Group Blog
 
All blogs
 

Prepare everything before Journey

     เตรียมข้าวเตรียมของไปตะลุยอินตระเดียย! แหม แค่เริ่มก็เหนื่อยเพราะปิดเทอมใหญ่รอบนี้ไม่ได้อยู่หอ เลยต้องเก็บของในห้องทั้งหมดไปฝากสำหนักทรัพทย์สินมหาวิทยาลัย อันนั้นก็ต้องเก็บ อันนี้ก็ต้องเก็บ อันโน้นก็ต้องเตรียม อั้นนี้ก็ห้ามลืม วุ่นวายไปหมดเพราะมีเวลาแค่สองวันในการจัดสอง เก็บกระเป๋า เป็นสองวันที่วุ่นวายมาก แต่ก็จัดให้ลงตัวจนได้ พอเชคเอ้าท์หอปุ๊ป ก็บินกลับบ้านตอนเช้าอีกวันทันที ได้อยู่บ้านให้หายคิดถึงแค่ 5 คืน แล้วก็บินกลับมากรุงเทพเพื่อเตรียมตัวไป กระเป๋าก็จัดให้เรียบร้อยเอาไปฝากหอเพื่อนไว้ก่อนกลับบ้านแล้ว พอกลับมาก็ซื้อของที่จำเป็นเพิ่ม ดูวุ่นวายมากจริงๆ 


1. ตั๋วเครื่องบิน เชคเรียบร้อย (ซื้อแค่ขาไปค่ะ ขากลับไปซื้อที่บังกาลอร์ถูกกว่า) 
2. พาสปอร์ต + วีซ่านักเรียน ทำCOPY ไว้หลายๆชุด ใส่กระเป๋าเดินทางทุกใบ ติดตัวด้วย 
3. Bonafide Letter ของที่เรียนภาษา พร้อมCOPY 
4. แลกเงิน USD ไว้ไปแลก 
5. รูป 2x2 นิ้วที่ทำวีซ่า เอาไปเผื่อเยอะๆ 
ุ6. ยา ทั่วๆไป แล้วก็ยาประจำตัว ยาแก้อาหารเป็นพิษพกที่เยอะๆถ้ารู้ว่าเป็นคนธาตุอ่อน 
7. ของใช้ เอาไปแค่ให้พอเดือนเดียว พวกแชมพู ยาสระผม ยาสีฟัน สบู่ ฯลฯ 
**ควรซื้อไปเยอะๆ 
- ทิชชู เพราะที่อินเดียไม่นุ่มเลยแพงด้วย ม้วนละ สามสิบกว่าบาทไทย 
- ผ้าอนามัย อันนี้พกมาเต็มอัตราของสำคัญของผู้หญิง ที่อินเดียมียี่ห้อ Whip ได้ยินมาว่าดีแต่ยังไม่ได้ลองค่ะ 
- ของกินเมืองไทย กรุณาพกมาเยอะๆเลยย 
*น้ำพริก กี่กระปุ๊กเอามาเถอะยัดได้ยัดมา เอาไว้คลุกข้าวกิน อย่างพริ้ม 
*มาม่า ที่อินเดียก็มี แต่Masala เต็มที่เหมือนกัน แนะนำให้เอารสต้มยำมา อะไรที่แซ่บๆ เอามาให้หมดเพราะหายากมากกก มาม่าที่พอกินได้มียี่ห้อแม็กกี้ 555 ก็เค็มๆ 
* ผงเครื่องแกง ผงต้มยำ น้ำตก ลาบ ฯลฯ ทำไม่เป็นไม่เป็นไร มีคนทำเป็นแน่นอน 
* หมูแผ่น เวลาที่เบื่อไก่ เอียนไก่ ก็ได้หมูแผ่นกินกับข้าวคลุกน้ำพริกนี่หละค่า 
* น้ำปลา หาซื้อได้แต่แพง ความจริงเครื่องแกงหาซื้อได้แต่แพงจริงๆ น้ำตาไหล 
8. เสื้อผ้า ตามแต่ละคนเลยค่า แต่พกพวกแขนยาวมาหลายๆตัวไว้เปลี่ยนใส่ทับ เวลาแดดร้อนฝนตก  กางเกงขายาวพลีสส ขาสั้นใส่นอนพอ 
9. ไฟฉาย เพราะอินเดียไฟดับบ่อย น้ำก็หยุดไหลบ่อย 
10. ผ้าห่ม หมอนน้อย เผื่อคืนแรกที่พักไม่ได้เตรียมให้ 
11. Adapter เอาตัว Universal ไปสะดวกที่สุดเผื่อใครไปทรานสิทที่อื่นปลั๊กก็อาจจะไม่ได้เป็นหัวเดียวกับอินเดีย หรือไทย อีกอย่างซื้อครั้งเดียวไปเที่ยวไหนก็ได้หมดจ่ะ 
12. ปลั๊กพ่วง มีไว้ชีวิตสะดวกขี้นเยอะ 
13. ของฝากอะไรที่เป็นไทยๆ พวกกุญแจช้าง เผื่อไว้เป็นของที่ระลึกคนที่เราเจอ 


สุดท้ายคงเตรียมตัวและเตรียมใจ บินเดี่ยวววว อิอิ 

ตอนนี้พอนึกได้ประมาณนี้ตอนที่ ถ้านึกออกก็จะมาเพิ่มให้อีกนะค้า 







 

Create Date : 03 เมษายน 2557    
Last Update : 20 พฤษภาคม 2557 16:40:28 น.
Counter : 193 Pageviews.  

Beginning Journey ::: BKK(Bangkok)-CMB(Colombo)

บทนี้พิมพ์ที่สนามบิน Bandaranaile International Airport ค่า พิมพ์ได้เยอะเพราะมีเวลารอเครื่องนานมากจริงๆ แล้วก็มานั่งพิมพ์ต่อให้จบตอนนี้ค่ะ แต่ข้อมูลยังอยู่ครบเพราะตอนนั้นจดไว้หมดเลย : ) 

หลังกลับจากบ้านวันที่ 26 มีนาคม มากรุงเทพก็ไปนอนหอเพื่อนที่ฝากกระเป๋าไว้ ตอนเช้าก็จัดการไปแลกเงินที่ฟิวเจอร์ปาร์คเพราะใกล้มหาลัยที่สุด ซื้อของใช้จำเป็น และยา กลับมาจัดกระเป๋า 

พอเย็นวันที่ 28 ก็นั่งแท็กซี่มีพี่รหัสที่น่ารักและเพื่อนสนิทมาส่งที่สุวรรณภูมิ สำภาระไม่เยอะ มีแค่กระเป๋าลาก 20 นิ้วสองใบโหลดใต้เครื่อง และกระเป๋าเป้แครี่ออนสะพายหลัง ไฟลท์ออกสามทุ่ม มาถึงสุวรรณภูมิประมาณ 6.00 น. 

เกทยังไม่เปิดให้เชคอินก็นั่งคุยเพลินๆ พี่รหัสให้เข็มกลัด Wish us Luck เป็นของไว้ดูแทนตอนคิดถึง 



พอเคาเตอร์เปิดให้เชคอินปุ๊ปก็ไปเข้าแถว ร่ำลาพี่รหัสกับเพื่อนเรียบร้อยก็ไปต่อลุงแขกที่พากันขนทีวีกันคนละสองสามเครื่อง! ได้ยินมานานได้เห็นเต็มตาก็วันนี้ รับBoarding Pass ก็ไปผ่านตม.ชิลๆ ดูGate ก็เดินไปดูก่อนว่าอยู่ตรงไหน ได้ Gate D6 อยู่ใกล้ๆนี่เองสบายมาก เดินไปเดินมาเริ่มหิว ก็หาร้านอาหารนั่งทานกินแซนวิซไปหนึ่งคู่กับไดเอทโค้ก แล้วก็มารอตรงเกท 

ไฟท์จาก BKK-Colomo ประตูเปิดช้ามาก มีการเชคสองรอบ ดูบอร์ดิ้งพาสแล้วก็นั่งรอเรียกอีกรอบ เชคอีกรอบแล้วถึงจะได้ขึ้น ไฟล์ทนี้บินมาจากจีนแล้วแวะรับคนที่สุวรรณภูมิ กว่าจะโหลดอาหาร โหลดกระเป๋า บอร์ดคน ทำให้ดีเลย์ไปกว่าครึงชั่วโมงเลย 

ได้ที่นั่ง A33 Zone C ที่นั่งติดหน้าต่างเบาะสองคน เราก็เดินไปตามทางมองเบาะ เจอคุณป้าคนจีนกับลูกชาย เราก็ดูซ้ำไปซ้ำมาแล้วบอกป้าว่า 

"ป้าคะ นี่ที่นั่งหนูค่ะ A33 " ป้าแกหันไปมองหน้าลูกชาย หัวเราะแล้วยอมลุกให้กลับไปที่นั่งตัวเอง คนในกรุ๊ปทัวร์เดียวกับป้าก็หัวเราะรวนกันใหญ่ ไอ้เรางงๆ แล้วก็ยกกระเป๋าเก็บแล้วทีนี้ 

โอเวอร์เฮดเคบินมันสูง ยกแคร์รี่ออนเกือบไม่ถึงต้องขะแย่งนิดหนึ่ง อาเฮียลูกคุณป้าแกที่นั่งเงียบก็ลุกขึ้นมาช่วยเพราะเค้าสูง เสร็จแล้วเราเข้าไปนั่งที่ให้เรียบร้อย 

จากการกวดสายตาแล้ว ตอนนี้ตกอยู่ในวงล้อมของคนจีนจ้า ตอนแรกเตรียมใจรับมือพี่แขกซะดิบดี ไง๊เป็นงั้น พี่กราวน์สตาฟคงใจดีเห็นเรามาคนเดียว แล้วก็นั่งเงียบตลอดทาง เล่นหน้าจอทีวี 

พอเครื่องเทคออฟได้สักพักก็มีมาเสิร์ฟอาหาร แอร์โฮตเตสให้เลือกระหว่างบะหมี่หรือข้าว เราก็ขอบะหมี่ค่ะ รับมาแล้วก็ไม่ได้สนใจอะไร ยังไม่ค่อยหิวเราะทานมาแล้ว แต่อาเฮียคนข้างๆนี่รีบเกาะเชียวสงสัยเค้าหิวละมั้ง บินจากจีนมาคงประมาณ สามชั่วโมงกว่าๆ 

บะหมี่อร่อยค่ะ เหลือบมองไปดูข้าวอาเฮียแก เฮ้ยย แกงอินเดียยย เฮียแกนี่เด็ดจริง กล้าทานด้วย สุดท้ายเค้าก็ทานไปนิดเดียว ส่วนเราก็นั่งทานเรื่อยๆ ตบด้วยมูสกาแฟแล้วก็น้ำส้มจนเกลี้ยง นี่ขนาดไม่หิว? 

พอเสร็จเรียบร้อยก้นอนค่า แต่นอนไม่หลับ เนื่องจากคุณลุงคนจีนเอาเท้ามาพาดไว้ตรงที่เสียบหนังสือค่ะ แล้วกลิ่นมันโชยย 

โหยนี่ไม่เจอกลั่นแขก แต่มาเจอกลิ่นเท้า!? แม่เจ้าาา นอนไม่หลับ อดทนหลับตาให้ได้พักเพราะกว่าจะถึงโคลัมโบ ศรีลังกาก็เที่ยงคืน สภาพคงแย่เอามากๆ ยิ่งอยู่บนเครื่อง สภาพความกดอากาศต่ำ แล้วจะเกิดภาวะ dehydrate ง่ายทำให้ยิ่งเพลียสุดท้ายก็ไม่รอด เพลียมากๆ 

พอลงจากเครื่องก็ตรงไปยังเคาเตอร์สายการบินเลยค่ะ บอกว่ารอทรานเฟอร์เครื่องนะ เกิน 24 ชั่วโมงเค้าจะจัดที่พักให้ ทำ Over night ที่ต้องเข้าไปนอนในเมืองคือ ทำเรื่องออกจากตม.ไป แล้วมีรถของทางโรงแรมที่ดีลกับสายการบินมารับ แล้วพนักงานถามว่าจองโรงแรมรึยัง เราก็ยังค่ะ งงๆ นึกว่าเค้าจัดให้ สภาพเราก็เพลียๆมึนๆฟังไม่ค่อยรู้เรื่องเท่าไหร เค้าบอกให้จองนะ แล้วเดินไป หาตม. เค้าก็ถามหาเว้าเชอร์ เราก็อ่าวหรอ เดินกลับไปถามเค้าเตอร์อีก เราก็เดินไปเดินมาระหว่างตม.กับเคาเตอร์ หลายรอบ

ณ จุดนั้น กลัวมาก เพราะรู้ว่าตัวเองไม่ค่อยมีสติแล้วเพราะง่วงเพลีย แล้วยิ่งมาคนเดียว จะพึ่งพาใครก็ไม่ได้ ถ้าออกสนามบินไปจะทำยังไง เกิดอะไรขึ้นจะช่วยตัวเองไหวมั้ย เลยตัดสินใจบอกเค้าว่า ฉันไม่เอาโรงแรมของคุณแล้วนะ ฉันจะพักโรงแรม Serenediva transit เนี่ยแหละ คืนละเท่าไหรนะ? แล้วมันอยู่ตรงไหน 

พนักงานก็พูดรัวไว ตามแบบฉบับ ไอ้เราก็ยังปรับหูไม่ได้แถมเบลอแล้วด้วย ลิฟท์ไปโรงแรมทรานซิทก็แสนจะลึกลัก มองแทบไม่เห็น กว่าจะหาทางขึ้นมาเจอโรงแรมได้ แทบจะบ้า 



ป้ายหลับอยู่ในหลีบมาก กว่าจะหาเจอ เดินผ่านไปผ่านมานานสุดๆ ภาพนี้จาก google ค่ะ เพราะตอนนั้นไม่มีอารมณ์ถ่ายรูปแล้ว 555 
ซ้ายมือที่เป็นช่องนั้นคือ ลิฟท์ขึ้นไปโรงแรมค่ะ อยู่ชั้น 2 ส่วนขวามือป้ายเหลือง เป็น immigrant ที่เดินผ่านลิฟท์ไปมาระหว่างเค้าเตอร์สายการบิน ก็มองไม่เห็นทางไปโรงแรมสักที เห้ออ  

พอขึ้นลิฟท์มาก็จะเป็นทางเดินแคบๆ เท่ากับงวงช้างที่เทียบกับเครื่องบินเลยค่ะ มีเลี้ยวแบบมุมตึกอีก สองเลี้ยว จนชักไม่แน่ใจว่า นี่ฉันมาถูกทางแล้วหรือ ? แล้วก็เจอล็อบบี้เล็กๆ ที่พนักงานคอยต้อนรับค่ะ ดีใจมาก เย้! ในที่สุดก็จะได้พักเสียที 

" May i help u?,madam " พนักงานเค้าเตอร์พูดต้อนรับอย่างดีพร้อมสายตาสงสัย เครื่องลงตั้งนานเกือบชั่วโมงแล้ว ทำไปเด็กนี่เพิ่งมาถีงโรงแรม 

" Do you have an available room for me? ,I have a transit flight to Bangalore in the evening " เราก็รีบบอกเค้า เค้าก็ถามไฟท์เวลา แล้วจัดแจงบอกราคา

" 60 US Dallas for 5 hours, 110 US Dallas for 10 hours ... " 

แม่เจ้าโว้ยยย คือรู้ว่าโรงแรมทรานซิททุกที่ที่ไม่ต้องออกจากตม.เนี่ย มันแพง แต่แบบมันแพงอ้ะ ไม่คิดว่าจะแพงขนาดนี้ แต่จะให้ไปนอนที่ไหน ร่างกายต้องการพักผ่อนสุดๆ แถมต้องเซฟตัวเองอีก เค้าก็ถามว่าเราจะพักกี่ชั่วโมง เลยบอกไปว่า 10 ชั่วโมง 

เค้าก็มองเวลา ตอนนี้ ตีหนึ่งเกือบครึ่ง เขียนเวลาเชคเอ้าท์ให้เป็น 11.00 น. พอดีมีไฟท์ตอนเย็น เราก็คิดว่าแค่นี้คงพอละ นอนให้พอได้อาบน้ำ ได้นอน อีกครึ่งวันอยู่ในเกทได้สบายๆอยู่แล้ว 

ค่าเสียหายต่อความประมาทของตัวเอง เงินในกระเป๋าหลุดไปแล้ว 110 US Dollas ประมาณ 3500 บาทไทย มันเยอะอ้ะ เงินนี้เอาไปจ่ายค่าเช่าหอได้ทั้งเดือนเลยนะ ฮื้ออออออ แล้วก็ตามเค้าไปเชคอินห้อง 

มีใบเสร็จเขียนให้เรียบร้อย 110$ มันช่างช้ำใจ 

พอถึงห้องแทบจะกระโดด วางกระเป๋าอาบน้ำ แต่ใจเราไม่สงบ 
นั่งสวดมนต์ยาว บทพาหุงฯ ยัน ชินนบัญชรเพื่อเรียกสติตัวเองกลับมา 

แต่ใจมันไม่นิ่ง นอนไม่หลับเลย ตอนไปสองชั่วโมงตื่น แล้วหลับต่อ เป็นอย่างนี้สลับไปเรื่อย ร่างกายก็แย่เหมือนกัน แต่ก็ดีขึ้นที่ได้นอนแต่หลับไม่ลึก 

เดี่ยวลงภาพห้องให้ดูนะคะ ภาพไหนไม่ม่วง แปลว่าเอามาจาก google นะค้า เพราะใช้  HTC one แล้วกล้องไวแสงมากค่า ม่วงสุดๆ พยายามถ่ายให้ไม่ม่วงแล้ว แต่ว่าไฟในห้องเป็นสีส้มค่ะ เลยไม่สว่างเลย 


เตียงนอน  รูปที่เอามาจาก google เป็นห้องแบบเดียวกับที่นอนเลยค่ะ การจัดว่างตำแหน่งเหมือนกันเดี๊ยะๆ 


ห้องน้ำค่ะ มีโทรสับ ฉุกเฉินด้วย เป็นอ่างอาบน้ำแล้วก็มีเชาเวอร์ให้ 

ถ่ายจากปลายเตียงค่ะ จะเป็นโต๊ะ นอนไปดูทีวีไปสบาย ตู้เสื้อผ้าหน้าห้องน้ำ มีโซฟาเล็กๆให้นั่ง ที่แขวนเสื้อ พร้อมโต๊ะรีดผ้าด้วยค่ะ 


อ่างล้างหน้า มีอเมนิตี้ครบ สบู่ ยาสีฟัน แปรงฟัน ครีมอาบน้ำ ยาสระผม ครีมนวดผม โลชั่น 


รูปม่วงมากอ่าาา T.T 

Amenity Set 

Soap 

Shaving Kit + Tooth Brush 

โต๊ะรีดผ้า ตู้เสื้อผ้า 

มาถึงแหล่งชา ก็มีชาให้ค่ะ เป็น tea bag ของ Dilmah มีกาต้มน้ำร้อนให้ด้วย ตู้เย็นอยู่ด้านล่างโต๊ะค่ะ ซ่อนอยู่ 


แค่เดินทางคืนแรกก็เหนือยแล้วค่ะ เป็นประสบการณ์หนึ่งที่คงจำเป็นบทเรียนเลยทีเดียวว่า การเดินทางคนเดียวมันน่าหวาดหวั่นมากแค่ไหน 
ณ ตอนนั้น การตัดสินใจของเราสำคัญมาก ว่าจะพาตัวเองเข้าไปอยู่ในสถานการณ์เสี่ยงแบบไหน ต้องมีสติมากๆค่ะ สำคัญจริงๆ 

เวลาเดินทางข้อมูลต้องศึกษาเยอะๆ ก่อนมาก็หาข้อมูลมาเยอะพอสมควร สุดท้ายพอเจอสถานการณ์จริงทำเอาพูดไม่ออกค่ะ 

ลาบล๊อกวันนี้ก่อนนะคะ ตอนหน้าจะเขียนช่วงที่รอทรานซิทค่ะ 
ยังมีเรื่องเซอร์ไพรส์อีกเยอะ : ) 




 

Create Date : 29 มีนาคม 2557    
Last Update : 12 ตุลาคม 2557 20:23:38 น.
Counter : 187 Pageviews.  


Glasses_Fille
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




<*center><*img border="0" src="http://designyoutrust.com/wp-content/uploads/2012/09/Pixar-750x375.jpg"<*/center>
Friends' blogs
[Add Glasses_Fille's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.