ย้ายบ้านไปเจอกันที่ facebook.com/why dachshund? นะคะ
Group Blog
 
All blogs
 

อ๊ากกกก...ดัชชุนด์ใกล้สูญพันธุ์!!!!!

ข้อมูลจาก นิตยสารวอลลุ่ม เดือนสิงหาคม 2550 (ฉบับที่ 56 ปักษ์หลัง) ซึ่งฉันเพิ่งมีเวลาอ่านเมื่ออาทิตย์ที่แล้ว และเพิ่งมีเวลาอัพบล็อกอาทิตย์นี้ ฮ่า ฮ่า



ดัชชุนด์ใกล้สูญพันธุ์

สุนัขพันธุ์ดัชชุนด์หรือที่นิยมเรียกกันติดปากว่าสุนัขพันธุ์ไส้กรอก เพราะลักษณะลำตัวยาวๆ ขาสั้นๆ เป็นที่รู้จักกันมานานว่าเป็นสัญลักษณ์ของเยอรมนีที่มีชื่อเสียงโด่งดังพอๆ กับเบียร์ของประเทศนี้เลยทีเดียว แต่ตอนนี้สถานการณ์ของเจ้าตูบพันธุ์นี้น่าเป็นห่วงเสียแล้ว

สมาคมสุนัขแห่งเยอรมนี (VDH) เปิดเผยว่าเมื่อปี 2006 ในเยอรมนีมีลูกสุนัขพันธุ์ดัชชุนด์ถือกำเนิดขึ้นมาเพียง 7,158 ตัวเท่านั้น ซึ่งเป็นอัตราการเกิดที่ลดลงจากช่วงทศวรรษที่แล้วถึง 35%

จำนวนประชากรดัชชุนด์ลดลงเพราะผู้เลี้ยงสุนัขมีตัวเลือกมากกว่าเมื่อ 20 ปีที่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นโกลเด้น รีทรีฟเวอร์ ลาบราดอร์ หรือแจ๊ก รัสเซลล์ เทอร์เรีย ที่กำลังเข้ามาแทนที่ความนิยมในสายพันธุ์ดั้งเดิมของเยอรมนี

แต่เดิมดัชชุนด์ถูกเพาะพันธุ์ขึ้นมาเพื่อเป็นสุนัขล่าสัตว์ในยุคกลาง ด้วยขนาดลำตัวที่กำลังพอดี ขาสั้น จมูกยาว ทำให้มันสามารถมุดเข้าไปในโพรงเพื่อจับตัวแบดเจอร์และหมาป่าได้

ปัจจุบันในเยอรมนีดัชชุนด์น้ำหนัก 3-10 กก. ราคาขายอยู่ที่ประมาณ 500 ยูโร (22,500 บาท) แม้ดัชชุนด์จะมีจำนวนลดลงในประเทศบ้านเกิด แต่ในญี่ปุ่นสถานการณ์กลับตรงข้ามโดยสิ้นเชิง เพราะปีที่แล้วมีการเพาะพันธุ์ลูกสุนัขดัชชุนด์ถึง 20,000 ตัว และในการแข่งขันฟุตบอลโลก 2006 ที่เยอรมนี ทีมชาติญึ่ปุ่นถึงกับใช้สุนัขดัชชุนด์ตัวน้อยชื่อว่า 'เออร์วิน รอมเมล' เป็นสัตว์นำโชคของทีม

ไม่แน่ว่าต่อไป 'ไส้กรอกเยอรมัน' อาจกลายเป็น 'ไส้กรอกญี่ปุ่น' ก็เป็นได้

--------------------------------------------------
อ่านเรื่องของเจ้าดัชชุนด์รอมเมลต่อ ที่นี่ค่ะ




 

Create Date : 27 กันยายน 2550    
Last Update : 15 กุมภาพันธ์ 2551 0:43:57 น.
Counter : 1677 Pageviews.  

ภาพประวัติศาสตร์


นายทหารสมัยสงครามโลกครั้งที่ 1 กับดัชชุนด์ที่พวกเขาพากลับบ้านด้วย


ว่ากันว่าความนิยมเลี้ยงดัชชุนด์ในอเมริกาและแคนาดาเริ่มขึ้นหลังจากสงครามโลกครั้งแรกสิ้นสุดลง เมื่อนายทหารที่เดินทางกลับสู่มาตุภูมิได้นำดัชชุนด์จากเยอรมนีกลับมาด้วย เนื่องจากประทับใจในรูปร่างและบุคลิกภาพของมัน หลังจากนั้นความนิยมก็เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ปัจจุบันดัชชุนด์ยังติด1 ใน 10 สายพันธุ์ยอดนิยมอยู่นะคะ




 

Create Date : 07 เมษายน 2550    
Last Update : 7 เมษายน 2550 20:56:03 น.
Counter : 524 Pageviews.  

ดัชชุนด์เกิดมาเพื่อสิ่งนี้!!!


โฉมหน้าเจ้าแบดเจอร์


ดัชชุนด์ในยุคแรกๆ ถูกเพาะพันธุ์มาเพื่อใช้ในการล่า แบดเจอร์ สัตว์ที่มีลักษณะคล้ายๆ ตัวตุ่น หน้าตาอย่างที่เห็นในภาพแหล่ะค่ะ แต่เจ้าตาแป๋วนี้ดุร้ายมิใช่น้อย ถ้าเดินมาเจอมันยิ้มให้แบบรูปข้างล่างล่ะก็ ขอแนะนำให้อุ้มดัชชุนด์ของคุณเผ่นทันที แม้ว่าสายเลือดนักสู้จะยังแฝงอยู่ในทุกดีเอ็นเอของดัชชุนด์ปัจจุบันก็ตาม อย่าเสี่ยงดีก่า หุ หุ



แบดเจอร์มีขนหยาบสีเทาหรือสีน้ำตาล มีแถบสีขาวพาดตรงกลางหัว โดยมากจะยาวไปถึงหลัง และข้างแก้มจะมีลักษณะคล้ายวงแหวนสีขาวที่ตรงกลางเป็นสีเทาหรือน้ำตาลตามสีขน ร่างกายแข็งแรง ขาสั้น ขาคู่หน้าใหญ่โตทรงพลังมีพังผืดคล้ายตีนเป็ดแต่มีกรงเล็บยาวน่ากลัว มันก็เลยขุดหลุมและว่ายน้ำได้เก่งมาก ความยาวของลำตัวอยู่ที่ 24-29 นิ้ว หางยาว 4-5.6 นิ้ว น้ำหนัก 14-26 ปอนด์ ในขณะที่น้ำหนักของดัชชุนด์ขนาดมาตรฐานอยู่ที่ 16-32 ปอนด์ (พอฟัดพอเหวี่ยงล่ะน่า) แบดเจอร์อาศัยอยู่ในโพรงใต้ดิน อาหารของมันคือกระรอก กระต่าย สัตว์เลื้อยคลานต่างๆ นกและไข่ ปัจจุบันเจ้าแบดเจอร์เหล่านี้เหลือน้อยเต็มที พวกมันเสียชีวิตจากการถูกล่า ถูกวางยา รวมถึงรถขุดดินที่เข้าไปทำการพัฒนาที่ดิน




 

Create Date : 15 เมษายน 2549    
Last Update : 15 เมษายน 2549 21:34:35 น.
Counter : 673 Pageviews.  

หมา กับ คน

สุนัขไม่ได้เข้าใจภาษาท่าทางของเราได้โดยสัญชาตญาณ แต่มันอาศัยจากการเรียนรู้ตั้งแต่ยังเล็ก การสบตาที่คนใช้แสดงความเป็นมิตรนั้น อาจทำให้สุนัขรู้สึกว่าถูกคุกคาม แต่คนส่วนใหญ่ไม่ค่อยเข้าใจการมองโลกของสุนัข จึงทำให้เข้าใจมันผิดบ่อยครั้ง ที่น่าเศร้าก็คือ สุนัขมักเป็นฝ่ายผิดเสมอ ในเมื่อมนุษย์เป็นสิ่งมีชีวิตที่ฉลาดกว่าสุนัขตั้งหลายเท่า การพยายามเพื่อจะเข้าใจสุนัข ก็น่าจะง่ายกว่าให้สุนัขเข้าใจเราเนอะ ว่าไหม?

* เธอเป็นเพื่อนของฉัน คนส่วนใหญ่คุ้นเคยกับกิริยาอาการของสุนัขเวลาที่มันทักทายเราเป็นอย่างดี ทั้งการอ้าปาก ‘ยิ้ม’ และการกระดิกหางที่เป็นสัญญาณบอกให้เราเข้าไปหามัน แล้วจะได้รับการต้อนรับอย่างเป็นมิตร สุนัขแต่ละตัวมีวิธีทักทายคนแบบต่างๆ กันไป ขึ้นอยู่กับว่ามันถูกเลี้ยงดูมาแบบไหน บางตัวพยายามกระโดดขึ้นมาเลียหน้า บางตัวชอบให้กอด ชอบให้ลูบหลังลูบไหล่ และบางตัวก็เพียงแค่อยากให้เห็นและเล่นกับมันเท่านั้น สุนัขพันธุ์เล็กๆ มักอยากให้เราอุ้ม และอาจกระโดดวนเวียนส่งเสียงดังไปมารอบๆ ขา จนกว่าเราจะอุ้มมันขึ้นมากอด ท่าทางทั้งหมดนี้มีความหมายอย่างเดียวกันคือ กำลังต้องการความสนใจจากเรานั่นเอง เช่นเดียวกับสุนัขตัวนี้ มันรู้จักคนในภาพเป็นอย่างดี และชอบเธอมากด้วย ท่าทางของมันแสดงให้เห็นว่า มันถูกคนกอดบ่อยๆ ตั้งแต่ยังเป็นลูกสุนัข พอโตขึ้นมันจึงหวังจะให้คนมากอดเมื่อทักทายกัน สังเกตจากการอ้าปากยิ้ม ดวงตาผ่อนคลายและหูที่ลู่ไปด้านหลัง แสดงถึงความสบายใจ ลิ้นห้อยแสดงถึงความตื่นเต้น แต่หางของมันยังแสดงความไม่แน่ใจอยู่บ้าง ว่าเธอจะมาไม้ไหน

* ตื่นเต้นไปหน่อย หลังจากทักทาย มันก็ลุกขึ้นยืนแล้วหันหลังให้ โดยใช้ช่วงท้ายลำตัวพิงที่ตัวเธอแทน เพราะมันเริ่มรู้สึกว่าสถานการณ์ชักจะตึงเครียดเกินไป จนต้องรักษาระยะห่างระหว่างหัวของมันกับเธอไว้ซักหน่อย เมื่ออยู่ในท่านี้ ผู้หญิงในภาพก็ยังคงลูบหลังมันได้ แล้วมันเองก็สบายใจกว่าด้วย หางที่ม้วนอยู่แปลว่า มันพยายามอย่างมากที่จะระงับความตื่นเต้น ถ้าอยากจะสื่อสารกับเธออีกครั้ง มันก็แค่หันหน้าไปทางเธอเท่านั้น ส่วนหลังและหน้าอกเป็นบริเวณที่ ‘ปลอดภัย’ สำหรับสุนัข มันจะสบายใจมากกว่าถ้าเราสัมผัสมันบริเวณที่ว่านี้ โดยเฉพาะเมื่อเจอกันครั้งแรก

* อย่าจ้องสิ สุนัขข่มขู่กันด้วยการจ้องตา และถ้าเกิดเหตุการณ์แบบนั้นขึ้น พวกมันก็จะหาทางหลบเลี่ยง เพื่อไม่ให้ต้องต่อสู้กันด้วยความรุนแรง แต่คนมักจะจ้องมองสัตว์เลี้ยงของตนด้วยความรัก สุนัขจึงต้องเรียนรู้ว่า การจ้องมองของคนไม่ใช่สิ่งที่เป็นอันตราย อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่สุนัขทุกตัวที่จะเข้าใจเรื่องนี้ และมันมักแสดงอาการต่างๆ ออกมา เพื่อบอกเราว่ามันไม่สบายใจเวลาที่ถูกจ้องมองอย่างนั้น

เธอมาดีหรือเปล่า? ในภาพทั้งคู่เพิ่งจะพบกันเป็นครั้งแรก โชคดีที่สุนัขตัวนี้อยู่กับคนจนนานพอที่จะรู้ว่า การสบตาแบบนี้ไม่ได้เป็นอันตรายเสมอไป ที่จริงการโน้มตัวมาข้างหน้าแล้วจ้องสุนัขเขม็งเช่นนี้ อาจทำให้สุนัขหลายตัวรับไม่ได้ ถ้าเขายังทำท่านี้ต่อไปนานๆ เจ้าสุนัขก็อาจแสดงความกังวลมากขึ้นเรื่อยๆ

* เป็นอะไรไปหรือ? การก้มตัวลงมาจนใบหน้าและดวงตาอยู่ในระดับเดียวกับสุนัข และยื่นมือเข้าหามันแบบนี้ ถ้าไม่ใช่สุนัขที่คุ้นเคยกับคนพอสมควร จะถือว่าเป็นการข่มขู่อย่างรุนแรง สุนัขในภาพไม่ได้ชอบการทักทายด้วยท่าทางประหลาดอย่างนี้ แต่มันก็ยังอยากจะทำความรู้จักกับชายผู้นี้อยู่พอสมควร เห็นได้จากหูที่ตั้งตรงและจมูกที่กำลังสูดดมกลิ่น เพื่อหาข้อมูลเกี่ยวกับตัวเขาให้มากขึ้น หางของมันอยู่ในลักษณะกลางๆ แสดงว่ายังไม่ตื่นเต้นหรือเป็นกังวลเท่าไรนัก


รู้หรือเปล่า?
• สุนัขใช้จมูกและปากเป็นหลักในการสำรวจความเป็นไปรอบตัว ในขณะที่มนุษย์ใช้ดวงตาและมือ ดังนั้น เราควรลดการใช้สายตาและมือลงให้เหลือน้อยที่สุด เมื่อเข้าไปทักทายสุนัข จะได้ช่วยผ่อนคลายความหวาดกลัวของมัน และทำให้มันเป็นมิตรกับเราได้ง่ายขึ้น
• คนส่วนใหญ่ถูกสุนัขกัดที่มือ มากกว่าส่วนอื่นของร่างกาย


* เธอจะทำร้ายฉันหรือเปล่า? นี่เป็นตัวอย่างการทักทายสุนัขที่แย่ที่สุด แต่ก็ยังมีคนจำนวนมากทักทายสุนัขที่เพิ่งรู้จักด้วยท่าทางแบบนี้ เจ้าสุนัขเป็นกังวลและพยายามหดหัวหนี หูของมันลู่ไปด้านหลัง ดวงตาเบิกกว้าง หางจุกอยู่ระหว่างขาหลัง มันทำท่าเหมือนกำลังตัดสินใจว่าจะถอยออกมา แล้ววิ่งหนีไปเลยดีหรือเปล่า

มือที่น่ากลัว สุนัขบางตัวไม่ได้มีประสบการณ์ที่ดีกับมือมนุษย์มากนัก จึงมองว่ามือของคนเป็นสิ่งที่ใช้ตีมัน หรือทำให้มันไม่สบายตัว นี่คือสาเหตุหลักที่ทำให้สุนัขมักกัดมือคนเป็นอันดับแรก เราจึงควรระมัดระวังการใช้มือ และพยายามเคลื่อนไหวอย่างช้าๆ จนกว่าสุนัขจะเข้าใจว่ามือของเราปลอดภัยสำหรับมัน

* เธอดูน่ากลัวจัง จำไว้ว่ามือของคนแปลกหน้าที่ยื่นตรงมาที่หัวแบบนี้ เป็นสิ่งที่ดูน่ากลัวมากสำหรับสุนัข เจ้าสุนัขตัวนี้ไม่แน่ใจว่า จุดประสงค์ของชายในภาพคืออะไรกันแน่ เพื่อผ่อนคลายสถานการณ์ มันจึงหันหน้าหนีไปเสียจะได้ไม่ต้องเผชิญหน้ากับเขา เพราะมันไม่อยากมีเรื่องน่ะสิ


รู้หรือเปล่า?
• ดวงตาของเด็กๆ ดูน่ากลัวมากกว่าสำหรับสุนัข เนื่องจากตาของเด็กจะมีสัดส่วนที่ใหญ่กว่าดวงตาของผู้ใหญ่ และเด็กมักชอบจ้องมองสิ่งต่างๆ แถมดวงตาของเด็กๆ ก็ยังอยู่ในระดับเดียวกับตาของสุนัขด้วย


* แบบนี้ทำให้ฉันไม่สบายใจนะ อย่าลืมว่าสุนัขจะข่มขู่กันด้วยการจ้องตา การถูกจ้องเป็นเวลานานๆ จึงทำให้เจ้าบอกเซอร์ตัวนี้ไม่สบายใจ มันจึงนั่งลงโดยหันไปทางอื่นเสีย แต่ผู้หญิงในภาพก็ยังจ้องมันอย่างไม่ลดละ มันจึงต้องผ่อนคลายความกดดันของตัวเอง ด้วยการอ้าปาก หอบเล็กน้อย ทำหูลู่ไปข้างหลังและพยายามอย่างยิ่งที่จะไม่มองมาทางเธอ แต่เธอกลับยิ่งโน้มตัวเข้าหามัน จนดวงตาอยู่ในระดับเดียวกัน อย่างนี้ก็อึดอัดแย่นะสิ

* เครียดจังเลย การหาวเป็นสัญญาณที่บอกว่าสุนัขของคุณกำลังเริ่มอึดอัดกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น มันอาจกำลังขัดแย้งในตัวเอง เช่นตัดสินใจไม่ได้ว่าจะเดินหนีไปดีหรือเปล่า หรือมันอาจกำลังบอกคุณว่ามันเริ่มไม่สบายใจแล้ว สุนัขมักจะหาวเมื่อมีคนเรียกชื่อในขณะที่จ้องตามันไปด้วย การหาวไม่ได้แปลว่ามันง่วงนอนหรอกนะ สุนัขอาจส่งสัญญาณเหล่านี้ให้เราอยู่บ่อยครั้ง แต่เรามักไม่ค่อยได้สนใจและไม่ช่วยแก้ไขสถานการณ์ ยิ่งไปกว่านั้นก็คือเข้าใจผิดกันไปเลย สุนัขที่ก้าวร้าวมักเกิดจากความเครียดที่มันต้องเผชิญและไม่มีทางออก


* อย่าจับน่า ลองนึกดูว่า ถ้าอยู่ๆ มีคนแปลกหน้าเดินเข้ามาหา พูดกับคุณด้วยภาษาที่คุณไม่เข้าใจ แล้วจู่ๆ ก็เข้ามาจับตัวคุณ คุณจะรู้สึกอย่างไร สุนัขเองก็เช่นกัน มันต้องเผชิญเรื่องอย่างนี้บ่อยครั้ง หลายตัวอาจทำใจให้สนุกไปกับเหตุการณ์ทำนองนี้ได้ ซึ่งน่าชมเชยเป็นอย่างมาก แต่เราสามารถช่วยให้สุนัขรับมือกับสถานการณ์ได้ดีขึ้น โดยศึกษาจุดเปราะบางบนตัวมัน แล้วหลีกเลี่ยงไม่ไปสัมผัสกับบริเวณนั้น

อย่างนี้พอได้ เจ้าสุนัขในภาพนี้ไม่คุ้นเคยกับการสัมผัสเท่าไรนัก เนื่องจากมันเป็นหมาแข่งและอยู่แต่ในสนามแข่งขัน แต่มันก็ยอมรับการทักทายของชายคนนี้ เนื่องจากเขาไม่มีท่าทีคุกคาม ผู้ชายในภาพนั่งลงและหันข้างให้โดยไม่ไปจ้องตามัน แต่หูที่ลู่ไปด้านหลังของสุนัขแสดงว่ายังไม่มั่นใจนัก

* มือที่เป็นมิตร เจ้าคอลลีในภาพยอมให้ผู้หญิงคนนี้ลูบตัว และยอมรับการสื่อสารจากเธอด้วย เนื่องจากจุดที่เธอสัมผัสมันอยู่นั้นเป็นจุดที่ปลอดภัย มือของเธอไม่ได้ไปปิดกั้นประสาทสัมผัสส่วนใดของมัน และอยู่ต่ำจนไม่น่าจะตีหรือกะชากมันได้ นอกจากนั้น การอยู่ร่วมกับคนมานานคงจะช่วยให้มันยอมรับการจ้องตาเช่นนี้ได้ดีกว่าปกติ เพราะหากการจ้องตาเกิดขึ้นระหว่างสุนัขด้วยกันล่ะก็ คงไม่มีใครชอบใจแน่ พวกมันจะพยายามจ้องอีกฝ่ายอย่างไม่ลดละ จนกว่าจะมีใครยอมแพ้นั่นแหละ แต่ถ้าทั้งสองตัวกลับมาเจอกันอีกครั้ง พวกมันจะจำได้แม่นยำว่าใครแพ้ใครชนะ โดยไม่ต้องเสียเวลามายืนจ้องกันอีก

* ตรงนี้ฉันไม่ชอบนะ สุนัขในภาพถูกลูบใต้หน้าอกบริเวณท้อง ขณะที่มันกำลังนั่งอยู่ การเข้าหาในลักษณะที่มันไม่คุ้นเคยเช่นนี้ ทำให้รู้สึกอึดอัด สีหน้าของมันเคร่งเครียดทีเดียว ใบหูรั้งไปทางด้านหลัง เนื่องจากคิ้วของมันเป็นสีน้ำตาลอ่อน เราเลยอ่านสีหน้าของมันได้ง่ายมาก มันกำลังถูกจับต้องในจุดที่เปราะบาง และถึงแม้ว่าการสัมผัสนั้นจะนุ่มนวลอ่อนโยนแค่ไหน มันก็ยังไม่ชอบและไม่อยากให้ใครมาจับบริเวณนั้นอยู่ดี

* อย่างนี้ก็ไม่ชอบ ถึงสุนัขตัวนี้จะคุ้นเคยกับการถูกสัมผัส แต่จู่ๆ มีคนแปลกหน้าเข้ามากอดอย่างนี้ มันออกจะมากไปอยู่ซักหน่อย ยังดีที่การกอดเป็นไปอย่างช้าๆ และคนที่กอดก็ไม่ได้โน้มตัวมาคร่อมมัน ก็เลยพอจะรับได้นิดหน่อย (แต่ดูหน้าดิ) หางของมันลู่ลง หูหลุบไปด้านหลังเล็กน้อย ถึงจะมีคนคอยพูดปลอบโยนมันอยู่ แต่ก็ใช่ว่าจะทำใจให้สบายได้ง่ายๆ นี่นา

* จุดจั๊กจี้ บริเวณหน้าอกและใต้ปลอกคอเป็นจุดปลอดภัยสำหรับสุนัข และมันชอบให้เกามากที่สุด บางครั้งถึงกับยกขาหลังขึ้นมา เพื่อช่วยให้เกาในจุดที่มันต้องการมากที่สุด


รู้หรือเปล่า?
• ลูกสุนัขควรต้องเรียนรู้ว่ามือของมนุษย์ที่ยื่นมา เพื่อจะลูบตัวมันหรือเอาขนมอร่อยๆ มาให้กิน มากกว่าจะเข้ามาเพื่อทำร้ายหรือลงโทษ


* ฉันไม่ค่อยสบายใจ สุนัขจะกระดกลิ้นออกมานอกปาก เมื่อมันรู้สึกอึดอัดใจหรือไม่มั่นใจ มันจะเลียจมูกตัวเองหรือไม่ก็ตวัดลิ้นเข้าออกอย่างรวดเร็วหลายครั้ง สุนัขตัวนี้แลบลิ้นออกมาเลียจมูก เพื่อส่งสัญญาณให้รู้ว่ามันไม่ได้ผ่อนคลายสบายใจ อย่างที่เราเห็นมันนอนหงายโชว์ท้องในท่าที่ดูสบาย การเลียจมูกแสดงว่ามันยังรู้สึกหวาดกลัวอยู่บ้าง




 

Create Date : 13 กันยายน 2548    
Last Update : 14 กันยายน 2548 3:21:49 น.
Counter : 266 Pageviews.  

รู้มั๊ย หมา คิดอะไรอยู่

สุนัขแต่ละพันธุ์ชอบอยู่รวมกับคนมากน้อยแตกต่างกันไป แต่พวกมันยังชอบที่จะมีเพื่อนอยู่ด้วย ไม่ว่าจะเป็นมนุษย์หรือสุนัขด้วยกันก็ตาม การได้อยู่ร่วมกับสมาชิกในฝูงเป็นสิ่งสำคัญ และถ้าถูกปฏิเสธไม่ให้เข้าร่วมสังคม สุนัขก็อาจจะมีอาการซึมเศร้าหรือพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมได้

*ฉันอยากอยู่ใกล้ๆ เธอ สุนัขตัวนี้คุ้นกับการถูกเจ้าของกอดรัด มันไว้ใจเธอเต็มที่ จึงปล่อยตัวตามสบาย แม้จะอยู่ในท่าที่ไม่ปลอดภัยสำหรับมันเท่าไรนัก นายของมันเปรียบเหมือนจ่าฝูง ซึ่งมีหน้าที่คอยดูแลและคอยป้องกันอันตรายให้กับมัน เวลาอยู่กับเธอมันจึงไม่เครียดและมั่นใจว่าเธอจะดูแลมันทุกอย่าง

ขอรื้อของซะหน่อย การนำข้าวของที่เจ้าของเคยสัมผัสหรือสวมใส่มากองไว้รวมๆ กัน เป็นอาการที่พบบ่อยมากในสุนัขที่รู้สึกไม่ปลอดภัยเมื่อมันถูกทิ้งให้อยู่ตัวเดียว การมีกลิ่นเจ้านายกระจายอยู่รอบๆ ตัว จะเป็นเสมือนเกราะป้องกันให้ทุกคนรู้ว่า อย่ามายุ่งกับมันจะดีกว่า ทิชชู่ เป็นวัตถุที่เก็บกลิ่นได้ดี รีโมทโทรทัศน์ที่เจ้าของหยิบจับอยู่เสมอ ก็มีช่องว่างระหว่างปุ่มกดซึ่งมีเซลล์ผิวหนังที่ตายแล้วหลุดร่วงอยู่ ถ้าของเหล่านี้ยังดูเล็กเกินไปที่จะเป็นเกราะป้องกันภัยให้มันได้ มันก็จะฉีกกัดเป็นชิ้นๆ เพื่อจะเอามากระจายเป็นวงรอบตัวให้กว้างขึ้นไปอีก


รู้หรือเปล่า?
• จ่าฝูงที่ดีต้องคอยดูแลสมาชิกในฝูงให้อยู่อย่างสบาย รวมถึงการหาอาหาร แต่จ่าฝูงไม่ได้ทำตามคำเรียกร้องเสมอไป และถ้าจำเป็นก็อาจเข้มงวดหรือดุดันขึ้นมาบ้างก็ได้ รวมทั้งเป็นผู้ตัดสินใจว่าจะทำอะไร เมื่อไหร่ จ่าฝูงมีความแข็งแกร่งมากพอที่จะให้สมาชิกเกรงกลัวโดยไม่จำเป็นต้องไปรังควานใคร


* เธอเป็นใคร กลิ่นเป็นสิ่งสำคัญมากในการทำความรู้จักกับสุนัขตัวอื่น ธรรมเนียมในการดมกลิ่นคือ สุนัขสองตัวจะเริ่มดมกลิ่นจากปากและก้นของอีกฝ่าย หลังจากนั้นตัวใดตัวหนึ่งก็อาจจะทำท่าให้รู้ว่ามันอยากเล่นด้วย แล้วก็เริ่มเล่น หรือไม่ก็แยกย้ายกันไป หรืออาจเริ่มต้นต่อสู้กัน ในรูปสุนัขสองตัวนี้ถูกล่ามสายจูงไว้จึงยื่นตัวมาดมได้แค่จมูกของกันและกันเท่านั้น มันพยายามไม่จ้องตากันตรงๆ เพราะอาจจะดูเป็นการข่มขู่อีกฝ่าย ฟันของมันอยู่ใกล้กันมาก จึงอาจจะเกิดอันตรายรุนแรงได้ แต่พฤติกรรมที่แสดงออกก็ยังดูเป็นปกติดีจนไม่น่าเป็นห่วงอะไร สุนัขทั้งสองได้ประเมินกันจากระยะไกลก่อนจะเข้ามาใกล้กันขนาดนี้ เจ้าเทอร์เรียร์ในภาพออกจะไม่ชอบความสอดรู้สอดเห็นของอีกตัวเท่าไร มันจึงยืดตัวเต็มที่ และทำหูรั้งไปทางด้านหลัง

* มาเล่นกันดีกว่า หลังดมกลิ่นกันเสร็จเรียบร้อย เจ้าตัวซ้ายพยายามชวนเล่นเพราะมันอยากให้ผ่อนคลายกันสักหน่อย เวลาที่สุนัขต้องการชวนเล่นมันจะวางศอกทั้งสองข้างติดพื้นแล้วยกก้นขึ้นสูงค้างไว้สักพัก สุนัขส่งสัญญาณแบบนี้ให้มนุษย์เช่นกัน มันจะทำท่านี้ค้างไว้สองสามวินาที โดยสะบัดหางไปมารุนแรงด้วย จากนั้นมันก็จะกระโดดวิ่งหนีไป แล้วหันกลับมาดูว่าเราจะวิ่งไล่จับอย่างที่มันต้องการหรือเปล่า


รู้หรือเปล่า?
• ท่าชวนเล่นนี้ เป็นท่าทางที่สุนัขทุกตัวทำเหมือนกันทั่วโลก
• สุนัขที่เข้าสังคมบ่อยจะรู้จักปรับท่าทีของตัวเองให้เป็นที่ยอมรับของสุนัขตัวอื่นได้ดี


* มาเล่นกันไม่ดีกว่าหรือ เจ้าเทอร์เรียร์ยังยืนตัวแข็งอยู่กับที่ หางชี้ตั้งขึ้น จ้องสุนัขอีกตัวเขม็ง ซึ่งเป็นวิธีบอกให้รู้ว่ามันไม่ต้องการจะมีปฏิสัมพันธ์อะไรมากไปกว่านี้ อีกตัวจึงรู้สึกว่านี่เป็นการคุกคามที่ค่อนข้างรุนแรง มันจึงพยายามทำท่าเอาอกเอาใจ หวังจะให้เจ้าเทอร์เรียร์สนุกไปด้วย และเลิกทำตัวแข็งเสียที มันโค้งตัวลงในลักษณะชวนเล่น แต่ก็เพียงชั่วครู่เดียว เพราะมันไม่อยากอยู่ในท่าที่ไม่ปลอดภัยแบบนั้นนานเกินไปนัก สีหน้าของมันเริ่มกังวล เห็นได้จากหูที่ลู่ไปข้างหลัง ปากอ้ากว้างและลิ้นที่ตวัดออกมา มันไม่ยอมละสายตาจากสุนัขอีกตัว เพราะอาจจะต้องเปลี่ยนกลยุทธ์ หากวิธีนี้ไม่สำเร็จ

* อยู่นิ่งๆ สิ ฉันดมไม่ถึง (ต้องลงเพราะนายแบบเป็นดัชชุนด์) สุนัขที่มีขนาดต่างกันมากๆ อาจจะดมกลิ่นพร้อมๆ กันลำบากหน่อย พวกมันจึงต้องหมุนตัวสลับกันไปมาหลายรอบ การดมอวัยวะเพศของตัวผู้เป็นสิ่งสำคัญมากสำหรับพวกมัน สุนัขที่ถูกดมกลิ่นตรงจุดนี้มักมีอาการทำอะไรไม่ถูก สุนัขในภาพจึงยืนนิ่ง รอให้อีกฝ่ายสำรวจมันจนพอใจเสียก่อน


รู้หรือเปล่า?
• สุนัขที่กำลังหวาดกลัวจะแสดงท่าทางหรือเข้าใจสีหน้าท่าทางของอีกฝ่ายได้ยาก สิ่งนี้ทำให้พวกมันเข้าใจผิดจนต้องต่อสู้กันเองบ่อยครั้ง
• สุนัขจะเลือกใช้วิธี ‘สู้’ ถ้ามันรู้สีกว่ากำลังจนมุม เราควรสังเกตสุนัขเสมอ ว่ามันมีทีท่าอึดอัดอะไรหรือเปล่า และนำมันออกจากสถานการณ์นั้นโดยเร็ว


* หวัดดี ฉันเป็นเพื่อนเธอนะ การ ‘ยิ้มยิงฟัน’ อย่างอ่อนน้อมถ่อมตนแบบนี้ มักถูกเข้าใจผิดว่าเป็นการแสดงความก้าวร้าว ที่จริงแบบนี้ก็คล้ายกับการยิ้มของคนเรานั่นแหละ จะเห็นอาการแบบนี้บ่อยเวลาสุนัขทักทายคนที่มันรู้จัก หรือตอนที่มันถูกดุ น่าแปลกที่สุนัขจะยิ้มในลักษณะนี้ให้กับมนุษย์เท่านั้น แต่จะไม่ทำกับสุนัขด้วยกัน


* เห็นมั๊ยว่าฉันไม่ใช่คนสำคัญอะไรเลย (ต้องลงเพราะนายแบบเป็นดัชชุนด์5555) ดัชชุนด์ตัวนี้เรียนรู้แล้วว่ามันอยู่ลำดับล่างสุดในฝูง มันนอนหงายหลังโชว์ท้องในท่าที่ดูอ่อนแอมากที่สุด เพื่อแสดงให้เห็นว่ามันพร้อมจะให้สมาชิกที่อยู่ในฐานะสูงกว่าตัดสินชะตากรรมของมันได้ทุกอย่าง นี่เป็นกลยุทธ์ที่ทำให้มันรอดตัวจากการโดนดุได้หลายครั้ง ดังนั้น มันจึงดูผ่อนคลายสบายใจเหลือเกิน (ดูมันทำ)

มือที่เป็นมิตร สุนัขจะใช้ปากในการหยิบจับสิ่งของ ในขณะที่มนุษย์ใช้มือ สุนัขที่เราเลี้ยงไว้จึงต้องทำตัวให้ชินกับเรื่องนี้ และต้องเรียนรู้ที่จะมีความสุขจากการสัมผัสด้วย สุนัขส่วนใหญ่ที่คุ้นกับการถูกจับหรือเล่นโดยใช้มือสัมผัส และไม่ถูกตีหรือถูกกลั่นแกล้งด้วยมือของคนมาก่อน จะไม่มีปัญหาเวลาต้องอาบน้ำตัดขน และไม่กลัวเวลาที่คนแปลกหน้ายื่นมือเข้ามาหามัน

* มานี่ ลูกสุนัขใช้เท้าเขี่ยสุนัขอีกตัวหนึ่งขณะที่กำลังเล่นกัน สุนัขตัวสีดำดูจะประหลาดใจและถอยหนี เพราะไม่คุ้นกับการเล่นแบบนี้ ลูกสุนัขอาจพยายามยืนคร่อมสุนัขอีกตัว ซึ่งแม้จะเป็นท่าธรรมดาในการเล่นของมัน แต่สุนัขอีกตัวจะมองว่าเป็นสิ่งหยาบคายหรือเป็นการท้าทายได้ สุนัขจะใช้เท้าการต่อสู้ ผสมพันธุ์ เล่น หรือไม่ก็วิ่ง พวกมันจึงแปลกใจว่าทำไมมนุษย์จึงใช้มือทำอะไรต่ออะไรได้มากนัก

การยอมแพ้และการท้าทาย สุนัขไม่ได้เอาความสัมพันธ์ระหว่างสุนัขด้วยกันมาตัดสินสถานภาพของมันกับมนุษย์ มันจะประเมินมนุษย์ในลักษณะที่แตกต่างออกไป โดยวัดจากพละกำลังและความสามารถของเรา แทนที่จะเอาชัยชนะที่มันมีต่อสุนัขตัวอื่นๆ มาเป็นสิ่งเปรียบเทียบ เมื่อสุนัขอายุหกเดือนหรือเมื่อสุนัขโตมาอยู่กับเจ้าของใหม่ได้ประมาณสองอาทิตย์ มันก็จะประเมินได้แล้วว่าตัวมันมีสถานะอย่างไรในครอบครัว

* ให้เธอไปก่อน สุนัขตัวนี้ไม่เดือดร้อนกับการเข้าประตูเป็นลำดับที่สอง มันจึงรออยู่อย่างอดทน สุนัขที่คิดว่าตัวเองสมควรได้รับสถานภาพที่ดีขึ้น จะเดินแทรกผ่านเจ้านายเข้าไปก่อน เพื่อจะได้เข้าไปในห้องเป็นตัวแรก การแข่งขันเล็กๆ น้อยๆ แบบนี้ มักจะเกิดขึ้นโดยเจ้าของไม่ทันสังเกต


รู้หรือเปล่า?
• ลำดับชั้นในฝูงไม่คงที่ถาวรเสมอไป มันอาจเปลี่ยนแปลงได้ ถ้าสถานการณ์รอบข้างเปลี่ยนไป เพราะฉะนั้นเจ้าของที่ถูกยึดอำนาจไปแล้ว ก็ยังมีหวังอยู่บ้าง 55555
• การอยู่ในลำดับชั้นสูงๆ มักจะมาจากการเอาชนะเล็กๆ น้อยๆ ระหว่างสมาชิก มากกว่าจะต้องไปเสี่ยงต่อสู้กันรุนแรงใหญ่โต ซึ่งอาจมีโอกาสแพ้ได้มากกว่า
• การดื้อดึงเอาแต่ใจตลอดเวลา มีแนวโน้มจะทำให้คู่ต่อสู้อ่อนใจ จนยอมทำตามในที่สุด
• สุนัขแสดงออกต่างจากเรา ดังนั้น เวลามันแสดงอำนาจเราจึงไม่ทันสังเกต กว่าจะรู้ตัวก็สายเสียแล้ว


* รู้ไหมว่าใครใหญ่ เจ้าตัวสีดำยืดตัวให้สูงเต็มที่ มันยกหางขึ้นและท้าทายเจ้าคอลลี่ด้วยการจ้องตาตรงๆ เจ้าคอลลีไม่ยอมแพ้จึงทำตัวแข็งเกร็ง จ้องตากลับ แล้วยกหางขึ้นบ้างแม้ไม่สูงเท่าคู่ต่อสู้ เพราะดูเหมือนเจ้าตัวสีดำจะได้เปรียบอยู่ตอนนี้ เจ้าคอลลีจึงต้องรีบตัดสินใจว่าจะสู้หรือถอยดี

หลีกเลี่ยงการต่อสู้ เมื่อถูกคุกคามสุนัขจะใช้ความรุนแรงเพื่อป้องกันตัว ก็ต่อเมื่อวิธีอื่นใช้ไม่ได้ผลแล้วเท่านั้น ก่อนจะเข้าจู่โจมมันต้องคำนวณก่อนว่ามีโอกาสชนะมากน้อยแค่ไหน เพราะถ้าใช้ความรุนแรงแล้วไม่ได้ผล คู่ต่อสู้ไม่ยอมอ่อนข้อให้ มันอาจเสี่ยงต่อการพ่ายแพ้ บาดเจ็บ หรือเสียชีวิต ดังนั้นสุนัขส่วนใหญ่จึงใช้วิธีอื่นที่มีอยู่ก่อนจะเลือกใช้ความรุนแรง ซึ่งกลยุทธ์ต่างๆ เช่น การเดินหนี หรือทำเป็นสนใจสิ่งอื่นแทน ขึ้นอยู่กับประสบการณ์ของแต่ละตัว

* อย่ากัดฉันนะ เจ้าบอกเซอร์ไม่มั่นใจว่าสุนัขอีกตัวมีจุดประสงค์อะไร เพราะมันยังอ่านภาษาท่าทางไม่เก่ง มันจึงหันข้างจนตัวของมันตั้งฉากเป็นรูปตัว T กับสุนัขอีกตัว การทำเช่นนี้เพื่อกันส่วนก้นไม่ให้ถูกจู่โจมได้ง่าย แล้วก็ไม่ได้เผชิญหน้ากันตรงๆ ด้วย เพื่อลดโอกาสสร้างความขัดแย้ง มากกว่าที่เป็นอยู่

ต้องใจเย็นลงหน่อย เมื่อหลีกเลี่ยงการต่อสู้ได้แล้ว แต่ไม่แน่ใจว่าควรทำอะไรต่อ การดื่มน้ำนี่แหละ เป็นวิธีที่ดูจะปลอดภัยที่สุด เพราะไม่ต้องมีปฏิสัมพันธ์อะไรกับสุนัขอีกตัวอีกต่อไป เช่นเดียวกับการเสไปดมหญ้า แต่ขนบริเวณหลังและลำคอของเจ้าบอกเซอร์ตัวนี้ยังตั้งชี้เล็กน้อย บ่งบอกว่ามันยังคงระวังตัวอยู่ ขนจะเรียบลงก็ต่อเมื่อมันสบายใจขึ้นแล้ว

* ฉันกังวลอยู่นะ สุนัขตัวนี้รู้สึกกังวลใจ เพราะถูกสั่งให้หมอบรอเฉยๆ ในสถานการณ์ตึงเครียด มันจำต้องคอยในท่าที่ไม่ค่อยปลอดภัยเท่าไรนัก ถ้าคิดหนีก็จะทำได้ยากกว่าเวลาปกติ มันจึงไม่สบายใจมากขึ้น มันทำหูตก ตาเบิกกว้าง หอบ หายใจเร็ว

ภาษาที่สื่อถึงความกลัว สุนัขที่กำลังหวาดกลัวจะแสดงท่าทีให้เห็นอย่างเด่นชัด และถ้าคุณรู้จักมองหาสัญญาณเหล่านั้น ก็จะสามารถป้องกัน ไม่ให้มันกังวลมากขึ้นจนอาจจะต้องจู่โจม หรือเข้ามากัดคุณเพื่อป้องกันตัว สุนัขบางตัวซ่อนความกลัวไว้ภายใต้ท่าทางที่ดูมั่นใจองอาจ แต่ลึกลงไปมันกำลังกลัวจนอยากจะวิ่งหนีไปให้พ้นๆ ที่น่าสับสนคือ บางตัวจะส่งสัญญาณที่แตกต่างกันออกมามากมาย ขณะที่มันอยู่ในอารมณ์แบบต่างๆ การคอยสังเกตลักษณะหาง หู และร่างกายของสุนัข จะช่วยให้แยกแยะความหมายจากสัญญาณเหล่านี้ได้ชัดเจนขึ้น


รู้หรือเปล่า? คุณจะเข้าใจสุนัขได้ดีขึ้นมาก ถ้าสังเกตดูภาษาท่าทางของมัน
• หูที่ลู่ไปด้านหลัง : กำลังกลัว หรือยอมจำนน
• หูที่ชี้มาด้านหน้า : กำลังมั่นใจหรือสนใจ
• เห็นตาขาวชัดเจนและม่านตาขยายกว้าง : กำลังกลัว
• อ้าปากกว้าง หายใจเร็วและหอบ : กำลังกลัว
• หางตกลง : กำลังกลัวหรือยอมจำนน
• หางตั้งขึ้น : กำลังมั่นใจ
• กระดิกหางไปมา : กำลังตื่นเต้น แต่ไม่ได้แปลว่ามันเป็นมิตรเสมอไป ก่อนเดินเข้าใกล้สุนัขที่กำลังกระดิกหางอยู่ ควรพิจารณาท่างทางอย่างอื่นของมันประกอบด้วยเสมอ


* โอ๊ะ-โอ สุนัขตัวนี้กำลังกังวลกับสิ่งที่อยู่ข้างหน้า จึงผงะมาด้านหลังพร้อมจะถอยหนี หางของมันซุกเข้าไปในลำตัวและหูลู่ไปข้างหลังเต็มที่ เพื่อไม่ให้เกะกะถ้าหากมันถูกจู่โจมขึ้นมาจริงๆ ตาจ้องเขม็งไปยังสิ่งที่ทำให้มันกลัว เพื่อคอยสังเกตการณ์เผื่อว่าจะต้องรีบหนีให้เร็วกว่านี้ ตาของมันเบิกกว้างเพื่อเก็บข้อมูลรอบตัวให้มากที่สุดจนเห็นตาขาวอย่างชัดเจน หัวใจจะเต้นเร็วขึ้นเรื่อยๆ และร่างกายก็เตรียมพร้อมไม่ว่าจะหนีหรือสู้

* อย่าเข้ามาใกล้กว่านี้นะ นี่คือสีหน้าที่แสดงความกลัวและก้าวร้าวแบบพร้อมจะป้องกันตัวเต็มที่ หูของสุนัขลู่ไปด้านหลัง และอ้าปากกว้างด้วยความกังวล แต่มันยกริมฝีปากขึ้น เพื่อให้คู่ต่อสู้เห็นฟันอย่างชัดเจน หัวตั้งขึ้นพร้อมที่จะกัด และดวงตาจ้องเขม็ง พร้อมที่จะลงมือถ้าจำเป็น สุนัขจะทำหน้าแบบนี้ พร้อมกับการเห่ากระโชกเตือนหลายครั้ง เพื่อให้ผู้รุกรานถอยออกไป จะได้ไม่ต้องเกิดการต่อสู้

* ฉันเอาไอ้นี่หลบไปไกลๆ เธอดีกว่า (ต้องลงเพราะนายแบบเป็นดัชชุนด์อีกแล้ว) เจ้าดัชชุนด์สองตัวนี้โชคดีเหลือเกิน ที่ไม่โดนเคี้ยวแทนกระดูกชิ้นนั้น แม้ว่าเจ้าสุนัขตัวโตจะกังวลว่าเจ้าสองแสบจะมาขโมยกระดูกของมันไป แต่เพราะเป็นเพื่อนกัน มันจึงพยายามเลี่ยงการทะเลาะเบาะแว้งโดยคาบกระดูกหลบไปทางอื่นแทนที่จะโต้ตอบด้วยความรุนแรง น่าชมเชยจริงๆ


รู้หรือเปล่า?
• สุนัขไม่ชอบให้ใครเห็นเวลากำลังขุดฝังอาหาร ถ้ามีใครมารบกวนมันจะย้ายที่ฝัง หรือไม่ก็กินอาหารนั้นให้หมดเสียเลย



*จากหนังสือชื่อเดียวกัน ก่อนเอาไปคืนก็ขอลอกบางส่วนมาแปะบล็อกซะหน่อย เก็บไว้อ่านอีกรอบ ถ้าพอมีประโยชน์บ้างเล็กๆ น้อยๆ ก็ขออานิสงค์ให้มะแต้มมะตูมนะคะ ช่วงนี้มันป่วยบ่อย เจ้าของจะหมดตูดแย้ว : ขอบคุณพี่ใหม่กะพี่ปูที่ให้ยืมหนังสือค่ะ



since : 10 สิงหาคม 2548




 

Create Date : 10 สิงหาคม 2548    
Last Update : 11 กันยายน 2548 5:18:18 น.
Counter : 235 Pageviews.  

1  2  

มะแต้มมะตูม
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




ยินดีต้อนรับสู่ ’พื้นที่ของคนรักดัชชุนด์’ เรียก ดัชชุนด์ อาจฟังไม่คุ้นหู ถ้าเรียกว่า หมาไส้กรอก คงนึกออกกันทุกคน นึกออกตั้งแต่รูปร่างไปจนถึงบุคลิกฮาๆ เลยทีเดียว

เนื่องจากได้รับความนิยมมานานนับร้อยปี ผ่านมาแล้วทั้งจุดสูงสุดและต่ำสุดของความนิยม เจ้าหมาไส้กรอกก็เลยมีเรื่องน่าสนใจอยู่มาก บางเรื่องก็ขำ บางเรื่องก็เศร้า

คลิกที่เมนู group blog ด้านซ้ายมือ เพื่อไปยังหัวข้อต่างๆ เกี่ยวกับดัชชุนด์และมะแต้มมะตูมได้เลยค่ะ

คลิกเพื่อฟังเพลงมาร์ชของดัชชุนด์

"I can assure you that there's no dog like this dog. No companion as comical, as loving or as adaptable. His goal in life is to love you, protect you, and be your very best friend." ~Ann Carey~

"Observation... Walk a Poodle, Husky, German Shepard, Collie or whatever other kind of dog and few people take notice. Walk a Dachshund and everybody takes notice."

"If you've never owned dachshunds, no explanation is possible. If you have owned dachshunds, no explanation is necessary." ~Benny Archuleta~

Dachshunds range in size from 6 pounds to 32 pounds. But it doesn't matter what size they are, they're great!

"A mans best friend is a dog. Outside a dog, a mans best friend is a book. Inside a dog it's to dark to read." ~Groucho Marx~

"A dog is the only thing on earth that loves you more than you love yourself." ~Josh Billings~

Friends' blogs
[Add มะแต้มมะตูม's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.