Group Blog
 
All blogs
 

Milwaukee, Wisconsin



ถ่ายที่ Milwaukee Museum of Arts (ไม่แน่ใจว่าใช่ชื่อนี้หรือเปล่า) อยู่ริมทะเลสาปมิชิแกน ข้างในตระการตามาก ทาสีขาวเป็นหลัก และมีแสงสะท้อนจากสีน้ำเงินของน้ำในทะเลสาปจากด้านนอกเข้ามาด้านใน




 

Create Date : 24 พฤศจิกายน 2548    
Last Update : 27 พฤศจิกายน 2548 6:16:10 น.
Counter : 240 Pageviews.  

อีกมุมหนึ่งในชิคาโก



ถ่ายไว้ตอนไปเที่ยวที่ชิคาโกเมื่อเกือบจะสามปีที่แล้วได้มั้ง ตัวเมืองสวยดีนะครับ เป็นเมืองใหญ่ที่วางผังเมืองเนี้ยบมาก มีสวนสาธารณะริมทะเลสาบใหญ่ มีคลองวนรอบตัวดาวน์ทาวน์ มีย่านชอปปิ้งเป็นสัดส่วน สนามกีฬาและพิพิธภัณฑ์กระจายอยู่ตามริมทะเลสาบ และก็มีถนนหลักวิ่งกระจายออกจากดาวน์ทาวน์ไปสู่เมืองรอบนอกในทุกทิศทาง ย่านการค้าย่อยๆ ที่อยู่กระจายรอบนอกออกไปก็ทำได้ดูดีมากนะครับ คึกคักและมีชีวิตชีวา

ชิคาโกมีชื่อเล่นว่า Windy City ถ้าแปลตรงตัวก็จะได้ความหมายว่าเป็น "เมืองแห่งลม" ซึ่งตรงกับความเป็นจริงมาก
แต่จะมีใครบ้างที่รู้ว่าที่มาจริงๆ แล้วนั้นไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับลมแรงเลยแม้แต่นิดเดียว

เอาไว้เดี๋ยวค่อยมาเฉลยก็ละกันครับ

---------------------------------------
เขียนเพิ่มเมื่อวันที่ 26 พฤศจิกายน


ชื่อเล่น Windy City ของเมืองชิคาโกนั้นมีที่มาจากนักหนังสือพิมพ์ชาวนิวยอร์คเป็นผู้ตั้งให้เมื่อหนึ่งร้อยกว่าปีที่แล้ว ปูมหลังนั้นมีอยู่ว่า

ถ้าใครติดตามประวัติศาสตร์ก็อาจจะจำได้ว่าเมืองชิคาโกนั้นเคยเกิดไฟใหม้ใหญ่(มาก) เมื่อหนึ่งร้อยสามสิบปีที่แล้ว ว่ากันว่าไฟใหม้ถึงขนาดที่ว่าตึกส่วนใหญ่ในเมืองพินาศหายไปในคราวเดียว

แต่ความที่คนในเมืองมีความตั้งใจที่จะสร้างเมืองกลับขึ้นมาอีกครั้ง ก็เลยมีการว่าจ้างสถาปนิกและนักวางผังเมืองเก่งๆ ในสมัยนั้นมาร่วมกันออกแบบสร้างเมืองใหม่ กะว่าจะให้เป็นเมืองใหญ่ที่ทันสมัยและมีผังเมืองดีที่สุดในอเมริกา ความที่ว่าเมืองส่วนใหญ่มันถูกไฟไหม้ไปเกือบหมด ทำให้การวางผังเมืองใหม่เป็นไปได้ง่ายกว่าปกติ (ลองนึงถึงเวลาเล่นเกม Sim City ที่อยากจะตัดถนนหรือจัด Zoning) ดังนั้นเมืองใหม่ก็เลยถูกออกแบบไว้เป็นอย่างดี ชิคาโกนั้นมีดาวน์ทาวน์อยู่ติดทะเลสาบใหญ่ มีสวนสาธารณะติดกับทะเลสาบ มีย่านที่อยู่อาศัยกระจายออกไปโดยรอบ และก็มีถนนสายหลักพุ่งตรงออกจากดาวน์ทาน์ออกไปทุกทิศทางเพื่อเชื่อมต่อไปยังเมืองบริวารรอบนอก

หลังจากสร้างเมืองใหม่สำเร็จ บรรดานักการเมืองท้องถิ่นก็อยากจะโปรโมทเมืองชิคาโกนี้ให้เป็นที่รู้จักในวงกว้างยิ่งขึ้น เพื่อที่จะได้มีผู้อยู่อาศัยย้ายเข้ามาอีก รวมถึงบริษัทห้างร้านต่างๆ ด้วย ก็เลยมีการเดินสายโปรโมทกันทั่วประเทศ เชิญชวนให้ผู้คนเข้ามาอยู่ในชิคาโก ข้อความที่โปรโมทก็มีจริงบ้างโม้บางเป็นปกติของ ประกอบกับเมื่อช่วงนั้นประเทศสหรัฐฯ เค้าจะมีงานเฉลิมฉลอง Columbus Exposition ซึ่งจัดเป็นงานใหญ่ (ทำนองเดียวกับ World Expo สมัยนี้) และก็ได้มีการแข่งขันกันแย่งเป็นเจ้าภาพระหว่างเมืองใหญ่ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น นิวยอร์ค หรือ ซานฟรานซิสโก เมืองชิคาโกก็ขอเข้าร่วมแข่งขันเป็นเจ้าภาพกับเมืองอื่นๆ ด้วย นัยว่าถ้าได้จัดงานนี้ก็จะทำให้เมืองเป็นที่รู้จักมากยิ่งขึ้นไปอีก

รอบสุดท้ายของการคัดเลือก เหลืออยู่สองเมืองคือนิวยอร์คและชิคาโก นิวยอร์คนั้นถือว่าตัวเองเป็นเมืองใหญ่ที่สุดของประเทศมาเป็นเวลานานก็เลยออกจะมั่นใจในตัวเองและดูถูกชิคาโกอยู่พอสมควรว่าไม่มีศักยภาพพอที่จะจัดงานใหญ่ระดับนี้ได้ คอลัมนิสท์ในหนังสือพิมพ์ของนิวยอร์คนั้นก็เขียนบทความประนามนักการเมืองท้องถิ่นจากชิคาโกด้วยความหมั่นไส้อยู่เป็นระยะๆ รวมถึงตั้งฉายาให้ชิคาโกว่าเป็นเมืองขี้โอ่ (Windy City) ซึ่งภายหลังก็ได้กลายเป็นชื่อเรียกติดปากไปในที่สุด

ความที่ชิคาโกนั้นตั้งอยู่ริมทะเลสาบมิชิแกน มีลมแรงอยู่เป็นประจำตลอดปี คนทั่วไปก็เลยเข้าใจว่า Windy City นั้นคงจะหมายความถึงเมืองที่มีลมแรง กระทั่งชาวอเมริกันเองก็ยังเข้าใจเป็นอย่างนั้น

-----------------------------------------

ผมเคยเขียนไว้ที่โต๊ะไกลบ้านเมื่อซักสองสามปีที่แล้ว อาจจะเคยผ่านตากันมาบ้างนะครับ




 

Create Date : 21 พฤศจิกายน 2548    
Last Update : 27 พฤศจิกายน 2548 6:13:46 น.
Counter : 334 Pageviews.  

Hearst Castle ที่ California



Hearst Castle อยู่บนเนินเขาใกล้กับเมือง San Simeon ติดกับมหาสมุทรแปซิฟิคในรัฐแคลิฟอร์เนีย สร้างโดยมหาเศรษฐีชื่อ William Hearst เมื่อประมาณเกือบแปดสิบปีมาแล้ว ปัจจุบันเป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมติดอันดับต้นๆ ในรัฐแคลิฟอร์เนี่ยเลยนะเนี่ย ถึงแม้ว่าที่ตั้งจะอยู่ห่างไกลจากเมืองใหญ่มากก็ตาม

ตา William เจ้าของปราสาทนี่ร่ำรวยมาจากธุรกิจหนังสือพิมพ์ พอเริ่มเข้าวัยกลางคนก็เลยอยากจะสร้างปราสาทเป็นของตัวเอง นัยว่าทำความฝันในวัยเด็กให้กลายเป็นจริง (นาย Hearst ในตอนเด็กนี่จัดเป็นลูกไฮโซมีเงินหนัก มีโอกาสได้ไปเที่ยวยุโรปชมปราสาทโบราณหลายๆ แห่ง) ประกอบกับว่ามีที่ดินตอนใกล้กับทะเลอยู่มากพอสมควร ก็เลยเจียดเงินเล็กน้อยมาสร้างปราสาทให้ความฝันเป็นจริง

สมัยที่นาย Hearst ยังมีชีวิตอยู่ เขาได้มาพักที่ปราสาทนี้เป็นประจำ บางทีก็มีดาราฮอลลีหวูดมาพักบ้างเป็นครั้งคราว ความที่นาย Hearst เป็นคนชอบความสนุกสนานรื่นเริง เขาเลยจัดให้มีปาร์ตี้อยู่เป็นประจำที่ปราสาทนี้ โดยเขาจัดให้มีเครื่องบินส่วนตัวของเขา บินไปรับแขกจากเมืองลอสแองเจลิสแล้วมาส่งที่สนามบินส่วนตัวของเขาที่อยู่ตรงเชิงเขาของปราสาทนี่เอง

ในปราสาทมีโรงหนังขนาดเล็ก มีโรงไฟฟ้าเป็นของตัวเอง มีสระว่ายน้ำในร่ม มีบ้านรับรองขนาดเล็ก และสิ่งอำนวยความสะดวกอยู่มากมาย รวมถึงสวนสัตว์ขนาดย่อมๆ ที่มีสัตว์แปลกๆ หลายชนิด

หลังจากนาย Heast เสียชีวิต ก็ไม่มีใครมาอยู่ประจำที่ปราสาทแห่งนี้อีก ประกอบกับค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาปราสาทก็แพงขึ้นทุกทีๆ จนในที่สุดปราสาทก็ถูกส่งมอบให้ทางรัฐเป็นผู้ดูแล ซึ่งภายหลังเค้าก็เปิดให้ประชาชนเข้าชมได้ กลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญในภูมิภาคนี้ไปในที่สุด

ผมรู้จัก Hearst Castle นี้ก็จากอ่านหนังสือของคุณโสภาค สุวรรณ ในเรื่องจดหมายถึงคุณยาย น่าจะประมาณเกือบยี่สิบปีเห็นจะได้ คุณโสภาคบรรยายสถานที่และบรรยากาศได้น่าประทับใจมาก ผมอ่านแล้วก็หวังไว้ลึกๆ ว่าถ้ามีโอกาสคงจะได้ไปเที่ยวที่ปราสาทนี้บ้าง จนกระทั่งมาเรียนต่อที่อเมริกาและได้ไปทริปในแคลิฟอร์เนีย ก็เลยมีโอกาสได้มาสัมผัสสถานที่จริง (จัดว่าเป็นการทำฝันในวัยเด็กให้เป็นจริงเหมือนกันนะเนี่ย)

แถมท้ายอีกนิดนึงสำหรับคนที่กะว่าจะไปเที่ยวที่นี่
ปราสาทนี้อยู่ประมาณครึ่งทางจากแอลเอไปซานฟรานฯ นะครับ ถ้าขับรถมาบน Pacific Coast Highway ก็จะเหมาะมาก เพราะอยู่แทบจะบนเส้นทางนั้นพอดี แค่เลี้ยวรถเข้าไปนิดหน่อยก็ถึงแล้ว พอไปถึงก็ซื้อตั๋ว แล้วก็รอบัสซึ่งจะวิ่งจากที่จอดรถตรงเชิงเขา ขึ้นไปยังตัวปราสาทที่อยู่บนยอดเขาลิบๆ เค้าจะมีคนนำทัวร์คอยเล่าเรื่องเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยให้ฟังไปตลอด ถ้าไปวันธรรมดาจะดีกว่าสุดสัปดาห์นะครับ เสาร์อาทิตย์นี่คนเยอะมาก




 

Create Date : 20 พฤศจิกายน 2548    
Last Update : 20 พฤศจิกายน 2548 3:32:36 น.
Counter : 127 Pageviews.  

Chicago Chicago Chicago

ถ่ายไว้ตอนไปเที่ยวชิคาโกเมื่อนานมาแล้ว

รู้สึกว่าจะเป็นในดาวน์ทาวน์ (คนแถวนั้นเค้าเรียกว่า "หลูป" Loop -- เนื่องจากมันมีรางรถลอยฟ้าหลายสายมาเจอกัน เค้าเลยทำทางวิ่งให้เป็นคล้ายๆ กับวงเวียนสำหรับรถไฟฟ้า)

แถบนี้เคยเป็นฉากของหนังหลายเรื่องนะ
ที่จำได้ก็มี While you were sleeping และก็ The Untouchable




 

Create Date : 07 พฤศจิกายน 2548    
Last Update : 7 พฤศจิกายน 2548 15:35:40 น.
Counter : 86 Pageviews.  

Long Beach, California

รูปนี้ถ่ายไว้ตอนไปเที่ยว LA เมื่อสี่ปีที่แล้วได้มั้ง
เอามาปัดสีทำใหม่ เมื่อไม่นานมานี้เอง

ในภาพเป็นชายหาดของเมือง Long Beach อยู่ทางตอนใต้ของ LA ลงมานิดหน่อย
มองเห็นเรือเดินสมุทร Queen Mary อยู่ไกลๆ
ปัจจุบันนี้เค้าปลดระวางไปเรียบร้อยแล้ว
แต่เอามาทอดสมอไว้เฉยๆ เพื่อเป็นพิพิธภัณฑ์ลอยน้ำ

มีคนขี่จักรยานอยู่ในภาพด้วย
คือตามชายหาดแถวนี้เค้าจะมีทางทำไว้ให้คนออกกำลังกายนะครับ
จะเป็นจักรยานหรือจะวิ่งจ๊อกกิ้ง หรือจะเล่นโรลเลอร์เบลดก็ได้
ถึงหาดทรายจะไม่สวยนักถ้าเทียบกับบ้านเรา
แต่ของเค้าเป็นระเบียบและสะอาดดีมากเลยทีเดียว





 

Create Date : 07 พฤศจิกายน 2548    
Last Update : 7 พฤศจิกายน 2548 15:25:48 น.
Counter : 109 Pageviews.  

1  2  

hvacboy
Location :
Minneapolis, Minnesota United States

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




www.flickr.com
This is a Flickr badge showing photos in a set called Twin Cities. Make your own badge here.
Friends' blogs
[Add hvacboy's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.