แหล่งรวบรววมวิธีเล่นหุ้น
 
นักรบลากน้ำหนัก "อเมริกันพิทบูล"

อุราณี ทับทอง uranee@matichon.co.th



เคยได้รับฉายา "สุนัขเพชฌฆาต" หลังจากตกเป็นผู้ต้องหาคดีฝังเขี้ยวขย้ำเด็กปางตายเมื่อหลายปีก่อน หนำซ้ำเมื่อเกิดกรณีสุนัขกัดคนครั้งใด ผู้ต้องสงสัยที่ถูกสันนิษฐานเป็นอันดับต้นๆ ก็มักตกเป็นพันธุ์"อเมริกันพิทบูล" !!

ทุกวันนี้ภาพลักษณ์ของสุนัขอเมริกันพิทบูล หรือที่มีชื่อเรียกเต็มๆ ว่า อเมริกัน พิท บูล เทอร์เรีย American Pit Bull Terrier (APBT) หรือที่นิยมเรียกสั้นๆ ว่า "พิทบูล"จึงออกไปในทางลบสำหรับสังคมทั่วไป เช่นเดียวกับสุนัขอีกหลายสายพันธุ์ เช่น ร็อตไวเลอร์ ที่ถูกมองว่าเป็นสุนัขพันธุ์โหด ซึ่งหนึ่งในปัจจัยของความน่าจะเป็น นอกจากรูปร่างหน้าตาที่ดุดันแล้ว อาจมาจากประวัติสายพันธุ์ในอดีตที่ถูกปลูกฝังให้มีสัญชาตญาณการต่อสู้ค่อนข้างสูง เพื่อใช้ในเกมส์ต่อสู้ระหว่างสัตว์ด้วยกัน

แต่สำหรับความเห็นของคนเลี้ยงอเมริกันพิทบูล มิได้เป็นเช่นนั้น พวกเขาต่างรับรู้ได้ว่า อเมริกันพิทบูล แม้จะดูภายนอกดุดันแต่ก็ไม่ใช่สุนัขก้าวร้าวทำร้ายใครๆ อย่างไม่มีเหตุผล พวกเขาได้รวมตัวกันเพื่อเดินสายไปยังงานต่างๆ เพื่อเผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับอเมริกันพิทบูลที่ถูกต้อง และจูงสุนัขตัวจริงเสียงจริงมาให้คนแปลกหน้าสัมผัสกันอย่างใกล้ชิด ซึ่งได้รับความสนใจอย่างดี เช่นในงาน "วันเส้นทางเศรษฐี" ที่ประสบความสำเร็จอย่างดีเมื่อปลายเดือนกันยายนที่ผ่านมา

ตอนนั้นบรรดานักช็อปอาชีพอิสระที่มาเดินชมงานต่างเข้ามาลูบหัวลูบหลังอเมริกันพิทบูล แต่สุนัขก็ไร้แววดุร้ายอย่างที่เคยตกเป็นข่าว โดยมีบรรดาสมาชิกทีม Thug 1000 Funny Camp หรือกลุ่มผู้เลี้ยงอเมริกันพิทบูลชาวสุพรรณบุรี พร้อมด้วยทีม Pitbull Rama 3 หรือกลุ่มสมาชิกผู้เลี้ยงอมเริกันพิทบูลในย่านพระราม 3 มาช่วยกันตอบข้อซักถามและควบคุมสุนัขให้อยู่ในความเรียบร้อย

คุณอรรถพล มุขโต หรือ คุณเอก นักการเมืองท้องถิ่นและแกนนำทีมผู้เลี้ยงพิทบูลจากเมืองสุพรรณ อธิบายว่า สุนัขพันธุ์อเมริกันพิทบูล แบ่งออกเป็นสองสายหลัก คือ สายกัด และสายโชว์ สุนัขสายกัดจะมีหุ่นที่แตกต่างจากสายโชว์ชัดเจน มีวิธีการเลี้ยงแบบให้สุนัขมีความเครียด และมีการจับบรีดหรือผสมพันธุ์มุ่งเป้าให้สุนัขมีอารมณ์ผิดเพี้ยนไปจากปกติ เช่น จับพ่อกับลูกผสมพันธุ์กัน เพื่อให้เกิดความบ้าครั่งในสังเวียน ซึ่งสายกัดนี้ที่ยังมีกลุ่มผู้นิยมส่วนใหญ่อยู่ในต่างประเทศ

แต่สำหรับเมืองไทย ผู้นิยมอเมริกันพิทบูลส่วนใหญ่จะเลี้ยงสายโชว์ ซึ่งมีการพัฒนาสายพันธุ์จนมีอยู่หลากสาย หลายลักษณะ มีชื่อเรียกแตกต่างไปตามสไตล์แล้วแต่ความชอบ อาทิ "บูลลี่ สไตล์" อเมริกันพิทบูลที่มีรูปร่างออกไปทางเตี้ยล่ำ น้ำหนักเต็มที่ไม่เกิน 40 กิโลกรัม "บิ๊กบูลลี่" สไตล์ใกล้เคียงกัน แต่มีขนาดใหญ่กว่า มีน้ำหนักขึ้นไปถึง 50 กิโลกรัม ได้ และ "พ็อกเก็ตพิท" พิทบูลที่ถูกบรีดให้เล็กลงเพื่อความเหมาะสำหรับสังคมในเมือง เป็นต้น

คุณเอก บอกว่า ลักษณะของอเมริกันพิทบูลแต่ละสไตล์นั้นยังไม่มีมาตรฐานสายพันธุ์ที่ชัดเจนแต่อย่างใด ผู้เลือกเลี้ยงขึ้นอยู่ที่ความชอบและใจรักเป็นหลัก แต่หากมองจากความนิยมในวงการแล้ว บูลลี่ สไตล์ คือรูปแบบที่กำลังได้รับความนิยมในช่วงหลังถึงปัจจุบัน



"ในภาพรวมของพิทบูลปัจจุบันได้รับความนิยมพอสมควร จัดงานแต่ละครั้งมีผู้เลี้ยงมาร่วมงาน 200-300 คน มีสุนัขมาโชว์กว่า 100 ตัว สุนัขที่ฮิตในยุคนี้ซึ่งต่อเนื่องมาตั้งแต่ปีที่แล้วคือ บูลลี่ สไตล์ หรือเป็นสุนัขที่บรีดออกมาเป็นฟรีคกี้ หรือออกมาในแนวประหลาดๆ เช่น อ้วน ตัน เตี้ย ล่ำ ปกติแล้ว อเมริกันพิทบูล ต้องมีไซซ์ตามมาตรฐานอยู่แล้ว แต่บูลลี่เป็นสุนัขที่ออกจากมาตรฐานมา เพื่อให้โดดเด่นตามสายใหม่ที่ต้องการ"

คุณเอก กล่าวต่อว่า ผู้ริเริ่มบูลลี่ สไตล์ ครั้งแรก คือผู้เลี้ยงจากอเมริกา ชื่อ เดฟ วิลสัน เจ้าของคอกสุนัข อาร์.อี. และเริ่มเข้ามาในบ้านเราเมื่อ 3-4 ปี ที่แล้ว จนได้รับความนิยมในช่วงสองปีให้หลังมานี้ ทั้งนี้ ผู้เขียนพบข้อมูลเพิ่มเติมว่า เดฟ ได้ให้คำจำกัดความของ "บูลลี่ สไตล์ (Bully Style) "สายเลือดของเขานั้นว่า ต้องเป็นสุนัขที่มีความสมส่วน มีโครงสร้างใหญ่ กระดูกใหญ่ หัวโตสวยได้รูป กระบอกปากสั้นและใหญ่ มีขาหน้าที่ตรงสวยงาม ขาหลังมีมุมส่งผลให้มีการเคลื่อนไหวที่ราบเรียบและสวยงาม ถูกต้องตามมาตรฐาน AKC และ UKC ทั้งยังเน้นความฉลาดไปพร้อมกับรูปร่างด้วย แต่แนวโน้มปัจจุบันการพัฒนาสายพันธุ์บูลลี่ สไตล์ จะเบี่ยงเบนมาทาง Freak หรือแนวประหลาดมากขึ้น

ดังนั้น ผู้ที่เคยคุ้นตากับภาพอเมริกันพิทบูลสายเก่า คงจะเห็นว่าอเมริกันพิทบูลยุคนี้เพี้ยนไปๆ ที่เห็นเด่นชัดคือหัวที่ค่อนข้างใหญ่และรูปร่างที่ตัน และหนาด้วยกล้ามเนื้อ คุณเอกเองยังยอมรับว่าแตกต่างไปจากอเมริกันพิทบูลที่เขาเลี้ยงมาตั้งแต่ 6 ปีก่อน แต่ไม่ว่ารูปร่างจะถูกพัฒนาไปอย่างไร สิ่งที่เขาชื่นชอบในสุนัขพันธุ์นี้ก็คือนิสัย

"ผมว่าพิทบูลเลี้ยงง่ายมาก คือเป็นสุนัขที่ขี้อ้อน รักเจ้าของ ดูแลง่าย เพราะเป็นสุนัขขนสั้น เหมาะกับบ้านเรา แต่ถ้าเเป็นสุนัขนำเข้ามาใหม่ต้องปรับตัวในอุณหภูมิที่พอเหมาะก่อน ไม่งั้นอาจจะเกิดฮีสโตรก หรือช็อคตายได้ โดยสัญชาตญาณ อาจจะเป็นสุนัขนักสู้ แต่มันน่ารักจริงๆ ครับ คือต้องมาลองสัมผัสเอง หน้าตามันอาจจะน่ากลัวมาก แต่เวลาเดินเข้าไปใกล้ก็จะไม่ทำอะไรหรอกครับ พวกนี้จะดุกับสัตว์มากกว่าคน นอกเสียจากว่าจะเลี้ยงไม่ถูกวิธี ผมคิดว่าสุนัขก็เหมือนกับเด็ก มันก็เป็นเหมือนผ้าขาว เราไปป้ายสีอะไรมันก็จะเป็นตามนั้น"

แต่หากจะให้สุนัขพันธุ์นี้สมบูรณ์พูนสุข คุณเอก บอกว่าควรให้อาหารที่เหมาะสม เช่น พิทบูล 5 ชีวิตที่เขาเลี้ยงไว้ที่สุพรรณฯ กินอาหารเม็ดสำเร็จรูปและไข่ต้ม 1-5 ฟอง ในช่วงเช้า (แล้วแต่วัย) ช่วงเย็นเป็นเศษเนื้อวัวสดหั่นชิ้นล้างน้ำสะอาดหรือโครงไก่สดที่ไม่มีกระดูก ปีก และน่อง (เพราะส่วนนี้จะทำให้สุนัขลำไส้อักเสบ กระดูกไก่ยิ่งกัดยิ่งคม ส่วนเนื้อหมูไม่นิยมใช้ เพราะมีการปลอมปนของสารเร่งเนื้อแดง) แต่ถ้าช่วงไหนมีหวัดนกก็จะหยุดโครงไก่เหมือนกัน แล้วหันมาเน้นหนักในการให้ไข่ต้มสุก แต่ทุกเดือนต้องให้ถ่ายพยาธิให้สุนัขด้วย

อีกสิ่งที่ผู้เลี้ยงละเลยไม่ได้สำหรับสุนัขพันธุ์นี้ก็คือ การออกกำลังกาย อย่างน้อยที่สุดวันละครึ่งชั่วโมง ผู้เลี้ยงบางรายไม่สะดวกพาเดินออกกำลังก็จะหันไปใช้ลู่วิ่งสำหรับสุนัขโดยเฉพาะ ช่วยฝึกความแข็งแรงอย่างดี สังเกตได้ว่าหากสุนัขตัวไหนไม่ค่อยได้ออกกำลังกายมันจะแกร็นไปเอง

และสิ่งที่เป็นผลมาจากความแข็งแกร่งของอเมริกันพิทบูล ทำให้คนเลี้ยงสุนัขพันธุ์นี้มีกิจกรรมหนึ่งที่สร้างความสัมพันธ์อย่างต่อเนื่องและสร้างสรรค์กว่าการนำสุนัขมากัดกันเป็นร้อยเท่า ก็คือ กิจกรรมการแข่งขันสุนัขลากน้ำหนัก ซึ่งชาวคนรักพิทบูลจากทั่วสารทิศมารวมตัวกันเป็นระยะ สร้างความสนุกสนาน และเปลี่ยนแนวให้สุนัขที่เคยได้ชื่อว่าสุดโหด กลายมาเป็นสุนัขจอมพลัง ให้พละกำลังและความแข็งแรงประจำพันธุ์มาใช้ในทางที่ถูกที่ควร

ล่าสุดผลการแข่งขันเมื่อปลายเดือนตุลาคมที่ผ่านมา มีเจ้าตูบจอมพลังอเมริกันพิทบูล ขนาด 21 กิโลกรัม สามารถลากน้ำหนักได้ 1,302 กิโลกรัม ภายในเวลา 36.88 วินาที หรือคิดเป็น 62 เท่า ของน้ำหนักตัวเอง แชมป์รุ่นน้ำหนัก 30 กิโลกรัม ลากได้มาก 4,515 กิโลกรัม ภายในเวลา 22.47 วินาที คิดเป็น 150.5 เท่า ของน้ำหนักตัวเอง (เป็นสุนัขที่ทำน้ำหนักสูงสุดต่อน้ำหนักตัว) นอกจากนี้ จอมพลังอีกหลายตัวก็สามารถทำสถิติได้ดีเช่นกัน โดยสุนัขที่ทำน้ำหนักสูงสุดในงาน ก็คือ อเมริกันพิทบูล รุ่น 39 กิโลกรัม ลากน้ำหนักได้ 5,139 กิโลกรัม ในเวลา 18.15 วินาที คิดเป็น 131.76 เท่า ของน้ำหนักตัวเอง

"จุดประสงค์ของพิทบูลลากน้ำหนัก เราต้องการประสิทธิภาพด้านความแข็งแรง แข็งแกร่งของสุนัขมาใช้ในทางอื่น ที่เบี่ยงเบนออกมาจากการกัดกัน หากใครต้องการโชว์ประสิทธิภาพของสุนัขตัวเองก็ต้องซ้อมลากน้ำหนัก เพราะสุนัขพันธุ์นี้สามารถทำเรื่องนี้ได้ดี โดยการสร้างสถิติ สุนัขต้องลากน้ำหนักให้ได้มากที่สุด ในระยะทาง 4 เมตร ภายในเวลา 1 นาที วิธีการของการแข่งลากน้ำหนัก เริ่มจากน้ำหนัก 300 กิโลกรัม และเพิ่มขึ้นทีละ 300 กิโลกรัม เพราะฉะนั้นผู้เลี้ยงสุนัขเพื่อลากน้ำหนักจึงต้องเน้นพละกำลังและการฝึกฝนการลากเป็นหลัก เจ้าของต้องใส่ใจ หมั่นดูแล ไม่ใช่ปล่อยปละละเลย หรือฝึกฝนสุนัขให้มีนิสัยดุร้ายหรือก้าวร้าว" คุณเอก กล่าว

แม้ว่ากลุ่มผู้เลี้ยงเองจะมั่นใจว่าสุนัขของตนไม่เป็นอันตรายต่อสังคม แต่เพื่อความสบายใจของบุคคลทั่วไป ทางกลุ่มผู้เลี้ยงอเมริกันพิทบูลจึงมีการตั้งกติกากันว่า สุนัขต้องได้รับการเลี้ยงดูอย่างถูกวิธี หรือเมื่อต้องจูงสุนัขในที่สาธารณะ จะต้องใช้สายจูง ความยาวไม่เกิน 1.5 เมตร ต้องสวมปลอกคอที่แข็งแรง และไม่ปลดสายจูงออกจากปลอกคอเพื่อความปลอดภัย ส่วนการเข้าร่วมงานต่างๆ ในแต่ละครั้ง สมาชิกต้องมีบล็อคหรือกล่องสำหรับขังหมาชั่วคราว เมื่อถึงเวลาก็เก็บขังไว้เพื่อความวางใจของทุกฝ่าย

ผู้ใดสนใจสัมผัสสุนัขตัวจริงสายพันธุ์นี้ ลองไปพบกับพวกเขาได้ที่ งาน Thailand Pit bull Show งานรวมตัวครั้งสำคัญของชาวพิทบูลเมืองไทย ในวันที่ 25 พฤศจิกายนนี้ ที่ เจเจ มอลล์ กรุงเทพฯ หรือหากเพียงต้องการคำปรึกษาเกี่ยวกับอเมริกันพิทบูล ติดต่อ คุณเอก ได้ที่โทร. (081) 299-5653, (084) 146-0202 หรือจะติดต่อกลุ่มซี้ Pitbull Rama 3 กับเฮียย้ง หัวหน้าทีมก็ได้ ที่เบอร์โทร. (089)760-0267


Create Date : 26 เมษายน 2551
Last Update : 26 เมษายน 2551 11:47:06 น. 0 comments
Counter : 2185 Pageviews.  
 
Name
* blog นี้ comment ได้เฉพาะ VIP Friend
Opinion
*ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet

hoon_vi
 
Location :
ขอนแก่น Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 41 คน [?]




เป็นนักลงทุนมือใหม่ กำลังหาวิธีการเหมาะสำหรับตัวเอง ชอบการถ่ายรูป ท่องเที่ยว เขียนบทความ
[Add hoon_vi's blog to your web]

 
pantip.com pantipmarket.com pantown.com