Group Blog
 
All blogs
 

นามบัตรส่วนตัว ฟรีสไตล์ไม่เหมือนใคร

หลักการทำมี 4 ขั้นตอน คือ

ขั้นแรก เตรียมวัตถุดิบให้พร้อม ได้แก่ รูปโลโก้หรือรูปวาด portrait ตัวเราเอง, ข้อมูลส่วนตัว และกรอบนามบัตร
ขั้นที่ 2 นำวัตถุดิบมาจัดเรียงในพื้นที่นามบัตรที่เรากำหนด
ขั้นที่ 3 ทำเครื่องหมาย corner mark ใช้เป็นแนวในการตัดเป็นชิ้นนามบัตร
ขั้นที่ 4 ก๊อบปี้เป็นหลายๆ ชุด แล้วนำมาเรียงในหน้ากระดาษ A4 แล้วจึงพิมพ์มาตัดเป็นชิ้นๆ

จากขั้นตอนหลักๆ เหล่านี้ ลองมาดูรายละเอียดวิธีการทำกัน

ขั้นแรก เตรียมวัตถุดิบให้พร้อม โดย

รูปที่ 1 เตรียมวัตถุดิบให้พร้อม

รูปโลโก้บริษัท แต่ในที่นี้เราจะทดลองทำนามบัตรส่วนตัวกัน ดังนั้นเราอาจจะเลือกใช้รูป portrait ที่วาดกันไปคราวที่แล้วมาแทนรูปโลโก้บริษัทก็น่าจะดูเป็นกันเองสมเป็นนามบัตรส่วนตัวดีนะ วิธีการนำเข้ามาใช้ในไฟล์ก็ copy แล้ว paste เลยก็ได้หรือจะใช้วิธีการแดรกแอนด์ดรอปจากไฟล์หนึ่งไปอีกไฟล์หนึ่งเลยก็ได้ ในที่นี้ทดลองทำเป็น 3 แบบ (ดูรูปที่ 1) โดยดัดแปลงจากรูปวาดคราวที่แล้ว แบบที่ 1 เป็นรูปวาดที่ตกแต่งรายละเอียดเพิ่มเติมให้ดูเหมือนไอคอน แบบที่ 2 คือรูปวาดหน้าเหมือนโดยตรง และแบบที่ 3 แบบลดทอนรายละเอียด แล้วคุณละ อยากทำแบบไหน

ข้อมูลที่จะใส่ในนามบัตร เช่น ชื่อ-นามสกุล, ตำแหน่งหน้าที่การงาน, ที่อยู่, เบอร์โทรศัพท์, เว็บไซต์ส่วนตัว, อีเมล์แอดเดรส เป็นต้น วิธีการทำก็ใช้เครื่องมือ Type Tool คลิ้กแล้วพิมพ์ได้เลย เราสามารถเลือกชนิดและขนาดของฟอนต์ได้โดยใช้ Character Palette ซึ่งเรียกดูได้โดยกดคีย์ Ctrl + T

รูปที่ 2 นำมาจัดเรียงในกรอบนามบัตร โดยเน้น จุดเด่นตามลำดับความสำคัญ

กรอบนามบัตรรูปร่างต่างๆ ตามต้องการ ไม่จำเป็นต้องเป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้าวางตามแนวนอนเสมอไปก็ได้ แต่อย่าลืมว่าต้องเป็นขนาดที่ยังพกใส่ในกระเป๋าสตางค์หรือที่เก็บนามบัตรได้ด้วย ขนาดโดยทั่วไปก็อยู่ที่ 9 x 5.5 ซ.ม. การกำหนดขนาดให้แม่นยำสามารถทำได้หลายวิธีด้วยกัน

วิธีแรก กำหนดขนาดตั้งแต่เริ่มสร้างรูปสี่เหลี่ยม โดยใช้เครื่องมือ Rectangle Tool คลิ้กบนพื้นที่ทำงานจะมีหน้าต่าง Rectangle ปรากฏขึ้นมาให้กำหนดขนาดแล้วคลิ้ก OK

วิธีที่ 2 กำหนดขนาดหลังจากสร้างรูปสี่เหลี่ยมไปแล้ว ให้ใช้ลูกศรสีดำคลิ้กเลือกรูปสี่เหลี่ยม แล้วพิมพ์ขนาดที่ต้องการใน Transform Palette ซึ่งเรียกดูได้โดยกดคีย์ Shift+F8

ขั้นที่ 2 นำวัตถุดิบมาจัดเรียงในพื้นที่นามบัตรที่เรากำหนดให้สวยงาม โดยจัดลำดับความสำคัญให้ถูกต้อง เช่น ชื่อเด่นกว่าอาชีพ, อาชีพเด่นกว่าที่อยู่ เป็นต้น คราวนี้ก็แล้วแต่ไอเดียของแต่ละคนแล้วค่ะ ในการจะนำมาจัดวางในรูปแบบไหน มีเคล็ดลับเล็กน้อย คือ ถ้าต้องการให้ดูเป็นขรึมๆ เป็นทางการสักนิด ก็ควรจะจัดเรียงให้เป็นระเบียบ อาจจะชิดซ้าย กลาง ขวา อย่างไรก็ได้ ขอให้เป็นระเบียบตรงแนวกันเป็นใช้ได้ แต่ถ้าต้องการให้ดูสนุก สดใส ก็ลืมกฎเกณฑ์เหล่านี้ซะ แล้วจัดระเกะระกะแบบตามใจฉันไปเลย (ดูรูปที่ 2)

รูปที่ 3 ทำเครื่องหมาย corner mark หรือแนวไดคัตสำหรับตัดเป็นนามบัตร
>
รูปที่ 4 นำมาเรียงลงหน้ากระดาษ A4 แล้ว จึงพิมพ์ออกมาตัดเป็นชิ้นนามบัตร

การจัดแบบที่ 1 และ 3 จัดแบบเป็นระเบียบ ใช้การจัดแบบชิดซ้ายใน Paragraph Palette (เรียกใช้ได้โดยกดคีย์ Ctrl+M) แต่แบบที่ 2 วิธีการทำค่อนข้างซับซ้อนเล็กน้อย คือ ทำการ Mask รูปใบหน้าที่ล้นเกินกรอบด้วยการคลิ้กเลือกทั้งรูปหน้า และรูปสี่เหลี่ยมที่เป็นกรอบนามบัตร โดยกดคีย์ Shift ค้างขณะคลิ้ก แล้วสั่ง Mask โดยกดคีย์ Ctrl+7 ข้อสำคัญคือ รูปสี่เหลี่ยมต้องอยู่ข้างหน้ารูปใบหน้าจึงจะทำ Mask ได้ ถ้ารูปสี่เหลี่ยมอยู่ด้านหลัง ให้คลิ้กเลือกรูปสี่เหลี่ยมแล้วกดคีย์ Ctrl+Shift+] เพื่อดึงให้มาอยู่ด้านหน้าสุดก่อนแล้วจึงสั่ง Mask

ขั้นที่ 3 ทำเครื่องหมาย corner mark หรือแนวสำหรับไดคัต ใช้เป็นแนวในการตัดเป็นนามบัตรรูปร่างตามที่เราต้องการ วิธีการทำคือ สร้างรูปสี่เหลี่ยมขึ้นมา 1 รูป ให้มีขนาดเท่ากับขนาดนามบัตรที่เราต้องการ แล้วคลิ้กเลือกเมนู Filter>Create>Trim Marks ซึ่งเป็นคำสั่งสำหรับสร้างเครื่องหมายกำหนดมุม (Corner Mark) ที่สามารถเคลื่อนย้ายและก๊อบปี้ ได้ จึงสามารถทำซ้ำเป็นหลายๆ ชุดในไฟล์เดียวกันสำหรับพิมพ์ออกมาตัดเป็นนามบัตรได้ทีละมากๆ

ขั้นสุดท้าย ทำการ copy แล้ว paste เป็นหลายๆ ชุด แล้วนำมาเรียงในหน้ากระดาษ A4 แล้วจึงพิมพ์มาตัดเป็นชิ้นๆ

เท่านี้ก็เป็นอันเสร็จเรียบร้อย ได้นามบัตรสุดเก๋แนว DIY (Do it yourself) ซะด้วย




 

Create Date : 06 กุมภาพันธ์ 2551    
Last Update : 6 กุมภาพันธ์ 2551 17:18:39 น.
Counter : 445 Pageviews.  

มาลองวาดหน้าตัวการ์ตูนด้วย illustrator กันเถอะ

1. เริ่มด้วยการวาดโครงหน้าก่อนโดยใช้เครื่องมือ Pen Tool



2.เริ่มวาดโครงหน้ากันเลยดีกว่าเลือก Pen Tool แล้วเอา Fill ออก เลือก Stroke ไว้




3. เมื่อวาดหน้าเสร็จแล้วเราก็มาวาดส่วนที่เป็นเส้นผมต่อ และส่วนหู






4. ขั้นตอนต่อไปเป็นการวาดส่วนที่เป็นส่วนที่เป็นโครงรูป ตา จมูก ปาก ก่อนแล้วค่อยใส่รายละเอียดทีหลัง




5. ขั้นตอนต่อไปเป็นการใส่สีให้กับใบหน้าและผม


6. ต่อไปเป็นการลงสีให้กับดวงตาและใส่รายละเอียดเพิ่มขึ้นพวก ขนตา กับ ดวงตา









7. จริงๆ แล้วเท่านี้ก็ได้หน้าการ์ตูนแล้วมาลองตกแต่งให้สวยขึ้นกว่านี้กันเถอะ โดยการใส่สีในส่วนต่างๆ ให้เกิดเงาของชิ้นส่วนต่างๆ ของภาพ




8. ขั้นตอนสุดท้ายเราก็มาใส่แว่นให้กับตัวการ์ตูน เพื่อเพิ่มรายละเอียดหรือจะไม่ใส่ก็ได้ตามใจชอบ เท่านี้หน้าตัวการ์ตูนของเราเท่านี้ก็เสร็จเรียบร้อย



ที่มา www.webthaidd.com




 

Create Date : 28 ธันวาคม 2550    
Last Update : 12 มกราคม 2551 17:00:49 น.
Counter : 426 Pageviews.  

สร้างอักษร 3 มิติ ด้วย Illustrator CS2 (อีกวิธีหนึ่ง)

หลายคนยังคงยึดติดกับ Illustrator 10 เนื่องจากประเด็นหลักๆที่สำคัญ คือ หนึ่งใช้กับฟอนท์ภาษาไทยรุ่นเดิมๆได้ไม่มีปัญหา สอง ทำงานได้รวดเร็ว กินแรมน้อยกว่า หลังจากที่ผมได้ลองเข้ามาสัมผัสซอฟแวร์ Illustrator CS 2 (จากเวอร์ชั่น 10) พบว่า นอกจากจะกินแรมมากขึ้น การสนับสนุนฟอนท์ภาษาไทยรุ่นเก่าก็ยังมีปัญหา แต่ได้มาซึ่งฟังก์ชั่นใหม่ๆที่ยืดหยุ่นมากกว่าเดิม คือถ้ามันกินแรม น้อยลงกว่านี้หน่อยคง จะน่ารักกว่านี้หลายเท่าตัวครับ

จากฟังก์ชั่นใหม่ๆหลายคำสั่ง เราไปเจอคำสั่งในการสร้างงาน 3 มิติ ที่เพิ่มเข้ามา ช่วยให้คุณสามารถสร้างตัวหนังสือ หรือ โมเดลง่าย ๆ ที่ไม่ซับซ้อน ซ่อนเงื่อน อย่างสบายๆ และน่าจะเป็น 1 ในฟังก์ชั่นใหม่ที่เขมือบพื้นที่แรมของคุณไปโดยไม่รู้ตัว

มาถึงวิธีการ ให้คุณเปิดโปรแกรม Illustrator CS2 (แนะนำให้ใช้แทน CS1 เนื่องจากสนับสนุนฟอนท์ภาษาไทยแบบ Unicode ได้เลย) แล้วทดสอบด้วย การพิมพ์ข้อความอะไรก็ได้ เพื่อสร้างอักษร 3 มิติที่ว่านี้กัน




พิมพ์เสร็จแล้ว ไปที่เมนู Effect > 3D > Extrude & Bevel เพื่อปรับให้อักษรยืด...ปูดออกไปเป็นลักษณะ 3 มิติ


หน้าต่าง Option จะปรากฏกายขึ้น ตรงรูปกล่องสี่เหลี่ยม จะเป็นตัวแทนของโมเดล 3 มิติ ในมุมมองต่างๆ คุณสามารถ เอาเมาส์ลากเพื่อบิดกล่อง ในมุมต่างๆได้ 360 องศา ติ๊กช่องตรง Preview จะได้เห็นภาพกับอักษรที่คุณพิมพ์มาดูด้วย


ตรงค่า Extrude & Bevel เป็นการปรับค่าความนูนของวัตถุ ค่ายิ่งเยอะ ยิ่งนูน ยิ่งยื่น ส่วนค่า Bevel สามารถกำหนดคุณลักษณะ ของขอบวัตถุได้ด้วย ขณะที่ Surface จะเป็นการปรับลักษณะพื้นผิวการสะท้อนเงากระทบไปที่วัตถุ ว่าจะให้เป็นแบบไหน


หากคุณกดที่ปุ่ม More Option จะมีลักษณะเพิ่มเติมมาให้คุณ ปรับค่ากันได้อีก ไม่ว่าจะเป็น....



Light Intensity: ความเข้มของแสงที่ตกกระทบกับวัตถุ
Ambient Light: พื้นที่แสงที่กระจายในตัววัตถุ
Highlight Intensity: ส่วนที่สว่างที่สุดของแสง
Highlight Size: ขนาดของจุดแสงที่สว่างที่สุดในวัตถุ
Blend Step: ระดับความกลมกลืนของแสง
Shading Color: กำหนดค่าสีของเงา

ให้ดูภาพประกอบด้านล่าง หลังจากการกำหนดคุณสมบัติของแสง เพิ่มเติมเข้าไป





นอกจากนี้ ยังมีความสามารถในการ Map ภาพเข้ากับวัตถุสามมิติได้อีก แหม..มันเก่งจริงๆ ให้คุณกดปุ่ม Map Art เพื่อเลือกภาพมาปะกับพื้นผิวด้านต่าง ๆ ของวัตถุนั่นเอง ซึ่ง adobe ได้เตรียม Symbol สำเร็จมาให้คุณเลือกใช้พอหอมปากหอมคอ


หลังจากที่คุณเมามันกับการปรับค่าต่างๆ เสร็จเรียบร้อย คุณก็สามารถนำมันไปประยุกต์ตกแต่งกับ องค์กระกอบกราฟฟิคดีไซน์ต่าง ๆ ได้ตามต้องการ อ้อ...ลืมแถมอีกนิด ถ้าคุณต้องการกลับไปแก้ไขข้อความ 3 มิติอีกครั้งให้เปิด วินโดว์ Appearance จากเมนู Window ด้านบน และคลิกที่ตัวที่วัตถุ แล้วดับเบิลคลิกชื่อ 3D Extrude & Bevel ในหน้าต่าง Apperarance



ที่มา www.webthaidd.com




 

Create Date : 28 ธันวาคม 2550    
Last Update : 12 มกราคม 2551 17:02:05 น.
Counter : 466 Pageviews.  


thekopites
Location :
สมุทรปราการ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




You'll Never Walk Alone
Friends' blogs
[Add thekopites's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.