ย้ายบ้านไปเจอกันที่ facebook.com/why dachshund? นะคะ
Group Blog
 
All blogs
 
น้องเตี้ยหมาโหลด... กับอุบัติเหตุสองครั้งในชีวิต

เราได้รู้จักน้องเตี้ย ก็ตอนที่คุณ Jazzila มาโพสต์หารถล้อเลื่อนสำหรับหมาที่เดินไม่ได้ในห้องจตุจักร ตอนนั้นรู้สึกพร้อมกันสองอย่างคือ ดีใจมากที่ได้เจอคนที่รักดัชชุนด์เหมือนๆ กัน แต่ก็เสียใจกับอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นกับน้องเตี้ย เลยอยากให้มีกำลังใจส่งถึงน้องเตี้ยเยอะๆ ค่ะ ขอบคุณ คุณ Jazzila ที่มาเล่าเรื่องน้องเตี้ยให้ฟังด้วยนะคะ

dachsie of the month

ว่าด้วยเรื่อง... น้องเตี้ยหมาโหลด
โดย Jazzila


น้องเตี้ยหมาโหลด – คือดัชชุนสีดำตัวนึงที่เราได้มาจากจตุจักรตอน ม. 2 ราคา 1250 บาท จำได้แม่นมากๆ เพราะต่อเค้า 50 บาท แล้วไม่ยอมให้ เราเลยบอกที่บ้านว่าเราจะจ่ายในส่วน 50 บาทเอง ที่เหลืออีก 1200 บาท ให้เขาจ่ายให้ สุดท้ายเจ้าหมาตัวนี้ก็เลยมาอยู่กับเรา ที่เลือกเลี้ยงดัชชุนเพราะตัวที่เคยเลี้ยงมันตายไประยะหนึ่งแล้ว ประกอบกับที่บ้านเรียกดัชชุนว่าเป็นหมาประจำตระกูล และตั้งแต่จำความได้ก็มีไอ้หมาไส้กรอกนี่ละ เดินไปเดินมาเต็มบ้านเลย รุ่นก่อนเป็นพันธุ์ใหญ่ค่ะ ก็มีชื่อว่าบิ๊กแมค, แซนวิช , แมวน้ำ อะไรประมาณนี้ เอ้า.....เล่าต่อนะ โอเค... พอได้เจ้าดัชชุนตัวใหม่มา ตั้งชื่อเลย ฮอทด๊อก เท่มาก..มาก ขอบอก นึกภาพออกไหมค่ะ เหมือนไส้กรอกยาวๆ ไม่มีอะไรที่เหมาะกับดัชชุนไปกว่านี้อีกแล้ว

*แรกๆมา ก็เรียก ฮอทด๊อก ดีๆ หรอก แต่ไปๆ มาๆ เห็นมันเตี้ยเหลือเกิน เลยเรียกน้องเตี้ย เพราะเวลาเดิน น่ารักเหลือเกิน เดินเตี้ยยยยย...... มาเชียว แถมน้องเตี้ยก็หันนะเวลาเรียก เราก็เลย เลยตามเลย เรียกมันทั้ง 2 ชื่อ นั่นแหละ แต่จะนิยมเรียกน้องเตี้ยนะ ง่ายดี แต่ขอโทษ.....เวลาไปหาหมอนะ จุ๊... จุ๊ อย่าบอกใครนะ จะกรอกใบประวัติว่า ชื่อ hotdog เนื่องจากเท่กว่าชื่อ เตี้ย เยอะเลย 55555 ดูหรู ดูดีมีสกุลเหลือเกิน

ชีวิตของน้องเตี้ยก็ย้ายบ้านไปมา 2 ครั้ง เนื่องจากตอนแรกเราไม่ได้อยู่บ้านนี้ละ แต่ตอนหลังไม่รู้ทำท่าไหนน้องเตี้ยก็กลับมาอยู่ ณ บ้านแห่งนี้กับเรา สงสัยเพราะเรานั้นคู่กัน แน่ๆ เลย เมื่อเราได้อยู่ด้วยกัน ก็รักกันเหลือเกิน กินก็กินด้วยกัน นอนก็นอนเตียงเดียวกัน รักกัน รักกัน อย่างเปิดเผย จนที่บ้านหาว่ารักหมามากกว่าคน อ้าว.... ก็จริงๆนี่นา ก็น้องเตี้ยไม่มีเถียง ไม่มีบ่น มีแต่ความจงรักภักดี ห่วงใย รักเราสุดชีวิต จริงๆนะ ใครรักหมาจะดูออกว่า หมารักเราแค่ไหน มองแค่ตาก็รู้ใจ ไม่เชื่อถ้ามีน้องหมาอยูใกล้ๆ ลองหันไปมองหน้ากับตามันดูสิค่ะ หันเลย หันเลย

มีอยู่ช่วงนะที่เราต้องไปเรียนเมืองนอก กลับมาทีไรน้องเตี้ยก็จะดีใจ มาคอยต้อนรับเราทุกที จำได้เลยว่าวันที่จะไปเรียนครั้งแรกเลยนะ เค้าก็รู้นะ จัดๆ กระเป๋าอยู่ น้องเตี้ยเดินมาเลย ดุ๋ยๆๆๆ มาเลย ปีนเข้าไปนั่งในกระเป๋า แบบประมาณขอไปด้วย เราก็อึ้งไปเลย แค่ไปก็ยากจะแย่ ไหนจะต้องห่างบ้าน ห่างแฟน ห่างหมาที่รัก แล้วน้องเตี้ยยังมาทำงี้อีกเลยร้องไห้ซะเลย ต้องนั่งคุยกะหมา เจรจาให้เค้ารู้เรื่อง พอวันจะไปเข้าไปกอดร้องไห้ใส่ตัวเค้าซะเลย หุหุ แล้วส่วนเราก็ต้องมานั่งร้องไห้บนเครื่องบินต่อซะแทบแย่ นั่งวิตกจริต โอ๊ย... กลัว สารพัด กลัวมันไม่สบาย กลัวมันอยู่ไม่ได้ กลัวที่สุด...กลัวมันตาย ก่อนเรากลับมา แต่แล้วก็รอดมามันก็อยู่จนเรากลับมาจนได้ เย้ ๆๆ

ต่อมา ก็ถึงต้องพูดยุคต้องเข้าเรียนมหาวิทยาลัย น้องเตี้ยก็ยังคงอยู่เป็นกำลังใจ อยู่จริงๆ นะ เพราะเราจะสุข จะเศร้า จะอกหัก จะสอบตก จะเครียด จะเซ็ง จะดีใจ จะนู่น จะนี้ จำได้ว่าน้องเตี้ยอยู่เคียงข้าง เค้า(น้องเตี้ย) ที่เป็นหมา เค้าพูดไม่ได้ แต่..เค้าสื่อได้ สื่อทางตากับท่าทางของเค้า ถ้าเหงา เค้าจะมานั่งข้างๆ เฉยๆ นี่แหละให้เรารู้ว่ามีเค้าอยู่ ถ้าเราเศร้าหรือร้องไห้ น้องเตี้ยจะมาเลยนั่งเบียดๆ แล้วเอาหัวดุนๆๆ มือ อืม.... ให้คิดว่าไม่เป็นไรนะ ยังมีเค้าตรงนี้นะ บางทีทำเอาเราร้องไห้หนักว่าเดิม แง.... แง...... ประทับใจหมา ... ประทับใจมากๆๆ เค้ารู้ขนาดว่า ถ้าเราโมโหจะอยู่ห่างๆ นะ แต่แอบมองๆๆ พอเห็นเราเย็นขึ้นก็จะเดินมาหา นั่งแหมะลงข้างๆ นั่นแหละ


ความสามารถพิเศษของน้องเตี้ย คือยิ้มได้ ใช่ ... มันเป็นหมายิ้มได้ ไม่รู้จะมีหมากี่ตัวนะที่ยิ้มได้ แต่เอาเป็นว่าน้องเตี้ยยิ้มได้น่ารักมาก ยิ้มซะโชว์ฟันขาวข้างหน้าเพียบเลย เพื่อนมาเห็น นึกว่าน้องเตี้ยจะกัด 5555 พอบอกถึงเข้าใจกลายเป็นเวลาเข้าบ้านต้องยิ้มทักทายกันทั้งคนทั้งหมา แปลกจริงๆ เลย หมายิ้มได้ เวลายื่นหน้าไปใกล้ๆ ชอบเอาจมูกเปียกๆ มาชนจมูกเรา ชนกันไปชนกันมาตลกดี

มาพูดเรื่องเศร้าๆ กันบ้าง น้องเตี้ยกะเราเคยโกรธกันแรงๆ 1 ครั้ง เนื่องจากเจ้าตัวแสบไปกัดพูเดิ้ลอีกตัวตาย เพราะคาดว่าจะหมั่นไส้ในความน่ารักและแสนประจบของน้องแลม (ชื่อหมาผู้เสียชีวิต) เลยทนไม่ได้รุมร่วมมือกับน้องหมาที่บ้านอีก (คุณจิบิและคุณนายฟลุ๊ค) กัดนู๋แลมตายเลย ช้ำในตาย เราร้องไห้ซะไม่อายหมอเลย โห.....โกรธมาก ไม่ยอมพูดกับน้องเตี้ยเลย ไม่เล่นไม่ทัก ไม่อะไรทั้งนั้น ซึ่งทั้งนี้และทั้งนั้นน้องเตี้ยก็รู้ตัวนะ ทำหน้าสำนึกผิดตลอดเวลา ไม่กล้าสู้หน้า เหมือนคนเลย พอซักอาทิตย์ผ่านไป เริ่มซึม ไม่กินข้าว หงอยๆๆ เราก็กลัว เอาละวา..... ทำไงดี เดี๋ยวหมาตายอีกตัว เลยต้องหายโกรธแล้วละมั้ง กลับมารักกัน เหมือนเดิม แต่ก็แอบเคืองๆ นะ ฮึ่มๆ

น้องเตี้ยเคยเจออุบัติเหตุ สองครั้ง ครั้งแรกเมื่อหลายปีมาแล้ว จำไม่ได้แล้วละ ที่บ้านจับน้องเตี้ยอาบน้ำ พออาบเสร็จก็ปล่อย เค้าก็ไปนั่งเลียๆ ขน นึกออกไหมค่ะ เค้าตัวยาวก็ต้องเอี้ยวตัวมากๆๆ กว่าหมาปกติหนะ พอดีรถที่บ้านจะถอยจอด น้องเตี้ยก็ไม่เห็นเลยโดนรถทับสะโพกกะขาไป ผลคือกระดูกเชิงกรานแตก และหมอแนะว่าไม่ควรมีลูกไว้สืบสกุลจ้า เฮ้อ......เศร้า แต่น้องเตี้ยก็ได้รับการผ่าตัดแล้วใส่เหล็กดามไว้ กลับมาเดินได้ดังเดิม มีชีวิตพื้นๆ อยู่มาเรื่อยๆ มีชีวิตร่วมสร้างประวัติศาสตร์ร่วมกับเราไปวันๆ ผ่านมาอีกหลายปี ก็ต้องมาเจออุบัติเหตุอีกครั้ง เมื่อวันที่ 26/5/48 นี่เอง ปกติแล้วที่บ้านเราต้องเปิดประตูใหญ่ก่อน แล้วค่อยเอารถเข้า แล้วต้องลงจากรถไปปิดประตูใหญ่อีกที นึกภาพตามออกนะคะ ทีนี่ จังหวะที่รถจะเข้าบ้านนี่สิ ได้เรื่องเลย น้องเตี้ยก็เดินต้วมเตี้ยม กำลังจะผ่านหน้ารถไป เกือบจะได้แล้วเชียว แต่แล้วคนขับรถ(ที่อ้างว่าไม่เห็น) ก็เหยียบคันเร่งช้าๆ ให้ล้อรถหมุน ผ่านสะโพกน้องเตี้ยไปช้า.....ช้า


คงไม่ต้องบอกก็เดาออกว่า ล้อรถทับบนตัวน้องหมาจะเกิดอะไรขึ้น น้องเตี้ยร้องลั่นบ้าน คนที่บ้านเข้าไปอุ้มก็โดนน้องเตี้ยซึ่งเจ็บมากกก เจาะนิ้วโป้งไปหนึ่งรูใหญ่ๆ แล้วคนชนก็พาไปส่งโรงพยาบาล ไม่มีใครโทรบอกเราเลยว่าเกิดอะไรขึ้น เหตุเกิดเมื่อ 16.00 น. เค้าคงรู้ละนะว่าถ้าเรารู้บ้านแตกแน่ๆ แต่.. ความลับนะ ชื่อว่าความลับนั้น.... ไม่มี.....ในโลก กลับมาตอนสี่ทุ่ม ก็มารู้ความจริงว่า น้องเตี้ยโดนรถทับ(อีกแล้ว) ความคิดแรกคือโมโหมาก วิ่งลงไปหาเลย พอเจอหน้ากันน้องเตี้ยก็กระดิกหาง กิ๊กๆ และพยายามกระดื๊บๆ ตัวเข้ามาหาเหมือนเคย เราเลยตรวจสภาพภาพนอก เห็นไม่ได้การเหงือกซีด ๆ ถามก็รู้แค่หมอฉีดยากับเอ็กซ์เรย์มาแล้ว เท่านั้นเอง.... นอกนั้นไม่มีใครคิดจะทำอะไร ที่บ้านมีแต่ผู้สูงอายุ และพวกพิการทางสมอง เราเลยต้องรีบเอาไป รพ.สัตว์เล็กจุฬา เอาไปให้หมอตรวจอีกที ทำอะไรก็ได้ ตอนนั้น ห้าทุ่มกว่าแล้ว เหนื่อยจากงาน แต่หมาต้องมาก่อน หาหมอให้น้ำเกลือ ฉีดยาแก้อักเสบ ตอนนั้นน้องเตี้ยนิ่งมาก ๆ นึกว่าไม่รอดแล้วเชียว อยู่กับเค้าเฝ้าน้ำเกลือหยดทีละแหมะ.... แหมะ... ถึงตีสองของวันใหม่ น้ำเกลือหมดขวด กลับบ้านก่อน ตอนเช้าลางานมาหาหมอใหม่ คืนนั้นไม่ได้นอนเลย ห่วงหมามากกว่าห่วงตัวเอง ต้องตื่นมาสะกิดว่ามันยังอยู่หรือเปล่า กลัวมากกลัวน้องเตี้ยจะกลายเป็น frozen food

ตอนเช้ามาหาคุณหมออีกครั้ง เจอเรื่องเศร้ากว่าเดิมคือ กระดูกเชิงกรานหักสี่ที่ ไม่สามารถผ่าตัดหรือดามได้ เพราะต้องยึดหมุดกับกระดูกสันหลัง เส้นประสาทอาจเสียหาย ปกติเคสแบบนี้หมอจะรอให้กระดูกประสานกันเอง แต่โอกาสเดินได้ไม่มากนัก แถมแย่ไปกว่านั้นน้องเตี้ยเส้นประสาทเสียหายมาก ควบคุมระบบขับถ่ายไม่ได้เลย เอาคีมหนีบนิ้วยังไม่ร้องซักนิด คุณหมอเลยแนะว่าให้ผ่าตัดด่วนมากๆ คือต้องตัดสินใจเดี๋ยวนั้นเลยนะ เพราะยิ่งช้ายิ่งโอกาสน้อยลง ขนาดตอนนั้นยังมีหวังแค่ ห้า เปอร์เซ็นต์ เท่านั้น

น้องเตี้ย จัดว่าเป็นหมาที่อายุมากแล้วทีเดียว สิบสี่แล้ว การผ่ามีความเสี่ยงสูง ไม่มีเวลาตรวจความพร้อมเค้า ผลตรวจเลือดออกไม่ทัน เลยต้องตัดสินใจท่ามกลางเหตุผลที่ขัดแย้งกันมากมาย เป็นการตัดสินใจยากที่สุดในชีวิต เค้าจะตายเพราะเราหรือเปล่าหนอ คิดไประหว่างเช็นคำยินยอมให้คุณหมอผ่าตัด ร้องไห้ไม่หยุดเลย แต่คิดว่าถ้าน้องเตี้ยคุมระบบขับถ่ายไม่ได้ เดินไม่ได้ และชีวิตที่เหลือจะอยู่ได้ยังไง เราเองก็ไม่สามารถจะเลี้ยงเขาได้ 24 ชม. เพราะงั้นคงต้องเลือกแล้วละ ต้องเดินหน้าแล้ว ถึงโอกาสน้อยแต่ก็ต้องทำ เพื่อตัวเค้าเองอาจจะกลับมาเดินได้ก็ได้นะ เข้าข้างตัวเองเข้าไว้


หลังผ่าตัดแรกๆ ขาก็ยังไม่มีความรู้สึกเหมือนเดิม ยังคงต้องบีบให้น้องเตี้ยฉี่ อึ ด้วย เหนื่อยใจจริงๆ แต่แล้ววันนึง ต้องเค้าก็เริ่มรู้สึกเวลาเราหยิกนิ้ว เค้าจะดึงๆ ขาหนี ประมาณว่า เจ็บนะ .. อย่ายุ่ง แถมจะงับเอาอีกแหนะ คุณหมอบอกว่าให้ทำบ่อยๆ จริงๆ เหมือนซาดิสซ์ แต่ก็ต้องทำให้เค้าเกร็งที่ขาและกระตุ้นปลายประสาท เอาละสิ .... เจอกัน คราวนี่จิกน้องเตี้ยเช้า กลางวัน และ เย็น จิกจนน้องเตี้ยจะงับเอา แถมจะงอนเอาด้วย 5555

เดี๋ยวนี้ น้องเตี้ย อาการดีขึ้นเยอะขับถ่ายได้แล้ว แต่ยังเปิดประตูไปเองไม่ได้ ปกติเปิดประตูเอง เพราะงั้นช่วงนี้บ้านจึงน้ำท่วมด้วยฝีมือน้องเตี้ยบ่อยๆ ด้วยเหตุนี้เราเลยมีโปรเจคแกล้งหมาแก่ ซื้อชุดว่ายน้ำพร้อมสระ กะไว้ว่าจะเทรนให้น้องเตี้ยไปแข่ง พาราด๊อคลิมปิค (กีฬาของหมาพิการ) เอายังงั้นเลยนะ จริงๆ ก็แค่อยากให้เค้ากลับมาเดินได้ เหมือนเคยก็พอแล้ว ถึงวันนี้ยังไม่มีความหวังมากนักหรือถึงมีก็ออกจะเลือนลางก็ตามที แต่เราเชื่อนะว่าถ้าเราตั้งใจมันต้องสำเร็จสิ มันต้องมีอะไรดีๆ เกิดขึ้น ดีกว่าอยู่เฉยๆ รอให้ขาเล็กลง ลีบลงไปวันๆ แล้วก็กลายเป็นหมาพิการเดินไม่ได้ อย่างนั้นเหรอ ไม่มีทางน้องเตี้ยกับเราต้องสู้ ใช่ไหมจ้ะนู๋เตี้ย ว่าแล้วคืนนี้ก็กลับไปนอนกอดน้องเตี้ยดีกว่า


Create Date : 18 มิถุนายน 2548
Last Update : 28 มิถุนายน 2548 16:06:22 น. 15 comments
Counter : 706 Pageviews.

 
ผิวดีจัง มันขลับเลย


โดย: ปลาทูน่าในบ่อปลาพยูน วันที่: 18 มิถุนายน 2548 เวลา:16:50:56 น.  

 
น้องเตี้ยสู้ๆๆนะจ๊ะ
น้องเตี้ยต้องกลับมาเดินให้ได้นะเพื่อพ่อ เพื่อแม่

สู้ๆๆๆๆเอาใจช่วยคร๊า


โดย: ปลาทูน่าในบ่อปลาพยูน วันที่: 19 มิถุนายน 2548 เวลา:9:52:31 น.  

 
up date นู๋เตี้ยไปหาหมอมาจ้า หมอบอกว่าโอกาสเดินได้ มีนะ ดีใจจังเลย


โดย: Jazzila IP: 168.120.26.100 วันที่: 19 มิถุนายน 2548 เวลา:12:56:40 น.  

 
เย้!


โดย: มะแต้มมะตูม วันที่: 19 มิถุนายน 2548 เวลา:18:23:51 น.  

 
อ่านมาจนถึงอุบัติเหตุครั้งแรก ไม่กล้าอ่านต่อ เดี๋ยว คิดถึงแมวเราที่จากไปจัง...


โดย: Angel Tanya วันที่: 22 กรกฎาคม 2548 เวลา:1:06:40 น.  

 
แล้วตอนนี้น้องเตี้ยเปงไงบ้างคะ


โดย: นู๋ฉ่อง (Nu Chong ) วันที่: 23 สิงหาคม 2550 เวลา:16:48:45 น.  

 
น้องเตี้ยไปรอเราอยู่บนสวรรค์แล้วนะ มะแต้มมะตูม

แวะเข้าไปดูสะพานสายรุ้งและสวนแห่งความทรงจำแล้ว

สะเทือนใจมากคะ ทำงานไปน้ำตาไหลไป ส่วนตัวแล้วเชื่อ

100% คะ พวกเค้าต้องไปรอเราแน่ๆ แง ปี่แตกอีกแย้ว

ไม่ไหวแล้ว เดี๋ยวมาหาใหม่นะ มะแต้มมะตูม

ปล.เสียใจด้วยนะคะ เรื่องน้องเตี้ย


โดย: เจ้าเตี้ย วันที่: 20 ตุลาคม 2550 เวลา:10:55:36 น.  

 
วันนี้ว่าง เลยหาคำว่า ดัชชุน ใน กูเกิ้ล เพราะอยู่ก็คิดถึงนู๋เตี้ย มาเจอบล๊อคนี้ ที่ไม่ได้เข้ามานานแสนนาน แต่ไม่เคยลืมนะคะ

คิดถึงนู๋เตี้ย ที่จากไปแล้ว ทุกวันนี้ก็นั่งคิดถึงมาอ่านทีน้ำตาซึมแต่ แต่อยู่ที่ทำงานร้องไม่ได้ เลยต้อง "อดทน"

แม้วันนี้ไม่มีนู๋เตี้ยมาอยู่ข้างๆ เหมือนเคย แต่ยังคิดถึงเค้าอยู่ ยังคงมองหาดัชชุนตัวน้อยๆ ต่อไป แต่ก็กลัวว่าถ้าได้เค้ามาเราคงนึกถึงเตี้ยหนักกว่าเดิมเป็นแน่แท้

ขอบคุณพื้นที่บล็อคแห่งนี้ ที่ยังคงมีเรื่องราวดีๆ ของนู๋เตี้ยไว้นะคะ ขอบคุณนู๋เตี้ยที่ทำให้เราได้รู้จักมะแต้มมะตูม

ขอบคุณจริงๆ คะ


โดย: jazzila IP: 203.121.128.140 วันที่: 12 มีนาคม 2551 เวลา:15:38:14 น.  

 
ได้อ่านเรื่องสะพานสายรุ้งและเรื่องราวของน้องเตี้ยแล้ว ร้อง ร้อง ร้องแทบขาดใจค่ะเพราะเพลงที่ไพเราะจับจิต พร้อมภาพและเรื่องราวของน้องเตี้ย ที่เศร้ามาก เข้าใจความรู้สึกที่สูญเสียอย่างลึกซึ้งค่ะ ของแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งด้วยนะคะ ป้าเองก็อยู่ในภาวะโศกเศร้าเรื่องการสูญเสียสุนัขดัชชุนด์ผู้เป็นที่รักในดวงใจเช่นกันค่ะเมื่อวันที่ ๖ ธันวาคม ๒๕๕๐ เวลาประมาณ ๐๘.๓๐ น ขณะทีกำลังขับรถไปส่งลูกที่ รร น้ำตานองหน้าอย่างไม่อายใคร รีบกลับมาบ้านเพื่อร่ำลาเขา กอดเขานั่งร้องไห้จนเขาเริ่มตัวเย็นและเริ่มแข็งทั้งตัวจึงต้องตัดใจอย่างอาลัยอาวรณ์ปล่อยร่างสุดที่รักลงสู่ผืนแผ่นดินเพื่อให้เขาได้พักผ่อนอย่างสบาย ทุกวันนี้ก็ยังร้องไห้คิดถึงเขาทุกวัน ปาฏิหารย์ไม่เคยมีจริงเลยค่ะ และได้มาเจอเว็บบล็อคนี้แล้ว โดนใจมากค่ะ ชื่นชอบมาก ได้อ่านเรื่องราวน่ารักๆและเศร้าๆทั้งของน้องมะแต้มน้องมะตูมและน้องเตี้ย ยิ่งรักเว็บนี้จับใจ ชอบสะพานสายรุ้งมากๆๆๆๆๆๆๆๆค่ะ ร้องทุกครั้งที่เปิด และขอไว้อาลัยแด่น้องเตี้ยด้วยใจจริงค่ะ เศร้ามาก ร้องไห้ น้ำท่วมบ้านแล้วค่ะ


โดย: ป้าแพท IP: 125.25.141.115 วันที่: 24 มีนาคม 2551 เวลา:11:52:15 น.  

 
โอย วันนี้หลวมตัวอ่านเรื่องเศร้ามากเกินไปแล้ว รับไม่ไหวแล้ว

ว่าแต่ ของเค้ามีให้กำลังใจเวลาเศร้าด้วยเนอะ ไส้กรอกของเราไม่เห็นเคยสนใจเล้ย แม่ป่วย แม่ร้องไห้ คุณชายไม่สนใจ บางทีทำเสียงรำคาญใส่ซะอีก เฮ้อ รักลูกข้างเดียว



โดย: - Dachsie - วันที่: 2 เมษายน 2551 เวลา:21:31:53 น.  

 
ด้วยความคิดถึงกีกี้ ลูกสาวดัชชุนด์ที่เพิ่งจากไป เลยพิมพ์หาดัชชุนด์ในเว็ป แล้วก็ได้เจอกับมะแต้ม มะตูมและน้องเตี้ย รวมถึงทุกๆ ท่านที่รักดัชชุนด์ ด้วย ขอบอกว่า ดัชชุนด์จะอยู่ในความทรงจำของเราตลอดไป


โดย: chankraprib IP: 58.10.195.109 วันที่: 7 เมษายน 2551 เวลา:18:52:47 น.  

 
ตอนนี้ยังมีน้อง ที พี่ชายดัชชุนด์ผู้พี่ของกีกี้ อีก 1 ตัว ค่ะ เค้าเป็นหมอนรองกระดูกเสื่อมทับเส้นประสาท รักษามาทุกทางไม่ว่าผ่าตัด ฝังเข็ม กายภาพบำบัด ว่ายน้ำ สุดท้ายฝืนชะตาไม่ได้ ต้องติดล้อ 2 ขาหลัง ขับซิ่งแบบติดเทอร์โบมาแล้ว 4 ปี แข็งแรงและร่าเริง มาช่วงนี้กีกี้จากไปด้วยโรคไต เค้าก็เหงาๆ คงคิดถึงน้องสาวแสนสวยที่ไปรออยู่สะพานสายรุ้ง ตอนนี้ได้ตุ๊กตาดัชชุนด์มานอนกอดกันทุกคืนเหมือนตอนที่กอดกีกี้ทุกคืนจนเค้าจากไปข้างๆ เรา หลับให้สบายนะลูกกีกี้ ขอบคุณที่มาอยู่ด้วยกัน 12 ปี
**อยากบอกว่า นิสัยของน้องเตี้ย ช่างเหมือนกับกีกี้จริงๆ**


โดย: chankraprib IP: 58.10.195.109 วันที่: 7 เมษายน 2551 เวลา:19:03:19 น.  

 
เสียใจกับคุณ chankraprib ด้วยค่ะ
ช่วงนี้มีข่าวเศร้าๆ เยอะเหลือเกิน


โดย: มะแต้มมะตูม วันที่: 12 เมษายน 2551 เวลา:1:02:03 น.  

 
ขออนุญาตลบความเห็นของ คุณ lek ที่โพสต์หาบ้านให้ลูกดัชชุนด์เมื่อวันที่ 13 มีนา 51 นะคะ เพราะคุณเล็กบอกเบอร์โทร. ไว้ด้วย เกรงว่าจะกระทบความเป็นส่วนตัวน่ะค่ะ

แล้วตอนนี้เจ้าดัชชุนด์ตัวน้อยก็ได้บ้านใหม่เรียบร้อยแล้ว
ขอบคุณแทนดัชชุนด์ตัวนั้นด้วยค่ะที่คุณเล็กช่วยให้มันได้พบครอบครัวใหม่ที่อบอุ่น แต่หากมีปัญหาที่ไม่คาดคิดก็ติดต่อมะแต้มมะตูมได้ตลอดนะคะ ได้คุยกับคุณ Jazzila แล้ว เราต่างเป็นห่วงดัชชุนด์ตัวนี้เหมือนกัน


โดย: มะแต้มมะตูม วันที่: 12 เมษายน 2551 เวลา:1:14:07 น.  

 
แวะมาทักทายนะคะ ^^


โดย: Jazzila IP: 115.31.146.10 วันที่: 11 พฤษภาคม 2560 เวลา:12:34:44 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

มะแต้มมะตูม
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




ยินดีต้อนรับสู่ ’พื้นที่ของคนรักดัชชุนด์’ เรียก ดัชชุนด์ อาจฟังไม่คุ้นหู ถ้าเรียกว่า หมาไส้กรอก คงนึกออกกันทุกคน นึกออกตั้งแต่รูปร่างไปจนถึงบุคลิกฮาๆ เลยทีเดียว

เนื่องจากได้รับความนิยมมานานนับร้อยปี ผ่านมาแล้วทั้งจุดสูงสุดและต่ำสุดของความนิยม เจ้าหมาไส้กรอกก็เลยมีเรื่องน่าสนใจอยู่มาก บางเรื่องก็ขำ บางเรื่องก็เศร้า

คลิกที่เมนู group blog ด้านซ้ายมือ เพื่อไปยังหัวข้อต่างๆ เกี่ยวกับดัชชุนด์และมะแต้มมะตูมได้เลยค่ะ

คลิกเพื่อฟังเพลงมาร์ชของดัชชุนด์

"I can assure you that there's no dog like this dog. No companion as comical, as loving or as adaptable. His goal in life is to love you, protect you, and be your very best friend." ~Ann Carey~

"Observation... Walk a Poodle, Husky, German Shepard, Collie or whatever other kind of dog and few people take notice. Walk a Dachshund and everybody takes notice."

"If you've never owned dachshunds, no explanation is possible. If you have owned dachshunds, no explanation is necessary." ~Benny Archuleta~

Dachshunds range in size from 6 pounds to 32 pounds. But it doesn't matter what size they are, they're great!

"A mans best friend is a dog. Outside a dog, a mans best friend is a book. Inside a dog it's to dark to read." ~Groucho Marx~

"A dog is the only thing on earth that loves you more than you love yourself." ~Josh Billings~

Friends' blogs
[Add มะแต้มมะตูม's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.