|
เรือดำน้ำชั้น กิโล (Kilo class Project-877)ของรัสเซีย
เรือดำน้ำดีเซล-ไฟฟ้าชั้น กิโล ของ รัสเซีย SSK Kilo-Class Project-877 
เรือดำน้ำโจมตีดีเซล-ไฟฟ้า ชั้น กิโล ( Kilo class Project-877) ของประเทศรัสเซีย จัดเป็นเรือดำน้ำแถวหน้าตัวแทนจากรัสเซียที่เข้าแข่งขันกับเรือดำน้ำ ชั้นดีเซล-ไฟฟ้า จากยุโรป เช่น ยู-209/212/214 ของเยอรมัน สกอร์เปี้ยน หรือ สกอร์ปิเน่ ของ ฝรั่งเศส โดยส่วนหนึ่งที่ทำให้เรือดำน้ำสัญชาติรัสเซียโด่งดังเนื่องมาจากความเงียบ ที่ปล่อยออกมาน้อยมาก จนถูกขนานนามว่า " หลุมดำแห่งห้วงมหาสมุทร " ซึ่งเป็นหนึ่งในอาวุธประสิทธิภาพสูงแบบนึงของรัสเซียที่ส่งออกตอบรับความ ต้องการแก่ประเทศที่อยากได้อาวุธประสิทธิภาพสูง นอกเหนือจาก บ.ข.ซู-27/30 เป็นต้น ส่วนนึงที่ทำให้เรือดำน้ำชั้น กิโล มีความเงียบกว่ารุ่นอื่นๆก่อนหน้านี้เช่น แทงโก้ บราโว่ โรมีโอ หรือแม้แต่เรือดำน้ำชั้นอื่นในกองทัพเรือ มีข่าวออกมาว่าในช่วงทศวรรษที่1980-90 หน่วยจารกรรมของรัสเซีย(โซเวียต ในยุคนั้น) ได้ทำการล่อซื้อเครื่องกลึงใบจักร จากประเทศญี่ปุ่น นับแต่นั้นมาเรือดำน้ำรัสเซียก็มีความเงียบมากขึ้นตั้งแต่เรือดำน้ำพลังงาน นิวเคลียร์ชั้น วิคเตอร์ เป็นต้นมา ในเรือรุ่น อกูล่า เซียร่า ยิ่งเงียบกว่านั้นมาก โดยนับในชั้นเรือดำน้ำพลังงานนิวเคลียร์ว่าเงียบ แล้วเรือดำน้ำดีเซล-ไฟฟ้าจะเงียบกว่าเข้าไปอีก เนื่องจากมีขนาดเล็กลง สาเหตุที่เรือดำน้ำรัสเซียถูกยกให้เป็นเรือดำน้ำที่ มีความเงียบก็เมื่อ มีอยู่เหตุการณ์นึงที่เรือดำน้ำชั้น วิคเตอร์-3 โดนสายโซนาร์ลากท้ายของเรือฟรีเกตุ(ปราบเรือดำน้ำโดยเฉพาะ)ชั้น น็อคซ์ ของกองเรืออเมริกาพันใบจักรจนต้องลอยลำขึ้น ซึ่งผิดไปจากเดิมที่เรือดำน้ำพลังงานนิวเคลียร์ของรัสเซียได้ชื่อว่า ดำได้ลึกสุด เร็วสุด แต่เสียงก็ดังมากเช่นกัน นอกจากนั้นยังมีอีกเหตุการณ์นึงคือ การทดสอบเรือดำน้ำของ อินเดีย โดยอินเดียเป็น1ในชาติที่ประจำการเรือดำน้ำทั้งฝั่งนาโต้และรัสเซีย จากการจำลองยุทธ เรือดำน้ำชั้น กิโล สามารถตรวจจับเรือดำน้ำชั้น ยู-209 ได้ก่อน ทั้งๆที่เรือ ยู-209 มีเทคโนโลยีที่ทันสมัย ซึ่งส่วนนึงระบบตรวจจับน่าจะพอๆกันแต่ความเงียบของเรือชั้นกิโลทำให้เรือ ยู-209 ไม่สามารถตรวจจับได้และตัวเองโดนตรวจจับได้ก่อน

โปรเจ็ค-636 เรือดำน้ำชั้น กิโล ถูกออกแบบมาในภารกิจ โจมตีเรือผิวน้ำ เรือดำน้ำ ลาดตระเวณ/ปฏิบัติการพิเศษทางเรือ วางทุ่นระเบิด เป็นต้น เพื่อทดแทนเรือดำน้ำรุ่นเก่าชั้น บราโว่ โรมีโอ ฟอกซ์ทรอต แทงโก้ ที่สร้างขึ้นก่อนในช่วงปี1960-70 ซะเป็นส่วนใหญ่ ในขณะที่เรือดำน้ำของกลุ่มประเทศนาโต้ รวมถึงเรือรบมีขีดความสามารถในการต่อต้านเรือดำน้ำที่เป็นกำลังหลักของ โซเวียต สูงขึ้น นอกจากนั้นยังพัฒนาระบบใหม่หมดในเรื่องการขับเคลื่อนคือใช้ใบจักรเดี่ยว ซึ่งในรุ่นก่อนๆใช้3เพลาใบจักร รูปทรงเรืออ้วนๆสั้นๆ ผิดจากเรือดำน้ำดีเซลรุ่นก่อน โดยมีการสร้างและปรับปรุงจากโปรเจ็ค-877มาตราฐาน เยอะมาก เรือดำน้ำชั้นกิโล (โปรเจ็ค-877 พัลทุส นามเรียกขานนาโต้ กิโล ฟังดูแล้วถูกจัง) ออกแบบโดยสำนักออกแบบเรือดำน้ำชื่อดัง รูบิน ใช้อู่เรือหมายเลข 122 ของบริษัท คาโนเย่ ซอร์โมโว่ โปรดัค เมืองนิซนี่นอฟโกรอต ทางตอนใต้ของ มอสโก ซึ่งมีพื้นที่ติดกับแม่น้ำโวลก้า ชิ้นส่วนถูกต่อขึ้นและส่งไปที่อู่เรือ เอสวาย-199 ของบริษัท เซฟมาฟ-รีไพยาติเย (อ่านยากมาก)เพื่อประกอบเป็นลำเรือ ตัวเรือถูกออกแบบให้มีการควบคุมระบบรักษาความปลอดภัยเช่นระบบระบายน้ำ ดับเพลิง อยู่ที่ห้องควบคุมหลัก ซึ่งปิดมิดชิดให้สามารถทำการระบายน้ำในห้องอื่นที่เสียหายได้ เพื่อให้มีความอยู่รอดสูงขึ้น ลำตัวทำด้วยเหล็กกล้า2ชั้น ขนาดลำตัวเรือ 72.6 x 9.9 x 6.2 เมตรลำตัวเรือกว่า 32เปอร์เซ็นต์ มีความหนาถึง2350 ม.ม. ชั้นที่2มีความหนาระหว่าง27-35ม.ม. ในแต่ล่ะจุดมีชั้นยางหนา8ซ.ม.เป็นแผ่นกระเบื้องยางวางซ้อนทับเป็นชั้นๆซึ่ง จะให้เสียงเงียบสุดในระยะ2000เมตรขึ้นไป ซึ่งตอนแรกยังมีปัญหาในระดับความลึกที่เสียงยังไม่เงียบพอ แผ่นกระเบื้องยางมีขนาดไม่เท่ากันผสมกับกาวชนิดพิเศษที่ยึดเกาะทุกแรงอัดใน ระดับความลึกคุณสมบัติช่วยกันสลายคลื่นเสียงที่เกิดขึ้นในตัวเรือทุก ประเภท ระบบไฮโดรลิคควบคุมการทรงตัวเรือ เปิด-ปิดถังลมและถังอับเฉาแบบ พิริต-23 (ในรุ่น23อี สามารถควบคุมบังคับเรือด้วยลูกเรือเพียง1นาย) แบตเตอรี่ไทพ์-446 2ลูก120เซลล์ กำลังไฟ9700กิโลวัตต์ ถังน้ำมันเชื้อเพลิงขนาดบรรจุ202960 ลิตร(เยอะโครต) เครื่องยนต์ดีเซล-ไดชาร์จ ไทพ์ 4-2ดีแอล42เอ็ม 2เครื่อง กำลังเครื่องล่ะ1825 แรงม้า ปั่นไฟ 1500 กิโลวัตต์ที่700รอบ/นาที มอเตอร์กำลัง5-6000แรงม้า1 เครื่อง เครื่องยนต์สตาร์ทช่วยเครื่องดีเซล190แรงม้า 1เครื่อง ระบบขับเคลื่อน(จูงเรือ เคลื่อนที่ความเร็วต่ำ) 102แรงม้า 2เครื่อง ความเร็ว3น็อต ใบจักร1เพลา6ใบ ปรับพิทใบพัดได้ สามารถทำความเร็ว10-12 น็อต เหนือน้ำ ความเร็วใต้น้ำที่17-25 น็อต ระยะ11000กิโลเมตร เมื่อใช้สกอร์นิเกิล ด้วยความเร็ว 8-10น็อต เคลื่อนที่ใต้น้ำด้วยมอเตอร์ระยะ700กิโลเมตร ความเร็ว3น็อต ดำความลึกปฏิบัติการด้วยความลึก240 เมตร และความลึกสูงสุด300เมตร ระหว่างขับน้ำ2300 ตัน เหนือน้ำ ขณะดำระหว่างขับน้ำเต็มที่3950 ตัน สามารถอยู่ในทะเลได้นานโดยไม่ต้องเติมเสบียงนาน45วัน ลูกเรือ53นาย (สัญญาบัตร12นาย อีก41นายลูกเรือ) ระบบอำนวยการรบอูเซล เอ็มวียู-110อีเอ็ม รุ่นปรับปรุงจากที่มีใช้ในชั้น แทงโก้ แสดงภาพเรดาห์/โซนาร์เป็นระบบจอภาพดิจิตอล พร้อมด้วยแผนที่ดาวเทียม สามารถใช้งานได้ทั้งภาคพื้นและป้องกันอากาศยานประกอบด้วยจอภาพควบคุมแสดงผล ข้อมูลทั่วไป2จอหลัก จอภาพโซนาร์1จอ จอแสดงผลเกี่ยวกับคลื่นเสียง1จอรุ่น เอ็มจี-553อี ระบบวิทยุภาครับ เอชเอฟ/วีเอชเอฟ พี-680 วิทยุภาครับและส่งคลื่น ยูเอชเอฟ พี-625-1 ป้องกันตัวเองจากอากาศยาน ด้วยระบบเรดาห์ตรวจอากาศเสาสัญญาณพับเก็บแบบ เอ็มอาร์เค-50 อัลบาทอส (สนอฟ-เทรย์1 ) มีใช้ในเรือดำน้ำหลายรุ่นของโซเวียต เริ่มพัฒนามาตั้งแต่ปี1962 ทำงานภาครับคลื่นเอ็กซ์-แบน์ด ความถี่9370เมคกะเฮิรตซ์ กำลังไฟ80วัตต์ อัตราหมุนกวาด4รอบ/นาที เป็นเรดาห์แบบค้นหาเป้าหมายในอากาศได้18กิโลเมตร ให้ข้อมูลระยะเป้าหมายและทิศทาง มีระบบแชร์ข้อมูลทิศทางเป้าหมายในสภาวะ ถูกรบกวนทางอิเร็คทรอนิค ติดตั้งระบบพิสูจน์ฝ่าย ไอเอฟเอฟ แบบ เอ็มอาร์พี-25อีเอ็ม โดยใช้คู่กับอาวุธปล่อยนำวิถีด้วยอินฟาเรด สเตร่า-3 จำนวน8นัด ส่วนใหญ่ติดตั้งในรุ่นส่งออก ตรวจจับเป้าหมายทางอากาศได้เมื่อลอยลำเท่านั้นด้วยท่อยิงทางดิ่ง ระบบโซนาร์ ภาครับและส่ง แบบ รูบิคอน เอ็มจีเค-400 อูเซล(นาโต้เรียก ชาร์ค ทีช )พัฒนาในปี1974 ทำงานภาคส่ง6นิวตันเมตร ภาครับ9นิวตันเมตร ติดตั้งส่วนหัวเรือใต้ท่อยิงตอร์ปิโดมีน้ำหนัก 2.8ตัน ระบบการค้นหาแบบแอคทีพ และ พาสชีพ ตรวจสอบเป้าหมายจากเสียงที่จับได้/เสียงสะท้อนจากเป้าหมาย มีระยะตรวจจับไกล150กิโลเมตร คลื่นความถี่โซนาร์1-60 เฮิรตซ์ มุมค้นหาวัดจากหัวเรือไม่ได้ทำมุมดำ +-30 องศา หากทำมุมดำ5องศา ใช้ความถี่1-10 กิโลเฮิรตซ์ มุมดำ10องศา ความถี่10-30กิโลเฮิรตซ์ เป็นระบบที่ทำงานโดยอัตโนมัติ โซนาร์รุ่น โบว-เอชเอฟ เอ็มจี-53 สามารถเกาะติดเป้าหมายพร้อมยิงได้2เป้า รวมทั้งบันทึกข้อมูลพร้อมแผนทำการยิงตอร์ปิโดเข้าต่อตีเป้าหมายในทุกระดับ ความลึกแบบ พีดียูจี-6อี นอกจากนั้นยังมีระบบควบคุมการยิง แบบ100 เคโอพีเอส ระบบนำทางให้ตอร์ปิโด แบบ ซีอาร์ที โซนาร์ค้นหาระยะสั้นแอคทีพ เอ็มจี-519 อัลฟ่า ระยะตรวจจับใกล้สำหรับเป้าหมายที่ต้องการความละเอียดและค้นหาได้ยากเช่น ทุ่นระเบิด กล้องเพอริสโคปพีแซดเคจี ซีรีย์-10 จำนวน2กล้อง สามารถใช้ในระดับความลึก17.5เมตร กล้องมีกำลังขยาย1.5-6เท่า สามารถเก็บภาพได้36ภาพ ขนาดเลนส์180ม.ม. หนัก230ก.ก. ตอร์ปิโดหลัก6ท่อหัวเรือ ขนาดท่อยิง21นิ้ว(533ม.ม.) เป็นตอร์ปิโดหนัก ได้หลายรุ่นเช่น
ตอร์ปิโดขนาดหนักไทพ์53/65เอ็ม ไทพ์-53/65 53/65เอ็ม ใช้เครื่องยนต์กังหันขับเคลื่อนด้วย กีเซอรีน-ไฮโดรเยนเปออ๊อกไซด์ ทำความเร็วได้45น็อต(83ก.ม./ช.ม.) หัวรบระเบิดแรงสูงหนักถึง300ก.ก. ระยะยิง 18ก.ม. รุ่นเอ็มระยะยิง22ก.ม. ไทพ์-53/65เค เครื่องยนต์กังหันกีเซอรีน-อ๊อกซิเยน ระยะยิง22ก.ม. หัวรบ300 ก.ก. เท่ากัน โดยทั้ง2ระบบข้างต้นเข้าประจำการในช่วงปี1965-69 น้ำหนักต่อลูก2.3 ตัน นำวิถีด้วยโซนาร์ ทุ่นระเบิดแบบ เอเอ็ม-1 จำนวน24ลูก ใช้ระบบบรรจุตอร์ปิโดอัตโมติครั้งล่ะ2นัด 1นัดใช้เวลาประมาณ15วินาที บรรจุ6นัดใช้เวลา5นาที ตอร์ปิโด18นัดรวมในท่อยิง6นัด สามารถซัลฏวใส่เป้าหมายพร้อมกันในเวลา2นาที ในรุ่นโปรเจ็ค-877เอ็ม มีท่อยิงตอร์ปิโดนำวิถีด้วยเส้นลวด2ท่อยิง นำวิถีด้วยโซนาร์ 4ท่อยิง(ไทพ์-53/65 สำรอง8นัด) ด้วยตอร์ปิโดนำวิถีด้วยเส้นลวด ทีอีเอสที-71อีเอ็ม/เอ็นเค ระยะยิงไกล20ก.ม. เป้าหมายเรือดำน้ำด้วยระบบการนำทางพาสชีพระยะ1000เมตร สำรอง4นัด 

ในห้องเก็บตอร์ปิโด มีระบบโหลดอัตโนมัติ การบรรจุตอร์ปิโดเข้าสู่ลำเรือนั้นใช้บรรจุทางหัวเรือและด้านบนหัวเรือ ข้างต้นที่กล่าวมาคือภาร รวมๆของโปรเจ็ค-877 ในช่วงปี1980 ก็เริ่มปรับปรุงไปเรื่อยดังนี้ โปรเจ็ค-877เค ใช้ระบบควบคุมดิจิตอล-ไฟฟ้า ทั้งหมด รุ่นโปรเจ็ค-877เอ็ม เพิ่มระบบป้อนข้อมูลนำวิถีให้ตอร์ปิโดก่อนทำการยิงและนำวิถีด้วยเส้นลวด โดยรุ่นที่ดัดแปลงเอา เค กับ เอ็ม มามรวมกันเรียกว่ารุ่น 877เอ็มเค ซึ่งรัสเซียจัดเข้าประจำการจำนวน7ลำ4ลำใช้ฝึก และขายให้อิหร่านจำนวน3ลำในชื่อโปรเจ็ค-877อีเอ็มเค ในช่วงปี1993-96 โดยอิหร่านไดรับมอบลำแรกในวันที่4สิงหาคม1993และลำสุดท้ายในวันที่18มกราคม ปี1996 ถึงแม้จะโดนสหรัฐประท้วงในเดือน มิถุนายนปี1995ก็ตาม โปรเจ็ค-877เค/เอ็ม/เอ็มเค ถูกต่อขึ้นเข้าประจำการ30ลำ โปรเจ็ค-877 ลำแรกหมายเลข บี-248 ต่อที่อู่เรือหมายเลข เอสวาย-199 วางกระดูกงูปี1980 ปล่อยลงน้ำปี1982 ประการที่ท่าเรือวลาดิวอสต็อค กองเรือภาคตะวันออก เรือลำที่2หมายเลข บี-177 อู่เรือหมายเลข112 ประจำการที่เซโวมอค แต่มีความล่าช้าเริ่มต่อในปี1982เข้าประจำการปี1991 เนื่องจากปัญหาเรื่องงบประมาณและปรับปรุงเป็น 877เอ็ม ในปี1994 พอหมายเลข บี-187ถึงบี-880 เป็นการต่อร่วมกันระหว่างอู่เรือ199กับ112 โปรเจ็ค-877อีเอ็ม(รุ่นส่งออกของรุ่นเอ็ม) ต่อขึ้นโดยบริษัท แอดมิราลสตรี ชิบยาร์ด คอมปานี อู่เรือเอสวาย-196 ที่เซนต์ปีเตอร์เบิรก์ ปล่อยลงน้ำปี1986จำนวน1ลำขายให้โรมาเนียชื่อเรือ ดีลฟินัล หมายเลข521 และขายให้โปแลนด์ชื่อเรือ โออาร์พีออร์เซล ในปี1986 โดยในปีเดียวกันได้ส่งออกให้กับ อัลจีเรีย(3)จีน(4)อินเดีย(9) เรือที่ขายให้จีนไปทั้ง4ลำคือเรือโปรเจ็ค-877ได้แก่หมายเลข บี-177/171/871/801 
เรือดำน้ำกิโล ขณะขนส่ง กิโล โปรเจ็ค-877อีเคเอ็ม คือเรือดำน้ำชั้นกิโลที่มีการปรับปรุงเรียบร้อยและเป็นพื้นฐานในการออกแบบ กิโล ในรุ่นส่งออกภายใต้ชื่อ โปรเจ็ค-636 เรือดำน้ำชั้น ลาด้า อาร์เมอร์-1650และ950 โดยยังใช้พื้นฐานในเรื่องระบบขับเคลื่อนเช่นโปรเจ็ค-877 ส่วนที่เพิ่มมาเป็นระบบอำนวยการรบและการใช้อาวุธนำวิถี ตอร์ปิโดรุ่นใหม่แบบ ทีอีเอส-71เอ็มเคอี นำวิถีด้วยเส้นลวดแอ คทีพโซนาร์-ทีวี หัวระเบิดแรงสูง205ก.ก. สำหรับปราบเรือดำน้ำโดยเฉพาะซึ่งมี2ท่อยิง นอกจากนั้นยังมีตอร์ปิโด 56/63เคอี ยูจีเอสที สามารถทำลายเป้าหมายได้ทั้งเรือรบและเรือดำน้ำ ความเร็ว50น็อต ระยะยิง40กิโลเมตร หัวระเบิด200ก.ก. สามารถค้นหาเป้าหมายและทำลายที่ระดับความลึก500ม. นอกจากนั้นยังมีระบบระเบิดในบริเวณเป้าหมาย(ทำงานคล้ายระเบิดลึก อาศัยแรงอัดกระแทก)ในกรณีที่หาเป้าหมายไม่พบ นำวิถีด้วยโซนาร์พาสชีพ-เส้นลวด ขีปนาวุธโจมตีเรือรบยิงจากเรือดำน้ำอีกรุ่นนึงที่เป็นเขี้ยวเล็บอันน่ากลัวของเรือดำน้ำกิโลโปรเจ็ค-877อีเคเอ็ม คือขีปนาวุธ 3เอ็ม-54อี1 คลับ-เอส ของบริษัทโนโวตาร์ มีพิสัยยิงไกล300กิโลเมตร หัวรบ400ก.ก. นำวิถีด้วย ไอเอ็นเอส-เรดาห์แอคทีพ ในขั้นตอนสุดท้าย ความเร็วเดินทางหาเป้าหมาย0.8 มัค และควมเร็วสุดท้ายในการพุ่งหาเป้าหมายสูงถึง2มัค บินเรี่ยผิวน้ำมีรูปทรงตรวจจับได้ยาก สามารถยิงได้จากท่อตอร์ปิโด มีใช้ในรัสเซีย อัลจีเรีย จีน อินเดีย 
3เอ็ม-54อี1 ตอร์ปิโด ความเร็วสูง วีเอ-111 แช็กวาล์ว สามารถเร่งความเร็วได้ระหว่าง50-200น็อตขึ้นไป ระยะยิง13กิโลเมตร หัวระเบิด210ก.ก. นับเป็นตอร์ปิโดอีกชนิดนึงที่มีประสิทธิภาพร้ายแรง แต่ก็มีเสียงดังเวลาวิ่งสู่เป้าหมายเช่นกัน แถมระยะยิงยังสั้นมาก ระบบอื่นๆได้แก่ระบบแจ้งเตือนเมื่อถูกเรดาห์ตรวจจับได้ ระบบสงครามอิเล็คทรอนิค จีนสั่งโปรเจ็ค-877อีเคเอ็ม เข้าประจำการปี1998 อินเดียในสั่งเรือโปรเจ็ค-877อีเคเอ็มจำนวน10ลำ ในปี1999 พอเดือนสิงหาคม ปี2000 อินเดียก็ได้รับเรือลำแรก นอกจากนั้นยังส่งเรือของเก่าจำนวน9ลำไปอัพเกรดให้เป็นรุ่น อีเคเอ็ม โดยบริษัท ซเวสด้า เป็นผู้รับงานไป เรือดำน้ำกิโล ที่ถือว่เป็นเรือดำน้ำที่เงียบสุดสมบูรณ์แบบอย่างแท้จริงคือ โปรเจ็ค-636 วาชวิยันคา ที่เริ่มพัฒนาในช่วงปี1987-88 เรื่อยมาและส่งออกในปี1996 โดยใช้ระบบพื้นฐานจาก โปรเจ็ค-877อีเคเอ็ม เป็นส่วนใหญ่โดยสร้างมาเพื่อขายโดยเฉพาะ ซึ่งจีนเป็นชาติแรกที่สั่งไปเพิ่มอีก10ลำและตามด้วยอินเดีย2ลำ ในช่วงปลายปี2007 อินโดนีเซียสั่งไปแล้ว2ลำและคาดว่าจะเป็น8ลำ เวเนซูเอล่า3ลำคาดว่าจะได้รับในปี2012-13และลูกค้ารายล่าสุดคือเวียดนามสั่งไป6ลำได้รับแล้วในปี2010จำนวน2ลำและกำลังทยอยส่ง ตัวเรือออกแบบให้มีความยาวมากขึ้น73.8เมตร เคลือบชั้นยางหนาเข้าไปอีก100ม.ม. เครื่องยนต์ดีเซล2เครื่องรุ่น 4-2เอเอ-42เอ็ม เทอร์โบชาร์จดีเซล กำลังเครื่องยนต์เท่าเดิมแต่สามารถเร่งความเร็วได้มากขึ้น ใบจักร1เพลา7ใบ ความเร็วพื้นน้ำ11น็อต ใต้น้ำ20น็อต ลดลงจากรุ่น 877อีเคเอ็ม ระยะทำการไกลขึ้น7500ไมล์เมื่อดำด้วยความเร็ว7น็อตใช้สกอร์นิเคิล 400ไมล์เมื่อใช้มอเตอร์ความเร็ว3น็อต ระบบเรดาห์ตรวจอากาศแบบ เอ็มอาร์เค-50อี โทบอล (สนอฟ-เทรย์2) ถูกเปลี่ยนเข้ามานอกนั้นระบบอำนวยการรบยังเหมือนกับรุ่นอีเคเอ็ม ส่วนระบบอาวุธก็เหมือนอีเคเอ็ม ยกเว้นที่ส่งออกให้อินเดียจำนวน2ลำสามารถใช้ 3เอ็ม-54อี ที่มีขีดความสมารถสูงเช่นกัน หลักๆคือใช้ระบบนำทาง2ชนิดคือระเหแอคทีพและระบบสร้างภาพอินฟาเรด บินสูงจากพื้นน้ำเพียง4.6เมตร ระยะยิง220กิโลเมตร ความเร็วพุ่งสู่เป้าหมายสูงถึง2.9มัค ซึ่งใช้สำหรับยิงทำลายเรือบรรทุกเครื่องบิน โปรเจ็ค-636 นั้นมีประสิทธิภาพสูงมากกว่าเรือที่ประจำการในท.ร.รัสเซีย เนื่องจากสร้างมาเพื่อทำการตลาดน่ะครับ นอกจากนั้นยังมีเรือที่ใช้พื้นฐานจากชั้นโปรเจ็ค-636 เพื่อทำการตลาดอีกหลายรุ่นและเข้าประจำการในท.ร.รัสเซียเองด้วย เช่นชั้น ลาด้า อาร์เมอร์-950/1650 ซึ่งจะกล่าวในตอนต่อไปครับ รอบนี้เหนื่อยมาก เพราะข้อมูลก็ทับกันไปๆมาๆแถมหาข้อมูลเชิงลึกยากด้วยล่ะ 
| Create Date : 04 ตุลาคม 2552 |
| |
|
| Last Update : 4 ตุลาคม 2552 21:37:07 น. |
| |
| Counter : 6690 Pageviews. |
| |
|
|