นอนค้างอ้างแรม ณ ชิราคาวะโกะ (白川郷の民宿) EP : 1/2


วันนี้เสนอตอน 

มินชูคุ ณ ชิราคาวะโกะ (白川郷の民宿)

หรือนอนค้างบ้านคนอื่นในเมืองมรดกโลกนั่นเองงงงงงง



หากมาเยือนภูมิภาคชูบุแล้วไม่มาชิราคาวะโกะ ถือว่ามาไม่ถึง (ใครบอก? - ฉันเอง)

ที่นี่ถือเป็น 1 ใน Dream Destination ของเราเลยนะ 
ชอบตอนฤดูหนาว เห็นรูปแล้วมันน่ารักดีอ่ะ
แอบคิดว่าถ้าได้มาตอนช่วง light up ก็คงจะดีไม่น้อย 
แต่โชคชะตาพาใจง่ายๆ ให้มายามฝนพรำก็ใช่ว่าจะไม่สวยนะเออ 

หลังจากตกลงใจมาเยือนชูบุแล้ว ก็เริ่มวางทริปมาหมู่บ้านก่อนเลย ถือเป็นจุดประสงค์หลักๆ

การเดินทางของเราเริ่มจากการจองบ้านพักที่นี่เลยล่ะ 
หาข้อมูลอยู่พักใหญ่ สุดท้ายก็ตัดสินใจจองตรงไปที่ศูนย์ข้อมูลนักท่องเที่ยว
โดยส่งอีเมลไปที่ info-e@shirakawa-go.gr.jp แล้วรอเขาตอบกลับมา

ในอีเมลจาก Shirakwago Information Center ก็จะถามเป็นข้อๆ ให้เราตอบ
เช่น ชื่อ ที่อยู่ เบอร์ติดต่อ วันที่ต้องการพัก 
มีงบเท่าไร อยากนอนบ้านหลังไหนบ้าง ให้แจ้งไปสัก 3 ชื่อ เผื่อห้องเต็มจะได้เลือกบ้านถัดไปให้งี้
อ่อ ที่นี่ขึ้นชื่อเรื่องเนื้อฮิดะ ซึ่งจะเสิร์ฟตอนมื้อเย็น ดังนั้นใครไม่ทานเนื้อวัวก็ให้แจ้งไปในเมลด้วยนะ


เราเลือกบ้าน Hisamatsu, Furusato, Kanjya ไปตามลำดับความอยาก 

คืออ่านรีวิวหลายอันทั้งคนไทยและต่างชาติเขียนไว้เขาว่าฮิซะมัตสึ คือ ดีงาม ก็เลยจองบ้าง

แต่ทางเซ็นเตอร์ตอบกลับมาว่าช่วงที่ไปบ้านฮิซะไม่เปิดรับรองแขก แงๆๆ

เลยได้บ้าน Kanjya  (คันจะ)  Smiley สนนราคาคนละ 10,260 เยน 

ในคืนวันที่ 26 กันยายน 2016 มาแทน

และเราสามารถพักได้แค่คืนเดียวเท่านั้น หากต้องการนอนมากคืนกว่านี้ เค้ามีกฎว่าต้องเปลี่ยนบ้านด้วยล่ะ

อ่ะ พอคอนเฟิร์มห้องพักกันแล้วเรียบร้อย อันดับต่อไปก็การเดินทาง


ด้วยเหตุว่ารถไฟขบวน Hida Wide View ที่วิ่งจากนาโกย่าไปสู่เมืองทาคายามะนั้นขึ้นชื่อเรื่องวิวระหว่างทาง 

... งามมาก ....

ทางเราจึงไม่รอช้า จองเลย! 

ซึ่งจะบอกว่าจริงๆ ไม่ต้องจองก็ได้นะ เพราะมีรถไฟวิ่งรอบเยอะมาก และแต่ละรอบไม่เต็มหรอก

ในขบวนรถไฟมีทั้งแบบ Reserved Seat คือแบบล็อกที่นั่งไว้เลย 

กับ Non-Reserved ขึ้นไปเจอว่างตรงไหนก็นั่งมันตรงนั้น

ซึ่ง ... ว่างทั้งสองแบบ 555

ดังนั้นไม่ต้องจองก็ได้ แต่ใครอยากจองก็ได้นะ เอาที่สบายใจอ่ะ

รถไฟที่เรานั่ง ตั้งต้นจากเมืองนาโงย่า จ. ไอจิ ไปลงที่ เมืองทาคายามะ จ. กิฟุ 


ทาคายามะเป็นเมืองเล็กๆ ที่จะเป็นจุดเปลี่ยนรถไปชิราคาวะโกะได้


การเดินทางจากนาโกย่าไปทาคายามะ มี 2 แบบ คือรถบัสและรถไฟ

รสบัสถูกกว่าและใช้เวลานานกว่า

แต่อย่างที่บอก เรามันสายธรรมชาติไง เขาว่าวิวสวย เราก็จัดรถไฟไม่รั้งรอ แพงไม่ว่า ขอให้ได้ดูวิว ไหนๆ ก็มาแล้ว

ถึงวันเดินทางก็ขึ้นรถไฟไปเล้ยยยย 

ขบวนของเรากำลังจะมาแล้ว



ถ่ายรูปไว้ จะไปแล้วนะ



คุณคนขับรถไฟกำลังตรวจเช็คความพร้อม



การผจญภัย ไปตามราง เย้!!



ที่นั่งบนรถไฟกว้างขวาง นั่งสบายสุดๆ 



ใครไปกันเยอะๆ กับเพื่อนแล้วอยากหันมาคุยกันก็เหยียบข้างๆ เบาะได้นะ แล้วหมุน 

เก้าอี้จะหันมาเผชิญหน้ากันด้วยล่ะ คุยกัน 4 คน เพลินๆ ไป

ดูหน้าต่างซิ บานใหญ่มากกกกก



ตู้เราเป็นตู้ reserved seat ซึ่งแน่นอนว่าไม่เต็ม ทั้งตู้ นั่งกัน 7-8 คนเองมั้ง

ซื้อ ekiben (ข้าวกล่องรถไฟ) มาหม่ำด้วย อร่อย ชอบ ฟิน



อิ่มแล้วก็ ต้องไปสำรวจห้องน้ำบนรถไฟดูหน่อยเนอะ





นั่งชมวิวไปตลอดเส้นทาง สวยสมคำร่ำลือ น้ำตก ลำธารเขียว ใสมากๆ 





ใบไม้เปลียนสีเต็มภูเขา (ซึ่งมัวแต่ชมเพลิน ไม่ได้ถ่ายวิวเลย บ้าจริงๆ Smiley)

คือสวยตลอดทางจริงๆ ดูแล้ว โอ๊ยยยย ธรรมชาติเนอะ มันรังสรรค์มาจริงๆ คุ้มใจมาก

แนะนำให้นั่งจริงๆ นั่นแหละ



นั่งรถไฟ 2 ชั่วโมงกว่าๆ มาลงที่ปลายทางทาคายามะแล้ว ก็...จะอึ้งๆ นิดนึง 

สถานีทาคายามะไม่ใหญ่โตอลังการ แต่ใช้การได้ตามปกติ 555+ แค่ห้องน้ำเหม็นไปนิดนึงเอง

ก็เดินเข้าไปตรงที่ขายตั๋วของสถานีแล้วจองตั๋วรถบัสไปเมืองมรดกโลกกัน



ราคาตั๋วไปกลับ Takayama - Shirakawago อยู่ที่ 4,420 เยน ต่อคน

ตั๋วใบกระจ้อยร่อย ขาไปเค้าจะฉีกท่อนล่างไป เราต้องเก็บท่อนบนไว้ดีๆ นะ



ถ้าทำหาย ขากลับก็ต้องซื้อใหม่ให้เสียเงินอีกรอบนะจ๊ะ

ก่อนขึ้นรถ แวะไป Family Mart ได้ขนมมากิน มันอร่อยมากกกกกกกก



ใครสายคัสตาร์ดเหมือนเรานะ แนะนำให้กิน อร่อยสุดยอดเลยอ่ะ ครีมยังอร่อย

พูดแล้วน้ำลายไหลแหะ



ไปๆ ขึ้นรถกัน นั่งไปอีกชั่วโมงกว่าๆ เราก็มาถึงแล้วววววววววว



มาถึงหมู่บ้านแล้ว สิ่งแรกที่ต้องทำคือ เดินไปที่ Information Center ก่อนเลย 



เพื่อจะไปบอกว่าเราจองไว้นะ ชื่อนี้ๆ 

เค้าจะมาเช็คเอกสารเราก่อน และเอาแผนที่ของหมู่บ้านให้ 

เพื่อแนะนำจุดที่ตั้งของบ้านพักของเรา จุดชมวิว จุดท่องเที่ยว อะไรงี้

พอได้แผนที่มา เราก็หันหลังกลับ เตรียมเดินเข้าหมู่บ้าน ไปตามบันไดนั่นเลย


เดินข้ามสะพานมาเลยจ้า ตามมาๆ



ใครอยากเดินลงไปเล่นน้ำก็ได้อยู่นะ 


พอข้ามสะพานมาก็จะเจอโทริอิเข้าหมู่บ้าน บ้านเราจะเดินตรงๆ เข้าไปทางนี้แหละ


เริ่มเดินหาบ้านกันทันใด

บ้านที่ได้รับเกียรติต้อนรับเรานั้น มีชื่อว่า Kanjya บางทีก็สะกด Kanja ในตามเว็บไซต์ต่างๆ

แต่หน้าบ้านนี่สะกดว่า Kanjiya ไปกันใหญ่แล้วอ่ะนะ นี่ก็งงๆ 555 ตกลงจะเอาแบบไหนดี


หมู่บ้านนี้เป็นบ้านทรงพนมมือ หรือเรียกว่ากัสโช (สาระขี้เกียจพิมพ์ ไปหาอ่านกันเอาเอง) 

บ้านหลังนี้อยู่ด้านบนๆ ของหมู่บ้านเลย ติดกับตีนเขาขึ้นป่าอ่ะ แต่เดินสะดวกไม่ยากอะไร

พอเจอบ้านก็เปิดประตูเข้าไป เงียบกริ๊บบบบบบบบบ

ส่งเสียงทักทายอยู่ 2-3 รอบ กว่าคุณยายคนหนึ่งจะเดินออกมาหา

แล้วยายก็บอกว่าให้ทิ้งกระเป๋าไว้หน้าบ้านแล้วไปเดินเล่นเลย 

กลับมาก่อน 6 โมงเย็นนะลูก เวลาข้าวเย็น

เราก็เลยเดินออกมา แต่ ... ฝนลงเม็ดแล้ว 

ยายมีร่มให้ยืมหลายคัน ก็เดินกางร่ม ฝนพรำๆ ไปจุดชมวิวในตำนานกัน


ระหว่างทางเดิน เมฆฝนลอยต่ำมาก อากาศอึมครึมสุดๆ ไปเลย


จุดเช็คอินสำหรับนักท่องเที่ยวญี่ปุ่น ฝาท่อนั่นเอง อิอิ


ระหว่างทางแวะสอยไอติมรสครีมโซดามา 



หอม ... เรื่องอร่อยนั้น ถือว่าเฉยๆ 555

แล้วก็จะมีบางบ้านที่เปิดเป็นร้านขายของที่ระลึก ทั้งขนม ของฝาก ของดอง 








แล้วก็เดินไปขึ้น bus loop เพื่อไปยังจุดชมวิว Shiroyama


และนี่คือ จุดชมวิวในฝันนนนนนนนนนน


นี่คือมุมที่ใฝ่ฝันอยากมายืนมอง โอ้ จอร์จ มันยอดมาก ตายตา(เกือบ)หลับแล้ว

ก็ถ่ายรูปรัวๆ ไปให้สาแก่ใจเล่น

แต่ถ่ายไป 100 ก็ออกมาเหมือนกัน 100 รูปนั่นแหละ ฮ่าๆๆๆ

ต่อตอนหน้านะ ได้เวลาไปนอนแล้วล่ะ



つづく…



Create Date : 31 มกราคม 2561
Last Update : 31 มกราคม 2561 14:50:59 น.
Counter : 603 Pageviews.

0 comments
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

ณ เงา
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 10 คน [?]



New Comments