วันสบาย ๆ
วันนี้ว่างจากงาน จากภาระหน้าที่ที่แสนจะเหน็ดเหนื่อยและตรากตรำมาตลอดทั้งห้าวัน ก็ได้มีโอกาสเข้ามานั่งอ่านกระทู้ในเวบพันทิบในหลาย ๆ ห้อง อ่าน ๆ ไปแล้วก็รู้สึกหดหู่ หลัง ๆ มาเนี่ย เวบพันทิบกลายเป็นที่ระบายความเครียดและด่าทอคนอื่นมากขึ้น บางกระทู้อาการหนักขนาดด่าแอดมินของพันทิบ บางความเห็นล้ำเส้นและเกินเลยเข้าขั้นดูหมิ่นเลยก็ว่าได้

การบอกกล่าวตักเตือนกันของสมาชิกด้วยคำพูดสุภาพและตรงไปตรงมา เป็นสิ่งที่หาได้ยาก และถึงจะมี ก็กลับกลายเป็นว่า ผู้ถูกเตือนเกิดอาการ "รับไม่ได้" ไปซะเยอะ

เวบพันทิพปัจจุบัน เปลี่ยนไปจากเดิมมาก แต่มีอยู่สิ่งนึง ซึ่งเราจะเห็นได้เรื่อย ๆ ในกระทู้คือความพยายามใช้กฎหมู่ทำลายกฎระเบียบที่เจ้าของบ้านอย่าง pantip.com เป็นคนตั้ง

บ่นมาซะยาว ยังไม่เห็นว่ามันจะเข้ากับหัวข้อเรื่องตรงไหน วันนี้ควรจะเป็นวันสบาย ๆ ของเรานี่นา ฮ่าๆๆๆ เข้าเรื่องดีกว่า

เมื่อวานนี้ เป็นวันศุกร์ที่แสนหฤโหดอีกศุกร์นึงของเรา จะว่าไปแล้ว ตั้งแต่มาอยู่อเมริกาได้เจ็ดเดือนนี่ ยังไม่มีอาทิตย์ไหน ที่เราจะได้ทำงานสบาย ๆ ชิว ๆ สักครั้ง เพื่อน ๆ ที่เมลเบิร์นต่างก็บอกว่า การที่เรามาทำงานที่อเมริกา คงทำให้ต่อมขี้เบื่อของเราจางลงได้บ้าง เพราะเราทำงานที่ออสเตรเลียแค่อาทิตย์ละ 38 ชั่วโมง ไม่เครียดมาก ไม่ลำบากตรากตรำเท่าไหร่ อยู่ออฟฟิศไม่กี่วัน เราก็บ่นเบื่อๆๆๆ มันก็คงจะจริงนะ เจ็ดเดือนที่อยูที่อเมริกา ไม่มีวันไหนที่เราทำงานต่ำกว่า 12 ชั่วโมง ด้วยปริมาณงานที่เยอะ และเราก็ซีเนียร์สุดในทีม (ไม่ใช่แก่สุดน่อ)

ช่วงแรก ๆ เราก็ทำทุกอย่าง ไม่มีบ่น ไม่มีโวย แต่พอนาน ๆ เข้า มันก็เหมือนกับว่าเพื่อนร่วมงานเราก็ยิ่งจะได้ใจ อะไร ๆ ก็มาลงนี่หมด หลัง ๆ มานี่ เราก็เลยต้องออกกฎเหล็ก ถ้าใครขอให้เราช่วยนอกเวลาทำงาน ( เก้าโมงเช้าถึงห้าโมงเย็น) ต้องจ่ายครั้ง 100$ (ที่ทำแบบนี้เพราะเราเป็นคนเดียวในทีมที่ไม่ได้โอที) ตั้งแต่เรามีกฎนี้ ชีวิตเรามีความสุขขึ้นเยอะ

เมื่อเช้าตื่นขึ้นมา ก็ลงไปซื้อกาแฟที่สตาร์บัคข้างล่าง โรงแรมนี้ดีอย่าง มีสตาร์บัคอยู่ข้างใน จะซื้อหาอะไรก็ไม่ต้องออกไปไกล ข้างนอกอากาศดีมาก ๆ ไม่บ่อยนักที่ท้องฟ้าที่ Seattle นี้จะเป็นสีคราม ว่าแล้วก็ออกไปขับรถเล่นก่อนดีกว่า เดี๋ยวค่อยกลับมาเขียนต่อ


กลับมาเขียนต่ออีกนิด ก่อนที่จะเข้านอน พรุ่งนี้ต้องบินตอนเจ็ดโมงเช้า อิอิ

อยากจะพูดถึงมาของเรื่องเงิน 100$ นี่สักนิดหน่อย พอดีว่างานที่เราทำนี่ก็ทำกันเป็นทีม เป็นงานที่ทำให้กับลูกค้ารายใหญ่เจ้านึงของอเมริกา ระบบที่เราทำก็เป็นพวก network management ซอฟแวร์ที่ลงนี่เป็น Pre-GA (Pre-general availability) ซึ่งหลัง ๆ มานี่ ลูกค้ารายใหญ่ ๆ ที่ต้องการจะเป็นผู้นำในตลาดต่างก็ต้องการซอฟแวร์นี้มาลงเพื่อทดสอบก่อนใครอื่น การทำแบบนี้ถือได้ว่า win-win ด้วยกันทั้งสองฝ่าย ลูกค้าได้ใช้และทดสอบระบบก่อนใครเพื่อน แถมบางครั้ง ยังสามารถแจ้งแก้ไขและปรับเปลี่ยนให้ตรงกับความต้องการของตัวเองมากขึ้น ส่วน supplier ก็ได้ทดสอบระบบกับของจริง ได้เห็นปัญหาที่จะเกิดขึ้นก่อนที่จะส่งสินค้าไปวางขาย

ตอนที่มีทั้งหมด 5 ศูนย์สำหรับลูกค้ารายนี้ แต่ละศูนย์ก็มีเครื่องเซอร์เวอร์อยู่มากน้อยต่างกัน น้อยสุดก็ 12 ตัว มากสุดก็ 22 ตัว เรากับเพื่อนร่วมทีมก็ทำงานกันหามรุ่งหามค่ำ เนื่องจากต้องมีซอฟแวร์ที่ออกมาเพื่อแก้ไขปัญหาจากการทดสอบในแต่ละขั้นตอนออกมาเรื่อย ๆ โดยปกติแล้ว จะมีซอฟแวร์ใหม่ออกมาให้อัพเดทกันทุก ๆ สองอาทิตย์ ก็เฉลี่ยว่าต้องลงซอฟแวร์กันทุก ๆ สองวันเลยทีเดียว

เนื่องจากเราเป็นคนเดียวที่ถูกออเดอร์ (เหมือนพิซซ่า ดิลีบเวอรี่ เลยเนอะ อิอิอิ) มาจากฝั่งเอเชียแปซิฟิกในฐานะซีเนี่ยร์เอ็นฯ ก็เลยต้องรับหน้าที่ตั้งแต่สากกระเบือยันเรือรบ ปัดกวาดเช็ดถูทุกอย่าง

มีอยู่วันนึง เรากำลังอัพเกรดระบบให้ลูกค้าอยู่ที่ Dallas เพื่อนอีกสองคนที่ทำอยู่ที่ Seattle ทำพลาด (อาจจะโชคไม่ดีด้วย) PM ก็เลยบอกให้เราแก้ปัญหาและก็อัพเกรดไซด์นั้นใหม่เลย สรุปว่าวันนั้นเราทำงานมือเป็นระวิง เพราะต้องทำสองที่พร้อม ๆ กัน

หลายคนอาจจะงงว่าทำได้อย่างไร Dallas กับ Seattle อยู่กันคนละฟากของอเมริกา ก็โชคดีว่า สมัยนี้แล้ว อะไร ๆ ก็เชื่อมโยงกันได้ทั่วถึงหละค่ะ เราก็นั่งทำงานที่ออฟฟิศที่ Dallas ไปด้วย แล้วก็เปิดอีกหน้าจอ รีโมทมาทำที่ Seattle

จบจากงานวันนั้น เรารู้สึกว่าเราไม่ไหวแล้ว ยิ่งเราทำงานมากเท่าไหร่ ก็ไม่มีวี่แววว่าเพื่อนร่วมงานและ PM จะเห็นใจเราและช่วยให้เราเบาแรงขึ้น มีแต่จะเพิ่มงานให้เรื่อย ๆ

หลังจากนั้นมา เพื่อนคนเดิมนี่แหละ ที่ทำพลาดอีก เราก็เลยพูดทีเล่นทีจริง ว่าถ้าจะให้เราช่วยอีกนี่ เราจะได้อะไรตอบแทน เค้าคงจะมั่นใจมากอ่ะ ว่าเราคงช่วยเค้าไม่ได้ เลยพูดส่ง ๆ ไปว่า ถ้าช่วยได้ เค้ายินดีจ่ายให้ร้อยเหรียญ เราก็คิดในใจว่าหวานหมูแหละ เพราะเราเคยเจอปัญหานี้มาก่อน ยังไงก็แก้ได้อยู่แล้ว ก็เลยทำข้อตกลงกันก่อนที่เราจะเริ่มแก้ปัญหาให้

จริง ๆ เราไม่ได้อยากได้เงินนั่นหรอก นี่กะว่า เค้าจ่ายมาเมื่อไหร่ เราก็จะคืนให้ก่อนที่เราจะกลับออสเตรเลีย แต่เราต้องยึดเงินและตัวเลขนี้ไว้ก่อน เค้าจะได้คิดกันสักนิดก่อนที่จะโยนงานมาให้เราทำอีก



Create Date : 20 มีนาคม 2554
Last Update : 20 มีนาคม 2554 12:18:43 น.
Counter : 210 Pageviews.

5 comments
  
สวัสดีค่ะไม่ทราบว่าพี่เจ้าของบล็อดเรียนเกี่ยวกับอะไรมาค่ะอ่านแล้วอยากทำงานแบบพี่มั่งจัง ^-^
โดย: ปู IP: 125.27.174.70 วันที่: 20 มีนาคม 2554 เวลา:13:44:36 น.
  
จบวิศวะมาค่ะ
โดย: สมัครกี่ที ก็ไม่มีชื่อที่ตรงใจ วันที่: 21 มีนาคม 2554 เวลา:3:54:15 น.
  
สวัสดีค่ะ
เห็นชื่อล๊อคอิน น่าสนใจมากก เลยเข้ามาเยี่ยมค่ะ.

บล๊อคสีเขียว อ่านแล้วสบายตาดีนะคะ.
โดย: มิสซิสนาว IP: 115.31.134.170 วันที่: 21 มีนาคม 2554 เวลา:19:41:03 น.
  
ขอบคุณเพื่อน ๆ และ น้อง ๆ ทุกคนที่แวะมาเยี่ยมนะคะ
โดย: สมัครกี่ที ก็ไม่มีชื่อที่ตรงใจ วันที่: 22 มีนาคม 2554 เวลา:9:12:24 น.
  
แวะเข้ามาอ่านค่ะ
โดย: คู่กัด IP: 24.255.127.123 วันที่: 8 มกราคม 2555 เวลา:8:27:06 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

HappyRecipies
Location :
Melbourne Victoria  Australia

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed

 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]



ทุกวันนี้ สังคมออนไลน์ของคนไทย มีเรื่องต่าง ๆ เกิดขึ้นมากมาย ทั้งดี และไม่ดี บล็อกเล็ก ๆ อันนี้ ขอเป็นส่วนหนึ่งของการสนับสนุนสังคมออนไลน์ของคนไทยให้เข้มแข็งและน่าอยู่ยิ่งขึ้น