When you long for blessings that you may not name, and when you grieve knowing not the cause, then indeed you are growing with all the things that grow, and rising toward your greater self.
Group Blog
 
All Blogs
 

ชมพูพันธุ์ทิพย์



~๑ ชมพูพันธุ์ทิพย์ ๑~

ชม เล่นบุหลันฉาย ชมพู
พู พรายพร่างพราวพธู พู่พริ้ว
พันธุ์ พิศกลิ่นกลีบกรู กลาดเกลื่อน
ทิพย์ เที่ยงฤาจะแท้ ร่วงร้าง รางมลาย...




 

Create Date : 11 กุมภาพันธ์ 2552    
Last Update : 11 กุมภาพันธ์ 2552 14:58:37 น.
Counter : 492 Pageviews.  

ณ ชายหาดมหาสมุทร

"...ฉันมองเห็นเด็กมากมายที่เดินอยู่ริมหาดทราย
ของห้วงมหาสมุทรที่กว้างสุดสายตา

คลื่นซัดบ้าง สายลมสดชื่นระรื่นผ่านบ้าง

ทุกคนล้วนหัวเราะกับสายลม สลับกับร้องไห้ให้กับคลื่นพายุ อย่างน่าเวียนหัว

น่าแปลกที่ชายหาดที่กว้างใหญ่นี้ไม่มีผู้ใหญ่ แม้สักคน

เหลียวมองผ่านเงาสะท้อนผืนน้ำ ฉันเห็นภาพเด็กผู้หญิงที่กำลังโตส่งยิ้มกลับมา

ฉันรู้สึกว่า...ตัวเองกำลังยิ้มตอบเงาสะท้อนนั้น..

...ฉันสูดลมหายใจลึกๆ และระลึกได้ว่า
ลมหายใจ นี่คือ ธรรมชาติ
ลมหายใจ นี่คือ ความปกติ

ความรู้สึกที่ระลึกว่า “พิเศษ”
แท้จริงเป็นเพียงเศษเสี้ยวหนึ่งของ “ความปกติ” เท่านั้น

บางสิ่งที่เข้าใจว่า เกิดขึ้น...
แท้จริงแล้วมันก็ดำรงอยู่มาเนิ่นนาน ณ จุดนั้น

มนุษยต่างหากที่สะดุดสิ่งนั้นเข้า
พร้อมกับ “อารมณ์”, "การรับรู้", “กาลเวลา” ที่บรรจบกัน ณ ห้วงเวลานั้น

ขอบคุณสายลมระรื่นที่ทำให้รู้สึกถึงความชื่นระรื่นใจ
ทำให้เข้าใจถึงความต่างระหว่าง “ความพิเศษ” กับ “ความปกติ”

ขอบคุณคลื่นลมพายุที่ทำให้รู้สึกถึงความหม่นเศร้าระทม
ทำให้เข้าใจถึงความต่างระหว่าง “ความพิเศษ” กับ “ความปกติ”

ฉันสูดลมหายใจอีกครั้ง แล้วยิ้มให้กับเงาสะท้อนบนผืนน้ำ
ก่อนที่จะหาเส้นทางกลับบ้าน...”







 

Create Date : 10 กุมภาพันธ์ 2552    
Last Update : 10 กุมภาพันธ์ 2552 23:13:22 น.
Counter : 200 Pageviews.  

กลิ่นกวีในร้านชา...ของพิพิธภัณฑ์บางกอก

"...รื่นรินร่ำ ดื่มด่ำชา ประสาศิลป์"
กรุ่น ฤ กลิ่น กล่อมละมัย ใฝ่ฝันหา
อันเสพย์ศิลป์ ใดจะหอม พร้อมจินตนา
พักวิญญาณ์ ร่ำรินชา หาสุนทรีย์...

รสลึกล้ำ ฉ่ำช่ำชื่น รวยรื่นจิต
รสสัมผัส ประทับติด เกินคิดหมาย
รสประณีต อุ่นหอม กล่อมใจกาย
รสชีวิต ต่างล้วนคล้าย ละม้ายชา...

บ้างหวานหอม ย้อมเกลาใจ ให้ติดสุข
สรรค์ว่า "สุข" ฤา"สุขเน้อ" ให้เพ้อหา
บ้างยั้งยุด ฉุดรสเลื่อน เฝื่อนขมมา
สรรค์ว่า "ทุกข์" ฤา" ทุกขา" ว่ากันไป

จิตประหวัด พัดไกว ไปไหนแน่
หากจิตแท้ ผิ อย่าไหว ไกลหลีกหนี
ระลึกเพี้ยง เพียง"ความว่าง" นั่นล่ะดี
ไม่ว่า "ทุกข์" หรือ "สุขี" ไม่มีจริง

อันความเบา ไหนเล่า จะเท่าจิต
ไม่ยึดติด ไม่ยึดตรวน กระบวนไหน
ไม่ว่า "ร่าง" "ธาตุขันธ์" หรืออันใด
ดวงจิตใส เบาสว่าง เมื่อ "วาง" ลง..."




 

Create Date : 19 มกราคม 2552    
Last Update : 19 มกราคม 2552 4:16:08 น.
Counter : 318 Pageviews.  

ไร้ลักษณ์ ไร้รูป ไร้ร่าง

@ไร้ลักษณ์ ไร้รูป ไร้ร่าง @

ในค่ำคืนหนึ่ง....
เด็กน้อยสะดุ้งตื่นท่ามกลางแสงไฟสลัว
ตะเกียงน้อยแขวนไว้ริมหน้าต่าง
สะท้อนแสงเงามากมาย

ฟ้าร้องฟ้าแลปแปลบแปลบวุ่นวาย
เด็กน้อยควานหาไออุ่นข้างกายแต่ไม่มี
น้ำปริ่มเต็มดวงตาเริ่มหยดเผาะๆ
เสียงสะอื้นไห้เริ่มดังขึ้นทีละน้อย

ความกลัวโหมทับท่วมเต็มหัวใจ
หยาดน้ำใสเริ่มรินจากดวงตา
แสงตะเกียงด้านนอกก่อเกิดเงา

โอ้นั่นใครกันหนออยู่ริมหน้าต่าง
ร่างเหมือน เสียงคล้ายละม้ายตา
ไม่ใช่ใครนี่หน่านั่นตัวเรา

"เพียงเท่านี้ก็กรีดร้อง ระงมแล้ว
แท้จริงแล้วมีสิ่งอื่นน่ากลัวกว่า
มันดุร้าย ซ่อนข้างใน ไร้ลักษณ์ ที่ชินตา
อยู่ในรูปแห่งมายารอบตัวเรา"

"อะไรเล่าน่ากลัวที่สุดในโลก"
เด็กน้อยถามเงาตัวเองอย่างขลาดเขลา

"เจ้าถามสิ แล้วเราจะตอบเจ้า" เงานั้นนั่งแกว่งขาไปมา

"ความดำมืดหรือ" เด็กน้อยถาม
" มันมืดดำได้ยิ่งกว่าความมืดใดๆ จะทำได้" เสียงสะท้อนก้องไปมา

"เป็นปีศาจหรอกหรือ" เด็กน้อยถาม
"มันเป็นได้ยิ่งกว่าปีศาจทุกตัวหลอมรวมกัน" เสียงสะท้อนก้องไปมา

"เป็นแม่มดหรอกหรือ" เด็กน้อยถาม
"มันร้ายกาจและฉลาดรอบรู้ยิ่งกว่าแม่มดตัวใดในโลก" เสียงสะท้อนก้องไปมา

"มันรู้ ในสิ่งที่เจ้าคิด
มันคิด ในสิ่งที่เจ้ารู้
เจ้าวิ่งหนี มันวิ่งตาม
เจ้าร้องไห้ มันเย้ยหยัน
เจ้ารำพัน มันฟังเจ้าคร่ำครวญ
แต่น่าแปลกที่เจ้าไม่รู้สึกว่ามีมันอยู่ข้างกาย
และแท้จริงว่าเจ้าและมันไม่เคยห่างกันสักวินาที..."


เด็กน้อยเหลียวมองไปมารอบข้าง
มุมไหนหนอ ซอกไหนหนอ ความน่ากลัวนั้นหลบซ่อนอยู่
มุมไหนหนอ ซอกไหนหนอ ความน่ากลัวนั้นหลบซ่อนอยู่
มุมไหนหนอ ซอกไหนหนอ ความน่ากลัวนั้นหลบซ่อนอยู่

" โอ...ไม่ ข้าไม่ปรารถนาความน่ากลัวนั้น...ไม่ !"
เด็กน้อยตะโกนไป เต็มที่ที่เสียงจะตะโกนได้ เต็มแรงที่ร่างนั้นจะทำได้

"แม้ขณะนี้มันก็ยังเกาะอยู่กับเจ้า! ..." เสียงเย้ยหยันน่ารำคาญใจ

ภาพต่างๆ ผ่านจินตนาการค่อยๆ คืบคลานช้าๆ
เพดานห้องดูหมุนติ้ว กล่องสีขาวดำ สลับกันไปมาหมุนเต็มเพดาน
บรรยากาศที่อึดอัดดูคล้ายจะบีบรัดให้หายใจไม่ออก
ความหวาดกลัวพุ่งจับเต็มหัวใจ

"ไม่เอาแล้ว หยุด ! ได้แล้ว..."
สิ้นเสียงตะโกนนั้น ทุกอย่างหยุดนิ่งสงบพลัน

" ใช่แล้ว...หยุด เป็นสิ่งเดียวที่จะชนะความน่ากลัวนั้น"

"ความคิด เจ้านั่นเอง คือความน่ากลัวที่มืดดำ
ความคิดเจ้าอีกเช่นกัน คือความอบอุ่นที่สว่างไสว..."


"หยุด ละ วาง ไว้ตรงนั้น ก็จบไป.."
ไม่มีเหลือสิ่งไหนให้กังวล...

ทุกสิ่งเกิดขึ้นเพราะตัวเจ้า
เพราะเจ้าคิด เพราะเจ้านึก เพราะเจ้าฝัน
หากเจ้าว่าง วางความคิดทุกสิ่งพลัน
ก็เท่าทัน จิตมายา พ่ายล้าไป..."





งานเขียนตัวนี้ เขียนมากะว่าไม่เอาสัมผัสเชียวน้า..
แต่สุดท้ายก็ไม่สามารถหักใจได้ซะที

ตอนเด็กๆ จำได้ว่าเคยฝันร้ายมากๆ ครั้งหนึ่ง
ฝันครั้งนั้นร้องไห้ลั่นไปหมดเลย
ความกลัวในที่แคบๆ หรืออะไรก็ตามที่เคลื่อนไหวช้าๆ หมุนๆ เนี่ย
มันน่ากลัวมากเลย
แต่ตอนนี้พอโตแล้ว ก็ไม่เคยกลัวอะไรแบบนั้นอีกแล้ว

มาถึงตอนนี้ Philous คิดว่าที่น่ากลัวที่สุดไม่ใช่อะไรอื่นไกล
นอกจาก ความคิดของคนเราเนี่ยล่ะ
ตัวร้ายที่ทำลายเราได้อยู่ทุกนาที
ตั้งแต่ช่วงเวลาที่เราคิด เรานึกแล้ว
ถ้าเกิดเราคิดถึงเรื่องทุกข์
ความอ่อนแอของจิตใจก็อาจทำให้เราทำอะไรบ้าๆ ขึ้นมาได้
แต่ถ้าเกิดว่าเราคิดในแง่ดี มันก็โน้มนำใจให้ทำแต่สิ่งดีงาม
ความสดใสความชื่นบานก็จะออกมาเต็มหัวใจ

ดังนั้นถ้าไล่ตามทันความคิดของเราได้ เราก็จะเป็นผู้ชนะตัวเองในที่สุด...




 

Create Date : 16 มิถุนายน 2551    
Last Update : 16 มิถุนายน 2551 16:38:48 น.
Counter : 540 Pageviews.  

ใยแห่งชีวิต




@ ใยเอ๋ย เจ้าใยแห่งชีวิต
ไยแสนบางง่ายจะปลิดครั้นคิดหมาย
ชีวิตหนึ่งแสนสั้นยามทอดกาย
เจ้าวางวาย วางร่าง ว่างวางลง

@ ไม่อาจรู้ความจริงอันแน่แท้
มีแต่เจ้าที่รู้แน่เหตุขื่นขม
อันประมาทหรือสิ่งใดให้งุนงง
ความมืดดำอยู่คงดำรงไป

@ พระท่านว่าชีวิตจะว่าสั้น
หรือว่า จะยาวนั้น ไม่รู้ได้
หมั่นหายใจเข้าไว้นั่นไม่ตาย
อย่าประมาทเรื่องรอบกายนั้นเป็นดี

@ สิ่งใดใดในโลก อนิจจัง
ไม่อาจหวังให้แน่แท้ตามวิถี
อันสัมมา-สติมั่นให้จงดี
ดุจดั่งมี เกราะแก้วแพ้วโพยภัย

Philous



ปล. หวังให้เตือนสติการกระทำของพวกเรานะคะ
จากเหตุการณ์ไฟไหม้ที่สี่พระยาริเวอร์วิว วันอังคารที่ผ่านมา
ขอให้ครอบครัวน้องจงไปสู่สุขคติเถอะค่ะ

ขอให้ทุกคนดำเนินชีวิตด้วยความไม่ประมาทค่ะ


ขอขอบคุณรูปประกอบจาก Flickr ของคุณ jobarracuda ค่ะ




 

Create Date : 14 มิถุนายน 2551    
Last Update : 14 มิถุนายน 2551 15:54:54 น.
Counter : 245 Pageviews.  

1  2  

phil-harmonica
Location :
กรุงเทพ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




"Remembrance is a form of Meeting"
ความทรงจำเป็นรูปแบบหนึ่งของการพบปะ
....คาลิล ยิบราน

"บทความหรือ ข้อเขียนใดๆที่ปรากฎใน webblog นี้
เป็นลิขสิทธิ์ของเจ้าของนามปากกา Phil-harmonica แต่เพียงผู้เดียว

ห้ามมิให้มีการทำซ้ำ เผยแพร่ ส่วนหนึ่งส่วนใดหรือทั้งหมดของงานเขียนโดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของ"
Friends' blogs
[Add phil-harmonica's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.