายังสว่างอยู่เลย แต่ก็เดินทั่วแล้ว ช่วยไม่ได้ กลับก็กลับ

ขากลับไปขึ้นรถไฟฟ้า ยังคงแขยงคนเป็นหนอนตรงหน้าที่ขายตั๋วก่อนทางเข้า เลยเลือกที่จะซื้อแบบที่เค้าเอามาขายแยก เหมือนช่องทางลัด แต่จะมีปลายทางแค่ไม่กี่สถานี เช่น สุขุมวิท พระราม 9 ลาดพร้าว พหลโยธิน ฯลฯ ซึ่งในจำนวนนั้น ไม่มีสถานีสวนจตุจักรที่ตั้งใจจะไปลง แต่ก็ว่า เอาเหอะวะ ยอมไปพหลฯ ลงเซ็นทรัล เดินซักแปป แล้วค่อยเดินไปขึ้นรถฝั่งวิภาวดีก็ได้ เลยต่อแถวซื้อตั๋วพหลโยธินมา แล้วพอลงบันไดเลื่อนไป ไปถึงที่ซื้อตั๋วปกติตรงทางเข้า แม่เจ้า คนหายไปไหนหมดวะ พวกที่ออๆ กันเหมือนมารับเช็ค หายหมดเกลี้ยงเลย เหลือต่อแถวอยู่ 2-3 คน แม่งน้อยกว่าแถวที่กูต่อไปซื้อตั๋วพหลโยธินอีก -*- มาเข้าใจคำว่า timing อย่างลึกซึ้งก็วันนี้ เวลาต่างกันซัก ชม. นึง จำนวนคนต่างกันซัก 50 เท่าได้

ยืนๆเดินๆอ่านหนังสือ Open Diary ของคุณวรพจน์ พันธุ์พงศ์ ตั้งแต่ก่อนขึ้นรถไฟฟ้า จนขึ้นรถไฟฟ้า จนลง จนเดินไปถึงเซ็นทรัล นึกในใจ ให้กูอ่านหนังสือเล่มนี้ตั้งแต่ต้นจนจบพร้อมกับเดินรอบสนามบอลไปเรื่อยๆ ยังได้เลย หนังสือเค้าก็ไม่ได้มีอะไรมากมายนะ แต่วางไม่ลงจริงๆ เคยเป็นแบบนี้มารอบนึงแล้วกับหนังสือ อย่างน้อยที่สุด บทสัมภาษณ์คุณเป็นเอก รัตนเรือง โดยคุณวรพจน์ พันธุ์พงศ์ เจ้าเดิม

ไปถึงเซ็นทรัล นึกอยู่นานว่าฉันมาทำอะไรที่นี่ ปกติเดินเซ็นทรัลก็ไปอยู่ไม่กี่ที่ ร้านหนังสือ ร้านการ์ตูน แล้วก็ B2S แล้วซึ่งหนังสือก็พึ่งไปงานหนังสือมาตั้งหลายรอบ การ์ตูนก็พึ่งสอยมา 3 เล่มตอนพักเที่ยง แผ่นเพลงกับ DVD ก็ยังไม่มีอะไรน่าสนใจออกมาใหม่ สรุปเดินเข้าเซ็นทรัลทางประตูใกล้ๆ BONITO แล้วเดินออกทางประตู McDonald จำเริญจริงๆ

หลังจากนั้นก็เดินไปข้ามถนน ขึ้นรถเมล์ ต่อมอไซค์ เข้าบ้าน อาบน้ำ เขียนบลอก จวบจนปัจจุบันนี้

วันนี้พร่ำเพ้ออะไรไปเรื่อย ยาวโขอยู่ ถ้าใครหลงมาอ่านก็ขออภัยในความยาวไว้ด้วย ไม่รู้นึกอะไรถึงร่ายมาได้ขนาดนี้ สงสัยเพราะอ่านไดอารี่เจ๋งๆมา เลยอยากจะเขียนไดอารี่กับเขาบ้างกระมัง

ถ้าอ่านมาถึงนี่ได้ก็แปลว่าสู้คนพอสมควรนะครับนี่

ขอบคุณที่พยายามอ่านจนจบครับ

ปล. Entry นี้ไม่รู้ว่าควรจะเอาไว้กลุ่มย่อยจิปาถะหรือหนังสือ ดี ถ้าไม่ตรงกลุ่มย่อยยังไงขออภัยด้วยครับ


Create Date : 05 เมษายน 2552
Last Update : 5 เมษายน 2552 23:01:39 น. 7 comments
Counter : 200 Pageviews.

 
อ่านแล้วก็ขำๆ เขียนได้สนุกดีนะคะ ว่าแต่ได้ไปงานตั้งสามรอบ น่าอิจฉาจริงๆเลย


โดย: หมูย้อมสี วันที่: 6 เมษายน 2552 เวลา:12:00:24 น.  

 
ย่องเบาเข้าญี่ปุ่นดีมากกก ขอบอก
เรื่องคลื่นถี่ความเหงานี่คนอ่านกันเยอะแฮะ ดีเหรอคะ


โดย: readinglover วันที่: 7 เมษายน 2552 เวลา:10:41:52 น.  

 
สนุกดีค่ะ

อ่านเพลินดีนะคะ

เหมือนได้อ่านเรื่องส่วนตัวของคนๆ หนึ่ง


โดย: สาวไกด์ใจซื่อ วันที่: 8 เมษายน 2552 เวลา:17:51:30 น.  

 
เล่มนี้เพิ่งซื้อมาจากงานหนังสือ
รอคิวอ่านอยู่เลยล่ะค่ะ


โดย: fonkoon วันที่: 11 เมษายน 2552 เวลา:10:52:41 น.  

 
^
^
อ้าวเขียนคอนเม้นต์ผิดบล็อก ขอโทษทีค่ะ แหะๆ

คลี่นถี่ความเหงาขายดีมากเลยเหรอ
ก็มันดีจริงๆ นะ เราชอบมากๆ เลยนะเล่มนั้น

ป.ล. ยังไงขอบคุณที่อุดหนุนหนังสือไต้ฝุ่นด้วยค่า


โดย: fonkoon วันที่: 11 เมษายน 2552 เวลา:10:54:48 น.  

 
สวัสดีอีกรอบค่ะ

อ่า..ถ้าชอบแนวๆ นี้ก็ลองหามาอ่านดูแล้วกันค่ะ

อ่านแล้วรู้สึกยังไงก็ไปคุยกันนะคะ


โดย: สาวไกด์ใจซื่อ วันที่: 16 เมษายน 2552 เวลา:13:05:53 น.  

 
ตอนแรกอ่านบล็อก ฉันมีความสุข
รอฟังเพลงแต่ฟังไม่ได้ซักที
สายตาเหลือบมาเห็นคำว่าไดอารี่
เลยแว้บมาอ่าน อ่านจนจบ
แต่ไม่ได้เป็นประเภทสู้คนหรอกนะคะ
แค่ชอบอ่านและเขียนไดอารี่แค่นั้นเอง

บล็อกนี้ทำให้เรารู้แล้วว่า
การเขียนไดอารี่ออนไลน์กับไดอารี่จริงๆน่ะต่างกันตรงไหน
ตรงที่ไดอารี่ออนไลน์ของเรามักมีตอนจบ
บางทีมีบทสรุป บางทีมีข้อคิดเผื่อคนอ่านด้วย
แต่ไดอารี่จริงๆ เราเขียนค้างๆ คาๆ ไว้ประจำ
ข้อคิดที่เขียนมักจะเป็นคำด่าเพื่อเตือนสติตัวเองมากกว่าอย่างอื่น
55


^^


โดย: I am just fine^^ IP: 58.8.130.240 วันที่: 29 พฤษภาคม 2552 เวลา:10:15:05 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

วูบ วูบ
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add วูบ วูบ's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.