แหล่งรวบรววมวิธีเล่นหุ้น
 
"แก๊สบี้" เจ้าหนูยักษ์ขนยาว เลี้ยงง่าย ขายคล่อง

อุราณี ทับทอง uranee@matichon.co.th



ขึ้นชื่อว่าเป็นสัตว์จำพวก "หนู" หลายคนคงนึกถึงแล้วขนหัวลุก ด้วยมีความรู้สึกว่าเป็นสัตว์พาหะนำโรคร้าย สกปรก ไม่น่าเข้าใกล้ ผู้ปกครองหลายคนจึงปฏิเสธที่จะให้ลูกหลานเลี้ยงสัตว์ที่ได้ชื่อว่า "หนู" นำมาเป็นสัตว์เลี้ยง...

แต่ในบางครอบครัว ข้อห้ามของผู้ปกครองก็อาจไม่เป็นผล เพราะความน่ารักของหนูบางชนิดก็บันดาลให้ลูกหลานเกิดความสามารถในการอ้อนวอน หรือฉีกกฎผู้ปกครองอย่างนิ่มนวล เพื่อให้ตนเองนำหนูมาเลี้ยงในบ้านได้เป็นผลสำเร็จ (อย่างเช่น ครอบครัวหัวหน้าทีมโฆษณาของนิตยสารเล่มนี้ !!?)

หนู ที่ได้รับความนิยมจากเด็กๆ ก็หนีไม่พ้น หนูแฮมสเตอร์ ซึ่งมีรูปร่างหน้าตาน่ารักกว่าหนูท่อเป็นไหนๆ ตัวเล็ก ขี้เล่น ปัจจุบันพบเห็นร้านจำหน่ายได้ง่ายตามตลาดนัดสินค้าทั่วไป ราคาตัวละไม่กี่สิบบาท มีหลากสี หลากชนิด สอบถามพ่อค้าแม่ค้าพบว่าจะขายดีมากในช่วงปิดเทอม โดยลูกค้าตัวน้อยจะพาผู้ปกครองมาซื้อครั้งละไม่ต่ำกว่า 2 ตัว

แต่ยังมีหนูอีกชนิดที่ฉีกมุมมองของผู้ใหญ่ที่มีต่อหนูไปอย่างสิ้นเชิง เพราะมีรูปร่างที่ผิดแปลก ต่างจากหนูทั่วไป ไม่มีหางยาวน่าขยะแขยง ไม่มีขนสั้นเกรียนที่มองแล้วชวนขนลุก และขนาดตัวก็ไม่ได้เล็กกระจิ๋วหลิวเหมือนหนูแฮมสเตอร์ แต่หนูชนิดนี้มีขนาดใหญ่พอๆ กับลูกแมวตัวน้อย หางสั้น ตากลม แถมขนยังยาวสลวยสวยเก๋อีกด้วย

หนูชนิดนี้ก็คือ เจ้าหนู "แก๊สบี้" นั่นเอง

หนูแก๊สบี้ เป็นหนูในตระกูลเดียวกับหนูตะเภา แต่ได้รับการพัฒนาสายพันธุ์มาหลายร้อยปีในต่างประเทศ และมีชื่อเรียกทั่วโลกว่า กินนี่พิก (Guinea Pig) เป็นสัตว์เลี้ยงอีกชนิดที่ได้รับความนิยมมากในประเทศสหรัฐอเมริกา เนื่องจากมีขนาดพอเหมาะ น้ำหนักเมื่อโตเต็มที่ราว 1-1.5 กิโลกรัม ดูแลไม่ยาก และทำความคุ้นเคยกับเจ้าของได้ง่าย ไม่ปีนป่ายหรือกัดแทะสิ่งของให้บ้านเรือนเสียหายเหมือนสัตว์เลี้ยงชนิดอื่นๆ

ด้วยความง่ายในการเลี้ยงนี้เอง ส่งผลให้ แก๊สบี้ ได้รับการตอบรับอย่างดีจากคนเลี้ยงสัตว์ในบ้านเราเช่นกัน โดยเฉพาะในสังคมเมือง เนื่องจากผู้คนมักมีที่อยู่อาศัยในพื้นที่จำกัด ขนาดเท่าลูกแมวของแก๊สบี้เหมาะมากที่จะเลี้ยงในกรงที่ไม่ต้องมีขนาดใหญ่มากนัก หรือจะเลี้ยงปล่อยในห้องเช่าหรือในคอนโดฯ ก็ได้ โดยไม่ส่งเสียงรบกวนเพื่อนข้างห้องแต่อย่างใด

และในสังคมเมืองดังกล่าว ไม่เพียงหมายถึงกรุงเทพมหานครเท่านั้น แต่ในเมืองใหญ่ต่างจังหวัดก็ให้ความสนใจไม่น้อย เช่น ที่จังหวัดขอนแก่น ก็มีผู้ชื่นชอบเจ้าหนูแก๊สบี้นี้ด้วย

"คนขอนแก่นนิยมเลี้ยงสัตว์เลี้ยงเหมือนกันนะ ส่วนใหญ่ก็จะเป็นสุนัข กระต่าย แล้วก็หนูแก๊สบี้ ซึ่งช่วงหลายปีหลังมานี้คนให้ความสนใจเยอะ ตามตลาดก็เห็นมีคนอุ้มเดินไปไหนมาไหนด้วย แหล่งเพาะพันธุ์ขายใหญ่ๆ ในขอนแก่นก็มีหลายที่..." คุณสุจิตรา ชาภักดี ชาวเมืองขอนแก่นกล่าวพร้อมกับอุ้มเจ้าหนูยักษ์ขนยาวไว้ในอ้อมกอด

คุณสุจิตรา คือหนึ่งในผู้ชื่นชอบแก๊สบี้ เลี้ยงมานานกว่า 3 ปี จนแก๊สบี้ในบ้านขยายพันธุ์ออกลูกหลานมาหลายตัว เธอเล่าว่า ปกติมีอาชีพค้าขาย เปิดร้านขายของชำอยู่ในอำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น แต่เมื่อหลายปีก่อนบังเอิญไปเห็นคนอุ้มเจ้าหนูชนิดนี้มาเดินเล่นในตลาด ตนเห็นว่าเป็นสัตว์ที่น่ารักน่าเลี้ยงจึงเข้าไปสอบถามด้วยความสนใจ

"ตอนนั้นยังไม่รู้จักเลยว่า ตัวนี้มันเป็นอะไร แต่ก็เห็นว่ามันหน้าตาน่ารักดี ขนยาว ตัวใหญ่ ก็เลยไปถามคนที่เขาอุ้มมา เขาก็บอกว่าเป็นหนูแก๊สบี้ เป็นหนูที่เมืองนอกผสมพันธุ์มา ขอดูไปขอดูมาก็รู้สึกชอบเลย อยากเลี้ยง เลยไปหาซื้อมาเลี้ยงเล่นก่อนตัวหนึ่ง ตอนนั้นซื้อมาตัวละ 3,000 บาท เป็นแก๊สบี้ขนตรง" คุณสุจิตรา เล่า

ตามข้อมูลทั่วไปนั้น หนูแก๊สบี้ แบ่งออกเป็นหลากหลายสายพันธุ์ สามารถแบ่งตามลักษณะขนได้หลายแบบ อาทิ พันธุ์ขนสั้น และพันธุ์ขนยาว ในสองลักษณะนี้ก็แบ่งสายได้อีก เพราะมีทั้งขนตรง และขนหยิก ซึ่งแก๊สบี้ที่นิยมเพาะเลี้ยงกันมากเหมือนกับที่คุณสุจิตราเลี้ยงนี้ถือว่าจัดอยู่ในประเภทขนตรง แต่ไม่สามารถระบุชัดเจนได้ว่าเป็นแก๊สบี้สายพันธุ์ใด เนื่องจากเธอเองก็ยอมรับว่าไม่แน่ใจว่าเป็นสายพันธุ์แท้หรือไม่ (นับเป็นข้อสงสัยสุดฮิตของผู้เลี้ยงแก๊สบี้หลายคนในทุกวันนี้)

นอกจากนี้ แก๊สบี้ ในแต่ละสายพันธุ์ยังสามารถจำแนกได้ตามลักษณะของขน คือขนธรรมดา (Regular) ลักษณะของขนเหมือนกับขนสัตว์ทั่วไป และขนไหม (Satin) ลักษณะของขนอ่อนนุ่มเป็นเส้นเงา แวววาวคล้ายเส้นไหม ทั้งยังมีการแบ่งเป็นสีและลวดลายได้อย่างหลากหลายอีกด้วย อาทิ เรียกตามสีปลอดทั้งตัวไม่มีลวดลาย เช่น Golden, White, Black ถ้ามีสีดำกับสีน้ำตาลขึ้นสลับกันเรียก TORTOISE SHELL แต่ถ้าหากมีขนสีดำสลับกับขาว เรียก BLUE ROAN ถ้ามีทั้งขนสีดำ ขาว และน้ำตาลสลับกัน เรียก TRICOLOR ROAN หรือถ้ามีสองสีในขนเส้นเดียวกันก็เรียก AGOUTI เป็นต้น

แต่ไม่ว่าแก๊สบี้ในแต่ละลักษณะจะมีชื่อเรียกว่าอย่างไร คุณสุจิตรา บอกว่าไม่สน เพราะแก๊สบี้ตัวแรกที่เธอซื้อมานั้นนำความประทับใจมาให้เธอมาก ทั้งที่เป็นแก๊สบี้ตัวผู้แต่ก็ดูเชื่องและคุ้นเคยกับเธอได้ดี

"เวลาเลี้ยงก็ปล่อยให้เขาวิ่งเล่นนอนเล่นในบ้าน ว่างๆ ก็จับมานั่งหวีขนแต่งตัว แล้วก็เอาโทรศัพท์มือถือมาถ่ายรูป เพลินดี แก๊สบี้เลี้ยงง่าย เหมือนเลี้ยงกระต่ายเลย ไม่ร้องเสียงดังเหมือนกับเลี้ยงสุนัข แต่จะได้ยินบ่อยๆ ตอนที่เราทำกับข้าวในครัว เหมือนเขาได้กลิ่นอาหาร เขาก็จะวิ่งมาเกาะที่ขาแล้วร้องจิ๊ก จิ๊ก น่ารักดี"

ส่วนเรื่องอาหารการกินของเจ้าหนูชนิดนี้ คุณสุจิตรา บอกว่า เน้นให้อาหารเม็ดสำเร็จรูปสำหรับกระต่ายหรือสำหรับหนูสวยงามที่หาซื้อได้ตามท้องตลาดทั่วไป แต่จะให้หญ้าสดเสริมทุกวัน เธอบอกว่าแต่ก่อนเลี้ยงแบบให้อาหารทิ้งไว้ทั้งวันทั้งคืน แต่ได้รับคำแนะนำจากคนเลี้ยงแก๊สบี้ด้วยกันว่าควรให้เป็นเวลา จะดีต่อสุขภาพของแก๊สบี้มากกว่า ปัจจุบันจึงปรับการให้อาหารเป็นสองเวลาคือ เช้า และเย็น พร้อมทั้งเปลี่ยนน้ำสะอาดบ่อยๆ และล้างหญ้าสดที่เก็บมาให้สะอาดทุกครั้ง

พอเจ้าหนูแก๊สบี้ตัวแรกเติบโตถึงวัยที่สามารถเจริญพันธุ์ได้ หรือมีอายุมากกว่า 4-5 เดือน ขึ้นไป คุณสุจิตราจึงอยากหาคู่มาให้เจ้าหนูตัวแรกได้ชื่นใจ เธอไปหาซื้อแม่พันธุ์มาเลี้ยงเพิ่ม ในราคา 2,500 บาท ผลปรากฏว่าเจ้าหนูออกลูกออกหลานมาหลายตัว จนเธอต้องสร้างกรงเลียนแบบกรงกระต่ายไว้ต่างหาก เพื่อให้เป็นที่อยู่ส่วนตัวสำหรับครอบครัวหนู ต่อมาลูกแก๊สบี้น้อยที่ออกมากลับเป็นที่สนใจของญาติพี่น้อง แต่ยังไม่ทันแจกหมดก็มีคนมาติดต่อขอซื้อจากเธอไปเลี้ยงบ้าง คุณสุจิตราจึงมองเห็นช่องทางสร้างรายได้เสริม เธอเริ่มศึกษาและคัดเลือกแก๊สบี้ลักษณะดี เน้นที่ความแข็งแรงและมีสีสวย เพื่อเป็นพ่อแม่พันธุ์และขยายพันธุ์เรื่อยมา

"แก๊สบี้ สามารถผสมพันธุ์ได้ตลอดทั้งปี ออกลูกครั้งละ 2-3 ตัว เรื่องการเลี้ยงการดูแลคิดว่าง่ายกว่าตอนที่เคยเลี้ยงสุนัขมาก เพราะหนูแก๊สบี้ไม่มีกลิ่น ไม่มีเสียง อาบน้ำแค่สัปดาห์ละครั้งก็พอ อาหาร สถานที่ ก็ไม่ยุ่งยาก เลี้ยงเหมือนเราเลี้ยงกระต่ายเลย ไม่ต้องมีขี้เลื่อยรอง เพราะต้องการให้เขาถ่ายลงพื้น ไม่หมกเลอะเทอะในกรง แต่ถ้าต้องเลี้ยงหลายตัวก็ต้องระวังด้วย ถ้าเลี้ยงรวมกัน เพราะอาจจะทำให้แก๊สบี้หงุดหงิด กัดกันได้ง่าย" คุณสุจิตรา เสริม

สำหรับเรื่องเทคนิคการผสมพันธุ์แก๊สบี้นั้น ในตัวผู้ 1 ตัว สามารถจับคู่ผสมพันธุ์กับแม่พันธุ์ได้มากถึง 5 ตัว (ฮึ่ม! เจ้าชู้จริงๆ) แต่ผู้เชี่ยวชาญแนะนำว่าควรผสมพันธุ์ไม่เกิน อัตรา 1 ต่อ 3 เพื่อสุขภาพที่ดีของแก๊สบี้เอง แต่หากผสมแล้วติดลูก แม่แก๊สบี้จะใช้เวลาตั้งท้องนาน 67-72 วัน ระหว่างนี้ผู้เลี้ยงควรดูแลอย่างระมัดระวังและบำรุงแม่พันธุ์ให้ดี ในบางโอกาสสามารถออกลูกได้มากถึงครั้งละ 1-8 ตัว เลยทีเดียว

ส่วนลูกหนูแก๊สบี้ตัวน้อยๆ นั้น จะเติบโตอย่างรวดเร็วในช่วง 1-2 สัปดาห์แรก และจะสามารถหย่านมได้เมื่ออายุ 3 สัปดาห์ ซึ่งลูกหนูตัวใดถ้าดูเหมือนจะกลายเป็นส่วนเกินของพี่น้องหรือโชคร้ายแม่ตัวเองตายไปเสียก่อน ก็สามารถไปฝากเลี้ยงกับแม่แก๊สบี้ตัวอื่นได้ เนื่องจากแม่พันธุ์แก๊สบี้ได้ชื่อว่าใจดีสุดๆ เลี้ยงลูกตัวอื่นที่ไม่ใช่ลูกตัวเองได้สบาย แต่หากสถานการณ์ไม่ดีผู้เลี้ยงก็สามารถป้อนนมวัวหรือซีรีแล็ค ทุกๆ 2-3 ชั่วโมง ในช่วงสองสัปดาห์แรกเช่นเดียวกับการดูแลลูกสัตว์เลี้ยงทั่วไป เมื่อลูกหนูเติบโตจึงนำมาแยกเลี้ยงให้อาหารสำเร็จรูปตามปกติ

คุณสุจิตรา บอกว่า ราคาซื้อขายแก๊สบี้ทั่วไปนั้นมีหลายราคา ตั้งแต่หลักร้อยถึงหลักพัน มีกลุ่มลูกค้าที่ให้ความสนใจในแก๊สบี้ทั้งกลุ่มวัยรุ่น นักศึกษา ตลอดจนถึงแม่บ้านที่เป็นผู้ใหญ่แล้วก็สนใจหันมาเลี้ยงเป็นเพื่อนแก้เหงาเช่นกัน สำหรับผู้ที่สนใจหรือมีข้อแนะนำ ติดต่อ คุณสุจิตรา ได้ที่ (081) 059-5621

"เท่าที่เลี้ยง เท่าที่คลุกคลีมาสามสี่ปี ยังไม่เห็นใครรังเกียจหนูแก๊สบี้เลยนะ ส่วนตัวเองก็ไม่ได้กลัวติดเชื้ออะไร เพราะแก๊สบี้เป็นสัตว์สะอาด ไม่มีกลิ่น กลัวติดจากสุนัขมากกว่า เพราะสุนัขชอบเลียไม้เลียมือและน้ำลายก็มีกลิ่น แล้วก็แก๊สบี้ดูแล้วเป็นสัตว์เลี้ยงที่แข็งแรง ตั้งแต่เลี้ยงแก๊สบี้มาก็ยังไม่มีทีท่าว่าเขาจะไม่สบายอะไรเลย... " คุณสุจิตรา กล่าวและทิ้งท้ายต่อว่า

"หรืออาจจะเป็นเพราะเราเลี้ยงในที่อากาศถ่ายเท บรรยากาศแบบชนบทก็ได้" (!!?)



สายพันธุ์ของแก๊สบี้

แก๊สบี้ มีลักษณะเด่นในแต่ละสายพันธุ์ตามมาตรฐาน ถ้าคุณเป็นคนหนึ่งที่มีแก๊สบี้เป็นสัตว์เลี้ยงแล้ว หรืออาจเป็นอีกคนหนึ่งที่กำลังมองหา คุณควรที่จะรู้ว่า แก๊สบี้ ที่เลี้ยงอยู่หรือกำลังมองอยู่เป็นพันธุ์แท้หรือไม่ ซึ่งสามารถเทียบลักษณะของแต่ละพันธุ์ได้ ดังนี้

1. พันธุ์ ENGLISH SHORT HAIR ลักษณะโดยทั่วไปจะมีขนสั้น ทิศทางของขนจะเรียบจากบริเวณศีรษะไปจนถึงท้ายลำตัว มีสีเดียวกันทั้งตัว

2. พันธุ์ ENGLISH CREATED มีลักษณะคล้ายพันธุ์ ENGLISH SHORT HAIR จะแตกต่างกันตรงที่มีขวัญบริเวณหน้าผาก

3. พันธุ์ AMERICAN CREATED มีลักษณะคล้ายพันธุ์ ENGLISH CREATED แต่จะมีข้อแตกต่าง คือ ขวัญบริเวณหน้าผากจะมีสีขาว

4. พันธุ์ ABYSINION (อาบิซิเนียน) ขนจะยาวปานกลาง มีขวัญกระจายไปทั่วลำตัว ไม่ค่อยนิยมในเมืองไทย เพราะมีลักษณะคล้ายแก๊สบี้ผสมหนูตะเภา

5. พันธุ์ PERUVIAN (เพอรูเวียน) ขนจะยาวและเหยียดตรง ทิศทางของขนจะย้อนจากท้ายลำตัวไปยังส่วนหัว มีขวัญบริเวณท้ายของลำตัว พันธุ์นี้จัดเป็นพันธุ์ยอดนิยมและเลี้ยงกันมากที่สุด

6. พันธุ์ SILKY (ซิลกี้) ลักษณะของขนจะยาวและเหยียดตรง ทิศทางของขนจะปกติ ซึ่งตรงข้ามกับพันธุ์ PERUVIAN ตรงที่ลำตัวหนากว่า

7. พันธุ์ CORONET (โคโรเน็ต) ลักษณะของขนจะยาว คล้ายพันธุ์ SILKY และมีขวัญบริเวณหน้าผาก จัดเป็นลักษณะพิเศษและน่าเลี้ยง เนื่องจากพันธุ์นี้ค่อนข้างหายาก

8. พันธุ์ TEXEL (เทคเซล) ลักษณะของขนจะยาวหยิก ทิศทางของขนเหมือน SILKY บางครั้งพันธุ์นี้จะมีชื่อว่า "พูเดิ้ล"

9. พันธุ์ MARINO (มาริโน) ลักษณะทั่วไปเหมือน TEXEL แต่จะมีขวัญบริเวณกลางหน้าผาก

10. พันธุ์ ALPACA (อัลปาคา) ลักษณะของขนยาวหยิก แต่ขนจะย้อนจากท้ายไปยังศีรษะ

11. พันธุ์ TEDDY BEAR (เท็ดดี้ แบร์) ลักษณะของขนจะสั้นและหยิกตามแบบของอเมริกา

12. พันธุ์ REX (เร็กซ์) ลักษณะของขนจะสั้นและหยิกตามแบบของอังกฤษ



Create Date : 21 เมษายน 2551
Last Update : 21 เมษายน 2551 7:53:34 น. 0 comments
Counter : 3127 Pageviews.  
 
Name
* blog นี้ comment ได้เฉพาะ VIP Friend
Opinion
*ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet

hoon_vi
 
Location :
ขอนแก่น Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 41 คน [?]




เป็นนักลงทุนมือใหม่ กำลังหาวิธีการเหมาะสำหรับตัวเอง ชอบการถ่ายรูป ท่องเที่ยว เขียนบทความ
[Add hoon_vi's blog to your web]

 
pantip.com pantipmarket.com pantown.com