ชีิวิตที่เพิ่งเริ่มต้น
Group Blog
 
All blogs
 

New Moon

หลังจากเมื่อวานนี้ใช้เวลาทั้งวันไปกับการอ่าน Twilight อ่านไปดูหนังไปด้วย...เพื่อเพิ่มความเข้าใจ
ก็รู้สึกขึ้นมาตงิดๆว่า...ภาคสองจะเป็นอย่างไรหนอ?...


((ขี้โกงมาก ถึงมากที่สุด))


คิดได้กระนั้นก็หยุดอ่าน Twilight ไว้ที่หน้าสองร้อย แล้วไปเปิด YouTube ดู... จำได้ว่าปลายปีนี้ภาคสองจะเข้า ตอนนี้น่าจะพอมีอะไรหลุดรอดมาบ้างล่ะน่า...
แล้วก็เป็นไปตามคาดค่ะพี่น้อง...ข้าพเจ้าค้นพบ Trailer ของหนังทันที....
ในภาคสองนี้ อีตา Jacob Black แปลงร่างเป็น Werewolf ไปซะงั้นอ่ะ ... มองผ่านๆคิดว่าดู XMen อยู่..
มายก็อด แปลงร่างเป็น Werewolf ไม่พอ พ่อ Vampire สเน่ห์แรงที่ทำเอาสาวๆทั่วโลกคลั่งไคล้...ก็ดันพูดออกมาซะอีกว่า


This is the last time you'll ever see me again......


แสด.... จากการอ่านหนังสือไปจินตนาการไปว่าเราเป็น Bella Swan นั้น....เมื่อเห้น trailer หนังพูดว่า Edward จะไป
ทำให้ข้าพเจ้ารู้สึกได้ ณ วินาทีนั้นว่า....อะไรของมันเนี่ยยยยยยยย มึงจะไปหนายยยยยยยยยย กลับม๊าาาาาาาาาาา


ไม่ไหวละนะ สำหรับวินาทีนี้...


ถึงแม้ว่าตัวข้าพเจ้าเองจะได้พบกับความรักมาแค่ไม่กี่ครั้ง...แต่ก็สามารถรับรู้ได้ว่า การที่เราจะต้องจากกันไป ทั้งที่ยังรักอยู่เนี่ย มันน่าจะเจ็บปวดแค่ไหน
((บีบคั้นหัวใจมากค่ะ กรี๊ด...เดี๊ยนทนไม่ไหว))


 ตามเข้าไปดูได้ ที่นี่



เป็นอย่างนี้ต่อไป เรื่องนี้คงจบที่เดี๊ยนอ่านหนังสือเล่ม 2 ต่อไปก่อนแน่นอน T_T
เพราะปัจจุบันนี้หนังสือเล่มหนึ่งยังไม่จบดีเลย ... เพิ่งจะเล่นเบสบอลกันเองอ้ะ.... แง๊...........งงงงงง


อยากดูต่อแล้ว อยากให้หนังทำไวๆแล้วอ้ะ ฮ่าฮ่า





เอาภาพหนังมายั่วน้ำลายเล็กน้อย ((เรียกว่าเอารูปภาพผู้ชายมาให้พอตื่นตัวน่าจะดีกว่า ฮ่าฮ่า))











Free TextEditor




 

Create Date : 01 กันยายน 2552    
Last Update : 1 กันยายน 2552 11:26:27 น.
Counter : 142 Pageviews.  

Twilight EBook

อ๊ากกกกก

เวลาผ่านไปเนิ่นนาน ไม่ได้เขียนบล็อก หรือไดอารี่ หรืออะไรต่อมิอะไรที่เคยทำเลยแม้แต่นิดเดียว ^^
บางทีคนเราก็มีข้ออ้างให้กับตัวเอง มากจนตัวเองยังคิดไม่ถึง

วันนี้มีเรื่องอยากจะเล่าให้ฟังนิดหน่อย

เริ่มเรื่องเลยคือ จริงๆแล้วช่วงนี้ปิดเทอม มีเวลาว่าง
หม่าม้ากลัวจะว่างไปหน่อย บวกกับหาเด็กมาขายของที่โฮมเวิร์กไม่ได้เลยส่งข้าพเจ้ามานั่งแทน


ช่วงเวลาแสนเงียบสงัดเวลาไม่มีคนก็งัดเอา eBook มาอ่าน ((อินเตอร์เน็ตก็แสนช้า))
แล้วก็รู้สึกด้วยตัวเองว่า เอ้อ... อ่านไอ้นี่ไปเรื่อยๆก็เพลินดีเหมือนกันนะ....
ช่วงเวลาว่างที่นี่ ก็เลยโดนเติมเต็มไปด้วย Bella Swan กับ Edward Cullen


จากหนังเรื่องนี้





เป็นไงล่ะ....คนอื่นเค้าฮิต กรี๊ดกร๊าดกันไปตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว...กุนี่ก็ช้าเนิบซะนี่กระไร กว่าจะมาว่างดูก็ปีถัดมาแล้ว
จนไม่รู้ว่าหนังภาคสองจะออกมาแล้วรึยังเลยทีเดียว ((เศร้าแท้))


หนังก็เพิ่งมีโอกาสได้ดูเป้น DVD โดยที่เริ่มต้นอ่านหนังสือก่อน...พออ่านหนังสือก่อนเลยดูหนังไม่สนุกเลยอ้ะ...


รู้สึกตัววว่า เป็นคนอ่านหนังสือมากกว่าจะชอบดูหนัง เพราะดูหนังแล้วรู้สึกว่าหนังไม่ได้มีพลังเท่ากับที่หนังสือมี
วรรณกรรมเยาวชนเล่มแรกที่อ่าน ได้มาจากเพื่อนคนนึง เพื่อนสนิทตอน ป.4 ก่อนหน้านั้นอ่านแต่การ์ตูนอย่างเดียว
แล้วจำได้ว่า คำนำเค้าบอกไว้ว่า...อ่านหนังสือ ช่วยให้เราได้รู้จักใช้จินตนาการของเรามากกว่าดูทีวี
เวลาเราดูทีวี เราดูจินตนาการของผู้สร้างแล้ว...จากหนังสือมาถึงนี่โดนกรองไปแล้ว...พลัง อารมณ์มันมาไม่ถึงแล้ว


เลยชอบอ่านหนังสือมาก ตั้งแต่นั้นเป้นต้นมา แล้วก็รู้สึกว่า การอ่านหนังสือ ช่วยเรื่องสมาธิ แล้วก็จินตนาการได้ดีจริงๆ
ตอนนี้อ่าน Twilight เล่มแรก ภาษาอังกฤษไปได้ครึ่งเล่มแล้ว ((ความเร็วต่ำมาก...เนื่องจากอ่านไปขายของไป กินไป ฯลฯไปด้วย))
พอดูหนังเลยรู้สึกว่า ... มันไม่ใช่อ่ะเพื่อน... ในหนังสือพระเอกกูหล่อประมาณนี้แหละ...แต่มันมีรัศมีมากกว่านี้


((ป.ล. ขอสารภาพว่า หนังสือเรื่องนี้ อ่านไปเขินไป....ชอบฝันว่าตัวเองเป็น Bella.... แต่คงสวยไม่เท่า 555+))






ไว้วันไหนอ่านหนังสือจบแล้ว อาจจะเข้ามาบ่นให้ฟัง ว่าเราคาดหวังอะไรกับการดูหนังเรื่องนี้มั่ง


ฮ่าฮ่า...


ขอลา






 

Create Date : 31 สิงหาคม 2552    
Last Update : 31 สิงหาคม 2552 13:21:33 น.
Counter : 148 Pageviews.  

วินาทีเดียว





















Get this widget | Track details | eSnips Social DNA




แค่วินาทีเีดียว สุดท้าย....ก็เหลือคนเดียว...เดินเงียบๆ ไปกับชีวิตเงียบๆ
ไม่มีคนมาทำให้หัวเราะ ไม่มีคนเช็ดน้ำตาตอนร้องไห้
ไม่มีคนมาปลอบ ไม่มีคำว่าห่วงใย...ต่อจากวินาทีนี้เป็นต้นไป....อยู่คนเดียว



Free TextEditor




 

Create Date : 16 กันยายน 2551    
Last Update : 16 กันยายน 2551 15:30:34 น.
Counter : 95 Pageviews.  

Een jaar in Belgie

นี่ก็เดือนกันยายนเข้าไปแล้ว...ปีนึงปีนึงมันผ่านไปไวจริงๆ รุ่นน้องที่ไปเบลเยี่ยม ก็ตามไปสามรุ่นแล้ว
((จนปัจจุบันมีรุ่น 48 แล้ว...เฮ่ย ก็ห้ารุ่นแล้วเดะ))


กลับมาจากเบลเยี่ยมได้สี่ปีแล้ว เมื่อวานนี้อยู่ดีๆ ทิม โฮสพี่ชาย ก็ส่งเมสเสจมา Smiley ไม่ได้คุยกันนาน แต่ก็มีใจมาถามว่า



Hoy bua :-)


Alles ok? Ik lees net dat er een noodtoestand is afgekondigd in bangkok :->
hij hebt toch ni ligge vechte zeker? ik heb net gedaan met mijn examens dus ik zal binnenkort nog is online kome om wa bij te prate.
Mr ik ben nu voor 3 dage naar de zee met mijn vriendin:-) voor even te ontstressen!


X
Tim



เห็น sms ที่ส่งมาแล้วยิ้มได้เลยทีเดียว Smiley
ทิมส่ง sms มาถามว่า เพิ่งได้ข่าวมาว่ามีสถานการณ์ฉุกเฉินเกิดขึ้นที่กรุงเทพ Smiley
(( ทิมคงคิดว่า มีบ่อยจริง...เพราะว่าสองปีก่อน ก็มีอะไรแบบนี้ แล้วเฮียก็ส่ง sms มาถามแบบนี้เหมือนกัน ))
แต่ก็ไม่ได้มีอะไรรุนแรงใช่มั้ย Smiley
(( ไม่เท่าสึนามิหรอกพี่....เพราะตอนที่อยู่เบลเยี่ยม ก็มีสึนามิถล่ม ฮ่าฮ่า ))
ทิมบอกว่าเพิ่งสอบเสร็จ เดี๋ยวจะออนเอ็มเพื่อถามไถ่สารทุกข์สุกดิบ
แล้วยังมีหน้ามาทำให้อิจฉาอีกนะ !! บอกว่าจะไปเที่ยวทะเลกับแฟนสามวัน....SmileySmiley
(( เดี๋ยวจะออนเอ็มนี่คือ สามวันหลังจากกลับจากทะเล....แสด))


คิดถึงบ้านที่โน่นจัง...แต่ยังไม่มีตังง่ะ  Smiley
ไม่รู้จะเป็นยังไงมั่งแล้ว


toestand = situation
noodtoestand = need situation ( urgent situation )
afkondigen = to declare
vecht = fight
ontstressen = to relax


ภาษาดัทช์วันละสองสามคำ....นี่ก็ล่อเข้าไปห้าแล้ว
ต่อจากนี้จะมาเขียนเรื่อยๆแล้วดีกว่า จะได้มีอะไรทำ ฮ่าฮ่า




ก่อนจะพูดถึงภาษาดัทช์แบบเป็นเรื่องเป็นราว ((ทั้งๆที่ก็รู้งูๆปลาๆ))
ต้องขอพูดถึงประเทศเบลเยี่ยมนิดนึง


เนื่องจากในช่วงม.5 ข้าพเจ้ามีโอกาสได้เดินทางไปเบลเยี่ยม-แฟลนเดอร์ ในฐานะนักเรียนแลกเปลี่ยน โครงการ AFS เป็นเวลาหนึ่งปี
ตอนแรกก็ไม่ได้รู้อะไรเล้ยยยย เกี่ยวกับประเทศเค้า...มารู้ตอนเรียนเนี่ยล่ะ ว่าประเทศเค้าพูดสามภาษา
(( ด้วยความซื่อนะ ก็คิดว่า สามภาษาคือ ใครพูดภาษาไหนก็ได้ เข้าใจกันหมด... ))
จริงๆคือ เค้าจะแบ่งเป็น region แล้วแต่ละ region ก็จะพูดต่างภาษากัน


มีสามภาษาหลักคือ ดัทช์-เฟลมมิช ((Nederlands เน เดอร์ ลองส์)) / ฝรั่งเศส ((Frans ฟรานซ์)) / เยอรมัน ((Duits เดอร์ทส์))
ฝั่งที่บัวไปอยู่เนี่ย เรียกว่า Vlaanderen ((ฟลาน เดอร์ เริ่น)) เป็นฝั่งที่ใช้ภาษาดัทช์
คนฝั่งนี้เค้าจะเรียกว่าเป็น Vlaamse ((ฟลามส์ เสอะ))
ส่วนอีกฝั่งนึงที่พูดฝรั่งเศส เค้าจะเรียกว่า Wallonia ((วัล โล เนีย))


ประเทศเบลเยี่ยมมี บรัสเซลล์ ((Brussels บรุส เซลล์ส)) เป็นเมืองหลวง โดยที่เมืองหลวงมีคนพูดทั้งสองภาษาคือ ทั้งดัทช์และฝรั่งเศส
แต่โดยส่วนมากแล้วจะใช้ภาษาฝรั่งเศสที่มีความเป็นสากลมากกว่า


ตอนที่ไปอยู่เบลเยี่ยมได้ไปอยู่ฝั่งภาษาดัทช์ อยู่ในเมืองจิ๋วๆในแอ๊นท์เวิร์ป ((Antwerpen อ๊าน แวร์ป เพิ่น))
เมืองจิ๋วๆที่ว่านี่ ชื่อ Kontich ((คอน ติก)) ไปอยู่จนครบปีนี่ เป็นที่รู้จักของทั้งเมือง
เพราะที่โน่นดันเข้าใจว่าเป็นคนใช้เค้า แต่พออยู่ไปอยู่มาถึงรู้ทีหลังว่าเป็นลูกสาว ((คนใหม่)) ฮ่าฮ่า


ตอนไปอยุ่ที่ Kontich จริงๆแล้วชอบมาก เพราะเดินทางไปเมืองใหญ่สะดวก....จะไปที่ Antwerpen ก็ง่าย นั่งรถไฟไป
จะมีชั่วโมงละสองรอบ...ยี่สิบนาทีถึง


แต่ถ้าจะไป Brussels มีให้เลือกสองทาง คือ นั่งตรงไปเลย นั่งรถ L ((Lokaal ... ที่พวกเราชอบเรียกว่า Loser )) ไปจากที่ Kontich เลยใช้เวลาประมาณ ห้าสอบนาที
แต่ถ้าอยากนั่งรถเร็วหน่อยก็ นั่งไป Antwerpen แล้วต่อรถเร็วไป Brussels ซึ่งจากการคำนวนแล้ว เสียเวลาพอกัน
ขึ้นอยู่กับว่านัดเพื่อนไว้ที่ไหน ฮ่าฮ่า


เอ๊ะ...ดูไปดูมา ชักจะยาวแล้ว ไว้เดี๋ยวค่อยเล่าต่อวันหลังดีกว่า ^^
มีเรื่องอีกเยอะ..เล่าทั้งปีก็ไม่จบ ฮ่าฮ่า






Free TextEditor




 

Create Date : 04 กันยายน 2551    
Last Update : 4 กันยายน 2551 11:20:09 น.
Counter : 88 Pageviews.  


วันที่ไม่มีแดด
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add วันที่ไม่มีแดด's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.