Group Blog All Blog
|
KTX กระฉึกกระฉัก ปู๊นปู๊น
เป็นคนชอบนั่ง KTX ไม่รู้ทำไม แค่ชอบ มันสนุกดี บอกไม่ถูก KTX หรือ Korea Train Express นั้นวิ่งด้วยความเร็ว 350 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และกำลังพัฒนาเป็น 420 กม. (โอ้ววว จอร์จ) รถไฟหัวจรวดความเร็วสูงของเกาหลีใต้นั้นจะซื้อผ่านเว็บไซต์ //www.korail.com/en/ ก่อนก็ได้ หรือจะซื้อที่เคาท์เตอร์เลยก็ได้อีกเหมือนกันจ๊ะ เช่น ถ้าซื้อตั๋วเที่ยวเดียวไปูซาน ราคาจะอยู่ที่ 52,900 วอน แต่ถ้าเราเลือกซื้อ KR pass แบบ 1 วันไปซะ 58,200 วอน แพงกว่า แต่!!! ไปกลับได้เลย แถมจะกี่เที่ยวก็ได้ คุ้มจะตาย!!! KR pass มีให้เลือกแบบ 1 / 3 / 5 / 7 /10 วัน และขายเฉพาะชาวต่างชาติเท่านั้น ราคาแตกต่าง ลดหลั่นกันไปตามจำนวนวัน ข้อดีมากๆๆๆ ของ KR pass คือ คุณจะนั่งกี่เที่ยว เมื่อไรก็ได้ ไปไหนก็ได้ ภายในวันเวลาตามบัตรที่กำหนดของคุณ นั่งรถไฟประเภทไหนก็ได้นะ ไม่ว่าจะ KTX, Saemauel , Mugunghwa, ITX หรืออย่างอื่น แต่เมื่อเสียเงินแล้วนั่ง KTX เถอะ ฮ่าาาาาาาาาาาา ราคามีทั้งแบบปกติ ราคาเด็ก ราคากรุ๊ป และแบบนักเรียน-นักศึกษาด้วย ![]() ต่อไปนี้ เหตุเกิด ณ Seoul Station นะ เดินเข้ามา ไปที่ Travel Center เลยเพื่อเอาใบจองไปแลกเป็น KR pass ![]() คราวนี้ตั้งใจเที่ยวต่างจังหวัดเลยจัด KTX แบบสามวันมาหนึ่งใบ หน้าตาเป็นแบบนี้แหละ ![]() จะระบุชื่อผู้เดินทาง เพศ อายุ (มันจำเป็นไหมเนี่ย) สัญชาติ และจำนวนวันของเรา จองผ่านในเว็บไปก่อน จ่ายผ่านบัตรเครดิตและต้องไปแลกตั๋วภายใน 180 วัน แต่ถ้าไม่แลก การจองนี่ก็จะยกเลิกอัตโนมัติ ไม่เสียค่าธรรมเนียมใด บัตรเครดิตก็ไม่ตัด จะตัดเมื่อเราไปแลกตั๋วมาแล้วเท่านั้น ดีใช่ไหมล่ะๆๆ ได้ KR pass มาแล้ว ก็ได้เวลาเดินทาง เดินย้อนกลับมาตรงจุดขายตั๋วนี่ ![]() ออกตั๋วใบใหม่ก็ให้ยื่น KR pass พร้อมพาสปอร์ตทุกครั้งนะ แจ้งความจำนงได้เลยว่าเราอยากไปไหน ขบวนไหน ก็จะได้ตั๋ว KTX มาหน้าตาแบบนี้ ![]() ![]() มีภาษาอังกฤษกำกับให้ชัดเจนว่าเดินทางวันไหน จากไหนไปไหน กี่โมงรถออก กี่โมงรถถึง นั่งตู้ไหน เลขที่เท่าไร หรือถ้าเราจองแล้วมาไม่ทัน ตกรถไฟ ก็ไปเปลี่ยนเที่ยวได้เลย ไม่เสียเงิน วุ้ยยยย ถูกใจป้าจริงๆ (แต่ต้องเอาตั๋วเก่ามายื่นคืนด้วย) จะมีป้ายบอก มีประกาศตลอดว่ารถจะออกจากตรงไหน เราก็เดินไปชานชาลาของเราได้เลย เช่น ตั๋วเรา ไปปูซานรอบ 6.30 น. ขบวน 107 มองตามป้ายได้ชานชาลา 10 โอเค โกๆๆๆ ![]() แล้วถ่าย 9 มาทำไม ฮ่าๆๆๆๆๆ ![]() หัวจรวดของเราหน้าตาแบบนี้ วิ่งไปถ่ายมา หวิดตกรถ 5555+ ![]() ![]() เลยต้องขึ้นมันตู้ 16 นี่แหละแล้วเดินบนรถย้อนเอา ขืนมัวเดินด้านล่าง จะตกรถได้จริงๆ รถไฟที่นี่ออกและถึงตรงเวลาแบบน่ากลัว เป๊ะมากๆๆ ![]() ![]() ทางเดินเชื่อมระหว่างขบวน ![]() ขึ้นมาในขบวนที่นั่งเป็นแบบนี้ ปรับเอนได้ ![]() ![]() ![]() ![]() ![]() มีแบบหันหน้าเข้าหากัน 4 คนด้วยนะ ![]() บนรถมีไวไฟให้ใช้ฟรีตลอดทางด้วยนะ ดับบ้างติดบ้าง ขึ้นกับว่ามุดอุโมงค์หรือป่าว แต่ใช้ได้โอเคดี มีตู้น้ำ ![]() มีตู้ขนม ![]() มีที่วางกระเป๋าใบใหญ่ๆให้ ![]() มีห้องน้ำสะอาด.....มาดูกันๆ ชักโครก เสียงดังอลังการแบบสูบลม ตกใจเลย ![]() ทิชชู่พร้อม ![]() อ่างล้างมือพร้อม ![]() มีปลั๊ก เผื่อใครอยากมาชาร์จแบต ![]() ประตูเข้าออก ความกว้างของห้องน้ำก็คล้ายๆบนเครื่องบินนะ ![]() แค่ 2 ชั่วโมงนิดๆตรงเวลา ก็มาถึงแล้วจ้าาาาาาาาาา ![]() เป้าหมายวันนี้คือวัดแฮดงยงกุงซาอีกแล้ว ชอบๆๆๆๆ ก็มุ่งหน้าลงรถไฟใต้ดินไป ที่นี่ใช้ T-Money ได้เหมือนในโซล เพียงแต่เราคิดว่าเราจะฉลาดกว่าถ้าเราซื้อตั๋ว One Day Pass บัตรวันเดียวเที่ยวทั้งวันนี่ราคา 4,000 วอน ขึ้นใต้ดินปูซานได้ทั้งวันกี่เที่ยวก็ได้เหมือนกัน มาที่ตู้เลย เลือกภาษาได้ แล้วเลือกขวามือล่างๆ กดจึ้กเข้าไป ![]() พอจึกไปก็มีแต่เกาหลีอยู่ดีนะ นางบอกขอสี่พัน หันซ้ายหันขวามีแต่ใบหมื่น ใส่ไม่ได้ ![]() ก็หันไปแลกกับตู้นี้นะจ๊ะ ![]() เป็นตู้ให้แลกเงินเป็นแบงค์พันวอนได้สถานเดียว ชอบใจจัง พอได้เงินครบก็หย่อนลงไป ![]() ![]() ได้ตั๋วแล้วๆๆๆ (ลืมรูป เดี๋ยวเอามาลง) ชอบขนส่งมวลชนเกาหลีตรงนี้แหละ รถไฟต่อรถเมล์ภายใน 30 นาทีไม่ต้องเสียค่ารถเมล์แล้ว คิดรวมกับรถไฟไปเลย พอเงยจากรถไฟมาเจอป้ายรถเมล์ มันก็มีตารางดิจิตอลบอกว่ารถสายไหนจะมาอีกกี่นาที ไม่ต้องรอแบบไร้จุดหมายแบบบ้านเรา ระหว่างรอสาย 181 ไปวัด ก็ถ่ายรถเมล์ปูซานมาดูเล่น ![]() ขึ้นตรงคนขับ ลงตรงกลางรถ ทางเดียวนะจ๊ะ อย่าขึ้นหรือลงทั้งสองประตูแบบเมืองไทยเราไม่ได้ ผิดมารยาทที่โน่นเค้า ![]() จ่ายเงินโดยหยอดลงกล่องข้างคนขับ หรือใช้ T-Money แตะเอาก็ได้เหมือนกัน มาถึงวัดแล้ว ครั้งก่อนมาหน้าหนาว คราวนี้มาหน้าร้อน เดินไปคิดไป หนาวก็หูดับ ร้อนก็ตับแตก แต่ถ้าต้องเลือกขอหนาวดีกว่า คราวก่อนที่มา ตัววัดปรับปรุงมาก ไม่กล้าขึ้น คราวนี้ได้ขึ้นมาไหว้เจ้าแม่กวนอิมแล้ว ......ขอพร...... ![]() ด้านล่างเขียนไว้ว่าเจ้าแม่องค์นี้เด่น Mercy เมตตาปราณี คนสิ้นหวังอย่างเรามาขอพร จึงสมหวังในเวลาถัดมา ![]() ![]() ![]() มองลงไปเจอทะเล สวยดี ![]() ![]() ![]() ครั้งก่อนมาโยนเหรียญ กะว่าถ้าลงหลังเต่าคงได้กลับมาอีก แต่ไม่ลง....แต่ก็ได้กลับมาแหะ และจะกลับมาอีก ![]() ![]() Seoul Fortress Wall ปีนป่ายกำแพงเมืองโซล
อย่างหนึ่งในโซลที่น่าสนใจ (สำหรับเรา) คือ กำแพงเมืองโซล หรือ Seoul Fortress Wall เป็นกำแพงโบราณยาวๆคล้ายกำแพงเมืองจีน - - ไหม? ไม่รู้ ไม่เคยไป 555 สร้างตั้งแต่ราชวงศ์โชซอน ครอบคลุม 4 ขุนเขา Bugaksan, Naksan, Namsan, และ Inwangsan มี 8 ประตู แต่ประตูดังๆก็ที่เรารู้จักกันนั่นแหละ ทงแดมุน และ นัมแดมุน พูดจาให้ข้อมูลทางการมากไปก็เวียนหัว ผิดวิสัยเราที่เที่ยวไปมั่วไป ส่วนที่นี่เนื่องจากดูซีรีส์มา เห็นนางเอกไปยืน ดูสวยดี ดูประวัติศาสตร์ดี ชอบ อ่ะ ไปด้วยๆ ก็ค้นหาทางไปมาจาก KTO ซึ่งไม่ได้ช่วยมากเท่าไรนัก เพราะทำให้เราหลงทางอยู่สองวัน กว่าจะเดินไปถึง ฮ่าๆๆๆๆๆ เท่าที่เค้าบอก วิธีการไปเริ่มเดินชมกำแพงคือให้ไปเริ่มที่ Malbawi Information Center ณ Waryong Park คือให้ขึ้นสาย 3 สีส้ม สถานีอันกุก ทางออก 2 ก็ไปจ๊ะ ตามไป (ทางเดียวกับหมู่บ้านบุกชนเลย) ออกมาปุ๊บจะเจอรถเมล์ท้องถิ่นให้ขึ้นสาย 02 แล้วลงป้ายหลังมหาวิทยาลัยซองคยูกวาน ปัญหาอยู่ตรงนี้.....ป้ายมันเขียนเป็นเกาหลีหมด จะรู้ไหมว่าคือป้ายไหน อ่านอ่ะพอออก แต่แปลไม่ได้ > ![]() แถมรถเมล์เล็กนี่นะแบบว่าไม่มีเสียงประกาศบอกด้วยแหละ ว่าป้ายนี้ป้ายไหน ป้ายหน้าป้ายไหน จึงต้องนั่งหูตาเลิ่กลั่กเอาเองนะจ๊ะ .....(กรรมล่ะ) วันแรกของอิ่มเอมจึงนั่งยาวๆๆไป สุดป้ายที่มหาวิทยาลัยซองคยูกวานซะงั้น ![]() เอ้าาาาาา งง แต่ไม่รู้จะยังไงดีเลยเดินชมมหาลัยซะเลย 55555 ![]() มีแววว่าจะไม่ได้เดินเป็นแม่นมั่น ก็ชมวิวไป มหาลัยนี้สวย อยู่บนเขาไง อากาศดีมากกกกกกกกกกก ![]() แม้จะครึ้มฟ้า ครึ้มฝนไปสักหน่อย ![]() เราไม่ขอกล่าวถึงประวัติที่นี่ เพราะบังเอิญผ่านมา รู้บ้าง แต่ไม่สนใจ ปล่อยผ่าน 5555 ก็เดินวนๆ ดูนั่นมองนี่ในมหาลัยไป สวยดี วิวดี อากาศดี ไกลดี ชันดี และเหนื่อย.....ดี เดินลงมาเรื่อยๆ ก็เค้าบอกให้ลงป้ายหลัง ม. กะว่าเดินไปเรื่อยๆคงเจอสักประตู ม. แหละน่า ผล......ออกมาที่ไหนไม่รู้ งง หลงขนานแท้ เปิดแผนผัง KTO ดูอีก เค้าบอกว่ามาได้ 4 เส้นทาง เนื่องจากเส้นแรกมั่วล่ะ ลองเส้นต่อไปล่ะกันเรา เส้นที่ 2 เค้าบอกให้ขึ้้นจากสถานี Hyehwa สาย 4 สีฟ้า แล้วต่อรถเมล์สาย 8 อ่ะ อิ่มเอมก็เดินๆไป เจอสายแปดมา วิ่งขึ้น ซึ่งก็ไม่รู้หรอกนะว่าต้องขึ้นฝั่งไหน หาทิศไม่ถูก ก็ขึ้นไปก่อน และสุดท้ายรถเมล์มาผ่านสถานีนี้จริงๆ เป็นอันว่าเรานั่งผิดฝั่ง 55555 หมดใจ เหนื่อย หิว และขำ ![]() ![]() ![]() ตื่นมาแต่เช้า มุ่งมั่นมากว่าจะเดินสวยเก๋ริมกำแพง แต่หลงสะบั้น แล้วการหลงทางในเกาหลีนี่ระทึกมากนะ ยิ่งเส้นย่านบุกชนนี่ระทึกสุดๆแหละเพราะมันเป็นย่านทางลาดขึ้น ไม่ใช่ลาดลง จึงเหนื่อยทวีคูณ เดินวนๆไปมา เข้าตรอกนั่น ออกซอยนี้ ปวดหัวยิ่งนัก จึงตัดสินใจหยุดตอนบ่ายสองโมง เพราะร้อนและหิวมาก พกหัวใจยับเยินอดเดินสวยเก๋เลียบกำแพง หาทางออกจากเขาวงกตแห่งนี้เสียเถิด - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - วันที่ 2 (ยังๆ มันยังไม่เลิกพยายามจะไป) วันนี้มุ่งมั่นกว่าเมื่อวาน มันต้องได้แหละน่า แต่วันนี้ตัดสินใจเป็นนักท่องเที่ยวด้วยการมาแบบเดิม สาย 3 สีส้ม สถานีอันกุก ทางออก 2 ฟอร์มเดิม เพราะจำได้ว่าถ้าไปทางหมู่บ้านบุกชนมันจะมี Tourist Information อยู่ระหว่างทาง จะไปถาม นี่คือการตัดสินใจที่เยี่ยมยอดที่สุด 5555 เข้าไปปั๊บ ถามเลยค่า หนูอยากไปเลียบกำแพงทำไงคะ เจ้าหน้าที่เป็นอาจุมม่าเก่งอังกฤษ ว้าววววว ยิ้มให้อย่างดี ยื่นแผนที่ให้แผ่นใหญ่ เอาไปอิหนู ดูซะ เส้นทางการเดินตามเจ้าปรารถนา ***แผนที่ 3 แผ่นนี้ขยายดูได้นะเออ*** ![]() เราก็ยิ้มแก้มแตก ชอบใจ นี่แหละ ประเทศที่สนับสนุนการท่องเที่ยว ไอ้ตรงไหนที่เป็นจุดเด่นจุดดี เอามาให้เที่ยว เขาให้ข้อมูลสุดฤทธิ์ เอกสารพร้อม ผู้คนพร้อม ป้าชี้ว่าเราอยู่ตรงนี้นะหนู แต่ถ้าหนูจะไปเริ่มเดิน ต้องไปตรงที่ป้าวงๆให้นี่นะ แล้วรอบๆสีม่วงนี่คือตัวกำแพงนะหนู ฮู้วววว กว้างขวางคลุมโซลจริงๆ ![]() ป้าให้เราขึ้นรถสาย 02 ไปเช่นเดิม เราเลยแจ้งว่า ลงตรงไหนอ่ะป้า เมื่อวานหนูลองล่ะ ไปโผล่โน่นนนน ม.ซองฯแน่ะ ป้าเลยเขียนลงแผนที่อีกใบให้เอาไปยื่นให้คนขับดูว่า "ช่วยจอดป้ายนี้หน่อยค่ะ" ![]() แม่ะ!!! ได้ใจคนชอบหลงแบบเรา โค้งขอบคุณป้าแล้วออกมารอรถเมล์ ทีนี้ขอบอกวิธีเดินทางจากจุดนี้ก่อน เผื่อใครอยากสตาร์ทจากจุดนี้เหมือนกันนะ พอออกจากสถานีรถไฟมาปุ๊บ จะเจอป้ายรถเมล์ จงโร 01,02 เลย ตามรูปบนสุดนั่น ก็ขึ้นเลยจ๊ะ หรือ เดินตรงไปก่อนก็ได้เรื่อยๆจนเจอ Tourist Information เผื่ออยากได้แผนที่แบบเรา แล้วพอออกมาไม่ไกล ก็มีป้ายรถเมล์เหมือนกัน รอขึ้นตรงนั้นก็ได้ สาย 02 นะ แล้วบอกเค้าว่า 와룡공원에서 내려수세요. (วารยอกุงวอน เนรยอวซุเซโย) อ่านยากเนอะ เอาใหม่ แบบไทยๆ (วาเรียงกุงวอน เนเรียวซูเซโย) แปลได้ว่าช่วยจอดให้หนูลงที่สวนวาเรียงนี่หน่อยเหอะ ซึ่งพอเราขึ้นปุ๊บ เราก็ชูที่ป้าเขียนมาให้ลุงตนขับดูทันที ลุงพยักหน้ารับ เราก็ไปนั่งรถแบบชิลๆ รถไต่ขึ้นเขาแบบเมื่อวานเส้นทางเดิม จนไปถึงประตูหลัง อ้ออออออ นี่เองประตูหลัง 555 ![]() มันเห็นชัดว่าคือประตูใหญ่ๆอ่ะนะ เพราะพ้นจากประตูนี้เข้าไป มันคือมหาวิทยาลัยซองคยูกวานเต็มๆ เมื่อวานฉันพลาด ลุงคนขับหันมายิ้มให้แล้วพยักหน้าว่า ลงเลยๆ ตะโกนขอบคุณไปแล้วแจ้นลง มายืนเอ๋ออีกรอบ แล้วไปทางไหนต่อวะคะ??? เอาล่ะ หันหน้าเข้าหาประตูหลัง แล้วเดินซ้ายมือจ๊ะ จะมีบันไดไม้อยู่ไต่ไปเรื่อยๆๆๆๆๆๆๆ เหนื่อยพอตัว ![]() เจอแล้วววววว Waryoung Park ที่จะเป็นจุดสตาร์ทของเรา ![]() ฮู้ยยยยยยย เล่นเอาหอบเหอะ ไปถึงนี่จะมีทางแยกซ้ายขวา ซ้ายเนี่ยเค้าก็เขียนชัดเจนนะ Malbawi Information Center ก็ควรเดิน แล้วจะได้เดินยาวตามแผนที่ แต่ก็ไม่รู้ทำไมอิฉันเดินออกขวา 55555 ก็ดีนะ มีสวน มีกำแพง ![]() ![]() ![]() ![]() ระหว่างทางมีจุดพักให้ลุงๆมาโขกหมากรุก ![]() มีสนามเด็กเล่นให้ด้วย ![]() ปลื้มปริ่ม เดินได้ไม่เท่าไร เวรกรรม ถึงทางลงหลังหมู่บ้านบุกชน 5555555 ![]() ทำไมกำแพงเมืองมันสั้นนัก ปกป้องเมืองฮันยางได้จริงหรือ (ชื่อเดิมของโซล) ก็มองป้ายซ้ายขวา เค้าก็บอกว่าถัดจากนี้ จะมีกำแพงอีกนะตรงแถวๆ Hyehwamun ก็เลยเดินตามป้ายบอกทางนี้ไป ![]() สุดท้าย.....ป้ายหาย หลงวะแวกเดียวกับเมื่อวาน 555555555555555555 เป๊ะเลย มุมเดิม สาย 08 เหมือนเดิม วุ้ย อะไรกันนักหนา แถวนี้นี่น่ากลัวมากจริงๆ เดินยากอ่ะ กำแพงก็ไม่ใช่อันเล็กๆนะ แต่ทำไมหายาก ถึงมันจะถูกทำลายไปเยอะ แต่มันก็ยังเหลือเยอะ แล้วทำไมเราหาไม่เจอ กลุ้มใจกับตัวเองจริงๆ สุดท้าย นั่ง 08 กลับมา สถานี Hyehwa สาย 4 สีฟ้าดังเดิม เพลียใจ ต่างกันที่วันนี้ฉลาดหน่อย เพราะจากจุดนี้มันขึ้นกำแพงได้เลยจริงๆแหละ (เมื่อวานไม่น่าโง่เลยตรู) จากตรงนี้มองไปจะเห็นสัญลักษณ์เดิม Fortress Trail เดินตรงไปเลย ประมาณ 5 นาที ซ้ายมือจะเจอตรงนี้ โอ้วววว เย้ๆๆๆ ![]() แล้วเมื่อวานตรูไปนั่งสาย 08 เพื่อไปสวนนั่นเพื่อออออออออออออออ!!!! นี่แหละ เส้นทางกำแพงของจริงอะไรจริง เป็นทางที่จะไปทะลุสวนนักซานตรงบริเวณทงแดมุนได้ เห็นเส้นแดงๆไหม นั่นล่ะ เส้นทางการเดินกำแพง ![]() ขึ้นไป เดินไปเลย วิวดี สวย เค้าทำเส้นทางดีมากๆเลยล่ะ แต่เหนื่อยมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก ![]() ![]() ![]() ทางเดินขึ้นเขาอ่ะ จริงๆนะ แล้ววันนี้อากาศร้อนอบอ้าว ฝนจะตก มันเลยเป็นการเดินที่ทรมานสุดๆไปเลย ![]() ![]() คำเตือน : เตือนช้าไปไหม? ควรพกน้ำขวด ทิชชู่ ผ้าเช็ดหน้า ร่ม หรือหมวกไปด้วย เพราะมันเหนื่อยมากจริงๆ แต่ถ้าคุณเดินหน้าหนาวหรืออากาศเย็นๆ ก็เตรียมเครื่องทำความอุ่นไปแทน เดินไปตามทางเรื่อยๆ จะเจอช่องเข้าด้านในกำแพง ก็มุดเข้าไป ![]() เดินๆไป เจอกำแพงเป็นระยะ ไกล ขอบอกว่าจากสถานีเยฮวามาถึงทงแดมุนนั่นไกล ตามป้ายบอกเลย 2.2 กิโลเมตร เดินเข้าไปเถอะจ๊ะ ถ้าชีวิตนี้ไม่มีไรทำ ว่างมาก หรืออยากออกกำลังกาย มาเดินเลยจ๊ะ สนุกดีพึลึก เราก็เดินไปเรื่อยๆ แวะถ่ายรูป เจอ Performance Square ![]() ![]() ถามตัวเองในใจ ใครมันจะถ่อขึ้นมาจัดงานบนนี้ เหนื่อยตายชัก แต่คงมีมั้งเนอะ เส้นทางนี้เป็นเส้นที่คนมักมาเดินเล่นกัน ออกกำลังกาย แฟนมาโรแมนติก หลายอย่างอ่ะ ![]() ![]() เย็นๆอากาศจะดี วิวสวย เงียบๆ เพราะเส้นยาว มีมุมส่วนตัวเยอะ ![]() ![]() พอหายเหนื่อย หายเครียดที่หากำแพงไม่เจอสักที.....ก็เดินเพลินดีเหมือนกันนะ เดินไปเรื่อยๆจนสุดสวนนักซานและลงมาจะถึงทงแดมุนจ้า ![]() ![]() ที่นี้เอาเส้นทางย้อนหลังไป เผื่อใครอยากไปจาก ทงแดมุน - เยฮวามุน ขอให้ทุกคนไม่ต้องดิ้นรนเหนื่อยเหมือนเรา 5555555 จากสถานีทงแดมุน ออกทางออก 1 จ๊ะ ![]() ออกมายูเทิร์นเลย แล้วเดินตรงๆไปตามทาง ![]() ผ่านทงแดมุนนี้ไป ![]() ขวามือ จะมีทางเดินขึ้นสวนนักซานแบบเห็นได้ชัด ไม่ต้องตามหาให้เหนื่อย (รูปเดียวที่ฟ้าใส หันกลับไปอีกฝั่งฟ้าทะมึนมาก นักท่องเที่ยวสับสนอากาศที่นี่จังค่ะ!) ![]() หลังจากนั้นก็เดินยาวไปเล้ยยยยยยยยย ![]() เป็นการเดินทางที่ทรหดมาก 2 วันกว่าจะได้เลียบกำแพงโซลสมใจ และไม่สวยเก๋ แต่ทรุดโทรมมาก (คนเดินนะ ไม่ใช่กำแพง) แต่ก็ถือว่าประสบความสำเร็จ สมดังใจ อยากมา ได้มา อยากเดิน ได้เดิน ดีใจจัง ^^ ก่อนลงรถไฟกลับ แถมนี้มีร้านคิมบับชอนกุกอยู่ แวะจัดเลย จัมปง อร่อย!! ![]() มากด ATM ที่เกาหลีกันเถอะ
หลายคนอาจประสบปัญหาเช่นเดียวกับเรา ซื้อของมากไป เงินที่แลกมาหมดซะงั้น จะรูดบัตรเครดิต บางร้านก็ไม่รับ (แม้ส่วนมากจะรับก็เถอะ) ไหนๆก็ไหนๆแล้ว กดเงินข้ามประเทศมันซะเลย อย่ารีรอ ข้อแม้แค่บัตรที่จะกดต้องเป็นวีซ่า/มาสเตอร์การ์ด จะเดบิตหรือเครดิตได้หมดเลยนะ เดาว่ามันคงเหมือนกันทุกตู้เนอะ ไปเล่นตู้นี้มา แล้วก็ 11 ขั้นตอน ถ่ายกันดื้อๆ ตามนี้ 1.เลือกภาษาก่อนกับประเภทบัตร ก็ Foreign - English ![]() 2.ใส่บัตรเอทีเอ็มเข้าไป ![]() 3.ดึงบัตรออก ![]() 4.เลือกประเภทบัตร ![]() 5.เลือกประเภทบัญชี ถ้าใช้บัตรเครดิตก็เลือก credit card แต่เราเลือก saving เพราะว่าเป็นบัตรเดบิตที่เงินเดือนเข้าอ่ะ ![]() 6.เลือกธุรกรรมการเงินที่จะทำคือ ถอนเงิน cash withdrawal ![]() 7.เลือกจำนวนเงินที่ต้องการ ![]() 8.ใส่รหัสเอทีเอ็ม 4 ตัวของเราตามปกติ ![]() 9.หน้าจอจะบอกว่าเราต้องการถอนเท่านี้นะ มีค่าธรรมเนียมเท่านี้ (ประมาณร้อยบาท) โอเคไหม ถ้าโอ ก็กดคอนเฟิร์ม ![]() 10.เครื่องก็จะนับๆเงิน ![]() 11.แล้วเด้งออกมาจ้า ![]() เย้ๆ มีเงินไปช้อปปิ้งต่อแล้ว ดีใจจัง คยองจู - 경주 - ม้วนเดียวจบ
ถ้าประเทศไทยมีสุโขทัย เกาหลีใต้ก็มี คยองจู - 경주 นี่แหละ ซอนแซงนิมบอกว่าบ้านเกิดอยู่ที่นี่ มีหลุมศพเป็นเนินลูกเบ้อเริ่มเยอะแยะ เวลาหน้าหนาวหิมะกองก็ไปเล่นสไลเดอร์กัน ฟังแล้วน่าสนุก คิดว่าถ้ามีโอกาสสักวันจะไป โอกาสมาล่ะ ตั๋ว KTX บัตรเบ่งเวกุกอินวันที่สองจึงระบุปลายทางที่ Singyeongju นั่นเอง วันนี้เลือกเที่ยว 06.30 น. มาขึ้นรถได้ตรงเวลาและถ่ายรูปในขบวนรถได้สนุกสนาน ทรุดตัวลงนั่ง หลับก่อนเลย ตุนเวลาเพราะง่วงสะสม 9 โมงกว่าๆก็มาถึงแล้ว ![]() อากาศสดชื่นมากๆเลย เดินไปหา Tourist Information ก่อนเป็นอันดับแรก ศูนย์เปิด 9.30 น. อ่ะ แต่พนักงานก็ใจดี กระวีกระวาดหยิบแผนที่มาให้ก่อน ขอบคุณนะค้า ^^ เดินกางแผนที่ (อารมณ์นักท่องเที่ยวล่ะเว้ยยยย) แล้วออกไปรอรถเมล์เข้าเมือง เยี่ยมๆมองๆ สายไหนจะพาเราไปที่ๆเราอยากไปได้บ้าง ทั้งสุสานทูมาลี ทั้งหอดูดาวชอมซองแด ทั้งวัดบุลกุกซา มีที่ๆอยากไปเยอะเลย แต่ดูๆแล้วเอาในตัวเมืองก่อนล่ะกัน จึงจับสาย 70 แล้วก้าวเลยจ๊ะ นั่งรถเข้าเมืองไปดูเนินหลุม (ภาษาวิบัติล่ะ จะหลุมหรือจะเนิน จะขุดลง หรือกลบขึ้นกันแน่วะ?) นั่นแหละ จิ้มจุดไปดู กะว่าวนๆแถวนี้ก่อนแล้วค่อยว่ากัน แต่......รถเมล์ที่คยองจูน่ากลัวมากเลย มันจอดทั้งป้ายเล็กป้ายน้อย ในซอยและถนนใหญ่ ป้ายที่เขียนชื่อก็ฟังไม่ทัน ป้ายที่ฟังทันก็ไม่มีชื่อใน Bus Route สรุป ตอนนี้อยู่ที่ไหนเนี่ยยยยยยยย กรีดร้องและเลิกลั่กกับตัวเอง สุดท้ายก็ตัดใจลงที่ป้ายนี้ ชีวิตมันต้องเริ่มจากตรงนี้แหละน่า Gyeongju Station ![]() มันควรกลางเมืองแล้วล่ะเนอะ ลงมางงๆแล้วเดินไป Tourist Information อีกทีถามๆดูว่าอยากไปสุสานทูมาลี ไปยังไงคะ? พนักงานถามแปลก จะเดินเหรอคะ? เอ๊ะ.....พยักหน้ารับ นางบอกทางมา เราขอบคุณแล้วเตรียมเดินทาง ออกมาปุ๊บ ข้างหน้านี่เจอเลยศูนย์ให้เช่าจักรยานและมอเตอร์ไซค์ สีสันสดใสมากกกกกกก น่ารักจัง ![]() แต่ด้วยความขี่จักรยานไม่แข็งมาก เลยคิดว่าเดินไปก็ดีนะ ออกกำลัง....... เดินไป 5 นาที เถียงกับตัวเองในใจตลอดเวลา เช่าดีไหม? ตอนอ่านมาเค้าว่าการขี่จักรยานเที่ยวคยองจูเป็นเสน่ห์อย่างหนึ่งนะ ขี่ดีหรือไม่ดีนะ ขี่ไม่แข็ง แต่ไม่ได้ขี่นานล่ะเอาสักหน่อยก็ดี เถียงตัวเองจนได้ทั้งข้อดีและข้อเสียในเวลาถัดมา สรุป เดินย้อนกลับไปบอกเค้าว่าขอเช่าจักรยานคันหนึ่งจ้า เค้าให้เลือกคันที่ชอบ ก็ได้เจ้านี่มา ![]() เพื่อนร่วมทางราคา 10,000 วอน ยื่นพาสปอร์ตให้ดู เค้าก็ยื่นกุญแจกับที่ล็อกมาให้ แลกกัน เช่าได้ทั้งวัน ร้านปิดหกโมงเย็นนะจ๊ะ เอามาคืนให้ทันล่ะ .แค่นี้เอง ง่ายๆสบายๆ ได้มาก็ปั่นๆไป ที่คยองจูนี่คงเป็นเมืองแห่งจักรยานจริงๆ เพราะถนนรอบๆนั้นมีเลนจักรยานให้ตลอด ทั้งบนถนนและทางเท้า ทำพื้นให้จักรยานขี่สบายๆ มีป้ายสัญลักษณ์ให้ด้วยล่ะ เลยทำให้การขี่จักรยานสนุกและเพลิดเพลินดี จุดหมายหลักของเมืองนี้คือเนินเขียวๆนั่น ปั่นเลยยยยย ปั่นไป....หลงทิศ งงตั้งแต่จุดหมายแรก 555 แวะข้างทางถามคนแถวนี้ดูก่อน เค้าก็บอกว่าเลี้ยวซ้ายจ๊ะที่รัก โน่น ป้าย เห็นไหม อ้าว ตึง! อาย เขิน งึมงำขอบคุณแล้วปั่นๆๆๆๆ มาโผล่ที่นี่ เย้! Daereungwon Tomb Complex สุสานหลวงแห่งราชวงศ์ชิลลา (รู้จักไหม? ไม่ เหมือนกัน) จอดจักรยาน ล็อกล้อ อะฮ้า ดูเป็นคนท้องถิ่นล่ะ จอดจักรยานกับที่จอดได้ และยื่นทรัพย์จ่ายค่าเข้าไป 4,000 วอน เข้าไปใน.......สวน อะไรสักอย่างที่ ถามตัวเองว่า มาทำไม? ไอ้เนินเขียวๆดูในรูปว่าสวยดี แต่พอมาดูจริงๆคือมันหาจุดประสงค์ไม่ค่อยได้ ไม่อิน มันก็เนินใหญ่ๆเขียวๆที่ดูแล้วไร้ความหมายอ่ะน่ะ แดดก็ร้อนนนน เสื้อเปียกแล้ว!!!! มาเดินตากแดดดูก้อนกลมๆทำไมวะตรู เริ่มหงุดหงิด งุนงงกับตัวเองล่ะ วนไปรอบหนึ่ง ดูก้อนกลมๆได้หลายก้อนก็ถีบรถจากมาไม่เหลียวหลัง ![]() .......ไปต่อที่หอดูดาว Cheomseongdae Observatory ตามหลักฐานประวัติศาสตร์บอกว่ามีไว้ดูดาว อืม ก็ดูดาวนั่นแหละ เจอเด็กๆมาทัศนศึกษากัน ถ่ายรูปหมู่ เราก็เดินดุ่มๆเข้าไป ได้ยินเสียงโหวกเหวกโวยวายไล่หลังมา หันไปดู ป้ามาหา ทิคเก็ตๆ อ่า ...... เดินถอยหลัง แหงะหน้าดู สามพันวอน? แล้วหันกลับไปดูอีกที กวาดตามองรอบๆลานดินนี่ นอกจากหอดูดาวเตี้ยๆ ส่องไปจะเห็นดาวได้ไงวะ....รอบด้าน ไม่-มี-อะ-ไร-เลย แล้วเนี่ย กล้าเก็บเงินฉันเลยเรอะ!!! ก็ถอยหลังจากมา ไปเดินวนๆ ถ่ายไกลๆเอาแทน ![]() เสร็จลานดิน หยิบแผนที่มาดูใกล้ๆกันพอปั่นถึงนี่มีสวนอันอั๊บจิ ...อ่ะ ไปต่อ ปั่นๆๆ ที่ไหนขึ้นชื่อว่าต้องไปดู อิฉันก็ถีบจักรยานคู่ชีพไป มาถึงจ่ายค่าเข้า 1,500 วอน แล้วเดินท้าแดดหน้าดำเข้าไป งง ไอ้หอดูดาวเมื่อกี้ว่างงแล้ว ไอ้สระน้ำ Anapji Pond นี่ว่างงกว่าเยอะ เราไม่มีเชื้อเจ้า ไม่เข้าใจโซชอน เดินไปจึง ไม่อิน อีกล่ะ เค้าบอกอีกว่าถ้ามาตอนเย็นๆมืดๆแสงสีจะสวยงามน่าชม แต่เรามาบ่ายแก่ แดดเปรี่ยง คือ มันร้อนอ่ะ ร้อนมาก อากาศไม่ไหวล่ะ เหงื่อชุ่มตลอดเวลา หน้ามืด มองอะไรก็ล้วนไม่สวยไม่งาม แต่มาแล้วก็พยาย๊ามมม พยายามจะถ่ายรูป หาความสวยงามของสถานที่ให้จงได้ ![]() ![]() กางแผนที่อีกรอบ ไปไหนต่อดี ก็เห็นว่าจากตรงนี้มีสาย 11 ไปวัดพุลกุกซา เย้......ทิ้งจักรยานไว้ที่นี่เลยล่ะกันเนอะ ขากลับมาขี่กลับย้อนทางเดิมพอดี ก็วิ่งแท่ดๆออกไปยืนรอรถเมล์ มั่นใจว่าคงไม่หลงเพราะป้ายนี้คนน่าจะลงเยอะ พอสาย 11 มาก็ขึ้นไปนั่งเจิดจรัสยิ้มแป้น ดีใจได้ไปวัดแล้ว ..... นั่งไป 30 นาทีเห็นจะได้ เริ่มเข้าทุ่ง เริ่มไกล เริ่มสงสัย เริ่มลังเล เริ่มไม่มั่นใจว่าจะไม่หลง เอาแล้วไง เอาอีกแล้ว มั่วอีกแล้ว กลับตัวทันไหม แต่อยากไปวัด มาทั้งที อุตส่าห์มาแล้วก็ควรไปที่ๆต้องไปหรือสมควรไปนะ.... ว้าวุ่นในหัวสมอง แต่บอกตัวเอง เต็มที่ถ้ากลับไม่ทัน KTX รอบที่จองไว้ก็แค่เลื่อนเวลา เลวร้ายนักก็แค่ค้างคืนมันที่นี่ ยังไงซะ ตั๋วรถก็ยังใช้ได้อีกวันเต็มๆ ..... คิดแบบนั้นแล้วก็นั่งรถต่อไปแบบไร้กังวลนะ ในที่สุดก็ถึง คนลงเยอะจริงดังว่า และ ลานกว้าง เจี๊ยกกกกกก ต้องไปทางไหนอ่ะ? เดินตรงไปเจอบันได เอ้า ขึ้น! ขึ้นมา อ้าววว เจอสวนป่า งง ทางขึ้นวัดเรอะ ทำไมเงียบ มองไปมองมา โน่นนนนน ทางขึ้นเขาทำเป็นทางซีเมนต์ให้เดินแล้วจ๊ะ ก็วิ่งไปตามทางเขาและ .... หมดแรง ชันมาก Bulguksa Temple นี้ชันมากๆๆๆๆๆๆๆ อากาศก็ร้อนดุเดือด เหนื่อยจัง คอแห้ง ถึงทางเข้าวัด จ่ายค่าเข้า ![]() เดินสะโหลสะเหลตรงไปเรื่อยๆจนมาถึงบันไดนี้ สิ้นสุดการเดินทางเสียที ![]() เหนื่อยจัง นั่งถ่ายรูป พักเหนื่อย กวาดตามองซ้ายขวา คนมาเยอะพอสมควร สวยดี วัดมรดกโลกรับรองโดยยูเนสโก ![]() หายเหนื่อยก็เดินอ้อมขึ้นไปกราบพระที่ด้านบนโน่นน่ะ ขอพรๆ แล้วกลับลงมา ![]() ![]() ![]() ![]() ![]() ......เดินลงมาเจอทางลง Front Gate Back Gate ก็คิดว่าน่าจะเป็นทางต้นไม้ที่เจอตอนลงรถเมล์มา เรามาทางประตูหน้าแล้วหอบ ขากลับลงประตูหลังล่ะกันเนอะ เปลี่ยนวิว เดินมาไกล ไกลนะ ไกลเลย ถึงประตูหลังเพื่อค้นพบว่าถ้าออกประตูนี่มีหวังได้หลงทางในคยองจูอีกรอบแน่ ถอนสะอื้นแล้วเดินกลับไปประตูหน้าใหม่ ทำไมว้า......ทำไมถึงหลงตลอดเวลา เดินวนในเมืองนี้ตลอดเวลาเลย เหนื่อยก็เหนื่อย ร้อนก็ร้อน หิวก็หิว บ่ายสองแล้วยังหาอะไรกินไม่ได้ มองไปร้านไหนๆก็ขายแต่ขนมปังคยองจู คนที่นี่ไม่กินข้าวเหรอ??? หอบตัวเองมาถึงป้ายรถเมล์ได้ เดินปาดเหงื่อ (หรือน้ำตาก็ไม่รู้) เข้า Tourist Information อีกรอบ มาเกาหลีก็หลายที ใช้บริการศูนย์นี่จริงจังก็วันนี้แหละนะ......ไปถามว่าจะกลับไปอันอั๊บจิ ไปไงคะ? คือคิดว่ามาสาย 11 ก็ควรสาย 11 ย้อนศรกลับไป แต่ป่าวเลยต้องนั่งสาย 10 กลับ งงนะ แต่นางบอกงั้นก็เชื่อนางอ่ะ ไม่อยากหลงแล้ว นางบอกลงป้ายอันอั๊บจินะ พอดีเป๊ะเลย ก็ เอา พร้อม....ไปเงี่ยหูฟังต่อ ขึ้นรถได้ นั่งไปยาวๆอีก 30 นาที ได้ยินว่า ทาอึม ยอค อันอั๊บจิ ก็ลุกเลย......ไม่พลาดๆ ไปยืนรอเลย อิอิ ..... กระหยิ่มได้แวบเดียว รถเลย ไม่จอด อ้าวววววว เฮ้ยๆๆๆ กดกริ่งรัวๆ รถเมล์ก็แล่นความเร็วปกติ ไม่จอด เฮ้ยยยยยยยยย ก่อนคนขับจะมองกระจกหลังและเดาได้ว่ากะเหรี่ยงบ้านนอกแน่ๆ เค้าถามอะไรสักอย่างที่เดาว่าจะลงป้ายไหน? ก็ชี้นิ้วว่า อันนี้ๆอ่ะ ไม่รู้อ่ะ นึกว่าจะจอดให้ ต้องกดกริ่งตอนไหนจังหวะไหนอ่ะ งง >< แต่สุดท้ายเค้าก็จอดให้ ขอบคุณนะ ....... เดินย้อนนิดหน่อย ก็ถึงสวน ดีใจจังเลยยยยยยยย เหนื่อย ล้า แต่ก็ถือว่ามาครบทุกจุดที่อยากไปแล้ว กลับมาตรงเวลาด้วย เดี๋ยวคงไปถึงสถานี KTX ตรงเวลา เดินฮัมเพลงหงุงหงิงไปเอาจักรยานที่จอดทิ้งไว้ แล้วปั่นช้าๆ ร้องเพลง ออกเดินทางย้อนทางเมื่อเช้า เตรียมกลับโซล นางเอกเอ็มวีมากกกกกก แดดร่ม ลมตก อากาศเริ่มดี ขี่จักรยาน ร้องเพลง มีความสุข ไม่ต้องปั่น เพราะทางลาดลง ล้อหมุนไปเอง ไม่เมื่อย ตัดสินใจถูกจริงๆที่เช่าจักรยานมา เที่ยวได้ไกลดีนะ และแล้ว มันก็เกิดขึ้น.....เรื่องที่ไม่ควรเกิด มันก็เกิดขึ้น เมื่อขี่ๆมาเจอคนสองคนเดินขวางทาง สั่นกระดิ่งบอกเท่าไรก็ไม่ได้ยิน ทำไงดีวะ ตัดสินใจหักรถไปทางขวาเพื่อหลบ แต่พบว่ามีคนมาทางซ้าย ถ้าไม่หยุดต้องชนเขาแน่ๆเลย อั๊ยยะ!!! หักกลับปุ๊บ รู้ทันทีเป้าหมายฉันคือต้นไม้ข้างหน้า โครม!!!!! ชนเข้ากลางต้นไม้เลยจ๊ะ ตรงๆเน้นๆ แทบจะเห็นภาพสโลว์ อุบัติเหตุที่ไม่รู้ตัวว่าจะเกิด กับ อุบัติเหตุที่รู้ว่าจะเกิดขึ้นแต่หยุดมันไม่ได้ แบบไหนแย่กว่ากัน??? ฉันวันนี้รู้ตัวว่าต้องชนแน่ๆแต่หยุดล้อไม่ทันแล้ว บีบเบรคมือรถก็ไม่หยุดเพราะมันทางลาดลง รถไหล ชนเต็มๆ รถหงาย อิ่มเอมลอยคว้าง ล้มโครม กระเด็นจากฟุตบาทลงถนนกระแทกเข้ากับรถที่จอดอยู่ริมฟุตบาท (โชคดีไป ไม่งั้นกลิ้งลงถนนใหญ่ล่ะ สนุกกว่านี้แน่) ขอบคุณรถคันนี้ที่เบรคฉากแอคชั่นให้เราได้ แล้วจักรยานก็เอน เอี๊ยดๆๆๆ แล้วล้มตึงทับลงมาบนตัวอีกรอบ แอ่ก......สมบูรณ์แบบที่สุด วินาทีนั้น ความคิดแรกคือ iPhone ฉันเป็นอะไรหรือป่าว? 555 ยังจะห่วงสมบัตินะ ประคองตัวเองลุกขึ้น ยอกไปทั้งสรรพางค์กาย คุณผู้ชายคนที่เดินสวนมารีบวิ่งมาดึงจักรยานขึ้นให้ คุณตาฝั่งตรงข้ามวิ่งมาพยุงตัวให้แล้วถามว่าเป็นอะไรไหม ..... ไม่เป็นค่ะ เจ็บนิดหน่อย แต่เพราะรู้ตัว เลยตะแคงตัวลง หัวไม่กระแทก แขนขาไม่หัก แต่ถลอกไปรอบตัวแหะ คนใจดียังถามไถ่ ไปโรงพยาบาลไหม ไม่เป็นไรแน่นะ ชนน่ากลัวมากเลย - - อัดคลิปไว้ไหม อยากดูง่ะ?? ไม่เป็นไร ขอบคุณมากๆที่มาดูแลค่ะ โค้งขอบคุณไปหลายรอบๆจนเจ็บท้อง พอคนใจดีเดินจากไป เปิดชายเสื้อดู....ลมจะใส่ เหนือพุงน้อยๆของเราคงโดนจักรยานทับซินะ มันเป็นแผลถลอกยาว แดง เลือดซึมเหอะ กรี๊ดดดดดด ฉันจะตายไหมๆๆๆๆๆๆๆๆ เจ็บปวด เหมือนจะหมดลมหายใจทันใด หันมาดูแขนขวาคลุกฝุ่น ถลอกเป็นทาง หัวเข่าซ้าย ช้ำม่วงมากๆ แล้วปลายนิ้วชี้กลางนางก้อยก็โดนอะไรไม่รู้บาดเลือดซิบ ......กลอกตามองฟ้า ซวยล่ะ.......... ได้แต่ประคองตัวเองกับรถตั้งขึ้น ตั้งต้นขี่ใหม่ เอาวะ อย่างน้อยก็ขากลับ ถ้าขามาเที่ยวนี่คงหมดสนุกแย่เลย ขี่ไปสองสามจึ้ก......โซ่หลุด กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดด อีกรอบ เวรล่ะชีวิต แค่โซ่หลุดหรือรถพัง ฉันทำรถเค้าพังไหม? ฉันต้องเสียเงินจ่ายค่าซ่อมไหม? โอ๊ยยย คุณพระ แล้วจะกลับยังไง เจ็บไปทั้งตัว ไม่มีจักรยาน ระยะทางไม่ใช่ใกล้ๆนะ จิกหัวๆๆๆๆ ทำไงดี ซ่อมไม่เป็น ลงมาจับมันตั้ง แล้วแทบจะร้องไห้ (เวลาเราไม่สบายตัวเนี่ย ชีวิตมันจะดราม่าง่ายจริงๆ) ออตอเก ออตอเก นานึนออตอเก **โปรดอย่าลืม อิ่มเอมยังหิวและยังร้อนอยู่ เหนื่อยด้วย มาเจอแบบนี้อีก ชีวิต ณ เวลานั้นจึงรันทดมาก** พิลาปรำพันกับตัวเองไป จนเห็นคนขี่จักรยานผ่านมา สองสาว โบกๆๆๆๆๆ แล้วขอความช่วยเหลือ สาวเกาหลีสองคนพูดอังกฤษได้ดี จอดจักรยานแล้วมาช่วยดู โทรกลับไปยังเจ้าของร้านหมายให้มาช่วย ที่ร้านก็ไม่รับโทรศัพท์ สองนางเลยแนะนำให้เราเข็นกลับไป อิฉันจึงต้องเล่ากรรมเก่าให้ฟังพร้อมโชว์เรือนร่างให้ยล สองสาวร้องดังกว่า อ๊า ออตอเก นอมุ อาพาโย? แล้ว 1 ใน 2 ก็ตัดสินใจก้มลงช่วยดึงโซ่ ดัดนั่น จับนี่จนมือเลอะน้ำมันไปหมด ก่อนหันมาทำเสียงหงอยๆว่า ทำไม่เป็น ช่วยไม่ได้ ขอโทษนะ ไม่เป็นไรค่ะ แค่นี้ก็ซึ้งแล้ว ขอบคุณมากจริงๆที่มาดูให้ ที่แสดงน้ำใจ เราเป็นผู้หญิงเหมือนกันถนัดแต่ขี่ เรื่องซ่อมไม่เป็นเข้าใจได้ ขอบคุณมากๆๆๆๆๆๆๆ ก็เลยต้องประคองรถเดิน ทั้งเจ็บ ทั้งหิว ทั้งร้อน ทั้งเหนื่อย และตอนนี้....หนัก จักรยานที่คิดว่าเป็นเพื่อนคู่ใจ กลายเป็นภาระ เดินไปเรื่อยๆผ่านทุ่งดอกบัวที่มีอยู่ในแผนที่ว่างามนัก (งามตรงไหน) ผ่านสวนดอกไม้ที่ตอนนี้ไม่มีสักกะดอก ผ่านหมู่บ้านโซชอนสถานที่ถ่ายทำของ MBC ผ่านมาจนถึงหอดูดาว....ที่นึกได้ว่า ข้ามหอดูดาวไป ฝั่งตรงข้ามคือสุสานทูมาลีที่ด้านหน้าก้มีร้านให้เช่าจักรยานเหมือนกัน เลยรีบไปขอให้เค้าช่วยซ่อมให้ คนคยองจูใจดีหยิบๆจับๆไม่ถึงนาที จักรยานอิ่มเอมก็วิ่งได้ดังเดิม กรี๊ดดดดดดดดดดดด จุดพลุ!! ก้มโค้งไป 3-4 ที แล้วรีบปั่นกลับด่วน ปั่นแบบระแวดระวัง ใครสวนมา อิฉันจอด ไม่กล้าสวนแล้ว กลัวเจ็บอีก ในที่สุด Gyeongju Station ก็อยู่ตรงหน้า ตะกร้าจักรยานที่บุบลง โดนตบให้เข้าสภาพเดิม อิ่มเอมก็จูงไปคืนที่ร้านแบบหน้าด้านๆ ไม่บอกสักคำว่าไปทำวีรกรรมอะไรไว้ (ขอโทษนะคะ) คืนรถได้ ปาดเหงื่อ เดินไปร้านขายยา ประสบการณ์ใหม่ที่เกาหลี - เข้าร้านขายยา ไปเล่าให้เภสัชกรฟังได้ยามาหลอดหนึ่ง เดินโผเผไปป้ายรถเมล์ รอรถมาเพื่อจะนั่งกลับไปสถานี KTX มาถึงได้เข้ามินิมาร์ท ไปนั่งจ้องตรงมุมขายยา ใจตอนนี้อยากได้เบตาดีน คิดถึงเบตาดีนมาก บ้านฉันเป็นแผลต้องล้างแผลทายาดิ เลือดซิบแบบนี้ จะให้ทาเจลเนี่ยนะ? ....ร้องไห้ไป ทำไป แสบเป็นบ้าเลย ฮือออออออ ชีวิตตรู..... 16.58 น. สะเงอะสะงะมารอรถ KTX ขบวน 158 ตามที่จองไว้ ชอบสถานีนี้นะ อากาศดีมากเพราะล้อมด้วยภูเขาทั้งหมด แต่ถ้ามานั่งหน้าหนาวคงหนาวมากๆแน่เลย ![]() ![]() พอรถไฟเทียบชานชาลา Singyeongju อิ่มเอมก็ก้าวขึ้นไปหาที่นั่งและทรุดตัวลงหลับทันที รู้สึกชีวิตเหนื่อยมาก มาทำไมวะ สนุกหรือก็ป่าว เจ็บตัวอีกต่างหาก คยองจูจ๋า.....ลาก่อนนนนนนนน คนอื่นมา รีวิวไว้ สวยหยด ทำไมฉันมาจึงรันทดดั่งนี้ N Seoul Tower หรือ Namsan Tower
หอคอยอันโด่งดังสำหรับผู้ที่สนใจมาเกาหลี ใครไม่มาที่นี่เหมือนเสียเชิง หรือถ้ามากับทัวร์นี่คือ 1 ในสถานที่ๆคุณต้องมาแน่ๆ มาที่นี่หลายครั้ง เพราะชอบอยู่บนที่สูงๆ 555 แต่ครั้งที่ประทับใจสุดคือครั้งแรกที่มาคนเดียวนี่แหละ การเดินทางมาเองนั้นมาได้หลายทาง แต่ขอเสนอสาย 4 สีฟ้า สถานี Myeongdong ทางออก 3 ซึ่งเค้าบอกว่ามาทางนี้จะได้ขึ้นกระเช้าไป เยี่ยมเลย ไม่เคยขึ้น (คนเดียว) ขอสักหน่อย โผล่หัวมากจากรถไฟได้ เค้าก็บอกอีกแหละว่าให้เดินไปตามทาง ผ่านโรงแรมแปซิฟิค อิฉันก็ตั้งหน้าตั้งตาเดินเข้าไป ขึ้นเนินแล้ว เนินเล่า ทั้งชัน ทั้งเหนื่อย ก็ไม่มีวี่แวว นี่ถ้าอากาศร้อนๆคงเป็นลมตาย พอดีอากาศหนาวเลยทำใจดีสู้เนิน มองหาจะถามทางใครสักคนว่าตรูหลงอีกแล้วหรือป่าว ก็เจอแต่อาจุมม่าทั้งนั้น ไม่แน่ใจว่าพูดภาษาอังกฤษได้ไหม เลยยิ่งไม่กล้าถาม เดินมึนต่อไป ไกล มันไกลมาก เดินไปเดินมาผ่านนัมซานเกสท์เฮ้าส์ ใช่ อ่านเจอมาว่าต้องผ่านมันก่อน โอเค ฉันมาไม่ผิด ถูกทางล่ะ แค่เดินต่อ เดินไป เดิน เดิน ในที่สุดเราก็มาถึง!! วิ่งรี่ไปพบว่า ต้องขึ้นตึกไปชั้นสาม ถึงจะเจอออฟฟิศ Namsan Cable Car โอ๊ยยยย คนเกาหลีขยันเดินไปไหน เดินมือไม้สั่น หายใจเป็นควัน ไปซื้อตั๋วไปกลับมา 1 ใบ สนนราคา 7,500 วอน แล้วก็รอคิวจ้า พอขึ้นไปได้ มองลงมาจากยอดเขา ต๊ายย ตายล่ะ โซลถูกคลุมไปด้วยหิมะ สวยไปอีกแบบ ครั้งก่อนที่มานั้น ภูเขาเป็นใบไม้เปลี่ยนสี วันนี้ใบไม้โกร๋น มีแต่หิมะขาวๆ สวยไปอีกแบบ ออกจากกระเช้ามาปุ๊บ.......โซลทาวเวอร์เช้านี้เงียบสงบมาก มีคนราวๆ 30 คนเท่านั้น เหตุเพราะยังเช้าอยู่และหนาวมากเอาการ คงไม่มีคนคิดอุตริจะไต่ที่สูงแบบนี้แต่เช้า มีเพียงทัวร์ไทย 1 กรุ๊ปเท่านั้น และอิฉันอีก 1 คนที่เดินไปเดินมาทำท่าทางเป็นคนต่างชาติ 5555 เดินไปซื้อกุญแจมาหนึ่งดอก เตรียมไปเขียนบอกรักผู้ชายบ้างอะไรบ้าง แล้วไปนั่งก้มหน้างุดๆ มือสั่นพั่บๆอยู่ริมรั้ว แอบแขวนไม่บอกใคร (มาคนเดียว จะไปบอกใครล่ะ) แถมด้วยเขียนกระเบื้องประดับกำแพงอีก เรียกว่ามาแบบจัดหนัก ตั้งใจเขียนมาก 5555 ผู้ชายสมัยนี้ ไม่ได้ด้วยมนตร์ก็ต้องร่ายคาถา จริงไหม? พอทำทุกอย่างเสร็จก็ยืนยิ้มกริ่มภูมิใจกับตัวเอง ที่บอกว่า คิมฮยอนจุง พอเธอไม่อยู่ ฉันก็สะกดคำว่ารักผิดไป 5555 เรียนภาษาเกาหลีมานิดๆหน่อยๆเอามาบอกรักผู้ชายก็ดันเขียนผิดให้อายซะนี่นะ เขียนเสร็จ มีหนุ่มสาวมาคู่หนึ่งอ้ำๆอึ้งๆสปีคอิงลิชว่าถ่ายรูปให้หน่อย เราอมยิ้มแก้มตุ่ย อั๊ยยะ เราดูไม่เหมือนคนไทยเหรอ 5555 หลังจากนั้นหาต้องพาใครมาเที่ยวที่นี่คราใด อิฉันก็หลอกทุกคนเดินขึ้นเนินทุกที สนุกดี ![]() ![]() ![]() |
ณ เงา
ผู้ติดตามบล็อก : 10 คน [?]![]()
Link |






















































































































ผู้ติดตามบล็อก : 10 คน [