แหล่งรวบรววมวิธีเล่นหุ้น
 
มานพ หอมรื่น คนเลี้ยงโคขุน แห่งวิเศษชัยชาญ ชี้เลี้ยงได้ดีถ้าทำแปลงหญ้า


มานพ หอมรื่น คนเลี้ยงโคขุน แห่งวิเศษชัยชาญ ชี้เลี้ยงได้ดีถ้าทำแปลงหญ้า

ในอาชีพการเลี้ยงโคขุน การก้าวไปสู่ความสำเร็จได้ เกษตรกรผู้เลี้ยงต้องรู้การพลิกแพลงหาเทคนิคส่วนบุคคลทั้งในด้านการเลี้ยง การจัดการ รวมถึงการจัดหาอาหารมาใช้เลี้ยง เพื่อก่อให้เกิดผลกำไรที่คุ้มค่าต่อการลงทุน

คุณมานพ หอมรื่น หรือ อาจารย์มานพ อดีตข้าราชการครูที่เออร์ลี่รีไทร์ จากอาชีพเมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมา และก้าวมาสู่การเป็นเกษตรกรอย่างเต็มตัว กับอาชีพการเลี้ยงโคขุนและปลูกหญ้าแพงโกล่าจำหน่าย

อาจารย์มานพเป็นคนหนึ่งที่ได้ค้นหาเทคนิคการเลี้ยงจนก้าวมาเป็นเกษตรกรชั้นแนวหน้าของอำเภอวิเศษชัยชาญ จังหวัดอ่างทอง

ในขณะที่ผู้คนรอบข้างที่อยู่ในหมู่บ้านเดียวกัน ยังคุ้นเคยกับการเลี้ยงโคพื้นเมือง อาจารย์มานพ เมื่อครั้งยังหนุ่ม ได้เห็นความสำคัญของการปรับปรุงสายพันธุ์โคที่เลี้ยง จึงได้มีการนำโคพันธุ์บราห์มันที่ได้รับการส่งเสริมจากกรมปศุสัตว์เข้ามาเลี้ยงและใช้เป็นพ่อพันธุ์เพื่อปรับปรุงพันธุ์เป็นรายแรกของหมู่บ้าน

จากวันนั้นมาถึงวันนี้ เขาได้เติบโตกับอาชีพการเลี้ยงโคจนเป็นแบบอย่างที่เกษตรกรหลายคนที่สนใจได้แวะเวียนมาปรึกษาแลกเปลี่ยนประสบการณ์และความรู้ เพื่อนำแนวทางไปพัฒนาปรับใช้กับการเลี้ยงของตนเอง



ผลิตลูกแล้วขุนขาย เพิ่มมูลค่าให้โคที่เลี้ยง

จุดเริ่มต้นที่ทำให้ชายผู้นี้ได้หันเหมาสู่อาชีพการเลี้ยงโคขุนคือ การถูกเอารัดเอาเปรียบจากพ่อค้าที่เข้ามารับซื้อโค

"ในคอกผมจะมีลูกตัวผู้เกิดมามาก พอเลี้ยงได้ขนาดจะขาย พ่อค้าเข้ามาตีราคาเหมาเป็นตัว ซึ่งหากเกษตรกรไม่เป็นในเรื่องของการคำนวณราคาจะมีแต่ทางเสียเปรียบพ่อค้า ตอนนั้นเลยคิดว่าต้องเปลี่ยนวิธีการซื้อใหม่ จึงขอให้พ่อค้าใช้วิธีการตีราคาออกมาเป็นกิโลกรัมด้วยวิธีการชั่งน้ำหนักเพื่อไม่ให้เสียเปรียบซึ่งกันและกัน และได้กลายมาเป็นวิธีซื้อขายที่มีมาจนถึงทุกวันนี้"

นอกเหนือจากจำหน่ายให้กับพ่อค้าแล้ว ลูกโคตัวผู้ที่เกิดจากแม่โคในฟาร์มส่วนหนึ่งจึงถูกนำเข้าสู่กระบวนการขุน เพื่อเพิ่มมูลค่าให้กับสัตว์ที่เลี้ยง พร้อมๆ กับการซื้อลูกโคจากเพื่อนเกษตรกรใกล้เคียงและจากตลาดนัดเพื่อให้ได้จำนวนโคต่อการขุนในหนึ่งรุ่น

สำหรับฟาร์มแห่งนี้ จึงมีคอกเลี้ยงโคอยู่ด้วยกัน 2 คอก คือ หนึ่ง คอกโคแม่พันธุ์ที่มีอยู่ 30 แม่ สอง คอกโคขุน และแปลงหญ้าแพงโกล่าอีก 30 ไร่

อาจารย์มานพ บอกว่า การเลี้ยงโคขุนในวันนี้ สิ่งสำคัญที่เกษตรกรต้องมีคือ อาหารหยาบ



คิดเลี้ยงขุน หญ้าคือสิ่งที่ต้องมี

"เพราะเราไม่มีโรงงานสับปะรด ไม่มีเปลือกข้าวโพดหวาน เหมือนกับทางจังหวัดราชบุรี เพชรบุรี ที่จะใช้เปลือกสับปะรดมาใช้เป็นอาหาร ดังนั้น เมื่อจะเลี้ยงสิ่งที่เราต้องทำคือ สร้างอาหารหยาบขึ้นมา เพราะถ้าเราเลี้ยงโคไม่มีหญ้า ธุรกิจนี้ไปไม่ได้แน่นอน"

"คิดดูว่า หญ้าที่ซื้อกิโลกรัมละ 1.50 บาท และในกรณีโคขุน ใช้ระยะเวลาการเลี้ยง 4 เดือน ต้องใช้หญ้าเท่าไร เพราะโค 1 ตัว จะกินหญ้าประมาณ 10 เปอร์เซ็นต์ ของน้ำหนักตัว ต่อวัน ถ้าโคน้ำหนัก 300 กิโลกรัม จะกินหญ้าประมาณ 30 กิโลกรัม คูณด้วย 1.50 บาท แสดงว่าวันหนึ่งต้องซื้อหญ้าประมาณ 45 บาท ต่อโคหนึ่งตัว"

ในส่วนของหญ้าที่ปลูกคือพันธุ์แพงโกล่า อาจารย์มานพบอกว่า ได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานปศุสัตว์จังหวัดอ่างทองให้จัดตั้งเป็นกลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกนาหญ้าขึ้นมา ปัจจุบันมีสมาชิกทั้งสิ้น 30 คน และมีเงินทุนหมุนเวียนของกลุ่มประมาณ 500,000 บาท โดยมีรายได้จากการจำหน่ายหญ้าสดและดอกเบี้ยที่ได้จากการให้สมาชิกกู้ยืมอัตราดอกเบี้ยร้อยละ 50 สตางค์

"การปลูกหญ้าอาหารสัตว์นี้ กลุ่มของเราไม่เน้นในการจำหน่ายหญ้าเป็นหลัก แต่ใช้วิธีการเพิ่มมูลค่า โดยแทนที่จะจำหน่ายหญ้าสดในราคากิโลกรัมละ 1 บาท เราก็นำมาทำให้เป็นมูลค่าเพิ่ม ด้วยการนำมาเป็นอาหารหยาบสำหรับโคขุนของเรา ซึ่งเป็นวิธีการที่ได้มากกว่า และในกลุ่มผู้ปลูกหญ้าของผม ถ้าสมาชิกคนใดจำหน่ายหญ้าไม่ได้ ทางกลุ่มจะเข้าไปรับซื้อหมดและนำไปจำหน่ายให้ต่อ โดยราคาหญ้าสดอยู่ที่กิโลกรัมละ 1.50 บาท ขณะที่หญ้าแห้งอัดก้อนน้ำหนักก้อนละ 20 กิโลกรัม ราคาก้อนละ 50 บาท"

อาจารย์มานพกล่าวต่อไปว่า สำหรับการเลี้ยงโคขุนในแต่ละรุ่น มีปริมาณ 50 ตัว ซึ่งใน 1 ปี จะสามารถเลี้ยงโคขุนได้ประมาณ 3 รุ่น

โดยโคที่ขุนส่วนหนึ่งมาจากคอกแม่พันธุ์ของเราเอง แต่ถ้าปริมาณไม่เพียงพอจะไปซื้อโคจากตลาดนัดเข้ามาให้ครบจำนวน อาทิ ที่จังหวัดตาก เพชรบูรณ์ เชียงใหม่ เป็นต้น

"สาเหตุที่เราต้องไปเลือกซื้อโคจากจังหวัดอื่น เนื่องจากในปัจจุบันพันธุ์โคที่ชาวบ้านเลี้ยงกันจะเป็นสายพันธุ์ฮินดูบราซิลเป็นส่วนมาก ซึ่งโคสายพันธุ์นี้ ในเรื่องของอัตราแลกเนื้อจะสู้สายพันธุ์บราห์มันกับชาร์โรเลส์ไม่ได้"

ทั้งนี้แต่ละปี อาจารย์มานพผลิตลูกโคเพื่อขุนเองได้ประมาณ 20 ตัว



เทคนิคการขุน

วิธีการขุนโค อาจารย์มานพ เล่าให้ฟังว่า หลังจากที่ขนโคจากแหล่งซื้อมาสู่คอกเลี้ยง โดยจะให้อดน้ำประมาณ 1 วัน จากนั้นให้น้ำ อาหาร พอโคหายเครียดจะเริ่มถ่ายพยาธิ ฉีดวัคซีนป้องกันโรคปากและเท้าเปื่อย และโรคเฮโมรายิก ถ้าโคที่อายุมากจะฝังฮอร์โมนเร่งการเจริญเติบโตที่หู

"จากนั้นต้องมาสังเกตว่า โคที่นำเข้ามาเลี้ยงกินอาหารข้นเป็นหรือไม่ ถ้ากินไม่เป็นต้องมาหัดให้กิน โดยช่วงแรกให้กินหญ้าไปก่อนแล้วจึงหัดให้กินอาหารข้น โดยให้อาหารข้นต่อมื้อทีละน้อยๆ ภายในเดือนแรกจะให้หญ้าได้เต็มที่ พอเดือนที่สองลดปริมาณหญ้าลง เน้นอาหารข้นเป็นหลัก ในเดือนที่สามปริมาณหญ้าจะลดลงให้เหลือปริมาณหญ้าน้อยที่สุด เพื่อให้โคอ้วนได้ตามน้ำหนักตามที่ต้องการ"

"ซึ่งใช้ระยะเวลาการเลี้ยงนานประมาณสี่เดือน โดยอัตราการให้เนื้ออยู่ที่ 1 ต่อ 1.1 ต่อวัน ถ้าเป็นลูกผสมพันธุ์ชาร์โรเลส์ได้มากกว่า อาจถึง 1.5 กิโลกรัม ต่อวัน โดยในช่วงเดือนที่สี่ จะให้อาหารข้นในอัตรา 8-10 กิโลกรัม ต่อตัว ต่อวัน ซึ่งเมื่อนำมาหารเฉลี่ยแล้วในช่วงการเลี้ยง 4 เดือน โคจะกินอาหารประมาณ 5 กิโลกรัม ต่อวัน"

การเลี้ยงด้วยหญ้า ในช่วง 2 เดือนแรก จะอัดหญ้าให้มาก และ 2 เดือนหลัง จะอัดหญ้าน้อยลง

ขณะที่อาหารข้นที่ใช้ อาจารย์มานพบอกว่า ผลิตขึ้นใช้เอง โดยมีส่วนผสมประกอบด้วย มันเส้น รำข้าว กากปาล์ม กากมะพร้าว ยูเรีย กำมะถัน และแร่ธาตุ โดยในปริมาณอาหารที่ 1 ตัน จะใช้มันเส้นประมาณ 40 เปอร์เซ็นต์ กากถั่วเหลือง 10 เปอร์เซ็นต์

ซึ่งการใช้ส่วนผสมอาหารข้นอย่างไรนั้น ต้องดูที่โคด้วย เพราะถ้าเป็นโคที่อายุมาก จะเป็นโคโครงต้องให้อาหารในกลุ่มคาร์โบไฮเดรตสูง เพื่ออัดให้ได้เนื้อ แต่ถ้าเป็นโคเล็กต้องเพิ่มโปรตีนให้สูง โดยโปรตีนนี้ถ้าเป็นโคใหญ่ สามารถใช้ปุ๋ยยูเรียเม็ดเล็ก สูตร 46-0-0 เป็นแหล่งโปรตีนได้มาก ตามปกติในการผสมอาหารข้นจะใช้ยูเรียได้ไม่เกิน 3 เปอร์เซ็นต์ ถ้าปริมาณที่ให้เกินกว่านี้ จะมีผลทำให้โคตายได้

ทั้งนี้ยูเรียเป็นวัตถุดิบอาหารที่ให้โปรตีนสูงเกิน 200 กว่าเปอร์เซ็นต์ และมีราคาถูกกว่าวัตถุดิบโปรตีนชนิดอื่น อย่างกากถั่วเหลือให้โปรตีนประมาณ 40 กว่าเปอร์เซ็นต์ หรือถ้าไปใช้ปลาป่นซึ่งมีเปอร์เซ็นต์โปรตีนสูงจริง แต่จะมีปัญหาเหม็นหืนและมีราคาแพงกว่า จึงเลี่ยงมาใช้ยูเรีย ซึ่งราคาถูกกว่าและให้เปอร์เซ็นต์โปรตีนสูง

สำหรับปริมาณความต้องการโปรตีนในโคขนาดที่มีน้ำประมาณ 200 กิโลกรัม จะให้เปอร์เซ็นต์โปรตีนที่ 18 เปอร์เซ็นต์ เพื่อเรียกเนื้อเรียกไขมัน ขณะที่โคใหญ่ให้เปอร์เซ็นต์โปรตีนประมาณ 14 เปอร์เซ็นต์



ทำให้ต้นทุนต่ำ หลักการเพื่อสร้างกำไร

ในการเลี้ยงโคขุนอาหาร อาจารย์มานพบอกว่า ต้องยึดหลักการที่ว่า ทำอย่างไรให้ต้นทุนต่ำที่สุดและให้ผลตอบแทนมากที่สุด

ในการเลี้ยงโคขุน 1 ตัว เมื่อรวมต้นทุนค่าตัวโคเฉลี่ยที่ตัวละ 15,000 บาท และค่าอาหารตลอดระยะเวลาการเลี้ยง 4 เดือน ต้นทุนอยู่ที่ประมาณ 18,000 บาท และจะจำหน่ายได้ที่ประมาณ 23,000 บาท หรือได้กำไร 5,000 บาท ต่อตัว ต่อการเลี้ยง 4 เดือน ดังนั้น ถ้าเลี้ยงที่ 50 ตัว ในการเลี้ยง 1 รุ่นจะมีกำไรประมาณ 200,000 บาท

จากประสบการณ์การเลี้ยงโคขุนของอาจารย์มานพ โคที่ซื้อเข้ามาเลี้ยงขุน หากเป็นโคที่มาจากพม่า จะเป็นโคโครงใหญ่ๆ เป็นโคที่ผอม กว่าจะฟื้นตัวได้นานพอสมควร แต่ถ้าเป็นโคที่มาจากจังหวัดต่างๆ ในประเทศ เช่น จากจังหวัดตาก เพชรบูรณ์ จะขึ้นเร็วกว่า เพราะโคพวกนี้จะมีเชื้อพันธุ์บราห์มันสูงหรือมีเชื้อพันธุ์ชาร์โรเลส์อยู่บ้าง ดังนั้น หากให้สรุป อาจารย์มานพบอกว่า โคจากพม่าหากนำมาขุนจะไม่ดีเท่าที่ควร

"การรู้ว่าเป็นโคพม่า กับโคลูกผสมบราห์มันจะผิดกันมากเลย ทำให้ดูง่าย โดยโคพม่านั้นบริเวณส่วนท้ายจะยก เหมือนหมา เขาจึงเรียกกันว่า วัวเอวหมา และเป็นโคปลดระวางหรือโคแก่ แต่ถ้าเป็นพันธุ์บราห์มัน ลำตัวจะขนานกับพื้น"

ตลาดรองรับโคขุนจากฟาร์ม อาจารย์มานพบอกว่า จะมีพ่อค้าขาประจำเข้ามารับซื้อและส่งไปชำแหละที่แถวคลองหนึ่ง ปทุมธานี ที่สำโรง สมุทรปราการ และที่จังหวัดอ่างทอง โดยหลังจากที่ได้ตกลงซื้อขายกันเรียบร้อยแล้ว พ่อค้าจะเริ่มมาทยอยขนโคไป โดยเที่ยวหนึ่งจะมาขนโคไปประมาณ 1 คันรถสิบล้อ หรือ 12 ตัว

ราคาขายโคขุน อาจารย์มานพให้ข้อมูลว่า ราคาของโคขุนที่เกษตรกรจำหน่ายได้ ขึ้นอยู่กับน้ำหนักของโค โดยโคที่น้ำหนักประมาณ 420 กิโลกรัม ราคาอยู่กิโลกรัมละ 48-49 บาท โคที่น้ำหนักประมาณ 450 กิโลกรัม ราคาอยู่ที่กิโลกรัมละ 50 บาท ขณะที่โคน้ำหนักตั้งแต่ 600 กิโลกรัม ขึ้นไป ราคาเฉลี่ยอยู่ที่กิโลกรัมละ 52 บาท

"ตลาดไม่เคยมีปัญหาว่าขายไม่ได้ ขอเพียงแจ้งไป พ่อค้าจะรีบมาเลย" อาจารย์มานพ กล่าวในที่สุด


Create Date : 20 กรกฎาคม 2549
Last Update : 20 กรกฎาคม 2549 8:13:14 น. 0 comments
Counter : 10792 Pageviews.  
 
Name
* blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Opinion
*ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet

hoon_vi
 
Location :
ขอนแก่น Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 41 คน [?]




เป็นนักลงทุนมือใหม่ กำลังหาวิธีการเหมาะสำหรับตัวเอง ชอบการถ่ายรูป ท่องเที่ยว เขียนบทความ
[Add hoon_vi's blog to your web]

 
pantip.com pantipmarket.com pantown.com