โลกนี้มีมาก่อนผู้คน แต่โลกจะทนอยู่ได้นานสักเท่าใด

ถ้าเงินหมื่นแสนล้านถูกผลาญไป ใช้สร้างอาวุธมายัดใส่มือคน
 
 

ภาคใต้ ป่าไม้ ศาสนาและยาเสพติด

ภาคใต้นั้นมีทางเลือกแก้ปัญหาค่อนข้างเยอะ แต่เป็นทางแก้ที่เราเองก็ไม่รู้ว่าดำเนินไปจนสุดทางหรือไม่แล้วจะได้ผลหรือไม่ ปัญหาที่มันซับซ้อนละเอียดอ่อนที่ไม่สามารถตัดสินด้วยการตอบโต้รุนแรงได้ เบาบ้างหนักบ้าง เพราะหนักเกินไปประชาคมมุสลิมทั่วโลกด่ายับแน่นอน เหมือนอย่างที่ปะทะเพื่อนบ้านอันเป็นที่รักที่รบด้วยกำลังอย่างเดียวเอาชนะไม่ได้ต้องมีสมองด้วย


ผมเองอ่านหนังสือสงครามมาก็มาก ส่วนตัวยังคิดว่าภาคใต้ของเรายังดีกว่าหลายๆประเทศที่มีการขัดแย้ง(ย้ำว่าส่วนตัว) เพราะต่างชาติแบ่งกลุ่ม แบ่งกำลังชัดเจน มีการดำเนินยุทธศาสตร์ชัดเจนมากและมีความขัดแย้งยาวนานจนเห็นได้ชัด แต่ภาคใต้เรานั้นถึงจะมีปัญหาส่วนตัวไม่คิดว่าศาสนาเป็นเส้นขวางกั้น เพราะสังคมไทยเรามีความอยู่ร่วมกันดีของ2ศาสนามานาน จากที่เคยถามเพื่อนบ้าง ไล่อ่านบทความดูบ้าง ประชาชนยังรักกันดีเพียงแต่ผู้มีอำนาจข้าราชการในพื้นที่เอาจุดนี้ไปใช้ในทางมิชอบจนก่อให้เกิดรอยในความคิด ซึ่งในอดีตมีมามากแล้วที่ข้าราชการใช้หน้าที่มิชอบจนผู้นำ กำนัน ผู้ใหญ่บ้านหันหลังให้แล้วดำเนินรอยตามความถูกต้องในทางที่ผิดด้วยการเป็นโจรเลื่องชื่อ สร้างฐาน สร้างเมืองตัวเอง โดยคนในหมู่บ้านเป็นกำแพงให้เนื่องจากเขาไม่สามารถพึ่งพารัฐได้อีกต่อไป


ในเมื่อภาคใต้มีของดีที่ทรัพยากร ความต่างที่ศาสนาและประวัติศาสตร์ อยู่ที่ใครจะนำจุดนี้มาหาประโยชน์ให้ตัวเองโดยใช้สิ่งที่กล่าวมาเป็นเครื่องมือได้มากเพียงใด


บางทีภาคใต้ก็เหมือนสงครามเวียดนาม ส่งทหารไปมากมายแค่ไหนก็หยุดการแทรกซึมของเวียดกงไม่ได้  คล้ายสงครามอิรัก-อัฟกัน ที่ระเบิดดักรายทางเคลื่อนกำลังไปไหนไม่ได้อีก ส่งทหารไปมากแค่ไหนก็หยุดการโจมตีของกลุ่มต่อต้านไม่ได้


ศาสนาเป็นกำแพง แบ่งดินแดนเป็นผลรอง เทียบกับผู้มีอำนาจนำไปค้ายา ทำป่าไม้ ที่ใช้ศาสนาเป็นกำแพง ยาเสพติดเป็นตัวปลุกระดมความคิดในคนยุคใหม่ หล่อเลี้ยงด้วยยาสร้างเป็นทหารที่ป้องกันการปราบยา ค้าป่าไม้ โดยมีแบ่งแยกดินแดนเป็นผลตอบแทน เราเองน่าจะดูได้จากข่าวที่พบสิ่งเสพติดถูกจับมากขึ้นเรื่อยๆ ขนาดเมายาพื้นๆที่เราเห็นยังกล้าชิงทรัพย์ ถ้าเราหยิบปืนพร้อมยาและกรอกหูด้วยความเกลียดชังเข้าไป จากคนธรรมดาจะกลายเป็นทหารโดยไม่ยาก


หากมีการปราบยาอย่างหนัก เชื่อว่าความรุนแรงจะมากกว่านี้หลายเท่า การจะปราบยาด้วยสายตรวจ สายตำรวจ นั้นเป็นไปไม่ได้ต้องไปทีล่ะคันรถ ซึ่งคงต้องใช้เวลาและความสุญเสียที่จะตามมาแน่นอน ซึ่งทหารต้องรับและรุกให้ดี เพียงแต่ทหารจะไม่เป็นอะไรแต่ประชาชนเนี้ยน่ะสิ


แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นเป็นความเห็นส่วนตัวนะครับ ในเมื่อผมเองก็คนไทยไม่อยากเห็นความสูญเสีย อยากให้มันจบไวๆ






 

Create Date : 25 กันยายน 2554   
Last Update : 25 กันยายน 2554 14:13:28 น.   
Counter : 949 Pageviews.  
Share to Facebook


ไทย-กัมพูชา กับแนวรบราคาถูก??

ไทย-กัมพูชา กับแนวรบราคาถูก??


นี่เป็นการปะทะจนถึงการใช้กำลังที่เรียกว่าเหมือนทหารพม่าปะทะกระเหรี่ยง ต่างกันตรงที่ว่าเราใช่สรรพกำลังอยู่ในขั้นตามหลักนิยมที่สนับสนุนด้วยปืนใหญ่ ไม่ใช่การยิงถล่มระยะเวลานานแต่เน้นแม่นยำ ความรุนแรงไม่ต้องพูดถึงขอแค่โดนยังไงๆก็เสียหายหนัก แย่หนอยที่ต้องเจอกับ ปากอย่างใจอย่าง นึกจะหยุดก็หยุด จะยิงก็ยิง


ที่ว่าราคาถูกเพราะเราไม่ต้องยิงปืนใหญ่ข้ามวันข้ามคืน และใช้กำลังเกินความจำเป็นชนิดรบประสานกันระหว่างเหล่าทัพ ผิดกับเขมรนั้น จะว่าไปแล้วการใช้อาวุธก็ไม่ได้ต่างจากเรามากเท่าไรแต่เน้นไปทางอื่นมากกว่าทหารนั้นคือประชาชน พอถล่มโดนประชาชนปุ๊ปพอโดนเราสวนยิงไปๆมาๆจนต้านไม่อยู่ ก็รีบสงบศึกยุติการยิง แต่ถามว่าทหารเขาตายเขาไมสนใจหรอก แต่ประชาชนเราตายนี่น่ะสิ รบ1วันเว้นไป4-5วัน พอประชาชนกลับเข้าบ้านก็ถล่มใหม่ ถามว่าอะไรคือหลักประกันว่าเขาจะไม่ยิงอีก


เขมรไม่ทำอะไรมากเน้นปากไว มีปากพูดได้น้ำลายไม่ต้องซื้อทำให้เราเองถ้าตามไม่ทันก็โดนเล่นเอาง่ายๆโดยไม่ต้องใช้กำลังรบเลย กำลังรบมีไว้ใช้เหมือนลม คอยเป่าใส่กองไฟให้มันแรงพอแรงก็หยุดทหารเน้นปากทางการเมืองระหว่างประเทศ ตรงเนี้ยล่ะทำให้ผมดูยังไงๆก็เราไม่ได้เป็นต่อเขาเลย ถูกที่เขมรแหลเก่ง โกหกสารพัด แต่ถ้าเราไม่ทำให้ภายนอกเข้าใจว่าเขมรแหลทั้งๆที่เรามีทั้งข้อมูล รูปภาพ อนิจจาครับ...เขมรกินหมดแน่


อีกอย่าง การพูดที่ชักศึกเข้าบ้านต้องขอใช้คำพูดแรงนิดนึงพูดหาป้าคุณเหรอครับ(ขอโทษที่ผมเป็นประชาชนธรรมดา ไม่มีความรู้ความสามารถมาก แต่อย่างน้อยการศึกษาประวัติศาสตร์ก็ทำให้อยากด่า ) ที่บอกว่าชาติมหาอำนาจ3ชาติอย่างรัสเซีย อินเดีย ฝรั่งเศส ที่จะเป็นสมาชิคถาวรรึไม่ถาวรก็แล้วแต่หนุนหลัง โดยที่ไม่มีหลักฐานทำให้เขาหมั่นไส้เราหนักเข้าไปอีก โดยเฉพาะรัสเซียที่เคืองตั้งแต่ วิคเตอร์ บูท อยู่เป็นทุนเดิม พี่หมีแกประเภทไม่ค่อยพูดมากด้วยเน้นลงมือเลย  ไม่รู้เขาคิดยังไงน่ะครับคิดว่าเราแน่พอโดยที่อเมริกาหนุนหลังอยู่ จีนจะคัดค้าน แต่ถามว่าต้องเสี่ยงเอาจีนมารอค้าน แต่ถ้าจีนไม่ค้านล่ะครับแทนที่เราจะมีตัวช่วยก็ดันทำลายตัวช่วยทิ้งซะ ส่วนอเมริกานี่ผีเข้าผีออกอยู่แล้ว ผลประโยชน์สำคัญมากก่อนเลยล่ะ เห็นได้จากพี่กันแกแทบไม่พูดเลยด้วยซ้ำ


การที่เราพูดน้อย แหลไม่เก่งพูดไม่ทันเขมรเขาก็ไม่ผิดหรอกน่ะครับ แต่พูดน้อยแถมพูดไร้สาระ พูดไม่มากพาเจ็บตัว มันก็ไม่ไหวน่ะครับ


สรุปตอนนี้มีแต่สงครามน้ำลายและการสู้ปากกับปาก ใครปากไว มีน้ำหนักฉอเลาะเก่ง ท่านรอด แต่พวกที่พูดน้อยตอบช้า แถมพูดจาพาโดนตบนี่ดีไม่ดีอาจะไม่รอด...ใช้แต่ความสามารถล้วนๆ ไม่เกี่ยวกับทหาร นับว่าใช้ราคาถูกมากแต่ส่งผลเสียหายหนักกว่าทหารล่ะครับ


ต้องมารอดู...หากเลยวันที่14ไปแล้ว ประชาชนจะได้อยู่หลับสบายหรือไม่ หรือต้องหนีจากแนวกระสุนปืนใหญ่ที่แวะมาหาอีก โดยที่ไม่มีความละอายต่อหลักมนุษยธรรม







 

Create Date : 11 กุมภาพันธ์ 2554   
Last Update : 11 กุมภาพันธ์ 2554 20:26:29 น.   
Counter : 946 Pageviews.  
Share to Facebook


T-55 & BM-21 มันน่ากลัวเกิ๊น??

T-55 & BM-21 มันน่ากลัวเกิ๊น??


เรียกว่าออกแนวเรื่อยเปื่อยล่ะกันนะครับ


พอดีเห็นข่าวออกกันโครมคราม ว่าเขมรเสริมกำลังซะขนาดนั้นน้ำมันเยอะเติมถังนึงเคลื่อนประชิดชายแดนครึ่งถังอีกครึ่งถังวิ่งโชว์ เสริมกำลังสารพัดหน่วยรบพิเศษอีก แต่บ้านเราเองต้อนรับยืนชมด้วยทหารพราน ซึ่งนับว่าต่างกันสุดกู่ ไม่ใช่ว่าบ้านเราไม่ทำอะไรแต่เรียกว่าปล่อยมันบ้าไปคนเดียวดีกว่า  ถามว่าเหตุการณ์แบบนี้เคยเกิดรึไม่ หากท่านทราบดีปีที่แล้วฮุนเซนประกาศเองว่าจะเปิดสงครามกับไทยใน24ช.ม. จนเราเสริมกำลังพร้อมรบ...แต่สุดท้ายตีรถเปล่า


ที่แน่ๆหลายท่านคงสงสัยว่า.......ทำไมเจ๋งมาก ไม่เปิดสงครามก่อน ไม่เอารถถังยึดพื้นที่พิพาทไว้ ในขณะที่บ้านเราแทบจะปล่อยเลยตามเลยสารพัด ผมว่าตรงนี้ฮุนเซนแกรู้ดีว่าถ้าเปิดก่อนเมื่อไร ตัวอย่างมีมาเยอะแล้วเช่น รัสเซีย-จอร์เจีย  แม้แต่เกาหลีเหนือ-ใต้ ที่ว่าเกาหลีเหนือแน่ๆ ขู่สารพัด สุดท้ายยังเงียบ แทนซาเนีย-อูกันดา อูกันดาทะลึ่งเปิดสงครามก่อนเลยโดนแทนซาเนียบุกถล่มถึงเมืองหลวง ผมว่าตรงเนี้ยฮุนเซนรู้ดีและมากด้วย


นัยๆว่าการที่ฮุนเซนทำแบบนี้น่าจะแสดงให้เห็นถึงพลังคลั่งชาติ ยิ่งลูกชายขึ้นมาเป็นนายทหารด้วย เหมือนเสริมฐานตัวเองเวลาสละตำแหน่งไปในตัว  เรียกว่าที่เป็นอยู่ทุกวันเหมือนชวนให้เชื่อซะมากกว่า เพื่ออำนาจในการบริหารและถ่ายเทอำนาจในอนาคต ซึ่งก็เหมือนเกาหลีเหนือนั้นเอง  การที่ต่างชาติไม่ค่อยพูดถึงผมว่า เหมือนดูความเป็นผู้ใหญ่ของไทยมากกว่าว่าจะทนการทูตินักเลงแบบนี้ได้นานเท่าใด รุ่นใหญ่ใจต้องนิ่งนั้นเอง


ส่วนกำลังรบทางทหารที่วิตกกันเหลือเกิ๊น บอกได้อย่างเดียวว่าเหมือนคราวเวียดนามจะบุกไทย เพียงแต่ตัวแสดงหลักๆเช่นอาวุธเหมือนเดิมเป๊ะ แต่ปริมาณลดลงหลายเท่า ผิดกับบ้านเราเหนือกว่าในทุกขุมกำลัง ในตอนเวียดนามจะบุกไทยนั้น ไทยเราแทบไม่ต่างจากเขมรตรงที่ขุมกำลังน้อยกว่าเวียดนามมาก แต่มาปัจจุบันเราเหนือกว่าไปแล้วเพียงแต่เราไม่ค่อยพูดนั้นเอง


ในขณะบ้านเราเองเรียกว่านำหน้าในเรื่องเทคโนโลยีทางทหารมาตลอดซ้อมรบเองก็บ่อยมากอีกเช่นกัน ซึ่งหากดูจากเขมรที่มั่นใจในทัพบกตนเองมาก ซึ่งเรียกได้ว่าเป็นแนวคิดทหารยุคเก่าที่หลงเหลืออยู่


กลับมาดูอาวุธหลัก T-55หรือแม้แต่ 54 เป็นรถถังรุ่นเก่าข้อดีแบบไม่เถียงคือป้อมหนามากแต่ว่าตัวรถมันบางมาก ส่วนใหญ่ที่โดนยิงเสียหายป้อมไม่เป็นอะไรแต่ตัวรถเละครับ ป้อมบินออกจากตัวรถไปเลย  โดยสามารถโดนยิงพังด้วยอาวุธเบาเช่น RPG-2/7และM-72 ที่มีใช้กันให้เพียบทั้งเราและเขมร  อีกอย่างพลประจำรถได้รับการฝึกเท่าใด ?


ส่วนBM-21 ที่เขาชื่นชมมากแทนที่จะกลัวBM-21ของเขมร ผมว่าหลายๆคนยังไม่ทราบว่า พม่าก็มีและเยอะกว่ามากแต่เราไม่ยักกลัวซึ่งก็แปลก หรือเพราะไม่เห็นข่าวก็ไม่ทราบ BM-21หรือแกรดนั้น มีอำนาจการยิงในแบบทำลายพื้นที่ในขั้นแรกเป็นวงกว้างเพื่อเคลียร์พื้นที่ให้บุกหรือยิงสกัด แต่ข้อเสียคือ มันบรรจุช้ามาก เปิดเผยตัวเองได้ดีกว่าปืนใหญ่ ในขณะที่เขายิงเราก็หาที่ตั้งไล่ยิงโจมตีโดยใช้หลักที่ช้ากว่าแต่แม่นยำ เรียกว่าดีคนล่ะแบบ บ้านเราเองก็มี DTI-1 ซึ่งยิงไกลกว่ามากมาย ในขณะที่เขาจ้องจะถล่มแนวหน้าแต่เราเองก็สามารถถล่มตั้งแต่แนวหน้ายันกองบัญชาการฐานส่งกำลังบำรุง โดยที่เขาทำอะไรเราไม่ได้เพราะระยะยิงร่วม180ก.ม. ซึ่งไกลพอจะโดนตอบโต้  เรียกว่าเราเสียแนวหน้าหนักแต่เขาก็เสียยันสายบังคับบัญชา


แกรดนั้นเป็นอาวุธพวกยิงหวังผลในขั้นแรกหากบ้านเรารวมพลไม่รู้เรื่อง เขาทราบตำบลยิงถล่มได้จนเราเสียหายหนักก็อาจจะได้ผลทั้งข่มขวัญและเปลี่ยนสภาพการรบให้ได้เปรียบไม่ว่าจะยอมยุติสงราม อะไรแบบเนี้ย


ซึ่งบ้านเราก็สามารถให้ DTI-1 ทำได้เช่นกัน อยู่ที่ว่าใครจะรู้จะเห็นก่อนกัน ใครมีข้อมูลก่อน แม่นกว่า ก็พลิกเกมได้ง่ายๆ ในขณะที่เขมรได้แต่ยิงถล่มชายแดนแต่เรายิงถึงในบ้านเขาเลย ก็ต้องดูว่าใครมันจะทนได้นานกว่ากัน


อีกอย่างบ้านเราซ้อมรบตามหลักอเมริกา คืออากาศยานครองน่านฟ้า เท่านี้อะไรที่เราเห็นก็คือจุดที่ระเบิดลง เราจะเสียหายได้ถ้ายังใช้ยุทธวิธีเดิมๆคือบินให้เขาเห็น ยกเว้นแต่เขมรจะได้รับอาวุธที่ดีกว่าอาวุธที่มองด้วยตาเห็นก็คือ แซมนำวิถีด้วยเรดาห์และจะทำให้เราคิดตามคือใครหนุนมันวะ ???


อีกอย่างสิ่งที่น่ากลัวมากกว่าเขมรจะเปิดสงครามคือ ระบบผู้บังคับบัญชา ผู้มีอำนาจในการออกคำสั่งจะทำได้ดีเพียงใด จะเป็นผู้ใหญ่จริงตามที่โลกมองหรือเปล่าถ้าโดนเด็กข้ามรุ่นมาตบหน้าก่อนแล้วไม่ตบสั่งสอน ??


และอีกสิ่งที่ผมยังหาคำตอบไม่ได้คือ อะไรที่ทำให้ฮุนเซนปากดีขนาดนี้ รึว่าพอบ้านเราทะเลาะกัน เขมรสบโอกาส(สมัยกรุงศรี) มีใครหนุนหลัง?  ต้องการหาเสียงไว้ถ่ายอำนาจ ? หรือว่าหากเอาดินแดนมาจากไทยได้แม้แต่นิดเดดียวก็ทำให้เขาเป็นผู้นำคนสำคัญของชนชาตินี้ไปเลยที่กล้าท้าทายจนได้แผ่นดินจากประเทศที่แกร่งกว่า


ผมพูดเรื่องนอกบ้านนะครับ อย่าอิงการเมืองล่ะ ผมไม่ได้ถามว่าทำไมเราไม่กล้า แต่อยากรู้ว่าทำไมเขมรจึงกล้า ??






 

Create Date : 30 มกราคม 2554   
Last Update : 30 มกราคม 2554 21:27:17 น.   
Counter : 1575 Pageviews.  
Share to Facebook


จีนกับตลาดmulti-roleในอนาคต

จีนกับตลาดmulti-roleในอนาคต



J-10แบบแต่งเต็มยศ ซึ่งทำให้อเมริกาและรัสเซียต้องร้อนๆหนาวๆทั้งเรื่องลูกค้าและประสิทธิภาพ


ในอนาคตอันใกล้นี้ บ.ข.ที่น่าสนใจที่สุดคือบ.ข.ที่ผลิตในประเทศจีน คือ J-10และFC-1 ราวๆปี2012-15 คงต้องดูกันเพราะตลาดอาวุธที่เดิมทีมีแต่อเมริกาและรัสเซียครองตลาดคงได้ปาดเหงื่อกันสนุกละครับ


เนื่องจากบ.ข.ทั้ง2รุ่นจากจีนที่กำลังพัฒนามีขีดความสามารถครบเครื่องตามความต้องการของลูกค้าได้หรือเป็นmulti-role(ขับไล่-โจมตี) อย่างแท้จริง มากกว่ารุ่นก่อนๆที่จีนผลิตออกมา ซึ่งล้วนแต่ใช้แผนแบบบ.ข.จากรัสเซียเช่น ซู-27 นั้นเอง นอกจากนั้นยังต้องสามารถอัพเกรดพัฒนาได้ต่อเนื่องไม่มีตกรุ่นอีกเช่นกันเช่น F-16Block15/40/52/60เป็นต้น หรือแม้แต่ SU-30MK ต่างๆ


ในปัจจุบัน บ.ข.ที่สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าและทำได้2ภารกิจคือผู้สามารถทำตลาดได้มากที่สุดเช่น F-15/16/18 จากสหรัฐ SU-27/30 หรือแม้แต่ Mig-29ที่ต้องหันไปแก้ไขโมจนสามารถทำการรบได้ทั้ง2ภารกิจ จากเดินที่ใช้ขับไล่สกัดกั้นทางอากาศอย่างเดียว บินสั้น จนต้องโมให้มีขีดความสามารถเทียบชั้นกับ2ตัวท็อบข้างต้น จนเป็นMig-29SMTและMig-35 ออกทำตลาดในปัจจุบัน ส่วนในยุโรปก็มี RaFal จากฝรั่งเศส JAS-39จากสวีเดน thyphoon จากกลุ่ม3ชาติยุโรป ที่ออกแบบแรกๆมีขีดความสามารถในการทำการรบทางอากาศซะมากกว่าและยังต้องหันมาดัดแปลงให้สามารถใช้อาวุธโจมตีภาคพื้นเพื่อส่งออกเช่นกัน



FC-1/JF-17 อาวุธติดตั้งได้น้อยแต่ได้ประสิทธิภาพ


แน่นอนว่าหลักในอนาคตที่หลายชาติเน้นบ.ข. มัลติ-โรว ข้อนึงคือลดแบบอากาศยานและรวมถึงลดค่าใช้จ่ายในการซ่อมบำรุงลงไป และรวมถึงในกำลังทางอากาศนั้นเล็กลงแต่มีประสิทธิภาพสูงขึ้น โดยข้อกำหนดมาตราฐานที่บ.ข.แต่ล่ะชาติจะส่งให้ลูกค้าคือ ใช้อาวุธทั้งนำวิถีและไม่นำวิถีในบางภารกิจเช่นภารกิจโจมตี ติดอุปกรณ์นำร่องที่ใช้ได้จาก อิสราเอล แอฟริกาใต้ รัสเซีย จีน เป็นต้น


จุดเด่นอย่างนึงนอกจากภารกิจขับไล่ทางอากาศแล้ว ภารกิจโจมตีภาคพื้นดินด้วยอาวุธที่แม่นยำและหลากหลายก็เป็นจุดนึงที่จีนพัฒนาอย่างมาก ระเบิดนำวิถี อาวุธปล่อยพิสัยใกล้และไกลทำการโจมตีเป้าหมายเคลื่อนที่และหยุดนิ่ง เป็นส่วนนึงที่ลูกค้าที่จัดหาไปจะทำให้มีศักยภาพสูงมากขึ้นในทันที ซึ่งในปัจจุบันสำหรับลูกค้าที่อยากได้บ.ข.ดีๆก็ต้องจัดหาจากกลุ่มประเทศยุโรป แต่หากชาติที่ไม่ค่อยมีงบประมาณแถมยังโดนคว่ำบาตร ตัวเลือกจากรัสเซียก็เข้ามาแทนที่ในทันที แต่สำหรับชาติโลกที่3เช่น บังคลาเทศ พม่า กัมพูชา หรือชาติที่งบประมาณไม่มีเลยจริงๆนั้นเอง ตัวเลือกบ.ข.จากรัสเซียก็ห่างไกลออกไป หรืออาจจะจัดหามือ2มาใช้แต่ก็ไม่มีประสิทธิภาพมากเพียงพอ อีกทั้งบ.ข.จากรัสเซียยังมีค่าบำรุงรักษา หลักๆก็เชื้อเพลิงเนื่องจากมีขนาดใหญ่ใช้2เครื่องยนต์ย่อมเปลืองเป็นธรรมดา ตัวเลือกจากจีนจึงเข้ามาแทนในทันที



F-16Block-60 ติดอาวุธเต็มอัตรา


จีนจึงได้เปรียบจุดนี้อย่างมากเพราะบ.ข.ตัวเองเช่น J-10 นั้น นอกจากใช้เครื่องยนต์เดียวค่าบำรุงรักษาถูก ภาพรวมเหมือน F-16 ที่ราคาถูกเทียบกับประสิทธิภาพคับแก้วนั้นเองเหมาะแก่ชาติที่ใช้บ.ข.จากจีนมาก่อน ส่วนFC-1 นั้น แม้ประสิทธิภาพยังเป็นรองแต่ก็ถือว่าอันตรายหากชาติเล็กๆมีไว้ป้องกันตนเองเหมาะกับชาติที่ไม่มีบ.ข.ประสิทธิภาพสูงประจำการมาก่อนเพราะมีค่าใช้จ่ายถูกและใช้อาวุธได้หลายแบบเป็นรองเพียงพิสัยบินและน้ำหนักบรรทุกเท่านั้น


จุดนึงคือจีนต้องสร้างมาตราฐานเรื่องการบำรุง การซ่อมและอะไหล่ในอนาคตให้มีความน่าเชื่อถือเหมือนดังที่อเมริกาและรัสเซียทำไว้ ไม่ว่าบ.ข.จะใช้ไปกี่สิบปีก็ยังสามารถซ่อมบำรุงได้ยกเว้นแต่โครงสร้างล้าตามอายุหรือลูกค้าปลดนั้นเอง ซึ่งก็ต้องมาจับตาดูกันต่อไปเนื่องจากในอนาคตมีหลายชาติที่ต้องปลดบ.ข.ในยุคที่2และ3จำพวก Mig-21 F-5 Mirag-3/F-1 ซึ่งยังมีใช้กันนับร้อยลำ ต้องมาติดตามกันครับว่า มังกรจะผงาดหรือไม่



Mig-29SMT






 

Create Date : 26 มกราคม 2553   
Last Update : 26 มกราคม 2553 19:31:29 น.   
Counter : 1108 Pageviews.  
Share to Facebook





ตัวตายตัวแทน ฝูงบินรบญี่ปุ่น

ตัวตายตัวแทน ฝูงบินรบญี่ปุ่น






เอฟ-15 เจ/ดีเจ กำลังหลักของญี่ปุ่นในปัจจุบัน


ยังไม่มีความชัดเจนอย่างเป็นทางการน่ะครับ สำหรับการจัดหา บ.ข.เข้าประจำการทดแทน เอฟ-4เจ เอฟ-15เจ รวมกันเกือบ300เครื่อง  แต่ประเด็นหลักอยู่ที่ญี่ปุ่นมุ่งความสนใจไปที่ เอฟ-22 จากสหรัฐ ซึ่งก็ยังไม่มีความชัดเจนเช่นกันว่าจะถูกขายให้ญี่ปุ่นด้วยเหตุผลทางการเมือง  แต่ทว่ายังมีการกดดันให้ขาย เอฟ-22 ให้กับญี่ปุ่นเพื่อป้องกันสายการผลิตไม่ให้สั้นลงและปิดตัวลงในที่สุดครับ ญี่ปุ่นเองมีความตื่นตัวในกรณีเกาหลีเหนือมาก แต่ความต้องการเดิมก็หาบ.ข.ทดแทน เอฟ-4เจและเอฟ-15เจ ที่อายุโดยเฉลี่ยเกือบ25ปีเข้าไปแล้วครับ ซึ่งมีปัญหาในเรื่องโครงสร้างปีกถึงแม้จะผ่านการซ่อมบำรุงระดับโรงงานมาแล้ว ในช่วงปี1995-98 และล่าสุดทำการอัพเกรดเรดาห์ AESA และระบบอำนวยการรบทางอากาศ ซึ่งแสดงให้เห็นว่าญี่ปุ่นสนใจในเรื่องป้องกันทางอากาศมากกว่าโจมตี


ตัวเลือกและญี่ปุ่นเลือกเอง ได้แก่ ราฟาล ของประเทศฝรั่งเศส ยูโรไฟเตอร์-ไต้ฝุ่น  หากพลาดจาก เอฟ-22 ไปครับ ถึงแม้อเมริกาจะเสนอ เอฟ-18อี/เอฟ เอฟ-15เอส/อี เอฟ-35 ให้ญี่ปุ่นแทนเอฟ-22 ซึ่งญี่ปุ่นดูให้ความสนใจ ไต้ฝุ่นมากกว่าใคร เนื่องจากเทคโนโลยีเข้าใกล้ เอฟ-22 มากที่สุดแถมมีประสิทธิภาพค่อนข้างจะสูงมากเช่นกัน นอกจากนั้นยังมีผู้ใช้หลายประเทศ  เปรียบเทียบกับทางอเมริกานั้นตัวเลือกอย่าง เอฟ-18 อี/เอฟ เอฟ-15เอสอี เอฟ-35 เป็นอย่างไร


//www.flightglobal.com/blogs/aircraft-pictures/assets_c/2008/11/Rafale-thumb-450x300.gif


//members.quicknet.nl/lm.broers/picswar1/typh_da4.jpg


ราฟาล และ ไต้ฝุ่น


เอฟ-18 อี/เอฟ เป็นเครื่องบินขับไล่อีกรุ่นนึงที่มีความทันสมัยมากและทำได้ทั้งขับไล่/โจมตี แต่ส่วนนึงอย่างที่ทราบกัน เอฟ-18อี/เอฟ เป็นรองอย่างมากในเรื่องการรบทางอากาศในระยะประชิด แถมน้ำหนักบรรทุกอาวุธก็น้อย ระยะการบินสั้นกว่า เอฟ-15 ส่วนรูปทรงก็คยังไม่สเตล์ท ซะทีเดียว ญี่ปุ่นให้ความสนใจกับเครื่องบินที่มีประสิทธิภาพในการรบครองอากาศที่ดี มากกว่าเน้นโจมตี เนื่องจากสภาพพื้นที่เป็นทะเลและห่างไกลจากการวางกำลังของแซมภาคพื้นดิน  หากสังเกตุดังที่ผ่านมาญี่ปุ่นอัพเกรด เอฟ-15เจในเรื่องระบบเรดาห์และการใช้อาวุธในการรบทางอากาศมากกว่าอาวุธโจมตี


เอฟ-15เอสอี  คือเครื่องบินเอฟ-15ที่มาดัดแปลงให้สเตล์ทมากขึ้น แถมราคายังแพงเกือบ100ล้านเหรียญ โดยส่วนใหญ่ เอฟ-15 คือเครื่องบินเก่า(ออกแบบในทศวรรษที่1970)มิติรูปทรงยังค่อนข้างใหญ่ซึ่งยัง ไม่ได้คงไว้ซึ่งความเป็นสเตล์ทมากเท่าที่ควรหรือน้อยกว่าบ.ข.ยุคใหม่อย่าง ราฟาล ไต้ฝุ่น  ซึ่งเหลือเพียงประสิทธิภาพในการรบ พิสัยบินไกล อาวุธเยอะ เป็นต้น ที่เหลือคือราคาแพงกว่า 2แบบที่กล่าวเมื่อกี้มาก


เอฟ-35 แน่นอนว่ามีความเป็นสเตล์ทค่อนข้างมาก แต่เพียงหนึ่งเดียวคือ พิสัยบินที่สั้น เทียบกับพื้นที่ทางทะเลอันกว้างใหญ่ ซึ่งไม่สามารถปฏิบัติการจากฐานบินไปได้ไกลมากนัก ถึงจะสนับสนุนได้เครื่องแท็งเคอร์แต่เทียบกับ ราฟาล ไต้ฝุ่น เฉพาะใช้เชื้อเพลิงในลำตัว อีกทั้งโครงการส่งออกที่ล้าช้าในการพัฒนา นอกจากจะแก้รัฐธรรมนูญให้สามารถมีเรือบรรทุกเครื่องบินได้ ถึงแม้ว่าในปัจจุบันจะออกแบบเรือพิฆาติ ไฮยูกะ ออกมาก็ตามซึ่งบางแหล่งข้อมูลก็บอกว่าสามารถรองรับ เอฟ-35 รุ่นขึ้นลงทางดิ่งได้ อีกเรื่องญี่ปุ่นกำหนดว่าบ.ข.ลำแรกต้องเข้าประจำการภายในปี2553-54 ซึ่งแน่นอนว่า เอฟ-35 ยังพัฒนาไม่เสร็จและยังไม่พร้อมส่งออก


ญี่ปุ่น ก็ออกมาแถลงอยู่เสมอว่าถึงอย่างไรก็อยากได้ เอฟ-22 ถึงแม้จะพัฒนาราวๆ5ปีเพื่อส่งออก โดยญี่ปุ่นกำหนดขั้นต้น50ลำสำหรับภารกิจครองอากาศ ส่วนเครื่องบินภารกิจสนับสนุน ขับไล่/โจมตี นั้นเป็น มิตซูบิชิ เอฟ-2เอ/บี ที่ได้แผนแบบมาจาก เอฟ-16 จำนวนเกือบ80กว่าเครื่องที่สร้างไว้เข้าประจำการ ถึงแม้พัฒนาแบบกัดฟันเพราะราคาพุ่งสูงถึง 108ล้านเหรียญต่อลำ ญี่ปุ่นก็ยังจะจัดหาเข้าประจำการจนได้ ถึงแม้จะจ่ายแพงมหาศาลก็ตาม แสดงถึงงบประมาณที่ได้รับค่อนข้างจะเยอะมาก


//www.tac-photo.com/photo/f2-3sq-003.jpg


//www.aerospaceweb.org/aircraft/fighter/fsx/fsx_16.jpg


มิตซูบิชิ เอฟ-2เอ/บี เพื่อทำภารกิจโจมตีโดยเฉพาะ


แน่นอนว่าเอฟ-22 ราคาพุ่งปรี๊ดทะลุ250ล้านเหรียญต่อลำ และต้องจ่ายเงิน1หมื่น2พันล้านเหรียญ  แถมสายการผลิตก็จะปิดลง ส่วนเรื่องงบประมาณญีปุ่นได้ให้แก่กองทัพในช่วงปี2005-06 คือราวๆ4.89ล้านล้านเยน ซึ่งงบประมาณเป็นเพียงร้อยล่ะ1ของจีดีพีในแต่ล่ะปีเท่านั้น แต่ก็อีกนั้นล่ะ ถ้าสหรัฐไม่เปลี่ยนนโยบายในการส่งออก เอฟ-22 ก็จะเป็นการกดดันทางอ้อมไปเพราะจะทำให้สหรัฐเสียตลาดการค้าให้แก่ค่ายอื่น เช่น ราฟาล ไต้ฝุ่น แจส-39 ที่ทำตลาดในตะวันออกลางและยุโรปไปแล้วในปัจจุบัน นอกจากนั้นบางประเทศกำหนดโครงการบ.ข.ทดแทน F-X ขึ้นมาแล้วเช่น เกาหลีใต้ นอกจากนั้นยังสั่ง เอฟ-15เคไปประจำการอีกด้วย ส่วนออสเตรเลียเองก็จัดหา เอฟ-18อี/เอฟ เข้าประจำการอุดช่องว่างในการรอ เอฟ-35 เข้าประจำการ ซึ่งแสดงให้เห็นว่า สายการผลิตเอฟ-22 มีอันต้องยุติอย่างแน่นอน แถมรุ่นอื่นๆก็ทำตลาดลำบากเช่น เอฟ-18อี/เอฟ เอฟ-15 เอสอี เอฟ-16 ซึ่งนอกจากจะได้ลงแข่งและแพ้ไปยังเป็นเพราะนโยบายของสหรัฐที่เป็นตัวกำหนดสิทธิที่รปะเทศใช้อาวุธของตนพึงได้ไปเช่น เทคโนโลยี/อาวุธเป็นต้น ไม่ว่าจะเรื่องคู่แข่งในการเสนอแพ็คเกจต่างๆทำให้การทำตลาดของบ .ข.จากอเมริกาตกลงทันที นอกจากนั้นหากขาย เอฟ-22 ได้ย่อมส่งผลต่อมิตรประเทศอื่นๆอีกเช่นกัน เช่น เกาหลีใต้ ออสเตรเลีย ส่วนทางยุโรปอย่าง อังกฤษ นั้นใช้ ไต้ฝุ่นเป็นกำลังอยู่แล้ว ซึ่งกระทบแน่นอนต่อความสัมพันธ์ทางการทหารเพราะจะมีญี่ปุ่นเพียงประเทศเดียว ที่มีเทคโนโลยีระดับสูงไว้ครอบครอง


กลับมาที่ บ.ข.ทางเลือก ญี่ปุ่นได้ส่งตัวแทนไปยุโรปเพื่อศึกษาเกี่ยวกับประสิทธิภาพของ ไต้ฝุ่น และ ราฟาล ถึงแม้ไต้ฝุ่นจะเป็นตัวเต็งอย่างแน่นอนในเรื่องประสิทธิภาพที่ใกล้เคียง เอฟ-22 มากที่สุด โดยเฉพาะขีดความสามารถในเรื่องทำการรบป้องกันทางอากาศ ไต้ฝุ่น เป็นเครื่องอีก1รุ่นที่มีประสิทธิภาพสูงมากที่สุดในโลก และยังบมีการพัฒนาอยู่เรื่อยๆ ผู้ใช้เยอะยอดผลิตรวมกันเกือบ300เครื่องเข้าไปแล้ว เทียบกับราฟาลที่ยังทำตลาดได้ไม่กี่ประเทศเท่านั้น


ในเรื่องระบบอำนวยการรบหากนำมาใช้ ญี่ปุ่นใช้เพื่อป้องกันทางอากาศอย่างแท้จริง ถึงแม้ เอฟ-22 จะออกแบบให้ทำการรบทั้งขับไล่/โจมตีได้ก็ตาม เช่นเดียวกับ ซาอุดิอาราเบีย  โดยใช้คู่กับการทำงานร่วมกันระหว่าง บ.แจ้งเตือนภัยทางอากาศ AWAC เรือรบเอจีส เรดาห์ภาคพื้นป้องกันทางอากาศเอฟเอสที เพราะเนื่องด้วยความเป็นกองกำลังป้องกันตนเอง เอฟ-22 จึงได้ใช้เพียงขับไล่/สกัดกั้น สำหรับป้องกันภัยคุกคามที่เข้ามาสู่เกาะของตนเอง


เอฟ-22 จะได้ผลิตในประเทศหรือไม่ ส่วนตัวคิดว่าญี่ปุ่นคงไม่ได้รับสิทธิผลิตในประเทศแต่ได้รับความร่วมมือจากบริษัทผลิต บ.ข. ในยุโรปและอเมริกาสำหรับโครงการ บ.ข.เอทีดี-เอ็กซ์ ที่กำลังพัฒนาซึ่งมีรูปร่างค่อนข้างคล้ายเอฟ-15ผสมเอฟ-22 อยู่บ้าง แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น  ก็ต้องติดตามกันต่อไป ว่าญี่ปุ่นจะเสริมกำลังทางอากาศไปในทิศทางใด


By MIG31


 












 

Create Date : 09 ตุลาคม 2552   
Last Update : 9 ตุลาคม 2552 19:34:42 น.   
Counter : 1858 Pageviews.  
Share to Facebook


1  2  

ลิงน้อยเอ็นจอยเขียน
 
Location :
กรุงเทพ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 10 คน [?]






" ผมไม่ได้บ้าฝรั่ง แต่ผมชอบในความมีอารยะของเขา แต่ฝรั่งเลวๆผมก็เกลียดเป็นเท่าตัวเหมือนกัน "



New Comments
[Add ลิงน้อยเอ็นจอยเขียน's blog to your web]

 
pantip.com pantipmarket.com pantown.com