แหล่งรวบรววมวิธีเล่นหุ้น
 
ดร.วสันต์ ผ่องสมบูรณ์ กับเทคนิคการควั่นกิ่งเพื่อให้มะนาวออกฤดูแล้ง

ดร.วสันต์ ผ่องสมบูรณ์ กับเทคนิคการควั่นกิ่งเพื่อให้มะนาวออกฤดูแล้ง

การประสบปัญหาเรื่องการผลิตมะนาวฤดูแล้งไม่ประสบผลตามเป้าหมายที่เกษตรกรได้ตั้งใจไว้คือ ไม่ออกดอกติดผลตามที่เรากำหนดซึ่งน่าจะมาจากสาเหตุหลายประการ เช่น ความสมบูรณ์ของต้นมะนาวไม่เพียงพอหรือกรณีที่มีฝนตกชุกในช่วงระยะเวลาที่เกษตรกรต้องการเปิดตาดอกคือ ช่วงระหว่างเดือนกันยายน-ตุลาคม แทนที่ต้นมะนาวจะออกดอกกลับกลายเป็นใบอ่อนแทนหรือในขณะที่จะเปิดตาดอกนั้นต้นมะนาวมีภาระของการติดผลบนต้นเป็นจำนวนมาก จะทำให้ต้นออกดอกได้ยากตามไปด้วย

ดร.วสันต์ ผ่องสมบูรณ์ นักวิชาการเกษตร จากศูนย์วิจัยพืชสวนพิจิตร ได้พยายามคิดค้นเทคนิคและวิธีการที่จะบังคับมะนาวให้ออกฤดูแล้ง โดยให้มีความแน่นอนของการออกดอกและติดผลตามที่กำหนดเวลาไว้ โดยใช้หลักการ รัดควั่นท่ออาหาร ทำให้อาหารส่งย้อนกลับมาที่รากได้น้อย มีผลทำให้รากของต้นมะนาวหยุดทำงานชั่วคราว ในขณะเดียวกันก็แนะนำให้ใช้สารแพคโคลบิวทราโซลราดหรือฉีดพ่นบังคับควบคู่ไปด้วย



จะใช้วิธีการควั่นกิ่ง

เมื่อใช้วิธีอื่นไม่ได้ผล

ดร.วสันต์ได้อธิบายหลักการเบื้องต้นของเทคนิคในการควั่นกิ่งเพื่อบังคับให้มะนาวออกฤดูแล้งว่า จะแนะนำให้ใช้วิธีการนี้กับสายพันธุ์มะนาวที่ออกดอกยากหรือวิธีอื่นๆ ที่เกษตรกรได้เคยใช้มาแต่ไม่ได้ผล ก่อนที่จะตัดสินใจใช้วิธีการควั่นกิ่งนั้นจะต้องมองปัจจัยเหล่านี้เป็นหลัก

1. กรณีที่ต้นมะนาวไม่สมบูรณ์ไม่ควรใช้วิธีการควั่นกิ่งอย่างเด็ดขาด เนื่องจากจะส่งเสริมให้ต้นมะนาวโทรมและตายเร็วยิ่งขึ้น (ต้นมะนาวที่ใช้วิธีการควั่นกิ่งจะออกดอกและติดผลค่อนข้างแน่นอน เมื่อต้นไม่สมบูรณ์และติดผลดกมาก)

2. เกษตรกรควรจะสำรวจแปลงมะนาวให้ดีเสียก่อนว่า ต้นมะนาวที่ปลูกไปนั้นเป็นโรครากเน่าและโคนเน่าหรือไม่ ถ้าเป็นควรรักษาโรคให้หายเสียก่อนถึงจะใช้วิธีการควั่นกิ่งได้

3. เมื่อได้ใช้เทคนิคในการควั่นกิ่งแล้ว จะต้องมีการใช้สารแพคโคลบิวทราโซล (เช่น สารแพนเทียม) ควบคู่ไปด้วย ดังนั้น อัตราของการใช้สารแพคโคลบิวทราโซลจะต้องใช้ตามคำแนะนำ ห้ามใช้เกินอัตราอย่างเด็ดขาด เนื่องจากจะมีสารตกค้างมีผลให้ต้นมะนาวออกดอกอย่างต่อเนื่อง ทำให้ต้นมะนาวหยุดการเจริญเติบโตตามมา



ระยะการปฏิบัติ

ในการผลิตมะนาวฤดูแล้ง

ด้วยเทคนิคของการควั่นกิ่ง

ดร.วสันต์ได้บอกถึงการเริ่มต้นในการผลิตมะนาวฤดูแล้งด้วยวิธีการควั่นกิ่งว่า ต้นมะนาวควรผ่านการตัดแต่งกิ่งและแตกใบอ่อนมาอย่างน้อย 2 ชุด (ตัดแต่งกิ่งมะนาวในช่วงเดือนพฤษภาคม-มิถุนายน) ข้อเสียของการไม่ตัดแต่งกิ่งต้นมะนาวจะทำให้เกิดความยุ่งยากในการเข้าไปปฏิบัติงานในแปลงปลูก ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการใส่ปุ๋ย รดน้ำหรือแม้แต่ช่วงที่เก็บเกี่ยวผลผลิต เมื่อต้นมะนาวมีทรงพุ่มที่แน่นทึบ เกษตรกรที่เข้าไปปฏิบัติงานจะโดนหนามมะนาวทิ่มแทงทำให้บาดเจ็บ ในขณะเดียวกันต้นมะนาวที่ไม่ได้ตัดแต่งกิ่งและมีทรงพุ่มแน่นทึบ แสงแดดส่องได้ไม่ทั่วถึง มีผลทำให้การออกดอกติดผลลดลง นอกจากนั้น ยังเป็นแหล่งสะสมของโรคและแมลง สำหรับข้อดีของการตัดแต่งกิ่งมะนาว เกษตรกรจะเข้าไปปฏิบัติงานได้สะดวก ไม่ต้องเจ็บตัวกับหนามอันแหลมคม เมื่อทรงพุ่มโปร่งแสงแดดส่องทั่วถึง มีผลทำให้การติดผลของมะนาวดกและกระจายทั่วต้น ลดการสะสมของโรคและแมลง ต้นมะนาวมีอายุยาวนานขึ้น

ตามปกติแล้วจะมีคำแนะนำให้มีการตัดแต่งมะนาว เมื่อต้นมะนาวมีอายุต้นได้ 6-8 เดือน ในระยะต้นเล็กเน้นตัดกิ่งกระโดงและกิ่งที่ชิดกับพื้นดินออกเพื่อจัดแต่งทรงพุ่มให้เหมาะสม ในระยะต้นมะนาวที่ให้ผลผลิตแล้วจะเน้นตัดแต่งกิ่งที่เป็นโรค กิ่งฉีกหรือกิ่งแห้ง เหลือเอาไว้เพียงกิ่งที่สมบูรณ์ ดร.วสันต์จะแบ่งระยะของการผลิตมะนาวฤดูแล้งด้วยวิธีการควั่นกิ่งออกเป็น 3 ระยะ ดังนี้

1. ระยะบำรุงต้น เพื่อให้เกิดกิ่งใหม่ ใบใหม่และรากใหม่ หลังจากที่มีการตัดแต่งกิ่งเสร็จจะต้องมีการให้ปุ๋ยทางดินและฉีดพ่นปุ๋ยทางใบ ทางดินใส่ปุ๋ยสูตรเสมอ เช่น ปุ๋ยยิบอินเฟิท สูตร 19-19-19 ใส่ร่วมกับปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมัก ถ้าต้นมะนาวมีสภาพทรุดโทรมจากภาระที่มีการติดผลมามาก ควรใส่ปุ๋ยยูเรียควบคู่ไปด้วย โดยใช้ปุ๋ยยูเรียกับปุ๋ยสูตรเสมอในอัตราส่วน 1 : 1 ทางใบควรจะฉีดพ่นสารในกลุ่มของสาหร่าย-สกัด เพื่อให้แตกใบอ่อนให้เร็วขึ้น

2. ระยะควบคุมให้เกิดการสร้างตาดอก ดร.วสันต์ย้ำว่า ระยะนี้เป็นช่วงที่มีความสำคัญ จะต้องราดสารอย่างน้อย 2 เดือน ก่อนควั่นกิ่ง โดยการใช้สารแพนเทียม 10% ราดรอบๆ ทรงพุ่ม แนะนำให้ใช้สารแพนเทียมในอัตรา 10 กรัม ต่อทรงพุ่ม 1 เมตร ก่อนที่จะราดสารนั้นเกษตรกรจะต้องแซะร่องรอบๆ ทรงพุ่มเพื่อให้สารละลายซึมลงไปและรากมะนาวดูดขึ้นไป ถ้าจะให้ดีแล้ว ดร.วสันต์แนะนำให้น้ำต้นมะนาวก่อนที่จะราดสาร 1 วัน ย้ำอีกทีว่าปริมาณของสารแพนเทียมที่ใช้จะต้องตามอัตราที่กำหนด อย่าเพิ่มอัตราอย่างเด็ดขาด

หลังจากที่ได้ราดสารไปแล้ว จะควั่นกิ่งโดยมีวัสดุอุปกรณ์ ดังนี้ กรรไกร เลื่อยตัดเหล็ก ด้ายเบอร์ 16 และไม้ไผ่สำหรับขันชะเนาะ ใช้ใบเลื่อยตัดเหล็กที่หักให้สั้นพอถนัดมือ เลื่อยเข้าเปลือกให้ลึกเข้าเนื้อ ไม้เล็กน้อยและจะต้องไม่ควั่นรอบต้น จะเว้นไว้อย่างน้อย 1 นิ้ว เพื่อขัดขวางการลำเลียงอาหาร หลังจากควั่นเสร็จใช้ด้ายเบอร์ 16 หรือปอฟางรัดเข้าไปในร่องที่เลื่อยไว้ พยายามให้ด้ายหรือปอฟางลงร่องให้มิดเพื่อป้องกันไม่ให้แผลที่เกิดจากการควั่นมาติดกัน (ถ้าไม่ใช้ด้ายหรือปอฟางรัดเป็นแนวกั้น ต้นมะนาวจะสร้างเนื้อไม้มาติดกัน) วิธีการที่จะทำให้ด้ายหรือปอฟางรัดติดแน่น จะต้องขันชะเนาะด้วยเศษไม้ไผ่ ในมะนาวต้นหนึ่งถ้ามีกิ่งใหญ่หลายกิ่งแนะนำให้ควั่นทุกกิ่ง ไม่ควรควั่นบริเวณโคนต้นเพียงแผลเดียว

หลังจากควั่นกิ่งเสร็จเกษตรกรจะต้องมีการฉีดพ่นอาหารทางใบเพื่อให้ต้นมะนาวสะสมอาหารได้เต็มที่ และเตรียมออกดอกและติดผลต่อไป

3. ระยะให้ต้นมะนาวออกดอกติดผล หลังจากที่ราดสารและควั่นกิ่งไปแล้ว 40-60 วัน สังเกตตายอดของมะนาวจะบวมเบ่งพร้อมต่อการออกดอก ในช่วงนี้เกษตรกรจะฉีดพ่นปุ๋ยทางใบสูตร 0-52-34 ร่วมกับฮอร์โมน โปรดั๊กทีฟ เพื่อสะสมอาหารให้ต้นมะนาวสมบูรณ์เต็มที่ โดยฉีดพ่นเป็นประจำทุก 7 วัน เมื่อสังเกตเห็นต้นมะนาวเริ่มออกดอกบ้างแล้ว แนะนำให้เกษตรกรฉีดพ่นสารเปิดตาดอกได้เลย เช่น โปรดั๊กทีฟ โพลี่เอนไซม์ ฯลฯ เมื่อเห็นว่าดอกมะนาวออกมาเป็นที่พอใจแล้วให้ปลดด้ายหรือปอฟางออก หลังจากนั้นประมาณ 1-2 สัปดาห์ รอยแผลที่ควั่นจะเชื่อมสนิทกันดี

ดร.วสันต์แนะนำว่า วิธีการควั่นกิ่งเพื่อบังคับมะนาวให้ออกในฤดูแล้งนั้น เกษตรกรควรจะทำปีเว้นปีเพื่อให้ต้นมะนาวไม่โทรมเร็วเกินไป



สายพันธุ์มะนาวกับการขยายพื้นที่ปลูกในอนาคต

เป็นที่สังเกตว่า สายพันธุ์มะนาวที่มีเกษตรกรปลูกในเชิงพาณิชย์มากที่สุดในขณะนี้คือ พันธุ์แป้นรำไพ บางคนอาจจะเรียกแป้นพวง หรือแป้นทะวายก็มี เนื่องจากเป็นมะนาวที่ตลาดต้องการมีปริมาณมาก เปลือกบางและมีความหอมเฉพาะตัว ถูกรสนิยมของคนไทย แต่ในภาคของเกษตรกรเมื่อนำมาปลูกมักจะพบปัญหาในเรื่องของความอ่อนแอต่อโรคแคงเกอร์ ทางศูนย์วิจัยพืชสวนพิจิตร โดย คุณณรงค์ แดงเปี่ยม นักวิชาการเกษตร จึงได้ผสมและคัดเลือกพันธุ์มะนาวลูกผสมเพื่อให้ต้านทานโรคแคงเกอร์โดยได้ใช้มะนาวจำนวน 4 สายพันธุ์ มาผสมพันธุ์กัน โดยใช้พันธุ์แป้นรำไพเป็นแม่ และใช้มะนาวพันธุ์น้ำหอม พันธุ์หนังคันธุลีและพันธุ์ตาฮิติเป็นพ่อ ซึ่งมะนาวทั้ง 3 สายพันธุ์ ที่ใช้เป็นพ่อนั้นมีคุณสมบัติในการต้านทานโรคแคงเกอร์ ผลจากการผสมพันธุ์นั้นปรากฏว่า ได้ต้นมะนาวลูกผสมออกมาเป็นจำนวนมากและมีความหลากหลาย บางต้นมีคุณสมบัติต้านทานต่อโรคแคงเกอร์ในระดับสูง โดยเฉพาะต้นลูกที่เกิดจากพันธุ์แป้นรำไพเป็นแม่ และพันธุ์น้ำหอมเป็นพ่อ ในขณะที่การผสมพันธุ์ระหว่างพันธุ์แป้นรำไพกับพันธุ์ตาฮิติ พบว่า ไม่สามารถผสมพันธุ์ให้ติดเมล็ดได้

ในทางวิชาการ วิธีการดูว่าต้นมะนาวลูกผสมที่เกิดขึ้นมานั้นมีความต้านทานต่อโรคแคงเกอร์มากน้อยเพียงใด ให้ตรวจนับจำนวนจุดแผลและขนาดของจุดแผลที่ใบและผลว่า มีจำนวนน้อยและขนาดของจุดแผลเล็ก เมื่อมีจำนวนน้อยและจุดแผลเล็กแสดงให้เห็นว่า มีความต้านทานต่อโรคแคงเกอร์ได้ดี ในขณะเดียวกันเมื่อได้พันธุ์มะนาวที่มีความต้านทานแล้วมาดูที่ลักษณะของผลว่า มีลักษณะของผลและรสชาติคล้ายคลึงกับพันธุ์แป้นรำไพหรือไม่

ในภาคของเกษตรกรโดย คุณดำรงศักดิ์ วิรยศิริ เจ้าของสวนบ้านวังทอง ตำบลวังชมภู อำเภอเมือง จังหวัดเพชรบูรณ์ ได้ประสบความสำเร็จในการผสมพันธุ์มะนาวเช่นกัน โดยใช้พันธุ์มะนาวยักษ์เป็นพ่อ และพันธุ์แป้นรำไพเป็นแม่ ได้มะนาวลูกผสมที่มีลักษณะของผลและรสชาติคล้ายคลึงกับพันธุ์แป้นรำไพมาก และตั้งชื่อพันธุ์ว่า "แป้นจริยา" ลักษณะเด่นของมะนาวลูกผสมแป้นจริยาคือ มีการติดผลที่ดกมาก ติดตลอดทั้งกิ่งและมีการออกดอกติดผลได้ตลอดทั้งปี มีลักษณะการติดผลเป็นพวง ออกดอกติดผลได้หลายรุ่นโดยไม่ใช้สารเคมีบังคับแต่อย่างใด เท่าที่สังเกตดูในขณะที่ต้นเลี้ยงผลในปริมาณมาก สภาพของต้นยังแข็งแรงและมีความทนทานได้ดี อาจจะเป็นเพราะมะนาวลูกผสมแป้นจริยาเกิดจากพันธุ์มะนาวยักษ์เป็นพ่อ ผลมะนาวแป้นจริยาจะมีปริมาณน้ำมากตั้งแต่ผลเล็กและเมื่อผลแก่จนเหลืองยังรอการเก็บเกี่ยวอยู่บนต้นได้ ขณะนี้เริ่มมีเกษตรกรได้ซื้อมะนาวพันธุ์แป้นจริยาไปปลูกในเชิงพาณิชย์กันมากขึ้น ให้ผลผลิตเร็วมาก เกษตรกรหลายคนได้บอกกับผู้เขียนว่า ในช่วงที่มะนาวแป้นรำไพขาดตลาด มะนาวแป้นจริยาจะทดแทนได้ ถ้าไม่พิจารณาให้ละเอียดจริงอาจจะแยกไม่ออกระหว่างพันธุ์แป้นจริยากับพันธุ์แป้นรำไพ

นอกจากจะส่งเสริมการปลูกมะนาวแป้นจริยาในเชิงพาณิชย์แล้ว ยังประยุกต์มาปลูกในกระถางเพื่อบริโภคในครัวเรือนได้ เพียงแต่ใช้กระถางที่มีขนาดใหญ่ และวางกระถางในสภาพกลางแจ้งที่ได้รับแสงแดดตลอดทั้งวัน สภาพดินหรือวัสดุปลูกควรจะมีการระบายน้ำที่ดี ใช้กิ่งตอนปลูกไปเพียง 6 เดือน ต้นมะนาวแป้นจริยาก็จะออกดอกและติดผล ถ้ามีปัญหาเรื่องการระบาดของแมลงแนะนำให้ใช้สมุนไพรในกลุ่มของสารสะเดาฉีดพ่นก็เพียงพอแล้ว แต่ถ้าจำเป็นจะต้องใช้สารเคมี ควรจะเลือกที่มีความปลอดภัยมากที่สุด เช่น สารโปรวาโด สามารถป้องกันแมลงที่ทำลายมะนาวได้หลายชนิดโดยเฉพาะหนอนชอนใบและเพลี้ยไฟ



*หนังสือ "การบังคับมะนาวออกฤดูแล้ง" พิมพ์ 4 สี จำนวน 84 หน้า มีแจกฟรี เกษตรกรและผู้สนใจเขียนจดหมายสอดแสตมป์ จำนวน 50 บาท ส่งมาที่ ชมรมเผยแพร่ความรู้ทางการเกษตร เลขที่ 2/200 ถนนศรีมาลา ตำบลในเมือง อำเภอเมือง จังหวัดพิจิตร 66000 โทร. (056) 613-021, (056) 650-145 และ (01) 886-7398


Create Date : 20 กรกฎาคม 2549
Last Update : 20 กรกฎาคม 2549 8:14:31 น. 0 comments
Counter : 5637 Pageviews.  
 
Name
* blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Opinion
*ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet

hoon_vi
 
Location :
ขอนแก่น Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 41 คน [?]




เป็นนักลงทุนมือใหม่ กำลังหาวิธีการเหมาะสำหรับตัวเอง ชอบการถ่ายรูป ท่องเที่ยว เขียนบทความ
[Add hoon_vi's blog to your web]

 
pantip.com pantipmarket.com pantown.com