Group Blog
 
All blogs
 
วันแม่ - ขนมของแม่ที่แม่ชอบ กับความในใจที่ไม่เคยบอกใคร

"วันนี้เป็นวันแม่แห่งชาติ"

กะว่าตื่นแล้วจะมาบอกรักแม่ แต่แม่ยังไม่ตื่น 55+

เลยทำขนมให้แม่กินตามคำสั่งแก

เรื่องมันมีอยู่ว่า ก่อนวันแม่ไม่กี่วัน

มะเหมี่ยว : วันแม่ ม๊าจะกินอะไรดี

แม่ : อะไรก็ได้ที่หนูทำ

มะเหมี่ยว : งั้นหนูทำเค้กกล้วยหอมนะ

แม่ : ก็ได้ 

ไม่หรอกจริงๆแล้วแม่ชอบกินขนมโดยเฉพาะเค้กกลัวยหอม (พ่อบอก)

ก็เลยตัดสินใจทำ โดยไปบีบคอให้คุณกวินไปหาสูตรแบบไม่ใช้เตาอบ

เพราะจำได้ว่าพี่สะใภ้เคยนึ่งขาย 

และก็ได้มาเป็นสูตรจาก //www.zomzaa.com 

ตอนแรกไม่ทันได้ถ่ายอุปกรณ์เพราะลืมชาร์ตแบตโทรศัพท์ 

เอาเป็นว่ามันเป็นแบบในรูปที่พี่ส้มทำเลย

นี่เป็นอุปกรณ์นะคะ เหมือนกันทุกอย่าง


 


 1.  แป้งเค้ก  1 ถ้วย (แป้งสาลีตราพัดโบก)
ขอเล่าหน่อย เคยบอกวินผิดว่าเป็นสีแดง
คุณเพื่อนก็ด้วยความเชื่อเพื่อนเลยไปเถียงกับแม่ค้าว่า
"พัดโบกมันต้องสีแดงไม่ใช่เหรอพี่"
แต่สุดท้ายก็ได้สีส้มมา เพราะมันมีสีเดียว 
สรุปว่าดิฉันผิดที่บอกเพื่อนผิด ขอโทษนะวิน 555+
 2.  กล้วยหอม  1 ผล (ดูของพี่ส้มจะได้ที่กว่า)
 3.  ไข่ไก่  1 ฟอง
 4.  น้ำตาลทราย ½ ถ้วย
 5.  น้ำมะนาว  1 ช้อนโต๊ะ
 6.  ผงฟู  1 ช้อนชา (เหมี่ยวใช้ของเบสท์ฟูด แต่พี่ส้มใช้อิมพีเรียล)
 7.  เบกกิ้งโซดา 1 ช้อนชา
 
8.  เนยสด  1/4 ถ้วยตวง
 (แนะนำว่าให้ใช้ออร์คิด เพราะอีตราอลาวลีที่ขายในเซเว่น...เค็ม!!!)


ต่อไปเป็นขั้นตอนการทำจ้า 
(มือถือยังชาร์ตไม่เต็มเลยยืมของพี่ส้มมาก่อนนะคะ)


    


 


 


 1.  เริ่มจากบดกล้วยหอมก่อนคะ บด ๆ ให้ละเอียดเลย ถ้าใช้กล้วยที่งอมมากๆ จะยิ่งดีคะ ใยกล้วยเยอะ นึ่งหรืออบแล้วสีขนมจะสวยคะ ดูน่าทานแถมกลิ่นยังหอมมากอีกด้วย จากนั้นเตรียมพิมพ์คัพเค้กหรือพิมพ์ถ้วยเบอร์ 2616 และถ้วยกระดาษขนาดเดียวกันไว้ด้วยคะ^^”


      
 
 2.  ตีเนยกับน้ำตาลทรายให้เนียนคะ ตีประมาณ 3 นาที ความเร็วสูงสุดคะ คือให้พอน้ำตาลละลาย



    


 3.  จากนั้นก็ใส่ไข่ลงไปคะ ตีให้เข้ากันประมาณ 1 นาที ความเร็วปานกลาง แล้วจึงเติมน้ำมะนาวลงไปคะ



      


 4.  เติมกล้วยหอมบดลงไปคะ ตีให้เข้ากันอีกครั้งประมาณ 2 นาทีความเร็วปานกลางคะ (ตรงนี้ถ้าเห็นส่วนผสมแตกตัวเหมือนไขมันแตกตัว ไม่ต้องตกใจนะจ๊ะ ถ้าอากาศร้อนไขมันอาจแตกตัวได้คะ ไม่เป็นไรคะ)



      


 5.  แป้งให้ผสมผงฟู+เบคกิ้งโซดาคนให้เข้ากันด้วยพายยางก่อนนะจ๊ะ จากนั้นก็นำเติมแป้งลงไปคะตีต่อไม่เกิน 1 นาที จากนั้นปิดเครื่องใช้พายยางตะล่อมให้ส่วนผสมเข้ากันอีกครั้งคะ


      


 6.  ตักหยอดใส่ถ้วยได้เลยคะ  ประมาณ 1 ช้อนโต๊ะนะจ๊ะหรือ ¾ ของพิมพ์คะ จากนั้นนำไปนึ่งเลยคะ การนึ่งมีเทคนิคนะจ๊ะ จะคล้าย ๆ กับการนึ่งปุยฝ้าย คือส้มจะให้ตั้งไฟแรง ให้น้ำเดือดแบบปุด ๆ ๆ ก่อน จากนั้นลดไฟลงเหลือไฟอ่อนแล้วจึงวางขนมลงไปนึ่งคะ จากนั้นก็ปิดฝานึ่งประมาณ 20 – 25 นาทีคะ

ตอนนี้กล้องมือถือใช้ได้แล้ว เลยถ่ายยยยยย รูปตอนขนมสุกไว้ 



*กรุณาสังเกต พิมพ์ของเหมี่ยวกับของพี่ส้ม
ของเหมี่ยวออกแนวอนาถาเพราะว่าเอาถ้วยน้ำจิ้มในบ้านมาใช้
ประมาณว่าหาได้แค่ไหนก็แค่นั้น แถมกล้วยก็ของฟรี ป้าที่ตลาดให้มา 555+

และสุดท้ายเป็นภาพรวมขนม เอาไปให้แม่ 




แล้วบอกแม่ว่า

" กินเยอะๆนะม๊าขอให้ม๊าหายไวๆนะ "

เดินเข้าไปกอดแม่ (ปกติก็กอดประจำ)

หลังจากนั้นคุณป๋าก็สั่งพิซซ่ามาเพราะแม่ก็ชอบอีกเช่นกัน

สรุปว่าวันนี้ทำขนมให้แม่ เป็นของขวัญวันแม่ที่ต่างจากทุกปีเลย

"หนูรักแม่นะจ๊ะ"


+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

คำอวยตอบจากแม่ในวันแม่ปีนี้

"แม่รักหนูนะ ไม่ว่ายังไงหนูก็คือลูกแม่"

รู้ไหม ทำไมปีนี้ฉันถึงบอกให้แม่หายไวๆ...ก็แม่ไม่สบาย

ปีกว่าแล้วที่แม่ไม่สบาย อยากให้แม่หายจริงๆ

ครั้งหนึ่งพาแม่ไปหาหมอที่รามา แม่พูดคำแรกกับหมอว่า

"เป็นห่วงลูก คิดถึงลูก อยากให้ลูกกลับบ้าน"

ตอนนั้นยอมรับว่าดื้อมาก รั้นที่สุด ยังไงก็ไม่กลับบ้าน 

ยังไงก็จะเรียนที่กรุงเทพ ซึ่งแม่เองก็ตามใจ ลูกอยากทำอะไรก็ทำ

จนวันที่รู้ว่าคำเตือนของแม่ และ คำพูดของแม่ในวันนั้นมีความหมาย

3 ปี ที่เรียนอยู่กทม เพิ่งจะมารู้ตัวก็เกือบสาย

ทั้งที่อีกแค่ปีเดียวก็จะได้รับปริญญาแล้ว 

ปริญญาใบแรกและใบเดียวของแม่จากลูกสาวคนนี้

แต่ผลการเรียนออกมาแย่กว่าคนอื่นเค้า และก็คิดแล้วว่ามันไม่ใช่

ตอนนั้นเครียดมาก เครียดจริงๆ ไม่รู้จะทำยังไง

เรียนไปก็โดนทาย แล้วจะให้ทำยังไง

แต่ก็เหมือนกับโชคเข้าข้าง เมื่อนิยายเรื่องแรกได้ตีพิมพ์

และนั่นก็เป็นครั้งแรกที่เห็นแม่ยิ้มได้

แต่ใจเราซิร้องไห้ เพราะไม่รู้ว่าจะบอกกับแม่ยังไงเรื่องเรียน

จนสุดท้ายตัดสินใจบอก เพราะคิดว่ายังไงเค้าก็คงไม่โกรธ

" แม่หนูเรียนไม่ไหว หนูอยากย้ายมาเรียนที่บ้านเรา " 

น้ำตามากมายไหลออกมาดวงตาเลย เพราะรู้ว่าแม่คงหัวใจสลาย

แต่แม่ยิ้มแล้วเดินมากอด ลูบหัว แล้วพูดว่า

"ไม่เป็นไรลูก เรียนไม่ไหวก็กลับบ้านเรา"

วินาทีนั่นรู้แล้วว่าคนที่พร้อมจะให้อภัยเราเสมอคือใคร

คนที่พร้อมจะอยู่ข้างกายเราเสมอคือใคร

และคนที่รักเราเสมอคือใคร

ทั้งที่แม่หัวใจสลายไปแล้ว 

ความฝันที่จะได้เห็นลูกสาวคนนี้รับปริญญาในปีหน้าก็สลายไปด้วย

เราใช้เวลาปรับตัวกันอยู่นาน ในการกลับบ้าน

ตอนแรกพ่อก็ยอมรับไม่ได้ 

แต่เมื่อเห็นหนังสือทั้งสองเล่มของลูก พ่อกลายเป็นคนขายหนังสือไปเลย

ส่วนแม่จับหนังสือแล้วเอามาแนบอกว่านี่ของลูกนะ

ลูกสาวเป็นคนเขียน แกบอกใครๆแบบนี้

จนวันนี้...การกลับมาอยู่บ้านทำให้หนูสัมผัสได้หลายๆอย่าง

หนูรู้ว่าไม่มีที่ไหนอุ่นใจเท่าบ้านเราอีกแล้ว

ไม่มีใครให้ความรักเราได้ดีกว่าพ่อกับแม่แล้ว

หนูยังจำคำพูดของพ่อกับแม่ได้ดี

" ไม่ว่าลูกจะเป็นยังไง ประตูบ้านเปิดต้อนรับหนูเสมอ " 

ตอนนี้หนูอยู่ในบ้านแล้ว หนูจะอยู่ที่นี่ 

ที่ๆไม่มีใครทิ้งหนู เหมือนที่หนูจะไม่ทิ้งพ่อกับแม่ไปไหนอีก

I love you Mom & Dad

ถามว่าวันนี้ได้เป็นนักเขียน ได้เดินตามความฝันของตัวเองเพราะใคร

ก็ตอบได้เต็มหัวใจว่า "เพราะพ่อกับแม่" 

ไม่เชื่อคุณลองอ่านจุดเริ่มต้นบนเส้นทางนักเขียนของเหมี่ยวซิ

เรื่องสั้นทำดีเพื่อพ่อของเวปเด็กดีไงหล่ะ



//my.dek-d.com/mameowmeow/story/view.php?id=382043










Create Date : 12 สิงหาคม 2551
Last Update : 12 สิงหาคม 2551 22:34:31 น. 3 comments
Counter : 651 Pageviews.

 
เจ๊หลีตามมาให้กำลังใจค่ะ สู้ ๆ ทุก ๆ เรื่องนะคะ


ยินดีกับหน้องเหมี่ยวด้วยนะคะที่มีพ่อมีแม่น่ารักอย่างนี้


หลาย ๆ คนโหยหา ก็หาไม่ได้ค่ะ ....สงสารเด็กกำพร้าเนอะ ๆ


ว่าแล้วก็ขอแบ่งเค้กกล้วยหอมของคุณแม่ซักชิ้นได้ไม๊คะ อิ อิ


โดย: กิน ๆ เที่ยว ๆ วันที่: 12 สิงหาคม 2551 เวลา:19:49:03 น.  

 
ซึ้งจังค่ะ
ตัดสินใจถูกแล้วค่ะที่กลับบ้านมาอยู่ดูแลพ่อกับแม่
สิ่งที่คุณเหมี่ยวทำให้กับคุณพ่อและคุณแม่ในวันนี้ มีค่ามากกว่าใบปริญญาอีกค่ะ


โดย: OkeyLa วันที่: 12 สิงหาคม 2551 เวลา:19:51:50 น.  

 

มีแม่คนเดียวนี่นา
ไม่รักแม่แล้วจะให้ไปรักใคร จริงมั้ยครับ???


โดย: มิสเตอร์ฮอง วันที่: 12 สิงหาคม 2551 เวลา:23:38:21 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

กานท์ชญา
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add กานท์ชญา's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.