When you long for blessings that you may not name, and when you grieve knowing not the cause, then indeed you are growing with all the things that grow, and rising toward your greater self.
Group Blog
 
All Blogs
 

ชวนเพื่อนๆ พี่ๆ ช่วยน้องผ่าตัด...



วันนี้ ก็ยังไม่หายดีเท่าไหร่ค่ะ... แต่ว่าเห็น e-mail ของเพื่อนคนหนึ่งแล้วก็เลยอดไม่ได้
ขอขยับไม้ขยับมือตัวเองสักหน่อยแล้วกันนะ...

เพื่อนส่ง e-mail ฉบับหนึ่งมาให้ค่ะ
ถ้าหลายๆ คนดูข่าวเมื่อหลายวันก่อนของช่อง 3 อาจจะจำได้ว่ามีน้องคนหนึ่งน่าสงสารมาก อายุแค่ 7 เดือนเท่านั้นก็ป่วยเป็นโรคหัวบาตร
ที่เรียกแบบนี้ก็เพราะว่า ศีรษะน้องเขามีความผิดปกติ ใหญ่มากๆ
(ถ้าเพื่อนๆได้เห็นรูปก็คงเข้าใจว่าทำไมถึงเรียกแบบนั้น)

"น้องณัฐวุฒิ นาคแสง อยู่บ้านเลขที่ 14 หมู่ 7 ต.ทุ่งกุลา อ.ท่าตูม จ.สุรินทร์ เกิดมามีความพิการทางร่างกาย คือ หัวโต (เด็กหัวบาตร)
ซึ่งพ่อแม่มีฐานะยากจน ต้องเดินทางไปทำงานรับจ้างต่างจังหวัด
น้องต้องอาศัยอยู่กับยายซึ่งแก่แล้ว



เบื้องต้นทางส่วนราชการต่างๆได้ช่วยเหลือแล้วแต่ยังไม่เต็มที่
และค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษาพยาบาลของน้องค่อนข้างสูง
ดังนั้นจึงวอนขอผู้ใจบุญร่วมบริจาคเงิน
เพื่อเป็นค่ารักษาพยาบาล ค่านมและค่าใช้จ่ายอื่น ๆ
ตามชื่อบัญชี เพื่อ ด.ช. ณัฐวุฒิ นาคแสง
หมายเลขบัญชี 226-2-05840-5 ธนาคาร ธกส.สาขาท่าตูม จังหวัดสุรินทร์ี"


วันนี้ JJ ลองเช็คข่าวตรงนี้ดูแล้วนะ แล้วก็สอบถามกับทางอบต. ทุ่งกุลา
ที่สุรินทร์ด้วยตัวเองเลย ทางโน้นให้ข่าวล่าสุดว่า
อาการของน้องณัฐวุฒิ นาคแสง (ปัจจุบันอายุ 7 เดือนกว่า)
ตอนนี้ถือว่าปกติดี มีแพทย์โรงพยาบาลประจำจังหวัดสุรินทร์เป็นผู้ดูแลอยู่
โดยตอนนี้เจาะเอาน้ำในศีรษะออก และนัดให้พบแพทย์ทุกสองเดือน

น้องณัฐวุฒิตอนนี้ยังคงอาศัยอยู่กับคุณยาย
(ไม่ได้นอนรักษาที่โรงพยาบาล)
ขณะที่พ่อแม่ของน้องณัฐวุฒิไปทำงานรับจ้างที่จังหวัดชลบุรี

การช่วยเหลือน้องณัฐวุฒิตอนนี้ มีผู้ใจบุญบริจาคเงินมาแล้วประมาณแสนกว่าบาท
ซึ่งเงินดังกล่าวมีการตั้งคณะกรรมการดูแลการเบิกจ่ายเงิน
ซึ่งดูแลให้ค่าใช้จ่ายดูแลน้องเดือนละ 2,500 บาท เพื่อเป็นค่านม ค่าของใช้ของเด็ก
สำหรับค่าใช้จ่ายในการเหมารถเพื่อพาน้องไปพบแพทย์
คุณยายก็แจ้งกับทางคณะกรรมการเพื่อขอเบิกจ่ายเพิ่มเติมได้เช่นกัน

ล่าสุด อย่างที่เพื่อนๆ พี่ๆ หลายคนคงเห็น หนังสือพิมพ์และโทรทัศน์ช่อง 3
นำเรื่องราวของน้องณัฐวุฒิไปประชาสัมพันธ์ให้แล้ว

และมีผู้ใจบุญแนะนำให้ทางอบต. พาน้องไปรับการรักษาที่โรงพยาบาลเด็ก
ซึ่งในวันนี้ (วันพุธที่ 28 พฤษภาคม) คณะกรรมการจะมีการประชุมกัน
เพื่อสรุปผลการนำตัวน้องณัฐวุฒิไปรักษา ว่าจะนำไปที่ใด

นอกจากนี้แล้ว มีคำแนะนำจากผู้ใจบุญว่า
เพื่อให้เป็นการสะดวกแก่ผู้บริจาคที่อยู่ในภาคกลาง
ควรจะมีการเปิดบัญชีอีกแห่งขึ้น

ดังนั้นอาทิตย์ที่ผ่านมา ทางอบต. จึงได้ประสานกับทางธนาคารไทยพาณิชย์
เปิดบัญชี “เพื่อ เด็กชาย ณัฐวุฒิ นาคแสง
โดยนายบุญธรรม สันโส และ/หรือ นาง เรือง กำจร
และ/หรือ นาย ทองใบ บุญมี
ธนาคารไทยพาณิชย์ สาขารัตนบุรี จังหวัดสุรินทร์
เลขที่บัญชี 593-235098-7”

รายละเอียดอื่นๆ สามารถสอบถามได้ที่
ปลัดอบต. นายจำนงค์ สมัญญา ที่มือถือ 081-789-5377

หรือติดต่อได้ที่ อบต. ทุ่งกุลา ที่เบอร์นี้ 044-722-100 ก็ได้ค่ะ

ปล. อย่าเพิ่งโทรกระหน่ำไปหา คุณปลัดนะคะ
เดี๋ยวคุณปลัดจะต้องคอยรับสายและไม่เป็นอันทำงานกัน

แต่ถ้าจะโทรสอบถามจริงๆ ลองติดต่อไปที่ อบต. ก็ได้
เห็นทางอบต. บอกว่าได้เอาเรื่องนี้ขึ้นไว้ที่ เว็บไซท์ของอบต. แล้วค่ะ
//thungkula50.org/ คลิกไปดูที่ข่าวประชาสัมพันธ์ได้เลยค่ะ

สุดท้ายนี้ เอาเป็นว่า เพื่อไม่ให้เมลนี้กลายเป็นเมลที่ส่งกันไม่รู้จบ
(เห็นบางเมล ส่งกันเป็น 6-7 ปี เลย)
สมมุติว่าผ่านจากวันนี้ที่ post ไปอีกสักเดือนสองเดือน
ขอความกรุณาเพื่อนๆ พี่ๆ ทุกคนที่จะ forward mail
ช่วยเสียเวลา เช็คข่าวกันอีกสักนิดที่เว็บไซท์

ถ้าเกิดว่าข่าวนี้ยังคงต้องการความช่วยเหลืออยู่
ก่อนที่จะ forward ต่อ ถ้าไม่เป็นการรบกวนจนเกินไป...
รบกวนช่วยลงวันที่ล่าสุดที่เพื่อนๆ ได้เช็คข่าว
ไว้บนหัวของ email ด้วยนะคะ (^_^)
เผื่อว่าถ้าเกิดไม่ต้อง forward แล้ว
mail นี้จะได้ไม่เป็นเมลขยะที่ล่องลอยไปมาในโลกไซเบอร์ค่ะ....

ทุกคนมีจิตใจที่ดี อยากช่วยคนอื่นๆ
แต่ถ้าละเอียดกันสักนิด...
โลกไซเบอร์จะได้มีเรื่องดีๆ ใหม่ๆ ไร้เมลขยะค่า...


ที่จะลงต่อไปนี้เป็นรูปของน้องเขาค่ะ..
น่าสงสารจัง ตัวนิดเดียวเองก็ป่วยแล้ว..
ตอนนี้ตัวเองก็ป่วย เลยซึ้งเลยว่าความไม่มีโรคเป็นลาภอันประเสริฐจริงๆ

ขอโมทนาสาธุกับทุกคนที่มีใจเมตตาช่วยเหลือนะคะ... ^_^













 

Create Date : 28 พฤษภาคม 2551    
Last Update : 28 พฤษภาคม 2551 20:40:50 น.
Counter : 678 Pageviews.  

ชวนเพื่อนๆ คนรักหมา ไปช่วยสร้างบ้านให้น้องหมา

ในวันที่งานเป็นทะเลแบบนี้...หลายคนคงกลับบ้านแล้ว
แต่ตอนนี้ Philous ยังต้องอยู่ทำงานต่อ...

แต่เมื่อกี้เปิดเมล แล้วเจอคำชวนจากเพื่อนร้าก...ก ส่งมาให้
ก็เลยรีบมาประชาสัมพันธ์ซะก่อน เพราะเชื่อว่างานนี้จะมีคนรักน้องหมาแล้วสนใจเหมือนกัน... ^_^

ขอเชิญร่วมทำบุญทอดผ้าป่าสามัคคี กับมูลนิธิบ้านสงเคราะห์สัตว์พิการ

ขอเชิญทุกท่านร่วมทำบุญทอดผ้าป่าสามัคคี กับมูลนิธิบ้านสงเคราะห์สัตว์พิการ ในวันอาทิตย์ที่ 27 เมษายน 2551 ภายใต้โครงการ"ขอความศรัทธา ร่วมสร้างบ้านใหม่น้องหมาบางเลน"

ณ มูลนิธิบ้านสงเคราะห์สัตว์พิการ เลขที่ 93 หมู่ 10 ต. บางภาษี อ. บางเลน จ. นครปฐม
โดยโทรมาลงทะเบียนได้ที่ 02-9615625,02-5844896



หรือเพื่อนๆ คนไหนอยากไปด้วย แต่ติดธุระจริงๆ
ก็ช่วยได้ด้วยการร่วมบริจาคเงิน เพื่อสร้างที่อยู่ให้กับน้องหมา
ในชื่อบัญชี "มูลนิธิบ้านสงเคราะห์สัตว์พิการ"
[บัญชีออมทรัพย์ สาขาสรงประภา ดอนเมือง] ได้ตามธนาคารต่างๆ ดังนี้ค่ะ

ธนาคารกรุงเทพ จำกัด เลขที่บัญชี 059-0-12305-5
ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด เลขที่บัญชี 105-2-18418-1
ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด เลขที่บัญชี 332-1-08971-9
ธนาคารกสิกรไทย จำกัด เลขที่บัญชี 422-2-20785-7
ธนาคารไทยธนาคาร จำกัด เลขที่บัญชี 034-2-18211-0

หรือเพื่อนๆ คนไหนที่บ้านมีของอะไรเยอะแยะที่เหลือใช้อยู่แล้ว
เลยอยากจะบริจาคเป็นสิ่งของแทน ก็ทำได้เหมือนกันนะ
อย่างเช่น ข้าวสาร ถุงขยะขนาด 16x26 นิ้ว แชมพูอาบน้ำ น้ำยาทำความสะอาดพื้น อาหารเม็ดสุนัข-แมว ยาจุดกันยุงแบบขด ผงซักฟอก น้ำยาล้างจาน น้ำยาฆ่าเชื้อเดทตอล และผ้าขนหนูเก่า
ของพวกนี้จำเป็นทั้งนั้น คนรักหมาคงจะรู้ดีแน่ๆ

อย่าลืมนะคะ งานนี้เพื่อนๆ พี่ๆ สามารถนำน้องหมาสุดที่รักไปร่วมงานด้วยได้เลย

ส่วนอันนี้เป็น กำหนดการของงานอย่างคร่าวๆ

10.30 น. พระสงฆ์เจริญพระพุทธมนต์

11.00 น. ถวายภัตตาหารเพลแด่พระสงฆ์

12.00 น. ร่วมพิธีทอดผ้าป่า โครงการ "ขอความศรัทธาร่วมสร้าง บ้านใหม่ น้องหมาบางเลน"

พิธีมองโล่ห์ประกาศเกียรติคุณแก่ผู้สนับสนุนมูลนิธิฯ

ร่วมสรงน้ำพระวันสงกรานต์กับมูลนิธิฯ
(มูลนิธิฯ เตรียมน้ำหอม แป้งร่ำ น้ำปรุงไว้ให้)

กิจกรรมเล่นเกมส์ร่วมกับสุนัขแสนรู้ของศูนย์ฝึกสุนัขไชยภักดิ์

ชมบูธสินค้าและเกมส์การละเล่นต่างๆ

รับประทานอาหารและเครื่องดื่มตลอดงาน

* สามารถนำ ข้าวสาร อาหารแห้ง เข้าร่วมกองผ้าป่าได้*

สาธุ!!!!

ส่วนอันนี้เป็นเว็บไซท์ของมูลนิธิค่ะ

//www.home4animals.org/index_th.asp

ในนี้มีบอกแผนที่ บอกการเดินทาง แล้วก็ข้อมูลต่างๆอีกเยอะมาก

เพื่อนๆ น้องๆ พี่ๆ คนไหน สนใจทำบุญช่วยน้องหมา...ขอเชิญเลยนะคะ
หรือบอกเล่าข่าวนี้ให้เพื่อนๆ ที่รู้จักก็ได้ จะยิ่งดีมากๆ เลย....





 

Create Date : 18 เมษายน 2551    
Last Update : 18 เมษายน 2551 19:25:32 น.
Counter : 521 Pageviews.  

สวัสดีปีใหม่ไทย และขอชวนเพื่อนๆไปบริจาคเลือดกันคะ ^_^



สวัสดีปีใหม่ไทยค่า ...
อีกไม่กี่วันก็จะวันสงกรานต์กันแล้วนะคะ
ขออวยพรให้เพื่อนๆ พี่ๆ ทุกคน
เริ่มต้นปีใหม่ๆ ด้วยการตั้งใจเปลี่ยนแปลงตัวเองให้ดีขึ้นนะคะ

อย่างเช่น คนไหนที่ติดบุหรี่...ก็ขอให้ลองละบุหรี่ลงสักวันละกันเน้อ... ^_^
เพื่อสุขภาพตัวเองและคนรอบข้างจ้า...

ส่วนคนไหนที่ชอบสังสรรค์ด้วยคุณเบียร์ หรือว่า เหล้า
ขอให้ละมันซักกะวันละกันน้า..
จะได้เดินทางกลับบ้านไปหาพ่อแม่เพื่อนฝูงที่รออยู่อย่างปลอดภัย

ส่วน Philous น่ะไม่ได้ไปไหนกะเขาหรอกค่ะ เพราะเป็นเด็กกรุงเทพแต่เกิด
ก็เลยขอรอดูวันที่กรุงเทพมีถนนโล่งๆ ว่างๆ สักสี่ห้าวันแล้วกัน....

ส่วนวันนี้เพิ่งไปสภากาชาดมาค่ะ
ตอนแรกกะว่าจะไปบริจาคเลือด นอนซะเต็มที่ 7-8 ชั่วโมงแน่ะ
แต่ปรากฎว่า หลายอาทิตย์ก่อนนอนน้อยไปหน่อย โหมงานหนักๆ
มันก็เลยฟ้องว่า ความเข้มข้นของเลือดไม่พอ
คุณหมอเลยยัดเอายาธาตุเหล็กมาให้ตั้ง 6 ถุงแน่ะ
แล้วก็กำชับว่าให้กิน 3 เวลา เป็นเวลา 1 เดือนแล้วค่อยมาใหม่


บรรยากาศที่สภากาชาดไทยวันนี้
ดูท่าทางจะเดือดร้อนเรื่องเลือดบริจาคอีกแล้ว
เพราะว่าเห็นพยาบาลหลายคนถึงขนาดต้องเดินไปถามบรรดาผู้ชายที่ยืนกรอกใบบริจาค
ว่าสนใจบริจาคเกล็ดเลือดหรือเปล่า
เพราะว่าทางสภากาชาดตอนนี้ขาดแคลนอย่างหนักมากๆ
ทั้งเกล็ดเลือด และเลือดทุกกรุ๊ป

ไอ้เราก็เลยหันไปถามต่อว่า ขาดเยอะขนาดไหน
พี่เขาก็บอกว่า แต่ละวันที่นี่จะไม่เหลือเลือดใน stock เลย
ต้องส่งกระจายไปทุกโรงพยาบาลทั่วประเทศ
แล้วตอนนี้ทางสภากาชาดก็เลยทำโบรชัวร์ใบเล็กๆ
ออกมาเพื่อขอให้คนที่สุขภาพแข็งแรงช่วยกันไปบริจาคเลือดหน่อย

ในเอกสารบอกว่า เนื่องจากความต้องการเลือดในแต่ละวันตอนนี้อยู่ที่ 5,000 ยูนิต
แต่เฉลี่ยแล้ว แต่ละวันมีผู้บริจาคแค่ 1,000 ยูนิตเท่านั้น !


หรือคิดง่ายๆ ก็คือ
ถ้ามีคนต้องการเลือด 5 คน แต่จะมีเพียงคนเดียวที่ได้เลือดไปต่อชีวิต... !

Philous ขอชวนเพื่อนๆ หลายๆ คนที่แข็งแรงๆ
นอนหลับมาพอตั้งแต่ 6-7 ชั่วโมง
ช่วยมาบริจาคเลือดกันหน่อยนะคะ ผู้หญิงหรือผู้ชายก็ได้
ขอให้น้ำหนักมากกว่า 45 กิโล ก็เป็นอันใช้ได้แล้ว....

ถ้าเป็นผู้ชายและพอจะมีเวลาว่างจริงๆ สัก 1-2 ชั่วโมง
ก็ช่วยมานอนบริจาคเกล็ดเลือดหน่อยนะคะ
(ในกรณีที่บริจาคเกล็ดเลือด จะต้องเคยบริจาคเลือดมาแล้วอย่างน้อย 2 ครั้งนะ ^_^)
เพราะว่าถ้าเป็นผู้ชาย เส้นเลือดจะใหญ่กว่า แข็งแรงกว่า
และก็มีเลือดมากกว่าผู้หญิงด้วย (เห็นพี่ๆพยาบาลเขาบอกมา)
(อิจฉาจริงจริ๊ง....เป็นคุณสมบัติเฉพาะเพศเลยนะเนี่ย...)

เราเคยถามเพื่อนเราบางคน ว่าทำไมถึงกลัวการบริจาค

คำตอบที่มักจะเจอ ก็คือ กลัวเข็ม กลัวเห็นเลือด แล้วก็กลัวเจ็บ

อยากบอกว่าไม่เจ็บอย่างที่หลายคนคิดหรอกนะ
แค่เหมือนมีมดแดงตัวใหญ่ๆ มากัดแขนเราแป๊บเดียว แล้วก็ไม่รู้สึกแล้ว

หรือถ้าบางคนกลัว...ก็ไม่ต้องมองเข็ม
หรือไม่ก็ชวนพี่พยาบาลคนสวยคุยไปเล้ย... อย่างนี้ก็ไม่เกร็งแล้ว

หลังจากบริจาคแล้ว บางคนอาจจะรู้สึกเพลียนิดหน่อย
หรืออาจจะปวดแขนข้างที่บริจาคนิดนึง

แต่มันก็เทียบกันไม่ได้กับความดีใจ ที่เรามีส่วน
ทำให้หลายคนมีชีวิตกลับบ้านไปฉลองปีใหม่กับครอบครัว จริงมั้ยคะ ^_^


ไปกันนะ...ไปกัน....ไปบริจาคเลือดกัน

ปล. อันนี้เป็น link ของศูนย์บริจาคโลหิตแห่งชาติค่ะ
ใครสนใจก็ติดต่อได้เลยน้า...

//www.nbc.in.th

สุดท้ายแล้ว....ขอฝากคำถามให้เพื่อนคิดเล่นๆ นะ
จากรูปข้างบนเป็นรูปนางสงกรานต์ทั้ง 7
ลองทายดูสิคะว่า คนไหนคือ ทุงษะเทวี...นางสงกรานต์ของปีนี้
ใบ้ให้ คือ ลองดูที่มือของแต่ละคนสิ...
ของที่อยู่ในมือจะเป็นตัวบอกว่า ทุงษะเทวีคือคนไหน...

ขอบคุณรูปสวยๆ จาก คลังปัญญาไทยนะคะ ^_^
แล้วจะแวะมาเฉลยนะ...




 

Create Date : 11 เมษายน 2551    
Last Update : 11 เมษายน 2551 18:03:27 น.
Counter : 171 Pageviews.  

ชวนเพื่อนมาเข้าวัด... นั่งสมาธิฟังธรรมกันเถอะ



ถ้าพูดถึง การเข้าวัด ฟังธรรม
เพื่อนๆหลายคนอาจคิดว่า ไม่อ่านละนะ น่าเืบื่อ เข้าวัดมีอะไรดีน้า

บางคนไพล่คิดไปเลยว่า น่าเบือ นั่งฟังไปเดี๋ยวก็หลับ
บางคนที่เคยเจอกับพระภิกษุบางรูปที่มีวัตรปฏิบัติไม่น่าเืลื่อมใส
ก็เลยพลอยไม่อยากเข้าวัดไปซะด้วย
ก็พอจะเข้าใจเหมือนกันละ เพราะว่าเคยเจอเหตุการณ์แบบนั้นบ้างเหมือนกัน

แต่ว่าสำหรับสังคมเมืองใหญ่ๆ อย่างกรุงเทพตอนนี้
ดูเหมือนว่าหลายคนจะป่วยทางใจ..โดยที่ไม่รู้ตัว
ที่น่าเศร้าก็คือ ผู้คนส่วนหนึ่งที่พอจะรู้ว่าตัวเองกำลังป่วยทางใจ
ก็คิดว่าตัวเองหาทางออกของปัญหาได้ ด้วยวิธีการ เช่น เดินช้อปปิ้ง ดื่มเหล้า เที่ยวกลางคืน
เพราะคิดว่าทำให้หายทุกข์ หายเหงา อย่างน้อยก็ระยะหนึ่ง

พอมีเรื่องมากระทบใจ ก็เศร้า เสียใจ หาที่ระบายเศร้า็ ด้วยการช้อป กิน ดืืม เที่ยว ให้มีความสุข แต่พอมีเรื่องมาอีก ก็วนกลับแบบเดิมๆ รูปแบบเดิมๆ
ทั้งที่จริงๆ แล้ว วิธีแบบนั้น เรียกว่า "หลบปัญหา" ไม่ได้เป็นการ "แก้ปัญหา"

การ"หลบปัญหา" กับการ"แก้ปัญหา" มันต่างกันนะ

"การหลบ" นักจิตวิทยาบอกว่า การเผชิญหน้ากับปัญหาตรงๆ บางคนอาจจะยังไม่พร้อม
การหลบก็คือการผ่อนระยะเวลาการเผชิญหน้าออกไป
และเมื่อจิตใจพร้อมก็อาจจะกลับมาสู้กับปัญหานั้นใหม่ได้
แต่่ "การแก้ปัญหา" คือการถอนรากของปัญหาด้วยการใช้สติ และปัญญาคู่กัน
เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาหรือตัวทุกข์นั้นขึ้นมาอีก

คนเราไม่ผิดหรอกที่จะหลบปัญหา เพราะสภาวะจิตใจที่ไม่พร้อมเผชิญหน้า
การบีบตนเองให้รับปัญหา และจัดการปัญหาทั้งที่ไม่พร้อม เป็นสิ่งที่ไม่สมควรทำอย่างยิ่ง
แต่แน่นอนว่า "การหลบ" เป็นเพียงการหลีกหนีชั่วคราว และไม่ใช่ทางออก

ทางออกจริงๆ อยู่ที่ไหนงั้นเหรอ ควรทำยังไงงั้นหรอ

โชคดีที่เรามีคุณครูที่ชี้ทางออกของปัญหาให้พวกเราอยู่แล้ว
"พระพุทธเจ้า" ยังไงเล่า พระองค์เป็นครูผู้ยิ่งใหญ่ของมนุษย์และเทวดาทั้งปวง

การแก้ไขปัญหา ถ้าไม่เจาะถึงแก่นของปัญหา
มัวแ่ต่ดูแค่เปลือกหรือกระพี้ของมัน ปัญหาไม่มีวันหมดสิ้น


การเจาะแก่นของปัญหา
ต้องรู้รากหรือต้นตอของมันก่อน
ว่าเป็นแบบไหน เกิดขึ้นได้อย่างไร แล้วจึงหาวิธีแก้ปัญหานั้น
เมื่อเสาะหาวิธีการแก้ไขได้แล้ว ก็ลงมือปฏิบัติอย่างรวดเร็ว ทั้งหมดนี้ก็คือ อริยสัจ ๔ นั่นเอง

พูดน่ะดูเหมือนจะง่ายนะ แต่ลงมือปฏิบัติยอมรับว่ามันยาก
สิ่งที่ทำให้ยากขึ้นไปกว่าเดิมก็คือ ใจเราเองน่ะที่เป็นตัวปิดกั้นปัญญา
เพราะว่าชีวิตคนเราแต่ละวันมีเรื่องราวมากมายให้ต้องคิด ต้องทำ ต้องแก้ไข
เรื่องราวที่มากมายเกินไปทำใ้ห้ใจคนเราฟุ้งไหวตามทุกอย่างรอบตัวไปหมด

คล้ายกับเวลาที่เราต้องการงมแหวนที่ตกในบ่อน้ำ
แต่ถ้ามีปลายักษ์ที่คอยตีน้ำให้กระเพื่อมไหวอยู่ตลอดเวลา
ตะกอนใต้น้ำที่้ฟุ้งกระจายทั่วบ่อ แล้วแบบนี้ใครจะสามารถหาแหวนได้เจอง่ายๆ

น้ำต้องนิ่งก่อน ตะกอนจึงจะจม น้ำจึงใส
แล้วเราถึงจะเห็นอะไรได้ชัดเจนขึ้น และก็คว้าแหวนขึ้นมาได้ ^_^

แล้วทำยังไงน้ำถึงนิ่ง ใจเราถึงนิ่งได้
ก็หาเวลาให้ใจคิดทีละเรื่อง ไม่แส่ส่ายไปคิดหลายเรื่องพร้อมกัน
ใจที่จดจ่อกับเรื่องหนึ่งๆ มันก็สงบ ไม่ต้องไปบีบใจให้คิด เอาแค่กลางๆพอรู้สึกสบายๆไม่อึดอัด

พอใจนิ่งใสเหมือนน้ำในตุ่ม มันก็เห็นอะไรชัดขึ้น
หลายอย่างที่เคยหลอกใจไว้ มันก็คลาย เพราะปัญญามันเกิด
ปัญญาเกิด ก็ตัวรู้เกิด รู้ว่าจะออกจากปัญหาอย่างไร ทำอย่างไรถึงเหมาะสมที่สุด


นี่ล่ะที่อยากชวนเพื่อนๆหลายคน ให้เ้ข้าวัด นั่งสมาธิ
ปัญหาที่เจอในส้งคมมันยากขึ้นทุกวัน ซับซ้อนขึ้น หลอกเก่งขึ้น
คนรุ่นใหม่อย่างพวกเราก็ต้องเก่งขึ้นเท่าทันกับปัญหา
อย่าเผลอใจหลงใหลตามที่ถูกชักชวน


จริงๆ แล้ว นั่งสมาธิน่ะ ที่ไหนก็ได้เหมือนกัน ที่บ้านที่ทำงาน ได้หมดล่ะ
แต่ว่าสำหรับคนที่ใจยังไม่่แก่กล้าพอ อาจต้องอาศัยบรรยากาศเป็นตัวโน้มน้าวให้จิตนิ่ง
และสถานที่ที่ดีที่สุด ก็คงไม่พ้นวัดที่สงบๆ

อยากเสนอนะคะ สำหรับเพื่อนๆที่อยู่กรุงเทพ

ถ้าวันไหนเดินสยามสแควร์ หรือว่า พารากอน แล้วมีเวลาสักครู่
ลองเดินไปที่วัดปทุมวนารามดูนะคะ อยู่ระหว่างสยามพารากอน กับเซ็นทรัลเวิร์ดเลย
ถ้าเข้าไปแล้ว จะรู้สึกว่าน่าทึ่งมากๆ เพราะว่าท่ามกลางความเป็นเมืองกลับมีความสงบร่มเย็นได้ ส่วนตัวคิดว่าเป็นสวนป่าปฏิบัติธรรมที่มีสีเขียวมากที่สุดในกลางเมืองที่วุ่นวายแบบนี้



แล้วก็ทุกวันอาทิตย์ตอนบ่ายของทุกเดือน
จะมีพระภิกษุมาเทศนาธรรมให้ญาติธรรมฟัง
ว่างๆ ก็มากันนะคะ มาเป็นครอบครัวก็ได้ จะได้บรรยากาศที่อบอุ่นมากๆ
เสร็จแล้วจะได้หัวใจใสๆ สบายๆ กลับบ้านกันทั้งครอบครัว ^_^

ปล. ขอขอบคุณรูปภาพจากเว็ปไซท์ธรรมจักรด้วยค่ะ




 

Create Date : 07 เมษายน 2551    
Last Update : 8 เมษายน 2551 15:06:36 น.
Counter : 557 Pageviews.  

ชวนเพื่อนมาดูหนัง...และคุยกันเรื่องโลกร้อน

การฉายหนังเสวนา
เรื่อง "จากบริโภคนิยมสู่ทางรอดโลกร้อน"

ทำไมต้องดูหนังและเสวนา

ปัญหาโลกร้อนไม่ใช่ปัญหาไกลตัวเราอีกต่อไป ทุกวันนี้ เราสามารถรับรู้ได้ถึงการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เช่น ฝนตกยาวนานขึ้น น้ำท่วมบ่อยขึ้น อีกทั้งยังมีคำพยากรณ์ถึงผลกระทบออกมาอย่างต่อเนื่อง เช่น ผลวิจัยบอกว่ากรุงเทพเป็นเมืองอันดับเจ็ดของโลกที่เสี่ยงจากปัญหาน้ำท่วมรุนแรง ตัวอย่างการเปลี่ยนแปลงทางธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเหล่านี้มีแนวโน้มกระทบต่อการใช้ชีวิตของคนในเกือบทุกส่วนของประเทศอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ดังนั้น จึงไม่น่าแปลกใจที่กิจกรรมรณรงค์ลดโลกร้อนจะออกมาอย่างต่อเนื่อง คำเชิญชวนให้หันมาใช้ถุงผ้า เปลี่ยนหลอดไฟ กิจกรรมดับไฟ 1 ชั่วโมง หรือปลูกต้นไม้ ดูเหมือนจะแสดงให้เห็นว่า ทางออกของโลกร้อนนั้นไม่ใช่เรื่องซับซ้อนแต่อย่างใด เพียงอยู่ใกล้แค่เอื้อมเท่านั้น

ด้วยเหตุนี้ เราจึงอยากชักชวนคุณมาร่วมค้นหา "แก่น" และ "เปลือก" ของความจริงเรื่องนี้ผ่านตัวการ์ตูนและการสนทนา

วัน เวลา : วันพุธที่ 2 เมษายน 2551 เวลา 13.30-16.00 น.
สถานที่ : ห้องประชุมชั้น 2 อาคารอัญมณี คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (เข้าประตูคณะบัญชี แล้วเลี้ยวทันที)
องค์กรผู้จัด: เครือข่ายลดโลกร้อนด้วยโลกที่เป็นธรรม (Thai Working Group on Climate Justice)*

กำหนดการ
13.00-13.30 น. ลงทะเบียน
13.30-13.40 น. กล่าวที่มาของกิจกรรม
13.40-14.00 น. ฉายสารคดี "The Story of Stuff" (มีแปลภาษาไทย)
14.00-16.00 น. เสวนา "จากบริโภคนิยมสู่ทางรอดโลกร้อน" โดย
พระไพศาล วิศาโล เจ้าอาวาสวัดป่าสุคะโต จังหวัดชัยภูมิ**
ผศ. สุรัตน์ โหราชัยกุล คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ดร. สรณรัชฎ์ กาญจนะวณิชย์ เลขาธิการมูลนิธิโลกสีเขียว
คุณทรงกลด บางยี่ขัน บรรณาธิการนิตยสาร A Day Weekly
ดำเนินรายการโดย คุณกรรณิการ์ กิจติเวชกุล
คำถามและแลกเปลี่ยนจากผู้เข้าร่วมเสวนา

คุณเคยคิดไหมว่า "ข้าวของ" ต่างๆที่เรามีอยู่ มันมาจากไหน?
ด้วยความยาวเพียง 20 นาที สารคดีสั้นเรื่องนี้จะเผยให้เห็นถึง
การเดินทางของ "ข้าวของ" กว่าจะถึงชั้นวางในร้านค้า และเส้นทางเดินต่อของพวกมัน

แม้คุณจะไม่ถึงกับขำกลิ้ง
หรือบางที...คุณอาจจะรู้สึกง่วงนอนบ้าง
แต่รับรองว่า สารคดีเรื่องนี้จะพาคุณท่องไปยังดินแดนใหม่
และอย่างน้อย เราก็หวังว่า คุณต้องแอบ "อมยิ้ม" ไปกับเราบ้างหล่ะ!!!
ไม่เสียค่าใช้จ่าย ...

**กำลังอยู่ระหว่างการติดต่อค่ะ




 

Create Date : 27 มีนาคม 2551    
Last Update : 27 มีนาคม 2551 19:14:21 น.
Counter : 138 Pageviews.  


phil-harmonica
Location :
กรุงเทพ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




"Remembrance is a form of Meeting"
ความทรงจำเป็นรูปแบบหนึ่งของการพบปะ
....คาลิล ยิบราน

"บทความหรือ ข้อเขียนใดๆที่ปรากฎใน webblog นี้
เป็นลิขสิทธิ์ของเจ้าของนามปากกา Phil-harmonica แต่เพียงผู้เดียว

ห้ามมิให้มีการทำซ้ำ เผยแพร่ ส่วนหนึ่งส่วนใดหรือทั้งหมดของงานเขียนโดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของ"
Friends' blogs
[Add phil-harmonica's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.