แหล่งรวบรววมวิธีเล่นหุ้น
 
เทมเพรส และออเร้นฮาร์ท เฮลิโคเนียพันธุ์ใหม่สุดสวย กลุ่มไม้ตัดดอกเมืองร้อนกาญจนบุรี...เขามี

พานิชย์ ยศปัญญา


เป็น เวลา15 ปีแล้ว ที่กลุ่มไม้ตัดดอกเมืองร้อนกาญจนบุรี รวมตัวกันขึ้นมา ซึ่งมีสมาชิกทั้งหมด 13 คน พื้นที่ปลูกขณะนี้เกือบ 200 ไร่ ส่วนใหญ่เป็นเฮลิโคเนีย (ธรรมรักษา) ขิงแดง ขิงชมพู กล้วยประดับ ดาหลา งาช้าง ลิ้นมังกร

ก่อนปี 2538 ไม้ตระกูลเฮลิโคเนียได้รับความนิยมอย่างมาก ทั้งดอกเล็ก ดอกใหญ่ ช่อตั้ง ช่อห้อย ช่วงนั้นเฮลิโคเนียถือว่าเป็นสิ่งแปลกใหม่ แต่เขาก็สวยของเขาจริงๆ

นิตยสารเทคโนโลยีชาวบ้าน ได้จัดสัมมนาขึ้น วันที่ 1 เมษายน 2538 ปรากฏว่าได้รับความสนใจอย่างล้นหลาม

สาเหตุ ที่มีการรวมกลุ่มกันนั้น เนื่องจากว่า ชาวบ้านแถบอำเภอท่าม่วง ท่ามะกา และอำเภออื่นๆ ปลูกไม้ดอกเมืองร้อนแล้วขายไม่ได้ จึงรวมตัวเพื่อสร้างตลาด แรกสุดเมื่อมีผลผลิตก็นำไปเสนอตามร้านที่กรุงเทพฯ

"นำดอกไม้ไปขายที่ กรุงเทพฯ แบกไปฝนก็ตก ไปหลายร้าน เขาไม่รับซื้อ มีอยู่ร้านหนึ่งรับซื้อ ส่งไปหลังๆ ไม่ได้เงิน" คุณอนงค์ วงศ์พัว สมาชิกคนหนึ่งให้ข้อมูล

ถึง แม้ขายผลผลิตไม่ได้ แต่สมาชิกของกลุ่มก็ไม่เข็ด พยายามนำดอกไม้ไปเสนอขาย หรือไปจัดโชว์ งานแต่ง งานบวช งานศพ จนหลังๆ คนเริ่มสนใจ คนรู้จักมากขึ้น

พื้นที่ การผลิตเดิมไม่มากนัก ต่อมามีมากขึ้น การตลาดนั้น 20 เปอร์เซ็นต์ ขายในเมืองไทย ส่วนใหญ่ส่งต่างประเทศ จะมีบริษัทเอกชนมารับไปราว 5 บริษัท ด้วยกัน

ศูนย์รวมการบรรจุจะอยู่ที่บ้าน คุณประเสริฐ ลมพัด แกนนำของกลุ่ม บ้านเลขที่ 30 หมู่ที่ 5 ตำบลท่าตะคร้อ อำเภอท่าม่วง จังหวัดกาญจนบุรี รูปแบบการซื้อขายนั้น เมื่อมีออเดอร์มา ทางกลุ่มก็แบ่งกัน อย่างบริษัทสั่งเฮลิโคเนียพันธุ์บิ๊กบัด 500 ดอก ก็จะมีการกระจาย คนละ 100 ดอก 50 ดอก ไม่เท่ากัน ใครมีมากขายมาก ใครมีน้อยขายน้อย บางคราวอาจจะไม่พอ

การรวมกลุ่มในลักษณะอย่างนี้ เกิดขึ้นโดยธรรมชาติ สมาชิกมีความสมานสามัคคี จนหน่วยงานต่างๆ ต้องไปศึกษาดูงาน



เฮลิโคเนีย ยังไปได้

แนว ทางการผลิตไม้ตัดดอกเมืองร้อนของเกษตรกรที่นี่ เขาแบ่งผลิตเป็นเอกเทศ พื้นที่การผลิตมีตั้งแต่ 5 ไร่ บางคน 30 ไร่ ชนิดของไม้ที่ปลูก บางคนปลูกเฮลิโคเนียกับขิงแดง บางคนอาจจะมีปลูกทุกอย่าง มากบ้างน้อยบ้าง

เฮลิโคเนีย ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ยังจำหน่ายได้อย่างสม่ำเสมอ

มี การนำเข้าสายพันธุ์เฮลิโคเนียจากต่างประเทศเข้ามาเมืองไทยจำนวนมาก โดยแบ่งได้หลายขนาด อย่างดอกเล็ก เหมาะปลูกประดับ แต่ปัจจุบันนิยมปลูกดอกขนาดใหญ่เป็นการค้า ทั้งช่อตั้งและช่อห้อยย้อย

ถึงแม้พันธุ์เฮลิโคเนียจะมีมากจริง แต่ที่ปลูกเป็นการค้ามีไม่มากนัก

เฮลิโคเนียปลูกเป็นการค้าและนิยมมากที่สุด ต้องยกให้ "บิ๊กบัด" ช่อตั้ง และช่อห้อยย้อย อย่าง

"เซ็กซี่พิงค์"

อย่างอื่นๆ ก็มี เช่น ไจแอนท์ชี พิชชี่พิงค์ ลอบเตอร์คลอร์ 1 ลอบเตอร์คลอร์ 2 ลอบเตอร์คลอร์ 3 มาคัตพิงค์ อีเด้นพิงค์ อิมพีเรียล

ราคาซื้อขายเฮลิโคเนียค่อนข้างคงที่ อย่างบิ๊กบัด ราคา 18-20 บาท มานานปี เจ้าเซ็กซี่พิงค์ 30 บาท มานานเช่นกัน

ปริมาณ การขายนั้น ระยะเวลา 15 ปี ที่กลุ่มผู้ปลูกผลิตไม้ตัดดอกจำหน่ายพบเห็น มีขึ้นมีลง กราฟสูงสุดนั้นอยู่ในช่วง ปี 2550-2551 แต่จากนั้นมา เพราะการเมือง และทางดูไบมีปัญหา ปริมาณจึงลดลงอย่างต่อเนื่อง แต่สมาชิกก็อยู่ได้ ด้วยเหตุผลที่ว่า ปลูกเพียงครั้งเดียวแล้วอยู่ได้นาน ปัจจัยการผลิต อย่างปุ๋ยแทบไม่ต้องใส่ให้ แต่เรื่องน้ำสำคัญ หากขาดน้ำผลผลิตลดลงแน่



เทมเพรส และออเร้นฮาร์ท

เฮลิโคเนียพันธุ์ใหม่ สวยมาก

งานผลิตไม้ดอกเมืองร้อนของเกษตรกรที่นี่ เรื่องของสายพันธุ์ เขาศึกษาและพัฒนาอย่างต่อเนื่อง

อย่างดาหลา คุณประเสริฐ มีการเพาะเมล็ดและได้ดอกแปลกใหม่สวยงามไม่น้อย

แต่ ไม้ดอกบางชนิด อย่างเฮลิโคเนีย ไม่สามารถพัฒนาพันธุ์ได้เอง ต้องสั่งซื้อจากต่างประเทศ ที่ผ่านมาทางกลุ่มซื้อเข้ามาแล้วไม่น้อย อย่างเฮลิโคเนีย เทมเพรส และออเร้นฮาร์ท

เฮลิโคเนียเทมเพรส เป็นเฮลิโคเนียดอกใหญ่ ตรงกลางดอก คือแกนก้านดอกสีขาวนวล ดอกสีแดง มีเหลือบ ขอบดอกสีเขียว อายุการใช้งานราว 7 วัน จุดเด่นอยู่ที่สีสันของดอกแจ่มจ้า สว่างไสว ดอกดกไม่น้อยไปกว่าสายพันธุ์อื่น

ทางกลุ่มสั่งซื้อจากต่างประเทศ ต้นละ 6,000 บาท เมื่อ 4 ปีที่แล้ว

เฮ ลิโคเนียออเร้นฮาร์ท แกนก้านดอกสีส้มแก่ๆ ดอกสีแดงออกส้ม จุดเด่นอยู่ที่มีความสวยงาม สีสันเจิดจ้า อายุการใช้งาน 7 วัน หมายถึงงามอยู่บนแจกันได้ 1 สัปดาห์ ปริมาณของดอกดก ใกล้เคียงสายพันธุ์อื่น

คุณ ประเสริฐ บอกว่า ทุกวันนี้ทางกลุ่มปลูกบิ๊กบัดเป็นการค้าจำนวนมาก แต่ เทมเพรส และออเร้นฮาร์ท ยังไม่ได้นำเสนอลูกค้า เพราะพื้นที่ปลูกไม่มากนั่นเอง หากขืนเสนอไปแล้ว หากตลาดต้องการจะไม่มีผลผลิต

เรื่องราวของราคาต้นพันธุ์เฮลิโคเนีย ทุกวันนี้ ตกต้นละ 120 บาท โดยเฉลี่ย แต่ เทมเพรส และออเร้นฮาร์ท คุณประเสริฐ บอกว่า ราคาสูงกว่าสายพันธุ์ทั่วไป แต่ไม่ใช่ต้นละ 6,000 บาท เหมือนกับซื้อมาครั้งแรก

คุณประเสริฐ บอกว่า ทางกลุ่มเน้นปลูกเพื่อจำหน่ายผลผลิต ส่วนต้นพันธุ์นั้นมีจำหน่ายบ้าง สำหรับผู้สนใจและพร้อมจริงๆ หากใครไปศึกษาแล้วยังไม่มีความรู้ ยังไม่พร้อม รวมทั้งตลาดไม่แน่นอน ทางกลุ่มไม่แนะนำให้ปลูกมากๆ

"มีคนมาถามเรื่อง ตลาด ผมบอกเขาไปว่า หากปลูกน้อยๆ คนเดียวมีปัญหาเรื่องตลาดแน่ ดังนั้น ต้องปลูกมากๆ อาจจะทำไม่ไหว ควรรวมกลุ่มกัน ตลาดก็หากันในท้องถิ่น เมื่อมาถามซื้อพันธุ์ เราไม่ได้ขายให้เพื่อได้เงินเขามา แต่อยากให้เขาเข้าใจการผลิตจริงๆ จะได้ไม่เสียหายภายหลัง" คุณประเสริฐ กล่าว



ฟังเสียงสมาชิกกลุ่ม

คุณอนงค์ วงศ์พัว ปลูกไม้ดอกเมืองร้อน 10 ไร่ มีหลายชนิดด้วยกัน นอกจากปลูกไม้ดอกแล้ว ยังทำนาอีก 10 ไร่

ราย ได้จากการจำหน่ายผลผลิตของคุณอนงค์ ช่วงที่จำหน่ายได้น้อยสุดอยู่ที่เดือนละ 2.5 หมื่นบาท แต่บางช่วงอาจจะสูงขึ้นกว่าเท่าตัว แล้วแต่สถานการณ์ ในรอบปีหนึ่ง ปริมาณการรับซื้อของบริษัทจะมากช่วงเดือนตุลาคม-มกราคม ก่อนเดือนตุลาคม ปริมาณไม่มากนัก

"เริ่มมาตั้งแต่ ปี 2538 ไม่เคยหยุดเลย ไม่ค่อยได้โละทิ้งแล้วปลูกใหม่อย่างอ้อย แต่ปลูกแล้วจะขึ้นมาใหม่เรื่อยๆ ไม้ดอกเมืองร้อนยังไปได้ แต่อาจจะมีขึ้นมีลง ราคาไม่ค่อยมีปัญหา แต่จะอยู่ที่ปริมาณการสั่งซื้อ ผู้ที่เริ่มปลูกใหม่ เวลาปีครึ่งถึงสองปีจึงเริ่มเก็บผลผลิตขายได้ ตอนนี้ยังรับจัดดอกไม้ตามงานต่างๆ ราคามีตั้งแต่งานละ 5,000 บาท ไปจนถึง 10,000 บาท แล้วแต่งานเล็กงานใหญ่ หากงานใหญ่และอยู่ไกล อาจจะ 20,000 บาท ผลผลิตเราเน้นใช้จากกลุ่ม เขาชอบเพราะเป็นไม้แปลกใหม่ สดใส งานที่รับจัดคือ งานแต่งงาน งานจัดซุ้ม งานศพ...สำหรับคนที่จะเข้ามาทำอาชีพนี้ โดยเริ่มต้นใหม่ จะยากสักหน่อย เพราะต้องหาตลาดให้ได้เสียก่อน คุณราตรี (ภรรยาคุณประเสริฐ) ไปเปิดร้านดอกไม้ที่ท่าม่วง ชื่อเหมือนฝันฟลอรีส รับงานจัดดอกไม้" คุณอนงค์ บอก

คุณชูศักดิ์ โรจน์พวง ผู้ปลูกไม้ตัดดอกเมืองร้อนอารมณ์ดี บอกว่า ตนเองมีพื้นที่ผลิต 5 ไร่ แรงงานมีเพียง 2 คน เพราะลูกๆ ไปทำงานที่กรุเทพฯ กันหมด

"ผลผลิต เริ่มขายดี ปี 2542-2543 เป็นอาชีพที่ดี ต้นทุนการผลิตต่ำ ปุ๋ยใส่ให้มากไม่ได้ เพราะใส่ปุ๋ยมาก ดอกจะเหี่ยวไว ปลูกครั้งหนึ่งอยู่ได้เป็น 10 ปี" คุณชูศักดิ์ บอก

ศัตรูอย่างหนึ่ง ของเฮลิโคเนียที่ไม่เคยพบมากก่อนนั้นคือ หนูและกระรอก สัตว์ทั้งสองชนิดจะคอยกินน้ำเลี้ยงที่เกสร เพราะว่าที่เกสรน้ำเลี้ยงหวานมาก บางช่วงหน้าแล้ง เวลาให้น้ำ ต้นของเฮลิโคเนียอวบน้ำ หนูจะมากัดที่ยอดแล้วดูดกินน้ำ สร้างความเสียหายไม่น้อย

บางครั้งเฮลิโคเนีย 1 กอ มี 20 ดอก แต่ตัดจำหน่ายได้เพียงครึ่งเดียว ที่เหลือถูกศัตรูทำลาย

ถามว่า...มีวิธีหาตลาดอย่างไร

"ปลูก น้อยต้องหาที่ส่งเอง เริ่มจากหาตามโรงแรม ปลูกส่งออกต้องมีปริมาณมาก แต่ปลูกคนละเล็กคนละน้อย ต้องรวมกลุ่ม แล้วหาแกนนำกลุ่มให้ได้อย่างคุณประเสริฐ เพราะคุณประเสริฐเขาเสียสละ ไปสัมมนา ไปดูงาน ออกทุนเอง มีออเดอร์มาก็แบ่งเฉลี่ยกันอย่างยุติธรรม คนไทยเรารวมกลุ่มกันยาก เพราะมีเรื่องเงินเข้ามาแล้วชักเป๋ กลุ่มเราอยู่ได้ไม่เป็นไร มีคนมาถามเรื่องการตั้งกลุ่ม ผมบอกว่า ตั้งได้ แต่ต้องมีคนอย่างคุณประเสริฐ ปลูกไม้ดอกคนเดียวต้องจำนวนมากไร่" คุณชูศักดิ์ บอก

นิตยสารเทคโนโลยีชาวบ้าน มีโอกาสเข้าไปสัมภาษณ์เกษตรกรกลุ่มนี้หลายครั้งด้วยกัน ไปครั้งใดจะได้เห็นสิ่งแปลกตาอยู่เสมอ ทั้งนี้ เพราะพัฒนางานไม่หยุดนิ่งนั่นเอง ไม้บางชนิดเขาทำขายกันในระดับอุตสาหกรรม โดยตัดใบขายอย่างเดียว

การนำผู้สนใจเข้าไปชมงาน ในรูปเสวนาเกษตรสัญจร สมาชิกต่างก็ประทับใจ จนพยายามหาซื้อที่ดิน ไร่ละ 6-8 แสนบาท เพื่อปลูกไม้สวยๆ

ผู้ที่สนใจไม้เมืองร้อนก็ถามไถ่กันได้ อาจจะปลูกประดับเล็กน้อย หรือปลูกส่งขายก็ยังมีหนทาง

ถามกันได้ที่ คุณประเสริฐ ลมพัด โทร. (081) 763-1224


Create Date : 29 มกราคม 2554
Last Update : 29 มกราคม 2554 9:04:00 น. 1 comments
Counter : 1643 Pageviews.  
 
 
 
 
 
 

โดย: คนเดินดิน (หน้าใหม่อยากกรอบ ) วันที่: 11 สิงหาคม 2554 เวลา:11:35:29 น.  

Name
* blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Opinion
*ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet

hoon_vi
 
Location :
ขอนแก่น Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 41 คน [?]




เป็นนักลงทุนมือใหม่ กำลังหาวิธีการเหมาะสำหรับตัวเอง ชอบการถ่ายรูป ท่องเที่ยว เขียนบทความ
[Add hoon_vi's blog to your web]

 
pantip.com pantipmarket.com pantown.com