Group Blog
 
All blogs
 

อยากท้องแต่ไม่ท้องซักที

หลายคนอยากมีลูกตัวเล็กเป็นโซ่ทองคล้องใจแต่ไม่ประสบความสำเร็จซักที ลองสารพัดวิธีทั้งนับวันตกไข่ หาหมอฉีดเชื้อ ไปจนถึงทำกิ๊ฟก็ยังไม่สำเร็จ ค่าใช้จ่ายก็บานตะไทเป็นเงาตามตัว เจ็บตัวก็สารพัดแต่ก็สู้เพราะอยากได้ลูก เก่งเป็นคนนึงที่จะว่าไปน่าจะเป็นคนที่มีลูกยาก เพราะประจำเดือนมาไม่เคยตรงเลยตั้งแต่มีประจำเดือน เรื่องนับวันตกไข่ไม่ต้องพูดถึง...หมดสิทธิ์ เพราะประจำเดือนมาแบบประจำพรรษา 3-4 เดือนมาหน แต่ทุกวันนี้ก็มีลูกชายหัวแก้วหัวแหวนชื่อบันบันอายุจะ 2 ขวบเดือนหน้า และกำลังจะมีน้องให้บันบันอีกหนึ่งคนตอนนี้อยู่ในพุงก็ 3 เดือนพอดี เพื่อนๆพากันงงเพราะจะรู้ว่าเก่งเป็นคนประจำเดือนมาไม่ตรงไหงมีลูกได้ 2 คนโดยที่ไม่ต้องรอนานมาก (ตอนบันบันรอ 8 เดือน, ท้องสองรอ 10 เดือนเพราะให้นมแม่ด้วย)

แต่เก่งทำทุกวิถีทางธรรมชาติ ต้องบอกว่าเก่งก็พยายามไม่น้อยกว่าคนอื่น เก่งออกกำลังกายเพื่อเตรียมร่างกายตัวเองให้พร้อมเพื่อรอรับชีวิตน้อยๆ เก่งกินยาบำรุง Centrum สามีกิน Zinc ตามหมอแนะนำเพราะมีงานวิจัยออกมาว่าช่วยให้เพิ่มโอกาสการตั้งครรภ์ เก่งกินยาจีนบำรุงร่างกายให้แข็งแรง เรื่องยาจีนก็เป็นอีกเรื่องที่ amazing เก่งว่าเวิร์คนะคะใครไม่เชื่ออย่าลบหลู่ ยังไงก็ไม่เสียค่าใช้จ่ายเยอะเหมือนหมอแผนปัจจุบัน มันเป็นการแก้ที่ต้นเหตุคือต้องทำให้แม่แข็งแรงก่อนจึงจะเป็นที่ฝังของตัวอ่อนได้ สำคัญที่สุดเก่งไม่เคยท้อไม่เคยหมดกำลังใจ เก่งตั้งหน้าตั้งตารอชีวิตน้อยๆอย่างมีความหวัง เก่งสวดมนต์ขอพระว่าเก่งขอเด็กดีๆมาเกิดแล้วเก่งจะตั้งใจเลี้ยงให้เค้าเป็นคนดีของสังคม เทวดาองค์น้อยๆที่จะมาเกิดกับมนุษย์ซักคนก็ต้องหาคนดีเป็นพ่อเป็นแม่ ดังนั้นเราก็ต้องทำตัวเราให้ดีสมกับที่จะให้เทวดาองค์น้อยมาเกิดด้วย ใครที่ยังไม่มีลูกต้องคิดให้ได้ว่าลูกกำลังลองใจเราอยู่ว่าเราตั้งใจจริงอยากมีเค้าหรือเปล่า ถ้าเราอยากมีจริงๆเราไม่ล้มเลิกความตั้งใจซักวันเค้าก็จะมาอยู่กับเรา ขอให้ทุกคนโชคดีเหมือนเก่งที่ได้ลูกสมบูรณ์ น่ารักเป็นเด็กดี แล้วคุณจะรู้ว่าความสุขที่แท้จริงอยู่ใกล้เราแค่นิดเดียว

สุดท้ายอยากฝากนิทานสั้นๆจากหนังสือเรื่อง คุณคือครูคนแรกของลูก เป็นเรื่องเกี่ยวกับเทวดาองค์น้อยบนสวรรค์อยากลงมาเกิดบนโลกมนุษย์ แต่เก่งลองพิมพ์แล้วไม่ได้ความรู้สึกเหมือนตอนเก่งอ่านเลย เดี๋ยวขอไปค้นหนังสือมาพิมพ์ให้เหมือนเด๊ะดีกว่า อ่านแล้วได้อารมณ์กว่ากันเยอะ




 

Create Date : 21 เมษายน 2552    
Last Update : 21 เมษายน 2552 21:53:50 น.
Counter : 5496 Pageviews.  

ร้อง เล่น เต้น ประยุกต์

การเล่นกับลูกให้ได้ประโยชน์ไปในตัวคือการเล่นโดยสอดแทรกเนื้อหาความรู้ ของเล่นชิ้นเดียวกันแต่ละครอบครัวก็ได้ประโยชน์ไม่เท่ากัน อยู่ที่การประยุกต์ของพ่อแม่แต่ละครอบครัว ของเล่นที่ดีคือ เรียบง่าย สามารถประยุกต์เล่นได้หลายอย่าง เช่นบล็อกหยอด บางบ้านก็ปล่อยลูกนั่งเล่นเอง เด็กก็จะทำได้วันหนึ่งด้วยวิธีลองผิดลองถูกเอง แต่กับอีกครอบครัวที่ตั้งแต่ลูกเล็กๆเล่นบล็อกหยอดก็หมั่นพูดว่า อันนี้สีแดง อันนี้กลมๆ อันนี้สี่เหลี่ยม อันนี้สีเหลือง ถ้าทุกครั้งที่พ่อแม่เล่นกับลูกแล้วพูดคุยกับลูกของเล่นชิ้นนั้นๆจะเป็นของเล่นวิเศษขึ้นมาทันที เพราะของเล่นชิ้นเดียวกันลูกนอกจากจะได้เรียนรู้เรื่องรูปทรงจากการลองผิดลองถูก ก็จะได้เรียนรู้เรื่องสีจากเสียงของพ่อแม่ ลองนึกภาพตามว่าถ้าลูกเล่นของเล่นชิ้นนี้กับพ่อแล้วพ่อพูดเป็นภาษาจีน เล่นของเล่นชิ้นเดียวกันแล้วแม่่พูดภาษาอังกฤษสิคะ ของเล่นราคาเท่ากันได้ประโยชน์เพิ่มขึ้นต่างกันลิบ

ของเล่นไม่จำเป็นต้องมีราคาแพง กระป๋องพลาสติก ช้อน ส้อม แก้วน้ำ ทุกสิ่งทุกอย่างรอบตัวพ่อแม่ต้องมองให้ออกว่าเอามาเล่นกับลูกได้ยังไง เอากระป๋องมาซ้อนๆกันสูงๆ หรือเอาขนมมาเทใส่ชามแล้วสอนลูกตักถ่ายเทใส่อีกภาชนะ ให้เด็กได้เรียนรู้การจับช้อนส้อมให้ถูก เด็กบางคนจนจะสามขวบยังกินข้าวเองไม่เป็นเพราะไม่เคยได้รับการสอนวิธีการจับช้อนที่ถูก ฉะนั้นตักเท่าไหร่ของในช้อนก็หล่นหมด ทุกสิ่งเราสามารถสอนลูกได้ผ่านการเล่น แล้วลูกจะเรียนรู้ด้วยตัวเองว่าตักขนมเล่นๆแบบนี้กับวิธีการตักข้าวเข้าปากก็จับช้อนแบบเดียวกัน

ของเล่นที่ดีที่สุดของลูกคือพ่อและแม่ แม้จะไม่มีของเล่นใดๆเลยลูกก็สนุกกับการจับตา จับหู ทำท่าแปลกๆของพ่อแม่ แม่แค่บอกว่า "ตา" แล้วเอามือจับตา พูด "หู" แล้วเอามือจับหู ลองทำดูสิคะ ทำไม่กี่ทีลูกก็จะทำตาม จากนั้นลูกก็จะจำอวัยวะต่างๆในร่างกายได้ หรือจะเป็นการ "กำ" แล้วทำท่ากำมือ แล้วก็ "แบ" พร้อมกับทำท่าคลายมือออก เหล่านี้คือเทคนิคในการสอนให้ลูกรู้จักคำศัพท์ในชีวิตประจำวัน เริ่มจากสิ่งใกล้ตัว อวัยวะในร่างกาย ไล่ตั้งแต่หัว ผม ตา หู จมูก ปาก คาง แก้ม คอ ไหล่ แขน มือ ข้อศอก พุง เอว หัวเข่า ขา นิ้วเท้า เอาแบบละเอียดก็ลงถึง นิ้วโป้ง ชี้ กลาง นาง ก้อย แค่นี้ลูกก็สนุกแล้วก็มีความสุขกับการใช้เวลากับพ่อแม่แล้ว

มาถึงเรื่องการร้องรำทำเพลง เลือกเพลงที่จะสอนลูกไม่ว่าจะไทยหรือฝรั่ง สอนร้องบ่อยๆด้วยน้ำเสียงนุ่มๆ สอนทำท่าตามเพลง ถ้าใครสอน Baby sign ตอนนี้เป็นเวลาดีที่จะสอดแทรกท่าทาง เพลงที่เลือกมาร้องกับลูกพยายามเลือกเพลงที่มีเนื้อหาซ้ำๆคล้ายๆกัน เด็กจะได้ทบทวนประโยคคล้ายกันแล้วลูกจะร้องเพลงนั้นได้ไว เช่นเพลง Wheel on the Bus

The wheels on the bus go round and round,
round and round, round and round.
The wheels on the bus go round and round,
all through the town.

The wipers on the bus go Swish, swish, swish;
Swish, swish, swish; Swish, swish, swish.
The wipers on the bus go Swish, swish, swish,
all through the town.

The horn on the bus goes Beep, beep, beep;
Beep, beep, beep; Beep, beep, beep.
The horn on the bus goes Beep, beep, beep,
all through the town..

The money on the bus goes, Clink, clink, clink;
Clink, clink, clink; Clink, clink, clink.
The money on the bus goes, Clink, clink, clink,
all through the town.

The Driver on the bus says "Move on back,
move on back, move on back;"
The Driver on the bus says "Move on back",
all through the town.

The baby on the bus says "Wah, wah, wah;
Wah, wah, wah; Wah, wah, wah".
The baby on the bus says "Wah, wah, wah",
all through the town.

The mommy on the bus says "Shush, shush, shush;
Shush, shush, shush; Shush, shush, shush."
The mommy on the bus says "Shush, shush, shush"
all through the town.

Substitute these also:
The doors on the bus go open and shut.
The bell on the bus goes ding-ding-ding.
The lady on the bus says, "Get off my feet"...
The people on the bus say, "We had a nice ride"...
"Your name" on the bus says Let Me Off!

พ่อแม่อย่ายึดติดว่าเพลงจะต้องร้องแบบนี้ บางทีร้องไปก็เว้นหยุดเหมือนให้ลูกตอบว่าเค้าอยากร้องท่อนไหนต่อ ประยุกต์โตขึ้นมาหน่อยก็ปรับเนื้อร้อง เช่นถ้าสอนตัวอักษรอังกฤษกันอยู่ช่วงนั้นก็ร้องเป็น The A on the bus says แอ แอ ant หรือ The B on the bus says เบอะ เบอะ bear

สำหรับเพลงไทยก็เหมือนกัน เช่น เพลง เก๊กฮวยที่เราได้ยินกันในโฆษณาทีวี
"เก๊กฮวยถ้วยใหญ่ๆแช่เอาไว้อยู่ในตู้เย็น...." เราก็ประยุกต์ใช้กับเครื่องดื่มอื่นๆที่ลูกรู้จัก เช่น กาแฟถ้วยใหญ่ๆแช่เอาไว้อยู่ในตู้เย็น ป่าป๊าก็ผ่านมาเห็น เปิดตู้เย็นกินน้ำกาแฟ อย่างนี้เป็นต้น ส่วนเนื้อเพลงท่อนไหนไม่ดีเราก็ตักออก ตรง "ชักแหงกๆๆๆๆ" เราก็เปลี่ยนเป็น "อร่อย อร่อย อร่อย" เช่นนี้เป็นต้น

การเล่นการสอนลูกแบบนี้เส้นสายในสมองลูกจะเชื่อมโยง เด็กจะเรียนรู้ว่าสิ่งของที่เล่นกับของจริงมันเชื่อมโยงกัน สามารถประยุกต์มาใช้กันได้ เด็กจะรู้จักเชื่อมโยงความรู้เดิมกับความรู้ใหม่ แล้วลูกจะเป็นเด็กสร้างสรรค์ ไม่ยึดติดกรอบ สำคัญของสำคัญที่สุดคือลูกต้องมีพ่อแม่คอยนำทาง คอยชี้แนวทางการเล่น อย่าปล่อยให้ของเล่นเลี้ยงลูก ของเล่นที่จำกัดวิธีการเล่น เช่นพวกเกมส์กด รถบังคับ เลี่ยงได้เลี่ยงเถอะค่ะ เด็กเล็กไม่จำเป็นต้องมีของเล่นพวกนี้ ซื้อบล็อกไม้ที่จะสามารถต่อเป็นอะไรก็ได้ตามแต่จินตนาการ ซื้อรถใช้มือไถเพื่อลูกได้ฝึกกล้ามเนื้อ ฝึกจินตนาการว่ารถจะวิ่งไปทางไหน วิ่งลอดอุโมงค์เ(ก้าอี้) วิ่งขึ้นภูเขา(กองหนังสือ) กลับที่จอด(บนชั้นของเล่น) รับรองเลยค่ะจินตนาการอันบรรเจิดของลูกจะเรียกรอยยิ้มและเสียงหัวเราะได้ไม่เว้นแต่ละวัน ของแบบนี้ไม่เชื่ออย่าลบหลู่ ลองดูสิคะ หุ หุ




 

Create Date : 18 เมษายน 2552    
Last Update : 18 เมษายน 2552 23:11:22 น.
Counter : 618 Pageviews.  

คลิบพ่อธีร์:กิจกรรมคณิตศาสตร์

เอาคลิบมาฝาก สำหรับพ่อแม่ที่พลาดดูรายการที่พ่อธีร์อัดรายการของรักลูก เป็นการพูดคุยถึงการทำกิจกรรม 4 อย่างที่พ่อธีร์แนะนำว่าควรทำกับลูกทุกวันเพื่อสร้างสัมพันธ์อันดีในครอบครัว และปูพื้นฐานคณิตศาสตร์ให้ลูก ขอบคุณคุณพ่อใจดีที่เอาลง Youtube ให้เรามาแบ่งปันกัน ขอบคุณแม่ภุชงค์ที่เอาลิงค์มาบอกต่อค่ะ

วันจัดงานครอบครัวบันบันก็ไป แม่เก่งตั้งใจไปหาแนวร่วมที่ทำเรื่องปูพื้นคณิตศาสตร์ให้ลูกล่วงหน้าเพื่อสอบถามขั้นตอน จะได้นำกลับไปทำกับบันบันถูก นับว่าได้ประโยชน์อยู่มากที่ได้แลกเปลี่ยนความเห็นกับครอบครัวอื่นๆ


ภาค 1 : ที่มาที่ไปของกิจกรรม 4 อย่าง


ภาค 2: การนับเลข, เขียนเลข, วางเบี้ย


ภาค 3: ทายลูกปัด


ปัญหาที่มักเกิดคือ พ่อแม่สร้างความคาดหวังและกดดันลูกจนลูกไม่อยากทำ อย่าลืมว่ากิจกรรมทุกอย่างที่ทำเพื่อความสุข สนุก สร้างความสัมพันธ์ในครอบครัว วิชาการเป็นเรื่องรอง จะช้าหรือเร็วเด็กจะได้เอง ดังนั้นอย่าเปรียบเทียบลูกกับเด็กคนอื่น พ่อแม่ต้องมีความยืดหยุ่น มีการดัดแปลงกิจกรรมหลอกล่อลูกเพื่อไม่ให้ลูกเบื่อ โดยเฉพาะช่วงแรกที่สร้างวินัยและความเคยชินให้ลูก แต่อย่าลืมว่าอุปกรณ์ที่ใช้ควรเป็นอุปกรณ์แบบเดิมๆเพื่อสร้างความต่อเนื่องให้ลูก เช่น นับลูกปัดก็ควรใช้ลูกปัดทุกวัน ทำแค่วันละนิดก็ยังดี ส่วนการสอนลูกนับสิ่งอื่นๆในชีวิตประจำวันเช่น เจอส้มนับส้ม เจอนกนับนก หรือนับของเล่นอื่นๆเราทำเป็นโบนัสนะคะ




 

Create Date : 13 เมษายน 2552    
Last Update : 13 เมษายน 2552 5:14:30 น.
Counter : 3303 Pageviews.  

2 ขวบ * ฝึกลูกผ่านงานประจำวัน

วันนี้ไปที่บ้านครูบัว ครูบัวแนะนำกิจกรรมประจำวันเพื่อไปสอนลูกเพิ่มเติม เห็นว่าเข้าท่าดีเลยเอามาแบ่งปันกัน ที่ว่าเข้าท่าเพราะอุปกรณ์หาได้ง่าย เด็กๆสนุกแน่ๆ แต่สำคัญพ่อแม่ต้องฝึกลูกให้ค่อยๆทำ ทำแบบใจเย็นๆ ทำให้ถูกวิธีถึงจะเกิดประโยชน์ว่าลูกได้ฝึก งานประจำวันที่ครูบัวแนะนำมีดังนี้


งานตักน้ำ


อุปกรณ์: 


1. ช้อนด้ามสั้นประมาณช้อนสังกะสี (ไม่ใช้ช้อนด้ามยาวนะคะ)


2. ขวดน้ำพลาสติก ถ้าได้มีเอวคอดจะดีมากเพราะเด็กจับถนัด


3. กะละมังขนาดเล็ก


วิธีการ:


กะลังมังใส่น้ำประมาณครึ่่งหนึ่ง ถือขวดน้ำให้ตั้งอยู่ในกะลังมัง สาธิตให้ลูกดูตั้งแต่วิธีการจับช้อนให้กระชับ ค่อยๆตักน้ำทีละช้อนแล้วกรอกใส่ขวดน้ำพลาสติก ให้กรอก 10 ช้อน ที่ระบุจำนวนเพราะครั้งต่อๆไปจะได้ทราบพัฒนาการได้ว่าได้ปริมาณน้ำเพิ่มขึ้นหรือลดลงมากน้อยแค่ไหน สำคัญคือเน้นลูกว่าค่อยๆตัก ค่อยๆเท ให้ลูกมองปากขวดน้ำจะได้ไม่ว่อกแว่ก ที่ครูบัวให้ทำจะให้ถือขวดน้ำอยู่ในกะละมังเพื่อน้ำจะได้ไม่หกออกนอกพื้นที่ แต่เก่งสังเกตว่าบันต้องใช้แรงกดขวดน้ำให้จม เลยทำให้ไม่มีสมาธิอยู่ที่มือที่ถือช้อน เก่งกลับมาประยุกต์ใช้ถาดรองอีกทีนึงแต่ลูกจะวางขวดบนถาดได้เลยซึ่งจะสะดวกกว่า หาขวดที่ไม่ต้องสูงมากเพื่อจะได้เหมาะกับระดับสายตาและระดับมือที่ยก


งานตำ


อุปกรณ์:


1. ครก และสาก


2. ถ้วยให้ของที่จะมาตำพร้อมช้อนตัก (แนะนำว่าเป็นของไม่แข็งเกินไป เช่น ถั่วลิสง ขนมปังกรอบ ABC)


3. จานเล็กสำหรับใส่ผลงานเมื่อตำเสร็จ


วิธีการ:


เริ่มจากพ่อแม่สาธิตให้ดู อย่าลืมให้ลูกเก็บมือ(กอดอก)เก็บเท้า(นั่งเรียบร้อย ถ้านั่งทำงาน)เวลาสังเกตการณ์ ค่อยๆใช้ช้อนตักถั่วลิสงใส่ครกแล้วตำให้ละเอียด กะน้ำหนักให้ดีอย่าให้ตำแรงหรือเบาเกินไป ฝึกให้เด็กลงน้ำหนักมือให้เหมาะและสม่ำเสมอ เมื่อตำเสร็จตักผลงานใส่จาน แล้วให้เด็กได้หยิบผลงานเข้าปากจะยิ่งสนุกมาก ถ้าหาครกไม้ขนาดเล็กเหมาะมือน่าจะดี เก่งหาไม่ได้ก็เลยซื้อเป็นครกหินขนาดเล็ก ถึงอันเล็กแต่น้ำหนักก็มากอยู่ต้องสอนลูกให้ระวังมากๆเรื่องระวังครกหล่นทับเท้า เก่งจะสอนบันตั้งแต่ครั้งแรกที่จับครกว่าต้องถือสองมือเท่านั้น และห้ามโยนสาก! ถ้าเกิดเหตุการณ์ขึ้นคุณแม่เก็บครกทันที เท่าที่เล่นมาบันก็ยังไม่กล้าโยนนะคะกลัวโดนริบครก เก่งเพิ่มอีกหนึ่งขึ้นตอนจากที่ครูบัวบอกคือมีผ้ารองเพราะครกหินเสียงดังเวลาตำ เลยสอนบันว่าห้ามเล่นครกบนพื้นเปล่าๆเพราะพื้นจะเป็นรอย


งานหั่น


อุปกรณ์:


1. มีดฝรั่ง หรือพลาสติก เน้นว่าแบบไม่คม


2. ผักหรือผลไม้ แบบไม่แข็งและกินได้ เช่น แอปเปิ้ล แตงกวา


3. จานพลาสติกสำหรับใส่ผลงาน


วิธีการ:


เช่นเดิมเริ่มจากการสาธิต ให้เด็กเก็บมือ(กอดอก)ระหว่างเชียร์คุณพ่อคุณแม่นะคะ จับแอปเปิ้ลด้วยมือนึงและลงมีดด้วยอีกมือนึง ค่อยๆทำพยายามสอนให้หั่นเป็นชิ้นขนาดเท่าๆกัน(ซึ่งไม่ง่ายค่ะ) แล้วจึงนำใส่จาน จากนั้นนำเสิร์ฟผลงานแห่งความภูมิใจให้ญาติๆ การเลือกมีดที่ใช้เน้นว่าห้ามใช้มีดเข้้าครัวแบบคมๆนะคะ ใช้มีดฝรั่งแบบที่มีหยักๆแต่ไม่คมน่าจะเป็นทางเลือกที่ดีกว่า หรือไม่ก็มีดพลาสติกที่มีหยักๆก็ยังคมพอตัดผักผลไม้ได้ สำหรับผลไม้หรือผักที่จะนำมาหั่นควรล้างและปอกเปลือกให้เรียบร้อย เพื่อที่เวลาเด็กหั่นเสร็จก็จะได้หม่ำได้เลยทันที


งานเทน้ำตามระดับ


อุปกรณ์ :


1. ขวดน้ำพลาสติก ได้แบบเอวคอดจะดีเด็กจับง่ายถนัดมือ


2. เทปกาวเส้นเล็กสีสดๆ


3. แก้วพลาสติก 3 ใบ


4. ถาดน้ำ


วิธีการ:


เตรียมอุปกรณ์กันก่อนนะคะ ติดเทปกาวที่แก้วน้ำพลาสติกทั้ง 3 ใบ แทนระดับน้ำ 3 ระดับ น้อย กลาง มาก จากนั้นเทน้ำตวงใส่แก้วตามระดับทั้ง 3 แก้ว แล้วจึงเทน้ำใส่ขวดพลาสติก ติดเทปกาวที่ระดับน้ำที่ขวดพลาสติก


พ่อแม่สาธิตวิธีการโดยลูกเก็บมือเก็บเท้าให้เรียบร้อย ค่อยๆเทน้ำจากขวดพลาสติกใส่แก้วน้ำระดับน้อยสุด ค่อยๆเท เน้นกับลูกว่าเทช้าๆ(ไม่ง่ายอีกเช่นกันเพราะลูกจะเทพรวดเดียว อิ อิ) ใจเย็นๆ ค่อยๆเท หยุดพักแล้วก้มเล็งระดับว่าถึงระดับเส้นเทปกาวหรือยัง ถ้ายังไม่ถึงก็เทอีก คุณพ่อคุณแม่อาจทำได้โดยง่ายแต่ต้องหยุดพักแล้วก้มเล็งเพื่อทำเป็นตัวอย่างให้ลูกดู เมื่อเสร็จแก้วแรกก็ทำเช่นเดียวกันกับแก้วที่ 2 และ 3 ถ้าเทน้ำอย่างถูกต้องได้ระดับน้ำก็จะหมดขวดพอดี เราทำงานน้ำบนถาดเรื่องหกเลอะเทอะต้องมีแน่ๆก็อย่าไปเครียดกับลูกนะคะ ค่อยๆฝึกค่อยๆสอนกันไป หกเลอะก็สอนให้เช็ดเมื่อทำงานเสร็จ


 


อย่าลืมว่าสำคัญที่สุดในการสอนลูกคือกำลังใจจากพ่อแม่ ตักน้ำเทลงขวดได้ 1 ช้อนแบบแทบไม่เหลือก็ต้องชม หั่นผักได้ 1 ชิ้นเบี้ยวๆก็ต้องชม ตำขนมปังกระจุยกระจายก็ต้องชม เทน้ำพรวดหกล้นแก้วก็ต้องชม แล้วเราก็บอกต่อว่า "ลองแบบค่อยๆเท ใจเย็นๆ ทำช้าๆ" อย่าลืมว่าคำชมจากพ่อแม่คือกำลังใจก้อนโตที่ลูกรอฟังอยู่ กล้ามเนื้อมือกล้ามเนื้อแขนลูกยังไม่แข็งแรงจะได้เด๊ะๆแบบผู้ใหญ่เราๆทำคงไม่ได้ พ่อแม่ก็ต้องใจเย็นด้วยเวลาเล่นเวลาสอนลูก สำเนียง น้ำเสียงก็ต้องอ่อนหวาน อย่าลืมว่าเราจะไม่อารมณ์เสียไม่ดุลูกนะคะ กิจกรรมแบบวัสดุอุปกรณ์หาได้ไม่ยาก เป็นกิจกรรมที่สนุกได้ทั้งครอบครัว อย่าลืมให้คุณพ่อมีส่วนร่วมในการโชว์ให้ลูกดูด้วยนะคะ




 

Create Date : 04 เมษายน 2552    
Last Update : 4 เมษายน 2552 17:08:42 น.
Counter : 1142 Pageviews.  

0 m* ลูกไม่ติดอะไรดีที่สุด

เด็กหลายคนติดดูดนิ้ว หลายคนติดดูดจุก หลายคนติดผ้าห่มติดหมอน แต่เก่งกับพี่เล็กมีนโยบายว่าไม่ให้ลูกติดอะไรดีที่สุด ดังนั้นตั้งแต่เล็กเมื่อบันบันเอานิ้วมือเข้าปาก(เช่นเด็กอื่นๆทั่วไป)แม่กับป่าป๊าจะผลัดกันดึงนิ้วออก ถ้าเป็นช่วงฟันขึ้นรู้ว่าเพราะลูกรำคาญเหงือกอยากหาอะไรกัดก็จะให้ยางกัด แต่ถ้าขัดสนจริงๆก็จะเป็นนิ้วสะอาดของป่าป๊า ฮ่า ฮ่า คือยังไงก็ไม่ให้แทะนิ้วตัวเอง เพราะเมื่อเด็กติดนิ้วตัวเองจะเลิกลำบากมาก ถ้าจะติดเลือกให้ติดจุกยังดีกว่าเพราะเมื่อลูกโตก็สามารถหลอกล่อโยนจุกทิ้งได้ แต่นิ้วมือที่ติดตัวตลอดจะทำอีท่าไหนให้ลูกเลิกดูดจริงมั๊ยคะ เรื่องดูดนิ้วหลายคนบอกว่าเด็กดูดเพื่อความสบายใจ ทางจิตวิทยาอาจจะเป็นแบบนั้น แต่สำหรับเก่งเก่งเชื่อว่าเก่งให้ความอบอุ่นกับบันพอ แม้เค้าจะไม่ได้ดูดนิ้วเค้าก็ไม่ขาดพัฒนาการด้านใด หลายคนบอกว่าติดดูดนิ้วไม่เป็นไรถ้าฟันไม่สวยเดี๋ยวนี้ก็ดัดได้ แต่มีอีกหลายเรื่องนะคะที่ไม่ควรมองข้าม บุคคลิกของลูก บางคนจนโตยังติดดูดนิ้ว บางคนดูดจนนิ้วเปื่อยเป็นแผลแต่ก็เลิกไม่ได้ สุดท้ายแม่ก็ต้องให้เลิกดูดเพราะสงสารลูกเจ็บนิ้ว ยังไงก็ต้องเลิกทำไมเราถึงไม่ให้เลิกแต่เร็วล่ะคะ

เรื่องติดหมอน ติดผ้าห่ม ติดที่นอน ถ้าไม่อยากให้ลูกติดก็ต้องหมั่นเปลี่ยนตั้งแต่เล็ก เปลี่ยนหมอนใบนี้ไปใช้ห้องโน้นห้องนี้ เปลี่ยนที่นอนเป็นนุ่มบ้างแข็งบ้าง ไม่ให้ลูกติดกับสภาพแบบใดแบบหนึ่งนานๆ แล้วลูกจะเป็นเด็กเลี้ยงง่าย บันบันเป็นเด็กกินง่าย(ถ้าไม่เจออาหารที่แพ้)นอนง่าย ไปถึงไหนถ้าง่วงก็ปูผ้าหมอนวางหลับได้เลย เมื่อเด็กเลี้ยงง่ายพ่อแม่หละค่ะที่จะสบาย

จริงๆคิดอยู่นานว่าจะเขียนเรื่องนี้ดีหรือเปล่า เพราะเป็นเรื่องอ่อนไหวต่อความรู้สึก หลายคนจะมองว่าโหดกับลูก แม่กระทั่งหมอท่านนึงซึ่งไม่ใช่หมอที่เก่งหาประจำแต่บังเอิญวันนั้นบันไม่สบายเลยไปพบหมออื่น เก่งเลยได้โอกาสถามเรื่องเลิกนมแม่ แม้แต่หมอยังแนะนำว่าถ้าจะเลิกนมแม่ต้องหาอะไรให้ลูกติดแทน จะเป็นผ้าห่ม หมอน ตุ๊กตา อะไรก็ได้ ทั้งเก่งและพี่เล็กฟังแล้วก็เลิกถามต่อ แล้วสุดท้ายเราก็ให้บันเลิกนมแม่ด้วยวิธีที่อ่อนโยนไม่เสียน้ำตาชนิดเผาเต่า ไม่ต้องให้บันติดอะไร

สุดท้ายฝากไว้ว่าไม่ว่าใครจะแนะนำอะไรแต่สิ่งที่เหมาะสมกับลูกเราที่สุดก็คือเราที่รู้ดีที่สุด เพราะสุดท้ายคนที่แนะนำก็ไม่ได้อยู่กับลูกเราไปตลอดชีวิต เราซึ่งเป็นพ่อแม่ต่างหากที่จะต้องอยู่กับผลของการตัดสินใจทำหรือไม่ทำตามคำแนะนำนั้น




 

Create Date : 22 มีนาคม 2552    
Last Update : 22 มีนาคม 2552 23:16:09 น.
Counter : 888 Pageviews.  

1  2  3  4  5  6  7  8  

MamyKeng
Location :
กรุงเทพ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 20 คน [?]




Friends' blogs
[Add MamyKeng's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.