แหล่งรวบรววมวิธีเล่นหุ้น
 
มาถกแถลงพิษสบู่ดำกันเถอะ

สุขสันต์ สุทธิผลไพบูลย์ ที่ปรึกษาโครงการเคยู-ไบโอดีเซล ม.เกษตรศาสตร์ โทร. (02) 514-2003



ตามที่ได้ทราบกันอยู่แล้วว่า สบู่ดำ เป็นพืชพลังงานทดแทนน้ำมันดีเซลและเบนซิน ซึ่ง คุณระพีพันธุ์ ภาสบุตร เป็นคนไทยคนแรกที่คิดค้นน้ำมันนี้ และคณะได้ร่วมกันดำเนินการสำเร็จครบวงจรระดับหนึ่ง ในปี 2524 หลังจากนั้น ดร.พิเชษฐ์ วิริยะจิตรา ได้เผยแพร่บทความ "พิษและประโยชน์ของสบู่ดำ" โดยมีชื่อ คุณฮารง หะยีวาเงาะ รวมอยู่ด้วย ประกอบกับราคาน้ำมันได้ลดลงตามปกติ เรื่องจึงเงียบไป

ต่อมาปี 2548 ได้มีการประชาสัมพันธ์สนใจปลูกสบู่ดำกันมาก จึงได้เผยแพร่บทความนี้อีกกับผู้ทำงานวิจัยสบู่ดำ และได้ส่งจดหมายลงวันที่ 28 สิงหาคม 2548 ในนามประธานกรรมการบริหาร บริษัท เอเชี่ยน ไฟย์โทชูติคอลส์ จำกัด ตั้งอยู่ที่ 84/3 นิคมอุตสาหกรรมภาคเหนือ อำเภอเมือง จังหวัดลำพูน โทร. (053) 582-026-8 เรียน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ขอให้ระวังอันตรายจากสบู่ดำ พร้อมทั้งแนบเอกสาร ปี 2525 มาด้วย ในการนี้ได้ตรวจดูวิทยานิพนธ์ปริญญาวิทยาศาสตรมหาบัณฑิต ปี 2527 สาขาเคมีศึกษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ของ คุณฮารง หะยีวาเงาะ เรื่องสารเคมีของพันธุ์ไม้บางชนิด ของวงศ์ยางพารา (Euphorbiaceae) ในประเทศไทย รวม 160 หน้า ซึ่งได้ทดลองสกัดสารเคมีของต้นไฟเดือนห้า ต้นกระบือเจ็ดตัว และต้นตาตุ่ม ในเชิงวิชาการโดยไม่ได้กล่าวถึงพิษของต้นสบู่ดำแต่อย่างใด นอกจากนี้ ยังได้กล่าวถึง ปี 2524 ไปที่สถาบันมะเร็งในประเทศเยอรมนี พบหนูทดลองเป็นมะเร็งตายจากการแต้มน้ำมันสบู่ดำ หากเป็นเช่นนี้ไม่เข้าใจว่า ทำไม เยอรมนีจึงไปช่วยเหลือส่งเสริมปลูกสบู่ดำในหลายประเทศของทวีปแอฟริกา อินเดีย และอื่นๆ

ต่อมาหนังสือพิมพ์ คม ชัด ลึก ฉบับวันอังคารที่ 14 สิงหาคม 2550 พาดหัวข่าว หน้า 1 สบู่ดำกระตุ้นมะเร็ง สาธารณสุขเดือนนี้ภัยพิษร้ายเมล็ดสบู่ดำถึงตาย สายพันธุ์รุนแรงกินแค่ 3 เมล็ด เท่านั้น เผยปี 2549 ป่วยกว่าร้อยคน ส่วนใหญ่เป็นนักเรียนวัยต่ำกว่า 10 ขวบ

น.พ. มรกต กรเกษม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า ในปี 2549 สำนักระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค ได้รับรายงานมีผู้ได้รับพิษจากการกินเมล็ดสบู่ดำทั้งหมด 10 ครั้ง ใน 7 จังหวัด ได้แก่ ขอนแก่น 4 ครั้ง อ่างทอง ชัยนาท กระบี่ สระแก้ว พิษณุโลก และราชบุรี จังหวัดละ 1 ครั้ง มีผู้ป่วยทั้งหมด 109 ราย สำหรับ 2 ใน 3 ของผู้ป่วยเป็นเด็กอายุต่ำกว่า 10 ขวบ

เมล็ดสบู่ดำ ที่เด็กนำมากินที่ปลูกในโรงเรียนมากที่สุด 5 ครั้ง รองลงมาในหมู่บ้าน 2 ครั้ง ในบ้าน 2 ครั้ง และเพื่อนนำมาให้ 1 ครั้ง เกือบทุกรายมีอาการคลื่นไส้ อาเจียน ปวดท้อง ท้องร่วง ถ่ายเหลว ซึ่งความรุนแรงขึ้นอยู่กับจำนวนที่กิน อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีรายใดมีอาการรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิต กระทรวงสาธารณสุขจะส่งข้อมูลใช้กระทรวงศึกษาธิการ เพื่อขอความร่วมมือป้องกันภัยจากสบู่ดำ

"ปัจจุบัน รัฐบาลสนับสนุนให้เกษตรกรปลูกสบู่ดำ เพื่อนำมาสกัดเป็นไบโอดีเซลทดแทนน้ำมันดีเซล จึงมีการปลูกสบู่ดำกันอย่างแพร่หลาย ทั้งในบ้าน โรงเรียน และพื้นที่แปลงเกษตร แต่ไม่ได้เตือนถึงอันตรายของสบู่ดำว่ากินไม่ได้ ทำให้มีรายงานผู้ที่ได้รับพิษจากการกินเมล็ดสบู่ดำจำนวนมาก และมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น โดยเฉพาะเด็กๆ ที่กินด้วยความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ถูกชักชวนจากเพื่อนหรือรุ่นพี่ให้กิน เนื่องจากเมล็ดสบู่ดำมีรสมัน คล้ายเมล็ดบัว ถั่วลิสง" น.พ.มรกต กล่าว

น.พ. สมยศ เจริญศักดิ์ อธิบดีกรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก กล่าวว่า ต้นสบู่ดำภาคเหนือเรียกว่า มะหุ่งฮั้ว ภาคอีสานเรียก มะเบา สีหลอด ภาคใต้เรียก หงเทศ มีลักษณะเป็นไม้พุ่ม สูง 3-5 เมตร มียางเหนียวสีเหลือง ผลมีรูปรี ผิวเรียบ ผลอ่อนสีเขียว ผลแก่มีสีเหลืองแล้วเป็นสีน้ำตาลดำ เมื่อแก่จัดจะแตกเป็น 3 พู แต่ละพูมี 1 เมล็ด โดยสบู่ดำมีสรรพคุณใช้เป็นส่วนผสมในตำรับยาแผนไทย แต่ต้องใช้โดยผู้ที่มีความรู้ ส่วนน้ำมันจากเมล็ดสบู่ดำสามารถนำมาเข้ากระบวนการเปลี่ยนแปลงทางเคมี เป็นไบโอดีเซลทดแทนน้ำมันดีเซลได้

น.พ. สมยศ กล่าวต่อว่า ทุกส่วนของสบู่ดำ ทั้งใบ ยาง ผล และเมล็ด มีความเป็นพิษ โดยเฉพาะเมล็ดสบู่ดำ จากการทดลองในหนูถีบจักรพบว่า มีพิษเฉียบพลันทำให้หนูตาย เนื่องจากการคั่งในหลอดเลือด เลือดออกในลำไส้ใหญ่และปอด ส่วนในคนหากกินเมล็ดและน้ำมันเข้าไป ประมาณ 30-60 นาที จะเกิดอาการคลื่นไส้ อาเจียน ปวดท้อง ท้องเสีย ถ่ายเป็นเลือด ทั้งนี้ในรายที่อาการรุนแรงอาจมีอาการมือและเท้าเกร็ง หายใจหอบ ความดันเลือดต่ำ หัวใจเต้นผิดปกติอาจถึงขั้นเสียชีวิตได้ หากเป็นสายพันธุ์ที่มีสารเป็นพิษสูง กินแค่ 3 ผล ก็เกิดอันตรายได้ วิธีปฐมพยาบาลเบื้องต้น ถ้าพบผู้ป่วยกินเมล็ดสบู่ดำ ให้ดื่มนมจำนวนมากๆ หรือทำให้อาเจียนและรีบนำส่งโรงพยาบาลโดยเร็ว หากผิวหนังสัมผัสน้ำยางสบู่ดำ ให้รีบล้างออกด้วยน้ำสะอาด หรือน้ำสบู่ทันที ที่ผ่านมาผู้ได้รับพิษจากสบู่ดำส่วนใหญ่เป็นเด็กอายุ 3-15 ปี และมักเกิดขึ้นในโรงเรียน หากโรงเรียนมีการปลูกต้นสบู่ดำ ควรเฝ้าระวังอันตรายที่อาจเกิดขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มเด็กเล็กระดับอนุบาลและประถมศึกษา ซึ่งกำลังอยู่ในวัยซุกซนอยากรู้อยากลอง รวมทั้งควรให้ความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องแก่นักเรียน เกี่ยวกับพิษภัยที่เกิดจากการสัมผัสหรือกินเมล็ดสบู่ดำ ตลอดจนการนำไปใช้ประโยชน์อย่างถูกวิธีด้วย

คุณหญิงกษมา วรวรรณ ณ อยุธยา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) กล่าวว่า ปีที่แล้วมีนักเรียนหลายคนป่วยเพราะกินเมล็ดสบู่ดำ จึงแจ้งเตือนไปยังโรงเรียนในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการมาแล้วครั้งหนึ่ง อย่างไรก็ตาม หากกระทรวงสาธารณสุขประสานมายังกระทรวงศึกษาธิการ เพื่อขอให้ช่วยป้องกันภัยในเรื่องนี้ก็ยินดีจะแจ้งเตือนไปอีกครั้ง ส่วนการให้ความรู้แก่นักเรียนนั้น กระทรวงศึกษาธิการมีการจัดทำคู่มือพฤกษศาสตร์ให้ความรู้พืชสมุนไพรแก่นักเรียนอยู่แล้ว หากกระทรวงสาธารณสุขจะเข้ามาให้ความรู้ หรือจัดทำคู่มือให้ความรู้ด้านพืชสมุนไพรแก่นักเรียนอีกทางหนึ่งก็ยินดี

ดร.สมเจตน์ ประทุมมินทร์ นักวิชาการเกษตร กรมวิชาการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า ผลสบู่ดำมีพิษรุนแรงมาก ห้ามกินเด็ดขาด โดยเฉพาะเด็กอายุต่ำกว่า 10 ขวบ กินเพียง 2-3 ผล สารพิษที่อยู่ในเนื้อจะทำให้เกิดอาการท้องร่วงอย่างรุนแรงภายในเวลา 3-4 ชั่วโมง นอกจากนี้ ขอเตือนผู้ที่นำเมล็ดมาหีบเอาน้ำมันเพื่อใช้แทนเชื้อเพลิง หรือนำไปสกัดทำไบโอดีเซล ต้องระวังอย่าให้น้ำมันสบู่ดำโดนผิวหนัง เนื่องจากมีสารกระตุ้นการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็งและเนื้องอก ปัจจุบันสบู่ดำในประเทศไทยแบ่งเป็น 3 สายพันธุ์หลัก ได้แก่ พันธุ์พื้นเมือง พันธุ์ที่ได้รับการพัฒนาให้ออกผลดกเพื่อใช้ในการผลิตไบโอดีเซล ซึ่งทั้งสองสายพันธุ์นี้มีพิษรุนแรงพอๆ กัน สุดท้ายเป็นพันธุ์ที่ได้รับการพัฒนาให้มีพิษน้อยลง มีจุดสังเกตที่ขอบใบเรียบไม่มีรอยหยัก อย่างไรก็ตาม ขอเตือนว่าอย่ารับประทานจะปลอดภัยที่สุด

นอกจากนี้ ได้ทราบว่า สำนักงานรัฐมนตรีกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีได้จัดประชุมเกี่ยวกับไบโอดีเซลที่ผลิตจากพืชสบู่ดำ เมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม 2548 พอสรุปดังนี้

1. กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ได้นำสบู่ดำมาวิจัยและใช้กับผู้ป่วยเอดส์ สามารถฆ่าเชื้อเอดส์เชื้อราได้กับกระตุ้นเซลล์เม็ดเลือดขาวอีกด้วย แต่มีผลข้างเคียงทำให้ท้องเสียเนื่องจากงบประมาณหมดก่อน จึงไม่ได้วิจัยต่อ

2. ดร.ไมตรี สุทธจิตต์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ได้ร่วมศึกษากับนักวิจัยสถาบันวิจัยมะเร็งญี่ปุ่น เพื่อสกัดสารพิษที่มีปริมาณน้อยมากในน้ำมันสบู่ดำ ด้วยการทดสอบทาบนผิวหนังหนูทดลอง ร่วมกับสารก่อมะเร็ง DMBA ปรากฏว่า สารสกัดน้ำมันสบู่ดำไม่ก่อให้เกิดมะเร็ง แต่อาจส่งเสริมการเกิดเนื้องอก (Tumor Promoter) อย่างอ่อน ซึ่งพบปริมาณมากในพืช อาหาร น้ำมันเชื้อเพลิงทุกชนิด และสิ่งแวดล้อม

3. บริษัท ราชาพลังธรรมชาติ จำกัด ได้ผลิตไบโอดีเซลจากน้ำมันสบู่ดำในห้องทดลอง แล้วตรวจสอบเบื้องต้นถึงคุณสมบัติต่างๆ พบว่า เป็นไปตามมาตรฐาน เช่น BSEN (อังกฤษ), ASTM (สหรัฐอเมริกา) ทั้งยังทดลองใช้ได้ถึง 100% (B100) กับเครื่องยนต์ดีเซลหมุนเร็ว ได้ผลเหมือนกับไบโอดีเซลจากน้ำมันปาล์มของมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ และบริษัท ได้ใช้มานานกว่า 3 ปี พบว่าไม่มีปัญหาแต่อย่างใด

อนึ่ง ประเทศไทยซื้อน้ำมันดิบปิโตรเลียมส่วนใหญ่จากตะวันออกกลาง คงมีสัญญาเชื่อมโยงผูกพันอิงราคาในตลาดลอนดอนและนิวยอร์ก ซึ่งเห็นประกาศแต่ราคาจากตลาดทั้งสอง ขณะนี้สูงขึ้นมากเป็นประวัติการณ์ ถึงบาร์เรลละ 90-100 เหรียญสหรัฐเศษ ส่วนน้ำมันดีเซลราคามากกว่า 110 เหรียญสหรัฐ เพราะความต้องการใช้มากกว่าน้ำมันชนิดอื่น ประชากรทั่วโลกเดือดร้อนกันถ้วนหน้า

ในบรรดาพลังงานทดแทนทางเลือก ในที่นี้ขอพูดถึงสบู่ดำ กล่าวคือ การวิจัยพัฒนาและส่งเสริมปลูกสบู่ดำเพิ่งเริ่มต้นใหม่เพียง 2-3 ปี แต่มาประสบปัญหาการแพร่ข่าวร้าย สบู่ดำก่อให้เกิดโรคมะเร็ง ตายสถานเดียวไม่เร็วก็ช้า ยังไม่มียาป้องกันรักษาให้หายขาดได้ พอพูดถึงมะเร็งทุกคนกลัวถอยผงะ จึงทำให้การปลูกสบู่ดำสะดุดหยุดชะงักลง ทั้งๆ ที่ไม่น้อยกว่า 26 ประเทศ ในเขตร้อนทั่วโลกต่างปลูกกันอยู่แล้ว และกำลังเร่งส่งเสริมกันอยู่

ในการนี้จึงมีความคิดเห็นส่วนตัวว่า ส่วนราชการที่รับผิดชอบหรือเกี่ยวข้องและเอกชนที่สนใจ น่าจะได้เปิดเวทีสาธารณะถกแถลงกันให้แน่ชัดว่า สัจธรรมความจริงในเรื่องนี้เป็นอย่างไร ด้วยการเชิญศาสตราจารย์เกียรติคุณ ดร.พิเชษฐ์ วิริยะจิตรา ศาสตราจารย์เกียรติคุณ ดร.ไมตรี สุทธจิตต์ เจ้าหน้าที่สถานทูตเม็กซิโกประจำที่กรุงเทพฯ ตลอดจนอาจารย์นักวิชาการที่เห็นด้วยไม่เห็นด้วยมาร่วมวง เพื่อยุติปัญหาไม่ต้องเสียเงิน เวลา บุคลากร หลงทางปลูกสบู่ดำ หรือให้การปลูกสบู่ดำดำเนินการด้วยดีต่อไป



Create Date : 21 เมษายน 2551
Last Update : 21 เมษายน 2551 10:45:22 น. 0 comments
Counter : 800 Pageviews.  
 
Name
* blog นี้ comment ได้เฉพาะ VIP Friend
Opinion
*ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet

hoon_vi
 
Location :
ขอนแก่น Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 41 คน [?]




เป็นนักลงทุนมือใหม่ กำลังหาวิธีการเหมาะสำหรับตัวเอง ชอบการถ่ายรูป ท่องเที่ยว เขียนบทความ
[Add hoon_vi's blog to your web]

 
pantip.com pantipmarket.com pantown.com