Do you believe in destiny..... !?
Group Blog
 
All Blogs
 

บ้านเทียนหอม ... รีสอร์ทตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง

นับเป็นความบังเอิญจริงๆ ที่ได้ค้นพบรีสอร์ทแห่งนี้ เนื่องด้วยความที่ จขบ. เป็นคนที่ติดกาแฟมากๆ คือจะต้องได้ดื่มทุกวันไม่เว้นวันหยุดราชการ ขากลับจากบ้านอ้อมกอดขุนเขาก็เห็นป้ายรีสอร์ทแห่งหนึ่ง อันมีชื่อว่า "บ้านหอมเทียน" แล้วก็มีป้ายติดว่ามีกาแฟสด 555 เลี้ยวเข้าไปทันที





หลังจากที่เข้าไปสั่งกาแฟเรียบร้อยแล้วเราก็พบว่าที่นี่น่าสนใจกว่าที่คิด เพราะหลังจากที่เราได้พูดคุยกะพี่เอ๋ (เจ้าของรีสอร์ทสุดเซอร์ แต่น่ารักสุดๆ) เราก็พบว่าคุณพี่แกทำเทียนขายค่ะ ถ้าใครที่ชอบเทียนหอมอโรมา น่าจะเลยใช้และอาจจะคุ้นๆ ตา เพราะพี่เค้ามีขายที่จตุจักร ส่งออกนอกประเทศเพื่อนำรายได้เข้าประเทศ และยังส่งขายตามร้านชื่อดัง เช่น Habitat อีกด้วย









หลังจากเทียนหอมที่เป็นรายได้หลักแล้ว พี่เค้าก็เลยนึกครึ้มอยากทำรีสอร์ทเพื่อเป็นแหล่งรวมเพื่อนค่ะ (เห็นพี่เอ๋ว่างั้น เพราะว่าทุกคนที่มาที่นี่กลายเป็นเพื่อนพี่เอ๋ไปหมด ขนาดเราไปอยู่แค่ 2 ชม. ยังเหมือนรู้จักพี่เอ๋มานานเลย 555)

ที่นี่มีแค่ 5 หลังเท่านั้น ราคาคืนละ 800 บาท / คืน ทำเองทุกอย่างตั้งแต่สร้างบ้าน ตกแต่งบ้าน ตกแต่งรีสอร์ท ทำถนนในรีสอร์ท ปลูกผักไว้ให้คนที่มาพักกิน







บรรยากาศของบ้านแต่ละหลังก็จะแต่งต่างกันออกไป ตามแต่ไอเดียที่ลงมือสร้างในขณะนั้น แต่คุณจะได้บรรยากาศที่เป็นธรรมชาติสุดๆ ไม่มีเครื่องปรับอากาศ ห้องน้ำออกแนว Open Air และในอนาคตกำลังมีโครงการจะติดเครื่องทำน้ำอุ่นค่ะ เพราะได้ยินมาว่าหน้าหนาวที่ อ.สวนผึ้งอยู่ที่ 11 องศา แต่ที่นี่เน้นที่นอน + เครื่องนอนคุณภาพดีค่ะ และอาหารคุณภาพดีค่ะ











ลูกค้าส่วนใหญ่ของที่นี่จะเป็นศิลปิน นักแต่งเพลง นักเขียน และชาวต่างชาติค่ะ เพราะบรรยากาศโดยรวมเหมาะกับการนั่งเขียนหนังสือ หรือไม่ก็วาดรูปค่ะ









มาดูบรรยากาศของบ้านหลังอื่นๆ กันค่ะ














อันนี้เป็นเหล็กเส้นตามหลักเศรษฐกิจพอเพียงค่ะ (จริงๆ แล้วเป็นไม้ไผ่นั่นเอง)





นี่เป็นรูปของบ้านหลังใหญ๋สุดค่ะ ห้องกว้างที่สุด มีระเบียงพร้อมโต๊ะอาหารเหมือนร้านอาหารเลยล่ะ มีห้องน้ำกว้างขวาง แถมเห็นวิวภูเขาสวยมากๆ






















บริเวณที่เป็น Reception ค่ะ






น้องหมาเจ้าถิ่นค่ะ ชื่อน้องแน็กซ์ (หมาของพี่เอ๋ค่ะ)




ใครสนใจไม่ว่าจะเป็นที่พัก เทียนหอม หรือเจ้าของที่พักก็เชิญติดต่อได้ตามเบอร์ติดต่อด้านล่างค่ะ




 

Create Date : 04 มิถุนายน 2550    
Last Update : 4 มิถุนายน 2550 18:27:32 น.
Counter : 3873 Pageviews.  

ไปพักที่บ้านอ้อมกอดขุนเขามาจ้า

วันนี้จะมานำเสนอพี่พัก น่ารักสุดๆ เลยค่ะ ไกลกรุงเทพฯ นิ้ด....เดียว

ทริปนี้ของเราเป็นทริประยะสั้นค่ะ แค่ 2 วัน กะอีก 1 คืนเท่านั้น (ไปมาเมื่อวันที่ 2 - 3 มิ.ย. 50) เพราะอยากไปอยู่เงียบๆ อ่านหนังสือ และหาที่นอนสบายๆ แต่ปรากฎว่าไม่ได้อ่านหนังสือเลยซักหน้า เพราะมัวแต่ถ่ายรูปที่พักอยู่ ก็เลยอยากเอามาฝากกัน

รีสอร์ทนี้มีนามว่า "อ้อมกอดขุนเขา" อยู่ในอำเภอสวนผึ้ง จังหวัดราชบุรีค่ะ ห่างจากกรุงเทพฯ ร้อยกว่ากิโลฯ เท่านั้นเอง ถนนหนทางดีมาก ขับรถง่ายค่ะ



ระหว่างทางเจอฟาร์มสุนัขพันธุ์ "French Bulldog" และ "Beagle" เลยแวะเข้าไปดูซะหน่อย





ถึงแล้วๆ บ้านอ้อมกอดขุนเขา



ตรงนี้เป็นส่วนของ Reception ค่ะ



พอไปถึงก็จะมีพนักงานมาคอยต้อนรับคุณถึงประดูรถเชียงแหละ พาเดินไปลงทะเบียนเข้าพัก ณ บริเวณ Reception พร้อมกับเสริฟ Welcome Drink ที่เป็นน้ำสับปะรดคั้นสดๆ อร่อยมากๆ จากนั้นพนักงานก็จะพาไปยังบ้านหลังที่เราจองไว้ (น้องคนที่พาเราไปบ้านพักชื่อน้องมะนาวค่ะ น้องหน้าตาน่ารักมาก)

บ้านที่เรามาพักชือ "บ้านไข่ดาว" ค่ะ และก็เป็นความบังเอิญมากๆ ที่เราได้มาพักที่นี่เป็นคนแรกของบ้านนี้ เพราะตอนที่โทรมาจองห้องพักเต็ม เจ้าของที่นี่เค้าก็เลยเปิดบ้านนี้ให้เพราะเพิ่งตกแต่งเสร็จ เรียกได้ว่ามาประเดิมเลยค่ะ

นี่ค่ะ บ้านไข่ดาวของเรา







บ้านหลังนี้จะแต่งต่างจากบ้านหลังอื่นค่ะ เพราะต้องเดินจากดาดฟ้าบ้าน ลงบันไดไปสู่ห้อง แต่หลังอื่นๆ ถ้าจะเดินเข้าห้องก่อน แล้วจะมีบันไดขึ้นสู่ดาดฟ้า





ในห้องจะมีสมุดให้เขียนถึงรีสอร์ทค่ะ แต่เราพักเป็นคนแรก เลยไม่ได้อ่านของคนอื่นๆ เลย นอกจากเจ้าของรีสอร์ทมาเขียนต้อนรับเรา



ห้องพักที่รีสอร์ทนี้จะมีเตียงนอนหนานุ่มน่านอน มีห้องน้ำที่ไม่มีประตู มีระเบียงให้นั่งชมวิวขุนเขาของสวนผึ้งค่ะ













ข้างๆ เตียงนอนจะเป็นห้องแต่งตัว



ระเบียงชมวิว



หลังจากถ่ายรูปจนหนำใจ ออกไปร้องคาราโอเกะค่ะ ที่นี่มีห้องคาราโอเกะที่เครื่องเสียงดีที่สุดในสวยผึ้ง ค่าบริการคนละ 100 บาทเท่านั้น (เป็นห้องรวม แต่ไม่ค่อยมีคนใช้บริการค่ะ) ร้องกันตั้งแต่ 4.30 - 6.00 น. ก็ได้เวลากินค่ะ เราได้สั่งไว้ตั้งแต่มาถึง เพราะกลัวนาน อาหารที่สั่งไว้ก็มี "ปลาหลงอวน, หมูป่าผัดเผ็ด และเขียวหวานห่อไข่"



พออิ่มแล้วก็ได้เวลาเก็บภาพบรรยากาศของบ้านไข่ดาวยามค่ำมาฝากกันอีกรอบ













บรรยากาศโดยรวมของบ้านอ้อมกอดขุนเขาค่ะ











ถ้าสนใจที่จะไปพักที่นี่ขอแนะนำให้จองล่วงหน้าค่ะ เพราะจะมีลูกค้าจองพักล่วงหน้าเยอะมาก ศุกร์ - เสาร์ เต็มแน่ๆ
เข้าไปดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่นี่ค่ะ //www.baanaomkodkunkao.com/




 

Create Date : 04 มิถุนายน 2550    
Last Update : 4 มิถุนายน 2550 16:54:49 น.
Counter : 805 Pageviews.  

ฟ้าใส...ทรายสวย ณ หมู่เกาะสุรินทร์

อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสุรินทร์ ดินแดนในฝัน.....

เย้! ในที่สุดก็ถึงซะที วันที่เราจะได้ไปเที่ยวทะเลในฝัน หลังจากนั้งฝั้นผ่านรูปในเน็ตมาตั้งนาน

อันที่จริงการเดินทางมันเริ่มต้นมาประมาณ 2 อาทิตย์แล้วล่ะ เริ่มจากการหาข้อมูลต่างๆ นาๆ โทรถาม + โทรจองให้วุ่นวายไปหมด รวมไปถึงการลาพักรอ้น เคลียร์งานที่เข้ามาในวินาทีสุดท้าย

Plan ของ Trip นี้ก็เป็นรูปเป็นร่างขึ้นมาด้วยโปรแกรม 5 วัน 4 คืน ออกเดินทางวันอาทิตย์ที่ 26 ก.พ. 49 เวลา 19.05 น. ด้วยรถโดยสารประจำทางของบริษัท ลิกไนต์ทัวร์ ซึ่งคาดว่าจะไปถึง อ.คุรุบุรี อันเป็นจุดหมายปลายทางของการเดินทางโดยรถทัวร์ ประมาณ ตี 4 - ตี 5 ซึ่งจะมีคนจากบริษัทเรือที่เราติดต่อไว้

ไว้ติดตามตอนต่อไปหลังจากไปถึงเกาะแล้งดีกว่า น่าจะสนุกกว่านี้เยอะเลย อ้อ!! ลืมบอกไปอย่างนึง เราเคยอ่านหนังสือเจอ "สามสุดยอดของหมู่เกาะสุรินทร์" คือ "นกชาปีไหน ฉลามวาฬ และกระเบนราหู" และ "สี่ต้องเห็น" ได้แก่ "ลิงกัง ปลาการ์ตูน เต่าทะเล และกุ้งมังกร" ได้แต่หวังว่าจะได้เห็นกะเค้าบ้าง ซัก 3 อย่างจาก 7 อย่างก็ยังดีเนอะ



วันที่ 1

วันแรกที่มาถึงเกาะ เรือใหญ่ที่นั่งมาจะมาจอดห่างจากฝั่งออกไป แล้วก็มีเรือหางยาวของอุทยานแห่งช่าติมารับ โดยแยกเรือออกเป็น 2 เส้นทาง คือสำหรับคนที่มาพักบนอ่าวช่องขาด และสำหรับคนที่มาพักบนหาดไม้งาม ซึ่งที่พักของเราอยู่ที่หาดไม้งามนั้นเอง (เลือกหาดไม้งามเพราะเพื่อนบอกมาว่าอยู่นี่ดีกว่า)
หลังจากที่เรือมาส่งแล้ว จะต้องเดินเท้าอีก 200 เมตร เพื่อข้ามไปอีกฟากหนึ้งของหาด ซึ่งเป็นสถานที่กางเต้นท์ และเป็นที่ตั้งของที่ทำการอุทยานฯ ด้วย เมื่อมาถึงเราจะต้องมา Check in ณ เพื่อให้เจ้าหน้าที่พาเราไปที่เต้นท์ ซึ่งจะมีกางไว้รอรับนักท่องเที่ยวอยู่แล้ว โดยราคาจะแบ่งออกเป็น เต้นท์ใหญ่ราคาคืนละ 450 บาท เต้นท์เล็กราคาคืนละ 300 บาท ชุดเครื่องนอน 60 บาท / 1 ชุด / คืน (มีหมอน + ที่นอน + ผ้าปูที่นอน + ผ้าห่มอย่างดี) และถ้าจะกินอาหารที่ทางอุทยานจัดไว้ให้เป็นชุด ก็จะต้องสั่งที่นี่เลย หรือไม่ก็ต้องสั้งกินเป็นจานๆ ตามเมนูที่ทางร้านค้าของสวัสดิการ ซึ่งมีข้อดีและข้อเสียต่างกันออกไป
ของทุกอย่างที่ขายบนเกาะจะต้องซื้อด้วยคูปอง ซึ่งก็ซื้อได้ ณ ที่ทำการอุทยานเหมือนกัน รวมไปถึงการจองทริปไปดำน้ำด้วย ซึ่งจะต้องจองวันต่อวัน โดยแบ่งเป็นรอบเช้า และรอบบ่ายอ โดยจะไปที่ไหนบ้างจะมีบอกไว้เป็นรอบๆ ไป
แต่วันแรกที่มาถึง เราเลือกที่จะพักมากกว่า หลังจากจัดที่นอนเรียบร้อยแล้วก็ได้แต่นั่งมองทุเลเฉยๆ เพราะอากาศร้อนเกินจะหลับลง และการผจญภัยจริงๆ ก็ยังไม่เริ่มขึ้น 555


ตอนนั่งเรือไปเกาะค่ะ น้ำใสมากๆ




เต้นท์ที่เราเลือกค่ะ + จัดเสร็จแล้ว





หาดไม้งาม








การเริ่มต้นของการผจญภัยเริ่มต้นในวันที่ 2 ที่มาถึงเกาะต่างหาก โดยเช้าวันนี้ไปจองทริปดำนำไว้ จะไปที่อ่าวผักกาด กับเกาะตอลินลา หรือ เกาะไข่ ซึ่งที่อ่าวผักกาดเราก็ได้เจอกับปลาฉลามที่ไม่แน่ใจว่าเป็นพันธุ์อะไร รู้แต่ว่ามันมีครีบสีดำ และไม่กินคน (พี่ๆ เจ้าหน้าที่บอกมาอ่ะ)
ส่วนรอบบ่ายก็ไปอีก 3 ที่ คือ อ่าวสุเทพ อ่าวมังกร และเกาะปาจุมบา
วันที่ 3 ตอนเช้าไป 3 ที่คือ อ่าวเต่า อ่าวแม่ยาย และหินกอง ซึ่งเราเรียกว่าเป็นไฮไลน์เลยของการดำนำตื้นเลย เพราะว่าในเวลา 2 ชม. กับ 3 อ่าว ได้เจอทั้งฉลามพันธุ์เดิมที่เจอเมื่อวาน เต่าทะเล กัลปังหา และปลาทะเลสวยๆ อีกเพียบ ส่วนตอนบ่ายไปอีก 2 จุด คือ เกาะสต็อค และอ่าวจาก พี่ๆ ที่อุทยานฯ บอกว่าเป็นจุดที่นักท่องเที่ยวชอบมากๆ เพราะถ้าโชคดีเราจะเจอฉลามวาฬ แต่ท่าทางเราจะไม่มีโชคแฮะ เพราะนอกจากจะไม่เจออะไรแล้ว บ่ายนี้น้ำยังแรงมาก ว่ายน้ำซะเหนื่อยเลย แต่โดยรวมๆ แล้วถือว่าเป็นสถานที่ๆ เหมาะแก่การดำน้ำตื้นมากๆ สมกับที่รอคอยมานานจริงๆ


นีโม่





เรือที่นั่งไปดำน้ำเป็นเรือหางยาวแบบนี้





น้ำทะเลที่นี่ใสมากๆๆๆๆ








ท้องฟ้า...ก็เป็นสีฟ้า



ทะเลสวยๆ ถ่ายจากหน้าหาดไม้งาม







วันที่ 4 วันสุดท้ายของการอยู่บนเกาะ ได้แต่นั่งเล่น นอนเล่น พักเอาแรงก่อนที่จะเดินทางกลับในเช้าวันพรุ่งนี้ ตอนแรกกะว่าจะไปหมู่บ้านมอร์แกน แต่พี่ๆ เจ้าหน้าที่บอกว่าตอนนี้วิถีชีวิตของชาวบ้านเปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก หลังจากเหตุการณ์สึนามิเมื่อปลายปี 47 ที่ผ่านมา ความน่าสนใจเลยหายไปกว่าครึ่ง ทำให้เราเปลี่ยนใจมานั่งอ่านหนังสือ เขียนบันทึก เขียนโปสการ์ด

สิ่งที่อยากแนะนำให้เอาไปก็คือ ครีมกันแดด (สำหรับคนที่กลัวแดดนะ) เอาแบบ SPF สูงๆ หน่อย เพราะแดดแรงมาก ดำแบบไม่รู้ตัวเลยล่ะ ส่วนเรามี option เสริม คือเสื้อกัน UV น่ะ (แบบว่าดำง่ายงัย และกลัวจัด) อ้อ อีกอย่างนะก็คือ fin งัย สำหรับคนที่ใช้เป็นนะ มันจะทำให้เรามีความสุขกับการว่ายไปมา ชมเหล่าปลาสวยงามมากเลย เพราะที่อุทยานไม่มีให้เช่า (แต่ที่ฝั่งเค้ามีให้เช่านะ) แต่เราโชคดีที่ไปถาม พี่เจ้าหน้าที่เค้าก็เลยเอาของเค้าให้ใช้น่ะ เลยถือโอกาสจองทุกทริปเลย 555


ทะเลสวยๆ อีกแล้วค่ะ





มีเรือคายัคให้เช่าด้วย ราคาไม่แพง น้ำนิ่งๆ แบบนี้พายง่ายมากเลยล่ะ




ป้ายต่างๆ ที่อยู่บนเกาะล่ะ (จริงๆ มีเยอะกว่านี้)








อาหารมื้อสุดท้ายบนเกาะค่ะ








นั่งเรือกลับแล้วนะ Bye Bye เกาะสุรินทร์




 

Create Date : 29 พฤษภาคม 2550    
Last Update : 4 มิถุนายน 2550 18:44:35 น.
Counter : 336 Pageviews.  


iamnat
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




+ เป็นผู้หญิงธรรมดา ที่ตอนนี้ติดอยู่บนตึกสูงย่านสาทร
+ รักการอ่านเป็นชีวิตจิตใจ (โดยเฉพาะนิยาย)
+ รักสัตว์ด้วยนะ (แต่ไม่รักเด็กอ่ะ)
+ ชอบดู Serie และ Reallity Show
http://i236.photobucket.com/albums/ff4/kukkai81/icons%20nember%20%202/furifuri2.gif
Friends' blogs
[Add iamnat's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.