PETRA+OLEUM=PETROLEUM หิน+น้ำมัน= น้ำมันที่มาจากหิน
Group Blog
 
All Blogs
 

เราอยู่เบื้องหลัง ของความสำเร็จ

หลังจาก 2 ปีครึ่งผ่านไปที่นาซ่ายกเลิกการบินไปอวกาศทุกประเภท ในวันนี้เรากลับมาบินใหม่แล้วถึงแม้ว่าจะเกิดปัญหาขลุกขลักบ้าง ในการกลับมาบินใหม่ในครั้งนี้เราได้ปรับปรุงระบบความปลอดภัยหลายประการได้แก่
1.บูมใหม่
2.กล้องติดตามการบินใหม่
3.จานเรดาร์ติดตามทางภาคพิ้นดินใหม่
4.หอควบคุมการบินใหม่

หลายคนคงสงสัยว่าเจ้าบูมคืออะไร มันก็คือแขนกลบังคับระยะไกลนั่นเองครับ ชื่อเรียกเหมือนกับ ท่อเติมน้ำมันกลางอากาศนะครับ แต่เจ้าบูมในความหมายใหม่นี้ เป็นแขนกลที่ทำหน้าที่แทนคน ในการตรวจสอบตัวยานที่ติดตั้งกล้องวิดีโอ และระบบสแกนพื้นผิวด้วยเรเซอร์ ในการตรวจสอบผิวตัวยานว่าได้รับความเสียหายหรือไม่
โดยได้รับการพัฒนาต่อมาจาก เจ้าแขนกลตัวเก่าให้มีความสามารถมากขึ้นโดยเจ้าของผลงานก็เป็นของ ประเทศแคนาดาเองนะครับ โดยปกติแล้วเจ้าบูมนี้เจ้าได้รับการติดตั้งให้ไปกับยานอวกาศก็ต่อเมื่อ มีภารกิจในการซ่อมแซม หรือต้องใช้ในการจับอุปกรณ์ หรือซ่อมแซมอุปกร์เท่านั้น ดังนั้นจากนี้ไปนาซ่าจึงสั่งให้ติดตั้งกับทุกเที่ยวบินในการเดินทาง

รูปนี้แสดงหน้าที่การทำงานของบูม


อันนี้ครับโฉมหน้าของมัน


อันนี้เป็นกล้องตรวจสอบภายนอก เพิ่มเข้ามาเพื่อความปลอดภัย ทำงานได้ดีตามที่คาดจากรูปนั้นแสดงให้เห็นถึงร่องรอบความเสียหายในตอนที่ออกเดินทาง ซึ่งตอนนี้กำลังเป็นปัญหาอยู่ว่าจะมีผลต่อการเดินทางกลับหรือไม่ซึ่งตอนนี้กำลังอยู่ในช่วงการประเมินความเสียหาย


ได้กล้องสังเกตุการณ์ทางภาคพื้นดินเพิ่มขึ้นมาอีก 2 ตัว


จานเรดาร์ติดตามวัตถุโคจรระดับสูงตัวใหม่ ได้เพิ่มศักยภาพในการตรวจจับได้มากขึ้น

อันนี้หอควบคุมการบินใหม่ใช้ในตอนที่ยานลงจอดครับสร้างใหม่เลย


ก่อนที่จะมีการบิน บุคลากรทุกคนได้ทุ่มเทเวลาให้กับการบินในครั้งนี้มาก โดยกว่าที่จะมาบินได้จะต้องผ่านกระบวนการใดบ้างวันนี้เราจะมาดูกันนะครับ
โดยเราจะแบ่ง 3 กลุ่มย่อยๆ
1.กลุ่มตัวยาน
2.กลุ่มเชื้อเพลิงจรวดแข็ง
3.กลุ่มเชื้อเพลิงจรวดเหลว

โดยเราจะกล่าวถึงกลุ่มแรกก่อนนะครับ โดยวิศวกรทุกคนจะนำยานอวกาศมาแยกชิ้นส่วนนะครับเพื่อตรวจเช็ค หาข้อบกพร่องโดยแต่ละคนนั้นจะมีหน้าที่แตกต่างกันไป เช่น ระบบควบคุมการบิน ระบบเอวิโอนิคเครื่องวัดประกอบการบิน ระบบโครงสร้างยาน ระบบไฟฟ้า ระบบสื่อสาร ระบบป้องกันความร้อน ระบบเชื้อเพลิง โดยระบบป้องกันความร้อนในครั้งนี้ได้รับการดูแลเป็นกรณีพิเศษโดยจะทำการติดตั้งกระเบื้องกันความร้อน ใหม่สำหรับจุดที่สำคัญๆของตัวยานซึ่งใช้เวลาในการทำงานค่อนข้างนาน จากนั้นจะประกอบกลับเข้าไปใหม่เป็นอันเสร็จ และเตรียมพร้อมเคลื่อนย้ายไปยังอาคารประกอบยาน

กระจกยานก็เป็นส่วนสำคัญต้องทำการตรวจเช็คทุกครั้ง
รูปนี้ผู้บังคับการยานถึงกับลงมือตรวจเช็คเองและต้องแต่งชุดเขาไปครับป้องกันสิ่งสกปรกและเชื้อโรคเพราะเมื่อขึ้นไปอยู่ในอวกาศซึ่งเป็นระบบปิดแล้ว เชื้อโรคนั้นอาจจะติดต่อและเป็นอันตรายต่อลูกเรือได้


อันนี้แผลเก่าต้องตรวจเช็คกันให้ดี จะเห็น TPS หรือเกราะกันความร้อนที่ได้รับการออกแบบมาใหม่


เมื่อพร้อมจึงทำการเคลื่อนย้ายโดยใช้บริการพาหนะพิเศษ
ย้ายไปยังอาคารประกอบยาน



ย้ายๆย้าย


อย่าให้ขนาดมาหลอกตาท่าน


ก่อนทำการย้ายช่องทุกช่องต้องทำการอุดไม่ให้ฝุ่นและสิ่ง
สกปรกเข้าไปทำอันตรายตัวยาน เพราะแม้แต่เศษดินเศษกรวดหรือฝุ่นเพียงน้อยนิดก็สามารถทำอันตรายตัวยานหรือเครื่องยนต์อันละเอียดอ่อนได้ ดังเคยเกิดขึ้นกับยานอื่นๆมาแล้วดังนั้นเพื่อเป็นการปลอดภัยจึงป้องกันไว้ก่อน



จากนั้น ก็จะไปส่วนที่สอง คือเชื้อเพลิงแข็งหรือที่เรียกว่า (SRB solid rocket booster) นั้นที่เป็นส่วนสีขาวๆข้างตัวยาน ประกอบไปด้วยจรวด 2 ลูกนั้น จะมีบริษัทรับจ้างประกอบอีกทีครับโดยจะนำชิ้นส่วนมาประกอบกันที่ศูนย์อวกาศกันเลยโดยชึ้นอยู่กับว่าชิ้นส่วนเก่าที่ใช้แล้วสามารถนำกลับมาใช้ได้อีกหรือเปล่า โดยทุกครั้งหลังปล่อยกระสวยจะมีเรือคอยตามไปเก็บเจ้าจรวด srb นี้กลับมาใช้ใหม่โดยขนใส่เรือมาจากนั้นก็จะนำมาทำความสะอาด และจะบรรจุเชื้อเพลิง ดังนั้นจึงเป็นขั้นตอนที่อันตรายมากจึงต้องควบคุมสภาพแวดล้อมเป็นอย่างดี เช่นไฟฟ้าสถิตในอากาศต้องควบคุมอย่างเข้มงวดมาก เมื่อประกอบเสร็จก็จะเคลื่อนย้ายไปยังอากาศประกอบยาน ที่สูงๆนะครับเป็นอาคารประกอบจรวดแซทเทริน5 เก่านะครับ ก็เป็นอันเสร็จ


นี้กำลังเตรียมการประกอบจรวด


หลังจากปล่อยกระสวยแล้วจึงนำเรือไปลากเจ้าจรวดเชื้อเพลิงแข็งนั้นนำกลับมาใช้ใหม่ครับ

ต่อไปเป็นส่วนที่ 3 นะครับ ส่วนของจรวดเชื้อเพลิงเหลว ถังที่เป็นสีส้มๆใหญ่สุดนะครับเป็นที่เก็บเชื้อเพลิง โฮโดรเจนและออกซิเจนนะครับ เป็นเชื้อเพลิงขับดันหลักป้อน ให้กับเครื่องยนต์หลัก 3 ตัวบนกระสวยอวกาศนั่นเอง นั่นทางนาซ่าก็จ้างเอกชนผลิตอีกเช่นกันโดยนำมาจากโรงงานผลิตที่เมือง New Orleans โดยเขานำมาทางเรือนะครับเพราะ ขนส่งทางถนนไม่ได้ครับเพราะขนาดมันใหญ่ และหนักมากๆถนน มันจะพังซะก่อนโดยเมื่อเรือเทียบท่ารับของปุ๊ปมันก็จะถูกลำเลียงใส่รถบรรทุกพิเศษ จากนั้นก็จะถูกลำเลียงไปที่อาคารประกอบยานซึ่งเจ้าตัว จรวดเชื้อเพลิงแข็ง และเจ้าตัวกระสวยก็จะพร้อมจะประกอบเป็นขั้นสุดท้ายแล้ว เมื่อมาถึงโรงประกอบ ก็จะนำแท้งเชื้อเพลิงหลักสีส้มไปตั้งโดยใช้เครนยก ไปวางไว้บนรถ คลอเลอร์ จากนั้นก็จะประกอบจรวดเชื้อเพลิงแข็งเข้ากับข้างลำตัว จากนั้นเพียงแต่รอกระสวยมาประกอบโดยการประกอบนั้นกระสวยอวกาศนั้นจะถูกยึดด้วยโครงเหล็กโดยมีหมุดตัวเป็นตัวยึดยานไว้ 4ตัวจากนั้นมันก็จะถูกดึงขึ้นเป็นแนวตั้ง 90 องศาเพื่อให้ยานตั้งจากนั้น เครนก็จะประคองตัวยานเข้าไปใกล้กับถัวเชื้อเพลิง เมื่อได้ระดับที่ต้องการก็จะให้เจ้าหน้าที่ไปยึดสลักที่ใต้ตัวยานที่ขาหยั่งที่เรียกว่า BIPOD จากนั้นจึงทำการเชื่อมต่อท่อนำเชื้อเพลิง ซึ่งท่อนั้นจะอยู่ภายในขาหยั่งนั้นเองครับ ซึ่งตอนที่ยกตัวยานขึ้นนี่นเป็นส่วนที่สำคัญมากและเป็นส่วนที่มีความเครียดสูง เพราะยานลอยสูงจากพื้นมากหากเครนพังลงมางานทั้งหมดก็จะสูญเปล่าครับ ซึ่งต้องทำกันด้วยความระวังมากๆ เมื่อจัดวางเรียบร้อยแล้วจึงทำการถอดโคลงยึดลำตัวยานจากนั้นก็เตรียมส่งไปยังฐานปล่อยได้ โดยค่อยๆขับรถคลอเลอร์ออกไปที่ฐานปล่อยโดยใช้ความเร็วที่ต่ำมาก โดยก่อนการเคลื่อนย้ายเจ้ารถคลอเลอร์นี่จะต้องทำการวิ่งทดสอบก่อน 1 เที่ยวเพื่อเป็นการทำให้พื้นดินแน่และรับรองว่าพื้นดินที่ใช้เดินทางนั้น ไม่อ่อนตัวและอยู่ในสภาพดีโดยพื้นดินนั้นจะถูกโรยด้วยหินกรวดเพื่อรองรับน้ำหนักมหาศาล เมื่อทำการทดสอบแล้วจึงค่อยนำทำการขนส่งกระสวยจริงๆเพื่อเป็นการยืนยันความปลอดภัย หลายคนคงสงสัยว่าจะรถคลอเลอร์นั้นคืออะไร มันก็คือ รถบรรทุกกระสวยอวกาศไปยังฐานปล่อยนั่นเองครับแต่จะมีขนาดใหญ่มากหรือเรียกว่า Mobile Launcher Platform (MLP),หรือชุดฐานปล่อยเคลื่อนที่นั่นเองครับ หน้าตาจะเป็นอย่างนี้ครับ



โดยเมื่อมันเดินทางถึงฐานปล่อยแล้วมันก็จะจอดและยึดตัวเองอยู่ใต้หอส่งยานตรงนั้นจนกว่ากระสวยจะออกเดินทาง เมื่อมันทำงานเสร็จก็จะนำรถมาเก็บไว้ที่โรงประกอบยานไว้ใช้คราวต่อไป

นี่กำลังนำแท้งมาจากโรงงานครับผ่านมาทางเรือ


เข็นใส่รถพิเศษ


ขนาดมหึมาจริงๆครับ


ขณะดำเนินการติดตั้งกระสวยกับถังเชื้อเพลิง










วัดดวงกันครับหากเครนหักก็ตัวใครตัวมัน


อันนี้สามารถมองเห็นจุดเชื่อมต่อท่อเชื้อเพลิงกับถังภายนอกนะครับที่เป็นสีส้มๆนะครับ 2 จุดโดยโดยแต่ละข้างจะแยกกันครับว่า ข้างทีเป็นไฮโดรเจนกับข้างที่เป็นออกซิเจนครับ





ประกอบเสร็จแล้วรอการส่งไปยังหอส่ง


จากนั้นก็ดำเนินการขนส่งไปยังหอส่งโดยผ่านรถ คลอเลอร์


เอาไว้เจอกันตอนต่อไปครับ




 

Create Date : 29 กรกฎาคม 2548    
Last Update : 2 สิงหาคม 2548 3:02:33 น.
Counter : 814 Pageviews.  

STS-114 MCC STATUS

กลับมาอีกครั้งกับ การเดินทางครั้งยิ่งใหญ่ของหมู่มนุษย์
ในการเดินทางผจญภัย ค้นหา ความรู้ใหม่ ที่ต้องแลกมาด้วยชีวิตของผู้กล้าหลายชีวิต

เข้าเรื่อง เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา เวลา 9.39 ตามเวลาท้องถิ่น ที่ศูนย์อวกาศเคเนดี้ ฟลอริดา กระสวยอวกาศ
ดิสคัพเวอรี่ ได้ทะยานขึ้นจากฐานปล่อย 39B ท่ามกลางอากาศที่สดใสดีเยี่ยม หลังจากต้องเลื่อนการส่งมาแล้ว 1 ครั้งเนื่องจากพบปัญหาในระบบตรวจจับ แรงดันที่ถังเชื้อเพลิงหลัก 1 ใน 4 ตัวมีปัญหา โดยภารกิจในครั้งนี้ จะใช้เวลา 12 วัน โดยในครั้งนี้ได้นำวิศวกรไปด้วย 1 คนโดยทำหน้าที่ตรวจสอบระบบป้องกันความร้อนของตัวยานดิสคัพเวอรี่เอง และตรวจสอบระบบป้องกันความร้อนที่สถานี อวกาศนานาชาติด้วย โดยภารกิจในครั้งนี้เป็นภารกิจครั้งแรกในรอบ 2 ปีครึ่งหลังจากเกิดอุบัติเหตุขึ้น กับกระสวยฯโคลัมเบีย ทำให้ในครั้งนี้นาซา ต้องเข้มงวดกับระบบความปลอดภัยทุกๆกรณี
โดยในการทำการบินในครั้งนี้ได้รับการปรับปรุงระบบความปลอดภัยใหญ่หลายระบบเช่น
1.ระบบกล้องติดตามทางภาคพื้นดิน
2.ระบบเรดาร์ที่ใช้ตรวจจับวัตถุในระดับสูง
3.ได้เพิ่ม boom โดยมีตัวตรวจจับด้วยเรเซอร์ในการตรวจสอบตัวยานก่อนการเดินทางกลับ หลายคนคงสงสัยว่าเจ้า boom คืออะไร มันคือ แขนหุ่นยนต์นั่นเอง ที่สามารถยื่นไปมา โดยมีกล้องสำรวจ กับตัวตรวจจับเรเซอร์ ได้ทั้งตัวยาน
3.ระบบป้องกันความร้อนของตัวยานหรือเรียกว่า(Thermal protection system)โดยได้พัฒนาขึ้นมาใหม่ไม่ให้แตกหักง่ายเหมือนเก่า

โดยแผนกำหนดการกลับ จะมีขึ้นในวันที่ 7 สิงหาคม โดยในครั้งนี้มีนักบินอวกาศหญิงเป็นผู้บังคับการบินชื่อ
Eileen Collins และคนอื่นๆ Pilot Jim Kelly and Mission Specialists Soichi Noguchi (Japanese Aerospace Exploration Agency), Steve Robinson, Andy Thomas, Wendy Lawrence and Charlie Camarda
โดยหลังจากขึ้นบินไป 9 นาทีแล้วจนอยู่ในวงโคจรแล้ว
เจ้าหน้าที่จึงเตรียมเปิดฝาห้องบรรทุกสัมภาระออกเพื่อเป็นการระบายความร้อน หลังจากที่เครื่องยนต์หลักได้ดับ
ส่วนคนอื่นๆนั้น ได้คว้ากล้องวีดีกับ กับกล้องถ่ายภาพนิ่งไปถ่ายรูปถังเชื่อเพลิงหลัก ที่กำลังลอยอยู่เพื่อศึกษาการตกกลับเข้าชั้นบรรยากาศ
โดยในภารกิจในวันแรกจะเป็นการทดสอบแขนกลหุ่นยนต์ ก่อนที่ต้องพักผ่อน 8 ชั่วโมง โดยทำการทดสอบให้เชี่ยวชาญ โดยตรวจสอบที่ปีกว่าได้รับความเสียหายหรือไม่หลังจากการส่งขึ้น หลังจากนั้นเสร็จจากภารกิจนักบินคนอื่นๆก็ ทำการถ่ายรูปที่วงโคจรและรวบรวมส่งไปยังภาคพื้นดินโดยผ่านเสาอากาศย่าน ku-band ขนาด50 ฟุต
และเวลาตอนนี้หลังปล่อยยาน สถานีอวกาศนานาชาตินั้นอยู่ห่างจากเรา 225 ไมล์ โดยอยู่เหนือมหาสมุทรอินเดีย โดยยานมีแผนกำหนดการเชื่อมต่อกับสถานี iss เวลาเช้า 6.18 ของวันพฤหัส ตามเวลาท้องถิ่น เมื่อยานเข้าใกล้สถานี เจ้าหน้าที่ที่สถานีอวกาศ จะใช้กล้องดิจิตอลกำลังขยายสูง 800MM and 400MM ตรวจสอบที่ตัวยานดิสคัพเวอรี่อีกครั้ง ในครั้งนี้ดิสคัพเวอรี่ ได้ขนสัมภารระและอุปกรณ์ มากกว่า 15 ตันเพื่อมาส่งถ่ายให้กับสถานี้อวกาศนานาชาติด้วย และกลับมาพบกันอีกครั้งกับการรายงานใหม่ๆ

Tuesday, July 26, 2005 – 11 a.m. CDT
Mission Control Center, Houston, Texas
07.26.05
STATUS REPORT: STS-114-01



กล้องตรวจจับสถานะ1


กล้องตรวจจับสถานะ2


ทะยานขึ้นไปเลยอีหนู:) yee-haa


ระบบป้องกันความร้อนที่ปีกใหม่




 

Create Date : 27 กรกฎาคม 2548    
Last Update : 27 กรกฎาคม 2548 15:50:23 น.
Counter : 157 Pageviews.  


boomer
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add boomer's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.