Group Blog
 
All blogs
 

Eat for Live พาไปหาอะไรหม่ำที่Japanคร้าบ...!



*
เวลา: 02.00 น.ของเช้ามืดวันที่ 14 มีนาคม 2006...
สถานที่: คฤหาสน์รูหนู ที่รกกว่าเดิม เพราะยังจัดข้าวของไม่เสร็จดี...
ประเทศ: ยุ่นปี่...ช่วงย่างเข้าฤดูใบไม้ผลิ แต่ยังเหน็บหนาว...
อยู่กับ : โน้ตบุคตัวเดิม และแก้วกาแฟใบเดิม...เพลงโปรดเดิมๆ( ฟังซ้ำไปซ้ำมา)
กำลัง : อัพบล็อกไป ยิ้มไป ด้วยความคิดถึง!!!อย่างยิ่ง ขอรับ....

หายไปนานอีกแล้วขอรับ......สวัสดีครับผม พี่ๆ เพื่อนๆ น้องๆ และก็แฟนคลับด้วยจ้า (แอบมีแฟนคลับกะเค้าด้วยแฮะเรา อิอิ..) คราวนี้หายไปนานเท่าไรเนี่ยผม ต้องขออภัยขอรับ...จำได้ว่าไม่ได้แตะคอมมานาน ไม่ได้เชคเมลล์ด้วย แย่จริงๆเรา....แต่อดทนคิดถึงไม่ไหว ยังไงอยู่จนโต้รุ่งก็ต้องอัพบล็อกให้ได้ครับวันนี้...

แต่เันื่องจากพรุ่งนี้อัยคุงก็ต้องมีธุระแต่เช้า พรุ่งนี้ ก็ไม่ว่าง มะรืน มะเรื่องอีก (ไม่ได้โม้!!!นะครับผม..)
ก็เลยมาขออัพเรื่องง่าย สบายๆ แบบพูดคุยกันเพลินๆดีกว่านะครับผม...

ไม่ว่าอัยคุงจะไปที่ไหนไกลๆ ไม่ต่างบ้านต่างเมืองที่ต้องห่างบ้านไปนานๆ ห่างสายตาคุณนายไปนานๆ
จะต้องได้ยินเสียงกำชับหนักแน่น เรื่องกิน จากคุณนายเธอเสมอครับ...
ตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้ว ถึงผมจะเป็นพวกกินไม่เลือก คือสามารถทานอะไรก็ได้ ทุกภาค ทุกชาติ ทุกประเภท
ยกเว้นแบบ ประเภทพิศดารโลดโผน หรือผิดศีลธรรม อันนี้ยกเว้นขอรับ...
ถึงจะทานได้ไม่เลือก แต่บางทีก็ไม่หม่ำอะไรได้ทั้งวัน เช่นถ้าทำงานยุ่งๆ สมัยตอนจบใหม่ไฟแรงก็ไม่กินอะไรมันได้เลยทั้งวันซะงั้น....ดังนั้นก่อนจะมาดินแดนอาทิตย์อุทัยแห่งนี้ เพื่อไม่ให้คุณนายต้องกังวลใจ ผมต้องเพิ่มน้ำหนักให้ได้ฮึ!!!

และก็ไม่ผิดหวังกับอาหารพี่ยุ่น ถึงแม้จะแซ่บสู้ส้มตำหน้าปากซอย หรือเข้าแกงซอยละลายทรัพย์ไม่ได้...แต่อัยคุงก็ฝาดเรียบขอรับ....
แต่ยังไงก็เป็นหนุ่มโสด ไม่มีสาวใดมาทำกับข้าวให้ แถมยังต้องเรียนอีก อาหารที่กินทุกๆวัน จึงเป็นอะไรที่คล้ายๆกันทุกๆวัน...หากไม่มีโอกาสพิเศษอะไรฮะ...
มาดูกันว่า อาหารยังชีพสุดที่รักผมมีอะไรบ้างครับ...

เริ่มต้นจาก อาหารประเภทด้งๆ (Donburi)หรืออาหารจานเดียวราดข้าว( แบบรูปข้างบนนู้นล่ะครับ...)
เช่น คัทซึด้ง กิวด้ง หรือถ้าหรูหน่อยก็ อุนาด้ง (ข้าวหน้าปลาไหล)....
ร้านประจำ ก็ Yoshinoya , Katsuya, Matsuya ประมาณนี้ครับผม...


*
ตามด้วยฟาสต์ฟูดส์ชื่อก้อง ไม่ว่าซอกซอยไหนๆก็หาง่ายเหลือเิกิน.... Mc`Donald ฮะ
แมคฯ นี่เรียกได้ว่าช่วยกู้ชีวิตผมไว้หลายครั้งครับ เวลาหมดมุข หรือตกลงว่าจะกินร้านไหนกับเพื่อนๆไม่ได้ก็ลงที่นี่ล่ะฮะ....เมนูโปรดก็ Big Mc กับ Brend Coffee ราคา100 เยนนี่ล่ะครับประหยัดสุดๆ...





*

แต่พักหลังผมเริ่มเบื่อหน้าพี่ Ronald ครับ เลยขอปันใจให้กับ ร้านแฮมเบอเกอร์ นัมเบอร์วันของเกาะญี่ปุ่น รามถึงในใจผมด้วย... MOS Burger..ครับ..
เรียกได้ว่าเป็นร้าน Burgerพรีเมียมน้องใหม่ไฟแรงสัญชาติJapan ที่ครอบครองใจหลายๆคนตอนนี้ครับ...
ถึงจะไม่เร็ว แต่ก็เป็นเบอร์เกอร์ที่ทำกันใหม่ๆฮะ ประกอบกับบรรยากาศร้านที่สามารถนั่งอ่านหนังสือ สังสรรค์ได้นานๆ สไตล์ร้านกาแฟเก๋ๆ แค่นี่ก็โดนใจไปเต็มๆครับ...







*
ต่อกันด้วย ร้านเนื้อย่างร้อนๆ (Yaki niku)ทานกับข้าวสวยร้อนๆ โหยเกินบรรยายฮะ เรียกว่าเห็นร้านเนื่อย่างเมื่อไหร่ต้องขอชิมซักหน่อย...แต่ถ้าใครเผลอเข้าร้านเนื้อย่าง แบบเนื้อชั้นล้ำเลิศ หรือร้านพี่เกาฯขนานแท้ ล่ะก็.. พุงจะหนักอึ้งด้วยความอร่ิอย..แต่กระเป๋า(สตางค์)จะเบาขอรับ อิิอิ...
จากรูป:นางแบบขาประจำกับเนื้อย่าง จำชื่อร้านไม่ได้ฮะ แถวๆเอกิ Shibuya โหอร่อยล้ำจริงๆ...ร้านนี้..



ปิดท้ายด้วยของหวาน ไม่ว่าจะเค้กหลากหลาย อัยคุงRecoment ขอแนะนำชีสเค้ก และก็ขนมแบบในรูปของร้าน Yamasaki ครับ จำชื่อไม่ได้ฮะ เป็นถั่วแดงกับผลไม้ ราดด้วยซอสหวานๆ อร่อยดีครับผม!!






* หรือถ้ามีเวลาก็สามารถ ซื้อของจากซุปเปอร์มาร์เก็ตมาทำกับข้าวกันเองครับ ประหยัด สะอาด แต่ไม่รับประกันความอร่อยครับผม ฮ่า....!!
จากรูป:ตอนถ่ายรูปนี้จำได้ว่าแวะไปซื้อตอนเที่ยงคืนได้ ก็เลยมีแต่ขนมขอรับ...







*
นี่แหล่ครับอาหารง่ายๆของผม แม่ไม่ต้องเป็นห่วงนะครับ เพราะก่อนหน้านี้น้ำหนักผมขึ้นมา 6-7โลได้ฮะ...
แต่ตอนนี้ลดลงนิดหน่อย เพราะไม่ค่อยได้ทาน หนักไปทางดื่ม ฮี่ๆ...


และก็ขอแจ้งข่าวเลยนะครับผม อัยคุงจะกลับบางกอกไปกินน้ำพริกปลาทู ไก่ย่างส้มตำ ในวันอาทิตย์ที่ 19 นี้แล้วครับผม...คิดถึงเมืองไทยจะแย่...แต่ก็ใจหายที่จะจากญี่ปุ่นไม่น้อย....
จะอยู่ที่ไหนก็อัยคุงคนเดิมครับ...


แล้วเจอกันประเทศไทย!!!

สวัสดีครับ..~~





""""""""""""""""""""""""""""




 

Create Date : 14 มีนาคม 2549    
Last Update : 14 มีนาคม 2549 2:50:52 น.
Counter : 289 Pageviews.  

** แอบดูพี่ Sumo ฝึกซ้อม...แถมขับกล่อมด้วย Sanshin ครับ...**






เนื่องจากบล๊อกเดิมแช่อิ่มจนได้ที่แล้ว ก็ต้องถึงเวลามาอัพซักกะทีครับผม...


ก่อนอื่นต้องแจ้งข่าวก่อนครับว่า อัยคุงใกล้จะเดินทางกลับเมืองบางกอกในไม่ช้านี้แล้วล่ะครับ ช่วงนี้ก็เลยตารางแน่นเอียด ไหนจะเรื่องเรียน(มีสอบอาทิตย์หน้าครับ)...เรื่องอรูไบท์โตะ (งานparttime)...เรื่องกิจกรรมต่างๆที่โรงเรียน และที่สำคัญจะขาดเสียไม่ได้ก็คือเรื่อง "เรื่องเที่ยว" อิอิ...อันนี้ขาดไม่ได้ครับ !! ยังเที่ยวไม่ทั่วเลยนิ...
ถึงจะชอบเที่ยวแต่ก็เที่ยวแบบมีสาระครับผม...(เที่ยวแบบมีสาระ เป็นไงหว่า... (- -") ฮ่า..!!)

อย่างเมื่อวานก็เพิ่งไปเที่ยวแบบมีสาระมาสดๆร้อนๆครับผม...งานนี้ต้องขอบคุณอาจารย์ที่มาชักชวนไปเที่ยวแบบมีสาระ (เน้นจาง..คำเนี้ย!!)อยู่เสมอๆ เมื่อมาเสนอผมก็ต้องสนองใช่ไหมครับ อย่างนี้ไม่มีปฎิเสธอยู่แล้วฮะ...

คราวนี้ถือว่าเป็นครั้งที่พิเศษสักหน่อยครับผม เพราะว่าแม้แต่คนญี่ปุ่นเองก็ไม่ใช่ว่าจะทำแบบพวกผมได้ง่ายๆฮะ แอบภูมิใจนิดหน่อย....คราวนี้ผมไปดูการฝึกซ้อมของ" Kotooshu ซูโม่" มาครับ ใช่ครับ !!เป็นพี่ซูโม่ที่ดังที่สุดในตอนนี้ที่ญี่ปุ่นฮะ...สำหรับคนที่อยู่ญี่ปุ่นคงเห็นหน้ากันบ่อยจนเบื่อแล้ว!!
สำหรับพี่ๆเพื่อนๆที่เมืองไทยผมเอา linkมาให้ทำความรู้จักกับ Kotooshu มากขึ้นฮะ...

//www.novinite.com/view_news.php?id=55925
//sumo.goo.ne.jp/eng/ozumo_meikan/rikishi_joho/rikishi.php?A=2510

เชื่อว่าหลายๆคนถ้าลองหลับตาแล้วจินตนาการถึงซูโม่ หลายคนคงนึกถึงชายอ้วนตุ๊ต๊ะ ตัวใหญ่ๆ เชื่องช้าอยู่หรือเปล่าครับ...เมื่อก่อนผมก็เคยคิดแบบนั้นฮะ แต่พอได้มาใช้ชีวิตอยู่ที่นี่ ได้ดูการแข่งขันซูโม่ประจำปี ความคิดเกี่ยวกับซูโม่ก็เปลี่ยนไปบัดดล !!

ซูโม่กับคนญี่ปุ่น (เน้นที่วัยคุณลุงคุณป้า) อยู่คู่กันมาช้านานครับ เรียกได้ว่าเป็นกีฬาทางวัฒนธรรมที่ได้รับความนิยมมาจนถึงปัจจุบันฮะ... ซูโม่ เป็นอะไรที่มากกว่ากีฬาของคนอ้วนครับ!!
ภายใต้รูปร่างอ้วนใหญ่ ที่ดูเหมือนว่าจะมีแต่ชั้นไขมัน...ความจริงแล้วกลับเต็มไปด้วยกล้ามเนื้อและพละกำลังมหาศาลครับ...และการจะเป็นซูโม่ก็ไม่ได้เป็นกันง่ายๆ เรียกว่าต้องฝึกฝนกันตั้งแต่ยังเด็กๆเลยที่เดียว...

" ฝึกหนัก แล้วก็กินกันหนักด้วยครับ..." และที่สำคัญซูโม่เป็นเสมือน ประเพณี เหมือนวัฒนธรรมที่สืบทอดมานาน...


พี่ซูโม่จะเดินไปไหนก็ดูน่าเกรงขาม และยิ่งถ้าเิกิดดัง มีรางวัลเป็นเครื่องการันตีแล้วล่ะก็....รับรองสาวน้อยสาวใหญ่กรี๊ดครับ... อิอิ!! และก็ยืนยันครับว่าพี่ซูโม่เค้ามีแฟนสวยจริงๆครับ..

*แต่ว่าพักหลังไม่ใช่เพียงแค่คนญี่ปุ่นเท่านั้นที่จะเล่นกีฬาซูโม่ครับ ชาวต่างชาติก็หันมาสนใจกันมากขึ้นมากขึ้น...
และดูเหมือนว่าจะแซงหน้าพี่ยุ่นด้วยซ้ำ้เพราะอย่างพี่ซูโม่ที่แข็งแกร่งที่สุดก็เป็นชาวมองโกเลีย มีนามว่า "Asa- shouryu" ส่วนพี่ "Kotooshu" ในรูปก็เป็นชาวบัลแกเรียครับผม...

วันนั้นได้มีโอกาสไปดูพี่ซูโม่เค้าซ้อมกัน ลักษณะก็จะเป็นเหมือนบ้านหลังใหญ่ๆครับผม และกลางบ้านก็จะมีลานฝึกซ้อมครับผม...ลานก็จะเป็นเหมือนดินผสมทรายฮะ ล้มทีน่าจะเจ็บ อูย!!
พวกผมไปถึงก็ได้ไปนั่งแถวหน้าสุดฮะ ไม่ใช่แขกVIPแต่อย่างใด... แต่พวกเราพร้อมใจกันแซะตัวเองจากที่นอนแต่เช้าแล้วรีบไปครับผม..

ก็ดูพวกพี่ๆซูโม่ เค้าซ้อมกันไปจนเลิกครับ ประมาณเกือบเที่ยงๆ ก็เดินทางกลับ ไปเรียนต่อครับ ฟิตจริงๆ มาเที่ยวคราวนี้ได้รู้จัก ได้สัมผัสวัฒนธรรมของญี่ปุ่นเพิ่มมากขึ้นครับ...แฝงไว้ด้วยสาระนิดๆ

*แถมช่วงปิดท้าย กับนายแบบจำเป็น(เขิล~~จัง..)พร้อมเครื่องดนตรีที่ทำให้ผมหมกมุ่นเมื่อครั้นมาเหยียบแดนอาทิตย์อุทัยแห่งนี้ใหม่ๆ Sanshin ตอนนี้ต้องหยิบมาปัดฝุ่น และมาหมกหมุ่นอีกครั้ง ก็เพราะ===========> แหะ แหะ ยังเฉลยไม่ได้ครับแล้วจะมาบอกในไม่ช้าขอรับ ตอนนี้ลองฟังเสียงกันเพลินๆก่อนนะครับ......
ก็คือเพลงที่ฟังอยู่ตอนนี้ล่ะครับผม...

ก่อนหน้านี้ก็ยุ่งจนไม่มีเวลาไปเยี่ยมไปกวนพี่ๆเพื่อนๆ หลังจากที่อัพบล้อคนี้ก็จะมาขอลาไปทำภารกิจ เพื่อประเทศชาติ (ไม่ได้ไปเกณฑ์ทหารนะขอรับ) บวกกับไปเที่ยวต่อเลย (อีกแล้ว ฮี่ๆ) คราวนี้จะไปกลิ้งโชว์บนลานสกีคร้าบ...แล้วกลับมาปุ๊บ ถ้ายังครบ32ไม่ขาดไม่เกิน จะรีบมาทักทายพร้อมรูปเลยครับผม...

เหมือนเดิมครับ รักษาสุขภาพมากๆครับผม...

ปล1. แม่กับพ่อไม่ต้องเป็นห่วงนะครับ สบายอยู่แล๋น..(^ ^)


ปล2. รูปคราวนี้เบลอกระจาย สายตาท่านยังไม่ผิดปกติครับผม ที่ผิดปกติคือรูปอัยคุงเอง m(_ _)m





 

Create Date : 17 กุมภาพันธ์ 2549    
Last Update : 14 มีนาคม 2549 2:53:10 น.
Counter : 499 Pageviews.  

ท่องเที่ยว...หม้อไฟ....แผ่นดินไหวin Japan





*
สวัสดีครับ...วันหยุดสุดสัปดาห์นี้ได้ไปเที่ยวพักผ่อนหย่อนใจที่ไหนกันบ้างหรือเปล่าครับ..

ว่าถึงเรื่องเที่ยวแล้ว ผมว่าใครๆก็ต้องชอบแน่ๆใช่มั้ยฮะ เพราะมันทำให้่เราได้เจอะเจอกับสิ่งแปลกใหม่ ได้เจอะเจอพูดคุยกับผู้คนแปลกหน้า (อย่างน้อยก็ตอนซื้อของกับแม่ค้าล่ะ..) และที่สำคัญ ได้เติมพลังชีวิตให้กับตัวเองด้วย....
อย่างเช่นเวลาทำงานเหนื่อยๆก็อยากไปเที่ยวป่าเที่ยวเขา หรือเวลาอกหักก็มักไปรักษาแผลใจที่ทะเล (เหมือนในมิวสิค วีดีโอ ).... แม้แต่จะไปดึ๋งดึ่ง กรึ๊มกรึ่ม กับเพื่อนฝูงที่รู้ใจ หรือไปซื้อของทีู่ซุปเปอร์มาเกตกับครอบครัว ....
จะเที่ยวแบบไหนก็ไม่ผิดกติกาครับ เพราะขึ้นอยู่กับความชอบส่วนบุคลล และรสนิยมส่วนตัวฮะ...

เหมือนผมเวลาว่างๆก็สะพายเป้ แบกกล้อง เดินไปสถานีรถไฟใกล้บ้านครับ และอยากแวะไหนก็แวะ ไปหาอะไรอร่อยๆกิน ไปหาอะไรสวยๆแปลกๆ มาถ่ายเล่นๆตามประสาครับ...
จะไปกับเพื่อนเป็นกลุ่มเป็นฝูง หรือไปแบบ โดดเดี่ยว เดียวดาย ก็สนุกได้ทั้งนั้นครับผม...ของอย่างนี้มันขึ้นอยู่ที่ใจครับ ถ้าใจสนุกแล้ว อะไรๆมันก็สนุกฮะผมว่า..!!

*
ิช่วงนี้ที่นี่ก็ยังไม่เลิกหนาวสักที ทั้งๆที่เริ่มๆย่างๆเข้าสู่หน้าใบไม้ผลิแล้ว โดยเฉพาะวันนี้หนาวเป็นพิเศษ...
เล่นเอาต่อมขยันทำงานไม่ค่อยสะดวก ถ้าขาแหย่ไปในโต๊ะทำความร้อน(kotatsu)เมื่อไหร่ล่ะก็ลุกไปไหนไม่ได้ครับผม...
ฮี่ๆ เอาูช้างมาฉุดก็ไม่ไปครับ..

หนาวๆอย่างนี้ถ้าพูดถึงอาหารพี่ๆ เพื่อนๆจะนึกถึงอะไรครับ...ที่นี่อากาศหนาวๆต้องนี่เลย " Nabe " หรือ"หม้อไฟ" นั่นเอง... คิดดูนะครับ ตอนหนาวๆได้นั่งอยู่หน้าเตา ซดน้ำซุปหม้อไฟร้อนๆมันจะสุขีสุขีขนาดไหน...

แต่ผมว่าความหมายของ หม้อไฟ ไม่ได้มีแค่นั้นครับ....
เวลาทานหม้อไฟที น้อยคนนักที่จะหม่ำคนเดียวให้เปลี่ยวใจใช่มั้ยฮะ มันก็ต้องล้อมวงทานกับพ่อแม่พี่น้องครอบครัว เพื่อนสนิทมิตรสหาย แย่งกันบ้าง ตักให้กันบ้าง กินไปคุยไป ช่างเป็นโอกาสในการกระชับความสัมพันธ์ที่ดีนัก....

เมื่อวานดูทีวีมีดาราวัยรุ่นญี่ปุ่นคนนึงถูกสัมภาษณ์ว่า...
" วันเกิดที่ผ่านมาได้ทำอะไรเป็นพิเศษหรือเปล่า"

ดาราหนุ่มอายุ 19บริบูรณ์ตอบว่า...
" ทานหม้อไฟกับครอบครัวครับ " ( หม้อไฟ=พิเศษ ???)

เดี๋ยวกลับเมืองไทยเมื่อไหร่ต้องให้คุณนายทำให้กินมั่งครับ แต่เปลี่ยวเป็นหม้อไฟจุ่มจิ้มจิ้มจุ่มแทน น่าจะเวิร์กกว่ากันฮะ ผมว่า..(^ ^)

*
ปีที่ผ่านมาที่ญี่ปุ่นเกิดภัยพิบัติมาให้ผมได้เผชิญมากมายเหลือเกิน...ทั้งไต้ฝุ่นเอย พายุหิมะที่ตกอย่างผิดปกติ และก็ที่สำคัญแผ่นดินไหว...ตั้งแต่มาอยู่ที่นี่ผมก็รู้จักมักจี่กับคุณแผ่นดินไหวมากขึ้น จนเกือบจะสนิทกันแล้วฮะ...เพราะเกิดบ่อยเหลือเกิน
เมื่อวันมะรืนนี้ก็เพิ่งไหวให้ตื่นมางัวเงียเล่น...

ถึงจะเริ่มชิน แต่ก็อย่าเกิดดีกว่าครับ เพราะเกิดทีไม่สนุกเลยฮะ มันเหมือนไม่มีความมั่นคงยังไงก็ไม่รู้ครับ เจอแบบนี้บ่อยๆคิดถึงเมืองไทยขึ้นเป็นกอง...

แม้ที่นี่จะมีสี่ฤดู มีอะไรสวยๆให้ดู...มีอะไรสนุกๆให้ทำมากมาย แต่ยังไงก็ไม่อุ่นใจเท่าบ้านเราฮะ...





*

ตอนนี้ก็ยังยุ่งๆเหมือนเดิมครับผม เหมือนอายุมากขึ้น เวลาเที่ยวเล่นกลับน้อยลง อาจจะเหนื่อยไปนิด ...
แต่ผมว่า มันแลกกับประสบการณ์ชีวิตที่ผ่านมาให้เราได้เก็บเกี่ยวฮะ (พูดยั่งกะลุงอายุ 60 ฮ่า)...
การติดต่ออาจจะขาดๆหายๆไปนิด ก็อย่าเพิ่งโกรธเคืองอัยคุงนะครับ....ยังไงก็ยังระลึกถึงผู้มีอุปการะคุณทุกท่านเสมอขอรับ...

เมื่อวานเจอรูปรุ่นน้องที่ไม่ได้ติดต่อกันนานใน website ก่อนนี้เห็นเปรยๆอยู่บ่อยๆว่าอยากเป็น แอร์โฮสเตส ตอนนี้เห็นใส่เครื่องแบบยืนยิ้มแฉ่งสมใจ เห็นแล้วเราก็เผลอยิ้มตามด้วย ดีใจตามด้วย...
ความฝันไม่ใช่เรื่องล้อเล่นจริงๆครับ....!! (ปล.ใม่ใช่สาวในรูปซ้ายมือนี้นะครับ)



ปิดท้ายด้วยคำคมครับ

" วันนี้คุณเที่ยวแล้วหรือยัง " และก็...
"อาทิตย์นี้คุณหม่ำหม้อไฟแล้วหรือยัึง " อิอิ...


รักษาสุขภาพคร้าบ..!!



อัยคุงขอขอบคุณเพลงเพราะๆ
Song: 本当の気持ち
Artist: 山下将輝





//nextmusic.net/s/entmp3/20010906232253hontonokimoti.mp3




 

Create Date : 04 กุมภาพันธ์ 2549    
Last Update : 17 กุมภาพันธ์ 2549 20:53:23 น.
Counter : 194 Pageviews.  

หิมะ...ความสุข...และรูปภาพ...



<


*
Hello!! สวัสดีคร้าบ... วันนี้ขึ้นต้นมาทักทายเป็นภาษาปะกิตหนึ่งทีครับ...
ไม่ใช่อะไรฮะ เพราะหลังมาอยู่ที่ญี่ปุ่นนี่ภาษาอังกฤษ(ที่รัก) ก็เริ่มจะอ่อนแอลงเรื่อยๆฮะ ตอนแรกก็ไม่ได้เอะใจอะไรเพราะเวลาอ่าน ก็ยังอ่านออกพอกล้อมแกล้มได้อยู่ แต่เวลาเขียนกับพูดดิครับ ปัญหาเลย จากพูดเหมือนจะคล่อง กลายเป็นใบ้รับประทาน อาโน่...อาโน่...อยู่นั่นแหล่ เฮ้อกลุ้มจาย....!

เพื่อนผมมันบอกว่า ก็แลกกลับพูดญี่ปุ่นได้ไง เออผมก็ว่าจริงครับ แต่พูดได้กับพูดได้ดี นี่มันไม่เหมือนกันใช่มั้ยครับ...แต่ผมมันเป็นประเภททั้งพูดไม่ค่อยจะได้แถมที่พูดได้ก็ไม่ดีด้วย 555...แต่ไม่เป็นไรฮะ แค่ตอนนี้ดูที่วีแล้วเข้าใจ กลับไปเที่ยวที่ไหนแล้วไม่หลงก็โอเคแล้วครับ...
















*

เมื่อวานแถบคันโต โตเกียว ชิบะ โยโกฮามา แถวๆนี้...หิมะตกหนักในรอบหกเจ็ดปีครับ หิมะ...หิมะตกที ผมไม่รู้จะดีใจดีหรือเปล่า เพราะว่าหิมะตกมา การจราจรก็จะอันตราย รถราต้องหาโููซ่มาคล่องกันลื่นนะครับ...คนเดินเท้าก็ต้องระวังมากขึ้น แถมสูญเสียเวลาบางส่วนกับหิมะไป เวลาเป็นสิ่งมีค่าที่นี่ฮะ...

แถมถ้าตกหนักๆอย่างแถวๆจังหวัดนิกาตะนี่คงร้องไห้เลยล่ะครับ หนักขนาด2เมตรออกจากบ้านไม่ได้ หลังคาถล่ม นี่คงลุ้นระทึกน่าดู...ที่นี่มีคนแก่เสียชีวิตเยอะ เพราะปีนขึ้นไปกวาดหิมะบนหลังคาแล้วลื่นตกลงมาฮะ...รู้สึกสงสาร และเป็นห่วงจริงๆครับ.



* แต่จะยังไงหิมะก็ยังมีข้อดีอยู่ครับที่.....ขาว-สวย-และโรแมนติก....
ฮ่าๆๆ ดังนั้นผมเลยยังรักหิมะอยู่ครับ..
วันนี้เลยเดินด่อมๆแถวๆบ้านออกไปกดชัตเตอร์เล่นๆก่อนที่จะละลายไปซะก่อน...

ว่าถึงเรื่องถ่ายรูปนี่ สงสัยผมจะชอบมันเข้าแล้วจริงๆฮะ ผมเหมือนคนอื่นๆหรือเปล่าครับ ว่าสิ่งที่เรารัก และสนใจเนี่ยมันจะเกิดขึ้นเองนะ ไม่ใช่ทำตามกระแสหรอกฮะ ...
ตอนนี้เห็นอะไรที่ต้องตาถูกใจ เป็นต้องคันไม้คันมือซะทุกที ไม่อยากให้มันผ่านไปโดยไม่ได้เก็บมันไว้
อยากจะเนรมิตมันไว้ในกล้องซะงั้น...






ไอ้ผม ตั้งแต่เกิดมาก็ไม่เคยเรียนถ่ายรูปกับเค้าหรอกครับ ถ่ายไปตามอารมณ์ ลองผิดลองถูก และก็ชอบมีทิฐฐิอีกเหน่ะ คือถ้าเห็นรูปถ่ายใครที่เจ๋งๆ จะไม่ก๊อปปี้รูปเค้ามาเด็ดขาดครับ ผมเคารพในความคิดและไอเดียครับแต่
จะนำมาเป็นตัวอย่างสอนตัวเองเสมอ...ผมเชื่อเสมอว่ารูปที่ดีไม่ต้องสวยก็ได้ครับ !!กำลัึงพูดเข้าข้างตัวเองอยู่ ฮ่า..!!






*
รูปที่ชอบถ่ายเหรอฮะ น่าจะเป็นรูปคนแบบเผลอๆ ธรรมชาติๆ อารมณ์แอบถ่ายประมาณนั้นครับ ฮ่า...
ถึงจะชอบถ่าย แต่ไม่ค่อยกล้าครับ เพราะบางทีอาจเป็นการละเมิดสิทธิได้ครับ..

สมัยอยู่ที่อเมริกามีอยู่ครั้งนึงถ่ายรูปเล่นกับเพื่อนที่ร้านแมคโดนัลอยู่ ถ่ายกันอยู่ดีๆก็มีหญิงฝรั่งเป็นลูกค้าล่ะครับ มาโวยวายหาว่าไปแอบถ่ายรูปลูกสาวเค้า สองสามขวบได้มั้งฮะ...หาว่าเป็นพวกลักพาตัว (Kidnapper) พอดีช่วงนั้นมีข่าวลักพาตัวบ่อย
จะบ้าเหรอเจ๊..!! ผมคิดในใจ ฝรั่งอะไรฟระไม่เมกเซนต์เลย....(ผมกับเพื่อนหน้าตาออกจะดี (- -") ) เดือดร้อนผู้จัดการร้านเค้าต้องออกมาช่วยคุยให้ จำฝังใจเลยฮะ...
















*
ก็เพราะหิมะตก ก็เลยไม่ได้ออกไปไหน หมกตัวอยู่แต่ในห้อง แต่ไม่ได้หมกมุ่นนะครับ อิอิ...

นั่งดูทีวีวันอาทิตย์ที่แสนจะน่าเบื่อ...แต่แอบประทับใจรายการหนึ่ง เป็นรายการที่เกี่ยวกับให้เด็กประถมนำกล้องวีดิโอไปสัมภาษณ์ผู้คนว่า
幸せは何ですか?หรือแปลว่า
" ความสุข(ของคุณ)คือ..? "

คำตอบก็มีหลากหลายครับ...
ได้กินอะไรที่อร่อยๆ แพงๆ / ได้เที่ยว / หลัึงเลิกเรียนได้เล่นกับเพื่อน / ประสบความสำเร็จในการทำงาน/ มีสุขภาพแข็งแรง / ได้อยู่กับคนที่รัก ....ฯลฯ

แต่ที่ผมชอบที่สุดเป็นคำตอบของคุณตาคนหนึ่งฮะ...
คุณตาตอบว่า...ความสุขของตาคือ "ยังได้ตื่นในตอนเช้า "

แล้วความสุขของทุกคนล่ะครับคืออะไร...เป็นแบบไหน..หากเรามีความสุขได้ทุกๆวินาทีก็คงดีนะครับ.

วันนี้โม้ยาวไปหน่อยฮะ ขอตัวไปนอนก่อนครับผม มีความสุขมากๆ...สวัสดีครับ..!!



อัยคุงขอขอบคุณเพลงเพราะๆ
Song: おおたわ こうじ
Artist: 平穏な日々>







 

Create Date : 23 มกราคม 2549    
Last Update : 11 กรกฎาคม 2549 18:10:08 น.
Counter : 177 Pageviews.  

เรื่องเล่าเขย่าขวัญ โปรดใช้วิจารนญาณในการอ่านนะคร้าบ..

Story


ในโลกมนุษย์ที่เราอาศัยอยู่ทุกวันนี้
มีเรื่องราวเล้นลับมากมายซ่อนเล้นอยู่ มนุษย์พยายามพิสูจน์หาบทสรุปที่แน่ชัด แต่ทว่าจวบจนถึงปัจจุบันนี้สิ่งเหล่านั้นก็ยังคงเป็นปริศนามืดดำอยู่

คงไม่มีใครบอกได้แน่ชัดว่าสิ่งนั้นคืออะไร นอกเสียจากว่าคุณจะได้สัมผัสกับสิ่งนั้นด้วยตัวของคุณเอง.....
สิ่งที่เรียกว่า
"~~วิญญาณ~~".........!!


ผมเป็นคนหนึ่งที่ไม่เคยหลงงมงายกับภูตผีวิญญาณ ไม่กลัว แต่ไม่เคยลบหลู่ ผมเคยเกิดอาการที่หลายคนเรียกว่าผีอำ หลายต่อหลายหน แต่นั่นมันเกิดจากผีจริงๆน่ะเหรอ....ไม่ใช่มั้งอาจเกิดจากอาการเหน็บชาของร่างกายมากกว่าผมคิดเช่นนั้นเสมอ...


แต่สิ่ึงที่ผมจะเล่าต่อไปนี้ เป็นเพียงเหตุการณ์เดียวที่ผมคิดว่า เกิดจากวิญญาณ แม้มันจะไม่สามารถพูดได้เต็มปาก 100% ก็ตาม....
( ปล. ขอสงวนชื่อบุคคลและสถานที่จริงไว้ณ.ที่นี้นะครับ )





หลังจากผมเอนทรานซ์เข้ามหาวิทยาลัยของรัฐแห่งหนึ่งได้สำเร็จ ชีวิตใหม่ของผมก็เริ่มต้นขึ้น เนื่องจากมหาวิทยาลัย ค่อนข้างอยู่ไกลจากบ้าน ผมจึงเลือกที่จะอยู่หอพักของมหาวิทยาลัย แต่เนื่องจากหอพักมีจำนวนไม่เพียงพอต่อจำนวนนักศึกษาที่ต้องการเข้าพัก ดังนั้นในหนึ่งห้องจะมีนักศึกษา 4-5 คนอาศัยอยู่ร่วมกัน


หอพักที่ผมอยู่นั้นค่อนข้างอยู่ไกลทีเดียว มีต้นไม้ใหญ่ครึ้มเรียงรายขนาบตัวตึก ในตอนกลางวันมันร่มรื่น
ดีทีเดียว แต่ในยามค่ำคืนก็ชวนขนลุกได้เช่นกัน...


เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้เกิดหลังจากที่ผมเข้าพักได้ประมาณ 1 เดือน ....ผมเลือกนอนเตียงชั้นบน ส่วนชั้นล่างเป็นที่นอนเพื่อนผมที่อยู่คณะ และชั้นปีเดียวกัน ส่วนเพื่อนร่วมห้องคนอื่นๆ เป็นรุ่นพี่ทั้งสิ้น ไอ้เจ้าเพื่อนผมเนี่ยมันเป็นคนอ้วนท้วน กินเก่ง เลยอาจจะดูขี้เกียจสักหน่อย...มันชื่อว่าต๊ะ...มันนอนอยู่เตียงชั้นล่าง...

คืนวันนั้นก็เป็นเหมือนปกติทุกวัน...ที่ผมมักจะนอนดึกกว่าคนอื่นเสมอ ไฟทุกดวงในห้องทุกปิดหมด จะเหลือก็เพียงแสงไฟจากหัวเตียงชั้นสองของผม และก็แสงไฟจากทางเดินนอกห้องที่ส่องผ่านกระจกหน้าต่างเท่านั้น....

วันนั้นผมไม่ค่อยง่วงเลยอ่านหนังสือยาวจนเกือบเที่ยงคืน บรรยากาศตอนนั้นเงียบเชียบ มีเสียงลมที่พัดเสียดสีกับกิ่งไม้ใหญ่ และเสียงกรนของไอ้ต๊ะ...


แมร่งกินง่ายหลับง่ายจริงวุ้ย... ผมนึกอิจฉามัน...แอบเหล่ไปมองพี่ห้องก็นอนเงียบเชียว สงสัยจะหลับกันหมดแล้ว....ผมยิ่ึงรู้สึกเกรงใจมากยิ่งขึ้น กลัวพวกเค้าตื่น...


ผมอ่านหนังสือต่อไปเรื่อยๆ จนเริ่มง่วงนอน มองดูนาฬิกา เฮ้ยจะตีหนึ่งแล้ว พรุ่ึงนี้มีเรียนเช้าด้วย ก็เลยปิดไฟข่มตานอน ภายในห้องเหลือเพียงแสงไฟจากทางเดิน ที่ค่อนข้างสว่างเหมือนกัน....


เนื่องจากดึกแล้วผมเลยหลับได้ไม่ยากนัก แต่ผมเกิดฝัน...ฝันว่ามีหมาดุ แยกเขี้ยวมาแง่งๆจะกัดผมที่ใกล้ๆขา
น่ากลัวมากเลยครับ จนทำให้ผมตกใจสะดุ้งตื่น...
เฮ้อ....ฝันร้ายนี่หว่า ผมรู้สึกเหนื่อยและหงุดหงิดเล็กน้อย...

หลังจากที่หายตกใจผมข่มตานอนต่อได้ประมาณ 5 นาทีกำลังเคลิ้มได้ที่ ก็มีความรู้สึกว่าเท้าไปปัดหมอนใบเล็ก(ผมมีหมอนสองใบ) ตกลงไปข้างล่าง .... อะไรกันวะเนี่ย... เออช่างมัน!! เดี๊ยวตอนเช้าค่อยเก็บละกัน ผมคิด....ข่มตานอนต่อ....


สักพักก็มีความรู้สึกว่าเหมือนมีใครโยนผ้าห่มสะบัดขึ้นมาให้ผม อ้าวไม่ใช่หมอน....ผ้าแพรตกหลอกเหรอ แล้วไอ้ต๊ะมันเป็นไรวะ!! อุตส่าห์ตื่นมาเก็บผ้าโยนมาให้ผม
แปลกว่ะ!! ผมคิดขำแกมนึกขอบคุณมันในใจ ตาก็ยังหลับอยู่..............แต่.. แต่ทำไมผ้ามันไม่ตกลงมาสักที ผมมีความรู้สึกว่าผ้าแพรผืนนั้นมันโบกสะบัดอยู่เหนือตัวผมนานผิดปกติ.....จนทำให้ผมเอะใจลืมตาขึ้นมาดู..!!
ณ.ช่วงเสี้ยววินาทีนั้นเอง....

ณ. เสี้ยววินาทีนั้นก็มีเงาดำู รูปร่างผอมสูง ไม่มีใบหน้า กระโดดขึ้นมาจากชั้นล่างขึ้นมาที่ตัวผมอย่างรวดเร็ว สองมือของเงาดำนั้นกดลงที่หัวไหล่ผม ส่วนสองเท้านั้นก็วางกดอยู่บนขาผมเช่นกัน คล้ายกบ.... ตัวผมชาทันที แล้วหน้าของเงาดำนั้นหล่ะอยู่ห่างจากหน้าผมไม่เกิน 2 นิ้วได้มั้ง....เฮ้ยนี่มันอะไรวะเนี่ยผมยังงงๆ ผมหลับตาปี๋ และเบือนหน้าไปอีกทางหนึ่ง...

หลังจากที่ตั้งสติได้สักครู่เอาวะ คราวนี้แหล่ะที่ผมจะได้รู้ว่าผีมีจริงหรือเปล่า ผมคิดที่จะลืมตาไปมองสิ่งนั้น
แต่ถึงผมจะอยากทำ แต่มันทำไม่ได้ครับ มันสุดๆจริงๆ ทีนี้ก็เลยสวดมนต์ไม่รู้กี่บท ไม่รู้ว่าตอนนั้นผมสวดผิดหรือเปล่าเพราะตัวผมยังชาตลอด หรือว่าเป็นฝรั่งไม่เข้าใจภาษาไทย (><) ตอนนั้นผมคิด อย่างนั้นจริงๆ ก็เลยขอร้องให้เค้าไปซะทีเถอะ เพราะเริ่มอึดอัดมาก อยากจะร้องไห้ประมาณนั้นเลย...ก็เลยบอกว่าจะทำบุญอุทิศส่วนกุศลไปให้......


ทันใดนั้นพี่ห้องอีกคนของผมกลับมาจากเที่ยวข้างนอกทันทีที่เปิดประตูห้องเข้ามา เชื่อมั้ยครับ ตัวผมหายชาทันที รีบเอื้อมไปเปิดไฟหัวเตียง แสดงว่าผมไม่ได้ฝันไป!!!! ( ฝันยังจะดีซะกว่า)


พี่ห้องผมคนนั้นเค้าก็คงงงครับ ถามว่าเป็นอะไร....ตื่นมาทำไม...ผมบอกว่าไม่มีอะไรครับ เพราะถ้าบอกไปเป้นอันไม่หลับไม่นอนกันแน่.....ผมดูนาฬิกาจะตี5แล้ว ก็เลยนอนต่อใจก็ยังเต้นแรงไม่หาย ใช่ครับคราวนี้เปิดไฟนอนครับ.....


หลังจากนั้น ผมก็ทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้เงาดำนั้น....ผมไม่ได้ย้ายห้องไปไหน แค่เอาพระมาคล้องที่หัวเตียงกับเปลี่ยนตำแหน่งเตียงนิดหน่อยครับ แล้วก็ไม่มีเหตุการณ์ใดๆเกิดขึ้นอีกเลย....


เหตุการณ์นี้ผมก็ไม่สามารถบอกได้ว่าสิ่งนั้นคืออะไร แต่เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นจริง นึกทีไรขนลุกทุกที.....


โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่านนะครับ ....คืนนี้สวดมนต์ก่อนนอนหรือยังครับ...นอนหลับฝันดี ราตรีสวัสดิ์!!


//nextmusic.weez.mu/s/rateconv/listen20040929230122.m3u







 

Create Date : 13 สิงหาคม 2548    
Last Update : 7 ตุลาคม 2548 20:50:17 น.
Counter : 415 Pageviews.  

1  2  

Valentine's Month


 
อัยคุง
Location :
Chiba Japan

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]





เวลาเบื่อๆก็ชอบเล่า...
เวลาเหงาๆชอบมองฟ้า...
ชีวิตนี้ไม่ยึดติดกับกาลเวลา...
แต่ขึ้นอยู่กับสองขาที่ก้าวเดิน....


สู้ต่อไปไอ้มดแดง...อิอิ

















Friends' blogs
[Add อัยคุง's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.