Group Blog
 
All Blogs
 

Gorilla Workshop

ได้มีโอกาสเข้าไปร่วมการสัมมนาเชิงปฏิบัติการเกี่ยวกับการจัดการเรียนการสอนชีววิทยา และก็เกี่ยวกับทฤษฎีวิวัฒนาการ ซึ่งก็เป็นหัวข้อที่กำลังเป็นประเด็นที่ร้อนแรงอยู่ในขณะนี้ ก่อนที่จะพูดถึงความรู้ที่ได้ มาดูภาพนี้กันก่อน


ภาพที่เห็นคือภาพสเก็ตหัวกะโหลกของกอริลล่าตัวผู้ ซึ่งจากข้อมูลที่ได้ เราสามารถลงข้อสรุปได้หลายอย่างกี่ยวกับสัตว์ชนิดนี้
พิจารณาจาก ขนาดของกะโหลกเราสามารถบอกขนาดตัวของมันได้ ก้านสมองบอกได้ถึงลักษณะการทรงตัวว่า ขนานไปกับพื้นดิน หรือ เดินตัวตรง
สัดส่วนของฟันจะบอกถึงการหาอาหาร การกิน
ฟันที่พบก็จะมีฟันตัด ฟันฉีก แล้วก็ฟันบด หรือ ฟันกราม




 

Create Date : 17 กันยายน 2549    
Last Update : 17 กันยายน 2549 2:43:32 น.
Counter : 119 Pageviews.  

วิทยาศาสตร์ไม่ได้เป็นอิสระจากค่านิยมและความเชื่อของสังคม

บรรทัดฐาน ค่านิยม ความเชื่อ วัฒนธรรม ล้วนแต่ส่งผลต่อวิทยาศาสตร์ทั้งนั้นแม้แต่การทำงานของนักวิทยาศาสตร์เองก็ยังมีอิทธิพลมาจาก มุมมอง กระบวนทัศน์หรือ Paradigm ประสบการณ์ ความเชี่ยวชาญ เพศ อายุ
ดังนั้นวิทยาศาสตร์วันนี้จึงไม่ได้มีความเป็นปรนัย (Objective) ดังที่เราเชื่อกันมาแต่ก่อน
แต่มีความเป็น อัตนัย ( Subjective) ซึ่งใช้ในการมองโลกของนักวิทยาศาสตร์เอง
แนวความคิดนี้เด่นชัดเมื่อ Poper นักวิทยาศาสตร์และปรัชญาชื่อดัง ชาวออสเตรียโต้แย้งแนวคิด Logical Positivism ของกลุ่ม Vienna Circle ที่เชื่อว่า การสังเกตทางวิทยาศาสตร์นั้นต้องปราศจาก ความคาดหวังหรือแนวคิด หรือหลักการมาล่วงหน้า คือต้องมองโดยปราศจากความคิดใด ๆ
Poper โต้แย้งโดยแสดงให้เห็นว่าการสังเกตจะไม่เกิดขึ้นหากเราไม่มีจุดมุ่งหมายหรือเป้าหมายและแนวคิดในการสังเกตนั้น
เขาเดินเข้าไปในห้องเรียน แล้วก็สั่งลูกศิษย์ให้สังเกต โดยที่ไม่บอกอะไรแม้แต่น้อย
ผลก็คือ ไม่มีใครสามารถสังเกตอะไรได้
แนวคิดของ Poper คล้ายคลึงกับแนวคิด ของ Thomus Kuhn ในหนังสือ The Structure of Scientific Revolutions ซึ่งกล่าวว่าการทำงานใด ๆ ของนักวิทยาศาสตร์จะอยู่ภายใต้ กระบวนทัศน์ หรือ Paradigm ของสังคมยุคนั้น ๆ เช่น แนวคิดแบบ นิวโตเนี่ยน (Newtonian) หรือ แนวคิดแบบไอสไตเนี่ยน
การมองการทำงานภายใต้ paradigm เป็นที่ยอมรับกันโดยสากล บางทีเราจะเรียกอีกอย่างว่า Theoretical Framework ในการทำงาน
ดังนั้นในงานวิจัย หรือ วิทยานิพนธ์ทุกฉบับ จะต้องมีส่วนหนึ่งที่ผู้วิจัยต้องแสดงให้เห็นว่าเขากำลังทำงานใน Theoretical Framework อะไร เพื่อเป็นเลนส์ส่องดูสิ่งที่เขากำลังค้นหาได้ชัดเจนและตรงเป้ามากขึ้น
.....
วิทยาศาสตร์มีปฏิสัมพันธ์กับสังคม และในทางตรงกันข้าม สังคมก็มีปฏิสัมพันธ์กับวิทยาศาสตร์
ในคราวหน้า จะพูดถึงปัจจัยใหญ่ ๆ ที่มีผลกระทบต่อวิทยาศาสตร์ คือ STS หรือ Science Technology and Societyว่ามีความเป็นมาอย่างไร แล้วทำไมนักวิทยาศาสตร์ศึกษาจึงสนใจที่จะให้ผู้เรียนเห็นถึงความสัมพันธ์อันนั้น




 

Create Date : 14 กุมภาพันธ์ 2549    
Last Update : 14 กุมภาพันธ์ 2549 18:52:46 น.
Counter : 288 Pageviews.  

อยากเห็นวัฒนธรรมวิทยาศาสตร์ในประเทศไทย..

ในการสัมมนาเราตั้งคำถามกันว่าประเทศไทยมีวัฒนธรรมวิทยาศาสตร์หรือไม่ และถ้าไม่
จะสร้างได้อย่างไร
ซึ่งก่อนหน้านั้นเราได้วิเคราะห์กันถึงสาเหตุที่ทำให้ประเทศไทยไม่ได้เป็นสังคมแห่งวิทยาศาสตร์ และไม่ได้มีวิทยาศาสตร์อยู่ในวัฒนธรรมไทย ซึ่งอ้างอิงไปถึงงานวิจัยของ ดร.โสรัจจ์ หงส์ลดารมภ์ “วิทยาศาสตร์ในสังคมและวัฒนธรรมไทย” ซึ่งในหนังสือก็ได้กล่าวถึงวิทยาศาสตร์ที่แฝงในสังคมและวัฒนธรรมไทย แม้ว่าจะมีกล่าวถึงบ้างเช่น ในไตรภูมิพระร่วง แต่อ่านยังไงก็ยังตีความได้ว่าพื้นฐานหรือต้นทุนทางวิทยาศาสตร์เหล่านั้นยังห่างไกลที่จะช่วยให้เราสามารถพัฒนาตนเองเพื่อให้แข่งขันในระดับโลกได้ ดังจะเห็นได้จากดัชนีชี้วัดที่รายงานออกมาเป็นระยะ เช่น การศึกษาของ IMD ที่ระบุว่าความสามารถในการแข่งขันของไทยนั้นอยู่ในระดับล่าง ๆ ถ้าจะพูดไป ก็เปรียบเหมือน ปลาออสการ์ ใน Shark Tales ที่ถูกระบุว่าอยู่ในลำดับท้าย ๆ ของระบบนิเวศ
เป็นความหวังที่ยิ่งใหญ่อย่างหนึ่งคือก่อนจะตายคืออยากจะเห็นการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นแค่เริ่มต้นก็ยังดี แต่ก่อนที่จะพูดถึงว่าการจะนำวิทยาศาสตร์เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมของเรา เราต้องมาศึกษาก่อนว่า แท้จริงแล้ว วิทยาศาสตร์ หรือ Science คืออะไร โดยปกติแล้วหากพูดถึงวิทยาศาสตร์คนมักจะนึกถึงนักวิทยาศาสตร์สติเฟื่อง อย่างที่ปรากฏในหนังเรื่อง Spider Man ที่ไม่ว่าจะภาคไหน ผู้ร้ายก็ยังเป็นนักวิทยาศาสตร์ หรือดีขึ้นมาหน่อยก็อาจจะนึกถึงไอสไตน์ แล้วก็สูตร E = mc2 อันลือลั่นของเขา แต่จริง ๆ แล้วมีน้อยคนนักที่จะเข้าใจว่า เจตจำนงที่แท้จริงในการให้ประชาชนทุกคนต้องเรียนรู้วิทยาศาสตร์ หรือมี Scientific Literacy นั้นคืออะไร
เป็นที่ทราบกันดีว่า โลกนี้เปลี่ยนแปลงไปตลอดเวลา คนที่อยู่ในโลกใบนี้ได้ต้องมีอะไรซักอย่างเพื่อนำมารับมือกับอนาคต คนเรานั้นต้องตัดสินใจทุก ๆ วัน แล้วอะไรเล่าที่คนเรานำมาใช้ในการคิดวิเคราะห์ สืบหาข้อมูล อย่างเป็นระบบ ถ้าไม่ใช่ วิทยาศาสตร์
วิทยาศาสตร์แท้จริงแล้วไม่ใช่วิชาที่ห่างไกลจากชีวิตประจำวัน ตื่นเช้าขึ้นมา ล้างหน้าแปรงฟัน ดูข่าว ฟังเพื่อนร่วมงานบ่น หรือต้องเผชิญกับเหตุการณ์ ฝนตกรถติด วิกฤติน้ำมันแพง สิ่งเหล่านี้ต้องรับมือด้วยการคิดวิเคราะห์ ด้วยการเก็บข้อมูล ด้วยการสืบค้น ด้วยจิตใจที่มั่นคง ไม่หวั่นไหวไปกับอารมณ์ หรือคำพูดเลื่อนลอย
โดยสรุป
1. เป้าหมายที่จะทำคือ ทำอย่างไรจึงจะมีส่วนให้ประชาชนไทยรับเอาวิทยาศาสตร์เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรม เป็นสังคมแห่งการเรียนรู้




 

Create Date : 24 มิถุนายน 2548    
Last Update : 24 มิถุนายน 2548 20:30:58 น.
Counter : 163 Pageviews.  


Atomic_bomb
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add Atomic_bomb's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.