If you want to make peace,You don't talk to your friends.You talk to you enemies. ไอ้กลินท์ ไม่ใช่ผู้ดีตีนแดง ตะแคงตีนเดิน !
Group Blog
 
All blogs
 

THE BOSS BEGGING FOR A FROGS

THE BOSS BEGGING FOR A FROGS
“นายเลือกกบ”: โอกาสของผู้นำในองค์กรสมัยใหม่


“THE BOSS BEGGING FOR A FROGS”:

OPPORTUNITY OF LEADER IN MODERN ORGANIZATION

HR –นายกลินท์ (klin.c@cpf.co.th)




โดยทั่วไปองค์กรสมัยใหม่ในปัจจุบันนั้นผู้นำต้องเผชิญอยู่กับการเปลี่ยนแปลงทั้งที่เกิดขึ้นภายในและภายนอกองค์กรอยู่ตลอดเวลาและสม่ำเสมอ ทำให้ผู้นำมีความเสี่ยงมากขึ้นในการตัดสินใจ(Decision-Making) ในการบริหารจัดการทั้งงานและคน สิ่งสำคัญผู้นำต้องมีความเข้มแข็งและเป็นศูนย์กลางขององค์กรในลักษณะที่ผู้นำเป็นองค์กร (Leader as Organization) โดยเฉพาะอย่างยิ่งความสามารถของผู้นำในการนำพาธุรกิจและทีมงานให้บรรลุเป้าหมายความสำเร็จคือการได้รับกำไรสูงสุด (Maximum Profit) จากการลงทุนและความสุขจากการทำงานร่วมกัน

Dave Ulrich และ Norm Smallwood[1] ได้นำเสนอว่าทั้งในเชิงการการวิจัยและจากประสบการณ์นั้นองค์กรที่มีผู้นำที่เข้มแข็ง มีประสิทธิภาพในทุกระดับจะสามารถประสบความสำเร็จในการดำเนินธุรกิจอย่างสูง ตรงกันข้ามองค์กรที่ขาดความต่อเนื่องของผู้นำย่อมส่งผลต่อความต่อเนื่องของความสำเร็จในธุรกิจเช่นเดียวกัน

ความสำเร็จขององค์กรนั้นจะผู้นำจำเป็นต้องอาศัยทีมงานที่มีประสิทธิภาพ เป็นมืออาชีพและผู้นำจะต้องบริหารจัดการให้ทีมงานของตนนั้นสามารถที่จะทำงานให้บรรลุเป้าหมายความสำเร็จร่วมกันได้ด้วย หากอุปมาองค์กรเป็นเช่นเดียวกันกับบึงใหญ่ อันเป็นที่อยู่อาศัยของกบดังเช่นในเรื่อง “กบเลือกนาย”[2] โดยในท้ายที่สุดเกิดโศกนาฏกรรมตายหมู่จากการเลือกนายที่ผิดประเภท ในองค์กรธุรกิจนั้นกบย่อมไม่สามารถที่จะเลือกนายได้ตามใจชอบ แต่เป็นไปตามโครงสร้างในการจัดระเบียบองค์กรที่มีความแน่นอน ชัดเจน ตรงกันข้ามทีมงานมักได้รับผลกระทบทั้งในเชิงบวกและลบจากการเปลี่ยนผู้นำเสมอ ดังนั้นผู้นำจึงย่อมมีโอกาสสูงสุดเสมอ (Maximum Opportunity) ในการเลือกทีมงาน ปัญหาคือ ผู้นำจะเลือกกบแบบใด? เพื่อให้การทำงานขององค์กรนั้นได้รับผลประโยชน์สูงสุด โดยเฉพาะอย่างยิ่งกบที่มีอยู่อย่างหลากหลาย/หลากระดับ และแตกต่างกัน ซึ่งถือเป็นความท้าทายอย่างมากของผู้นำองค์กรในปัจจุบัน

โดยทั่วไปผู้นำมักอยากเลือกกบที่มีศักยภาพ มีประสบการณ์ มีผลงานและเชี่ยวชาญในการทำงานมากที่สุดเข้าร่วมเป็นทีมงานหลักขององค์กรเนื่องจากผู้นำเชื่อว่ากลุ่มกบเหล่านี้เป็นผู้ที่สามารถทำให้บรรลุเป้าหมายที่องค์กรต้องการได้อย่างแน่นอน ข้อคิดสำคัญคือ ผู้นำจะทราบได้อย่างไรว่ากบตัวใดเป็น”กบจริง” หรือ “กบพลาสติก”,”เจ้าชายกบหรือกบธรรมดา”? ดังนั้นกบแต่ละตัวจะต้องแสดงตัวตนของกบออกมาเพื่อให้ผู้นำนั้นมองเห็น และเลือกกบตัวที่มีลักษณะพิเศษแท้จริงแตกต่างจากกบทั่วไปซึ่งเมื่อผู้นำจุมพิตแล้วกบตัวนั้นกลายเป็น “กบทองคำ” และผู้นำนั้นจะต้องพัฒนาและรักษากบตัวนี้ไว้

กลุ่มของกบในบึงใหญ่นี้ ผู้เขียนได้จัดแบ่งประเภทของกบออกเป็น 3 รูปแบบโดยพิจารณาจากผลการปฏิบัติงาน(Performance) และศักยภาพ (Potential) ทั้งในเชิงของการปฏิบัติงานตามหน้าที่ และความสามารถด้านคนของกบแต่ละประเภทดังนี้

1.กบทองคำ(Gold Frog) เป็นกบที่มีผลการปฏิบัติงานในระดับดีเลิศ โดยสามารถเป็นส่งมอบงานที่มีคุณค่าให้กับองค์กรในการบรรลุผลประโยชน์สูงสุดขององค์กรได้และมีศักยภาพสูงในการพัฒนาเป็นระดับ “กบเพชร” ได้ มีความสามารถในการบริหารจัดการคนการทำงานร่วมกันกับผู้อื่นรวมทั้งได้รับการยอมรับนับถือจากเพื่อนร่วมงานด้วย

2.กบ (Real Frog) คือกบที่มีผลการปฏิบัติงานในระดับมาตรฐานทั่วไป มีศักยภาพในระดับปานกลางซึ่งสามารถพัฒนาไปเป็นกบทองคำได้ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการให้โอกาส การส่งเสริม การให้พื้นที่ของผู้นำแก่กบกลุ่มนี้รวมทั้ง กบเหล่านี้จะต้องมีแรงจูงใจที่จะพัฒนาไปเป็น กบทองคำ ด้วยเช่นเดียวกัน กบประเภทนี้สามารถทำงานรวมกันกับผู้อื่นได้และได้รับทั้งการยอมรับและไม่ยอมรับจากเพื่อนร่วมงานตามความสัมพันธ์ระหว่างงานหรือหน้าที่ที่กบกลุ่มนี้ปฏิบัติ

3.กบพลาสติก(Plastic Frog) ได้แก่กบที่มีผลการปฏิบัติงานต่ำกว่ามาตรฐานซึ่งไม่สามารถปฏิบัติงานให้เป็นไปตามที่ผู้นำต้องการ หรือคาดหวังได้ รวมทั้งมีศักยภาพต่ำมีโอกาสและแรงจูงใจที่จะพัฒนาได้น้อย รวมทั้งไม่อยู่ในพื้นที่หรือห่างไกลจากการรับรู้ รู้สึกของผู้นำ

ในความเป็นจริงการจัดแบ่งกบแต่ละประเภทของผู้เขียนนี้เป็นการจัดแบ่งกบตามผลการปฏิบัติงานและศักยภาพที่ผู้นำสามารถมองเห็นและรับรู้ได้ แน่นอนว่าผู้นำขององค์กรต้องเผชิญอยู่กับกบที่มีความหลากหลายเหล่านี้ ซึ่งผู้เขียนเชื่อว่าในบึงใหญ่ของกบแต่ละประเภทเหล่านี้ย่อมสามารถผสมข้ามสายพันธุ์กันได้ จึงเป็นอุปสรรคของผู้นำอย่างมากที่จะเลือกจับกบที่ดีที่สุดแม้ผู้นำจะมีโอกาสในการเลือกอยู่เสมอก็ตาม

อย่างไรก็ตามหากผู้นำที่มุ่งเน้นแต่ผลการปฏิบัติงานของทีมงานเพื่อให้บรรลุเป้าหมายสูงสุดขององค์กรเพียงประการเดียวก็ย่อมสามารถจะเลือกจับกบจากการมองเห็นที่ผลปฏิบัติงานและศักยภาพที่ปรากฏได้อย่างง่ายดาย ในทางตรงกันข้ามผู้นำที่ไม่ได้ให้ความสำคัญในส่วนที่มองไม่เห็น(Invisible) โดยเฉพาะพฤติกรรม นิสัย จิตใจของกบแต่ละประเภทนี้ เมื่อผู้นำจับกบที่ดีที่สุดมาแล้ว กบตัวที่เลือกมานั้นผู้นำจะทราบได้อย่างไรว่าเป็น กบทอง? และ กบทองนั้นจะได้รับการยอมรับที่แท้จริงจากกบอื่นๆ ในบึงได้อย่างไร ?และ ผู้นำจะมั่นใจได้อย่างไรว่ากบทองเหล่านั้นจะไม่กลายเป็น กบพิษ? กบที่ดีที่สุดอาจจะกลายเป็น “กบพิษ” ที่ย่อมทำร้ายผู้นำและเป็นอันตรายต่อกบตัวอื่นๆและย่อมส่งผลเสียหายต่อองค์กรในที่สุด จึงเป็นเรื่องที่ยากและท้าทายมากยิ่งขึ้นในการตัดสินใจของผู้นำจะต้องมีความเชี่ยวชาญในการเลือกจับกบเหล่านี้ นอกเสียจากว่าผู้นำจะตัดสินใจเลือกที่จะฆ่ากบพิษหรือเลี้ยงกบพิษให้โตต่อไปหรือเลือกจับกบทองตัวใหม่ ซึ่งทั้งหมดนี้ผู้นำยังคงมีโอกาสอยู่เสมอ


--------------------------------------------------------------------------------

[1] Dave Ulrich and Norm Smallwood.(2006). “Leadership as a Brand”.The Leader of Future: Vision, Strategy, and

Practice for The New Era.Jossey-Bass,San Fransisco,P.141

[2] นิทานอีสป เรื่อง กบเลือกนาย




 

Create Date : 20 มิถุนายน 2552    
Last Update : 20 มิถุนายน 2552 13:08:37 น.
Counter : 100 Pageviews.  


นายกลินท์
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add นายกลินท์'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.