ดีกว่าจากไปเพราะเราเกลียดกัน
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add ดีกว่าจากไปเพราะเราเกลียดกัน's blog to your web]
Links
 

 

กินเล่น+ขนมญี่ปุ่น



  รวบรวมขนมที่ได้ลองชิมตอนอยู่ญีปุ่น
ซื้อจากร้านสะดวกซื้อ คอนบินิ เซเว่นฯ แฟมฯ ลอว์สัน และซุปเปอร์มาเก็ตทั่วไป
บางอย่างเป็นร้านเฉพาะจะใส่พิกัดไว้จ้า
.
.
.

แก๊งคิทแคท
เป็นขนมฝากจากญี่ปุ่นยอดฮิตเลย ดังมาก มีหลายรส เราก็ซื้อกินแบบให้รู้เฉยๆ รสหวานๆเหมือนคิทแคทที่ขายที่ไทยนั่นแหละ แค่มีกลิ่นแตกต่าง -_- ขนาดขนมมันเล็กมากนะเออ ขนาดแค่นิ้วโป้งเราเอง กินหวานๆมันๆ แก้เซ็ง เพลินดีเหมือนกัน (ถึงได้กลิ้งกลับไทย)
1. คิทแคทชาเขียว 2. คิทแคทรสชอกโกแลต 3. คิทแคทรสชีสเค้ก(ซื้อตอนไปคาวางูชิโกะ)



ขนมไทยากิ
พิกัด: ทางออกนากาโนะ บรอดเวย์
อร่อยยยยย ชอบรสไส้ครีมชีสกับถั่วแดงมากกกกกก กินตอนร้อนๆในวันที่อากาศหนาวๆ โคตรรรร ฟินนนน แนะนำมากๆ (ร้านนี้มีขนมอย่างอื่นขายด้วยนะ ตามรูปเลย เราเคยชิมทาโกะยากิ ก็ใช้ได้นะ)



ข้าวโพดรสคาราเมล กาแฟลุงหนวด มันฝรั่งแท่งรสดั้งเดิมกับขนมชูครีม ทุกอย่างนี้ยกเว้นชูครีมรสชาติเฉยๆมาก 555+ ชูครีม ไส้เยอะ ไม่หวานมาก นัว หอม อืมมมม คิดถึงจัง



ขนมเจลลี่ส้ม
เนื้อส้มของแท้ หวานๆเปรี้ยวๆ แต่เราคิดว่าแบบแกะเปลือกกินสดบ้านเราอร่อยกว่าอ่ะ 



ซาลาเปาพิซซ่าชีส (7-11)
อันนี้ลองชิมตามพี่ม้าฯ ในสภาพที่นิ่มๆเพราะชื้นจากไอ(ของมันเอง) กินแล้วชีสไม่ตู้มตามที่ม้าบอก ฮือๆ ครั้งเดียวจบกับซาลาเปาพิซซ่าชีส



ขนมคลุกชอกโกแลตสอดไส้ชอกโกแลตมูส
ตามภาพเลย มีใส้ชอกโกแลตมูส กินเพลินๆ รสชาติธรรมดาๆ



Pudding
พุดดิ้ง ไม่หวานเหมือนที่ไทย(ทั่วไปในซุปเปอร์หรือร้านขนมอื่นๆน่ะนะ) นุ่มๆ แต่กินแล้วเฉยๆ ไม่ได้ประทับใจมาก 



Melty Kiss
อันนี้หลายคน(ในเนต)แนะนำให้กิน บอกว่าอร่อย ละลายในปาก อะไรงี้ เราก็จัดมาดิ อิอิ 
เป็นชอกโกแลตคลุกผงชอกโกแลตมีไส้เหมือนขนมตัวบนเลย กินแล้วเฉยๆ จบเลยตระกูล Melty Kiss



นำเสนอขนมญี่ปุ่นจำพวกไดฟุกุ/โมจิ เรียกไม่ถูก

ขนมแป้งไดฟุกุไส้สตรอวเบอร์รี่
ไส้สตรอวเบอร์รี่อย่างเปรี้ยว กินกับถั่วกวนหวานแล้วแปลกๆ 555 แต่แป้งไดฟุกุที่ญี่ปุ่นเขาดีจริงๆ นุ่มมาก เด้งมาก(เกือบติดคอ)



แท่นแท้นนนน
นำเสนอมากๆ 








ชูครีมคัดตาร์ดวิปครีม
กรี๊ด คิดถึง น้ำลายไหล อันนี้อร่อยนะ เป็นชูครีมที่วิปครีม อาจจะเลี่ยนเล็กน้อยแต่อร่อย


ขนมกระต่าย...
เราเรียกว่าขนมกระต่ายอ่ะ ซื้อกินบ่อยๆ มีหลายยี่ห้อเลย มีคัดตาร์ดมีครีมบางๆ แต่นี่แนะนำเลยแป้งนุ่มเด้ง ไม่รู้ทำไม ทั้งที่มันน่าจะเป็นขนมปังธรรมดา มีเสน่ห์จริงๆขนมญี่ปุ่น 




Lawson: 3อันนี้ซื้อกินบ่อยมากกกก ห๊อมหอม แป้งนุ่มเด้งสุดๆ ไส้ไม่หวานมากทุกอันเลย โดยเฉพาะอันที่มีไส้คัดตาร์ด(ล่างซ้าย)นะ โห แป้งเด้งมากอ้ะ ไส้ก็อร่อย แล้วที่เป็นโรลเค้กกลิ่นวานิลานะ อร่อย(ไม่รู้จะบรรยายยังไง 55) ครีมไม่หวานเลี่ยน ฟินอ่ะ ส่วนอันบนขวา แป้งไม่เด้งเท่า2อันที่ว่า แต่กินได้เรื่อยๆจ้า ปล.โรลเค้กมีรสชอกโกแลตด้วย ส่วนตัวเราชอบรสวานิลลามากกว่า หอมมมม



อันนี้รสชาติเฉยๆ


อันนี้เป็นมันฝรั่งราดชอกโกแลตรอยซ ซื้อตามเขาอีกนั่นแหละ เจอในซุปเปอร์ฯเลยจัดมา รสชาติธรรมดามากกก รู้สึกว่ามันไม่ค่อยจะเข้ากัน -_-



รวมๆขนมในซุปเปอร์ 





ขนมปังเมลอน มีขายทุกที่ในมินิมาร์ท คือ...มันแข็งอ่ะ



มาการองลอว์สัน เฉยๆอ่า


ขนมชีสเค้กร้าน PABLO สั่งแบบแรร์มา อิฉันกินคนเดียวแทบตาย เลี่ยนง่ะ ก็อร่อย แต่อร่อยกลางๆ งือๆ ตอนแม่มานางก็ซื้อ กินคนเดียว แต่นางชอบเลยไม่บ่น แถมกินคนเดียวหมดด้วย 555



ไดฟุกุ



ฮอตเค้กแป้งสำเร็จ มาทำเอง อร่อยน้า



แพนเค้ก แป้งกรอบมากกก กัดทีร่วงกราวๆเต็มเสื้อเลย



มิสเตอร์โดนัทญี่ปุ่น ลองชิม อร่อยดีนะ แป้งเนียนนุ่มกว่าที่ไทย มีรสชาติพิเศษเยอะกว่าด้วย ชอบชูโรสอ่า



ชูครีมรสซากุระ


เครปเค้กญี่ปุ่น ที่กาล่ายูซะวะ



ขนมไทยากิ



เครปเค้กญี่ปุ่นที่ฮาราจูกุ



ขนมอะไรนี่???





ช่วงพิเศษ 
ประกวด ชีสเค้ก ระหว่างเซเว่นฯ แฟมฯ และลอว์สัน เรียงลำดับตามความร่อย!

7-11


Family Mart


Lawson



ขนมของฝากจากคาวางูชิโกะ
พิกัด: ร้านขายของฝากทะเลสาบคาวางูชิโกะ
เป็นชอกโกแลตเคลือบเวเฟอร์ รสชาติอร่อยทั่วๆไป -_-



ลูกอมรสลาเวนเดอร์ หอมมากแนะนำเลย!







 

Create Date : 11 สิงหาคม 2558    
Last Update : 10 พฤศจิกายน 2560 11:39:48 น.
Counter : 198 Pageviews.  

ฟูจิซัง ครั้งที่2

SHINJUKU TO KAWAGUCHIKO
27.3.2015

BY
FUJI HIGHWAY BUS

หาฤกษ์ไปแก้แค้น(ตัวเอง)ที่ไปหาฟูจิซังโดยไม่เช็คพยากรณ์อากาศครั้งก่อน ครั้งนี้ท้องฟ้าแจ่มใส(ส่วนมากตอนอยู่ญี่ปุ่นจะเข้าเวป //www.accuweather.com/) เช็คแล้วเช็คอีกพระอาทิตย์กลมเหลือง เราต้องได้พบคุณฟูจิเป็นการส่วนตัว อิ อิ อิ 

คราวนี้เราไปจองตั๋วรถHighway-bus จากชินจูกุไปคาวางูชิโกะ ล่วงหน้าเพราะกลัวว่าอากาศดีคนจะไปเยอะ แล้วก็ตามคาด รถรอบเจ็ดโมงเต็ม ต้องขึ้นรอบ 8:40น. ทำให้เสียเวลาชิลไปอีกชม. แต่ไม่เป็นไร ยังไงก็จะไปอีก2รอบ เช็คเวลารถและแผนที่ ที่นี่ //highway-buses.jp/fuji/

ตอนแรกเราจดวิธีไปสนง.รถ Highway bus จากเพื่อนๆในพันทิป แต่หลงจ้า ไปโผล่ตรงท่ารถบัสไปสนามบิน เดินงงๆ เอ๋อๆ ถามจนท.ห้างก็ไม่รู้เรื่อง(หรือตรูไม่รู้เรื่องเอง?) สรุปคือไปหาอีกครั้งเจอทางใต้ดินเดินลอดถนนไปโผล่สนง.เอง สนง.อยู่ตรงข้ามสถานีเจอาร์ชินจูกุ ฝั่งประตู Central west gate(วงแดง) ดูจากแผนที่สถานี JR Shinjuku map  //www.jreast.co.jp/e/stations/e866.html (Edited for direction)



จะบอกว่ายังไงดี ตอนแรกลงจากชานชลาแล้วมองหาป้าย Central west gate ก่อน ป้ายจะชี้ให้เดินลงบันไดเหมือนมุดลงใต้ดิน สุดทางเดินขึ้นบันไดจะโผล่ตรงทางเข้าออก ขวามือคือรถไฟสาย Keio ซ้ายมือคือทางออกจากสถานีเจอาร์ ออกจากซ้ายมือนี่แหละ ตรงนั้นมีทางเข้าห้างกับร้านขายชอกโกแลตรอยซ์ เดินตรงไปจะเป็นทางเชื่อมลงใต้ดิน มุดถนนไปโผล่ฝั่งตรงข้าม จะมีบันไดทางขวามือ ให้เดินผ่านร้าน Burger King(อยู่ซ้ายมือ)ไปหน่อย แล้วเดินขึ้นบันไดจะโผล่สนง. Highway bus/ Edited for direction from //highway-buses.jp/images/access/map_01.gif 



ถ้าต้องการจองตั๋วล่วงหน้า เราต้องออกจากสนง.ชั้น1ไป ชั้น2 เดินออกไปทางท่ารถด้านนอกนิดเดียว ซ้ายมือมีประตู เปิดแล้วเดินขึ้นบันไดขวามือ จะได้เจอกับสนง.สำหรับจองตั๋วล่วงหน้า ได้ตั๋วนั่งไป-กลับมาก็อุ่นใจ กลับไปเตรียมตัวเที่ยว คาดหวังว่าอากาศแจ่มใส 100% 

วันที่ไป ก็ตามเดิม มุดทางใต้ดินชิลๆรอรถออก คนเยอะเลย รถบัสขับดี นุ่มนวล มีจอดรับคนเป็นระยะๆ จอดลงเวลาเป็นระยะๆด้วย สงสัยป้องกันคนขับง่วงนอน(มั้ง)


พอใกล้จะถึงคาวางูชิโกะ แบบว่าตื่นเต้นมากกกก ฟ้าใส และนั่น!
ฟูจิซางงงงงงงงงงงง



ฟูจิซังตั้งตระง่านรออยู่ ภาพล่างนี้ถ่ายจากบนรถบัสหน้าสวนสนุกฟูจิคิวแลนด์


แปะโป้งไว้ว่าถ้าได้มีโอกาสไปญี่ปุ่นอีก จะจองโรงแรมนี้นอนแล้วเที่ยวให้ครบทั้งทะเลสาบคาวางูชิโกะ ทะเลสาบไซโกะและสวนสนุกฟูจิคิวแลนด์

.

รถบัสจอดหน้าสถานีเจอาร์คาวางูชิโกะเลย วันนี้อากาศดี ฟ้าใสมว๊ากกก เห็นเลยว่าฟูจิซังอยู่หลังสถานีรถไฟนี่เอง 555+ (ครั้งแรกมืดฟ้ามัวดิน มองไม่เห็นอะไรทั้งน้านนนน)



ซื้อตั๋วรถนำเที่ยวแบบเหมาตามเคย วันนี้หมายมั่นว่าจะนั่งรถไปดูทะเลสาบไซโกะด้วย แต่ก่อนอื่นเราต้องไปแก้มือ
ทั่นแท๊นนนน ฟูจิซังแบบเต็มๆ รูปแรก(และต่อๆมา)





เนื่องจากเราไปวันธรรมดา(ไม่ใช่วันครอบครัวแห่งชาติ) คนก็เลย ไม่เยอะเท่าวันแรกที่มา อากาศก็ดีงาม นั่งมองฟูจิซังอย่างลึกซึ้ง ให้มันตรึงอยู่ในหัวใจไปจนกว่าจะได้ไปอีกครั้ง(พูดจริงนะ ประทับใจในความสวยงามของธรรมชาติมากๆ) 


เป็นธรรมชาติที่ถ่ายมุมไหนก็สวยจริงๆ ฟูจิซัง (เพ้อ)
ช่วงปลายมีนาคม ดอกซากุระที่คาวางูชิโกะยังไม่บาน กำลังตูมๆ เราคาดไว้เลยว่ามันจะบานช่วงสงกรานต์ตอนแม่มาพอดี ช่วงนั้นคงได้ถ่ายรูปฟูจิซังกับดอกไม้บ้าง ภาพล่างนี้เครื่องบินกำลังบานผ่านฟูจิซัง แอบนึกอิจฉาคนที่ได้ถ่ายภาพฟูจิซังจากบนเครื่อง(เพื่อนเราก็ถ่ายได้จากสายการบินไทย เป็นมุมที่สวยมากเหมือนกัน)





ตอนที่แหงนหน้ามองฟ้า ดูเครืองบินแล้วคิดถึงแม่กับพ่อ อยากให้ไปเห็นวิวสวยๆแบบนี้ด้วยกันจัง อีกครึ่งเดือนก็จะได้กลับบ้านแล้ว คงคิดถึงญี่ปุ่นแน่ๆ







เดินมารอรถนำเที่ยวไปลงทางเดินเลียบทะเลสาบ(ราวๆจุดที่ 17-18) เราไม่สนใจจะขึ้นกระเช้าไปหากระต่ายกับทานุกิ กลัวเวลาไม่พอเดินชิลกับวิวสวยๆ ระหว่างที่รอรถก็ถ่ายรูปงามๆ





ถ่ายภาพแบบพาโนราม่าบ้าง งามเงิบบบ



ถึงเวลารถมา ขึ้นรถไปลงจุดทางเดินเลียบทะเลสาบ จำได้ว่าตอนที่ลงเดินดูต้นสนตรงนี้ มีรถวัยรุ่นมาจอดติดไฟแดง เปิดหน้าต่างเปิดเพลงเสียงดัง(คืออาจจะดังสำหรับเขา และเบาถ้าเทียบกับบ้านเรา) อิฉันโดนผิวปากแซวจ้าาาา ตรงนั้นมีเราอยู่คนเดียว -_- เลยได้ข้อคิดที่ว่า ไม่ว่าจะคนชาติไหน ก็มีเกรียนด้วยกันทุกที แป่ว



ข้ามมาฝั่งทะเลสาบ ตรงที่มีโรงแรม









เริ่มเดินเลาะทะเลสาบ อากาศดี วิวสวย จิตใจผ่องใส(คิดถึงแม่จัง)







เดินจนถึงสวนดนตรี แวบออกไปดูถนนนิดหน่อยแล้วก็วกกลับไปเดินเลียบทะเลสาบตามเดิม





เห็นหลายๆคนสะสมฝาท่อสีสวยๆตามบ้านเมืองญี่ปุ่น แต่เราไม่นะ เพราะหาไม่เจอ -_- พูดจริงๆนะ หาไม่เจอจริงๆฝาท่อสีๆสวยๆแบบนี้อ่ะ ครั้งนี้เราเจอเพราะมีฝรั่งคนนึงเขาจอดรถจักรยานเพื่อถ่ายภาพนี้ เราเลย อ้อ ฝาท่อนี่เอง เอามา 1 แชะ



เดินข้ามสะพานไปเลียบทะเลสาบเหมือนเดิม ฟูจิซังนี่ ไม่ว่ายังไงก็ยืนดูนานๆได้ไม่มีเบื่อ







คนญี่ปุ่นชอบทำอะไรน่ารักๆ ยิ่งเป็นสถานที่ท่องเที่ยวจะยิ่งมีการแทรกสัญลักษณ์น่ารักๆแบบสะพานไม้นี้





เดินอยู่คนเดียวจนทะลุทางออกที่ไปจรดถนนหลักของทะเลสาบ ขวามือคือถ้ำ ซ้ายมือคือไฟแดง เรายืนมึนตัดสินใจอยู่พักนึงว่าจะย้อนกลับหรือเดินไปต่อดี สุดท้าย เดินย้อนกลับดีกว่า อย่างน้อยทางสำหรับเดินเลียบถนนก็ดูกว้างกว่าเลาะถนนหลักไป (เสาไฟจราจรก็เป็นรูปฟูจิซัง)



รอรถนำเที่ยวหน้าพิพิธภัณฑ์ศิลปะ เพื่อไป(ดู)ทะเลสาบไซโกะ ไปดูอย่างเดียวนะ ไม่ลงรถเลย 555+ กลัวกลับมาขึ้นรถไม่ทันที่ เสียดายเหมือนกันทั้งหมู่บ้านโบราณ ทั้งถ้ำลาวา ถ้ำค้างคาว(แถวบ้านก็มี เอ็งจะไปทำไม) สุดท้ายได้แต่สัญญากับตัวเองเงียบๆว่าจะได้ไปอีกแล้วจะเที่ยวให้ครบเลย  เฮ้อ





พอเปลี่ยนทิศแล้วฟูจิซังก็เปลี่ยนไปนะ อิอิ แต่ก็ยังน่ารักน่ากิน น่าเอ็นดูเหมือนเดิม







รถวนจนถึงสถานีเจอาร์คาวางูชิโกะ เราก็เหลือเวลาพอสมควร เดินไปหาข้าวปั้นกินที่ลอว์สัน(ตอนที่พิมพ์อยู่นี้คิดถึงคอนบินิของญี่ปุ่นมากๆ) แวะเดินถ่ายรูปสวยๆแถวนั้น พลางคิดว่าคนที่อยู่แถวนั้นคงจะมีความสุขที่ได้เห็นฟูจิซังสวยๆบ่อยๆ












กลับมานั่งกินข้าวปั้นหน้าสถานีรถไฟ 
ท่ารถบัสที่เรากลับจอดตรงหน้าห้องน้ำของสถานีพอดี ส่วนเราชอบนั่งตรงท่าด้านขวามือของรูปนี้เพื่อนั่งกินไป มองฟูจิไป ยิ่งใหญ่และสวยมากๆ









ขากลับได้นั่งฝั่งที่เห็นฟูจิซังชัดเจน เหลียวกลับไปมองพร้อมสัญญาว่าจะกลับไปอีก





.
.

ปล. ภาพถ่ายทั้งหมด ถ่ายโดยกล้องจาก Iphone 5 




 

Create Date : 05 สิงหาคม 2558    
Last Update : 13 มีนาคม 2559 13:40:14 น.
Counter : 200 Pageviews.  

Kawazu: Early Cherry Blossoms

วันสุดท้ายของ JR KANTO AREA PASS เราไปเที่ยวคาวาซุเพื่อดูซากุระแรก วันที่เราไปเป็นวันอาทิตย์-วันครอบครัวตามเคย คนเพียบ 

เช้านี้เราต้องไปขึ้นรถไฟที่จองไว้ จากสถานี Tokyo > Kawazu แน่นอนว่าเร่งเดินขาขวิคออกจากนากาโนะแต่เช้า ไปลงชินจูกุ นั่งรถไฟขบวนด่วนไปโตเกียว แล้ววิ่งหาชานชลา 9(น่าจะใช่นะ ไม่ได้จดไว้ หาในวิกิฯ อ้างจาก https://en.wikipedia.org/wiki/Tokyo_Station


ที่สถานีโตเกียว ชินคังเซนจูจุ๊บอยู่ด้านบนด้วย สวยจุง ขบวน Odoriko-ito มาแล้ว และแน่นอนว่าเราจองนั่งริมหน้าต่างทั้งขาไป-กลับ


ไม่มีรูปเบาะในขบวนเพราะคนเยอะ เกรงใจคนอื่นเขา บนขบวนรถไป-กลับคาวาซุ มีบริการขายอาหาร มีไอศกรีมฮาเก้นดาสซ์ด้วย และแน่นอนว่าราคาเต็ม ส่วนเรานั่งกินข้าวปั้นที่แวะซื้อในสถานีโตเกียว นั่งมองบ้านเมืองเพลินๆ มีดอกซากุระบานรายทางสวยมาก น้ำลำธารใสมาก และมีสวนส้มเล็กๆกระจายเต็มทาง เลยรู้ว่าที่คาวาซุนี่ ส้มเขาก็ชื่อดังนะเออ ขากลับเราลองซื้อมาชิมถุงนึง รสชาติเฉยๆอ่ะ 



ถึงสถานีคาวาซุแล้ว คนเยอะมาก เพราะเป็นวันครอบครัวและเป็นวันท้ายๆของเทศกาลชมคาวาซุซากุระแรกด้วย มีขายของกิน ต้นไม้ การแสดงเล็กๆ ดูเส้นทางการเดินได้จากลิงค์นี้ //www.kawazu-onsen.com/eng/img/sakura/Kawazu-zakuraCherryBlossomFestival.pdf เดินโผลจากสถานีทางซ้ายมือมีต้นซากุระบานสะพรั่ง สวยมากกก เลี้ยวขวามือเดินข้ามถนน เดินเลาะทางรถไฟไปไปเริ่มต้นเดินเลาะคลองจากใต้ทางรถไฟ 












เดินจากสถานีรถไฟไปไกลพอสมควร โชคดีที่อากาศค่อนข้างเย็น และเมฆครึ้มๆบางช่วง ทำให้เดินสบายๆ ดูนกชมไม้ดอกบ้านที่อยู่ติดคลองเพลินๆ



เริ่มถึงตรงที่มีต้นซากุระเยอะๆแล้ว คนเยอะมากกก หยุดถ่ายรูปกันตลอดๆ สวยจริงๆ มีร้านอาหารเป็นเต้นท์ๆบริการขาย น้ำดื่ม ของปิ้งย่างทะเล ทาโกะยากิ เหล้า ผัดเส้นๆ ไอติม โมจิ ผลไม้ ส้ม สตรอว์เบอร์รี่ น้ำผลไม้ อะไรทำนองนั้น






มีต้นซึบากิขายด้วย ซากุระก็มี อยากซื้อกลับไทยมากกก แต่คิดไม่ออกว่าจะเอายัดกลับยังไงดี เฮ้อ!





ของกิน รสซากุระ? 



คลองคาวาซุ น้ำใสมากกก และบางมุมไม่สวยเลย 555 นึกถึงสะพานแดงที่นิกโกะ ตรงนั้นก็ติดถนน งานนี้ต้องอาศัย ความอาร์ตส่วนตัว เลือกมุมสวยๆ







ที่นี่มีสะพานข้ามหลายแห่งมาก บางครั้งก็เดินมาเมียงมอง  






แม่น้ำ ลำคลองในญี่ปุ่น ใสมาก สะอาดมากๆ



เราชอบบ้านคนญี่ปุ่นมากๆ เหมือนจะเคยพูดไว้แล้ว ทนฟังหน่อยเนอะ คือบ้านเขาเป็นสไตล์ผสมแบบดั้งเดิมกับสมัยใหม่ มีเสน่ห์มาก พอๆกับ บ้านไทยประยุกต์ของเราเลย 

บ้านนี้มีซากุระสีขาว

ส่วนบ้านนี้มีดอกบ๊วยสีขาว




บางบ้านเขาเปิดเป็นคาเฟ่เก๋ๆด้วย เห็นดอกไม้สวยๆกับส้มสีสดแล้วชื่นใจจัง (แต่มันก็โรยในเวลารวดเร็ว -_-)





ดอกซากุระมีหลายสายพันธุ์ เฉพาะที่นี่มีหลายสี บ้างก็อ่อนบ้างก็เข้ม ต้นซากุระมีป้ายบอกจำนวนต้นซากุระด้วยนะ ที่ญี่ปุ่นนี่อนุรักษ์ ดูแล จริงจังมากๆ  เราถ่ายรูปมาเยอะมาก สวยๆทั้งนั้น ดูคล้ายๆกันไปหมด เลยขอลงบางรูปเอาที่สีแตกต่างกันชัดๆละกันเนอะ 







นอกจากดอกซากุระแล้วยังมีสวนส้มเล็กๆกระจุ๋มกระจิ๋ม





เดินจนเหนื่อย รู้สึกได้เลยว่าไกลมากกก จนถึงสะพานใกล้สถานีดับเพลิง(ลองเช็คจากแผนที่ในลิงค์ข้างบน) เราก็ข้ามสะพานเปลี่ยนฝั่งเดิน คือแบบ เที่ยงแล้ว ยังไม่ได้กินข้าว 





เดินเลาะจากคันคลองแถออกไปถนนสายใน ปรากฎว่าเดินไปนิดก็ถึงออนเซ็น มีต้นซากุระที่บานสวยมากๆ คือ Sakura is everywhere จริงๆ








เดินแถไปทางขวามือ โผล่เจอถนน เลาะถนนไปเรื่อยๆ ถนนค่อนข้างแคบนะ ขวามือด้านหน้านั่นคือออนเซ็นจ้า



ข้ามถนน เดินเลาะมาข้างๆออนเซ็น กลิ่นกำมะถันแรงพอสมควรเลย และซากุระต้นนี้ งามมากจริงๆ





เดินไปหาคันคลองใหม่ เพื่อไปหาอะไรกิน ระหว่างทางเจอกอดอกซึบากิ ที่ดอกดกที่สุดตั้งแต่อยู่ญี่ปุ่นมา สีสวย สวยมากกก




เดินกลับทางเก่า แต่เราเดินทะลุไปถึงถนนริมทะเล ข้ามถนน(ตามคนอื่น)ไปชายฝั่งคาวาซุฮามะ (Kawazuhama coast) 



ลมแรงมากกกก คลื่นซัดกระทบแนวชะลอดำๆนั่นเสียงดังมากคร่าาา พอคลื่นซัดดังตู้ม คนรอบๆนี้ร้องโออออออออ กันใหญ่เลย คือมันดังมากๆ รู้สึกว่าจะเป็นมหาสมุทรแปซิฟิกเลยใช่ไหม(เห็นในแผนที่) เห็นทางที่ยื่นลงไปในน้ำไหมคะ ตรงนั้นเขา...

ถ่ายพรีเวดดิ้งค่ะ!



ซูมมาให้ดู 
นับถือเจ้าสาวมากๆ (หรือถ่ายแบบ?) คืออากาศตอนนั้นน่าจะ 10-13องศาเซลเซียส ลมแรงและเย็นมากๆ สังเกตคนทางซ้ายมือใส่เสื้อแหนมนะจ๊ะ ลมตีหน้าเราชาเลย แต่ชุดเจ้าสาวเกาะอกจ้า นับถือๆ



นั่งกินลม อาบแดด ดูคนจนเบื่อก็เดินกลับไปทางงานเทศกาลคาวาซุซากุระแรกค่ะ คราวนี้ไม่ข้ามถนนแล้ว มันมีทางลอดใต้ถนนค่ะไปโผล่หน้า...แฟมฯหรือลอว์สัน สักอย่างนี่ล่ะค่ะ 555 ก็ไม่รู้นี่หว่า คนญี่ปุ่นเขาก็มีเปิ่นๆเหมือนกันน้า ภาพลางนี้คือปากคลองคาวาซุ 



แวะแฟมฯ หรือลอว์สัน... จะซื้อข้าวปั้นกิน แต่รสที่เราชอบไม่มีขายเลยซื้อน้ำชามา เดินไปตามร้านขายของ ได้ซอฟต์ครีมรสซากุระ(กลิ่นซากุระ? ไม่รู้นะ แต่กลิ่นนมมากๆ)กับทาโกะยากิร้อนๆมา ทาโกะฯ เละไปหน่อยแต่อร่อยมากๆๆๆ



กินอิ่ม เดินกลับไปสถานีคาวาซุ ยังมีเวลาอีกตั้งชม.เลยเดินเลาะถนนเล่นๆแถวนั้นอีก

ภาพล่างนี่ เดินตรงไปทางข้างหน้าสถานีฝั่งขวา แถวนั้นมีซุปเปอร์มาร์เก็ตขายของสดด้วย ร้านของฝากก็อยู่ข้างๆกันเลย ถ้าเดินทางไปตามทางนี้ก็จรดถนนรอบทะเล ถ้าเลี้ยวขวาของถนนจะเจอแฟมฯ/ลอว์สันที่มีทางลอดออกไปชายฝั่ง ไม่ไกลๆ



เพราะมันไม่ไกลนี่แหละ เลยเดินย้อนกลับไปทางด้านหลังสถานี ออกไปถ่ายรูปดอกซากุระตามถนน ฆ่าเวลารอรถไฟ





ซื้อขนมเยลลี่รสซากุระมาห่อนึง โมจิไส้สตรอว์เบอร์รี่2ลูก(อร่อยมาก! แป้งนุ่มและเด้งมากๆ) แล้วก็เดินๆๆๆ จนเมื่อยขาก็เลยไปนั่งรอในสถานี ในที่สุดก็ได้เวลารถไฟกลับ ขากลับเรานั่ง Hachioujiodoriko 82 ชื่อยาวจัง ขบวนนี้วิ่งตรงจาก คาวาซุ กลับ ชินจูกุ 



จบทริปนรก3วัน อิฉันแทบตาย ถึงจะเหนื่อยและเหงา แต่ประทับใจทุกที่ที่ได้ไปเห็น ญี่ปุ่นทำให้คุณประทับใจไม่รู้ลืมจริงๆค่าาาาา

แถมรูปดอกไม้สวยๆ








 

Create Date : 29 กรกฎาคม 2558    
Last Update : 13 มีนาคม 2559 13:32:34 น.
Counter : 50 Pageviews.  

กินประหยัด ณ โตเกียว

ณ กรุงโตเกียว เมืองหลวงใหญ่ ผู้คนมากมาย ของกินใช้ไฮโซ 
แต่...มันก็ไม่ทั้งหมด การจะใช้ชีวิตในเมืองที่ค่าครองชีพสูงตามมาตรฐานบ้านเขา เราต้องประหยัด!

ทำกินเอง ก็...ถือซะว่าไปพัฒนาทักษะการทำอาหารละกัน (น้ำตาไหล)

ที่หอ มีครัวให้พร้อมเตาแก๊ส ตู้เย็น ไมโครเวฟ+เตาอบ ทำไมตรูถ่ายมาแค่นี้วะคะ จำได้ว่าโคตรหนาวเลย ที่ก๊อกมีปรับน้ำอุ่น แต่ทำงานด้วยระบบไฟฟ้า ช่วงแรกๆน้ำเย็นจัดจนเราทนไม่ได้ ต้องไปซื้อถุงมือยางยัดใส้ด้วยถุงมือผ้านุ่มอีกที ทีนี้ล้างจานสบาย เวลาทำกับข้าว ฝ้าก็จะขึ้นหน้าต่างเล็กๆนี้ประจำ ก็อากาศข้างนอกมันหนาวนี่นา แรกๆมีเครื่องปรุงไม่กี่อย่าง อยู่ๆไปเริ่มวางเรียงราย เพราะอะไรรู้ไหม... เพราะซื้อมาแล้วรสชาติไม่โดนเลยซื้อใหม่ 555 ทำไงได้ อ่านไม่ออกนี่หว่า 

ขนมปังคืออาหารหนึ่งที่กินง่าย แต่ย่อยง่ายสำหรับเรา(กรุ๊ปเลือดโอ) นี้ขนมปังจากเซเว่นลองมาแล้วทั้งธรรมดาถูกๆ ทั้งพรีเมี่ยมตามเพจกุรุฯ ไม่อร่อยทั้งคู่ 55 


ข้าวสวยสำเร็จรูป แพคนึงมี3ห่อ เทียบราคาแล้วก็แพงอยู่ เลยไปหาซื้อข้าวสาร(แบบถูกสุด)มาหุง



หุงข้าวด้วยแก๊ส!
ครั้งแรกของชีวิตเลย ไม่เคยหุงข้าวแก๊สมาก่อน ตอนที่รู้จากพี่ที่เคยมาอยู่โตเกียว6เดือน เขาแนะนำให้หุงแก๊ส ยังคิดอยู่เลยว่า กรู แย่ แล้ว ขนาดหุงหม้อข้าวธรรมดาตรูยังไม่มั่นใจ เอาเถอะ มาถึงที่แล้วนิ ตวงกันด้วยแก้วกาแฟนี่แหละ หุงออกมาสวยมั่ง ดิบมั่ง 5555 


ซุปมิโสะสำเร็จรูป เอาไว้ชงอุ่นๆกินแก้เซ็งหรือวันที่เบื่อรสชาติกับข้าวตัวเอง



ไข่ไก่ญี่ปุ่นสีขาวจ้า ไม่คาวด้วย อยากลองกินไข่ดิบที่คุณภาพการผลิตสูงมานานแล้ว
สมใจเราล่ะ



ผลก็คือ...ไม่คาว แต่...แหยะ จำได้ว่ากินอยู่2ครั้ง เหอะๆ



หอบพริกแกงเผ็ดมา ซึ่งมันแทบจะไม่เผ็ดเลยยยย แต่กลิ่นหอม แก้คิดถึงอาหารไทยได้บ้าง



ปลาแซลมอนซาชิมิ ขายในซุปเปอร์ เอามาจิ้มกับโชยุ อร่อยอ่ะ กินหลายครั้งเหมือนกัน 



เตรียมทำแกงกะหรี่ เครื่อง วางงดงาม กว่าจะปอกมันฝรั่งเสร็จแทบแย่ คือมันหนาวมากอ่ะ มือจะแข็ง ไหนต้องล้างต้องเช็ดดินร่วง แต่โอเคเลย โมเมนต์อยากกินทำให้สำเร็จ รสชาติดีด้วยนะ แต่กลิ่นบึ้มห้องเลย



ถั่วเน่านัตโตะ เคยได้ยินว่าบางคนชอบบางคนไม่ชอบ เราอยากรู้ว่ารสชาติเป็นไงและเป็นคนกลุ่มไหน เลือกอันที่มีการ์ตูน คิดว่าเด็กคงเลือกยี่ห้อนี้? กินไปที อืมมม กินได้ แต่ถ้าเลือกได้จะไม่กินอีก 555



ห่อข้าวไปกินที่สถาบัน ใครๆก็ทำกันเพราะว่ามันประหยัด ที่สถาบันฯ มีไมโครเวฟ ตู้เย็น(สกปรกโคตร) ซิงค์ล้างจานให้(ไม่เคยล้างสักที เอากลับมาล้างหอตลอด) ผัดผักเหลือจากแกงกะหรี่ 



อันนี้คงผัดเผ็ดหมูไข่ดาว



แกงเผ็ดไก่ใส่พริกหยวกและผักที่มี นี่ทำบ่อยสุดล่ะ เพราะไก่ถูก 555




มาม่าใส่ชีส ที่เพิ่งค้นพบว่าใส่ชีสแล้วอร่อยว่ะค่ะ มาม่านี่กินบ่อยมาก 85%ของทุกเย็นเลยเอ้า เพราะมันหนาว กินมาม่าร้อนๆโคตรอร่อย 



ผัดฟักทองใส่ไข่โรยต้นหอมญี่ปุ่น
เอ่อ จริงๆอะไรก็ญี่ปุ่นอ่ะนะ เพราะซื้อในญี่ปุ่นนิ ฟักทองหอมหวานอร่อย



ไข่เจียว
ถ่ายมาเพราะครั้งนั้น ทอดกลมสวย 555



มีพริกแกงส้มไปห่อนึง เลยเดินไปซื้อปลาที่ซุปเปอร์ฯเดินตรงไปทางมอสเบอร์เกอร์เรื่อยๆอยู่ทางซ้ายมือต้องข้ามถนน(อินี่หาเรื่องเดินเที่ยวมากๆ) ปลาถูกมากอ่ะ แถมเรายังเอามะขามเปียกไปด้วย(กะเอาไปขัดตัว แต่แมร่งหนาวสัส อาบน้ำไม่เคยเกิน5นาที) แกงส้มรสอ่อนแต่แก้คิดถึงบ้านได้ดี



แกงกะหรี่รอบที่2 พยายามทำให้ชิ้นเล็กลง และข้น แต่ออกมาอย่างที่เห็น 555 
อร่อยนะ!



จำได้ว่าทำแกงกะหรี่ไป3ครั้ง หายอยากเลย นี่ซื้อเครื่องสำเร็จมาไทย1กล่อง ลืมเอากลับบ้านทุกที เฮ้อ!

อันล่างนี่ มีของเหลือจากแกงกะหรี่ และอยากกินบาบีคิวเนื้ออย่างร้านลุงหนวดตาคลี ไปเลยจ้า ซื้อซอสสำเร็จมา คิดว่าเป็นซอสสเต็ก แต่ปรากฎว่ามันไม่ใช่... ออกเปรี้ยวๆจ้า เศร้าเลยกรู

เห็นปลาแซลมอนชิ้นขายราคาไม่เกิน100เยน โคตรถูกกกกก แต่ไม่รู้จะเอามาทำอะไรดี ค้นในเนตเลยได้เมนูปลาสมรชุปแป้งทอดกับสเต็กปลาสมรพร้อมผักผัดเนย(เนยเอามาทำฮอตเค้กแล้วเหลือ555)



ผักสดกินแกล้มกับของชุปแป้งทอด ไม่ไก่ก็ปลา ดูสภาพสิ 555



หลังๆมาเริ่มขี้เกียจเหมือนพี่ไซ พี่คนลาวเขาใช้ตะเกียบ เราสงสัยเลยถาม พี่แกว่าอยู่ญี่ปุ่นมานานแล้วชินน่ะ หลังๆมาเราขี้เกียจเก็บช้อนเหมือนกัน ใช้ตะเกียบแม่มเบย 

หนึ่งในเรื่องที่ทำให้หัวเราะไม่ค่อยออก หักตะเกียบแล้วมันไม่เสมอกัน เลยเวลาคีบกินมันลำบากขึ้น25%จร้า(ตะเกียบจากร้านไดโซะ)



ชอบกินข้าวปั้น เห็นคนที่เรียนที่สถาบันทำข้าวปั้นไปกินเอง เออ...กรูคงทำได้ จะได้ทำห่อไปกินตอนเที่ยวด้วย ผลออกมา...แงะข้าวไม่ออก เละสิค๊าาาา
ครีมชีส กะเอามาทาฮอตเค้กหรือขนมปัง แต่ไม่อร่อยอ้ะ เลี่ยนจืด ฮือๆๆ



ฮอตเค้ก แป้งสำเร็จ จริงๆอร่อยมากนะ ออกหวาน ฝีมือทำอาหารแย่ยังไงก็ตามนั้น ดูหน้ามันสิ เฮ้อ!



รวมพลมาม่า ถ่ายๆเก็บไว้ 
เส้นมาม่าที่ญี่ปุ่น เหนียวนุ่มจริงๆนะ ส่วนมากเราซื้อตามโปรฯลดราคาในดองกี้ 


มาม่าเกาหลี อร่อยสมคำร่ำลือ! กินบ่อยเลย(ถึงจะแพงและไม่มีโปรฯ)









ซอสที่ให้แยกมาของรสนี้ เค็มดี เอามาจิ้มซาชิมิอร่อย หอมมว๊าก


.
.
.
เบื่อๆเลยเดินเลาะสถานีโยโยหงิมาทางขวามือ เจอบุฟเฟต์ตรงหัวมุมเลยจัดมา1ที่ ขนมเค้กแข็งและเย็น ไม่ประทับใจอ่า



นี่คือร้านข้าวกล่องแถวหอ ช่วงไปเที่ยวกับแม่เราชอบมาซื้อข้าวปั้นร้านนี้มาก ทำร้อนๆ ก้อนใหญ่ อร่อยมากๆ เสียดายที่ไม่ได้รู้ก่อนไปเที่ยวเอง เฮ้อออ คิดถึง อยากกินอีก





บางครั้งเศร้า เหงา เครียดกะงานที่อจ.สั่ง ไม่มีอารมณ์ทำอะไรกินก็ซื้อข้าวกล่องที่นี่กิน ก็โอเคนะ แต่แพง





บางครั้งไปซุปเปอร์ฯช่วงค่ำๆ เจอของลดราคา ก็ซื้อมาสิคะ 555



อันนี้มอสเบอร์เกอร์ ต้นตำรับญี่ปุ่น! สาขานากาโนะ 
อร่อยไหม บอกเลยว่า เฉยๆ มาก



ส่วนใหญ่เราจะพึ่งข้าวปั้นเซเว่นนะ วันนั้นมันลดราคาจ้า เหลืออันละ100เยน จัดไปอย่าให้เสียดายทีหลัง 555









อันนี้ซื้อตอนไปคาวางูจิโกะ เป็นลิมิเต็ดเวอร์ชั่นป้ะ? ซองสวยมาก




วันนึงเจอข้าวปั้นถูก คว้ามาเลยจ้า
ปรากฎว่ามันคือใส้บ๊วย มิน่าาาา เศร้าาาาา มันทั้งเค็มทั้งเปรี้ยว ขำตัวเองจะตาย เลยแบบ เออๆ อย่างกมาก กินไปเหอะมีตังค์จ่าย







ไปเทศกาลอาหารที่สวนฮิบิยะ จัดเซ็ตซูชิมากิน อร่อยไหม? อืมมม เฉยๆ


แม่มาเลยได้ไปกินบุฟเฟต์ปู ที่ร้าน Tokyo station buffet ที่สถานีเจอาร์โตเกียว โดยรวมเรารู้สึกว่าอร่อยธรรมดานะ คนเยอะด้วย ไปกิน2รอบ เบื่อไปเลย



อันนี้ไปส่งลุงกะป้าเพื่อนแม่แล้วรอรับเจ๊ที่สนามบินนาริตะเทอร์มินอล2 จัดมาเบาๆ อร่อยแหะ



.




 

Create Date : 10 กรกฎาคม 2558    
Last Update : 13 มีนาคม 2559 13:28:26 น.
Counter : 215 Pageviews.  

Nikko: World heritage site, 1st

เช้าวันถัดมา ตื่นไปเที่ยวนิกโกะ จนท.แนะนำขบวนพิเศษ Nikko วิ่งตรงจากสถานีเจอาร์ชินจูกุ ไป สถานีเจอาร์โทบู นิกโกะ (Shinjuku - Tobu Nikko) รอบ 7:30น. ถึง 9:29น. เกือบ2ชม.(อีกนาทีเดียวเอง!) 
ออกเช้ากว่าเมื่อวานแต่สถานีใกล้กว่า 555 ถึงจะห่างจากสถานีนากาโนะแค่8นาที แต่พลาดแล้วพลาดเลย เพราะขบวนนี้จองนั่งทุกโบกี้ ถ้าพลาดก็ต้องไปขบวนท้องถิ่นอื่น หรือจองใหม่เวลาอื่น เสียเวลาและอาจจะเสียโอกาสนั่งขบวนพิเศษนี้(จริงๆแล้วคือไปขบวนไหนก็ได้แต่อยากได้ชัวร์ๆไปกลับมีเวลามีที่นั่งแน่นอน) ฉะนั้นต้องรีบบบบบบ ตื่นแต่เช้าไปรอรถไฟค่า 



ซื้อของกิน เดินกระหืดกระหอบไปพร้อมๆกับคนที่เดินทางไปทำงาน ขบวนพิเศษ Nikko ก็มาจอดรอแล้ว สีส้มมาเลยค่า เบาะด้านในก็สีส้มสะใจ แซ่บเว่อร์ มีตัวอักษรบอกชื่อว่าไปนิกโกะด้วย เลิฟเยย ดูข้อมูลขบวนพิเศษได้จากลิงค์นี้ค่ะ //jprail.com/travel-informations/tips-for-japan-rail-pass/limited-express-nikko-and-kinugawa.html





ทั้งโบกี้มีคนนั่งไม่เกิน5คน ฮ่าาา โบกี้นี้เป็นของเรา งัดข้าวปั้นออกมากิน เราเป็นคนกินข้าวเช้า ตื่นมาท้องร้องโครกคราก จัดมาจากคอนบินิ ท้องอิ่มอารมณ์ก็ดีดี๊ดี ตอนนี้อยู่ไทย เห็นห่อข้าวปั้นแล้วคิดถึง อยากกินจัง ของที่ไทยไม่อร่อยเลย เฮ้ออออ



วันนั้นฝนตก อากาศมัวซัวมาก ตอนที่จองเราเชคพยากรณ์อากาศแล้ว จำได้ว่าอากาศวันแรกที่ยูซะวะค่อนข้างดีเลยจับไปเที่ยววันแรก วันที่สองจะมีอากาศมัวซัว+ฝนตกปรอยๆเลยจับไปนิกโกะ และวันที่สามมีเมฆมากเลยจับไปคาวะซุ พยากรณ์อากาศญี่ปุ่นค่อนข้างแม่นถึง 95% อีก 5% มาดูกัน 5555

ฝนตกตามพยากรณ์  


แต่พอใกล้ถึงนิกโกะเท่านั้นแหละ 

เฮ้ยยยยยยยยยยย    หิมะตกเว้ยยยยย!



นี่ไง เกินความคาดหมายไป 2.5% ที่เหลืออีก 2.5% คือไม่ตรงเลยยยย ไง(น้อยมาก)
หิมะกำลังตกปรอยๆ อิฉันกรีดร้องในใจ สวยมากกก คุ้มค่าที่ได้มาอยู่ญี่ปุ่นหน้าหนาวจริงๆ แต่ถ่ายรูปมาไม่ค่อยเห็นหิมะแหะ ลงมาเจอขบวนรถพิเศษ Spacia Nikko and Spacia Kinugawa by Tobu Railway 100 series "Spacia" จอดพอดี ถ่ายมาสวยๆกับหิมะปรอยๆ 



ยื่นพาสฯออกทางห้องจนท. เดินไปดูข้อมูลท่องเที่ยวนิกโกะ วันนี้เราตั้งใจจะไปดูฝั่ง World heritage site ฝั่งธรรมชาติ ไม่ไปเพราะตอนนี้หิมะกลายร่างเป็นฝนตกแฉ่ๆ และถ้าจะไปทั้ง2ที่คาดว่าจะกลับมาไม่ทันรถไฟขากลับด้วย และถ้าจะเที่ยวเต็มที่จริงๆต้องค้างคืนถึงจะดี แต่อิฉันเป็นนศ.ไส้แห้ง ไปกลับก็ถือว่าคุ้มค่าที่ได้มาเห็นแล้ว 

ซื้อตั๋วรถบัสนำเที่ยวแบบเหมาจ่าย1วัน ราคา 500Y เดินออกจากสถานีโทบูนิกโกะ ท่ารถจอดทางขวามือที่คนยืนกางร่มกันนู่นค่ะ อากาศเย็นมาก แต่สวย ด้านหน้านี่ขาวไปหมด เหมือนภาพขาวดำ แทบไม่เห็นอะไรเลย



จุดลงรถคือหน้าทางเข้า Futaarasan shrine





หิมะตกปรอยๆ หิมะคลุมต้นไม้ หลังคาอาคาร สีขาวตัดกับสีแดง อย่างกับฝันไป 





เลี้ยวขวา เดินตามทางเดินไป Toshogu shrine


หิมะตกใหม่ ปุยนุ่มละเอียดกว่าที่กาล่ายูซาวะมากๆ นึกอยากกินน้ำแข็งใส 


เดินมานิดเดียวซ้ายมือคือเคาน์เตอร์ขายตั๋ว มิโกะซังนั่งในห้องกระจกเปิดฮีตเตอร์อุ่นๆ(อิจฉา) แวะซื้อตั๋วเข้าศาล 1,300Y ทางขวามือคือเจดีย์แดง 



 เดินขึ้นบันไดไปมีจนท.คอยตรวจตั๋วทางเข้า ขอเตือนว่าเดินระวังๆ บันไดชัน ระหว่างขั้นเตี้ยมาก และลื่นเพราะหิมะ/ฝนด้วย





แวะดูลิง3ตัว ปิดหู ปิดตา ปิดปาก เข้าใจว่า...
จงทำตัวเป็นผู้ไม่รับรู้ ไม่เอ่ยอ้าง ไม่เห็นอะไร แล้วจะปลอดภัยจากเรื่องกวนใจ 






แพ็กเกจ 1,300Y ท่านสามารถเข้าชมได้คือ ศาลโทโชกุ ชมสถานที่พักอาศัยสุดท้ายของ โทกุงาวะ อิเอยาสุ ผู้ก่อตั้งระบบโทกุงาวะ โชกุน ที่ปกครองญี่ปุ่นมาเกือบ 250ปี (อ่านที่มาจาก //www.japan-guide.com/e/e3801.html), ซึ่งตอนนี้ปิดซ่อมยาวถึงปี 2013-2019, 555+ ขำตัวเอง


ที่สองคือ ทางขึ้นไปที่ฝังแมวหลับ Nemurineko (Sleeping cat) ขายเครื่องรางด้วย อันละ 700Y สำหรับคุ้มกันสิ่งไม่ดีแก่บ้านเรือนที่อาศัย



พอลอดฝั่งแมวหลับมา ต้องสู้กับใจตัวเอง...โน่นนนน บันไดไต่ขึ้นไปที่ฝังศพท่านโชกุน ระวังลื่นด้วยจ้า





หลังจากไต่บันไดจนหน้ามือตาลายคล้ายจะเป็นลม ระวังตัวเองลื่นตกบันได ในที่สุดก็เอาชีวิตรอดมาได้ ไม่ทำให้ขายหน้าต่อตัวเองและประเทศชาติ ไต่มาถึงที่ฝังศพของท่านโชกุน



ตอนเดินวนออกจากที่ฝังศพ มีศาลเล็กๆ คล้ายๆศาลเพียงตา มีคนเข้าแถวเข้าไปขอพร เขาว่าศักดิ์สิทธิ์นัก เราก็เอาด้วย ขอให้ได้มาอีก...

เดินลงมาจากที่ฝังศพ คนไม่ค่อยมีแวะถ่ายรูปศาล







หิมะ ตกๆ หยุดๆ สวยจุงเบย







มองไปไหน ก็เหมือนภาพขาวดำ






เดินลงไป ทางซ้ายมือคือวัด Rinnoji 






แน่นอนว่าน้ำในทางระบายน้ำ ใส มาก





อาคารหลัก Sanbutsudo ซ่อมปรับปรุงอยู่ เข้าชมได้ แต่ครั้งนี้เรายังไม่ได้เข้าไป







เดินลงตามทางไปแบบงงๆ เลยเลาะทาง ลงบันไดเล็กๆที่อยู่ตรงหน้าผา? คือเดินตามคนญี่ปุ่น(ที่คิดว่าเขาน่าจะอยู่แถวนั้น)ลงไป มีสายลำธารเล็กๆรอบนิกโกะนี่ด้วย พอลงมาก็เจอถนนสายนี้

ไม่รู้อะไรดลใจ ให้เดินไปทางซ้ายมือ กะว่าจะหาอะไรกิน แต่ทัวร์ลงเยอะเหลือเกิน เลยเดินต่อไปเรื่อยๆ วิวข้างทางสวยมาก




เดินลงเนินมาเรื่อยๆ เห็นอะไรแดงๆไกลๆ 

เฮ้ยยยยย สะพานแดงอันศักดิ์สิทธิ์เรอะ! (ทำไมอยู่ข้างถนน???)




หันซ้ายมือมาเจอป้ายทางเข้า อ่อ ตรูเดินวนมาเจอตรงที่รถชัทเทิลบัสเลี้ยวมานี่เอง แหมะ โชคดีที่สัญชาตญาณทำงานวันนี้ เก็บรูปมา1แชะ



ข้ามถนนไปหาอะไรกิน และเลือกมุมถ่ายรูปสะพานชินเคียว เอาแบบไม่ติดถนน





ลำคลอง/ลำธาร ใสสะอาดมากๆ



เดินลงจากจุดถ่ายรูปไปเรื่อยๆ เจอดังโหงะย่างแบบดั้งเดิม(ฝั่งเดียวกะสะพานแดง คนขายเป็นลุงแก่ๆ) ไม้ละ 500Y น้ำตาจะร่วง เดินต่อไปอีก ข้ามถนนไปฝั่งซ้ายมือ เดินค่อนข้างไกล เจอร้านอาหารบุฟเฟ่ต์แฟรนไชน์สำหรับครอบครัว ไม่ได้ถ่ายรูปไว้ เลยไปเสาะมาจากสาขาที่คาวางูชิโกะมาแปะแทน ร้านนี้สั่งอาหารเป็นชุดราคาไม่แพง มีบุฟเฟ่ต์น้ำราคาเพิ่มแค่ 189Yเยน กินได้หมดทั้งเคาน์เตอร์น้ำ กาแฟสดก็มี เราชอบเข้าร้านคาเฟ่ต์นี้มากกกกกก (แม่กะเจ๊กะพี่เอ็มก็ชอบ)



กินอิ่ม เดินย้อนกลับไปที่ Nikko Information Center เพื่อขอเข้าห้องน้ำและใช้ไวไฟ และหาที่อุ่นๆนั่ง ในนั้นมีจนท.ผู้หญิงวัยกลางคน ใจดี กระตือรือร้นและภาษาอังกฤษเป๊ะเว่อร์ คุยกันอยู่นาน ใจดีมากๆ 



อยู่จนเบื่อเลยออกเดินต่อ อีกนิดเดียวก็ถึงสถานี Tobu Nikko แล้ว ไม่ได้สนใจของฝาก(เพราะแม่มาเดือนเม.ย.ก็จะพามาที่นี่) อากาศหนาวมาก 





เดินเลยสถานีไปทางขวามือของภาพบน ไปดูสถานีนิกโกะ Nikko





ภายในสถานีนิกโกะ ออกแนววินเทจหน่อยๆ 



เสร็จก็เดินกลับสถานีโทบูนิกโกะ รรถไฟมา เจอขบวนรถพิเศษวิ่งตรงจากอาซาคุสะ(Asakusa)มาโทบูนิกโกะ มีแค่3โบกี้เอง น่ารักเนอะ



ขากลับนั่งเจ้าส้มกลับ แต่เปลี่ยนโบกี้ คราวนี้เป็นสีน้ำเงิน ไม่ค่อยมีคนเลย 555 



เมืองของญี่ปุ่น มีเสน่ห์มากๆ ดูเพลินเลย เกือบ2ชม.ที่นั่งรถ คิดอยู่ว่าจะต้องกลับไปอีกให้ได้ 








 

Create Date : 08 กรกฎาคม 2558    
Last Update : 13 มีนาคม 2559 13:16:53 น.
Counter : 70 Pageviews.  

1  2  3  
 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.