my business lesson#1
บทเรียนแรกของการทำธุรกิจนั่นคือ

ถ้าเราคิดว่าจะทำร้านกาแฟ หรือร้านไอศครีม
สิ่งที่เราต้องดูก่อนเลยนั่นคือ
จะขายที่ไหน
จะขายให้ใคร
เงินลงทุนและจุดคุ้มทุนเป็นเท่าไร
ความเป็นไปได้หลังจากทำการศึกษา

อย่างที่บอกคำว่าจะขายที่ไหนนั้นสำคัญ เป็นเรื่องของการเลือกทำเลให้เหมาะกับสินค้าที่เราจะนำไปขาย
การไม่ศึกษาให้ดี กระโดดเข้าใส่โดยไม่คิดให้รอบคอบ
ใช้ใจอย่างเดียว และสุดท้ายแพรก็ได้เรียนรู้...เป็นบทเรียนของสนามจริง เจ็บจริงเลยทีเดียว

เราควรรู้เรื่องราวและมีความชำนาญในตัวสินค้าที่เราจะขายเป็นอย่างดี
ก็เมื่อเราจะทำอะไรแล้ว เราควรมีความชำนาญในสิ่งนั้นๆ
แพรใช้ความชอบ และความตั้งใจอย่างเดียว ไม่วางแผนก่อนสำหรับการทำร้านกาแฟ
จริงๆ แพรควรศึกษาตลาด ศึกษาวิจัยว่ากลุ่มลูกค้าเราจะเป็นใคร
เมื่อแพรเข้ามาสัมผัสจริงกับธุรกิจนี้ และมองเห็นเพื่อนร่วมธุรกิจในทิศทางเดียวกันก็คือ
ไม่มีใครสร้างกำไรมากนักกับธุรกิจนี้

สิ่งที่ได้เรียนรู้อีกอย่างนั่นก็คือ ชา กาแฟ ขนมเค้ก อาหารฝรั่ง และของกินเล่นจำพวกนี้
ไม่ได้เป็นวิถีชีวิตของคนไทย คนไทยกินเพื่อค่านิยมเป็นส่วนใหญ่ หรือกินเป็นครั้งคราว
จะมีคนทำงานส่วนมากที่ดื่มกาแฟ เพราะต้องการให้ทำงานต่อไปได้ (ง่วงนอนนั่นเอง)
และใน กทม. ก็มีร้านดังๆ เฟรนส์ไชน์จำนวนมากเป็นคู่แข่ง เป็นทางเลือกที่ดีกว่าให้กับลูกค้าเราอีกด้วย
ก็ในเมื่อแพรวิเคราะห์ว่า การดื่มชา กาแฟ เพราะความชื่นชอบจริงๆ มีไม่มาก
แต่คนที่บริโภคเพื่อค่านิยมมีจำนวนมาก

อย่างที่เมื่อก่อนแพรคิดในใจว่า แพรจะเลือกกินร้านกาแฟเฟรนไชน์
หรือว่าร้านที่เปิดโดยเจ้าของเองกันแน่
คำตอบก็คือเฟรนส์ไชน์
ที่น่ากลัวอีกอย่างของตลาดชากาแฟเมืองไทยนั่นก็คือ พวกกาแฟรถเข็นข้างถนนก็เป็นคู่แข่งที่สำคัญอีกเหมือนกัน
คนไทยโดยเฉลี่ยแล้วมีรายได้ไม่สูงนัก และประเทศเราไม่ได้โตมากับการดื่มชากาแฟ
ผู้บริโภคจึงเลือกราคาก็ถูกกว่า และสะดวก รสชาติไม่ต่างกันมากนัก

ดังนั้นการจะเลือกทำเล แพรแนะนำว่าควรเลือก ทำเลติด office และมีคนผ่านไปมาเยอะ
ไม่จำเป็นต้องลงทุนกับร้านแพง ถ้าสำรวจจากราคาเซ้งร้านกาแฟ จะลงทุนไม่เกิน 300,000 บาทและได้อย่างดีด้วย


คำถามตามมาก็คือจะขายให้ใคร
ถ้าสังเกตุวิถีชีวิตของนักศึกษาจะเห็นว่า พวกเขาส่วนมาก
นอนดึก ตื่นสาย ไปเดินห้างกับเพื่อน
ไปติว ไปดูหนัง เล่นเกมส์ และนอน นอกจากนั้นก็ไปเรียน
เพราะฉนั้นร้านกาแฟ หรือร้านนมจึงเจาะกลุ่มลูกค้าเหล่านี้ได้น้อย
(การลงทุนของเราสูงจนเกินไปด้วย)

กำลังซื้อของเขามีแค่ไหน
นักศึกษา น่าจะมีรายได้ ประมาณ 3,000 - 10,000 บาท
และเชื่อสิ รายจ่ายหลักของพวกเขาไม่ใช่ค่ากินแน่ๆ
เพราะวัยนี้เป็นวัยของการเรียนรู้อะไรใหม่ๆ
การลองโน่นลองนี่ เที่ยวเล่นกับเพื่อน

จากประสบการณ์ ลูกค้าหลักเป็นนักศึกษา
สิ่งที่เราคาดหวังไว้คือ เขาจะมากินกาแฟ อ่านหนังสือ
ทำการบ้าน ทำรายงานเล่น internet กันทุกวันตอนเย็น
แต่คิดผิด สมมติฐานที่ตั้งไว้ไม่เป็นจริง
เด็กส่วนมาก รวมทั้งแพรเองเมื่อตอนเป็นนักศึกษา
จะอ่านหนังสือทำการบ้านอย่างเคร่งเครียดก็เมื่อใกล้จะสอบเท่านั้น
แต่สิ่งที่เขาต้องการนั่นคือ อาหารเย็นที่พวกเขาต้องกินทุกวัน
และจำเป็นต้องจ่ายเงินส่วนนี้มากกว่าค่ากาแฟ

นี่คือชีวิตจริง!

การที่เราไม่ศึกษาตลาดและลงมือทำ แล้วค่อยๆ ตามแก้ปัญหาที่เกิดขึ้น
ทำให้เราเหนื่อย และการจัดการในร้านที่ไม่ดี ก็จะส่งผลต่อปัญหาอีกมาก
ยิ่งเมื่อเราไม่ได้มีเวลาที่จะดูแลมันได้อย่างเต็มที่ เนื่องจากทำงานประจำแล้วด้วย
เราจำเป็นต้องวางระบบในการจัดการให้ดี

เรื่องของค่าใช้จ่าย จุดคุ้มทุน ของการลงทุนถือเป็นเรื่องสำคัญมาก
เพราะเป้าหมายหลักอีกอย่างหนึ่งของการทำธุรกิจคือผลกำไร
เรื่องนี้ควรทำก่อนลงมือทำธุรกิจ เนื่องจากเราควรประมาณการได้ในตอนต้นก่อน
ว่าเงินที่เราจะลงทุนนั้นมันคุ้มค่าหรือไม่

แพรเองได้คำนวณเหมือนกัน แต่ว่านั่นเป็นหลังจากที่แพรลงทุนทำร้านไปแล้ว
แพรไม่ได้มองระยะยาวของธุรกิจว่า
ด้วยทำเลที่ตั้งมันมีจุดบอดคือช่วงปิดเทอมจะไม่สามารถขายได้
และค่านำ้ ค่าไฟ ค่าที่
ค่าพนักงานก็เป็นต้นทุนคงที่ที่เราต้องจ่ายมันไปไม่ปิดเทอมไปตามลูกค้า
และความต้องการที่แท้จริงของลูกค้า มากกว่าความฝันเล็กๆในใจเราเอง

สุดท้ายการทำธุรกิจกาแฟ ไม่ได้เป็นไปไม่ได้
แต่ว่าเราควรศึกษาข้อมูลก่อนการลงทุนให้ดี

ทุกอย่างเกิดขึ้นมาแล้วล้วนดีเสมอ
ธุรกิจนี้เป็นบทเรียน บทแรกและราคาแพงของแพร
ที่แพรจำเป็นที่จะต้องเรียนรู้และปิดข้อผิดพลาดที่เคยเกิดขึ้นให้ได้
ไม่มีใครสามารถเข้าใจได้ดี เท่ากับคนที่ลงมือทำมันหรอกค่ะ



Create Date : 07 มกราคม 2555
Last Update : 7 มกราคม 2555 11:47:12 น.
Counter : 247 Pageviews.

0 comment
I will come across it.
Dear Me,

Today i got a negative comment on my writing.
The comment said "i called it's part time job but i did it full time."
i would say no because in that time i did it for a part time
but okay yes i later did it full time.

As i have been writing and i try to avoid all negative thoughts
that i would face during that period of life because my purpose of writing is
just want to share experiences to other people who never have it
and i just thought it might be useful for someone as i thought
i was looking for some of this information before i went there too.

I don't blame it on that person as i realize, in this world that kind of
that person who never give damn benefit to anybody but ruin them never exist.

I assume that kind of this person might have been a tough time
and surround with negative persons in their life.
Also, i could imagine how bad life they have.

One thing i have leant from this comment is
everyone have their point of view, they have their dream,
the life that they want.

I could just stand still doing what i have to do every day
until the end of my life and i just keep believing that some dream
couldn't be real just because where i was born doesn't give me
enough resource to achieve or what ever other people put their
can not attitude on me.

But so sorry, it isn't me. I am better than that!

From now on, I will keep going to where i want to be and come across
every obstacle, thing that discourage me.

The last important thing is i won't do this to anybody.
I will support them whatever they want to be and it doesn't aganist anybody right.

I will be the change i want to see in this world.

Life is too short to live it in someone life.

Keep smiling,
Me

P.S. Thanks for all positive and support comment which light my energy up.
Thank you very much. You are all mean a lot to me.



Create Date : 28 ตุลาคม 2554
Last Update : 28 ตุลาคม 2554 21:53:01 น.
Counter : 138 Pageviews.


ungkana_k
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]