Group Blog
 
All Blogs
 

วันแรกที่เราได้เจอกัน

นี่คือสภาพของเจ้าลูกชายที่เจอในวันแรก ด้วยอากาศที่ร้อนอาจจะทำให้หนูเพลียจนหลับคามือน้าปุ๊ก (เพื่อนหม่ามี๊เองลูก น้าปุ๊กอุตส่าห์ขับรถพาหนูมาส่งถึงบ้านที่ลำปางเลยนะ)



ตอนหม่ามี๊กับเพื่อนๆพาหนูเดินออกมาจากตรอกที่จตุจักร ก็มีเด็กผู้หญิงสวมชุดนักเรียนปากเปราะกลุ่มนึงเดินสวนหม่ามี๊ออกมาแล้วก็พูดว่า "โอ๊ย...หมาเยินขนาดเนี้ย เดี๋ยวก็ตาย" ในใจหม่ามี๊อยากกระโดดถีบยอดอกคนพูดจริงๆลูก แต่นั่นมันเด็ก หม่ามี๊เลยได้แต่ข่มใจแล้ววางมาดนางงามเดินจากมา (หนอย...มาแช่งลูกช้านนน )

จากจตุจักรมาถึงบ้านหนูก็เอาแต่หลับ....แล้วก็หลับ... จนหม่ามี๊กับเพื่อนๆสงสัยกันว่าหนูไม่สบายรึเปล่านะ แต่ก็เริ่มใจชื้นหน่อยเมื่อเห็นหนูตื่นมาก็เอาแต่เดินสำรวจนู่นนี่วุ่นวายไปหมด


แต่เห็นหน้าตาแบ๊วๆแกร๋นๆแบบนี้ หนูแรงเยอะนะจะบอกให้ แถมนิสัยอยากรู้อยากเห็นเป็นหมานักผจญภัยสุดๆ ตอนนั้นหม่ามี๊ยังไม่รู้จะตั้งชื่อหนูว่าอะไร แต่น้านิว-เพื่อนหม่ามี๊คนที่เอาน้องสาวหนูไปเลี้ยง เขาตั้งชื่อน้องสาวหนูว่า "เอมี่" ทุกคนเมื่อได้ยินชื่อจะต้องถามต่อทันทีว่า "เอมี่ ไวน์เฮ้าส์ ป่าววะแก" เพราะหน้าน้องสาวหนูโหดมาก น่าเสียดายที่ตอนนี้น้องเอมี่ไปสวรรค์ซะแล้วเพราะติดโรคหัดตั้งแต่มาจากคอกเดิม ทำให้หม่ามี๊เมย์ (หม่ามี๊อีกคนของหนูไงลูก คนที่เป็นน้องสาวของหม่ามี๊แต่ไม่ยอมให้เรียกน้าไงจ๊ะ) เกิดวิตกจริตตลอดเวลาที่หนูป่วยว่าหนูจะต้องเป็นโรคหัดแน่ๆ จนคุณหมอต้องบอกหม่ามี๊เมย์ว่า หนูแค่ถูกยุงกัดไม่ได้เป็นโรคหัด



แล้วหม่ามี๊เมย์นี่แหละที่เป็นคนตั้งชื่อหนูว่า "ออสติน" ให้คล้องกับชื่อน้องสาว บางทีชีก็เรียกหนูว่า "ตินติน" แต่ส่วนใหญ่จะเรียกหนูว่า "หลิ่งลิ้ง" หรือ "ลิ้ง" (ที่หม่ามี้เมย์บอกว่ามาจากคำว่า ดาร์ลิ้ง...แหวะ..) ส่วนคุณยายก็ชอบเรียกหนูว่า "ไอ้หนอนติน" เพราะตอนนี้หนูอ้วนเป็นลอนๆแล้วนะลูก ส่วนคุณยายใหญ่ก็เรียกหนูว่า "ไอ้หนูหริ่ง" คุณตาใหญ่ก็เรียกหนูว่า "ไอ้ปั๊กติน" แต่ไม่ว่าใครจะเรียกหนูชื่ออะไร หนูก็มักจะวิ่งแจ้นมาหาทู้กที รับได้หมดว่างั้น




 

Create Date : 12 กรกฎาคม 2553    
Last Update : 12 กรกฎาคม 2553 16:54:40 น.
Counter : 416 Pageviews.  

ก่อนจะมีมะหมาเป็นของตัวเอง

เมื่อหันมามองหน้าไอ้ลูกชายในวันนี้ก็อดหมั่นไส้มันไม่ได้    แล้วคำถามนึงก็ผุดขึ้นมาในหัวทันที  "อะไรดลใจให้เราไปเอาไอ้หมาบ้าพลังนี่มาเลี้ยงฟระ" Smiley 

แต่ไหนแต่ไรที่บ้านเราไม่เคยมีหมาเป็นของตัวเอง   คือทุกคนในบ้านรักหมา   ชอบเล่นกะน้องหมา    แต่ยังไม่มีหมาให้ป้อนข้าวป้อนน้ำเอง    บ้านของเราเป็นบ้านแฝด   ปลูกติดกันกับบ้านป้าที่อยู่ในรั้วเดียวกัน   เพราะฉะนั้นหมาบ้านป้าก็เหมือนหมาบ้านเราไปโดยปริยาย    แต่หน้าที่ป้อนข้าวป้อนน้ำมักจะเป็นของป้าซะส่วนใหญ่    ซึ่งก็มีเจ้าตูบแวะเวียนมาให้เราเล่นด้วยหลายเจนเนอเรชั่นแล้ว



จุดกำเนิดของหายนะมันเริ่มขึ้นเมื่อเกือบสองปีก่อน   ตอนที่เราทำงานอยู่กรุงเทพฯแล้วเพื่อนสนิทที่อยู่ลำปางแวะมาเยี่ยม   วันนั้นไม่รู้อะไรดลใจให้พวกเราไปเที่ยวสวนจตุจักรกันแล้วก็ผ่านไปที่โซนขายน้องหมา   ส่วนใหญ่เวลาเราผ่านไปโซนนี้ก็มักจะแค่ชื่นชมความน่ารักของเจ้าพวกสี่ขาเท่านั้น    ไอ้เรื่องจะสอยพวกมันติดไม้ติดมือมาหรือตั้งใจไปซื้อเลยขอตอบตรงๆ...ว่าไม่มี   เพราะหมาที่สวนฯโดยเฉพาะหมาตะกร้าขึ้นชื่อมากเรื่องขี้โรคและเสี่ยงว่านำมาเลี้ยงแล้วมันจะตาย    พวกเราจึงได้แต่เดินมองกันเฉยๆ   แต่ขณะที่เดินชิลล์ๆกันอยู่ก็มีอาแปะคนนึงส่งเสียงตะโกนแหวกอากาศร้องเรียกพวกเราให้แวะเข้าไปดู "เอเลี่ยน"    ด้วยนิสัยสอดรู้สอดเห็นอย่างพวกเรามีเรอะจะพลาด    แล้วสิ่งที่พวกเราได้เห็นก็คือ...

ลูกหมาปั๊กสองตัวสภาพกร๋องกร๋อยสุดๆ    ทั้งสองตัวผอมโทรมจนเห็นซี่โครงบานๆของพวกมัน   ในใจก็นึกด่าเจ้าของอยู่ว่าทำไมเลี้ยงหมาให้อดอยากขนาดนี้    แล้วนี่ยังมีหน้าเอาพวกมันมาขายอีกเหรอ


เมื่อสบตาแป๋วๆของเจ้าปั๊กน้อย    พวกเราเลยเดินไปถามคนขายว่าตัวละเท่าไหร่     ตอนแรกเขาบอกพวกเราว่าตัวละสามพัน (แน๊...หมาบักโกรกจะตายไม่ตายแหล่มันเรียกเราตั้งสามพันแน่ะ)   แต่ต่อไปต่อมาดันขายให้เราสองตัวสามพันซะงั้น    เรากับเพื่อนตัดสินใจรับพวกมันมาเลี้ยงโดยแบ่งกันคนละตัว    ตัวผู้อยู่กับเราส่วนตัวเมียอยู่กับเพื่อน     พวกเราพามันไปหาสัตวแพทย์ที่อยู่ใกล้ๆเพื่อตรวจโรคและให้วัคซีน    คุณหมอยังถามพวกเราเลยว่า "นึกยังไงถึงซื้อหมาที่นี่มาเลี้ยง"    เพื่อนเราซึ่งใจเดียวกับเราก็ตอบหมอไปว่า "ก็ถ้ามันอยู่กับคนขายก็คงไม่รอดแน่ๆ   แต่ถ้าอยู่กับเราก็อาจจะรอด"    คุณหมอก็เลยตอบพวกเราว่า "ถ้าคิดอย่างงั้นก็เลี้ยงเถอะ"    เราหมดค่าหยอดยาถ่ายพยาธิไปนิดหน่อย   เพราะหมายังเล็กอยู่จึงให้วัคซีนไม่ได้     นาทีนั้นพวกเราก็ไม่รู้หรอกนะว่าคิดถูกหรือคิดผิด    แต่ภาพที่เราเห็นพวกลูกสุนัขแออัดกันอยู่ในคอกแย่งอาหารกันมันทำให้เราหดหู่อย่างบอกไม่ถูก    พวกเรารู้ว่าการซื้อหมาตะกร้าก็เท่ากับสนับสนุนให้พวกคนขายเห็นแก่ตัวยังทำมาหากินแบบนี้อยู่    ตอนนั้นพวกเรารู้แต่ว่าต้องรีบช่วยเจ้าหมาสองตัวนี้ให้เร็วที่สุด







 

Create Date : 11 กรกฎาคม 2553    
Last Update : 12 กรกฎาคม 2553 16:42:46 น.
Counter : 220 Pageviews.  

1  2  

Hot blood chic
Location :
เชียงใหม่ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




หม่ามี๊ออสติน ปั๊กบ้าพลังและไฮเปอร์สุดๆ
Friends' blogs
[Add Hot blood chic's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.