เอาเท้าแตะเกาหลีเหนือ ตอน JSA ทัวร์

ความเดิมตอนที่แล้ว

หลังออกจากสถานีรถไฟโดราซานมาได้ ไกด์ก็พาเราไปมอบตัวให้กับอีกคณะนึง

นัยว่าแยกกันตรงนี้แล้วเธอจงไปเสี่ยงชีวิตต่อไปกับอีกบริษัทนึงแทนนะจ๊ะ

ขึ้นรถได้ เขาก็พาเราไปหม่ำกลางวันก่อน

ไกด์คนใหม่เป็นเจ่เจ้น่าจะ 40+ ดูคล่องแคล่ว ช่างจำนรรจาไม่น้อย

อ่อ ไอ้ทริปเกือบสี่พันบาทนี่รวมอาหารกลางวันด้วยนะจ๊ะ เป็นพุลโกกิเนื้อ

ใครทานเนื้อไม่ได้ก็ควรบอกไกด์ล่วงหน้าไว้ด้วย



เป็นหม้อสำหรับสองคน และเครื่องเคียงไม่อั้น แต่ไม่รวมเครื่องดื่ม

สั่งแฟนต้าสับปะรดมากิน ขวดล่ะ 3,000 วอน หืมมมมมมม?

สงสัยป้าจะรีบรวยชาตินี้แล้วล่ะ ราคาขนาดนี้อ่ะ

- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -

หม่ำเสร็จ ก็ได้เวลา JSA (The Joint Security Area) Tour หรือปันมุนจอม จุดเผชิญหน้าเกาหลีเหนือใต้แล้วล่ะ

นั่งรถไป ID check point อีกรอบ เจอทหารแซ่บหน้าเหมือนพี่เรนอีกที ตรวจเสร็จเข้าไปที่ Camp Bonifas เริ่มจริงจังแล้วนะ

เพราะบริเวณนี้ห้ามถ่ายรูปโดยเด็ดขาด ถ่ายได้แค่จุดที่อนุญาตเท่านั้น ลวดหนามเต็มเบยยยยยย

สักพักคนขับรถก็วิ่งไปข้างล่างก่อนกลับมาพร้อมบัตรนี้ ให้ทุกคนติดตัวไว้



(รอดชีวิตกลับมาจากที่นี่ได้ ไปซื้อเลย 208 งวดที่แล้ว กินเรียบ ขอบใจ!)

UNCMAC Guest ย่อมาจาก United Nations Command Military Armistice Commission Guest

แปลไทยว่า "ฉันเป็นแขกของยูเอ็น อย่ายิงฉันนะ ฉันกลัว"

ใน 16 ประเทศที่ร่วมด้วยช่วยกันดูแลที่นี่ มีไตรรงค์ธงไทยปลิวไสวสวยงามสง่าอยู่ด้วยนะ

เห็นอยู่แถวๆ แคมป์นะ แต่ไม่ได้ถ่ายไว้ ตรงนั้นห้ามถ่าย

ชื่นใจหน่อยว่า อย่างน้อยฉันก็มาจากประเทศพันธมิตรระดับต้นๆ เกิดอะไรขึ้นมา เขาคงไม่ทิ้งฉันไว้ที่นี่หรอก (มั้งเนอะ)

เคยมีทหารไทยมาประจำการที่นี่ด้วยนะ ชื่อ เสธฯ อิ๊ก (ลองหาอ่านดูได้ในพันทิปเนี่ยแหละ)

แล้วก็นั่งรออยู่บนรถพักใหญ่ ก็มีนายทหาร UN ขึ้นมาตรวจพาสปอร์ตเรียงตัวอีกรอบ แต่รอบนี้จ้องหน้ามากกว่าเดิม ละเอียดกว่าเดิม

พี่บึ้กผิวดำชื่อว่า "ชาร์ลี" จะมาประกบรถเราตลอดเวลาทัวร์ คอยให้ความรู้เราแทนเจ่เจ้และดูแลเราๆ ด้วยนะ

พอรถได้รับอนุญาตให้ไปต่อได้ ก็ไปที่ห้อง Slideshow and Briefing ก่อน เพื่ออธิบายระเบียบการเข้าเยี่ยมชม JSA ว่าต้องทำตัวแบบไหนบ้าง

เช่น ห้ามใส่เสื้อสีหรือลายทหาร / ห้ามเมาเหล้า / ห้ามใส่รองเท้าแตะ / ห้ามใส่กระโปรงสั้น / ห้ามใส่กางเกงยีนส์ขาดๆ ฯลฯ

และเหนือสิ่งอื่นใด มาเพื่อเซ็นใบนี้



ใบรับรองว่าหากเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน ฉันจะไม่เรียกร้องใดๆจ๊ะ

แปลชัดๆ คือ ระหว่างเยี่ยมชม ถ้าเกาหลีเหนือเกิดยิงปรมาณูมา หรือบังเอิญเดินไปเหยียบกับระเบิดเอง...ตายไป

ทางญาติไม่มีสิทธิ์โวยวายนะจ๊ะ ประมาณนั้น

ความเสี่ยงมันอยู่ตรงจะเซ็นดีไหมนี่แหละ 555555

แต่ก็ต้องเซ็นอ่ะ ไม่เซ็นไม่ได้ไปต่อ

พอเซ็นแล้ว นั่งฟังบรีฟแล้ว.....เคยดูๆ มาปกติเห็นเป็นทหารบรีฟ ไอ้นี่ก็ตั้งใจเตรียมสอบโทอิคเต็มที่

ไฉนเลยเป็นเจ่เจ้ไกด์เราที่บรีฟแทนฟะ!!

แล้วเจ่เจ้เหมือนเรียนภาษาอังกฤษมาจากอินเดียอ่ะ ฟังแล้วง่วงมาก สำเนียงก็มากกกกก

แล้วแบ่บ....มันควรสุขุม กึ่ม กดดันเล็กๆ อารมณ์ควรมาคุ ด้วยการอธิบายของทหาร

พออาเจ้มาเล่า มันเหมือนเกาหลีเหนือใต้จูงมือกันไปชมดอกไม้บานยามเช้าอ่าาาาาา

มันไม่ขึงขัง มันไม่เร้าอารมณ์เล้ยยยยย

เผลอสัปหงกไปหนึ่งที ก็โดนต้อนไปขึ้นรถอีกคัน

คันนี้ให้เอาไปแค่ตัว กล้อง และของติดตัว ติดกระเป๋ากางเกง กระเป๋าเสื้อได้หมด

ตราบใดที่ "in your pocket" แต่กระเป๋าสะพายห้ามโดยเด็ดขาด

และคันนี้ขับโดยทหารที่นี่ด้วย...เช่นเคย ห้ามถ่ายรูป

มองไปรอบตัวแห้งแล้งและมีแต่รั้วหนามหนาแน่น ไม่เกิน 5 นาที ก็ถึงอาคารหลังนึง

จอดปุ๊บ เข้าไปด้านใน เจอบันไดสูงชัน แหงนคอตั้ง มีคนยืนเป็นแถวตอนลึก รถใครรถมัน

(ไม่มีรูป ห้ามถ่าย จินตนาการกันไปเองนะ)

และชาร์ลีโอปป้าบอกให้เดินเรียงแถวกันขึ้นมา ก้าวขึ้นไปถึงบันไดขั้นสูงสุด เปิดประตูออกไป

คุณพระ!!!!

ปันมุนจอม อาคารกล่องสีฟ้าอยู่ตรงหน้า



ตื่นเต้นนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนน

คือ แบ่บบ....เกาหลีเหนืออยู่ตรงหน้าแล้วอ่ะ

คือเราไม่รู้ซิ.....เราสนใจและวุ่นวายอยู่ในเกาหลีใต้มานาน

พอที่จะสนใจสังคม ประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม ภาษา ผู้คนของเขาแล้วอ่ะ

สนใจจนวันหนึ่ง

จากที่ไปเกาหลีใต้ไปวันๆ เอาสนุก เราก็สงสัยว่าทำไมเขาแบ่งแยกประเทศกัน ทำไม?

อาจไม่ได้สนใจลึกซึ้งมากนัก แต่ตอนดูปรีฟจบ ทั้งจาก DMZ และ JSA เราก็เศร้าลึกๆ นะ

แบบว่าอินไปกะเขา ประหนึ่งตรูเป็นพลเมือง เป็นส่วนหนึ่งของประเทศนี้ (แต่ฟากไหน ยังไม่แน่ใจ)

ทีนี้พอวันหนึ่งได้มีโอกาสมายืนตรงนี้ มันทั้งตื่นเต้น ทั้งเครียด ทั้งดีใจ แบบบรรยายไม่ถูกเลย



อาคารสีฟ้าหลังเล็กๆ อาจไม่ได้มายาก แต่ก็ไม่ใช่จะมาได้ง่ายนัก

ก่อนมาที่นี่ต้องจองล่วงหน้า อย่างน้อยๆ ก็ 1 วันเพื่อส่งหน้าพาสปอร์ตมาให้เช็คก่อนว่าเป็นบุคคลต้องห้ามหรือไม่

เพราะบุคลากรบางอาชีพ และบางสัญชาติก็ไม่ได้รับอนุญาตให้เข้ามานะจ๊ะ

เช่น ครูอาจารย์ นักข่าว คนอเมริกา และแม้แต่ประชาชนชาวเกาหลีใต้เองก็ไม่ได้รับอนุญาตให้เข้ามาที่นี่ด้วย

เราเดินแถวตอนลึกเข้าไปในอาคารสีฟ้า Freedom House สถานที่ที่เหนือใต้มีไว้เจรจาว่าความ (ซึ่งไม่เคยสำเร็จเลยเหอะ)



เข้าไปแล้วเงียบกว่าเดิม ต้องจุ๊ๆ โหวกเหวกโวยวายมาก เดี๋ยวพี่เหนือเขาหนวกหูรำคาญพาลยิงเราทิ้งจะยุ่งเอา

จุดนี้ให้ถ่ายรูปได้ แต่อย่างแรกที่เราขอถ่ายคือ ถ่ายคู่กับชาร์ลีโอปป้า 555555

และเนื่องจากเพื่อให้อินกับสถานที่ และเลียนแบบทหารที่นี่ เอ๊ย ไม่ใช่

เพื่อให้ดูกลมกลืนกับเจ้าหน้าที่ทหาร และเพราะไม่สามารถเปิดเผยหน้าตาเราได้ เราจึงต้องตัดต่อแว่นดำมาใส่ 5555



ดูกลืนกันเนอะๆๆๆๆ สูงไม่ถึงไหล่เลย

ให้เจ่เจ้ถ่ายให้ ฝีมือระดับมาสเตอร์พีซมาก ทั้งเอียง ทั้งเบลออ่ะค่ะ

- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -

อาคารหลังนี้ ครึ่งหนึ่งเป็นของเกาหลีเหนือ อีกครึ่งของเกาหลีใต้

โดยทางเทคนิค โต๊ะนี้แบ่งครึ่งด้วยธงเล็กๆ บนโต๊ะนี่แหละ ลากจากธงตรงๆ มาเลย ครึ่งโต๊ะ ฝั่งซ้ายคือใต้ ฝั่งขวาคือเหนือ

ทันทีที่คุณเดินก้าวมายืนฝั่งขวา ก็เท่ากับคุณยืนในดินแดนเกาหลีเหนือแล้ว

กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดด ตื่นเต้น!!!



พี่ทหารคนนี้ เป็นลูกครึ่ง เพราะครึ่งตัวยืนฝั่งใต้ อีกครึ่งหนึ่งยืนฝั่งเหนือ 5555 ม่ายช่ายยยยย



ชาร์ลีอธิบายว่าที่ต้องใส่แว่นสีเข้มไว้เพื่อป้องกัน Eye Fighting

เอางั้นเลยนะ จะไฟท์กับใครล่ะ ในนี้มีแต่ทหารใต้สองคนเอง

เป็นคนจริงๆ นะ แต่ยืนนิ่งมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก

และวันๆ นึงก็ไม่รู้มีคนมาจ้องหน้าแกกี่คนกันเนอะ แต่ที่แน่ๆ วันนั้นพี่แกร้อน เห็นเหงื่อซึมเต็มหน้า น่าสงสารจัง

ให้ถ่ายรูปด้วยได้ ยืนด้านข้างเท่านั้น ห้ามเดินตัดหน้าและห้ามเดินผ่านหลัง แกจะจับเราทุ่มทันที

ชาร์ลีเตือนไว้ แต่ไม่มีใครกล้าเดินตัดหน้าหลังหรอก เลยแค่ยืนเคียงถ่ายรูป

ส่วนด้านหลังพี่ทหารคนนี้คือประตู ที่เปิดออกไปก็เข้าเขตเกาหลีเหนือแบบเน้นๆ



เราไม่ได้รับอนุญาตให้เปิดแน่นอน ใครเดินผ่านพี่เขาไป เขาจะล็อกตัวทันทีเลย



แอบส่อง นี่ก็จุดแบ่งดินแดนนะ พื้นกรวดนั่นฝั่งใต้ พื้นทรายนี่ฝั่งเหนือ



แอบส่องมองไปนู่น ฝั่งเกาหลีเหนือ ไม่เจอไรหรอก





มองย้อนกลับไปที่ฝั่งใต้



ได้อยู่ในนี้ไม่เกิน 10 นาทีก็ต้องถอยออกมา เดินเรียงแถวกลับไปอย่างเป็นระเบียบ

และสุดท้าย ชาร์ลีให้ยืนเรียงหน้ากระดานหันหน้าเข้าหาเกาหลีเหนือเพื่อถ่ายรูปตรงไปด้านหน้าได้

แต่ห้ามถ่ายเอียงซ้าย และห้ามถ่ายเอียงขวา ให้ยิงตรงเท่านั้น

นี่ชาร์ลีต้องคอยเดินเล่านั่นนี่ และมองพวกเราตลอดมีใครยกกล้องไปผิดมุมหรือป่าว จะได้ยิงทิ้ง .... ไม่ใช่แหละ



ส่วนพี่คนนี้เกาหลีใต้ ขี้แอ๊คมาก



คนนี้เป็นบัดดี้ชาร์ลี ชื่อไรไม่รู้ ดูรถอีกคันที่มาพร้อมกับกรุ๊ปเรา ผอมขาว .... บอกเลยชาร์ลีดูคุ้มครองเราได้มากกว่า 555



และขอแนะนำ นี่คือบ๊อบ เห็นบ๊อบไหม?



อ่ะ บ๊อบชัดๆ ดูมุ้งมิ้ง



ทหารเกาหลีเหนือรายเดียวที่ยืนมองเรากลับมาคนนี้ เหล่า UN ตั้งชื่อให้ว่า บ๊อบ

เพราะมักจะว่อบไปแว่บมา 55555555555555 มุขตลกของอเมริกันเค้า

เหล่าใต้จะจับตามองบ๊อบเสมอ ถ้าบ๊อบหายไปเกิน 1 ชั่วโมง แปลว่าทางนี้ก็ต้องระวังตัว อาจมีเหตุใดๆ .... เช่นตอนนี้แหละ หายไปไหน ตะกี้ยังอยู่เลย





(บางทีบ๊อบอาจปวดท้องอึก็ได้นะ ชาร์ลี)

3 ต่อ 1 ..... ในขณะที่ฝั่งใต้นี่ยืนกันเพียบ ฝั่งเหนือทำไมมีบ๊อบยืนคนเดียวหว่า?



เม้าท์ไป ในตึกนั้น อาจอยู่กันเป็นกองทัพก็ได้เนอะ

แล้วในกล่องฟ้านี่ ทำไมไม่มีทหารเกาหลีเหนือมายืนอ่ะ? ทำไมมีแต่พี่ใต้สองคนหว่า

อาคารตรงหน้าคืออาคารเกาหลีเหนือ ห่างกันแค่นี้แหละ แต่เดินไปมาหากันไม่ได้ เศร้าเนอะ

เหมือนอาคารที่เรายืนอยู่ฝั่งนี้ อาจดูใหญ่โต หรูหรา แต่ไม่ได้ใช้งาน เพราะเกาหลีเหนือไม่พอใจ ห้ามไม่ให้ใช้งาน

อาคารนี้จึงไม่มีแม้แต่เก้าอี้สักตัวตั้งไว้ด้วยซ้ำ เป็นอาคารโล่งๆ ที่มีไว้ให้เราเดินผ่านมายังกล่องสีฟ้านี่เท่านั้น

ทำไมเหนือไม่ให้ใช้ เราก็ต้องเชื่อด้วยอ่ะ งงเล็กน้อย


อ่ะ ชาร์ลีโอปป้าแบบเน้นๆ กับท่าโพสต์ไอดอล 555555



หมดเวลา เดินกลับไปที่รถ รถวนพามาออกเส้นถนนหน้ากล่องฟ้านี่แหละ ได้เห็นใกล้ๆ อีกครั้ง

แล้วก็แวะให้ดู Bridge of No Return อีกนิด



เป็นสะพานที่ตอนรบกัน ถ้าใครข้ามสะพานนี้มาก็เลือกฝั่งเลย จะอยู่เหนือหรืออยู่ใต้?

เลือกแล้วไม่มีสิทธิ์กลับไปนะ

เลือกแล้ว ข้ามมาแล้วจะมีตู้โทรศัพท์ให้กดโทรหา (อยู่ตรงไหนไม่รู้ ชาร์ลีชี้โบ๊ชี้เบ๊ไป) แล้วทหารจะมารับตัวคุณไปดูแลต่อ

ได้ความว่าปีที่แล้ว มีคนใช้โทรศัพท์แค่ 4 คนเท่านั้น

- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -

ทัวร์ช่วงบ่ายมาที่นี่ที่เดียวไม่ได้ไปตระเวนไหนต่อ แต่ต้องเรียกว่าเป็นที่เดียวที่ตื่นเต้นสุดๆ

เสร็จแล้วไปหยุดที่ร้านขายของที่ระลึกนิดหนึ่ง ขายทั้งสินค้าทั่วไปและสินค้าแบบทหารๆ









อยากได้เสื้อฮู้ดสีเทานี่อ่ะ ใครจะไป ฝากซื้อหน่อยดิ





กลับบ้านด้วยความปลอดภัยและได้ใบประกันชีวิตกลับคืนมาเป็นที่ระทึกด้วย 55555

JSA อาจดูตึงเครียด แต่เพราะมันเป็นสถานที่อ่อนไหว เราจึงต้องเคารพคำสั่งของทหาร

หลายๆ จุดห้ามถ่ายรูป เพราะอะไร?

เพราะการถ่ายรูปออกไปเท่ากับเป็นการเปิดเผยข้อมูลฐานที่ตั้งของทหารฝั่งใต้มากไป

และอาจเกิดความเสี่ยงในการรักษาความปลอดภัยได้

เพราะมันมีคนถ่ายแล้วมักจะเขียนบล็อก เช่น เราไง 5555

ดังนั้น จุดไหนห้ามถ่าย คือ ต้องเชื่อฟังนะ

ห้ามคือห้าม เพราะถ้าผิดพลาดอะไรไป เรื่องเล็กๆ อาจก่อให้เป็นเรื่องใหญ่ได้

ทั้งหมดก็เพื่อความปลอดภัยของตัวเราเอง และเพื่อความปลอดภัยของประเทศเกาหลีใต้ด้วย

มาอยู่บ้านเมืองเขา รักผู้ชายของเขาแล้ว ก็ต้องช่วยดูแลบ้านเมืองของเขาด้วยจริงไหม?


(ตกลงเข้ากรมหน่วยไหนอ่ะจุง จะได้ตามไปดูแล ฮ่าาาาาาาาา #ไม่เกี่ยว)

เป็นการท่องเที่ยวที่ดี มีสาระมากๆ สำหรับเรา ดีใจที่ได้มามากๆ เลย ประทับใจขีดสุดอ่ะ อิ่มเอมตื้นตัน

อยากมาอีกรอบอ่ะ คราวหน้าจะตั้งใจฟังไกด์ให้มากกว่านี้ ไม่แอบหลับแล้ว


เกาหลีใต้มีอะไรให้เที่ยวมากกว่าพระราชวัง สวนสนุก และการช้อปปิ้งนะ รู้ยัง?



Create Date : 21 เมษายน 2558
Last Update : 21 เมษายน 2558 11:24:22 น.
Counter : 2891 Pageviews.

4 comments
  
ชะแว้บมาอ่านตอนบ่ายๆ
โหยย สนุกค่ะ
เห็นพี่ทหารแว้บแรก รูปปั้นป่าวเนี่ย นิ่งกันมากๆ
ใส่แว่นเพราะกันการข่มขู่ทางสายตา 555
ได้มาเที่ยวที่ๆแปลกไปจาก ความคุ้นเคยที่เห็นกันบ่อยๆนี่ชอบค่ะ
อ่านไปก็รู้สึกได้ถึงใจที่เต้นตึ้กตั้กตอนนั้นเหมือนกันนะ
โดย: กาบริเอล วันที่: 21 เมษายน 2558 เวลา:14:23:05 น.
  
ทีแรกนึกว่าหุ่นทหาร เอาคนนี่นา
โดย: mariabamboo วันที่: 22 เมษายน 2558 เวลา:19:45:53 น.
  
คุณ กาบริเอล ถ้ามีโอกาสลองไปดูนะคะ
โดย: ณ เงา วันที่: 23 เมษายน 2558 เวลา:9:07:47 น.
  
ตามมาจากทวิสนะคะ
โดย: katkatna วันที่: 3 กรกฎาคม 2558 เวลา:18:54:21 น.
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

ณ เงา
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 10 คน [?]



New Comments