In His Time..ในเวลาของพระองค์
 
 

ศุกร์ประเสริฐ.. วันที่ถูกมองข้าม

ผมเป็นคริสเตียนมาก็หลายปี แต่ได้เคยมองข้ามความจริงที่สำคัญไปหลายประการ ความเป็นคริสเตียนถูกปกคลุมไปด้วยความรู้สึกที่มีสันติสุข มีความอบอุ่น และมั่นใจในเป้าหมายของชีวิต
ความชื่นชมยินดีในวันคริสตมาสได้รับการกล่าวขวัญถึงมากกว่าวันใดๆ จนผมเองได้ลืม วันแห่งความรัก วันหนึ่งไปเสียสนิท ไม่ครับ ไม่ใช่ 14 กุมภาพันธ์ ไม่ใช่วันวาเลนไทน์ แต่เป็นวันที่คริสเตียนชาวไทยเรียกว่า

...วันศุกร์ประเสริฐ...


วันหนึ่ง เมื่อหลายปีก่อน ขณะที่ผมกำลังเตรียมข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับวันศุกร์ประเสริฐ เพื่อใช้ในการนำประชุมที่คริสตจักร ผมได้ลองค้นหาข้อมูลเรื่องนี้จากอินเทอร์เน็ต

น่าประหลาดใจ! ผมได้พบข้อมูลที่น่าสนใจมากมายที่ผมไม่เคยทราบมาก่อน ที่เกี่ยวข้องกับวันสุดท้ายก่อนการสิ้นพระชนม์ของพระเยซูคริสต์ ผมไม่ลังเลที่จะพิมพ์ข้อมูลเหล่านี้ออกมาทางเครื่องพิมพ์ ตั้งใจอ่านด้วยความสนใจ เวลานั้นผมสัมผัสได้ถึงความรักของพระเจ้าที่มีเหนือชีวิตของผม และของทุกคนรอบข้าง

ผมเจอแล้ว!!! นี่คือสิ่งที่ผมต้องการทราบ และอยากให้ทุกท่านได้ทราบด้วย


วันที่เขาตรึงพระเยซู ท่านได้อยู่ที่นั่นกับพระองค์หรือไม่?

เราจะเดินตามพระองค์ด้วยกัน จากห้องชั้นบนในอาหารมื้อสุดท้าย ตามเสด็จพระองค์ไปที่สวนเกทเสมนี แอบมองเวลาที่พระองค์ทรงถูกสอบสวน พิจารณาคดี และทรมานพระกาย เดินตามพระเยซูคริสต์ขณะที่พระองค์กำลังแบกกางเขน(ของเรา) ไปที่โกละโกธา จนถึงชั่วโมงสุดท้ายก่อนการสละพระชนม์ เพื่อเราบนไม้กางเขน

ที่ห้องชั้นบน..ในวันเริ่มต้นของเทศกาลปัสกา พระเยซูคริสต์ได้ทรงทำนายถึงการทรยศต่อพระองค์ของยูดาส ทรงสถาปนาพิธีมหาสนิท และทรงทำนายถึงการที่เปโตรจะปฏิเสธพระองค์ถึง 3 ครั้ง

จากห้องชั้นบนพระเยซูเสด็จออกไปนอกเมือง เพื่อใช้เวลาในการอธิษฐานในสวนเกทเสมนี ที่ซึ่งพระองค์ทรงอธิษฐานต่อพระบิดาว่า

"พระบิดาเจ้าข้า ถ้าพระองค์พอพระทัย ขอให้ถ้วยนี้เลื่อนพ้นไปจากข้าพระองค์เถิด แต่อย่างไรก็ดีอย่าให้เป็นไปตามใจข้าพระองค์ แต่ให้เป็นไปตามพระทัยของพระองค์เถิด"

สวนเกทเสมนีในปัจจุบันมีต้นมะกอกโบราณอยู่มากมาย บางต้นอาจเติบโตมาจากรากของต้นที่มีอยู่ตั้งแต่ในยุคของพระเยซู (ต้นไม้ทุกต้นรอบกรุงเยรูซาเล็มถูกตัดลงในยุคจักรวรรดิโรมันครอบครอง ประมาณ ค.ศ.70 ต้นมะกอกสามารถเติบโตขึ้นใหม่จากราก และมีชีวิตอยู่ได้นับพันปี)
ชื่อ "เกทเสมนี" (Gethsemane) มาจากภาษาฮีบรู Gat Shmanim

เหตุการณ์ที่น่าสนใจที่สุดในช่วงนี้ คือ พระเสโท(เหงื่อ)ของพระเยซูที่เป็นเหงื่อโลหิต


ลูกา สาวกของพระเยซูคริสต์ที่เป็นแพทย์ เป็นเพียงผู้เดียวที่ได้บันทึกชัดเจน ถึงเหงื่อของพระองค์ที่ได้หลั่งลงบนดิน เหมือนเลือดหยดใหญ่ ในศัพท์ทางการแพทย์ปัจจุบันเรียกอาการนี้ว่า Hemohidrosis หรือ Hematidrosis ซึ่งพบในผู้ที่เกิดอาการเครียดอย่างรุนแรง ทำให้หลอดเลือดฝอยรอบๆต่อมเหงื่อ เกิดความเปราะบาง ปริแตก จนทำให้เลือดซึมไปปนกับเหงื่อของพระองค์ อาการที่เกิดขึ้นนี้ทำให้เกิความอ่อนเพลียอย่างมาก และอาจทำให้ช็อก จนเสียชีวิตได้

หลังจากที่พระองค์อธิษฐานเพียงลำพังแล้ว พระองค์ได้ทรงถูกจับกุมไปยังบ้านของคายาฟาส มหาปุโรหิตประจำการ ขณะที่เหล่าสาวกต่างหนีกระจัดกระจายไป ที่บ้านของคายาฟาส พระองค์ทรงถูกตบตี ถ่มน้ำลาย และสบประมาทอย่างรุนแรง
ศาลสูงของยิวพิจารณาโทษประหาร แต่ในทางกฎหมายสิทธิในการลงโทษจะต้องเป็นของศาลกรีกเท่านั้น
พระองค์จึงถูกนำไปให้ปีลาต ที่ศาลปรีโทเรียมตอนเช้าตรู่ ที่นั่นปีลาตจำต้องตัดสินประหารชีวิตพระองค์ โดยการตรึงที่กางเขน ในข้อหาหมิ่นประมาทพระเจ้า โดยการอ้างตนเองเป็นพระบุตรของพระเจ้า

ต่อไปเป็นช่วงเวลาที่สำคัญยิ่ง เป็นช่วงเวลาแห่งความทนทุกข์ทรมานร่างกายอย่างแสนสาหัสของพระเยซูคริสต์ที่รักของเรา

พระองค์ทรงถูกโบยตีด้วยแส้

ไม่มีใครทราบได้ว่าทหารโรมันจะยึดถือตามกฏของยิวในการลงโทษพระเยซูหรือไม่ ยิวมีกฎหมายโบราณว่า ห้ามเฆี่ยนเกิน 40 ครั้ง พวกฟาริสีที่เคร่งครัดมักจะลงโทษเฆี่ยนเพียง 39 ครั้ง เพื่อจะได้ไม่ผิดกฏของตนหากมีการนับพลาด!

แส้ (flagrum) ที่ใช้เฆี่ยนพระองค์นั้นเป็นแส้สั้นๆที่มีด้ามจับเป็นไม้ ร้อยด้วยสายหนังจำนวนมาก ในสายหนังแต่ละเส้นผูกชิ้นกระดูกเล็กๆหนึ่งชิ้น และเม็ดโลหะขนาดเล็กไว้เส้นละ 2 เม็ด การลงแส้ครั้งแรกจะมีเพียงรอยจากสายหนังเท่านั้นที่บาดลึกเข้าไปในผิวหนัง

การลงแส้อย่างรุนแรง และต่อเนื่อง บาดแผลจะถูกเปิดออก และลึกลงทุกครั้ง ลึกลงถึงเนื้อเยื่อ เริ่มทำให้เลือดซึมออกมาจากเส้นเลือดฝอย และเส้นเลือดดำบริเวณผิวหนัง ลึกลงเรื่อยๆจนเมื่อถึงเส้นเลือดแดงในกล้ามเนื้อ เลือดของพระองค์ก็พุ่งออกมา

ชิ้นกระดูกบนแส้เป็นตัวเปิดผิวหนังของพระองค์ เม็ดโลหะที่ปลายแส้เปิดแผลให้กว้าง และทำให้แผลลึกลงไปอีก ในที่สุดแผ่นหลังของพระองค์ก็แหลกออกเป็นเส้น ไม่มีชิ้นดี
จนนายทหารที่คุมเห็นว่าพระองค์ใกล้จะสิ้นพระชนม์ จึงสั่งให้หยุด

พระเยซูในสภาพที่อ่อนกำลังลงอย่างมากได้รับการปล่อยจากพันธนาการที่ผูกพระหัตถ์ของพระองค์ไว้ และล้มลงบนพื้นที่ชุ่มไปด้วยเลือดของพระองค์เอง


ทหารโรมันกำลังขบขันต่อ ยิวบ้านนอกที่อ้างตัวเป็นกษัตริย์ เอาผ้ามาคลุมพระองค์ เอาไม้มาให้ถือแทนคทา ยังขาดแต่เพียงมงกุฏ ที่จะทำให้ครบเครื่อง พวกเขาเอาหนามสานเป็นมงกุฎสวมให้กับพระองค์ มั่นใจได้ว่าคงไม่ใช่ค่อยๆสวมให้กับพระองค์ แต่คง"ยัด"ลงบนพระเศียรของพระองค์ พอสนุกได้ที่ก็เลิก กระชากเอาผ้าคลุมออกจากพระองค์ ความรู้สึกเมื่อแผลที่เลือดเริ่มแห้งติดกับผ้าพันแล้วถูกดึงออกอย่างไม่ระมัดระวังเป็นอย่างไร เราคงเคยมีประสบการณ์มาแล้ว แน่นอน เลือดที่กำลังจะแห้งต้องไหลออกมาอีก

การตรึงที่กางเขน



กางเขนประกอบด้วยไม้ 2 ชิ้นได้แก่ เสาดิ่ง (Stipes) และเสาขวาง (Patibulum) ที่ยึดอยู่บนเสาดิ่งห่างจากยอดเสาประมาณ 2-3 ฟุต ไม้กางเขนแบบที่เราคุ้นตากันนั้นเรียกว่า Latin Cross
แต่ในสมัยพระเยซูคริสต์นั้น ไม้กางเขนที่ให้จะเป็นแบบ Tau Cross
คำว่า Tau เป็นอักขระของกรีก เหมือนตัวที "T" ซึ่งเสาขวางจะยึดอยู่ที่ยอดของเสาดิ่ง

เสาดิ่งจะถูกยึดติดถาวรอยู่ที่แดนประหาร ส่วนเสาขวางน้ำหนักประมาณ 50 กิโลกรัมได้ถูกผูกเข้ากับไหล่ของพระเยซู และถูกบังคับให้เดินจากที่คุมขังมายังโกละโกธา

พระกายของพระองค์จะทนได้อย่างไร ในที่สุดพระองค์ก็ล้มลง นายทหารโรมันได้สั่งให้ ชายที่เชื่อกันว่ามีผิวดำชื่อซีโมน ชาวไซรีน เป็นผู้ที่แบกเสาขวางของกางเขนแทนพระเยซู ในที่สุดการเดินทางระยะประมาณ 600 เมตรก็สิ้นสุดลง

เมื่อการตรึงเริ่มต้นขึ้น ทหารได้เอาเหล้าองุ่นผสมมดยอบให้พระองค์ดื่มเพื่อเป็นลดความเจ็บปวด แต่พระองค์ทรงปฏิเสธ พระองค์ทรงถูกผลักให้นอนลงบนเสาขวางเหมือนนักโทษทั่วไป

ตะปูเหลี่ยมยาวประมาณ 5-7 นิ้วถูกตอกลงระหว่างกระดูก 2 ชิ้นบริเวณข้อมือของพระองค์ ไม่ใช่ตอกลงบนฝ่ามืออย่างที่เราเคยเข้าใจ การตอกลงบนฝ่ามือ เนื้อจะฉีกขาดออกทางนิ้วเมื่อรับน้ำหนักตัวของนักโทษ ความเข้าใจผิดนี้อาจเกิดจากตอนที่พระเยซูตรัสกับโธมัสว่า"ดูที่มือของเรา" นักกายวิภาคศาสตร์ทั้งในยุคปัจจุบัน และยุคโบราณ ต่างถือว่าข้อมือ เป็นส่วนหนึ่งของมือ
หลังจากตอกทั้งสองข้างเสาขวางและพระเยซูคริสต์ถูกยกขึ้นเพื่อตรึงบนเสาดิ่ง

ป้าย Titulus ที่ระบุข้อหาของพระองค์ว่า "พระเยซูชาวนาซาเร็ธ กษัตริย์ของชาวยิว"ถูกติดเหนือเสาดิ่งในที่ของมัน

เท้าซ้ายถูกวางซ้อนทับเท้าขวา ให้เข่าหย่อนเล็กน้อย ตะปูตัวใหญ่ตอกลงบนกลางเท้าทั้งสอง

พระเยซูคริสต์ทรงถูกตรึงบนไม้กางเขน!!!




 

Create Date : 25 มีนาคม 2550   
Last Update : 25 มีนาคม 2550 21:37:30 น.   
Counter : 2989 Pageviews.  


WhAt m0nEy cAn bUy?!..

m0ney wiLL buy:

a bed BUT NOT sLeep.
b00ks BUT NOT bRains.

f00d BUT NOT appetite.
finery BUT NOT beauty.

a h0use BUT NOT a h0me.
medicine BUT NOT health.

LuxuRies BUT NOT culture.
amusement BUT NOT happiness.

a cRucifix BUT NOT a savi0R.
a church pew BUT NOT heaven.

what m0ney can’t buy,
Jesus ChRist can give fReeLy
with0ut charge.


is Jesus ChRist y0uR L0Rd
and savi0R?

if n0t, y0u can get a new Lease 0n Life Right n0w.
c0nfess t0 G0d that y0u have sinned and that y0u want t0 tuRn fR0m sins t0 Receive Jesus as L0Rd 0f y0uR Life.
thR0ugh that step 0f believing faith y0u can start Life afresh with y0uR sins f0Rgiven and a
new Life in ChRist.




 

Create Date : 29 กันยายน 2549   
Last Update : 29 กันยายน 2549 8:55:28 น.   
Counter : 475 Pageviews.  


น้ำธำรงชีวิต




 

Create Date : 10 กันยายน 2549   
Last Update : 10 กันยายน 2549 18:54:39 น.   
Counter : 507 Pageviews.  


ความแตกต่างระหว่างเรากับพระเจ้า

คุณบอกว่า: "มันเป็นไปไม่ได้"
พระเจ้าตรัสว่า: "ทุกอย่างเป็นไปได้"
(ลูกา 18:27)

คุณบอกว่า: "ฉันเหนื่อยเหลือเกิน"
พระเจ้าตรัสว่า: "เราจะให้เจ้าได้หายเหนื่อย"
(มัทธิว 11:28-30)

คุณบอกว่า: "ไม่มีใครรักฉันเลย"
พระเจ้าตรัสว่า: "เรา...รักเจ้า"
(ยอห์น 3:16)

คุณบอกว่า: "ฉันสู้ต่อไปไม่ไหวแล้ว"
พระเจ้าตรัสว่า: "พระคุณของเรานั้นมีเพียงพอ"
(2 โครินธ์ 12:9 & สดุดี 91:15)

คุณบอกว่า: "ฉันไม่รู้จะทำอย่างไรต่อไปดี"
พระเจ้าตรัสว่า: "เราจะนำย่างเท้าของเจ้า"
(สุภาษิต 3:5-6)

คุณบอกว่า: "ฉันจะผ่านมันไปได้อย่างไร"
พระเจ้าตรัสว่า: "เจ้าจะเผชิญทุกสิ่งได้"
(ฟิลิปปี 4:13)

คุณบอกว่า: "ฉันทำไม่ได้"
พระเจ้าตรัสว่า: "เรา..ทำได้"
(2 โครินธ์ 9:8)

คุณบอกว่า: "ไม่คุ้มเลย"
พระเจ้าตรัสว่า: "ผลที่ได้จะดีคุ้มค่าแน่นอน"
(โรม 8:28 )

คุณบอกว่า: "ฉันจะไม่ให้อภัยตัวเองเด็ดขาด"
พระเจ้าตรัสว่า: "เราอภัยให้เจ้าเสมอ"
(1 ยอห์น 1:9 & โรม 8:1)

คุณบอกว่า: "มันเกินกำลังของฉัน"
พระเจ้าตรัสว่า: "เราจะจัดเตรียมสิ่งที่จำเป็นให้แก่เจ้า ไม่ให้ขาดเลย"
(ฟิลิปปี 4:19)

คุณบอกว่า: "ฉัน..กลัว"
พระเจ้าตรัสว่า: "เราไม่ได้มอบจิตที่ขลาดกลัวให้แก่เจ้า"
(2 ทิโมธี 1:7)

คุณบอกว่า: "ฉันท้อแท้ และกังวลใจ "
พระเจ้าตรัสว่า: "จงละความกระวนกระวายใจเอาไว้ที่เรา"
(1 เปโตร 5:7)

คุณบอกว่า: "ฉันไม่ฉลาดพอ"
พระเจ้าตรัสว่า: "เราให้สติปัญญาแก่เจ้า"
(1 โครินธ์ 1:30)

คุณบอกว่า: "ฉันรู้สึกอ้างว้างเดียวดาย"
พระเจ้าตรัสว่า: "เราจะไม่ละเจ้า หรือทอดทิ้งเจ้าเลย"
(ฮีบรู 13:5)




 

Create Date : 10 กันยายน 2549   
Last Update : 10 กันยายน 2549 18:48:04 น.   
Counter : 605 Pageviews.  


พระเจ้าทรงเลี้ยงดูข้าพเจ้าดุจเลี้ยงแกะ

สดุดี บทที่ 23 เป็นข้อพระคัมภีร์ที่อ่านแล้วแสนจะอุ่นใจ

เมื่อใดก็ตามที่ผมรู้สึกว่าตนเองอ่อนแอ ปกป้องตนเองไม่ได้ ต้องพึ่งพาใครสักคน... พระคัมภีร์ตอนนี้คอยเตือนผมเสมอ..ว่า... เราทุกคนนั้นก็เหมือนแกะ

แกะ...เป็นสัตว์อ่อนแอ...สายตาสั้น...เชื่องช้า
แกะ...ไม่ค่อยฉลาด (เข้าข่ายโง่) อยู่ในช่วงปลายๆของห่วงโซ่อาหาร คือเป็นอาหารของสัตว์อื่น (รวมถึงมนุษย์ด้วย)
แกะ...สุขภาพไม่แข็งแรง... ต้องการหญ้าอ่อนสด เป็นอาหาร...ต้องการน้ำสะอาดใสเป็นเครื่องหล่อเลี้ยงชีวิต
แกะ...ขี้ตกใจ ตื่นตูมมากกว่ากระต่าย หากมีอะไรให้ตกใจสุดขีด พาลจะหัวใจวายเอาซะง่ายๆ
แกะ...ไม่ค่อยชอบออกกำลังกาย ชอบนอนเงียบๆ เป็นผู้รับมากกว่าเป็นผู้ให้
แกะ...จะปลอดภัยก็ต่อเมื่อ มีผู้เลี้ยงแกะอยู่ใกล้ๆ



สดุดี 23

1 พระเจ้าทรงเลี้ยงดูข้าพเจ้าดุจเลี้ยงแกะ ข้าพเจ้าจะไม่ขัดสน
2 พระองค์ทรงกระทำให้ข้าพเจ้านอนลงที่ทุ่งหญ้าเขียวสด พระองค์ทรงนำข้าพเจ้าไปริมน้ำแดนสงบ
3 ทรงฟื้นจิตวิญญาณของข้าพเจ้า พระองค์ทรงนำข้าพเจ้าไปในทางชอบธรรม เพราะเห็นแก่พระนามของพระองค์
4 แม้ข้าพระองค์จะเดินไปตามหุบเขาเงามัจจุราช ข้าพระองค์ไม่กลัวอันตรายใดๆ เพราะพระองค์ทรงสถิตกับข้าพระองค์ คทาและธารพระกรของพระองค์เล้าโลมข้าพระองค์
5 พระองค์ทรงเตรียมสำรับให้ข้าพระองค์ ต่อหน้าต่อตาศัตรูของข้าพระองค์ พระองค์ทรงเจิมศีรษะข้าพระองค์ด้วยน้ำมัน ขันน้ำของข้าพระองค์ก็ล้นอยู่
6 แน่ทีเดียวที่ความดีและความรักมั่นคงจะติดตามข้าพเจ้าไป ตลอดวันคืนชีวิตของข้าพเจ้า และข้าพเจ้าจะอยู่ในพระนิเวศของพระเจ้าสืบไปเป็นนิตย์







 

Create Date : 10 กันยายน 2549   
Last Update : 10 กันยายน 2549 17:46:02 น.   
Counter : 5118 Pageviews.  


1  2  

Jacob777
 
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




เมื่อข้าพเจ้าเงยหน้าดูภูเขา...
ความอุปถัมป์ข้าพเจ้ามาจากไหน
ความอุปถัมภ์ข้าพเจ้ามาจากพระเจ้า..
ผู้ทรงสร้างฟ้าสวรรค์ และแผ่นดินโลก
[Add Jacob777's blog to your web]

 
pantip.com pantipmarket.com pantown.com