แหล่งรวบรววมวิธีเล่นหุ้น
 
พันธุ์ยางพาราของไทย

เรื่องเล่าจากสองข้างทาง

ธนสิทธิ์

พันธุ์ยางพาราของไทย

"ทำไม ประเทศไทยถึงไม่ต่อยอด นำสายพันธุ์ยางพาราที่มีเกษตรกรเก่งๆ เขาพัฒนาพันธุ์ใหม่ที่ให้ผลผลิตต่อไร่สูง มาเผยแพร่สู่เกษตรกร เพื่อให้เมืองไทยมีสายพันธุ์ยางพาราที่หลากหลาย"

ประเด็นคำถาม ที่จุดขึ้น โดย คุณอุทัย สอนหลักทรัพย์ ประธานกิตติมศักดิ์สมาคมสหพันธ์ชาวสวนยางพาราแห่งประเทศไทย กล่าวทิ้งท้ายไว้หลังจากการเดินทางไปเยี่ยมชมแปลงพันธุ์ยางพาราพันธุ์ดีที่ เกิดจากการคัดเลือกสายพันธุ์ของเกษตรกรในจังหวัดตรัง

สิ่งที่ถาม จึงกลายเป็นมาสิ่งที่ต้องค้นหาคำตอบว่า ในประเทศไทยมียางพันธุ์ดีที่คุณภาพทัดเทียมหรือดีกว่า กับสายพันธุ์ยางพาราของต่างประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเทศมาเลเซีย ที่มีการพัฒนาสายพันธุ์ยางพาราและมีพันธุ์ใหม่ๆ ออกมาส่งเสริมให้เกษตรกรปลูกอย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้ แม้ว่าในปัจจุบัน ประเทศไทยจะกลายเป็นผู้ผลิตยางพาราได้เป็นอันดับหนึ่งของโลก มีผลผลิตมากกว่า 3.000 ล้านตัน แต่ในมุมมองของประธานกิตติมศักดิ์สมาคมสหพันธ์ชาวสวนยางพาราแห่งประเทศไทย เกี่ยวกับสายพันธุ์ยางพาราที่เกษตรกรปลูกกันทั่วประเทศ รวมพื้นที่ 16.74 ล้านไร่นั้น เป็นสายพันธุ์ที่ล้าสมัยและให้ผลผลิตต่ำมาก เหมือนเปรียบเทียบกับประเทศเพื่อนบ้าน

ทั้งนี้ สายพันธุ์ยางพาราที่ส่งเสริมในปัจจุบัน จะประกอบด้วย พันธุ์ RRIM 600, RRIT 251, BPM 254 และ RRIT 226

"แม้ จะเป็นพันธุ์ยางชั้น 1 ที่ให้ผลผลิตสูง แต่ก็เป็นพันธุ์ที่ส่งเสริมให้ปลูกกันมานาน อย่าง พันธุ์ RRIM 600 มีมาเกือบ 40 ปีแล้ว ทุกวันนี้ก็ยังเป็นพันธุ์เดิม ที่ให้ผลผลิตได้ไม่เกิน 270 กิโลกรัม ต่อไร่ ต่อปี ขณะที่มาเลเซียเขาพัฒนาไปเป็นพันธุ์ RRIM 2027 แล้วให้ผลผลิตถึง 500 กิโลกรัม ต่อไร่ ต่อปี" คุณอุทัย กล่าว

สิ่งที่ประธานกิตติมศักดิ์สมาคมสหพันธ์ชาวสวนยางพาราแห่งประเทศไทย ต้องการในเวลานี้คือ

"หน่วย งานที่เกี่ยวข้อง อย่างสถาบันวิจัยยาง กรมวิชาการเกษตร ยังไม่มีการพัฒนาพันธุ์ใหม่ที่ให้ผลผลิตสูงเหมือนกับมาเลเซียเผยแพร่ไปสู่ เกษตรกรอย่างเป็นทางการ ทั้งที่มีงบประมาณจากเงิน Cess ที่ได้จากการส่งออกยางพาราไปต่างประเทศ ได้ถูกจัดสรรลงไปในเรื่องการพัฒนาพันธุ์ยาง โดยได้ให้กับสถาบันวิจัยยางตามมาตรา 18 (1) ไปดำเนินการปีละเกือบ 200 ล้านบาท วัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มผลผลิตให้กับเกษตรกร"

"แต่ที่ผ่านมา ผลงานยังมีความล่าช้า ดังนั้น หากเกษตรกรมีความสามารถในการพัฒนาพันธุ์ยางใหม่ขึ้นมาได้ในพื้นที่แปลงปลูก ของเกษตรกรเองก็ไม่ควรปิดกั้นโอกาส และที่สำคัญควรมีการต่อยอดและผลักดันนำยางพาราพันธุ์ใหม่ๆ ที่มีศักยภาพเหล่านั้น มาเผยแพร่สู่เกษตรกรในวงกว้าง ทั้งนี้ควรลดข้อจำกัดหรือกฎเกณฑ์ต่างๆ ที่ก่อให้เกิดความล่าช้าลงด้วย ซึ่งจะส่งผลดีและเป็นการช่วยพัฒนาพันธุ์ยางพาราไทยให้รุดหน้า เพราะปัจจุบันในต่างประเทศ เช่น ประเทศมาเลเซียนั้นมีความก้าวหน้าในเรื่องการพัฒนาพันธุ์ยางพาราพันธุ์ใหม่ๆ ล้ำหน้าไปหลายเท่า" คุณอุทัย กล่าว

หากสามารถดำเนินการได้ตามข้อ เรียกร้องดังกล่าว สิ่งที่จะตามมานั้น คุณอุทัยบอกว่า หากให้พันธุ์ยางพาราพันธุ์ใหม่ ซึ่งมีอยู่หลายสายพันธุ์ของเกษตรกรที่มีอยู่แล้วได้มีการเผยแพร่ไปสู่ เกษตรกรในวงกว้าง เพื่อเป็นพันธุ์การพัฒนาพันธุ์ยางให้โตเร็ว ให้ผลผลิตต่อไร่สูง เกษตรกรไทยจะได้ไม่ต้องเพิ่มพื้นที่ปลูกมากนัก และทำให้ยางพาราของประเทศไทย ซึ่งเป็นอันดับหนึ่งของโลกจะได้ไม่ถูกประเทศอื่นแซง และสร้างความมั่นคงให้กับเกษตรกรไทยด้วย

สำหรับสายพันธุ์ยางพาราที่ เป็นพันธุ์ดี ให้ผลผลิตสูง มีความต้านทานโรค อันเป็นสายพันธุ์ของเกษตรกร ซึ่งได้มีการเข้าไปเยี่ยมชมนั้น อยู่ที่สวนของ คุณขำ นุชิตศิริภัทรา นายกสมาคมชาวสวนยางจังหวัดตรัง และที่สวนของ คุณลุงชิ้ม หรือ คุณเฉลิม ชัยวัฒน์

ซึ่งทั้ง 2 สายพันธุ์ ที่เกษตรกรทั้ง 2 ปลูกนั้น ต่างยืนยันตรงกันว่า เป็นสายพันธุ์ที่โตเร็ว และให้ผลผลิตสูงมากกว่า 500 กิโลกรัม ต่อไร่

โดยสายพันธุ์ยางของคุณลุงขำ นั้นได้เล่าให้ฟังว่า สำหรับสายพันธุ์ที่ปลูกนี้มีชื่อว่า พันธุ์ เคที 311 เกิดจากการผสมคือ อาร์อาร์ไอเอ็ม 600 เป็นพันธุ์แม่ พีบี 235 เป็นพันธุ์พ่อ ซึ่งนำเข้ามาจากประเทศมาเลเซีย เป็นเวลากว่า 20 ปีแล้ว และได้มีการปลูกเพื่อกรีดเอาน้ำยางและทำพันธุ์ขายให้กับเกษตรกรมาโดยตลอด

คุณสมบัติเด่น คือ ไม่มีโรคใบร่วง ให้ผลผลิตสูงกว่าไร่ละ 500 กิโลกรัม ต่อปี และอาจสูงถึงไร่ละ 570 กิโลกรัม ต่อปี ได้ในบางพื้นที่

"ตอนนี้ที่เราขายให้เกษตรกรที่สนใจไปปลูกนั้นอยู่ที่ต้นละ 35 บาท ส่วนยางที่กรีดได้ของเราเองนั้นมีประมาณ 200 ไร่"

ส่วน ของคุณลุงชิ้มนั้น ได้เล่าให้ฟังถึงสายพันธุ์ยางพาราของตนเองว่า เป็นสายพันธุ์พื้นเมือง ซึ่งเดิมเรียกว่าพันธุ์ตาคล่อม เพราะเป็นคนแรกที่นำมาปลูก และเพื่อนบ้านไปเห็นว่า ให้น้ำยางดี จึงนำมาปลูกต่อกัน และสืบต่อมาถึงลูกหลาน

ซึ่งในปัจจุบันนั้น สำหรับสายพันธุ์ยางพาราดังกล่าวนี้ ในพื้นที่อื่นได้ถูกตัดโค่นลงไปหมด จึงทำให้เหลืออยู่แต่ที่สวนลุงชิ้มที่เดียว สาเหตุเพราะต้องเปลี่ยนไปปลูกยางพันธุ์ใหม่ตามที่ราชการส่งเสริม

"ทุก วันนี้ผมปลูกไว้ 50 ไร่ ให้ผลผลิตไร่ละกว่า 500 กิโลกรัม ต่อปี โดยแปลงปลูกที่มีอายุมากว่า 36 ปี ก็ยังกรีดอยู่ และให้น้ำยางมากเป็นปกติ" คุณลุงชิ้ม กล่าว

ซึ่งสำหรับในส่วนสายพันธุ์ยางพาราของคุณลุงชิ้ม นั้น ด้วยมีคุณสมบัติที่เด่นมากในเรื่องของน้ำยาง จึงได้รับการติดต่อจากบริษัทเอกชน นำไปต่อยอด ขยายพันธุ์จำหน่ายให้เกษตรกร ในชื่อ JVP80

จากตัวอย่างของเกษตรกรทั้ง 2 ท่านนี้ จึงเป็นเครื่องยืนยันได้อย่างหนึ่งว่า ในประเทศไทยนั้นก็มียางพาราพันธุ์ดีอยู่เช่นกัน ซึ่งในโอกาสที่จะเกิดการพัฒนาต่อยอดนำมาซึ่งพันธุ์ดีๆ ขยายไปสู่เกษตรกรอื่นหรือไม่นั้น คงต้องเป็นการตัดสินใจของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไป ในอนาคต

แต่สำหรับเกษตรกรผู้ปลูกยางและคนไทยแล้ว สิ่งหนึ่งที่มีแน่นอนในวันนี้ คือความภาคภูมิใจที่ประเทศไทยของเราก็มีสายพันธุ์ยางพาราดีๆ เหมือนกัน...



Create Date : 30 ธันวาคม 2552
Last Update : 30 ธันวาคม 2552 8:52:14 น. 0 comments
Counter : 1862 Pageviews.  
 
Name
* blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Opinion
*ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet

hoon_vi
 
Location :
ขอนแก่น Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 41 คน [?]




เป็นนักลงทุนมือใหม่ กำลังหาวิธีการเหมาะสำหรับตัวเอง ชอบการถ่ายรูป ท่องเที่ยว เขียนบทความ
[Add hoon_vi's blog to your web]

 
pantip.com pantipmarket.com pantown.com